เฝ้ารอทุเรียนไทย! ตะลึง’ชาวจีน’แห่ซื้อเกลี้ยง หมดอย่างรวดเร็ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/652627

เฝ้ารอทุเรียนไทย! ตะลึง'ชาวจีน'แห่ซื้อเกลี้ยง หมดอย่างรวดเร็ว

วันอังคาร ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 18.45 น.

ตะลึง! ชาวจีนเฝ้ารอทุเรียนไทย ขายเกลี้ยงหมดอย่างรวดเร็ว ทั้งตลาดออฟไลน์-ออนไลน์

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2565 นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และประธานคณะทำงานแก้ไขปัญหาผลไม้ล่วงหน้าในคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) เปิดเผยวันนี้ว่า มีรายงานจากสำนักข่าวซินหัวของจีนว่า ปีนี้ทุเรียนไทยเข้าสู่ตลาดจีนช้ากว่าปกติและมีราคาสูงขึ้น แต่ผู้บริโภคชาวจีนยังคงเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ บรรดาซูเปอร์มาร์เก็ตและแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ของจีน ทยอยวางจำหน่ายทุเรียนไทยกันแล้ว และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน ส่งสัญญาณว่าฤดูทุเรียนมาถึงแล้ว

โดยทุเรียนจากสวนในไทยจะถูกเก็บเกี่ยวและส่งออกด้วยเที่ยวบินเช่าเหมาลำ มุ่งสู่ปลายทางท่าอากาศยานนานาชาติกว่างโจว ไป๋อวิ๋น มณฑลกวางตุ้ง ทางใต้ของจีน จากนั้นจะกระจายไปยังทุกภูมิภาคของจีนอย่างรวดเร็ว ด้านร้านผลิตภัณฑ์เกษตรและอาหารในเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่เมืองกว่างซี แจ้งว่า ทางร้านได้รับทุเรียน 100 กล่อง ถูกกระจายสู่ร้านสะดวกซื้อ ขายให้ลูกค้าขาจร ทั้ง 100 กล่อง หมดอย่างรวดเร็ว แม้ราคาจะสูงขึ้นกว่าปีก่อนก็ตาม

อย่างไรก็ตาม ทุเรียนยังคงเป็นผลไม้ยอดนิยมในกลุ่มผู้บริโภคชาวจีน ครองตำแหน่งผลไม้นำเข้าดาวเด่น ปริมาณการบริโภคเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงหลายปีนี้ และการนำเข้าทุเรียนสดในปี 2564 สูงกว่าเมื่อปี 2560 ถึง 4 เท่า ส่วนใหญ่นำเข้าจากไทย พื้นที่นำเข้าหลักคือ กวางตุ้ง , กว่างซี และฉงชิ่ง

นิศาชล ไทยทอง หรือที่คนจีนรู้จักในชื่อ ไท่ลู่ลู่ หญิงไทยที่ใช้ชีวิตอยู่ในหนานหนิง ทำธุรกิจนำเข้าทุเรียนจากสวนไทยมาขายในจีน จนมีกลุ่มลูกค้าประจำในมือ บอกกับสำนักข่าวซินหัวว่า เมื่อก่อนคนจีนรู้จักแต่ทุเรียนหมอนทอง แต่ตอนนี้รู้จักทุเรียนพันธุ์อื่นมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น กระดุมทอง , ก้านยาว และพวงมณี

‘มนัญญา’ขีดเส้น 15 วันชัดตัวเลขความเสียหายยักยอกสหกรณ์กระทรวงเกษตรฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/652585

‘มนัญญา’ขีดเส้น 15 วันชัดตัวเลขความเสียหายยักยอกสหกรณ์กระทรวงเกษตรฯ

วันอังคาร ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 16.39 น.

‘มนัญญา’ขีดเส้น 15 วันชัดตัวเลขความเสียหายยักยอกสหกรณ์กระทรวงเกษตรฯ

10 พฤษภาคม 2565 น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการยักยอกสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำกัด ว่า หลังจากก่อนหน้านี้นายทะเบียนสหกรณ์มีคำสั่งให้คณะกรรมการสหกรณ์ฯหยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้ออกประกาศสหกรณ์ฯ เพื่อหยุดดำเนินทางธุรกรรมชั่วคราวเป็นระยะเวลา 15 วัน เนื่องจากเห็นว่าหากไม่หยุดทำธุรกรรม การตรวจสอบทั้งหมดจะทำได้ยาก เพราะทุกอย่างยังไม่นิ่ง และคาดว่าภายในระยะเวลา 15 วัน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) จะเข้ามาตรวจสอบรายละเอียดได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะเรื่องตัวเลขความเสียหายและเส้นทางการเงินของผู้เกี่ยวข้องก็จะมีความชัดเจนขึ้น

น.ส.มนัญญา กล่าวยืนยันว่า กรณีที่มีคำสั่งให้กรรมการสหกรณ์หยุดปฏิบัติหน้าที่ ไม่ใช่การกลั่นแกล้งใคร แต่เห็นว่าหากผู้เกี่ยวข้องยังทำหน้าที่ตอนนี้จะทำให้เกิดข้อครหาตามมา ทั้งนี้หากผู้เกี่ยวข้องไม่พอใจก็สามารถยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอความเป็นธรรมได้ แต่จนถึงวันนี้ยังไม่มีใครไปร้องหรือโต้แย้งคำสั่งดังกล่าวแต่อย่างใด ขณะเดียวกัน ตนต้องการสร้างโมเดลการตรวจสอบให้กับสหกรณ์อื่นๆ หากพบการยักยอกลักษณะเดียวกันอีก ก็ต้องมีคำสั่งให้กรรมการหยุดปฏิบัติหน้าที่ หยุดการทำธุรกรรมชั่วคราว เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบได้ง่ายขึ้น

“เท่าที่ทราบตัวเลขความเสียหายยังอยู่ที่ 600 กว่าล้านบาทอยู่ แต่คาดว่าการตรวจสอบในช่วงที่หยุดทำธุรกรรม 15 วัน ตัวเลขน่าจะนิ่งขึ้น และเชื่อว่าจะเป็นผลดีให้ดีเอสไอ กับ ปปง.รวมถึงกรรมการที่ตั้งขึ้นมาใหม่เข้าไปทำหน้าที่ตรวจสอบได้ง่ายขึ้น” น.ส.มนัญญา กล่าว

กรมชลฯยึดตามระเบียบ-ก.ม. ปมสร้างแก้มลิงเกาะพระทองที่พังงา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/652370

วันอังคาร ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสุริยพล นุชอนงค์ ผอ.กองพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง กรมชลประทาน กล่าวถึงกรณีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ระบุว่า โครงการแก้มลิงเกาะพระทอง ก่อสร้างใน ต.เกาะพระทอง อ.คุระบุรี จ.พังงา บุกรุกที่ป่าชายเลนและป่าสงวน 428 ไร่ ซึ่งรอง ผวจ.พังงา ปฏิบัติราชการแทน ผวจ.พังงา ปลัดกระทรวงมหาดไทย และอธิบดีกรมการปกครอง ระบุว่า ปลัดจังหวัดลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่าพื้นที่โครงการไม่น่าจะอยู่ในเขตป่าชายเลน แต่อาจจะทับซ้อนกับเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งต้องให้สำนักงานที่ดิน จ.พังงา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบพิกัดและแนวเขตการดำเนินโครงการต่อไป

จากนั้นทางจังหวัดได้ทำหนังสือถึงนายอำเภอคุระบุรี แจ้งว่าได้ประสานไปยังสำนักงานที่ดิน จ.พังงา ซึ่งได้รับคำตอบว่าโครงการดังกล่าวสามารถดำเนินการได้ ไม่ต้องขออนุญาตตามประมวลกฎหมายที่ดินเนื่องจากเป็นโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงหรือพัฒนาที่ดินโดยไม่กระทบต่อการใช้ประโยชน์ร่วมกันของราษฎร ทั้งนี้ ทางจังหวัดจะแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินโครงการแก้มลิงเกาะพระทองฯ และตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพิกัดและแนวเขตการดำเนินโครงการดังกล่าวในพื้นที่สาธารณประโยชน์ตามหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) เลขที่ 29897 ว่า มีพื้นที่ทับซ้อนกับเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ หรือเขตพื้นที่ซึ่งอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของหน่วยงานอื่นหรือไม่

สำหรับโครงการแก้มลิงเกาะพระทองโครงการฟื้นฟูหนองน้ำทุ่งอุ่นเนื้อ กรมชลประทานโดยสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่ 15 ได้ดำเนินการที่ขุดขยายหนองน้ำเดิมของอบต.เกาะพระทอง หลังจากได้รับการร้องขอให้สนับสนุนงบประมาณฟื้นฟูโครงการขุดลอกหนองน้ำทุ่งอุ่นเนื้อ เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค และการเกษตรของราษฎรในพื้นที่ ซึ่งทางอำเภอคุระบุรี ได้จัดส่งเอกสารหลักฐานโครงการดังกล่าวของ อบต.เกาะพระทองและสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่ 15 เพื่อยื่นเรื่องขอเปลี่ยนสภาพที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน โดยสำนักงานที่ดิน จ.พังงา แจ้งว่าโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการปรับปรุงหรือพัฒนาที่ดิน ที่ไม่กระทบต่อการใช้ประโยชน์ร่วมกันของราษฎร และราษฎรสามารถใช้ประโยชน์ที่ดินสาธารณประโยชน์ได้ดีกว่าเดิม การดำเนินการตามโครงการลักษณะดังกล่าว จึงไม่จำเป็นต้องขออนุญาตตามประมวลกฎหมายที่ดิน

ต่อมาสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่ 15 ได้ขอให้ อบต.เกาะพระทอง ยืนยันหรืออนุญาตให้กรมชลประทาน เข้าก่อสร้างโครงการแก้มลิงเกาะพระทองในพื้นที่สาธารณประโยชน์ ตามหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) เลขที่ 29897 ซึ่งทางอบต.เกาะพระทอง ได้มีหนังสือแจ้งอำเภอคุระบุรี เพื่อขอความเห็นชอบอีกครั้ง จึงยืนยันว่ากรมชลประทาน ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและจะดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

‘มนัญญา’สั่งสอบสหกรณ์เกษตร เอาผิดวินัยกรณีบกพร่องทำบัญชี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/652373

วันอังคาร ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ได้ให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ เข้าไปตรวจสอบการประชุมและการรับรองมติที่ประชุมของกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำกัด ซึ่งได้ประชุมเมื่อเร็วๆ นี้ว่ามีประเด็นที่กระทำการโดยมิชอบหรือไม่เหมาะสมหรือไม่เนื่องจากมีรายงานว่าในการประชุมกรรมการได้มีมติตั้งเจ้าหน้าที่สหกรณ์มาปฏิบัติงานรักษาการในตำแหน่งผู้จัดการสหกรณ์และรักษาการหัวหน้าการเงินของสหกรณ์ แทนที่ทั้ง 2 ตำแหน่ง ซึ่งปัจจุบันบุคคลทั้งสองอยู่ระหว่างการหลบหนีภายหลังที่ถูกสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรฯ แจ้งข้อกล่าวหายักยอกทรัพย์

“สาเหตุที่เข้าไปดูการประชุมเนื่องจากมีรายงานเบื้องต้นว่า กรรมการได้ตั้งเจ้าหน้าที่การเงินที่เป็นคนใกล้ชิดของกรรมการบางคน ไปรับตำแหน่งรักษาการหัวหน้าการเงิน ทั้งที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบข้อเท็จจริงว่ามีเจ้าหน้าที่การเงินรายอื่นหรือกรรมการสหกรณ์รายใด มีส่วนรู้เห็นกับการทุจริตครั้งนี้หรือไม่ ดังนั้น กำชับกรมส่งเสริมสหกรณ์แล้วว่าหากพบว่ามีพฤติกรรมที่ไม่ชอบให้กรมเร่งระงับผลการประชุม ซึ่งกรณีนี้ทำให้สงสัยว่าทำไมเร่งตั้งคนกันเองสะสางบัญชีทั้งที่ผลสอบบุคคลที่เกี่ยวข้องยังไม่แล้วเสร็จ” รมช.เกษตรฯ กล่าวและว่า ในเบื้องต้นทราบว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้สั่งการให้สำนักงานเขตพื้นที่ 1 เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงและสั่งการให้สหกรณ์เพิกถอนมติแล้ว

‘เฉลิมชัย’ผนึกทุกฝ่าย คุมผลไม้ไทยทั้งระบบ เข้มมาตรการไร้โควิด ย้ำให้ทุเรียนปลอดภัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/652366

วันอังคาร ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีเปิดงานมาตรการ Zero COVID ระบบห้องเย็น(Cold Chain) ผลไม้ไทยทั้งระบบ จัดโดยสมาคมทุเรียนไทย ร่วมกับจังหวัดจันทบุรี สมาคมผู้ผลิตทุเรียนไทย สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. โดยมี นายสุธี ทองแย้ม ผวจ.จันทบุรี คณะทำงาน รมว.เกษตรฯ และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงานที่โรงคัดบรรจุ บริษัท เดอะลิสอินเตอร์ คอร์ปอเรชั่น อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี

ดร.เฉลิมชัยกล่าวว่า ทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าและสร้างรายได้เป็นผลไม้อันดับ 1 ให้กับประเทศไทย ปีละกว่าแสนล้านบาท เพราะทุเรียนไทยมีคุณภาพที่ดีที่สุดในโลก โดยจีนเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทย แต่จากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้การส่งออกทุเรียนได้รับผลกระทบ แต่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงทีเพราะทุกฝ่ายร่วมมือกัน ดังนั้น จึงขอให้เกษตรกร ล้ง หน่วยงานราชการ ทำงานและร่วมมือกันทำให้ทุเรียนไทย เป็นที่ยอมรับในต่างประเทศ ขณะเดียวกันได้เน้นย้ำให้มีการส่งเสริมการขายภายในประเทศ ซึ่งประเทศไทยมีความเข้มงวดในการดำเนินมาตรการ Zero COVID และใช้มาตรการ GAP Plus ที่สวนทุเรียน และ GMP Plus ที่ล้ง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุเรียนไทยทุกลูกต้องมีความปลอดภัย หากเราเดินในแนวทางเดียวกันก็จะไม่เกิดปัญหา จึงขอฝาก ผวจ.จันทบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เดินหน้ามาตรการต่างๆ เพื่อเตรียมรับมือผลผลิตผลไม้อื่นๆ ที่จะออกในช่วงนี้

เกษตรฯ-พาณิชย์ขนผลไม้คุณภาพสู่ตลาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/652371

วันอังคาร ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดเทศกาลผลไม้ไทย คุณภาพดีส่งตรงจากสวน ที่ห้างแม็คโคร สาขาสามเสน ว่า ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ หรือฟรุ้ตบอร์ด ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ ภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้แทนเกษตรกร กำหนดมาตรการในการบริหารจัดการผลไม้ฤดูกาลผลิต 2565 โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่ผลผลิตจากภาคตะวันออก มีผลผลิตออกมาประมาณ 1.1 ล้านตัน เป็นทุเรียน 7 แสนตัน เงาะ 2.1 แสนตัน และมังคุด 2.1 แสนตัน และลองกอง 1.8 หมื่นตันโดยมีแหล่งผลิตสำคัญ คือ จ.ระยอง จันทบุรี และตราด ซึ่งถือเป็นฤดูกาลใหญ่ฤดูกาลแรกของปี จากนั้นจะเป็นลำไยภาคเหนือ และลงไปที่ผลไม้ภาคใต้ และจะวนกลับมาอีกครั้งหนึ่งที่ลำไยของภาคตะวันออก

สำหรับโครงการกระจายสินค้าออกจากแหล่งผลิต สู่ผู้บริโภค เป็น 1 ใน 18 มาตรการ ที่ฟรุ้ตบอร์ดได้กำหนดไว้โดยจะส่งเสริมให้มีการบริโภคภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น จากเดิมคือจะส่งออก 70% และบริโภคภายในประเทศ 30% แต่ปีนี้ได้กำหนดเป้าหมายใหม่คือให้มีการบริโภคในประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 40% เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ในประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดส่งออกผลไม้ใหญ่ที่สุดของไทย ดังนั้น เพื่อเป็นการบริหารความเสี่ยงและช่วยเกษตรกรและผู้ประกอบการในการสร้างรายได้อย่างมั่นคง จึงได้กำหนดเป้าหมายใหม่นี้ขึ้นมาซึ่งโครงการการกระจายสินค้าออกจากแหล่งผลิตสู่ผู้บริโภคนี้ จะเป็นการนำผลไม้คุณภาพระดับส่งออก มาจำหน่ายให้ผู้บริโภคในราคาที่สมเหตุสมผล

อย่างไรก็ดี กระทรวงเกษตรฯมุ่งเน้นเรื่องคุณภาพและมาตรฐาน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค ตลอดจนเรื่องความปลอดภัยจากเชื้อไวรัสโควิด-19ซึ่งนอกจากผู้บริโภคจะได้สินค้าที่ดีมีคุณภาพแล้ว ยังถือเป็นการช่วยสนับสนุนเกษตรกรของไทยด้วย

ชป.เผยผลจัดสรรน้ำฤดูแล้ง ปี64/65 เป็นไปตามเป้า ‘รมว.เฉลิมชัย’สั่งกรมชลฯรับมือฤดูฝน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/652354

ชป.เผยผลจัดสรรน้ำฤดูแล้ง ปี64/65 เป็นไปตามเป้า 'รมว.เฉลิมชัย'สั่งกรมชลฯรับมือฤดูฝน

วันจันทร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 16.10 น.

ชป.เผยผลจัดสรรน้ำฤดูแล้งปี64/65 เป็นไปตามเป้า”รมว.เฉลิมชัย”สั่งกรมชลฯรับมือฤดูฝน ย้ำให้กักเก็บน้ำหลังฤดูฝนมากกว่าปีที่ผ่านมาให้ประชาชนใช้การได้อย่างเพียงพอ 100%

9 พฤษภาคม 2565 ที่ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน ถนนสามเสน กรุงเทพมหานคร  นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการแถลงข่าว “สรุปการบริหารจัดการน้ำฤดูแล้งปี 2564/65 และเตรียมรับมือฤดูฝน ปี 2565” โดยมีนายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ร่วมแถลงข่าว พร้อมด้วย นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน  และนายชูชาติ รักจิตร รองอธิบดีกรมชลประทาน เข้าร่วมงาน ก่อนทำพิธีปล่อยคาราวานเครื่องจักรกลช่วยเหลือประชาชนในช่วงฤดูฝน ผ่านระบบ Video Conference ไปยังโครงการชลประทานทั่วประเทศ  และถ่ายทอดสดผ่านเพจ Facebook กรมชลประทาน

โดยนายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า การบริหารจัดการน้ำฤดูแล้งปี 2564/65 ได้สิ้นสุดลงแล้วเมื่อวันที่ 30 เมษายน ที่ผ่านมานี้ ผลการจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค รักษาระบบนิเวศ การเกษตร รวมไปถึงการควบคุมค่าความเค็มในแม่น้ำสายหลักต่างๆ เป็นไปตามแผนที่วางไว้อย่างเพียงพอตลอดฤดูแล้ง โดยปฏิบัติตามมาตรการรองรับสถานการณ์ขาดแคลนน้ำฤดูแล้งปี 2564/65 ทั้ง 8 มาตรการอย่างครบถ้วน อีกทั้งยังมีปริมาณน้ำสำรองน้ำไว้ใช้ในช่วงต้นฤดูฝนปี 2565 ตามนโยบายของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  

“สำหรับการจัดสรรน้ำในภาพรวมทั้งประเทศ พบว่ามีการใช้น้ำไปทั้งสิ้น 22,998 ล้าน ลบ.ม. (แผนจัดสรรน้ำทั้งประเทศจัดสรรไว้รวมทุกกิจกรรม 22,280 ล้าน ลบ.ม. สำรองน้ำต้นฤดูฝน 15,557 ล้าน ลบ.ม.) เกินแผนที่ตั้งไว้เล็กน้อย  ด้านผลการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งทั้งประเทศ มีการเพาะปลูกรวมกว่า 8.11 ล้านไร่ (แผนวางไว้ 6.41 ล้านไร่) ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าปีนี้เราส่งน้ำเกินแผนไปประมาณ 718 ล้าน ลบ.ม. แต่เกษตรกรสามารถทำการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งได้เพิ่มอีก 1.7 ล้านไร่  ซึ่ง 2-3 ปีก่อนหน้านี้ ได้ขอความร่วมมือพี่น้องเกษตรกรให้ชะลอการทำนาปรัง เนื่องจากมีปริมาณน้ำไม่เพียงพอ แต่ในฤดูแล้งที่ผ่านมา กรมชลประทานสามารถบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้ง ตามปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่ ได้อย่างเต็มศักยภาพ ด้วยการจัดสรรน้ำอย่างประณีต ทำให้พี่น้องเกษตรกรในเขตชลประทานมีรายได้จากการเพาะปลูกพืช ส่วนน้ำสำรองต้นฤดูฝนที่เราคาดการณ์ไว้ว่าจะต้องสำรองประมาณ 15,557 ล้าน ลบ.ม. ปรากฏว่าในวันเริ่มต้นฤดูฝน วันที่ 1 พ.ค. 65 เรามีน้ำต้นทุนอยู่ 19,950 ล้าน ลบ.ม. มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ 4,393 ล้าน ลบ.ม. ถือว่าเป็นกำไร นอกจากนี้ ยังได้ดำเนินโครงการจ้างแรงงานชลประทานเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในช่วงฤดูแล้ง ที่จนถึงขณะนี้มีการจ้างงานไปแล้วกว่า 74,000 คน”  นายประพิศฯ กล่าว 

ในส่วนของสถานการณ์ฤดูฝนของประเทศไทย ปี 2565 กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าปีนี้จะเริ่มประมาณกลางเดือนพฤษภาคม 2565 ซึ่งใกล้เคียงปกติและจะสิ้นสุดประมาณกลางเดือนตุลาคม 2565 โดยปริมาณฝนรวมของทั้งประเทศในช่วงฤดูฝนตกมากกว่าค่าปกติร้อยละ 3 ซึ่งต่ำกว่าปี 2564 ที่ผ่านมา ที่มีฝนตกสูงกว่าค่าปกติถึงร้อยละ 8 ทั้งนี้ในช่วงกลางเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนกรกฎาคมจะเป็นช่วงที่ฝนจะตกน้อย หลังจากนั้นฝนจะตกชุกหนาแน่นในช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน 

สำหรับแผนการจัดสรรน้ำและการเพาะปลูกพืชฤดูฝนปี 2565 กรมชลประทาน ได้วางแผนบริหารจัดการน้ำ โดยส่งเสริมการเพาะปลูกพืชฤดูฝนให้ใช้น้ำฝนเป็นหลัก ใช้น้ำชลประทานเสริมกรณีฝนทิ้งช่วงหรือปริมาณฝนตกน้อยกว่าคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ที่สำคัญได้วางแผนบริหารจัดการน้ำภายใต้มาตรการรับมือฤดูฝนปี 2565 ทั้ง 13 มาตรการ ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2565 โดยได้เตรียมการรับมือปัญหาอุทกภัย ด้วยการกำหนดวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ ปริมาณน้ำในลำน้ำ กำหนดคน กำหนดผู้รับผิดชอบในพื้นที่ต่างๆ ที่อาจจะได้รับผลกระทบ รวมทั้งประสานงานกับหน่วยงานจังหวัด ร่วมกันติดตามและวิเคราะห์หรือคาดการณ์สถานการณ์น้ำในลำน้ำ การจัดสรรทรัพยากร เช่น เครื่องสูบน้ำ เครื่องจักรกล รถขุด รถแทรกเตอร์ หรือเครื่องมือต่างๆ ให้พร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา โดยในวันนี้ได้มีการปล่อยคาราวานเครื่องจักรกลและเครื่องมือต่างๆ ที่ประจำอยู่ที่ศูนย์บริหารเครื่องจักรกลที่ 1-7 ของสำนักเครื่องจักรกล จำนวนรวม 5,382 หน่วย ออกไปเตรียมพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนทั่วประเทศตลอดช่วงฤดูฝนนี้ 

กรมชลประทาน มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ ที่จะบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝนต่อเนื่องไปจนถึงฤดูแล้งอย่างเต็มศักยภาพ เพื่อให้พี่น้องประชาชนและเกษตรกร ได้มีน้ำใช้ในทุกกิจกรรมตลอดทั้งปีตามศักยภาพที่มีอยู่ ซึ่งการดำเนินงานต่างๆของกรมชลประทานจะสำเร็จไม่ได้เลย หากขาดความร่วมมือร่วมใจจากพี่น้องประชาชน เกษตรกร รวมถึงทุกภาคส่วน ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันทำให้การบริหารจัดการน้ำสำเร็จตามแผนที่วางไว้ จึงขอขอบคุณทุกภาคส่วนมา ณ โอกาสนี้ 

‘เฉลิมชัย’พอใจกรมชลประทานจัดสรรน้ำฤดูแล้ง สั่งเดินหน้ารับมือฤดูฝนเต็มกำลัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/652339

'เฉลิมชัย'พอใจกรมชลประทานจัดสรรน้ำฤดูแล้ง สั่งเดินหน้ารับมือฤดูฝนเต็มกำลัง

วันจันทร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 15.38 น.

เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2565 ที่ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน ถนนสามเสน กรุงเทพมหานคร นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการแถลงข่าว “สรุปการบริหารจัดการน้ำฤดูแล้งปี 2564/65 และเตรียมรับมือฤดูฝน ปี 2565” โดยมี นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน ดร.ชมภารี ชมภูรัตน์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ร่วมแถลงข่าว พร้อมด้วย ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน และนายชูชาติ รักจิตร รองอธิบดีกรมชลประทาน เข้าร่วมงาน ก่อนทำพิธีปล่อยคาราวานเครื่องจักรกลช่วยเหลือประชาชนในช่วงฤดูฝน ผ่านระบบ Video Conference ไปยังโครงการชลประทานทั่วประเทศ และถ่ายทอดสดผ่านเพจ Facebook กรมชลประทาน

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า การบริหารจัดการน้ำฤดูแล้งปี 2564/65 ได้สิ้นสุดลงแล้วเมื่อวันที่ 30 เมษายน ที่ผ่านมานี้ ผลการจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค รักษาระบบนิเวศ การเกษตร รวมไปถึงการควบคุมค่าความเค็มในแม่น้ำสายหลักต่างๆ เป็นไปตามแผนที่วางไว้อย่างเพียงพอตลอดฤดูแล้ง โดยปฏิบัติตามมาตรการรองรับสถานการณ์ขาดแคลนน้ำฤดูแล้งปี 2564/65 ทั้ง 8 มาตรการอย่างครบถ้วน อีกทั้งยังมีปริมาณน้ำสำรองน้ำไว้ใช้ในช่วงต้นฤดูฝนปี 2565 ตามนโยบายของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

“สำหรับการจัดสรรน้ำในภาพรวมทั้งประเทศ พบว่ามีการใช้น้ำไปทั้งสิ้น 22,998 ล้าน ลบ.ม. (แผนจัดสรรน้ำทั้งประเทศจัดสรรไว้รวมทุกกิจกรรม 22,280 ล้าน ลบ.ม.สำรองน้ำต้นฤดูฝน 15,557 ล้าน ลบ.ม.) เกินแผนที่ตั้งไว้เล็กน้อย ด้านผลการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งทั้งประเทศ มีการเพาะปลูกรวมกว่า 8.11 ล้านไร่ (แผนวางไว้ 6.41 ล้านไร่) ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าปีนี้เราส่งน้ำเกินแผนไปประมาณ 718 ล้าน ลบ.ม.แต่เกษตรกรสามารถทำการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งได้เพิ่มอีก 1.7 ล้านไร่ ซึ่ง 2 – 3 ปีก่อนหน้านี้ ได้ขอความร่วมมือพี่น้องเกษตรกรให้ชะลอการทำนาปรัง เนื่องจากมีปริมาณน้ำไม่เพียงพอ แต่ในฤดูแล้งที่ผ่านมา กรมชลประทานสามารถบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้ง ตามปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่ ได้อย่างเต็มศักยภาพ ด้วยการจัดสรรน้ำอย่างประณีต ทำให้พี่น้องเกษตรกรในเขตชลประทานมีรายได้จากการเพาะปลูกพืช ส่วนน้ำสำรองต้นฤดูฝนที่เราคาดการณ์ไว้ว่าจะต้องสำรองประมาณ 15,557 ล้าน ลบ.ม. ปรากฏว่าในวันเริ่มต้นฤดูฝน วันที่ 1 พ.ค.65 เรามีน้ำต้นทุนอยู่ 19,950 ล้าน ลบ.ม. มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ 4,393 ล้าน ลบ.ม. ถือว่าเป็นกำไร นอกจากนี้ ยังได้ดำเนินโครงการจ้างแรงงานชลประทานเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในช่วงฤดูแล้ง ที่จนถึงขณะนี้มีการจ้างงานไปแล้วกว่า 74,000 คน” นายประพิศฯ กล่าว

ในส่วนของสถานการณ์ฤดูฝนของประเทศไทย ปี 2565 กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าปีนี้จะเริ่มประมาณกลางเดือนพฤษภาคม 2565 ซึ่งใกล้เคียงปกติและจะสิ้นสุดประมาณกลางเดือนตุลาคม 2565 โดยปริมาณฝนรวมของทั้งประเทศในช่วงฤดูฝนตกมากกว่าค่าปกติร้อยละ 3 ซึ่งต่ำกว่าปี 2564 ที่ผ่านมา ที่มีฝนตกสูงกว่าค่าปกติถึงร้อยละ 8 ทั้งนี้ในช่วงกลางเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนกรกฎาคมจะเป็นช่วงที่ฝนจะตกน้อย หลังจากนั้นฝนจะตกชุกหนาแน่นในช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน

สำหรับแผนการจัดสรรน้ำและการเพาะปลูกพืชฤดูฝนปี 2565 กรมชลประทาน ได้วางแผนบริหารจัดการน้ำ โดยส่งเสริมการเพาะปลูกพืชฤดูฝนให้ใช้น้ำฝนเป็นหลัก ใช้น้ำชลประทานเสริมกรณีฝนทิ้งช่วงหรือปริมาณฝนตกน้อยกว่าคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ที่สำคัญได้วางแผนบริหารจัดการน้ำภายใต้มาตรการรับมือฤดูฝนปี 2565 ทั้ง 13 มาตรการ ตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2565 โดยได้เตรียมการรับมือปัญหาอุทกภัย ด้วยการกำหนดวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ ปริมาณน้ำในลำน้ำ กำหนดคน กำหนดผู้รับผิดชอบในพื้นที่ต่างๆ ที่อาจจะได้รับผลกระทบ รวมทั้งประสานงานกับหน่วยงานจังหวัด ร่วมกันติดตามและวิเคราะห์หรือคาดการณ์สถานการณ์น้ำในลำน้ำ การจัดสรรทรัพยากร เช่น เครื่องสูบน้ำ เครื่องจักรกล รถขุด รถแทรกเตอร์ หรือเครื่องมือต่างๆ ให้พร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา โดยในวันนี้ได้มีการปล่อยคาราวานเครื่องจักรกลและเครื่องมือต่างๆ ที่ประจำอยู่ที่ศูนย์บริหารเครื่องจักรกลที่ 1 – 7 ของสำนักเครื่องจักรกล จำนวนรวม 5,382 หน่วย ออกไปเตรียมพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนทั่วประเทศตลอดช่วงฤดูฝนนี้

กรมชลประทาน มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ ที่จะบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝนต่อเนื่องไปจนถึงฤดูแล้งอย่างเต็มศักยภาพ เพื่อให้พี่น้องประชาชนและเกษตรกร ได้มีน้ำใช้ในทุกกิจกรรมตลอดทั้งปีตามศักยภาพที่มีอยู่ ซึ่งการดำเนินงานต่างๆ ของกรมชลประทานจะสำเร็จไม่ได้เลย หากขาดความร่วมมือร่วมใจจากพี่น้องประชาชน เกษตรกร รวมถึงทุกภาคส่วน ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันทำให้การบริหารจัดการน้ำสำเร็จตามแผนที่วางไว้ จึงขอขอบคุณทุกภาคส่วนมา ณ โอกาสนี้

กรมชลฯจัดการน้ำตามแผน ย้ำให้ปฏิบัติตาม13มาตรการรับมือ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/652164

วันจันทร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ปริมาณน้ำในอ่างขนาดใหญ่ขนาดกลาง และขนาดเล็ก มีปริมาณ 20,068 ล้านลูกบาศก์เมตร (ล้านลบ.ม.) หรือ 38% ของความจุอ่าง จากปริมาณน้ำต้นทุนเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 มีปริมาณ 37,857 ล้าน ลบ.ม. มีการจัดสรรน้ำเพื่อใช้ในฤดูแล้งในกิจกรรมต่างๆ 22,998 ล้าน ลบ.ม. เกินแผนประมาณ 3% จากแผนบริหารจัดการน้ำในฤดูแล้งปีเพาะปลูก 2564/65 เริ่มวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 กำหนดปริมาณน้ำใช้การได้ในฤดูแล้ง 22,280 ล้าน ลบ.ม. โดยมีการติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำแหล่งน้ำ และแม่น้ำสายหลักต่างๆ เพื่อเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องและเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุน แต่จากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ประชาชนกลับภูมิลำเนาและทำอาชีพเกษตรเพิ่มมากขึ้น ส่งผลต่อการปลูกข้าวนาปรังในปีนี้ที่เกินแผนส่งเสริมเท่าตัว แต่ทางกลับกันพบว่ามีการใช้น้ำเกินแผนไปเล็กน้อย

สำหรับ ผลการเพาะปลูก ข้าวนาปรัง 2564/65 ทั่วประเทศ มีการปลูก ข้าวไปแล้วจำนวน 8.11 ล้านไร่ เกินแผนประมาณ 26.5% จากแผน 6.41 ล้านไร่ ขณะนี้มีการเก็บเกี่ยว 5.22 ล้านไร่ ในจำนวนนี้ ลุ่มเจ้าพระยาถือว่าเพาะปลูกข้าวมากที่สุด 4.41 ล้านไร่ มากกว่าแผน 56.75% จากแผนที่วางไว้ 2.81 ล้านไร่ถือเป็นพื้นที่ที่ทำนาปรังมากที่สุด สัดส่วนประมาณ 55% ของพื้นที่ทำนาปรังทั่วประเทศ

นายทวีศักดิ์กล่าวต่อว่า เพื่อรับมือฤดูฝนที่กำลังจะมาถึงจึงมอบหมายสำนักงานชลประทานทั่วประเทศ ประสานงานและตรวจสอบพื้นที่ที่มีการปรับปรุงอาคารชลประทานและทางน้ำที่อาจจะมีผลกระทบต่อประสิทธิภาพการระบายน้ำพร้อมเตรียมแผนการแก้ไขบัญหาไว้ล่วงหน้า รวมถึงเน้นย้ำให้ดำเนินการปฏิบัติตาม 13 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 2565 ของรัฐบาล บริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุม เร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างสม่ำเสมอ ติดตาม วิเคราะห์สภาพอากาศ สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำ แม่น้ำสายหลักต่างๆ

พร้อมกันนี้ ได้ให้สำนักเครื่องจักรกล ดำเนินการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการใช้งานและการบำรุงรักษาเครื่องจักร เครื่องมือ ให้กับบุคลากรของหน่วยงานในทุกพื้นที่ ให้สามารถบำรุงรักษาและใช้งานเครื่องจักร เครื่องมือได้อย่างเต็มศักยภาพ เพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้งาน ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ที่ผ่านมา รับทราบ 13 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 2565 แล้ว

อีสานเกตเวย์ส่งผลไม้ทางรถไฟลาว-จีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/652167

naewna

วันจันทร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ หรือฟรุ้ตบอร์ด กล่าวแสดงความชื่นชมต่อความสำเร็จในการส่งออกทุเรียนไทยลอตใหญ่ที่สุด 500 ตัน 27 ตู้คอนเทนเนอร์ของฤดูกาลผลิตผลไม้ ปี 2565 ที่ขนส่งด้วยรถไฟลาว-จีน ตามนโยบายอีสานเกตเวย์ และเป็นการเปิดศักราชใหม่ของการขนส่งผลไม้ไทยด้วยระบบราง ภายใต้พิธีสารการนำเข้าส่งออกผลไม้ระหว่างไทย-จีน โดยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนของไทย-ลาว และจีน หลังจากทดสอบการส่งออกทุเรียน 2 ตู้คอนเทนเนอร์ และมะพร้าวน้ำหอม 1 ตู้คอนเทนเนอร์ เมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา จากนี้จะขยายไปสู่การขนส่งผลไม้และสินค้าเกษตรอื่นๆ เช่นมังคุด ลำไย ข้าว ยางพารา มะม่วง เป็นต้น

ด้านนายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารมว.เกษตรฯ ในฐานะประธานคณะทำงานฟรุ้ทบอร์ด เปิดเผยว่า ทุเรียนลอตใหญ่ลอตแรกมาจาก จ.จันทบุรี 27 ตู้ ซึ่งเป็นการขนส่งระบบผสมผสาน “ราง-รถ” โดยรถบรรทุกคอนเทนเนอร์รุ่นใหม่ บรรทุกทุเรียนที่ผ่านการตรวจสอบโรคพืช ไม่มีทุเรียนอ่อนและปลอดการปนเปื้อนไวรัสโควิด-19เดินทางจากภาคตะวันออกข้ามแม่น้ำโขงที่สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 ไปถ่ายตู้ที่ท่าบกท่านาแล้ง ก่อนลำเลียงไปขึ้นแคร่รถไฟที่สถานีเวียงจันทน์ใต้ แล้วเดินทางไปยังสถานีรถไฟนาเตยในแขวงหลวงน้ำทา ก่อนยกขึ้นรถบรรทุกคอนเทนเนอร์ เดินทางไปด่านบ่อเต็น ข้ามพรมแดน “ลาว-จีน” ไปตรวจโรคพืชและโควิดที่ด่านโมฮ่าน มณฑลยูนนาน ประเทศจีน

ทั้งนี้ การขนส่งทุเรียนภายใต้พิธีสารไทย-จีนลอตนี้ใช้เวลาเพียงวันครึ่ง นับแต่ออกจากสถานีเวียงจันทน์ใต้ผ่านพิธีการสินค้าผ่านแดนจนถึงด่านโมฮ่าน ร่นเวลาได้เร็วกว่าเดิมเกินเท่าตัวเมื่อเทียบกับการทดสอบเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา โดยมีการเจรจาความร่วมมือกับนายจันทอน สิทธิชัย ประธานกลุ่มบริษัทท่าบกท่านาแล้ง และบริษัท เวียงจันทน์โลจิสติกส์ปาร์ค และสถานีเวียงจันทน์ใต้ ของการรถไฟลาวฯ