ปศุสัตว์แนะแนวทาง ลดต้นทุนใช้อาหาร เลี้ยงสัตว์-ทำเกษตร ช่วงวัตถุดิบราคาสูง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/647958

วันจันทร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยถึงภาพรวมความต้องการด้านอาหารสัตว์ตามชนิดสินค้าปศุสัตว์ ที่คาดการณ์ถึงปริมาณการใช้อาหารสัตว์ในปี 2565 จำนวน 22.41 ล้านตัน และคาดการณ์ในปี 2566 ประมาณ 23.27 ล้านตัน โดยอุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่เนื้อมีความต้องการใช้อาหารสัตว์มากถึงร้อยละ 40 ตามด้วยอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรและไก่ไข่ที่ร้อยละ 34 และ 11 ตามลำดับ ซึ่งทำให้ความต้องการวัตถุดิบหลักอาหารสัตว์ ได้แก่ ข้าวโพดเมล็ด กากถั่วเหลือง ปลายข้าว และปลาป่น ยังคงมีความต้องการที่เพิ่มขึ้นในปี 2565 และ 2566 และด้วยจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ประกอบกับสถานการณ์ความไม่สงบระหว่างรัสเซียและยูเครน ทำให้วัตถุดิบอาหารสัตว์มีการปรับราคาสูงขึ้น และทำให้เกิดปัญหาต้นทุนราคาอาหารสัตว์ของเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ได้

ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์ ได้พัฒนาและแนะนำแนวทางการลดต้นทุนอาหารสัตว์ให้แก่เกษตรกรรายย่อย เช่น ส่งเสริมให้ใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์ที่หาได้ในท้องถิ่น การลดปริมาณการสูญเสียอาหารสัตว์ในขั้นตอนการผลิต และการบริหารจัดการวัตถุดิบอาหารสัตว์ ร่วมกับเกษตรกรรายอื่น เพื่อลดต้นทุนต่อหน่วยลงให้ได้มากที่สุด นอกจากนี้ได้พัฒนาและแนะนำสูตรอาหารสัตว์ที่มีวัตถุดิบที่ผลิตได้ในประเทศไทยเป็นทางเลือกเพื่อทดแทนการนำเข้า เช่น มันสำปะหลัง (มันเส้น กากมัน) ข้าว (ปลายข้าว ข้าวกล้อง ข้าวกระเทาะเปลือก) ข้าวโพด รำข้าว กากปาล์ม เป็นต้น

‘เฉลิมชัย’เร่งเพิ่มพื้นที่สีเขียว ในวัด-โรงเรียน-ชุมชนปลูกผักผลไม้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/647960

วันจันทร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมืองในพื้นที่วัด ที่ธรรมสถานวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก กทม.ว่า มีแนวทางในการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง โดยจัดสรรและใช้ทรัพยากรในพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีความตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นที่ต้องส่งเสริม สนับสนุน ให้ประชาชนในชุมชนเมืองได้เรียนรู้การทำเกษตรปลอดภัย ตามวิถีพอเพียง และคนในชุมชนมีอาหารบริโภคผลผลิตปลอดภัยและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ซึ่งระบบเกษตรกรรมยั่งยืนคือระบบการเกษตรที่ครอบคลุมถึงวิถีชีวิตเกษตรกรกระบวนการผลิต และการจัดการทุกรูปแบบ เพื่อให้เกิดความสมดุลทางเศรษฐกิจ สังคมสิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศซึ่งนำไปสู่การพึ่งตนเองและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและผู้บริโภค

สำหรับโครงการนี้เป็นหนึ่งในโครงการที่กระทรวงเกษตรฯ ร่วมกับภาคีที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวในชุมชนเมืองโดยเฉพาะพื้นที่วัดใน กทม.มีวัตถุประสงค์เพื่อน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ไปปรับใช้กับคนในชุมชนเมือง ส่งเสริมให้คนในชุมชนเมืองใกล้วัดเข้าถึงอาหารปลอดภัยรวมถึงเป็นรายได้ให้แก่ชุมชน เพิ่มพื้นที่สีเขียวในวัด โรงเรียนชุมชน และเป็นศูนย์เรียนรู้ให้แก่วัดและโรงเรียน รวมทั้งเพิ่มพื้นที่และกิจกรรมทางสังคมของชุมชนในการใช้พื้นที่สาธารณะทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น ปลูกผักสวนครัว ไม้ผล ไม้ยืนต้น สมุนไพร การลงแขกช่วยงานในแปลง เป็นต้น ซึ่งมีพื้นที่นำร่องในการดำเนินการในพื้นที่ทั้งสิ้น 9 แห่ง ได้แก่ วัดพระยาสุเรนทร์ เขตคลองสามวา วัดบางกระดี่ เขตบางขุนเทียน วัดพระราม 9 เขตห้วยขวาง วัดนายโรง เขตบางกอกน้อย วัดโซนเหนือ กทม.วัดโซนตะวันตกเฉียงเหนือของ กทม.มัสยิดคอยรุดดีน ศาสนสถานของฮินดู และโบสถ์

“การพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมืองในพื้นที่วัดเพื่อผลิตอาหารเพียงพอปลอดภัยให้กับชุมชนในเมืองใกล้วัดและโรงเรียน เพื่อสร้างเป็นอาหาร เป็นยารักษาโรค และสร้างรายได้ รวมถึงเพิ่มพื้นที่สีเขียวสอดคล้องกับ BCG โมเดล ประกอบด้วย 3 เศรษฐกิจหลัก คือ 1.Bio Economy เศรษฐกิจชีวภาพ 2.Circular Economy เศรษฐกิจหมุนเวียน การมุ่งสร้างมูลค่าสูงสุดจากทรัพยากรธรรมชาติควบคู่ไปกับการลดของเสีย เช่น การทำปุ๋ยหมัก น้ำหมักจากเศษอาหาร เป็นต้น และ 3.Green Economy เศรษฐกิจสีเขียวหรือเศรษฐกิจที่พัฒนาด้วยความคำนึงถึงความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม ซึ่งการดำเนินงานปรับปรุงพื้นที่ในโรงเรียนและวัด จะช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวในรูปแบบการปลูกพืชผักสวนครัว ไม้ผล ไม้ยืนต้น เน้นการใช้อินทรียวัตถุเช่น ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยพืชสด และปุ๋ยชีวภาพ ในการปรับปรุงบำรุงดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ เพื่อให้ต้นพืชมีความแข็งแรงสามารถต้านทานโรคและแมลงด้วยตนเอง รวมถึงการนำเอาภูมิปัญญาชาวบ้านมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เพื่อให้คนในชุมชนสามารถบริโภคผลผลิตพืชผักผลไม้ที่ปลอดภัย” ดร.เฉลิมชัย กล่าว

เกษตรฯติดตาม7โครงการพัฒนา สรุปผลการดำเนินงานตามกรอบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/647963

วันจันทร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานประชุมหารือการดำเนินงานโครงการพัฒนาตามพระราชดำริ 7 โครงการ ประกอบด้วย 1.ศูนย์บริการและพัฒนาลุ่มน้ำปาย ตามพระราชดำริ จ.แม่ฮ่องสอน 2.ศูนย์บริการและพัฒนาที่สูงปางตอง ตามพระราชดำริ จ.แม่ฮ่องสอน 3. โครงการศูนย์อำนวยการโครงการพัฒนาตามพระราชดำริ อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ 4.ศูนย์พัฒนาไม้ผลตามพระราชดำริ จ.จันทบุรี 5.ศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ จ.ระยอง 6.โครงการพัฒนาพื้นที่ราบเชิงเขา จ.สระแก้ว–ปราจีนบุรี ตามพระราชดำริ และ 7.โครงการศูนย์พัฒนาปศุสัตว์ตามพระราชดำริ อ.ด่านซ้าย จ.เลย ที่ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน กรมชลประทาน และกรมปศุสัตว์ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบหลัก จัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงานตามกรอบการติดตามผลลัพธ์การดำเนินโครงการพัฒนาตามพระราชดำริ ทั้ง 7 โครงการ และส่งให้กองประสานงานโครงการพระราชดำริ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ รวบรวมและนำเรียนองคมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป

‘มนัญญา’จัดงานควายอุทัยธานีเพิ่มมูลค่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/647961

วันจันทร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวในโอกาสเป็นประธานพิธีเปิดงาน “เทศกาลควายไทยอุทัยธานี” ครั้งที่ 10 ที่ บก.ภ.จว.อุทัยธานีว่าการจัดงานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกษตรกรได้พบปะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างเกษตรกรด้วยกันเอง และผู้ทรงคุณวุฒิ ตลอดจนเพื่ออนุรักษ์และใช้ประโยชน์ พัฒนา ปรับปรุงสายพันธุ์กระบือ จ.อุทัยธานี ให้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งสร้างมูลค่าเพิ่มของกระบือ ช่วยกระตุ้นการซื้อขายกระบือให้เพิ่มสูงขึ้น ทั้งในรูปแบบกระบือสวยงาม และกระบือเนื้อ

น.ส.มนัญญา กล่าวต่อว่า กระทรวงเกษตรฯ เล็งเห็นความสำคัญในอาชีพด้านปศุสัตว์ของเกษตรกรโดยกระบือจัดเป็นสินค้าเกษตรที่มีความสำคัญ 1 ใน 3ของ จ.อุทัยธานี นอกจากข้าวและปลาแรด อีกทั้งสมาคมพัฒนาพันธุ์ควายไทยได้ร่วมขับเคลื่อนและให้ความสำคัญกับภาคปศุสัตว์ พัฒนาและปรับปรุงพันธุ์กระบือสวยงามและกระบือเนื้อ จากการรายงานการสำรวจข้อมูลเกษตรกรผู้เลี้ยงกระบือ ของสำนักงานปศุสัตว์ จ.อุทัยธานี พบว่าปี 2563-2564 มีเกษตรกรผู้เลี้ยงกระบือเพิ่มขึ้นร้อยละ 20.5 กระบือเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.5 ปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 22.4 และมีมูลค่ารวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 20.5 โดยในปี 2563 มีเกษตรกรผู้เลี้ยง 2,067 ราย กระบือ 23,379 ตัว ปริมาณผลผลิต 8,270 ตัว มูลค่ารวม 296.9 ล้านบาท และในปี 2564 มีเกษตรกรผู้เลี้ยง 2,600 ราย กระบือ 28,336 ตัวปริมาณผลผลิต 10,655 ตัว มูลค่ารวม 382.5 ล้านบาท ซึ่งการจัดงานเทศกาลควายไทยอุทัยธานีในครั้งนี้ จะส่งผลให้เกษตรกรหันมาสนใจในอาชีพการเลี้ยงกระบือเพิ่มมากขึ้น เป็นการเพิ่มรายได้ เพิ่มองค์ความรู้รวมทั้งการพัฒนาสายพันธุ์กระบือให้ดียิ่งขึ้นไป

ทั้งนี้ ภายในงานดังกล่าวมีกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ การประกวดกระบือลุ่มน้ำสะแกกรัง กระบือทั่วไป และกระบือแกรนด์แชมป์ ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นอกจากนี้ยังมีการจำหน่ายสินค้าด้านปศุสัตว์ งาน “Buffalo Night” ด้วย

ไทยโชว์ผลงานเด่นในงานมหกรรมพืชสวนโลก พร้อมเปิดตัว Thailand Pavilion

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/647680

ไทยโชว์ผลงานเด่นในงานมหกรรมพืชสวนโลก พร้อมเปิดตัว Thailand Pavilion

วันศุกร์ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2565, 22.02 น.

ไทยโชว์ผลงานเด่นในงานมหกรรมพืชสวนโลก ประเทศเนเธอร์แลนด์ “The International Horticultural Exposition 2022” เปิดตัวนวัตกรรมด้านอาหาร ขนทัพ Future Product จิ้งหรีด มะพร้าว ลำไย และกล้วยไม้นานาพรรณ พร้อมเปิดตัว Thailand Pavilion

เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีเปิด Thailand Pavilion ณ เมืองอัลเมียร์ (Almere) ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ ซึ่งประเทศไทยเป็น 1 ใน 26 ประเทศ และ 3 องค์กรที่เข้าร่วมงานมหกรรมพืชสวนโลก The International Horticultural Exposition 2022 หรือ EXPO 2022 Floriade Almere

โดย นายทองเปลว กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะตัวแทนประเทศไทย พร้อมต้อนรับแขกผู้มาเยือนและนักท่องเที่ยวสู่อาคาร Thailand Pavilion เพื่อชื่นชมความงดงามของธรรมชาติ วิถีชีวิต วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี ผ่านนิทรรศการต่างๆ ในงานมหกรรมพืชสวนโลก The International Horticultural Expo หรือ EXPO 2022 Floriade Almere ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 เมษายน – 9 ตุลาคม 2565 ณ เมืองอัลเมียร์ (Almere) ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ เพื่อโชว์ศักยภาพนวัตกรรมด้านอาหาร สินค้าเกษตร การพัฒนากระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน และคุณภาพสินค้าเกษตรของประเทศไทยสู่สายตาชาวโลก

ทั้งนี้ นับเป็นโอกาสอันดีในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทั้งกับประเทศเจ้าภาพและประเทศภาคีสมาชิกอื่นๆ ที่เข้าร่วมงาน พร้อมเป็นการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของประเทศไทย ผ่านการนำเสนอการดำเนินงานด้านการพัฒนาสินค้าเกษตร และผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตร สร้างความหลากหลาย และแสดงศักยภาพให้เกิดความเชื่อมั่นในคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ รวมทั้งการส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยที่ติดอันดับโลกในด้านความหลากหลายของศิลปะ ประเพณีวัฒนธรรม การดำรงชีพที่แตกต่างกัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าคนไทยมีภูมิปัญญาในการพึ่งพาตนเอง และที่สำคัญคือจะเป็นการเปิดโอกาสทางการค้าให้กับสินค้าและบริการของไทย รวมทั้งการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศอีกด้วย

โดยในอาคาร Thailand Pavilion ไทยได้นำเสนอผ่านแนวคิด “TRUST Thailand” เข้าใจทุกความแตกต่าง เชื่อมั่นความปลอดภัย เปิดโลกทัศน์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ มุมมองที่คุณไม่เคยเห็น ที่นี่ประเทศไทย ซึ่งภายในอาคาร Thailand Pavilion แบ่งพื้นที่จัดแสดงออกเป็น โซน Welcome to Thailand นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับประเทศไทย เริ่มตั้งแต่ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยและเนเธอร์แลนด์ ตัวอย่างโครงการตามแนวคิด BCG Model การท่องเที่ยวไทยและท่องเที่ยวเชิงเกษตร

โซน Future Products นำเสนอระบบการรับรองมาตรฐานการผลิตสินค้าเกษตรตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ สินค้ากลุ่ม Future food เช่น เห็ดแครง จิ้งหรีด มะพร้าว ลำไย ที่พลาดไม่ได้คือ การตกแต่งกล้วยไม้สุดอลังการ ตั้งตระหง่านกลางห้องโถงสูงถึง 5 เมตร ประดับด้วยกล้วยไม้สกุลหวายและแวนด้า หลากหลายสี ซึ่งในปี 2565 นี้ กรมส่งเสริมการเกษตรมีเป้าหมายที่จะกระตุ้นตลาดกล้วยไม้ สกุลแวนด้าในประเทศเนเธอร์แลนด์อีกครั้งด้วย

ขณะที่โซน Showroom นำเสนอตัวอย่างสินค้าที่มีศักยภาพในการส่งออก เช่น สินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ (ด้านอาหาร และไม่ใช่อาหาร สินค้าในอนาคต และสินค้าที่มีศักยภาพ) ผลิตภัณฑ์สมุนไพร สปา และเวชสำอาง ผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย Cultural Product of Thailand : CPOT ผลิตภัณฑ์จากผ้าไหมและผ้าฝ้าย ผลิตภัณฑ์จากยางพารา ผลิตภัณฑ์เครื่องประดับจากกล้วยไม้ ดอกไม้อบแห้ง เป็นต้น

โซนนิทรรศการหมุนเวียน นำเสนอสินค้าพืชสวนไทยผ่านการจัดกิจกรรมหมุนเวียน จำนวน 6 ครั้ง ที่มีทั้งการสาธิต และการชิมสินค้าเกษตรต่าง ได้แก่ ครั้งที่ 1 “Glamorous…Thai Orchids and Air Purifying plants (Sansevieria)” เสน่ห์…กล้วยไม้และไม้ฟอกอากาศ (สกุลลิ้นมังกร) ครั้งที่ 2 “Everlasting Fruit Season 1” นิทรรศการผลไม้อัตลักษณ์ภาคตะวันออก ครั้งที่ 3 “Thai Herbs for Relaxing Life” นิทรรศการสมุนไพร ครั้งที่ 4 “New selection for good health” นิทรรศการผัก ครั้งที่ 5 “Everlasting Fruit Season 2” นิทรรศการผลไม้อัตลักษณ์ภาคใต้ และครั้งที่ 6 “Worth of the graceful leafy Thai Ornamental Plant” นานาพรรณคุณค่าไม้ประดับไทย

และโซนสวนไทย ที่นำเส้นสายของลายคลื่นในงานจิตรกรรมฝาผนัง มาร้อยเรียงเข้ากับลายเหลี่ยมจากงานประณีตศิลป์ ผ่านการจัดวางองค์ประกอบทางภูมิสถาปัตยกรรมอย่างลงตัว อาทิ กระถางลายครามประดับไม้มงคล กระทงโลหะ พญานาคไม้ไผ่สาน และเรือนกล้วยไม้ ที่แสดงถึงเรื่องราวชีวิตที่ผูกพันกับสายน้ำ และอัตลักษณ์ของไทย พร้อมชื่นชมความงดงามของดอกไม้นานาพรรณ เต็มอิ่มกับธรรมชาติภายใต้ร่มไม้ใหญ่ในพื้นที่เขียวขจี

สำหรับงาน The International Horticultural Expo (EXPO 2022 Floriade Almere) เป็นงานแสดงพืชสวนยิ่งใหญ่ระดับโลก (A1) ซึ่งได้รับการรับรองจากสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) และสำนักงานจัดงานมหกรรมนานาชาติ (BIE) จึงขอเชิญชวนสำหรับผู้ที่พำนักอยู่ในราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ มาเที่ยวชม Thailand Pavilion และนิทรรศการต่างๆ ซึ่งเปิดให้เข้าชมงานได้ทุกวัน ตั้งแต่วันนี้ ถึง 9 ตุลาคม 2565 เวลา 10.00 – 19.00 น.และสามารถติดตามข่าวความเคลื่อนไหวการจัดงานและรับชมได้ทางออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ thailandfloriade2022.com

เสียงจากสวน‘ทุเรียน’!จีนปิดเมืองกดราคาร่วง กางแผนรับมือ2-3ปีหน้า‘ผลผลิต’พุ่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/647654

เสียงจากสวน‘ทุเรียน’!จีนปิดเมืองกดราคาร่วง กางแผนรับมือ2-3ปีหน้า‘ผลผลิต’พุ่ง

วันศุกร์ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2565, 14.39 น.

เสียงจากสวน‘ทุเรียน’!จีนปิดเมืองกดราคาร่วง กางแผนรับมือ2-3ปีหน้า‘ผลผลิต’พุ่ง

15 เมษายน 2565 นายเรือง ศรีนาราง รองประธานสภาเกษตรกรจังหวัดตราด และเจ้าของสวนนายเรือง (เกษตรกรดีเด่นระดับชาติ) เปิดเผยว่า สถานการณ์ราคาทุเรียนจากช่วงต้นเดือนเมษายน เดิมที่ออกสู่ตลาดแรกๆและส่งขายไปยังประเทศจีน มีราคา 200 บาท/กิโลกรัม (กก.) โดยเฉพาะพันธุ์กระดุม ส่วนหมอนทองราคาเกิน 200 บาท/กก.ซึ่งทุเรียนลอตแรกของ จ.ตราด ที่ออกก่อนจังหวัดอื่นๆในภาคตะวันออกที่ติดทะเล ทำให้ทุเรียนสุกเร็ว สามารถส่งขายไปยังต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศจีนจำนวนมาก ซึ่งล้งจะเป็นผู้ดำเนินการส่งไป และได้รับการยอมรับว่ามีรสชาติดี มีคุณภาพมากกว่าทุกปี เนื่องจากภาครัฐได้ร่วมกันป้องกันไม่ให้มีทุเรียนอ่อนที่ไม่มีคุณภาพส่งไป โดยที่ จ.ตราด ตัดผลผลิตไปแล้ว30%

ทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศเพื่อนบ้านก็สามารถส่งทุเรียนผลสดไปยังตลาดจีนได้แล้ว ซึ่งเกษตรกรบ้านเราจึงต้องยกระดับให้ทุเรียนมีคุณภาพเพื่อแข่งขันกับประเทศเหล่านี้ ซึ่งได้เปรียบกว่าไทยในเรื่องทำเลการขนส่ง เนื่องจากมีพื้นที่ชายแดนติดต่อกันได้

“แต่ปัจจุบันราคาทุเรียนตกลงไปจนเกิดความตกใจ เพราะราคาลดลงเหลือไม่ถึง 100 บาท/กก. เพราะประเทศจีนมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 หลายเมือง และมีการล็อกดาวน์ไม่ให้เข้า-ออก ทำให้ล้งไม่กล้าส่งทุเรียนไป เนื่องจากเกรงว่าจะมีการปิดด่าน และทำให้ผลทุเรียนได้รับความเสียหาย จึงต้องหยุดการรับซื้อไปทั่วประเทศ และยังมีด่านตรวจคุณภาพอีก ทำให้ทั้งล้ง และชาวสวนตกใจและมองไม่ออกว่าสถานการณ์จะไปทางไหน ขณะเดียวกันสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนจากการปิดหรือเปิดด่านที่ไม่แน่นอน ทำให้คาดเดาอะไรไม่ได้มาก นอกจากนี้ล้งยังให้ราคาที่ไม่จูงใจมากในขณะนี้ ซึ่งเกษตรกรต้องทำใจและอดทนเพื่อให้ราคาทุเรียนสูงขึ้นในช่วงหลังสงกรานต์ที่ราคาน่าจะสูงขึ้น แม้จะได้ราคา 150-160 บาท/กก.ก็น่าพอใจแล้ว” นายเรือง กล่าว

นายเรือง กล่าวอีกว่า ในส่วนของทางราชการ เช่น เกษตรจังหวัดตราดได้เข้ามาช่วยเหลือเพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายลงไป แต่ต้องยอมรับว่าในสถานการณ์ปัจจุบัน อย่างจีน รัฐบาลมีอำนาจเด็ดขาดหากสั่งปิดเมือง หรือปิดด่านก็จะปิดทันที ซึ่งล้งไม่กล้าที่จะส่งทุเรียนไป อย่างไรก็ตามตลาดภายในประเทศนั้น ชาวไทยก็มีความต้องการในการบริโภคทุเรียนคุณภาพ และสามารถสู้ราคาได้ ส่วนที่จะมีเหตุการณ์ประท้วงหรือปิดถนนกดดันภาครัฐนั้น คงไม่มีสถานการณ์ระดับนั้น

นายเรือง ยังกล่าวถึงการแก้ปัญหาทุเรียนอ่อน ว่า เวลาเกิดปัญหาชาวสวนก็โทษล้ง ล้งก็โทษชาวสวน ซึ่งเรื่องนี้อยู่ที่ทั้ง 2 ฝ่ายที่ควรจะมุ่งเก็บทุเรียนที่มีคุณภาพก่อน เพราะท้ายที่สุดแล้วเกษตรกรย่อมได้ประโยชน์ในเรื่องนี้ ขณะเดียวกันปัญหาในอนาคตที่จะมีผลผลิตทุเรียนเพิ่มขึ้นในอีก 2-3 ปีข้างหน้าเพราะมีพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้น เกษตรกรควรจะต้องเตรียมพร้อมหรือทำการแปรรูปเป็นทุเรียนแช่งแข็ง ซึ่งมีตลาดรองรับและราคา 60 บาท/กก.ก็น่าจะทำให้เกษตรกรอยู่ได้

ทั้งนี้ ข้อมูลการผลิตทุเรียนในปีการผลิต 2565 ของสำนักงานเกษตรจังหวัดตราด พบว่า จ.ตราด มีพื้นที่ปลูกทุเรียนรวม 74,700 ไร่ สายพันธุ์ที่นิยมปลูก3 อันดับ ได้แก่ หมอนทอง ชะนี กระดุม จากการคาดการณ์ผลผลิตที่จะออกตลาดในปีการผลิต 2565 ประมาณ 86,765 ตัน และจะเริ่มออกมีผลผลิตออกสู่ตลาดตั้งแต่เดือนมีนาคม-มิถุนายน 2565 ออกมากที่สุดช่วงเดือนพฤษภาคม2565 ร้อยละ 51.25 หรือ 44,467 ตัน

‘มนัญญา’ตรวจท่าเรือแหลมฉบัง คุมส่งออก-นำเข้าสกัดผลไม้สวมสิทธิ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/647571

วันศุกร์ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ ลงพื้นที่ตรวจติดตามมาตรการส่งออกผลไม้ทางเรือ ในฤดูกาลผลไม้ภาคตะวันออกปี 2565 โดยรับฟังรายงานการปฏิบัติงานของด่านตรวจพืชท่าเรือแหลมฉบัง และสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จากนั้นได้เยี่ยมชมการปฏิบัติงานตรวจสอบการนำเข้าสินค้าเกษตร ตลอดจนระบบเทคโนโลยี e-Lock ติดตามสินค้าควบคุมตู้คอนเทนเนอร์ตั้งแต่ต้นทาง ปลายทาง ที่ศูนย์เอกซเรย์สินค้า ด่านศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง ก่อนจะตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานตรวจสอบสินค้าเกษตรเพื่อออกใบรับรองสุขอนามัยพืช

น.ส.มนัญญากล่าวว่า ได้สั่งการให้กรมวิชาการเกษตร เตรียมพร้อมสำหรับการตรวจสอบ และตรวจรับรองสินค้า ภายใต้มาตรการควบคุมไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่การเก็บเกี่ยวที่สวน การคัดบรรจุ ตลอดจนการส่งออก ซึ่งต้องอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการเพื่อขอใบรับรองสุขอนามัยพืช (Phyto certificate)โดยกรมวิชาการเกษตรได้นำระบบขอใบรับรองสุขอนามัยพืชแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e Phyto Certificate) มาใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยนำร่องระบบใช้กับผลไม้ 22 ชนิดไปจีน เพื่อรองรับฤดูกาลส่งออกผลไม้ภาคตะวันออก เป็นการสร้างความมั่นใจในการผลิตสินค้าคุณภาพที่มาจากแปลงเกษตรที่ได้รับรองมาตรฐานการผลิตที่ดี สามารถตรวจสอบย้อนกลับ สร้างความน่าเชื่อถือให้ประเทศผู้นำเข้า รวมทั้งยังอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการที่ผ่านมา ได้มีการส่งออกผลไม้จากไทยไปจีน ประมาณ 6,238 ชิปเมนท์ ปริมาณ 177,522.78 ตันมูลค่าประมาณ 3,390 ล้านบาท โดยเป็นการส่งออกทางเรือ ประมาณ 62% ทางบก 26% และทางอากาศ 12%

นอกจากนี้ น.ส.มนัญญา ได้ติดตามการทำงานของด่านตรวจพืชท่าเรือแหลมฉบัง รวมทั้งมอบนโยบายและเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ด่านตรวจพืชปฏิบัติตามเงื่อนไขกฎระเบียบ ประกาศ และกฎหมายที่กรมวิชาการเกษตรกำกับดูแลอย่างเข้มงวด ตามคู่มือมาตรฐานการปฏิบัติงานของด่านตรวจพืชให้ชัดเจน ครอบคลุมทุกขั้นตอน ตั้งแต่การขออนุญาต การตรวจสอบสินค้า การตรวจปล่อยร่วมกับหน่วยงานศุลกากรในพื้นที่ รวมถึงการเฝ้าระวังการลักลอบนำเข้า เพื่อป้องกันไม่ให้แมลงศัตรูพืชที่อาจจะติดมากับสินค้านำเข้าแพร่กระจายและทำความเสียหายกับแปลงผักผลไม้ แปลงเกษตรไทย หรือผลผลิตทางการเกษตร ศัตรูพืชที่สำคัญ เช่น ด้วงอิฐ ซึ่งได้เน้นย้ำให้ด่านตรวจพืชทุกด่านต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ โดยปี 2565 มีการนำเข้าผ่านด่านตรวจพืชทั่วประเทศ ในกลุ่มพืชและผลผลิตพืช ปริมาณ 78,663 ชิปเมนท์ คิดเป็นมูลค่า 67,709 ล้านบาท

เกษตรฯเปิดวิทยุAM1386KHz. สื่อกลางให้ความรู้ทำการเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/647570

วันศุกร์ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานแถลงข่าวเปิดตัวสถานีวิทยุกระจายเสียงเพื่อการเกษตร AM.1386 KHz. ว่า สถานีวิทยุกระจายเสียงดังกล่าวกลับมาออกอากาศหลังจากหยุดออกอากาศนานกว่า 5 ปี เพื่อทำหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างกระทรวงเกษตรฯ กับเกษตรกรและพี่น้องประชาชนทั่วไปที่สนใจด้านการเกษตร และเป็นเครื่องมือสำหรับพัฒนาเกษตรกรในพื้นที่ห่างไกล ให้มีความรู้ความสามารถด้านการผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ ปลอดภัย สามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างดีเยี่ยม แม้ว่าปัจจุบันเทคโนโลยีสมัยใหม่จะช่วยให้การติดต่อสื่อสารรวดเร็วและสะดวกกว่าในอดีต แต่ก็ยังมีเกษตรกรในบางพื้นที่ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยี ดังนั้น สถานีวิทยุกระจายเสียงเพื่อการเกษตร จึงมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมต่อกับกลุ่มคนเหล่านั้น

ด้านนายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า สถานีวิทยุดังกล่าวช่วยส่งเสริมความรู้ด้านการเกษตรและการส่งเสริมอาชีพอื่นๆ มีสัดส่วนของรายการข่าวสารสาระด้านการเกษตรกว่าร้อยละ 80 มีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ทุกหน่วยงาน ร่วมดำเนินงานในรูปแบบจัดรายการ เผยแพร่ข่าวสาร และสนับสนุนเนื้อหาภายใต้คณะกรรมการบริหารสถานีวิทยุกระจายเสียงเพื่อการเกษตร ซึ่งมีปลัดกระทรวงเกษตรฯ เป็นประธาน มีอธิบดีทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เป็นกรรมการ

‘ฝนหลวง’ชิงสภาพอากาศช่วยเพิ่มน้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/647569

วันศุกร์ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสำเริง แสงภู่วงค์ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า ขณะนี้ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนได้แผ่ปกคลุมทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทะเลจีนใต้ ประกอบกับตอนบนของประเทศไทยมีอากาศร้อนอบอ้าว และมีลมใต้พัดนำความชื้นเข้าปกคลุมส่งผลให้พื้นที่ประเทศไทยตอนบนเกิดพายุฤดูร้อน มีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และอาจมีลูกเห็บตกในบางพื้นที่ ขอให้พี่น้องประชาชนระวังอันตรายจากภัยธรรมชาติดังกล่าว และหลีกเลี่ยงกิจกรรมในที่โล่งแจ้ง การอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณาและสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง

อย่างไรก็ดี ยังคงมีพื้นที่การเกษตรบางแห่งที่ต้องการน้ำเพื่อการเกษตร ซึ่งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.พิษณุโลก ได้ปฏิบัติภารกิจยับยั้งและบรรเทาความรุนแรงของพายุลูกเห็บในเขตพื้นที่ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือฝั่งตะวันตก ภายหลังปฏิบัติการไม่พบรายงานลูกเห็บตกในพื้นที่บินปฏิบัติการของ จ.ชัยภูมิ เพชรบูรณ์ และเลย ส่วนหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.กาญจนบุรี และบุรีรัมย์ ได้ขึ้นบินปฏิบัติการช่วยเหลือพื้นที่ซึ่งต้องการน้ำเพื่อทำการเกษตร อุปโภค-บริโภค ทำให้มีฝนตกเล็กน้อยที่ อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี อ.ศรีสวัสดิ์ หนองปรือ เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี และ อ.อุทุมพรพิสัย ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ

สำหรับการติดตามสภาพอากาศเพื่อวางแผนการปฏิบัติการฝนหลวง ทางสถานีเรดาร์ของกรมฝนหลวงฯ ภาคเหนือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ พบว่าสภาพอากาศเข้าเงื่อนไขในการปฏิบัติการฝนหลวงและมีการวางแผนขึ้นบินเพื่อช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร และเติมน้ำต้นทุนให้พื้นที่ลุ่มรับน้ำต่างๆ ต่อไป ทั้งนี้ ในอีก 6 หน่วยปฏิบัติการ ยังคงติดตามสภาพอากาศระหว่างวัน หากเข้าเงื่อนไขการปฏิบัติการฝนหลวง จะขึ้นบินปฏิบัติการเพื่อช่วยเหลือพื้นที่เป้าหมายทันที

กรมชลฯรุดวางท่อ ลุยส่งน้ำแก้ปัญหา ชลประทานจันทบุรี ใช้อุปโภค-บริโภค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/647572

วันศุกร์ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสุริยพล นุชอนงค์ ผอ.กองพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง กรมชลประทาน ชี้แจงกรณีมีกลุ่มผู้ใช้น้ำใน ต.หนองตาคง และ ต.เทพนิมิต ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค ขึ้นป้ายเรียกร้องให้ก่อสร้างคลองส่งน้ำชลประทาน ระยะที่ 3ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เนื่องจากผ่านมา 3 ปี ยังไม่แล้วเสร็จ ทำให้ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ว่าโครงการระบบส่งน้ำอ่างเก็บน้ำคลองพระพุทธ ระยะที่ 3 จ.จันทบุรี ประกอบด้วยคลองส่งน้ำสายใหญ่ ฝั่งซ้าย กม.10+000 ถึง กม.29+320 ความยาว 19.32 กิโลเมตร และคลองส่งน้ำสายซอยและสายแยกซอยความยาวรวม 19.31 กิโลเมตร

ทั้งนี้ เนื่องจากระหว่างการก่อสร้างคลองส่งน้ำ มีการขยายถนนทางหลวงแผ่นดิน และถนนทางหลวงชนบท เช่น ขยายถนนทางหลวงหมายเลข 3193 จากความกว้าง 2 ช่องจราจรเป็น 4 ช่องจราจร ส่งผลให้คลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้าย กม.10+150 ซึ่งตัดผ่านถนนมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่เคยออกแบบไว้ จำเป็นต้องดำเนินการแก้ไขแบบคลองส่งน้ำ และสะพานรถยนต์ให้สอดคล้องกับโครงสร้างของถนนทางหลวง จึงต้องแก้ไขสัญญาเนื่องจากมีปริมาณงานและวงเงินงบประมาณเพิ่มขึ้น ปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนการแก้ไขสัญญา และจะดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จทั้งสัญญาในปี 2566

อย่างไรก็ดี กรมชลประทาน วางแนวทางในการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นโดยการวางท่อส่งน้ำชั่วคราว ตามแนวท่อลอดถนนทางหลวงหมายเลข 3193 ไปยังคลองส่งน้ำอีกฝั่งของถนน ทำให้สามารถส่งน้ำไปตามคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้าย ถึง กม.18+000 เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของราษฎรในช่วงฤดูแล้ง