มทร.ธัญบุรีจัดประชุมวิชาการนานาชาติ ชูแนวคิด‘9ราชมงคลขับเคลื่อนนวัตกรรมฯ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/651645

naewna

วันศุกร์ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

รศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) เปิดเผยว่า มทร.ธัญบุรี ร่วมกับเครือข่ายมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีกทั้ง 8 แห่ง กำหนดจัด “โครงการประชุมวิชาการระดับชาติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลครั้งที่ 12” และ“การประชุมวิชาการระดับนานาชาติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ครั้งที่ 11” ภายใต้แนวคิด9 ราชมงคลขับเคลื่อนนวัตกรรมนำเศรษฐกิจ ปลูกแนวคิดเทคโนโลยีสีเขียวเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (RMUT Driving toward Innovation, Economyand Green Technology forSustainable Development) ระหว่างวันที่ 18-20 พฤษภาคม 2565 ณ โรงแรมรอยัล คลิฟ แกรนด์ โฮเต็ล เมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

การประชุมวิชาการที่จัดขึ้นนี้มทร.ธัญบุรี รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้นักวิจัยได้นำผลงานไปนำเสนอในเวทีการประชุมวิชาการ และเพื่อสนับสนุนการนำผลงานวิจัยสิ่งประดิษฐ์ นวัตกรรมไปจัดแสดงและเผยแพร่สู่สาธารณชน โดยภายในงานประกอบด้วยกิจกรรม การประชุมวิชาการระดับชาติ การประชุมวิชาการนานาชาติ รวมถึงการประกวดแข่งขันสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม และการจัดแสดงนิทรรศการของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลแต่ละแห่ง และหน่วยงานภาครัฐ รวมทั้งสิ้นกว่า 521 ผลงาน ทั้งนี้มีการบรรยายพิเศษโดยInvited Speaker ระดับชาติ 8 คน และระดับนานาชาติ 29 คน รวมกว่า 37 คน

สำหรับผู้สนใจเข้าร่วมสามารถเข้าดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.rmutcon.org หรือสอบถามได้ที่ สถาบันวิจัยและพัฒนา มทร.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี โทร. 0-2549-4681

‘เฉลิมชัย’ผนึกกําลัง’เก็นจิโร’ ดันส่งออกสินค้าเกษตรไทยพุ่ง 130,000 ล้านบาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/651487

'เฉลิมชัย'ผนึกกําลัง'เก็นจิโร' ดันส่งออกสินค้าเกษตรไทยพุ่ง 130,000 ล้านบาท

วันพฤหัสบดี ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 11.52 น.

รัฐมนตรีเกษตรไทย-ญี่ปุ่น! “เฉลิมชัย”ผนึกกําลัง”เก็นจิโร” ดันส่งออกสินค้าเกษตรไทยพุ่ง 130,000 ล้านบาท หนุนเกษตรอัจฉริยะและกระชับความร่วมมือระบบอาหารยั่งยืนร่วมกัน

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2565 ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังหารือกับ นายเก็นจิโร คาเนโกะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงญี่ปุ่น พร้อมคณะ ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยมีนายธนา ชีรวินิจ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมการหารือความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างสองประเทศ เพื่อผลักดันการส่งออกสินค้าเกษตรไทย ส่งเสริมความร่วมมือเกษตรอัจฉริยะ รวมทั้งร่วมเสริมสร้างการพลิกโฉมระบบอาหารของไทยและญี่ปุ่น เพื่อความยั่งยืนสอดคล้องกับโมเดลการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (BCG Model)

“การพบปะหารือระหว่างสองนายกระฐมนตรีไทย-ญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2565 ที่ผ่านมา ร่วมถึงการได้หารือกับ รมว.เกษตรฯ ญี่ปุ่นในวันนี้ เป็นโอกาสที่ดีในการกระชับความสัมพันธ์ด้านการเกษตรระหว่างไทย-ญี่ปุ่น ภายหลังรัฐบาลไทยได้ผ่อนคลายมาตรการเดินทางเข้าประเทศ อีกทั้งเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ทั้งสองฝ่ายได้หารือกันแบบ ‘physical meeting’ โดยในปีนี้เป็นปีที่ครบรอบความสัมพันธ์ทางการทูต 135 ปี ซึ่งที่ผ่านมาทั้งสองฝ่ายได้มีความร่วมมือระหว่างกันในมิติต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการเกษตรในระดับทวิภาคี ระดับพหุภาคี และระดับองค์การระหว่างประเทศ” ดร.เฉลิมชัย กล่าว

ปัจจุบันญี่ปุ่นเป็นตลาดส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารที่สำคัญอันดับ 2 ของไทย ในระหว่างปี 2562-2564ไทยมีสัดส่วนการส่งออกไปญี่ปุ่นประมาณร้อยละ 11.35 ของมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรไปตลาดโลกการส่งออก เฉลี่ยปีละ 144,820 ล้านบาท โดยสินค้าส่งออกที่สำคัญได้แก่ เนื้อไก่ปรุงแต่ง ชิ้นเนื้อไก่แช่แข็ง อาหารสัตว์เลี้ยง ปลาทูนา ปลาสคิปแจ็ค และปลาโบนิโต และยางแผ่นรมควัน ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ไทยได้ดุลการค้าสินค้าเกษตรกับญี่ปุ่นมากกว่า 130,000 ล้านบาท ทั้งนี้ ในที่ประชุม รมว. เกษตรฯ สองฝ่ายแสดงความยินดีที่การหารือด้านเทคนิคของการปรับมาตรการนำเข้ามังคุดและส้ม เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่เกษตรกรของทั้งสองฝ่าย โดยเร่งรัดให้สามารถปรับใช้ได้ภายในปี 2565

สำหรับการปฏิรูประบบอาหารยั่งยืน ทั้งสองฝ่ายมีนโยบายที่สอดคล้องกัน โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีการขับเคลื่อนภาคการเกษตรด้วย BCG Model เพื่อปรับเปลี่ยนระบบการเกษตรสู่ 3 สูง คือ ประสิทธิภาพสูง ด้วยการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมผสานภูมิปัญญา มุ่งยกระดับผลผลิตเกษตรสู่มาตรฐานสูง ครอบคลุมทั้งด้านคุณภาพ โภชนาการ ความปลอดภัย และระบบการผลิตที่ยั่งยืน และการทำการเกษตรเป็นอาชีพที่สร้างรายได้สูงด้วยการผลิตสินค้าเกษตรที่เน้นความเป็นพรีเมี่ยมมีความหลากหลาย และกำหนดราคาขายได้ตามคุณภาพของผลผลิตเกษตร โดยฝ่ายญี่ปุ่นเห็นพ้องที่จะยกระดับความร่วมมือในการร่วมศึกษาและวิจัยด้านวิชาการเกษตร รวมทั้งเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร เพื่อเสริมสร้างความยั่งยืนของการผลิตสินค้าเกษตรและระบบอาหาร เพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ.2030 รวมทั้งยินดีสนับสนุนแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรให้เป็นที่นิยมและความต้องการของตลาดในประเทศต่างๆ เพื่อเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของโลก

นอกจากนี้ ฝ่ายญี่ปุ่นประสงค์สนับสนุนความร่วมมือด้านเกษตรอัจฉริยะกับไทย ด้วยการปรับใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตรเพื่อส่งเสริมความเข้มแข็งให้ภาคเกษตร และเสริมสร้างศักยภาพของเกษตรกรไทย โดยปัจจุบันมีบริษัทญี่ปุ่นหลายรายอยู่ระหว่างการหารือกับหน่วยงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อพัฒนาโครงการความร่วมมือทางด้านวิชาการ

กรมชลฯตั้งเครื่องสูบน้ำ ช่วยชาวบ้านที่อุตรดิตถ์ ทำเกษตร-ผลิตประปา แก้ภัยแล้งในระยะยาว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/651407

วันพฤหัสบดี ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำในเขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ไม่สามารถส่งน้ำไปช่วยเหลือการอุปโภค-บริโภคให้แปลงอพยพจากการสร้างเขื่อนสิริกิติ์ในเขตพื้นที่ 5 ตำบลของ อ.ท่าปลา ได้แก่ต.ท่าปลา ต.ร่วมจิต ต.หาดล้า ต.น้ำหมันและ ต.จริม โครงการชลประทานอุตรดิตถ์ได้ร่วมกับ กฟผ. (เขื่อนสิริกิติ์) นำเครื่องสูบน้ำไปติดตั้ง 2 เครื่อง สูบน้ำจากเขื่อนสิริกิติ์(บริเวณเขื่อนดิน) ช่วยเหลือผู้อพยพท้ายเขื่อนสิริกิติ์ ปริมาณน้ำประมาณ 9,700 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)/วัน นอกจากนี้ ได้สูบน้ำไปช่วยเหลือการผลิตน้ำประปาของการประปาสุขาภิบาล อ.ท่าปลา อัตราวันละประมาณ 357 ลบ.ม./วัน

ทั้งนี้ การสูบน้ำเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา รวมปริมาณน้ำที่สูบไปช่วยเหลือรวมทั้งสิ้นประมาณ 64,000 ลบ.ม. สำหรับราษฎรใน 5 ตำบลนี้ อยู่ในเขตรับน้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยปัจจุบันอ่างฯ ก่อสร้างแล้วเสร็จ สามารถเก็บกักน้ำได้แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำ หากดำเนินการแล้วเสร็จ จะช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำให้ 5 ตำบลดังกล่าว

อย่างไรก็ดี โครงการชลประทานอุตรดิตถ์ได้ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือผู้ใช้น้ำทุกภาคส่วน ร่วมใจกันใช้น้ำอย่างประหยัดและรู้คุณค่า ด้านเกษตรกรที่ใช้น้ำจากสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าในเขตแม่น้ำน่าน ที่เริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วให้ชะลอหรืองดการเพาะปลูกพืชต่อเนื่องจนกว่าจะมีปริมาณน้ำต้นทุนที่เหมาะสมโดยขอให้ติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด

เกษตรฯตั้งฟาร์มเมอร์มาร์เก็ต 50เขตในกทม.มุ่งเน้นอาหารปลอดภัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/651409

วันพฤหัสบดี ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ และในฐานะประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมืองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (Sustainable Urban Agriculture Development Project @Bangkok) กล่าวว่า ได้ประชุมคณะอนุกรรมการฯซึ่งมีนายดุลมลชัย วิวัฒน์บวรวงษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ และผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่ง กทม.มีการพัฒนาเมืองอย่างรวดเร็ว ทำให้ประชากรและชุมชนเพิ่มขึ้น ประสบปัญหาความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) เพราะมีพื้นที่เกษตรน้อย และมีพื้นที่สีเขียวไม่ได้สัดส่วนกับจำนวนประชากร กระทบต่อระบบนิเวศทางธรรมชาติ ทางคณะกรรมการบริหารและพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืนโดยกระทรวงเกษตรฯ จึงวางโครงสร้างและระบบเป็นกลไกแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาภาคการเกษตรในพื้นที่ กทม.ด้วยโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง(Sustainable Urban Agriculture Development Project : SUAD Project) ตามนโยบายของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ

ทั้งนี้ มีการกำหนดยุทธศาสตร์ “3s” (Safety-Security-Sustainability เกษตรปลอดภัย เกษตรมั่นคงและเกษตรยั่งยืน) มุ่งเน้นการพัฒนา กทม.ให้เป็นมหานครสีเขียวแห่งอนาคตสอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ของสหประชาชาติในการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ (Climate Change) และเป้าหมายของโครงการกรุงเทพสีเขียว 2030 (Green Bangkok 2030) ในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวใน กทม.อีกทั้งยังสอดรับกับโครงการธนาคารสีเขียว (Green Bank) ที่ส่งเสริมการปลูกไม้เศรษฐกิจ ซึ่งช่วยให้เกิดการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมือง เป็นการสร้างการขับเคลื่อนในลักษณะองค์รวม

สำหรับการประชุมครั้งนี้ ได้รับทราบผลการดำเนินงานที่ผ่านมา โดยมีการจัดกิจกรรมปักกล้าดำนาข้าวพันธุ์ กข 87 พร้อมปลูกต้นกล้าป่าเบญจพรรณ 962 ต้น ตามโครงการ Green Bangkok 2030 ที่ศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์ โคก หนอง นา เขตทวีวัฒนา นอกจากนี้ที่ประชุมพิจารณาแนวทางการจัดตั้งตลาดเกษตรกร (Farmer Market) ใน กทม.ซึ่งเลขานุการฯ เสนอจากการศึกษาตัวอย่างมีลักษณะและแนวทางที่แตกต่างกัน ประกอบด้วย 1.จัดตั้งในเขตชุมชนเมืองภายใต้ความร่วมมือกันของภาคีภาคส่วนต่างๆ ทั้งเครือข่ายองค์กรเกษตรกร ภาคเอกชนและภาครัฐ

2.ตลาดเกษตรกรออนไลน์ โดยการจองล่วงหน้าและมารับผลิตผล ในพื้นที่จัดงาน ผ่านแพลตฟอร์ม อาทิ แพลตฟอร์มจ่ายตลาด (Jaitalad) เพื่อช่วยในเรื่องการกระจายสินค้าที่ทั่วถึง ซึ่งหากนำทั้ง 2 รูปแบบมาผสมผสานกันจะทำให้การจัด Farmer Market มีการกระจายตัวของเกษตรกร และผลิตผลถึงมือประชาชนได้อย่างทั่วถึง ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบแนวทางการจัด Farmer Market ในเขต กทม.และมอบหมายให้เลขานุการฯ จัดทำบัญชีรายชื่อพื้นที่ซึ่งสามารถดำเนินการได้ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่เอกชนพื้นที่ว่างสาธารณะ พื้นที่การเคหะฯ รวมถึงวัดและสถานศึกษา กระจายให้ครบทั้ง 50 เขต

องค์กรฯโคนมจับมือบขส. จัดทริปเที่ยวเชิงเกษตรฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/651406

naewna

วันพฤหัสบดี ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสมพร ศรีเมือง ผอ.องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เปิดเผยว่า ได้ปลุกกระแสการท่องเที่ยว
เชิงเกษตรวิถีใหม่ แบบ ONE DAY TRIP ฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ค อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี แก่นักท่องเที่ยว โดยร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ว่าด้วยการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดและพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงเกษตรขึ้นซึ่ง อ.ส.ค.และ บขส.ร่วมเสนอแนวคิด ตลอดจนการสนับสนุนข้อมูลระหว่างกันอันจะเป็นประโยชน์ในการส่งเสริมการท่องเที่ยว สอดรับกับเส้นทางเดินรถของทาง บขส.และการท่องเที่ยวเชิงเกษตรฯ

ด้านนายพีระ ไชยรุตม์ ผู้ช่วย ผอ.องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้นอกจากจะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรแล้ว ยังเป็นการสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่น ในการนำสินค้าทางเกษตรและสินค้าพื้นบ้านมาจำหน่ายแก่นักท่องเที่ยว ซึ่งจะเป็นการสร้างรายได้ให้แก่ชาวชุมชน และพัฒนาการจัดการท่องเที่ยวเชิงเกษตรให้ยั่งยืนในอนาคต

ขณะที่นางชุติภา เพชรพูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สำนักอำนวยการ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวว่า ปัจจุบัน บขส.มีรถโดยสาร เส้นทางกรุงเทพฯ-สระบุรี ให้บริการวันละ 8 เที่ยว (ไป-กลับ) สามารถรองรับผู้ใช้บริการที่ประสงค์จะเดินทางไปยังเส้นทางดังกล่าวได้ นอกจากนี้ บขส.ยังสามารถให้บริการจัดทริปท่องเที่ยว ประชุมสัมมนา หรือท่องเที่ยวเชิงเกษตรด้วยรถโดยสารไม่ประจำทางได้

สั่งพักงาน‘กก.สหกรณ์ออมทรัพย์’ก.เกษตรฯ ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/651342

สั่งพักงาน‘กก.สหกรณ์ออมทรัพย์’ก.เกษตรฯ ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่

วันพุธ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 15.56 น.

ติดประกาศสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว‘กรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรฯ’ทั้งชุด พร้อมตั้งผู้ตรวจการสหกรณ์เข้าตรวจสอบความเสียหายจากการถูกยักยอกแทน เร่งปิดจ๊อบให้จบใน 30 วัน

4 พฤษภาคม 2565 น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากนายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ว่า ในฐานะนายทะเบียนสหกรณ์ได้มีคำสั่งให้คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว เนื่องจากคณะกรรมการฯ ยังไม่ตรวจสอบยอดความเสียหายจากการทุจริตให้แล้วเสร็จตามกำหนดของนายทะเบียน ซึ่งเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อสหกรณ์ในวงกว้าง พร้อมกันนี้ยังกำชับให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ทำความเข้าใจกับสมาชิกว่าสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรฯ ยังมีสภาพคล่องดีเพื่อไม่ให้สมาชิกตระหนกและแห่มาถอนเงิน

ขณะที่นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (3 พ.ค.65) ได้ออกคำสั่งนายทะเบียนสหกรณ์ เรื่องให้คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำกัด หยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว (ชุดที่  50) จากการที่ไม่ตรวจสอบความเสียหายจากการยักยอกเงินของสหกรณ์จึงเป็นการงดเว้นการปฏิบัติหน้าที่ซึ่งอาจทำให้เสื่อมเสียผลประโยชน์ของสหกรณ์หรือสมาชิก นอกจากนี้ยังมีเหตุอันสงสัยได้ว่า มีผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้กระทำทุจริตในสหกรณ์เพิ่มเติม

จากนั้นได้มีคำสั่งนายทะเบียนสหกรณ์มอบหมายให้ผู้ตรวจการสหกรณ์ดำเนินการแทนคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำกัด เพื่อแก้ไขข้อบกพร่องให้แล้วเสร็จตามวิธีการและระยะเวลาที่กำหนดใน 30 วัน ตลอดจนให้สอบสวนหาผู้กระทำการทุจริตและผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินฝากของสหกรณ์ พร้อมรวบรวมหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตและตรวจสอบยอดการทุจริตทั้งหมด

“ขอแจ้งสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรฯ ว่า ไม่ต้องตื่นตระหนกมาถอนเงินเนื่องจากสภาพคล่องของสหกรณ์ยังมีอยู่มาก โดยเมื่อคณะของผู้ตรวจสหกรณ์เข้าตรวจสอบบัญชีแล้วเสร็จ ทางสหกรณ์จะคืนเงินเข้าบัญชีของทุกคนตามจริง อีกทั้งหากการตรวจสอบไม่พบว่า มีกรรมการสหกรณ์ผู้ใดมีส่วนในการทุจริตจะออกคำสั่งให้กลับมาปฏิบัติหน้าที่ตามเดิม” นายวิศิษฐ์ กล่าว

กรมชลฯเจ๋งคิดค้นสำเร็จ สารละลายกำจัดผักตบชวาต้นทุนต่ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/651214

กรมชลฯเจ๋งคิดค้นสำเร็จ  สารละลายกำจัดผักตบชวาต้นทุนต่ำ

วันพุธ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.20 น.

นางธัญลักษณ์ แต่บรรพกุล หัวหน้าฝ่ายวัชพืชส่วนวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อม สำนักวิจัยและพัฒนา กรมชลประทานเปิดเผยว่า การแพร่ระบาดของผักตบชวา สร้างปัญหาในระบบชลประทานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน อาทิ การกีดขวางการไหลของน้ำ ทำให้น้ำเปลี่ยนทิศทางไม่เป็นไปตามจุดมุ่งหมาย ลดอัตราการไหลของกระแสน้ำทำให้เกษตรกรได้รับน้ำไม่ทั่วถึง อ่างเก็บน้ำตื้นเขิน ฯลฯ

ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาในแหล่งน้ำที่กระทบต่อการบริหารจัดการน้ำในระบบชลประทานโดยเฉพาะในฤดูน้ำหลาก กรมชลประทานจึงคิดค้นหาวิธีการที่สะดวก รวดเร็ว ประหยัดค่าใช้จ่าย และปลอดภัยต่อสภาพแวดล้อม เพื่อกำจัดผักตบชวา ด้วยการใช้น้ำมันสกัดจากพืชตระกูลยูคาลิปตัส (1,8 -Cineole) ผสมสารกลุ่มฮอร์โมนพืช (growth hormone) ชนิด 2,4-D ในรูปของเกลือ และผสมสารกลีเซอรีนลดแรงตึงผิวเพื่อให้เข้าสู่ใบของผักตบชวาได้เร็วขึ้น สารผสมนี้เรียกว่า สวพ.62-RID No.1 ที่ผ่านมา ได้ใช้สารผสม สวพ. 62-RID No.1 ในภาคสนามผลวิเคราะห์คุณภาพน้ำทางเคมีไม่มีการเปลี่ยนแปลงและไม่มีผลตกค้างของสารละลาย สวพ.62-RID No.1 ปริมาณสาร 2,4-D ในน้ำอยู่ในเกณฑ์คุณภาพน้ำ เพื่อการคุ้มครองทรัพยากรสัตว์น้ำจืดสถาบันประมงน้ำจืดแห่งชาติ ฉบับที่ 2530 กรมประมง (สาร 2,4-D ระดับความเข้มข้นสูงสุดที่ยินยอมให้มีได้ค่า 45.0 มิลลิกรัม/ลิตร)สาร 1,8-Cineole และกลีเซอรีนเป็นสารชีวภาพจะมีการสลายตัวในธรรมชาติด้วยจุลินทรีย์ โดยการใช้สารละลาย สวพ.62-RID No.1 ในการควบคุมกำจัดผักตบชวาให้หมดไปจากพื้นที่ชลประทาน จึงเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ สะดวก รวดเร็ว ประหยัดค่าใช้จ่าย และปลอดภัยต่อสภาพแวดล้อม

ปัจจุบันมีหน่วยงาน เช่น โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพระพิมลซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการทุ่งฝั่งตะวันตกตอนล่างของแม่น้ำเจ้าพระยา ได้นำสารสวพ.62-RID No.1 ไปฉีดพ่นเพื่อควบคุมกำจัดผักตบชวา แล้วได้ผลดี ทำให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณตลอดริมฝั่งคลองมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น การส่งน้ำมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก

“หลังจากประสบความสำเร็จในการทดลองใช้ เริ่มมีองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เข้ามาขอสาร สวพ.62-RID No.1 จากกรมชลประทานเพื่อไปฉีดพ่นผักตบชวา จนไม่สามารถผลิตได้ทัน ส่วนหนึ่งมีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณ จึงให้ อบต.หรือเทศบาลที่ต้องการนำสารที่เป็นส่วนผสมมาให้ทางสำนักวิจัยและพัฒนา เพื่อผสมสารตามสูตรที่คิดค้นได้ เพื่อส่งมอบสารที่ผสมแล้วคืนให้ อบต.หรือเทศบาลนำกลับไปใช้” นางธัญลักษณ์ กล่าวและว่าสาร สวพ.62-RID No.1 มีต้นทุนต่ำ และไม่มีสารตกค้างอีกด้วย

ปศุสัตว์เรียกถกด่วน เร่งสกัด‘ไข้หวัดนก’ หลังพบติดเชื้อในคน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/651227

ปศุสัตว์เรียกถกด่วน  เร่งสกัด‘ไข้หวัดนก’  หลังพบติดเชื้อในคน

วันพุธ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ปศุสัตว์เรียกถกด่วนเร่งสกัด‘ไข้หวัดนก’หลังพบติดเชื้อในคนที่ประเทศจีน-สหรัฐ

“อธิบดีกรมปศุสัตว์”เรียกประชุมถกด่วน สั่งทุกพื้นที่ใช้มาตรการเข้มเฝ้าระวัง’โรคไข้หวัดนก’ หลังพบติดเชื้อในคนที่ประเทศจีน และสหรัฐอเมริกา

เมื่อวันที่ 3พฤษภาคม 2565 นายสัตวแพทย์ สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า จากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ห่วงใยสุขภาพพี่น้องชาวไทย โดยสั่งการให้กรมปศุสัตว์ติดตามสถานการณ์โรคไข้หวัดนกอย่างใกล้ชิด หลังจากมีการพบผู้ป่วยไข้หวัดนก H3N8 ในประเทศจีน ต่อมามีการตรวจพบผู้ป่วยติดเชื้อไข้หวัดนก ชนิดH5N1ในรัฐโคโลราโด ทางตะวันตกของประเทศสหรัฐอเมริกา โดยได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมและป้องกันโรคไข้หวัดนกเข้าสู่ประเทศไทยนั้น

นายสัตวแพทย์ สรวิศ กล่าวว่า ในวันนี้ตนได้เรียกประชุมด่วนเพื่อวาวแนวทางการดำเนินการเฝ้าระวัง ป้องกันโรคระบาดสัตว์ปีก โดยมีตนเป็นประธาน พร้อมด้วย นายสัตวแพทย์ ชัยวัฒน์ โยธคล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำนักควบคุมป้องกันและบำบัดโรคสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์เขต สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด และด่านกักกันสัตว์ทั่วประเทศ เข้าร่วมการประชุม

โดยในที่ประชุมได้มีการรายงานสถานการณ์การระบาดของโรคไข้หวัดนกทั่วโลก ทั้งในคนและในสัตว์ปีก โดยปัจจุบันสายพันธุ์หลักที่พบการระบาดในสัตว์ปีกทั่วโลก คือสายพันธุ์ H5N1 อีกทั้งยังพบการติดเชื้อไข้หวัดนกในคนที่ประเทศจีน และสหรัฐอเมริกา แต่ในประเทศไทยยังคงไม่พบการระบาดของโรคไข้หวัดนกตั้งแต่ปี 2551 ทั้งนี้ ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้มงวดในมาตรการการดำเนินการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกอย่างเต็มที่ พร้อมรับทราบรายงานผลการดำเนินงานในการเฝ้าระวังโรคระบาดในสัตว์ปีกทั้งเชิงรุกและเชิงรับในปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันด้วย และได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกทั่วประเทศไทย โดยให้มีการจัดประชุมเพื่อทบทวนแผนงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มีการเข้าใจที่ตรงกันและชัดเจนในการดำเนินงาน

“อย่างไรก็ตาม ขอให้มั่นใจว่ากรมปศุสัตว์ และรัฐบาล มีมาตรการป้องกันโรคไข้หวัดนกอย่างเข้มงวด และพร้อมดูแลคนไทยให้ปลอดภัย ถึงแม้เราจะยังไม่มีสถานการณ์โรคไข้หวัดนกเกิดขึ้นในประเทศ เพื่อเป็นการไม่ละเลยในการเฝ้าระวังโรค กรมปศุสัตว์ขอความร่วมมือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกทุกท่าน และผู้เกี่ยวข้องใกล้ชิด หากพบว่ามีความเสี่ยงหรือความผิดปกติเกิดขึ้นกับสัตว์ปีก หรือนกธรรมชาติในพื้นที่รอบๆ ที่มีการเลี้ยงสัตว์ปีก ขอให้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบและดำเนินมาตรการควบคุมโรคอย่างเคร่งครัดต่อไป” อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าว

ฝนหลวงฯเติมน้ำ เขื่อนภูมิพล-สิริกิติ์ รับความต้องการ ใช้น้ำในภาคเหนือ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/651211

naewna

วันพุธ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสำเริง แสงภู่วงค์ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง 11 หน่วยฯ ทั่วประเทศ ยังคงวางแผนและเดินหน้าปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่ซึ่งต้องการน้ำอย่างต่อเนื่องโดยช่วงนี้ได้เน้นภารกิจเติมน้ำให้กับเขื่อนภูมิพล จ.ตาก และเขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ เพื่อรองรับการใช้น้ำของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือเนื่องจากเขื่อนภูมิพล เป็นเขื่อนกักเก็บน้ำสำหรับการจัดสรรเพื่อการเกษตร และการผลิตกระแสไฟฟ้าให้เพียงพอ ส่วนเขื่อนสิริกิติ์ เป็นเขื่อนที่มีความสำคัญในการเก็บน้ำเพื่อกระจายไปยังพื้นที่เพาะปลูกในทุ่งราบสองฝั่งแม่น้ำน่านกับพื้นที่ทุ่งเจ้าพระยา ทั้งในฤดูฝนและฤดูแล้งที่ผ่านมาหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.ตาก พิษณุโลก และแพร่ ได้ขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวง เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักให้กับเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ อย่างต่อเนื่อง

สำหรับแผนการปฏิบัติการฝนหลวงห้วงเวลาที่ผ่านมา หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง6 หน่วยฯ ในภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ตอนบน มีแผนบินปฏิบัติการเพื่อช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร และเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักเขื่อนสิริกิติ์และอ่างเก็บน้ำใน จ.เชียงใหม่ รวมถึงปฏิบัติภารกิจยับยั้งและบรรเทาความรุนแรงของการเกิดพายุลูกเห็บ บริเวณภาคเหนือตอนล่าง สำหรับหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง อีก 5 หน่วยฯ ยังคงเฝ้าติดตามสภาพอากาศ รวมถึงสถานการณ์ของพายุลูกเห็บ และปัญหาฝุ่นละออง หมอกควัน-ไฟป่า เพื่อเตรียมพร้อมวางแผนปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทันที

กรมชลฯจ้างงาน 6 หมื่นราย ช่วยสร้างรายได้เกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/651213

naewna

วันพุธ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวถึง ความก้าวหน้าโครงการจ้างแรงงานชลประทาน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ว่าได้ดำเนินการตามนโยบายของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ด้วยโครงการจ้างแรงงานชลประทาน ประจำปีงบประมาณ 2565 เพื่อซ่อมแซม บำรุงรักษา ขุดลอก ปรับปรุงงานชลประทาน โครงการส่งเสริมการดำเนินงานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ก่อสร้างแหล่งน้ำและระบบส่งน้ำเพื่อชุมชน/ชนบท แก้มลิง การจัดการคุณภาพน้ำ และโครงการป้องกันและบรรเทาภัยจากน้ำ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ทดแทนจากการว่างเว้นการทำการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง

อย่างไรก็ดี ในปี 2565 มีแผนจัดจ้างแรงงานทั้งสิ้น 75,000 คน วงเงินงบประมาณ 4,465 ล้านบาท ระยะเวลาการจ้างอยู่ระหว่าง 1-10 เดือน วงเงินจ้างแรงงาน/คน อยู่ที่ประมาณ 8,700-87,000 บาท (ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการจ้าง/คน) ปัจจุบันมีการจ้างแรงงานแล้ว 60,182 คน จังหวัดที่มีผลการจ้างแรงงานมากที่สุด 3 ลำดับ คือ จ.อุบลราชธานี 3,552 คน เชียงใหม่ 3,005 คน และนครราชสีมา 2,926 คน ทั้งนี้ กรมชลประทาน ยังคงเดินหน้ารับสมัครจ้างแรงงานอย่างต่อเนื่องอีกเกือบ 15,000 คนเพื่อเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้