‘ปศุสัตว์’เรียกถกด่วน! เข้มเฝ้าระวัง’โรคไข้หวัดนก’ หลังพบติดเชื้อในคน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/651129

'ปศุสัตว์'เรียกถกด่วน! เข้มเฝ้าระวัง'โรคไข้หวัดนก' หลังพบติดเชื้อในคน

วันอังคาร ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 15.30 น.

เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2565 นายสัตวแพทย์ สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า จากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความห่วงใยสุขภาพของพี่น้องชาวไทย โดยได้สั่งการให้กรมปศุสัตว์ติดตามสถานการณ์โรคไข้หวัดนกอย่างใกล้ชิด หลังจากมีการพบผู้ป่วยไข้หวัดนก H3N8 ในประเทศจีน ต่อมามีการตรวจพบผู้ป่วยติดเชื้อไข้หวัดนก ชนิด H5N1 ในรัฐโคโลราโด ทางตะวันตกของประเทศสหรัฐอเมริกา โดยได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อม และป้องกันโรคไข้หวัดนกเข้าสู่ประเทศไทยนั้น

ล่าสุด ในวันนี้ตนได้เรียกประชุมด่วนเพื่อวาวแนวทางการดำเนินการเฝ้าระวัง ป้องกันโรคระบาดสัตว์ปีก โดยมีตนเป็นประธาน พร้อมด้วย นายสัตวแพทย์ ชัยวัฒน์ โยธคล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำนักควบคุมป้องกันและบำบัดโรคสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์เขต สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด และด่านกักกันสัตว์ทั่วประเทศ เข้าร่วมการประชุม โดยในที่ประชุมได้มีการรายงานสถานการณ์การระบาดของโรคไข้หวัดนกทั่วโลก ทั้งในคนและในสัตว์ปีก โดยปัจจุบันสายพันธุ์หลักที่พบการระบาดในสัตว์ปีกทั่วโลก คือสายพันธุ์ H5N1 อีกทั้งยังพบการติดเชื้อไข้หวัดนกในคนที่ประเทศจีน และสหรัฐอเมริกา แต่ในประเทศไทยยังคงไม่พบการระบาดของโรคไข้หวัดนกตั้งแต่ปี 2551

ทั้งนี้ ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้มงวดในมาตรการการดำเนินการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกอย่างเต็มที่ พร้อมรับทราบรายงานผลการดำเนินงานในการเฝ้าระวังโรคระบาดในสัตว์ปีกทั้งเชิงรุกและเชิงรับในปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันด้วย และได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกทั่วประเทศไทย โดยให้มีการจัดประชุมเพื่อทบทวนแผนงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มีการเข้าใจที่ตรงกันและชัดเจนในการดำเนินงาน

อย่างไรก็ตาม ขอให้มั่นใจว่ากรมปศุสัตว์ และรัฐบาล มีมาตรการป้องกันโรคไข้หวัดนกอย่างเข้มงวด และพร้อมดูแลคนไทยให้ปลอดภัย ถึงแม้เราจะยังไม่มีสถานการณ์โรคไข้หวัดนกเกิดขึ้นในประเทศ เพื่อเป็นการไม่ละเลยในการเฝ้าระวังโรค กรมปศุสัตว์ขอความร่วมมือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกทุกท่าน และผู้เกี่ยวข้องใกล้ชิด หากพบว่ามีความเสี่ยงหรือความผิดปกติเกิดขึ้นกับสัตว์ปีก หรือนกธรรมชาติในพื้นที่รอบๆ ที่มีการเลี้ยงสัตว์ปีก ขอให้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบและดำเนินมาตรการควบคุมโรคอย่างเคร่งครัดต่อไป

ปศุสัตว์รุดตรวจใหม่ ห้องเย็นกักตุนสินค้า พบเก็งกำไรเนื้อสุกร แก้ปมวัตถุดิบอาหาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/650950

วันอังคาร ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบห้องเย็นเพื่อแก้ปัญหาการกักตุนสินค้าประเภทเนื้อสุกร โดยสนธิกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไล่ตรวจสอบห้องเย็นรอบใหม่ทั่วประเทศ มีการดำเนินการตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ 2558 ดังนี้ เข้าตรวจสอบใน จ.ชลบุรี และสุราษฎร์ธานี ตรวจพบซากสุกร 704 กิโลกรัมรวมตรวจพบซากสุกรที่พบในห้องเย็นรอบใหม่ รวมทั้งสิ้น 19,893,522.33 กิโลกรัม จากห้องเย็น 738 แห่ง

ส่วนมติการนำเข้าข้าวโพดตามกรอบ WTO และลดอากรขาเข้าที่ 0% ยังคงต้องผ่านขั้นตอนการเห็นชอบ ก่อนเข้าอนุมัติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในขั้นสุดท้าย เพื่อให้มีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย สำหรับการนำเข้ามาแก้ปัญหาต้นทุนวัตถุดิบอาหารให้ทันตามกรอบเวลาที่กำหนดเดือนเมษายน-กรกฎาคม 2565 กับจำนวนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทั้งระบบที่ต้องการเพิ่มเติมอีก 0.38 ล้านเมตริกตัน ตามกรอบ 4 เดือนดังกล่าว โดยราคาข้าวโพดที่ตลาดล่วงหน้า CBOT ส่งมอบพฤษภาคม ปิดตลาดวันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา ที่ USD 7.68/บุชเชล หรือ ต้นทุนก่อนค่าใช้จ่ายและการขนส่งที่ 10.097 บาทต่อกิโลกรัม ที่อัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน THB 33.3985/USD เทียบราคาข้าวโพดหน้าโรงงานอาหารสัตว์ที่ 12.60-12.90 บาทต่อกิโลกรัม

ทั้งนี้ ราคาสุกรขุนหน้าฟาร์มในแต่ละภาค มีดังนี้ ภาคตะวันตก 96 บาทต่อกิโลกรัม ภาคตะวันออก 98 บาทต่อกิโลกรัม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 94 บาทต่อกิโลกรัม ภาคเหนือ 96 บาทต่อกิโลกรัม และภาคใต้ 94 บาทต่อกิโลกรัม โดยราคาลูกสุกรเล็กขุนขนาด 16 กิโลกรัม อยู่ที่ 3,200 บาท บวกลบ 92 บาท

กรมชลฯสั่งสร้างอ่างฯ แก้วิกฤตขาดน้ำที่คลองโพล้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/650954

วันอังคาร ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 5 เมษายน ที่ผ่านมา อนุมัติให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินโครงการอ่างเก็บน้ำคลองโพล้ จ.ระยอง ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำด้านการเกษตรและอุปโภค-บริโภค ให้พี่น้องประชาชนใน อ.เขาชะเมารวมทั้งช่วยบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ อ.แกลง โดยในอนาคตปริมาณน้ำท่าส่วนเกิน หลังจากใช้ประโยชน์ในพื้นที่แล้ว ยังสามารถสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)ได้อีกด้วย กำหนดแผนในการดำเนินโครงการ4 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2565-2568 กรอบวงเงินงบประมาณ 3,561.62 ล้านบาท หากก่อสร้างแล้วเสร็จ จะเป็นแหล่งน้ำสำคัญอีกแห่งหนึ่งให้กับพื้นที่ จ.ระยอง

นายประพิศ เปิดเผยด้วยว่า โครงการนี้ทางคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ให้ความเห็นชอบตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2563 กรมชลประทาน ได้ประสานความร่วมมือกับประชาชนในพื้นที่ ชี้แจงทำความเข้าใจ และรับฟังความคิดเห็นมาอย่างต่อเนื่อง โดยเขื่อนหัวงานจะตั้งอยู่ที่หมู่ 4 บ้านสีระมัน ต.ห้วยทับมอญ อ.เขาชะเมา มีความจุเก็บกัก 40 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ผลประโยชน์ของโครงการฯ จะเป็นแหล่งน้ำเพื่อใช้ในการอุปโภค-บริโภค และสนับสนุนพื้นที่เกษตรกรรมที่เป็นแหล่งผลิตผลไม้เศรษฐกิจทั้งทุเรียนและมังคุด ในเขต อ.เขาชะเมา 30,000 ไร่ มีครัวเรือนที่ได้รับผลประโยชน์ประมาณ 1,500 ครัวเรือน อีกทั้งยังจะช่วยบรรเทาอุทกภัยในช่วงฤดูน้ำหลากให้กับพื้นที่ อ.แกลง ได้อีกส่วนหนึ่ง และยังสามารถพัฒนาพื้นที่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวในอนาคต โดยมีแผนเริ่มดำเนินการก่อสร้างในปี 2566 และจะเร่งรัดโครงการให้แล้วเสร็จตามแผนงาน เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ใช้ประโยชน์จากอ่างเก็บน้ำคลองโพล้

‘เฉลิมชัย’หนุนพืชกระท่อม ตอบโจทย์ความต้องการพันธุ์ดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/650951

วันอังคาร ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและขยายกระท่อมพันธุ์ดี ที่ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 4 จ.นครศรีธรรมราช ว่าความต้องการพืชกระท่อมของเกษตรกรและผู้สนใจทั่วไปมีจำนวนมาก จึงมอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตร จัดทำโครงการผลิตและขยายต้นกล้ากระท่อมพันธุ์ดี ซึ่งผลิตกระท่อมโดยการนำเมล็ดในสภาพปลอดเชื้อมาเพาะเลี้ยงด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เพื่อเพาะพันธุ์กระท่อมพันธุ์ดีไว้เป็นพืชสมุนไพรพื้นบ้านเพื่อใช้ในครัวเรือน และสามารถนำไปพัฒนาอาชีพเป็นพืชทางเลือกในอนาคต ก่อให้เกิดรายได้กับเกษตรกรและชุมชน ตลอดจนเป็นการพัฒนานวัตกรรมการผลิตและขยายกระท่อมพันธุ์ดี สำหรับรองรับความต้องการในอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับแผนแม่บทแห่งชาติว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทย ฉบับที่ 1 พ.ศ.2560–2564 พร้อมต่อยอดการเรียนรู้และขับเคลื่อนไปสู่การผลิตพืชเชิงพาณิชย์หรือเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือก

ปัจจุบัน กรมส่งเสริมการเกษตร ได้ทำโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและขยายกระท่อมพันธุ์ดี โดยมีศูนย์ขยายพันธุ์พืชจำนวน 10 แห่ง ได้แก่ ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 1 จ.ชลบุรี ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 2 จ.ตรัง ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 3 จ.นครราชสีมา ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 4 จ.นครศรีธรรมราช ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 5 จ.บุรีรัมย์ ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 6 จ.พิษณุโลก ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 7จ.มหาสารคาม ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 8 จ.ลำพูน ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 9 จ.สุพรรณบุรี และศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 10 จ.อุดรธานี ซึ่งได้ดำเนินการผลิตต้นกล้ากระท่อมพันธุ์ดีแล้ว รวมทั้งสิ้น 210,000 ต้น เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนต้นกล้ากระท่อมพันธุ์ดีพร้อมองค์ความรู้ให้แก่สมาชิกศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ทั้ง 882 ศูนย์ทั่วประเทศไทย โดยสนับสนุนรายละ 3 ต้น 30 รายต่อศูนย์ ทำให้มีสมาชิก ศพก.ที่ได้รับการสนับสนุน 26,460 ราย รวม 79,380 ต้น นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งเรียนรู้การผลิตและขยายพืชกระท่อมพันธุ์ดีภายในชุมชน ซึ่งมีสมาชิกวิสาหกิจชุมชน/Young Smart Farmer / Smart Farmer / อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน หน่วยงานราชการที่มีภารกิจในการส่งเสริมอาชีพการเกษตร และประชาชนที่สนใจ ได้รับการสนับสนุนจำนวนทั้งสิ้น 130,620 ต้น พร้อมต่อยอดสู่การผลิตขยายพืชกระท่อมพันธุ์ดีเชิงพาณิชย์หรือเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือก

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อขอรับต้นกล้ากระท่อมพันธุ์ดีได้ ที่จุดบริการพืชพันธุ์ Doae ศูนย์ขยายพันธุ์พืชใกล้บ้านท่าน รายละ 3 ต้น ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนกว่าของจะหมด

จีนเปิดด่านโมฮ่านรับทุเรียนจากไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/650953

วันอังคาร ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะทำงานแก้ไขปัญหาผลไม้ล่วงหน้าในคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ หรือฟรุ้ตบอร์ด กล่าวว่า ได้รับรายงานจากสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงปักกิ่ง ฝ่ายเกษตร ประจำสถานกงสุลใหญ่ นครกว่างโจวฝ่ายเกษตร ประจำสถานกงสุลใหญ่ นครเซี่ยงไฮ้ ว่า ด่านโม่ฮาน มณฑลยูนนาน เปิดนำเข้าทุเรียนไทยจากด่านบ่อเต็น ประเทศลาว แล้ว หลังจากระงับการนำเข้าทุเรียนไทย ก่อนหน้านี้ เนื่องจากพบการปนเปื้อนไวรัสโควิด-19 ในรถบรรทุกคอนเทนเนอร์จากไทย โดยด่านเปิดทำการระหว่างเวลา 08.30-21.00 น. และเวลา 17.30-21.00 น.เป็นช่วงที่ให้รถบรรทุกเปล่าผ่าน ส่วนโหย่วอี้กวน (กว่างซีจ้วง) ยังเปิดให้บริการระหว่างเวลา 08.00-19.00 น.แต่มีความแออัด จึงควรหลีกเลี่ยงเพื่อลดความเสี่ยง

นายอลงกรณ์ กล่าวแนะนำให้เพิ่มการขนส่งทางเรือและทางอากาศ โดยท่าเรือของจีนที่เปิดให้บริการนำเข้าผลไม้ไทย ได้แก่ 1.ท่าเรือชินโจว (กว่างซีจ้วง)มีเที่ยวเรือในเส้นทางระหว่างท่าเรือแหลมฉบังและท่าเรือชินโจว สัปดาห์ละ 4-7 เที่ยว ระยะเวลา 3-8 วัน ระยะเวลาในการตรวจปล่อยและผ่านโกดังห่วงโซ่ควบคุมความเย็นประมาณ 3-4 วัน 2.ท่าเรือเสอโข่ว (เซินเจิ้น) มีเที่ยวเรือในเส้นทางระหว่างท่าเรือแหลมฉบังและท่าเรือเสอโข่วเฉลี่ยวันละ 1-4 เที่ยว ระยะเวลา 6-11 วัน และ 3.ท่าเรือหนานซา(กว่างโจว) มีเที่ยวเรือในเส้นทางระหว่างท่าเรือแหลมฉบังและท่าเรือหนานซาเฉลี่ยวันละ 1-3 เที่ยว ระยะเวลา 5-9 วัน ส่วนท่าเรือเซินเจิ้นวาน และท่าเรือเซี่ยงไฮ้ แม้เปิดบริการแต่มีมาตรการตรวจไวรัสโควิด-19 เข้มข้น

ในส่วนการขนส่งทางอากาศ มีสนามบินเซินเจิ้น เป่าอัน มีเที่ยวบินคาร์โกของบริษัท S.F. รองรับน้ำหนักบรรทุกประมาณ 25 ตันต่อเที่ยว จากสนามบินสุวรรณภูมิไปสนามบินเซินเจิ้น สัปดาห์ละ 6 เที่ยว (ยกวันวันเสาร์) ขณะที่สนามบินเซียงไฮ้ ผู่ตง ยังขยายการล็อกดาวน์ทำให้การขนส่งสินค้าล่าช้าติดขัด

ชป.บริหารจัดการน้ำฤดูแล้งเป็นไปตามแผน พร้อมเตรียมรับมือฤดูฝน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/650995

ชป.บริหารจัดการน้ำฤดูแล้งเป็นไปตามแผน พร้อมเตรียมรับมือฤดูฝน

วันจันทร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 21.15 น.

ชป.บริหารจัดการน้ำฤดูแล้งเป็นไปตามแผน พร้อมสั่งชลประทานทั่วประเทศเตรียมรับมือฤดูฝนปี 65

เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2565 ที่ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ผ่านระบบ Video Conference ไปยังสำนักงานชลประทานที่ 1 – 17 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง กรมอุตุนิยมวิทยา กรมทรัพยากรน้ำ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักการระบายน้ำ (กทม.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำ และแม่น้ำสายหลักต่างๆ สำหรับเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องและเหมาะสมในแต่ละพื้นที่

ทั้งนี้ นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า รายงานล่าสุด (1 พ.ค.65) อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 43,604 ล้าน ลบ.ม.หรือคิดเป็นร้อยละ 57 ของความจุอ่างฯรวมกัน มีน้ำใช้การได้ประมาณ 19,667 ล้าน ลบ.ม.ได้มีการจัดสรรน้ำทั้งประเทศไปแล้ว 22,998 ล้าน ลบ.ม.หรือร้อยละ 103 ของแผนฯ เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 10,179 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 41 ของความจุอ่างฯ มีน้ำใช้การได้ 3,483 ล้าน ลบ.ม.และมีการจัดสรรน้ำไปแล้ว 6,305 ล้าน ลบ.ม.หรือร้อยละ 111 ของแผนฯ ภาพรวมสถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์ปกติ

ซึ่งขณะนี้ได้สิ้นสุดการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งแล้ว พบว่าทั้งประเทศมีการใช้น้ำเกินแผนเพียงเล็กน้อย ทั้งนี้ ต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ได้มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการน้ำ ร่วมกันใช้น้ำอย่างประหยัด ทำให้การใช้เป็นไปตามแผนที่วางไว้และเพียงพอตลอดฤดูแล้งที่ผ่านมา หลังจากนี้จะเป็นการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝน จึงได้กำชับให้โครงการชลประทานทั่วประเทศ ดำเนินการตามมาตรการรับมือฤดูฝนปี 2565 ที่ ครม.เห็นชอบ ทั้ง 13 มาตรการอย่างเคร่งครัด พร้อมติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำท่าอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ให้บริหารจัดการน้ำอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดและสอดคล้องกับสถานการณ์ โดยคำนึงถึง ปริมาณ เวลา ผลกระทบ ความมั่นคงของอาคารชลประทาน และระเบียบกฎหมาย เป็นหลัก  หมั่นตรวจสอบความมั่นคงของอาคารชลประทานให้พร้อมใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพ

อย่างไรก็ตาม หากมีการปรับปรุงหรือซ่อมแซมให้เร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยไว พร้อมกับจัดทำแผนเผชิญเหตุเพื่อรับมือหากเกิดสถานการณ์น้ำหลาก จัดเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ รวมทั้งระบบสื่อสารสำรองให้พร้อมใช้งานได้ทันที หมั่นกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญให้รายงานสถานการณ์น้ำและแนวทางในการบริหารจัดการในพื้นที่ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัดได้ทราบอย่างต่อเนื่องด้วย เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และสามารถแจ้งเตือนประชาชนได้อย่างทันท่วงทีต่อไป

ปาล์ม‘มะกอกเหนือ’พลิกชีวิต ใช้หลักบริหารแบบแปลงใหญ่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/650800

วันจันทร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสมนึก คงชู เกษตรจังหวัดพัทลุง กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร ได้ปรับโครงการสร้างให้เกิดการผลิตในรูปแบบระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ส่งเสริมการรวมกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกให้มีความเข้มแข็ง สามารถลดต้นทุนการผลิต มีผลผลิตต่อหน่วยเพิ่มขึ้น ผลผลิตมีคุณภาพได้มาตรฐาน โดยแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน ต.มะกอกเหนือ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง คือหนึ่งในความสำเร็จของการพัฒนาขีดความสามารถ สามารถเป็นต้นแบบความสำเร็จได้อย่างครบทุกด้าน โดยมีผลการจัดชั้นคุณภาพ A

ทั้งนี้ สำนักงานเกษตรจังหวัดพัทลุง ได้ทำให้แปลงใหญ่ปาล์มน้ำมันดังกล่าว มีผลงานโดดเด่น เช่น การลดต้นทุนค่าปุ๋ยเคมี ย่อยปาล์มน้ำมันให้เป็นวัสดุใช้ทำปุ๋ยหมัก และส่งเสริมเลี้ยงแหนแดงในร่องสวนเพื่อเพิ่มธาตุไนโตรเจน อันเป็นการลดต้นทุนการผลิต ส่วนด้านการบริหารจัดการ แปลงใหญ่แห่งนี้ได้มีการจัดการด้านการวางแผนการผลิตร่วมกัน ด้วยการแบ่งกลุ่มย่อยของสมาชิกตามสภาพพื้นที่ออกเป็น 4 กลุ่มย่อย เพื่อให้มีการบริหารจัดการสะดวก และสมาชิกแต่ละกลุ่มย่อยสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น

ด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต แปลงใหญ่ปาล์มน้ำมันแห่งนี้ สามารถเพิ่มผลผลิตปาล์มน้ำมันให้เพิ่มสูงขึ้นจากการบริหารจัดการสวน ผลผลิตเฉลี่ยจากเดิม 3,000 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี เพิ่มเป็น 3,900 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี โดยเป็นผลผลิตที่เพิ่มแบบเน้นการพัฒนาด้านคุณภาพตามกติกาที่กำหนด

กรมชลฯปรับปรุงคลองท่าดีทั้งระบบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/650801

วันจันทร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน นายชูชาติ รักจิตร รองอธิบดีกรมชลประทาน พร้อมคณะลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำ จ.นครศรีธรรมราชโดยมี นายปริญญา สัคคะนายก ผอ.สำนักงานชลประทานที่ 15 และผู้เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่บริเวณวัดดินดอน ต.ท่าดีอ.ลานสกา โดยนายประพิศกล่าวว่า คลองท่าดีเป็นคลองธรรมชาติที่มีความยาวประมาณ 38 กิโลเมตร มีแหล่งต้นน้ำจากเทือกเขาหลวง ตัดผ่านพื้นที่ทำการเกษตรหลายแห่ง มีปริมาณน้ำไหลผ่านตลอดทั้งปี เมื่อเข้าสู่ฤดูน้ำหลากจะมีปริมาณน้ำจำนวนมาก ทำให้เกิดการกัดเซาะตลิ่งทั้งสองฝั่งของคลองท่าดีส่งผลให้พื้นที่การเกษตรและที่พักอาศัยได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำกัดเซาะตลิ่งพังเป็นแห่งๆ

ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้ตรวจสอบสภาพภูมิประเทศ พร้อมทั้งศึกษาและตรวจสอบผลการคำนวณทางด้านวิศวกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนดำเนินโครงการก่อสร้างอาคารป้องกันตลิ่งคลองท่าดี บ้านวัดสมอ ต.กำโลน อ.ลานสกา มีลักษณะเป็นอาคารป้องกันตลิ่งชนิดลวดตาข่ายบรรจุหิน ความยาว รวม 697 เมตร (ฝั่งซ้ายยาว 234 เมตร/ฝั่งขวายาว 463 เมตร) พร้อมก่อสร้างฝายคอนกรีตเสริมเหล็กสูง 1.50 เมตร ยาว 44 เมตร อีกโครงการเป็นโครงการก่อสร้างอาคารป้องกันตลิ่งบ้านดินดอน ต.ท่าดี อ.ลานสกา มีลักษณะเป็นอาคารป้องกันตลิ่งชนิดลวดตาข่ายบรรจุหิน ความยาว รวม 600 เมตร(ฝั่งซ้ายยาว 260 เมตร/ฝั่งขวายาว 340 เมตร สูง 4.50 เมตร) หากดำเนินการแล้วเสร็จ จะช่วยแก้ไขปัญหาการพังทลายจากกระแสน้ำกัดเซาะบริเวณแนวตลิ่งคลองท่าดี ในช่วงฤดูน้ำหลากได้เป็นอย่างมาก

พร้อมกันนี้ ได้วางแผนระยะยาวในการปรับปรุงสภาพคลองท่าดีทั้งระบบ เพื่อชะลอการไหลของน้ำ ช่วยลดความรุนแรงของกระแสน้ำ ลดการชะล้างพังทลายของตลิ่ง และทำให้น้ำอยู่ในลำห้วยได้นานขึ้น

ฟรุ้ตบอร์ดหวั่นโควิดกระทบ ส่งออกผลไม้ไทยสู่จีนเล็งหาตลาดอื่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/650804

วันจันทร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ประธานคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้หรือฟรุ้ตบอร์ด มอบหมายให้ นายอลงกรณ์ พลบุตรที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ เป็นประธานฟรุ้ตบอร์ดครั้งที่ 2/2565 ร่วมกับคณะกรรมการ โดยที่ประชุมรับทราบ การแต่งตั้งคำสั่งคณะกรรมการผู้แทนเกษตรกร สถาบันเกษตรกร ภาคเอกชน และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิชุดใหม่, ความก้าวหน้า สถานการณ์การผลิตไม้ผล ปี 2565, สรุปผลการประชุมเฉพาะกิจการเตรียมการบริหารจัดการผลไม้ภาคตะวันออก ปี 2565, รายงานความก้าวหน้าของคณะทำงานศึกษาเสถียรภาพกลุ่มสินค้าทุเรียน, การรายงานความก้าวหน้าของคณะอนุกรรมการพัฒนาและบริหารการตลาด, การรายงานสถานการณ์ด่านการส่งออกผลไม้ไปจีน และสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในจีน และรายงานแนวทางแก้ปัญหาการขนส่งผลไม้ในลอตแรกของไทยไปจีน โดยรถไฟจีน-ลาว ให้ใช้เวลาไม่เกิน 3 วันครึ่ง

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาหารือ และมีมติเห็นชอบ ดังนี้ 1.แผนบริหารจัดการผลไม้ภาคตะวันออก (ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง) ปี 2565 เป็นแนวทางบริหารจัดการผลไม้ ปี 2565 ตามมติคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ครั้งที่ 1/2565 เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2565 ทั้งนี้ จังหวัดได้จัดวางแผนการบริหารจัดการผลไม้แบบเบ็ดเสร็จได้ด้วยตัวเอง ในเชิงคุณภาพสอดคล้องตามยุทธศาสตร์พัฒนาผลไม้ไทย พ.ศ.2565-2570 และในเชิงปริมาณ โดยการจัดการความสมดุลเป็นไปตามหลัก อุปสงค์-อุปทาน และ 2.แผนบริหารจัดการผลไม้ภาคเหนือ (ลิ้นจี่) ปี 2565 เพื่อให้จังหวัดใช้เป็นแนวทางปฏิบัติในการบริหารจัดการผลไม้ในฤดูกาลผลิตปี 2565

นายอลงกรณ์กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในจีน ระลอกใหม่ เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการส่งออกผลไม้ของไทยที่ประมาทไม่ได้ จึงขอให้ผู้ส่งออกเพิ่มการขนส่งทางเรือให้มากที่สุดเป็น 55% และการขนส่งทางรถไฟสายจีน-ลาว ในระบบผสม “ราง-รถ” เป็นทางเลือกเพิ่มเติมเพื่อลดความเสี่ยงของการขนส่งทางรถที่มีความไม่แน่นอนของด่านทางรถที่อาจปิดได้ทุกเมื่อ รวมทั้งเร่งรณรงค์การบริโภคผลไม้ภายในประเทศให้มากขึ้น จาก 30% เป็น 40% เพื่อช่วยสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ทุกภาคทั่วประเทศ และขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตาม 18 มาตรการบริหารจัดการผลไม้ ปี 2565 และแผนการแก้ไขปัญหาผลไม้เศรษฐกิจล่วงหน้าทั้งระบบ ปี 2565 กรณีเหตุการณ์ไม่ปกติ 5 มาตรการ คือ มาตรการป้องกันเพื่อเตรียมรองรับเหตุการณ์ไม่ปกติ, มาตรการช่วยเหลือในการกระจายสินค้า ควบคุมคุณภาพ และกระตุ้นการบริโภคผลไม้, มาตรการช่วยเหลือสนับสนุนการส่งออกผลไม้ไทย, มาตรการแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มผลไม้ และมาตรการช่วยเหลือเยียวยาและฟื้นฟูเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ไม่ปกติ ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวจะรองรับผลไม้ 450,000 ตัน ในส่วนอื่นๆ จะเป็นไปตามกลไกตลาดโดยเกษตรกรผลิตผลไม้ที่ได้คุณภาพ ล้งรับซื้อตามมาตรฐานและราคาที่เป็นธรรม

ภาครัฐช่วยสนับสนุน ชาวนาบ้านนาเวียง หันปลูกถั่วลิสงขาย เพิ่มรายได้ครัวเรือน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/650803

วันจันทร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายนพดล ผุดผ่อง หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต สำนักงานเกษตร จ.ยโสธร เปิดเผยว่า สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 4 ขอนแก่น ได้ส่งเสริมแปลงใหญ่ถั่วลิสงบ้านนาเวียง หมู่ 6และหมู่ 11 ต.กู่จาน อ.คำเขื่อนแก้ว จ.ยโสธร เพราะมองเห็นถึงศักยภาพของการผลิตถั่วลิสงของเกษตรกร พัฒนาให้กลุ่มฯ มีการปลูกให้สอดคล้องกับความเหมาะสมของสภาพพื้นที่ ใช้ปุ๋ยตามความต้องการของพืช โดยใช้ระบบ GAP ผลิตพืชปลอดภัย จุดเด่นของแปลงใหญ่ถั่วลิสงบ้านนาเวียง คือมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีความกรอบ หอม มัน และมีความหวานโดยธรรมชาติ นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้เกษตรกรเข้าร่วมโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด โดยนำทุนที่ได้รับการสนับสนุนมาการขยายโรงเรือน เพื่อใช้ในการผลิตโดยก่อสร้างอาคารโรงอบพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อพัฒนาคุณภาพการผลิต

ด้านนางฉวี มงคลนำ กรรมการแปลงใหญ่ถั่วลิสงบ้านนาเวียง กล่าวว่า เกษตรกรผู้ปลูกถั่วลิสง แต่เดิมส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา อาศัยฝน ไม่มีระบบชลประทาน สภาพพื้นที่การทำเกษตรเป็นที่ดอนและที่ลุ่มน้ำท่วมขัง แต่ได้รายได้ไม่เพียงพอ จึงหาแนวทางแก้ปัญหา โดยเริ่มปลูกถั่วลิสงจำหน่ายและนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกถั่วลิสง 585 ไร่ ผลผลิตที่ได้กว่า 146 ตัน/ปี ต้นทุนการผลิต 8,400 บาท/ไร่ ผลผลิตที่ได้ 250 กิโลกรัม/ไร่ ถั่วลิสงของกลุ่มฯ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือ มี 2 เมล็ดผิวเรียบ เปลือกบาง กะเทาะเปลือกง่าย ตากแห้งเร็ว เนื้อแน่น เม็ดเต็ม รสชาติหวาน มัน มีความโดดเด่นเฉพาะตัว