สภาเกษตรฯจับมือ ทำ1จังหวัด1ต้นแบบ ช่วยลดต้นทุนผลิต หนุนทำนาให้ยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/652162

naewna

วันจันทร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายณรงค์รัตน์ ม่วงประเสริฐ ผู้ช่วยเลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวว่า ได้จัดเวทีรับฟังปัญหาและแนวทางแก้ไขด้านข้าวและชาวนาไทย 4 ภาค โดยมีชาวนา ผู้ประกอบการโรงสี ผู้ส่งออก ร่วมแสดงความคิดเห็นเพื่อรวบรวมแล้วจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายด้านข้าวและชาวนาอย่างยั่งยืนและครบวงจร ซึ่งทั้ง 4 เวทีพี่น้องชาวนาประสบปัญหาหลักเรื่องเดียวกัน คือต้นทุนการผลิตที่สูงมาก โดยเฉพาะปุ๋ยเคมีที่เพิ่มขึ้นไปถึงกว่า 200% สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช และน้ำมันเชื้อเพลิง โดยต้นทุนการผลิตอยู่ที่ประมาณเกือบ 4,000 บาทต่อไร่ แต่ก็มีชาวนาที่ใช้ต้นทุนการผลิตแค่ประมาณ 2,000 กว่าบาท หรือใช้ต้นทุนการผลิตที่สูงกว่าคือถึง 6,000 กว่าบาทต่อไร่ จึงนำชาวนาที่ประสบความสำเร็จกับการลดต้นทุนการผลิตด้วยวิธีการ “จับมือทำ 1 จังหวัด 1 ต้นแบบ” เพื่อเป็นการกระตุ้นและนำร่องการขับเคลื่อนให้พี่น้องชาวนาทั้งประเทศ

สำหรับเรื่องใหญ่ที่สุดคือชาวนา มีความจำเป็นที่จะต้องปรับตัวภายใต้สถานการณ์ที่ภาครัฐพยายามควบคุมราคาปัจจัยการผลิต แต่ไม่สามารถทำได้ ซึ่งนายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรฯ ให้แนวทางว่า บันไดก้าวแรกคือ พี่น้องชาวนาต้องลดต้นทุนการผลิตเพื่อเป็นทางรอด จึงนำมาสู่แนวคิดจับมือทำ 1 จังหวัด 1 ต้นแบบ ด้วยสภาเกษตรกรฯ มีชาวนาที่เป็นต้นแบบประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหา ปรับตัวเรื่องการทำนาในพื้นที่ของตน และสามารถที่จะถ่ายทอดความรู้สู่พี่น้องชาวนาผู้ร่วมอาชีพได้ ซึ่งสภาเกษตรกรฯ จะนำไปหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันถ่ายทอดความรู้สู่ชาวนาต่อไป

การยางฯชวนขึ้นทะเบียนสวน รับประโยชน์กองทุนพัฒนายาง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/652166

naewna

วันจันทร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายดิษฐเดช วัฒนาพร ผอ.ฝ่ายพัฒนาเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวว่า ขณะนี้ กยท.เปิดโอกาสให้เกษตรกรชาวสวนยางทั่วประเทศ ขึ้นทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยางกับ กยท.ได้ ทั้งเกษตรกรที่สวนยางมีเอกสารสิทธิ และเกษตรกรที่แจ้งข้อมูลปลูกยางกับ กยท.ก็สามารถขึ้นทะเบียนเพื่อรับสิทธิประโยชน์จากกองทุนพัฒนายางพาราตามมาตราที่ระบุใน พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทย 2558 อาทิ การจัดทำประกันอุบัติเหตุกลุ่มเพื่อเกษตรกรชาวสวนยางรวมไปถึงการรับความช่วยเหลือตามโครงการต่างๆ ของทางรัฐบาล เช่น โครงการประกันรายได้ชาวสวนยาง เป็นต้น อย่างไรก็ดี ในส่วนของกำหนดระยะเวลาในการขึ้นทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยางรายใหม่ กำหนดไว้ภายในเดือนมิถุนายน 2565

ทั้งนี้ สำหรับเกษตรกรที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามการขึ้นทะเบียนได้ที่ กยท.จังหวัด/สาขา ในพื้นที่หรือที่ฝ่ายพัฒนาเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร กยท.สำนักงานใหญ่ ถนนบางขุนนนท์ กทม. ได้ในวันและเวลาราชการ

‘ปศุสัตว์-ม.แม่โจ้’จับมือจัดงานมหกรรมไก่พื้นเมืองแห่งชาติ ครั้งที่ 6 สีสันแห่งล้านนา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/651994

‘ปศุสัตว์-ม.แม่โจ้’จับมือจัดงานมหกรรมไก่พื้นเมืองแห่งชาติ ครั้งที่ 6 สีสันแห่งล้านนา

วันเสาร์ ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 16.43 น.

‘ปศุสัตว์-ม.แม่โจ้’จับมือจัดงานมหกรรมไก่พื้นเมืองแห่งชาติ ครั้งที่ 6 สีสันแห่งล้านนา

7 พฤษภาคม 2565 นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์  โยธคล  รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรมไก่พื้นเมืองแห่งชาติ  ครั้งที่ 6  สีสันแห่งล้านนา โดยมีนายศิวะ ธมิกานนท์ นายอำเภอสันทราย  ผศ.พาวิน มะโนชัย รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้   นายสัตวแพทย์อนุสรณ์ หอมขจร ปศุสัตว์จังหวัดเชียงใหม่  นายวิวัฒน์ ไชยชะอุ่ม ผอ.กสส. นายพนม มีศิริพันธ์ ปศุสัตว์เขต 5  และ ตัวแทนจากหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมงาน ในวันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม 2565  ณ สำนักฟาร์ม 907 ไร่ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่

นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์  โยธคล  รองอธิบดีกรมปศุสัตว์  กล่าวว่า  กรมปศุสัตว์มีการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ไก่พื้นเมือง  ในด้านการเสริมสร้างนวัตกรรม เทคโนโลยี  การเพิ่มมูลค่าไก่พื้นเมืองทั้งมีชีวิตและผลิตภัณฑ์  โดยส่งเสริมให้มีการจัดงานมหกรรมไก่พื้นเมืองแห่งชาติมาแล้ว 5 ครั้งและในครั้งนี้เป็นครั้งที่ 6  ซึ่งเป็นการเผยแพร่อัตลักษณ์พื้นถิ่นของไก่พื้นเมือง  การเชื่อมโยงเครือข่าย การผลิต การตลาดไก่พื้นเมืองในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน  เป็นการรณรงค์ส่งเสริมให้เกษตรกร นักวิชาการ และผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมกันค้นหาแนวทางการพัฒนาอาชีพการเลี้ยงไก่พื้นเมือง การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีในการพัฒนาสายพันธุ์  การจัดการให้มีความเหมาะสมเกิดประโยชน์ในเชิงอนุรักษ์ พัฒนาพันธุ์ไก่พื้นเมืองให้คงอยู่เป็นสมบัติของชาติ เผยแพร่เอกลักษณ์และอัตลักษณ์ของไก่พื้นเมืองไทย บูรณาการร่วมกับชุมชน เพื่อสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรอย่างยั่งยืน

งานมหกรรมไก่พื้นเมือง ครั้งที่ 6 นี้ มีกิจกรรมหลากหลายที่น่าสนใจ  อาทิ การแข่งขันทำลาบไก่  การแข่งขันสานสุ่มไก่  การแข่งขันไก่ต่อไก่ตั้ง  การประกวดไก้แจ้สวยงาม  การประกวดไก่พื้นเมืองสวยงาม  พร้อมทั้งมีการเสวนา ในหัวข้อ ทิศทางการส่งเสริมและการพัฒนาตลาดไก่พื้นเมือง ฯลฯ ด้วย

-005

ไทยยื่นขอFAOรับรอง‘วิถีการเลี้ยงควายน้ำ’ทะเลน้อย เป็น‘มรดกทางการเกษตรโลก’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/651964

ไทยยื่นขอFAOรับรอง‘วิถีการเลี้ยงควายน้ำ’ทะเลน้อย เป็น‘มรดกทางการเกษตรโลก’

วันเสาร์ ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 15.03 น.

กระทรวงเกษตรฯยื่น FAO ขอรับรองวิถีการเลี้ยง‘ควายน้ำทะเลน้อย’ เป็น‘มรดกทางการเกษตรโลก’

7 พฤษภาคม 2565 นายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ยื่นเอกสารขอรับรอง “วิถีการเลี้ยงควายและเกษตรเชิงนิเวศในพื้นที่ทะเลน้อย” เป็น “มรดกทางการเกษตรโลก” (Globally Important Agricultural Heritage System หรือ GIAHS) จากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ FAO

ทั้งนี้ พื้นที่ดังกล่าวมีความสำคัญเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมากจนได้รับการประกาศให้เป็นเขตพื้นที่ชุ่มน้ำโลก หรือ “Ramsar site” และมีความสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของ FAO ในการเป็นมรดกทางการเกษตร ที่เน้นการอนุรักษ์มรดกทางการเกษตรโลก เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารและพัฒนาเศรษฐกิจ ปกป้องและส่งเสริมการใช้ทางชีวภาพให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมท้องถิ่นและยั่งยืนบริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อย มีวิถีชีวิตที่มีความเชื่อมโยงกับควายน้ำทะเลน้อย โดยสืบทอดการเลี้ยงควายมายาวนานมากว่า 250 ปี

สำหรับเกษตรกรในพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อยมีรายได้หลักจากการขายควาย ประกอบกับการทำประมง ปลูกข้าว และแปรรูปผลิตภัณฑ์จากกระจูด ด้านระบบนิเวศ เมื่อถึงฤดูน้ำหลาก น้ำในทะเลน้อยมีปริมาณสูง ควายน้ำจะดำน้ำลงไปกินหญ้าใต้น้ำและพืชน้ำอย่างสายบัว ใบบัว หรือสาหร่าย กระจูด ซึ่งมีความสำคัญต่อระบบนิเวศในการกำจัดวัชพืช และมูลของควายยังเป็นอาหารให้กับพืชและแพลงตอน ซึ่งเป็นอาหารปลา และในส่วนของด้านวัฒนธรรม ควายเป็นศูนย์รวมของความเชื่อ มีพิธีกรรมและประเพณีที่เกี่ยวข้องกับควาย และทางเดินของควาย นอกจากจะสร้างภูมิทัศน์ที่สวยงามยังช่วยป้องกันการเกิดไฟป่าอีกด้วย

นายทองเปลว ระบุว่า ประเทศไทยได้รับการสนับสนุนให้ผลักดันพื้นที่ชุ่มทะเลน้อย จ.พัทลุง เพื่อขึ้นทะเบียนมรดกทางการเกษตรโลก ผ่านโครงการความร่วมมือระหว่างไทย – FAO เมื่อปี พ.ศ. 2560 โดย FAO ได้สนับสนุนผู้เชี่ยวชาญเพื่อจัดทำแผนงานและเอกสารข้อเสนอการขึ้นทะเบียน (GIAHS Proposal) และได้กำหนดหลักเกณฑ์ที่จะสามารถขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางการเกษตรโลกได้ จะต้องมีองค์ประกอบครบตามหลักเกณฑ์ 5 ข้อ ได้แก่ 1) ความมั่นคงด้านอาหาร/ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี 2) ความหลากหลายทางชีวภาพการเกษตร 3) ระบบความรู้/ภูมิปัญญาท้องถิ่นมีมาแต่ดั้งเดิม 4) วัฒนธรรม ระบบคุณค่า และองค์กรทางสังคม และ 5) ลักษณะภูมิทัศน์/และภูมิทัศน์ทางทะเล โดยในปี พ.ศ. 2564 มีพื้นที่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียน GIAHS แล้ว 62 พื้นที่ จาก 22 ประเทศทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม หากพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางการเกษตรโลกได้สำเร็จ จะทำให้เกษตรกรและชุมชนได้รับประโยชน์ในด้านการท่องเที่ยว โอกาสทางการเกษตร การจ้างงานเพิ่มขึ้น รายได้เพิ่มขึ้น และการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ

-005

‘กรมการข้าว’เตรียมแจก 6 พันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทาน เนื่องในวันพืชมงคล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/651766

'กรมการข้าว'เตรียมแจก 6 พันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทาน เนื่องในวันพืชมงคล

วันศุกร์ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 14.59 น.

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2565 นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า เนื่องในวันพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคลแรกนาขวัญปีนี้ กรมการข้าวขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต จากพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสิน ทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว นำเมล็ดพันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทานทั้งหมด 6 พันธุ์ จำนวน 1,728 กิโลกรัม นำเข้าพระราชพิธีพืชมงคลเพื่อปลุกเสกเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ประกอบด้วย

1) ขาวดอกมะลิ 105 เป็นข้าวเจ้าที่ทนแล้งได้ดีพอสมควร เมล็ดข้าวสารใส แกร่ง คุณภาพการสีดี คุณภาพการหุงต้มดี อ่อนนุ่ม มีกลิ่นหอม ทนต่อสภาพดินเปรี้ยวและดินเค็ม จำนวน 245 กิโลกรัม

2) ปทุมธานี 1 เป็นข้าวเจ้าผลผลิตสูง ให้ผลผลิตประมาณ 650 – 774 กิโลกรัมต่อไร่ คุณภาพเมล็ดคล้ายพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและเพลี้ยกระโดดหลังขาว ต้านทานโรคไหม้และโรคขอบใบแห้ง จำนวน 399 กิโลกรัม

3) กข43 เป็นข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสง ให้ผลผลิตประมาณ 561 กิโลกรัมต่อไร่ คุณภาพของเมล็ดทางการหุงต้มรับประทาน ดี ข้าวสุกนุ่ม มีกลิ่นหอมอ่อน ค่อนข้างต้านทานต่อโรคไหม้และเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล จำนวน 125 กิโลกรัม

4) กข6 เป็นข้าวเหนียวให้ผลผลิตสูง ประมาณ 666 กิโลกรัมต่อไร่ และทนแล้งดีกว่าพันธุ์เหนียว สันป่าตอง คุณภาพการหุงต้มดี มีกลิ่นหอม คุณภาพการสีดี ต้านทานโรคใบจุดสีน้ำตาล จำนวน 70 กิโลกรัม

5) กข87 เป็นพันธุ์ข้าวประเภทพื้นนุ่ม ให้ผลผลิตเฉลี่ย 546 กิโลกรัมต่อไร่ ลักษณะเด่นพิเศษ ข้าวสุกนุ่ม ค่อนข้างเหนียว คุณภาพเมล็ดทางกายภาพดี ท้องไข่น้อย คุณภาพการสีดีมาก เหมาะสำหรับปลูกในพื้นที่นาชลประทานภาคกลางและภาคเหนือตอนล่าง จำนวน 300 กิโลกรัม

6) กข85 เป็นข้าวเจ้าพื้นแข็ง เป็นข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสง ปลูกได้ทั้งนาปี และนาปรัง ทนต่อสภาพอากาศเย็น คุณภาพการสีดีมาก ท้องไข่น้อย ให้ผลผลิตสูงถึง 862 กิโลกรัมต่อไร่ จำนวน 589 กิโลกรัม

สำหรับพันธุ์ข้าวพระราชทานทั้ง 6 พันธุ์ จะถูกนำไปหว่านในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ในวันที่ 13 พฤษภาคม 2565 โดยมี ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปฏิบัติหน้าที่เป็น พระยาแรกนาหว่านข้าว ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง

โดยกรมการข้าวได้เตรียมพันธุ์ข้าวทั้ง 6 พันธุ์ นำไปบรรจุซองพลาสติกเพื่อแจกจ่ายให้พสกนิกรผู้สนใจและชาวนาทั่วประเทศ รับไปเป็นมิ่งขวัญและสิริมงคลในการประกอบอาชีพการเกษตรของตนตามประเพณีนิยม เพื่อให้เป็นไปตามพระราชประสงค์สืบไป โดยท่านใดที่สนใจพันธุ์ข้าวพระราชทาน สามารถสอบถามได้ที่ กรมการข้าว กองเมล็ดพันธุ์ข้าวที่เบอร์โทรศัพท์ 02-561-3794 และศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวทั้ง 29 แห่ง ศูนย์วิจัยข้าวทั้ง 27 แห่ง และสถาบันวิทยาศาสตร์ข้าว จังหวัดสุพรรณบุรี อีกทั้งนอกจากนี้ ผู้ที่สนใจยังสามารถรับเมล็ดพันธุ์พระราชทานผ่านการลงทะเบียนออนไลน์ได้ที่ https://rice.moac.go.th/ หรือ Scan QR Code ได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 8 พฤษภาคม 2565 ซึ่งเมื่อลงทะเบียนทางออนไลน์แล้ว สามารถเดินทางไปรับพันธุ์ข้าวพระราชทานได้ที่สำนักงานเกษตรจังหวัด หรือสำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้านท่านหลังจากวันที่ 13 พฤษภาคม 2565 เป็นต้นไป (จำกัดท่านละ 2 ซอง)

สำหรับพระราชพิธีจรดพระนังคลแรกนาขวัญ ประจำปี 2565 จะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 13 พฤษภาคม 2565 เวลา 08.00 น.ผ่านทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย และสื่อโซเชียลมีเดีย เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

– 006

ปศุสัตว์คุมโรคASFในหมูได้ แนะทำระบบปลอดภัยทางชีวภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/651642

วันศุกร์ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวถึงกรณีมีการนำเสนอข่าวว่าราคาสุกรพุ่งขึ้นอีกครั้ง โดยแนวโน้มราคาจำหน่ายเนื้อสุกรชำแหละ มีการปรับขึ้นราคาจากช่วงเทศกาลสงกรานต์อีกกิโลกรัมละ 5 บาท โดยมีราคาจำหน่ายสุกรหน้าฟาร์มที่กิโลกรัมละ 96-98 บาท และเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศต่างๆ ราคาสุกรมีชีวิตในประเทศไทยอยู่ในกลุ่มที่มีราคาระดับสูงที่สุดในโลก เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นและจากสถานการณ์โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) นั้น

ทั้งนี้ ราคาสุกรที่ปรับเพิ่มขึ้นมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นทั้งจากราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ประเทศไทยจำเป็นต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศโดยเฉพาะจากทวีปยุโรปซึ่งกำลังประสบปัญหาสภาวะสงครามในประเทศยูเครนซึ่งเป็นแหล่งผลิตวัตถุดิบอาหารและน้ำมันที่สำคัญของโลกรวมทั้งประเทศไทย ต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น การลงทุนในการทำระบบการป้องกันโรคระบาดในฟาร์ม การพักคอกและการปรับปรุงเพื่อเตรียมความพร้อมระบบการเลี้ยงก่อนการนำสุกรเข้ามาเลี้ยงใหม่ของเกษตรกรรายเล็ก รายย่อยส่งผลให้เกิดการขาดแคลนปริมาณเนื้อสุกรในตลาด ประกอบกับความต้องการของตลาดที่เพิ่มมากขึ้นภายหลังจากเศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัว

รวมถึงปัจจัยด้านสภาพอากาศที่ร้อนจัดทำให้สุกรเติบโตช้า ทั้งหมดล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้ราคาเนื้อสุกรมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งสถานการณ์ต่างๆ จะเริ่มคลี่คลายจนกว่าผลผลิตสุกรรอบใหม่จะเริ่มทยอยเข้าสู่ตลาดในช่วงครึ่งปีหลัง และราคาเนื้อสุกรจึงจะปรับราคาลดลง สำหรับสถานการณ์โรค ASF นั้น นับตั้งแต่พบการระบาดครั้งแรกในประเทศไทยในวันที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา จากการควบคุมและดำเนินการอย่างเข้มงวดต่อเนื่องในทุกพื้นที่ สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย จนปัจจุบันสามารถควบคุมโรคให้อยู่ในวงจำกัดได้แล้ว กรมปศุสัตว์ ได้กำหนดแนวทางฟื้นฟูเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรโดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อย-รายเล็ก กำหนดหลักเกณฑ์การนำสุกรเข้ามาเลี้ยงใหม่ และมีแผนการเพิ่มผลผลิตสุกรพันธุ์ดี จำหน่ายให้เกษตรกร

อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวต่อว่า ขอความร่วมมือให้พี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรที่จะนำสุกรเข้ามาเลี้ยงใหม่ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่ เพื่อตรวจประเมินระบบการป้องกันโรคของฟาร์มสุกร รวมทั้งขอความร่วมมือในการเป็นเครือข่ายการเฝ้าระวังโรคระบาดในสุกร เพื่อสามารถควบคุมโรคให้อยู่ในวงจำกัด ยกระดับความปลอดภัยทางชีวภาพ กำจัดแมลงและสัตว์พาหะในฟาร์ม และขอให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจากกรมปศุสัตว์

อ.ต.ก.จับมือสหกรณ์สุรินทร์ผลิตข้าวขาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/651643

วันศุกร์ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายปณิธาน มีไชยโย ผอ.องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) กล่าวว่า อ.ต.ก.เป็นแหล่งกลางในการซื้อขายผลิตผลหรือผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ตลอดจนการปรับปรุงคุณภาพ สร้างมาตรฐานและการผลิตให้ตรงกับความต้องการของตลาด จึงบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ อาทิ สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส.สุรินทร์ จำกัด (สกต.สุรินทร์) โดยนายบัวลิน คมกล้า ประธานกรรมการ สกต.สุรินทร์ ลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ความร่วมมือโครงการสินค้าภายใต้แบรนด์ อ.ต.ก. ที่ทั้งสองฝ่ายได้ดึงศักยภาพทางด้านการเกษตรร่วมกันเชื่อมโยงผลผลิตในพื้นที่สู่ตลาดในทุกระดับ ส่งเสริมอาชีพกสิกรรม สนับสนุนให้เกษตรกรเกิดการพัฒนา การสร้างรายได้โดยคัดสรรผลิตผลข้าวหอมมะลิที่มีคุณภาพสูงจากเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และสหกรณ์การเกษตร ในพื้นที่ จ.สุรินทร์ เพื่อดำเนินการแปรรูปเป็นข้าวหอมมะลิ 100% บรรจุถุงจำหน่าย

ทั้งนี้ มีการสร้างมาตรฐานภายใต้แบรนด์ อ.ต.ก.ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางในการจัดหาช่องทางจำหน่าย ส่งเสริมด้านการตลาด สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าโดยใช้หลักการตลาดนำการผลิต ก่อให้เกิดตลาดสินค้าเกษตรคุณภาพแบบถาวรและยั่งยืน

สำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรภายใต้แบรนด์ อ.ต.ก.รูปแบบ Co-Brand ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจในครั้งนี้ อ.ต.ก.เล็งเห็นโอกาสเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันยกระดับสินค้าเกษตร เนื่องจาก จ.สุรินทร์ เป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงด้านการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว มีปริมาณมากที่สุดในประเทศไทย โดยมีพื้นที่ปลูกข้าวกว่า3 ล้านไร่ และเป็นแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิที่ดีที่สุด เมล็ดข้าวมีเอกลักษณ์โดดเด่น มีความหอมตามธรรมชาติตั้งแต่เป็นต้นกล้าจนถึงข้าวหุงสุก อ.ต.ก.จึงคัดสรรข้าวหอมมะลิพื้นที่ดังกล่าว

เกษตรฯรุกคลองด่าน ยกระดับพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/651644

วันศุกร์ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมการบูรณาการทำงานระหว่างกระทรวงเกษตรฯ กับ อบต.คลองด่าน จ.สมุทรปราการ และภาคเกษตร ในการยกระดับการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนระดับตำบล เป็นครั้งแรก และเดินหน้าพัฒนาระบบชลประทานชุมชนในการแก้ไขปัญหาน้ำทะเลหนุนที่ส่งผลกระทบต่อการทำการเกษตรที่ อบต.คลองด่าน โดยมีนายสัมฤทธิ์ จันทร นายก อบต.คลองด่าน และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม

นายอลงกรณ์ กล่าวว่า การประชุมแบบบูรณาการระหว่างหน่วยงานทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและท้องถิ่นในครั้งนี้ เพื่อรับทราบสถานการณ์และปัญหาของเกษตรกรในพื้นที่ รวมทั้งแก้ปัญหาน้ำเค็มหนุนส่งผลให้น้ำจากคลองด่านทะลักเข้าไปในคลองปรก ไหลเข้าท่วมพื้นที่ทำการเกษตร จึงมอบหมายให้หน่วยงานชลประทานในพื้นที่ วิเคราะห์และออกแบบลักษณะประตูระบายน้ำเชิงวิศวกรรมที่สอดคล้องกับการใช้ประโยชน์ในลำน้ำของเกษตรกร รวมทั้งหาแนวทางแก้ปัญหาทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยให้คำนึงถึงประโยชน์ที่เกษตรกรจะได้รับให้มากที่สุด และเกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศเดิมให้น้อยที่สุด

ทั้งนี้ รูปแบบการทำงานบูรณาการเชิงรุก ระหว่างกระทรวงเกษตรฯ องค์กรปกครองท้องถิ่นและตัวแทนเกษตร เช่นนี้ เป็นการยกระดับการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนระดับตำบลเป็นครั้งแรก รวมทั้งการสร้างวัฒนธรรมชุมชน ตำบล ตามแนวทางของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ที่ต้องการให้เกษตรกรกับเจ้าหน้าที่เป็นครอบครัวเดียวกัน มีการแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนระดับตำบลเป็นกลไกพัฒนาแบบร่วมช่วยด้วยกัน ระดมพลที่คลองด่าน เป็นตำบลแรก จึงขอเรียกว่า “คลองด่านโมเดล”

สกู๊ปพิเศษ : ‘กรมการปกครอง’สร้างการรับรู้ให้กับประชาชน ‘10 โครงการสำคัญ ประจำปีงบประมาณ 2565’ เน้นการมุ่งพัฒนาการทำงานในรูปแบบดิจิทัล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/651641

สกู๊ปพิเศษ : ‘กรมการปกครอง’สร้างการรับรู้ให้กับประชาชน  ‘10 โครงการสำคัญ ประจำปีงบประมาณ 2565’  เน้นการมุ่งพัฒนาการทำงานในรูปแบบดิจิทัล

วันศุกร์ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายธนาคม จงจิระ อธิบดีกรมการปกครองเปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของอำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี ว่า กรมการปกครองมีเจตนารมณ์ในการนำเทคโนโลยีระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลมาใช้ประโยชน์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการทะเบียนราษฎรและเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ถือเป็นการยกระดับงานบริการภาครัฐ โดยผู้ประสงค์ใช้บริการต้องขอลงทะเบียนเพื่อพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล DOPA-Digital ID  ที่เป็นระบบการปฏิบัติงานการให้บริการงานทะเบียนราษฎรผ่านทางโทรศัพท์มือถือ โดยสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น D.DOPA ได้ทั้งระบบ IOS และ Android และนำบัตรประจำตัวประชาชน ติดต่อขอรับบริการได้ที่สำนักทะเบียนทุกแห่งทั่วประเทศ (ยกเว้นศูนย์บริการร่วมอำเภอ..ยิ้ม) กำหนดรหัสลับประจำตัว และเมื่อลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว สามารถขอรับบริการทะเบียนราษฎรดิจิทัล อาทิ การแจ้งย้ายที่อยู่ในสำนักทะเบียนเดียวกัน การแจ้งการย้ายที่อยู่ปลายทาง การคัดและรับรองรายการทะเบียนบ้าน ทะเบียนประวัติและทะเบียนคนเกิด เป็นต้น     

นอกจากนี้ ยังมีการสาธิตการขอหนังสือผ่านแดนด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-Border Pass) ซึ่งกรมการปกครองได้พัฒนาระบบการให้บริการออนไลน์คือ “การให้บริการออกหนังสือผ่านแดน”(E-Border Pass SMART service) เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการสัญจรข้ามแดนให้กับประชาชนชาวไทยที่เดินทางเข้า-ออก บริเวณพื้นที่ชายแดน ได้แก่ เมียนมา สปป.ลาว กัมพูชา และมาเลเซียโดยสามารถเข้าใช้บริการขอหนังสือผ่านแดนด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-Border Pass) ผ่านโทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์ก่อนเดินทางถึงด่าน ซึ่งทำให้ประหยัดเวลา ลดขั้นตอน ลดการพบปะ เป็นต้น

ประการสำคัญในการเลือกจังหวัดอุบลราชธานี เป็นพื้นที่ในการตรวจติดตามการขับเคลื่อนโครงการสำคัญของกรมการปกครอง ปี 2565 (Mid–term Follow–up: 10 Flagships to DOPA All Smart 2022) ในครั้งนี้เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีในวันที่ 2 เมษายน 2565 ที่ผ่านมา ซึ่ง “อำเภอสิรินธร” คือ 1 ใน 12 อำเภอที่ตั้งชื่อตามพระปรมาภิไธย พระนามาภิไธยพระนาม และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ที่กรมการปกครองให้ความสำคัญ ในการส่งเสริมสถาบันหลักของชาติเพื่อความยั่งยืน (E – DOPA Heart) ตลอดมา”อธิบดีกรมการปกครอง กล่าว           

ขณะที่นายสมยศ พุ่มน้อย รองอธิบดีกรมการปกครองฝ่ายการทะเบียนและเทคโนโลยีสารสนเทศ กล่าวระหว่าง นำหน่วยบริการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนเคลื่อนที่ (Mobile Unit) เดินทางไปยังบ้านเป้าหมาย ณ บ้านแก่งศรีโคตร ตำบลโนนก่อ  โดยได้มีการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชน และมอบถุงยังชีพให้กับผู้ยากไร้ ผู้ป่วยติดเตียง คนชรา รวมถึงกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน อาทิ การมอบห้องสุขา การมอบบ้านพักอาศัย จากนั้นเข้าร่วม กิจกรรมสนับสนุนการขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้แก่ การมอบเมล็ดพันธุ์พืช มอบพันธุ์สัตว์ อุปกรณ์การเกษตร และอุปกรณ์การกีฬาให้กับศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนชุมชนป่าหญ้าคา และโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านแก่งศรีโคตร นอกจากนี้ ฝ่ายปกครองทุกพื้นที่ยังได้เร่งรัดการขับเคลื่อนศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (ศจพ.) เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาความยากจนให้กับประชาชนอย่างเต็มกำลัง

ด้วยภารกิจหน้าที่หลากหลายของฝ่ายปกครอง การกำหนดเรือธงเพื่อขับเคลื่อนการทำงานให้เป็นไปอย่างมีทิศทางตามแนวทาง 10 โครงการสำคัญ (10 Flagships to DOPA) ได้กำหนดขึ้นตั้งแต่ปี 2020 มาถึงปี 2022 ปรากฏผลงานในมิติต่างๆ ตามบริบทของแต่ละพื้นที่ให้เป็นรูปธรรมชัดเจนยิ่งขึ้น สำหรับปีนี้ 10 Flagships to DOPA All Smart 2022 ได้นำแนวคิดการพัฒนาหน่วยงานให้เป็นองค์การภาครัฐในระบบราชการ 4.0 มาใช้เป็นกรอบในการขับเคลื่อนองค์การ และเป็นแนวทาง “การสร้างสภาพแวดล้อมให้กับองค์การเพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จ” ทั้งในปัจจุบันและอนาคต เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กร

   “กรมการปกครองให้ความสำคัญต่อการพัฒนาองค์การในด้านการสร้างนวัตกรรม และการปรับสู่ความเป็นดิจิทัล ทั้งภายใน คือ การจัดการภายในองค์การ (Internal) คือการเป็น DOPA Smart Office และใช้ Digital Technology ในการทำงาน เพื่อพัฒนาให้เป็นหน่วยงานที่ให้บริการด้วยระบบดิจิทัลที่ตรงกับความต้องการของประชาชนในยุคสมัยใหม่ (DOPA Digital Office)  และภายนอก คือ การให้บริการประชาชน (External) ในมิติของ “การทำให้ประชาชนทุกข์น้อยลง” ในรูปแบบของศูนย์ดำรงธรรมอำเภอเชิงรุกที่รับเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ผ่านระบบออนไลน์ (Online) และในมิติของการทำให้ประชาชนมี “ความสุขมากขึ้น” โดยจะพัฒนา Platform กลางให้บริการภาครัฐผ่านระบบ Online และพัฒนางานบริการทั้งหมดให้เป็น e-Service เต็มรูปแบบโดยมุ่งหวังการขับเคลื่อนโครงการสำคัญ ในปีนี้ จะสร้างประโยชน์ให้พี่น้องประชาชน ทำให้ประเทศชาติมีความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงภายใน ตามแนวคิดที่ว่า “หน้าที่ของฝ่ายปกครอง คือ ทำให้ประชาชน ทุกข์น้อยลง สุขมากขึ้นได้”

ฝนหลวงเติมน้ำอ่างฯ ช่วยเหลือที่คลองสียัด มีเกษตรกรเดือดร้อน ยันพร้อมปฏิบัติการบิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/651640

วันศุกร์ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสำเริง แสงภู่วงค์ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า ได้รับแจ้งร้องขอรับบริการฝนหลวงจากประชาชนในพื้นที่ อ.สอยดาว จ.จันทบุรี, อ.คลองหาด จ.สระแก้ว และ จ.ฉะเชิงเทรา จึงได้สั่งการให้ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออก ซึ่งมีการตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.จันทบุรี ขึ้นบินปฏิบัติการทำฝนช่วยเหลือ โดยปฏิบัติการบินที่ 1 โดยเครื่องบิน caravan 3 ลำรวม 3 เที่ยวบิน ในขั้นตอนที่ 1 (ก่อกวน) บริเวณ อ.สอยดาว จ.จันทบุรี ถึงอ.คลองหาด จ.สระแก้ว โดยมีพื้นที่เป้าหมายหลักในการช่วยเหลือคือพื้นที่การเกษตร จ.สระแก้ว จ.ฉะเชิงเทรา และพื้นที่ลุ่มรับน้ำอ่างเก็บน้ำคลองสียัด จ.ฉะเชิงเทรา และพื้นที่เป้าหมายรองคือพื้นที่การเกษตร จ.จันทบุรี จ.ชลบุรี ทำให้มีฝนตกบริเวณพื้นที่การเกษตร อ.สอยดาว จ.จันทบุรี อ.วังสมบูรณ์ อ.คลองหาด อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว และอ่างเก็บน้ำคลองสียัด จ.ฉะเชิงเทรา

นอกจากนี้ ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคกลางได้มีภารกิจขึ้นบินสำรวจพื้นที่การเกษตรบริเวณ จ.อุทัยธานีและ จ.ลพบุรี ซึ่งพบว่าขณะนี้พื้นที่การเกษตรส่วนใหญ่มีการปลูก ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพด และพืชชนิดอื่นๆ โดยพืชไร่ส่วนใหญ่อยู่ในระยะแตกกอ และระยะเก็บเกี่ยวเป็นบางส่วน และหากมีการร้องขอรับบริการฝนหลวงเข้ามาก็จะวางแผนเพื่อขึ้นบินปฏิบัติการช่วยเหลือในทันที

นายสำเริง กล่าวอีกว่า จากข้อมูลพื้นที่ขอรับบริการฝนหลวงจากทั่วทุกภูมิภาค พบว่ามี 33 จังหวัด 86 อำเภอ จำนวนรวม 104 แห่ง ได้แก่ พื้นที่ภาคเหนือ 23 แห่ง ภาคกลาง 28 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 29 แห่ง ภาคตะวันออก 17 แห่ง และภาคใต้ 7 แห่ง