กรมชลฯผนึกกรมการข้าว-พด. คิดเครื่องวัดระดับน้ำทำนาแม่นยำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/649379

วันจันทร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ได้ร่วมกับกรมการข้าว และกรมพัฒนาที่ดิน (พด.) วิจัยและพัฒนาเครื่องวัดระดับน้ำในนาข้าว เพิ่มประสิทธิภาพการให้น้ำแก่พื้นที่เกษตรของประเทศ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ ลดปริมาณการสูญเสียน้ำ เบื้องต้นลดการใช้น้ำลง 30-50% เมื่อเทียบกับการทำนาน้ำขังแบบเดิม โดยมุ่งศึกษาและวิจัยในแปลงนาข้าว เพราะทำนาเป็นกิจกรรมการเกษตรที่ใช้น้ำค่อนข้างมาก

“สภาพอากาศที่ผันผวนเกิดความไม่แน่นอนของสภาวะของสภาพอากาศทั้งน้ำท่วม น้ำแล้ง มีผลกระทบต่อการบริหารต้นทุนน้ำ กรมชลประทานจึงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พัฒนาการทำนา ช่วยเหลือชาวนา เพื่อลดปริมาณการสูญเสียน้ำในการทำนา ได้เริ่มวิจัยในแปลงนาของกรมการข้าวแล้ว การทำนาด้วยตัวช่วยอุปกรณ์วัดระดับน้ำเพื่อเปลี่ยนการทำนาแบบดั้งเดิมเป็นการทำนาแบบแม่นยำ ประหยัดน้ำได้ 30-50%จากการทำนาในอดีตใช้น้ำประมาณ 1,200-1,600 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่” นายประพิศ กล่าว

ด้านนายชวกร ริ้วตระกูลไพบูลย์ หัวหน้าฝ่ายวิจัยและพัฒนาวิศวกรรมการป้องกันและบรรเทาภัยอันเกิดจากน้ำ สำนักวิจัยและพัฒนา กรมชลประทาน กล่าวว่า หลังจากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ระบาด ส่งผลให้หลายกิจการปิดตัวการทำงานหลายอย่างนำเรื่องเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เกิดแรงงานคืนถิ่นจำนวนมาก ดังนั้น เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต อีก 1-2 ปีข้างหน้า เมื่อแรงงานคืนถิ่น คนยุคใหม่เข้าถึงเทคโนโลยี จึงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการวิจัยและพัฒนาตัวช่วยให้การทำนาได้มีประสิทธิภาพขึ้น

“ไทยใช้น้ำทำนาในฤดูแล้ง ประมาณ 11,700 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนทำนาในฤดูฝน ประมาณ 21,800 ล้านลูกบาศก์เมตร เนื่องจากฤดูฝนจะมีพื้นที่ปลูกมากกว่าฤดูแล้งเกือบเท่าตัว หากใช้เครื่องมือวัดระดับน้ำในนาข้าว เพื่อทำนารักษาระดับความชื้นของดิน จะสามารถคาดการณ์ได้แม่นยำ ประหยัดน้ำในการทำนาได้จำนวนมาก” นายชวกร กล่าว

ทั้งนี้ การศึกษาวิจัยเชิงบูรณาการของกรมการข้าว กรมพัฒนาที่ดิน และกรมชลประทาน ได้รับทุนอุดหนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดย กรมการข้าว ดูแลภารกิจการดูแลข้าว การจัดเก็บข้อมูลต่างๆ อาทิ การเจริญเติบโตของข้าว วัชพืช แมลงและศัตรูพืช ผลผลิตข้าวและความเครียดของข้าว พด.ดูแลภารกิจการสำรวจ วิเคราะห์ข้อมูลชุดดิน การวิเคราะห์ความอุดมสมบูรณ์ของดิน

กรมชลประทาน ดูแลภารกิจ การพัฒนานวัตกรรมการตรวจวัดและติดตามปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการจัดการน้ำในแปลง รวมถึงติดตั้งและการบำรุงรักษาอุปกรณ์ นำข้อมูลปัจจัยด้านน้ำมาวิเคราะห์ปริมาณการใช้น้ำของนาข้าวทุกรูปแบบ โดยการศึกษาและวิจัย มีเป้าหมายศึกษามีการพัฒนาอุปกรณ์เพื่อตรวจวัดและเฝ้าติดตามปัจจัยด้านการจัดการน้ำในแปลงนาในทุกมิติ

‘เฉลิมชัย’ปลื้ม! ทุเรียนไทยขนส่งทางรถไฟล็อตแรก ถึงจีนแล้ววันนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/649359

'เฉลิมชัย'ปลื้ม! ทุเรียนไทยขนส่งทางรถไฟล็อตแรก ถึงจีนแล้ววันนี้
https://photos.app.goo.gl/V7yRKU4BWSa5S6Vq5

วันอาทิตย์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2565, 18.28 น.

“เฉลิมชัย”ปลื้ม! ทุเรียนไทยที่ขนส่งทางรถไฟเป็นล็อตแรก 27 คอนเทนเนอร์ ส่งทางรถไฟถึงจีนแล้ววันนี้ ซึ่งใช้เวลาขนส่งเหลือเพียงวันครึ่ง ร่นเร็วขึ้นกว่าตอนทดสอบเป็นเท่าตัว “อลงกรณ์”ผู้ส่งออกสนใจจองคิวขนส่งล็อต 2 สัปดาห์หน้าซึ่งถือว่า เป็นการบริหารความเสี่ยงในการขนส่งตามนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ และ Fruit Board

เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2565 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) เปิดเผยว่า วันนี้ (24 เม.ย.) ทุเรียนไทยล็อตใหญ่ที่สุดของฤดูกาลผลิตผลไม้ปี 2565 รวม 500 ตัน 27 ตู้คอนเทนเนอร์ ที่ขนส่งบนเส้นทางรถไฟสายลาว – จีน ตามนโยบายอีสานเกตเวย์ ถึงจีนแล้ว โดยถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ของการขนส่งผลไม้ไทยด้วยระบบรางภายใต้พิธีสารการนำเข้าส่งออกผลไม้ระหว่างไทย – จีน โดยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนของไทย – ลาว และจีน หลังจากทดสอบการส่งออกทุเรียน 2 ตู้คอนเทนเนอร์ และมะพร้าวน้ำหอม 1 ตู้คอนเทนเนอร์ เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา จากนี้จะขยายไปสู่การขนส่งผลไม้และสินค้าเกษตรอื่นๆ เช่น มังคุด ลำไย ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง น้ำตาล มะม่วง เป็นต้น เพื่อเร่งสร้างรายได้เข้าประเทศ

สำหรับการขนส่งทุเรียนภายใต้พิธีสารไทย – จีน ล็อตนี้ ใช้เวลาเพียงวันครึ่ง นับแต่ออกจากสถานีเวียงจันทน์ใต้ ผ่านพิธีการสินค้าผ่านแดน จนถึงด่านโมฮ่าน ซึ่งร่นเวลาเกินเท่าตัว เมื่อเทียบกับการทดสอบเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

ด้าน นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะทำงานของคณะกรรมการบริหารจัดการผลไม้ กล่าวว่า การขนส่งระบบผสมผสานราง – รถ นี้ เป็นการขนส่งทุเรียนส่งออกล็อตแรกจาก จ.จันทบุรี โดยรถบรรทุกคอนเทนเนอร์รุ่นใหม่บรรทุกทุเรียนที่ผ่านการตรวจสอบโรคพืชไม่มีทุเรียนอ่อน และปลอดการปนเปื้อนโควิด เดินทางจากภาคตะวันอออกถึง จ.หนองคาย ข้ามแม่น้ำโขงที่สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 1 ไปถ่ายตู้ที่ท่าบกท่านาแล้ง ก่อนลำเลียงไปขึ้นแคร่รถไฟที่สถานีเวียงจันทน์ใต้ แล้วเดินทางไปยังสถานีรถไฟนาเตยในแขวงหลวงน้ำทา ก่อนยกขึ้นรถบรรทุกคอนเทนเนอร์เดินทางต่อไปด่านบ่อเต็น ข้ามพรมแดนลาว – จีน ไปตรวจโรคพืชและโควิดที่ด่านโมฮ่าน ในมณฑลยูนนาน

ทั้งนี้ ในสัปดาห์หน้าจะมีทุเรียนล็อตใหญ่จาก จ.ตราด และจังหวัดอื่นในภาคตะวันออก อีกอย่างน้อย 25 ตู้ ที่จะส่งออกโดยรถไฟสายลาว – จีน หลังจากประสบความสำเร็จในการประเดิมการขนส่งแบบเต็มขบวนรถไฟในวันนี้เป็นครั้งแรก โดยมีผู้ส่งออกแสดงความสนใจที่จะส่งออกด้วยระบบรางจำนวนมาก นอกเหนือจากการขนส่งทางเรือ ทางรถ และทางอากาศ ตามนโยบายบริหารโลจิสติกส์เกษตรของกระทรวงเกษตรฯ และ Fruit Board

วช. หนุนวิสาหกิจชุมชน ‘มะม่วงทับทิมทอง’ พืชเศรษฐกิจที่น่าจับตามองของสระแก้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/648893

วช. หนุนวิสาหกิจชุมชน 'มะม่วงทับทิมทอง' พืชเศรษฐกิจที่น่าจับตามองของสระแก้ว

วันพฤหัสบดี ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2565, 19.58 น.

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับเครือข่ายวิจัยภูมิภาค: ภาคกลาง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สนับสนุนโครงการ “ศูนย์วิจัยชุมชนตำบลวังใหม่ จังหวัดสระแก้ว” และนำสื่อมวลชนเยี่ยมชมสวนสระแก้ว สวนมะม่วงทับทิมทอง ของ นางอรพิน พิทักษากร

21 เมษายน 2565 ณ ศูนย์วิจัยชุมชน ตำบลวังใหม่ อำเภอวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้ว ภายใต้ความร่วมมือกับเครือข่ายวิจัยภูมิภาค: ภาคกลาง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ด้วยบริเวณอำเภอวังสมบูรณ์จังหวัดสระแก้วเป็นพื้นที่ ที่มีสภาพภูมิประเทศและสภาพภูมิอากาศดี น้ำไม่ท่วม จึงเหมาะสมแก่การปลูกมะม่วงทับทิมทองให้เป็นต้นแบบพืชเศรษฐกิจส่งออกในระดับประเทศและระดับสากล โดย ศูนย์วิจัยชุมชนตำบลวังใหม่ จังหวัดสระแก้ว เป็นแหล่งรวบรวมองค์ความรู้ของการปลูกมะม่วงทับทิมทองอย่างครบวงจรต้นน้ำถึงปลายน้ำ สร้างนักวิจัยชุมชนเพื่อรองรับและใช้งานเทคโนโลยีเพื่อก้าวสู่เกษตรกร 4.0

  “มะม่วงทับทิมทอง” พืชเศรษฐกิจที่น่าจับตามอง มีลักษณะทางพฤกษศาสตร์เหมือนกับมะม่วงทั่วไปเกิดจากการผสมเกสรของมะม่วงชื่อดัง 2 สายพันธุ์ของประเทศไต้หวัน คือ ระหว่างสายพันธุ์เออร์วิน (Irwin) และ จินหวง (Jin Huang) ซึ่งถูกนำเข้ามาขยายพันธุ์ปลูกในประเทศไทย แต่มีลักษณะเด่นอยู่ที่ผล รูปกลมรียาวและอ้วนใหญ่ รสชาติขณะดิบหรือห่ามมันกรอบหวาน ไม่มีเปรี้ยวปน ผลสุกหวานหอมไม่มีเสี้ยนและไม่เละ เนื้อในแน่นสีเหลืองเข้ม เนื้อเยอะ เมล็ดลีบ เปลือกหนาทำให้ไม่ช้ำง่ายจึงเหมาะกับการส่งออก ผลเป็นสีม่วงเข้มจนถึงแดงมีขนาดใหญ่ ติดผลปีละครั้ง แต่จะให้ผลดกทั้งต้น โดยศูนย์วิจัยชุมชนตำบลวังใหม่ร่วมกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว ได้ถ่ายทอดองค์ความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีและส่งเสริมกระบวนการเพาะปลูกที่ได้มาตรฐานให้แก่เกษตรกรไทยเพิ่มมูลค่าของมะม่วงทับทิมทองให้เป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ ส่งเสริมการสร้างผลิตภัณฑ์มะม่วงทับทิมทองต่อยอดทางการตลาดเพิ่มมูลค่าโดยการสร้างแบรนด์สินค้าให้สามารถส่งออกทำการตลาดในระดับประเทศได้ โดย วช. ได้สนับสนุนการแก้ไขปัญหาจัดการน้ำในด้านการเกษตรโดยการค้นหาแหล่งน้ำใต้ดินด้วยเทคนิคการสำรวจประสิทธิภาพสูงที่จะมีส่วนช่วยในด้านเพิ่มผลผลิตมะม่วงและสร้างรายได้ที่มั่นคงสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรได้อย่างยั่งยืน

  นางอรพิน พิทักษากร เจ้าของสวนมะม่วงทับทิมทองผลไม้แบรนด์สวนสระแก้ว เปิดเผยว่า สวนสระแก้วเป็นต้นแบบให้เกษตรกรที่ทำการเพาะปลูกมะม่วงทับทิมทองในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว โดยการสนับสนุนจากเครือข่ายวิจัยภูมิภาค ภาคกลาง ของ วช. ภายใต้ตราสินค้าแบรนด์ SSK ได้รับการยอมรับว่าเป็นสินค้าระดับเกรด Premium ซึ่งมีบรรจุภัณฑ์ในการบรรจุสินค้าที่ได้มาตรฐานโดยการใช้เทคโนโลยีใหม่ต่อยอดงานวิจัยสินค้าใหม่สู่การยกระดับและพัฒนาสินค้าทั้งในด้านการผลิตและแปรรูปมะม่วงทับทิมทองในการสร้างมาตรฐานให้สินค้าและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคเรื่องสินค้าปลอดภัย สด สะอาด ส่งตรงจากสวน ถ่ายทอดผลผลิตผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ได้รับความร่วมมือจากสมาชิกเครือข่ายในชุมชน โดยมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างสมาชิก และเครือข่าย มีการวางแผนการตลาด มีการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับลูกค้าก่อนฤดูเก็บเกี่ยว และมีช่องทางการซื้อขายผลิตภัณฑ์มะม่วงที่แปรรูปให้กับลูกค้าหลายช่องทาง ทำให้เกษตรกรมีรายได้เศรษฐกิจของชุมชนดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เด้งรับ‘ข้าวเหนียวมะม่วง’ฟีเวอร์ เกษตรลุยพัฒนาปลูกพันธุ์คุณภาพดี-ปลุกกินผลไม้ไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/648823

เด้งรับ‘ข้าวเหนียวมะม่วง’ฟีเวอร์ เกษตรลุยพัฒนาปลูกพันธุ์คุณภาพดี-ปลุกกินผลไม้ไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2565, 16.29 น.

เด้งรับ‘ข้าวเหนียวมะม่วง’ฟีเวอร์ เกษตรลุยพัฒนาปลูกพันธุ์คุณภาพดี-ปลุกกินผลไม้ไทย

21 เมษายน 2565 นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า จากกระแสที่ “มิลลิ” แรปเปอร์สาวมากความสามารถได้ขึ้นไปแสดงบนเวทีระดับโลกอย่างเวที Coachella ที่สหรัฐอเมริกา แล้วรับประทาน “ข้าวเหนียวมะม่วง” ถือเป็นการประกาศให้คนทั้งโลกรับรู้ว่าประเทศไทยไม่ได้มีดีแต่ “ต้มยำกุ้ง” แต่ยังมีผลไม้และอาหารหวานอย่างข้าวเหนียวมะม่วงที่อร่อยมาก ต่อมาเกิดกระแส “ข้าวเหนียวมะม่วง ฟีเวอร์” อย่างรวดเร็ว คนไทยสั่งซื้อข้าวเหนียวมะม่วงเพิ่มขึ้นทั่วประเทศ โดยชาวนาผู้ปลูกข้าวเหนียวได้รับประโยชน์จากกระแสนี้ด้วย โดยกรมการข้าวจะเร่งสนับสนุนการปลูกข้าวเหนียวให้เหมาะสมแต่ละพื้นที่ โดยกรมการข้าวมีพันธุ์รับรองหลายพันธุ์ เช่น พันธุ์ กข6 กข18 ข้าวเหนียวเขี้ยวงู และพันธุ์สันป่าตอง1 เป็นต้น ซึ่งเหมาะกับการนำมาทำข้าวเหนียวมูนในการรับประทานคู่กับมะม่วง

สำหรับข้าวเหนียวพันธุ์ กข6 ให้ผลผลิตสูง คุณภาพการหุงต้มดี มีกลิ่นหอม ส่วนข้าวเหนียวพันธุ์ กข18 คุณภาพการหุงต้มและรับประทานดีใกล้เคียงกับพันธุ์ กข6 และเป็นที่ยอมรับของเกษตรกร สำหรับข้าวเหนียวเขี้ยวงู เมื่อนึ่งสุกแล้วข้าวมีความขาว นุ่ม เหนียวติดกัน แต่ไม่เละ มีความเลื่อมมันค่อนข้างมาก มีกลิ่นหอม และข้าวเหนียวพันธุ์ สันป่าตอง1 ให้ผลผลิตสูง เป็นข้าวเหนียวที่สามารถปลูกได้ตลอดปี

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ราคาข้าวในตลาดโลกทั้งข้าวเจ้าข้าวเหนียวปรับขึ้นต่อเนื่อง โดยเป็นผลจากสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ทำให้งดส่งออกข้าวสาลี จึงมีการนำเข้าข้าวเจ้าข้าวเหนียวไปทดแทนทั้งในอาหารคนอาหารสัตว์ รวมถึงสร้างความมั่นคงทางอาหารของแต่ละประเทศ ประกอบกับพ่อค้าคาดว่า ปุ๋ยและปัจจัยการผลิตต่างๆ อาจขาดแคลนและทำให้ผลผลิตข้าวลดลงจึงรับซื้อผลผลิตที่ออกมาแล้วมากขึ้น เมื่อมีกระแส “ข้าวเหนียวมะม่วง ฟีเวอร์” ซึ่งจะมีการความต้องการบริโภคข้าวมากขึ้นจะช่วยหนุนให้ราคาข้าวของชาวนาขยับขึ้นอีก

ด้านนายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่าขณะนี้ตามร้านค้าข้าวเหนียวมะม่วงที่มีชื่อเสียงจะมีพนักงานรับส่งอาหารหรือไรเดอร์ รอคิวซื้อข้าวเหนียวมะม่วงตามที่ลูกค้าสั่งมากขึ้น โดยเป็นผลจากที่ “มิลลิ” ขึ้นแสดงบนเวทีเทศกาลดนตรีและศิลปะระดับโลก Coachella รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา แล้วนำเมนูอย่างข้าวเหนียวมะม่วงซึ่งขนมหวานขึ้นชื่อของประเทศไทยไปรับประทานบนเวทีคอนเสิร์ต เชื่อว่า การที่ชาวต่างชาติที่รู้จักข้าวเหนียวมะม่วงแล้วจะทำให้สามารถส่งออกผลผลิตทางการเกษตรของไทย คือ ข้าวเหนียวและมะม่วงได้มากขึ้น ควบคู่กับการบริโภคในประเทศ ซึ่งจะเกิดผลดีต่อเกษตรกรไทย โดยเฉพาะช่วงนี้เป็นฤดูกาลให้ผลผลิตมะม่วง

ส่วนที่มีข่าวก่อนหน้านี้ว่ามะม่วงราคาตกนั้น การรับซื้อมะม่วงจะแบ่งเป็นเกรด สำหรับผลที่ได้มาตรฐานยังคงขายได้ในราคาปกติเหมือนเช่นทุกปี ส่วนผลที่ตกเกรด เช่น ผลเล็กหรือไม่สวยจะขายได้ในราคาถูกกว่า โดยมะม่วงแต่ละสวนจะมีผลตกเกรดประมาณ 20-25% ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรจะเร่งส่งเสริมความรู้แก่เกษตรกรในการพัฒนาคุณภาพมะม่วงให้ได้มาตรฐานโลกเพื่อให้สามารถจำหน่ายได้ทั้งในประเทศและส่งออกมากขึ้น นอกจากนี้ขอเชิญชวนคนไทยรับประทานผลไม้ไทย เนื่องจากขณะนี้เข้าสู่ฤดูผลไม้ภาคตะวันออก ได้แก่ ทุเรียน มังคุด ลองกอง เงาะที่กำลังทยอยออกสู่ตลาดเพื่อสนับสนุนเกษตรกรไทยและเพิ่มมูลค่าการจำหน่ายให้สูงขึ้นกว่าเดิม

‘เฉลิมชัย’พอใจส่งออกผลไม้ จากไทยไปจีนด้วยรถไฟถึงยูนนาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/648418

วันพุธ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะทำงานของคณะกรรมการบริหารจัดการผลไม้ หรือฟรุ้ตบอร์ด กล่าวว่า การขนส่งทุเรียน 2 ตู้คอนเทนเนอร์และมะพร้าว 1 ตู้คอนเทนเนอร์จากสถานีรถไฟมาบตาพุต จ.ระยอง สู่ประเทศจีน มีนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข เป็นประธานการปล่อยขบวนรถ ซึ่งการขนส่งข้ามพรมแดนลาวที่ด่านบ่อเต็น สู่แผ่นดินจีนที่ด่านโมฮ่าน มณฑลยูนนาน นับเป็นการดำเนินการครั้งแรกเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า กรณีที่ยังไม่สามารถขนส่งผลไม้ทางรถไฟจากลาวข้ามแดนไปด่านรถไฟโมฮ่านโดยตรง เนื่องจากจีนกำลังก่อสร้างอาคารและลานตรวจโรคพืชที่ด่านรถไฟโมฮ่าน จึงต้องไปใช้การตรวจโรคพืชที่ด่านโมฮ่านซึ่งเป็นด่านใหญ่ด่านเดิมไปก่อน

“ได้รายงานให้ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ในฐานะประธานฟรุ้ตบอร์ด ทราบแล้ว โดย รมว.เกษตรฯ สั่งการให้มีการจัดประชุมฟรุ้ตบอร์ด เพื่อพิจารณาแก้ไขปัญหาทุกขั้นตอน เนื่องจากการส่งลอตแรกยังมีความล่าช้ากว่าเป้าหมายรวม ทั้งการจัดการเรื่องพิธีการเอกสารของหน่วยงานต่างๆ การจองขบวนรถไฟ ตารางการเดินรถ และค่าระวางการขนส่งในระบบราง-รถ ให้สามารถเพิ่มปริมาณการขนส่งผลไม้บนเส้นทางหนองคาย-เวียงจันทน์-บ่อเต็น-โมฮ่าน ให้ได้มากที่สุดและเร็วที่สุด เพื่อเป็นอีกทางเลือกใหม่ของการขนส่งผลไม้ไทยไปจีนสำหรับฤดูการผลิตปี 2565” นายอลงกรณ์ กล่าว

นายอลงกรณ์ กล่าวถึงโครงการขนส่งผ่านท่าเรือหวุงอ๋างว่าขณะนี้มีความคืบหน้าอย่างมากในการประสานงานกับลาวและเวียดนามในการเปิดเส้นทางขนส่งผลไม้และสินค้าเกษตรทางด่านนครพนม-ด่านท่าแขก แขวงคำม่วนของลาว เข้าสู่เวียดนามที่ด่านชายแดนนาเพ้า-จาลอ จังหวัดกว๋างบิ่ญ โดยมีปลายทางที่ท่าเรือน้ำลึกหวุงอ๋าง จังหวัดฮาติงห์ ฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก มีระยะทางไม่ถึง 300 กิโลเมตร เพื่อลงเรือสินค้าไปยังตลาดปลายทางเช่นท่าเรือซินโจว และฟรีโซนหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างสี ท่าเรือกวางโจว เซิ่นเจิ้น ฮ่องกง เซี๊ยะเหมินหนิงโป เซี่ยงไฮ้ เกาหลี ญี่ปุ่น และทวีปอเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ เพื่อย่นระยะทาง เป็นไปตามนโยบายอีสานเกตเวย์และระเบียงเศรษฐกิจอีสานภายใต้การบริหารโลจิสติกส์เกษตรของกระทรวงเกษตรฯ ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ โดยบูรณาการทำงานเชิงรุกกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งประสบความสำเร็จในการเปิดเส้นทางขนส่ง “ราง-รถ” ผ่านด่านหนองคาย และงานมหกรรมพืชสวนโลกปี 2569 ที่ จ.อุดรธานี โดยความร่วมมือกับประเทศอาเซียนและจีน และยังเป็นการเชื่อมโยงตามแนวระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตกระหว่างไทย ลาว เวียดนาม และจีน หนึ่งในยุทธศาสตร์การเปิดเสรีทางการค้าของกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)

‘มนัญญา’เยี่ยมสวนทุเรียนต้นแบบส่งออก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/648417

วันพุธ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร พร้อมคณะ ตรวจเยี่ยมสวนกระดุมทอง ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืชอาหาร (GAP ทุเรียน) และเป็นสวนทุเรียนต้นแบบที่ปฏิบัติตามมาตรการการส่งออกผลไม้ไปจีน GAP+ โดยรับฟังการดำเนินงานและเยี่ยมชมผลผลิตทุเรียน เพื่อประชาสัมพันธ์ผลผลิตทุเรียนคุณภาพ ที่สวนกระดุมทอง อ.ขลุง จ.จันทบุรี

น.ส.มนัญญา กล่าวว่า อยากเชิญชวนให้เกษตรกรและผู้ประกอบการล้งให้ความสำคัญกับมาตรฐาน GAP (Good Agricultural Practice) และ GMP (Good Manufacturing Practice : GMP) เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดี มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน อีกทั้งยังปลอดภัยต่อตัวเกษตรกรและผู้บริโภค ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ซึ่งประเทศจีนเป็นคู่ค้าหลักของไทยได้มีการทำพิธีสารระหว่างกระทรวงที่เกี่ยวข้องกัน 2 ประเทศไทย-จีน ผลไม้ไทย 5 ชนิด คือ ทุเรียน มังคุด ลำไย ลิ้นจี่ มะม่วง และของจีน 5 ชนิด คือ แอปเปิ้ล สาลี่ ส้ม พุทรา องุ่น ที่ต้องขึ้นทะเบียนสวนและโรงคัดบรรจุ และจากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 จีนเข้มงวดจริงจังกับมาตรฐานผลไม้สดจากไทย โดยให้ไทยตรวจเข้มในการออกใบรับรองสุขอนามัยพืช ดังนั้นที่สวนทุเรียนของเกษตรกรต้องมี GAP และโรงคัดบรรจุต้องมีมาตรฐาน GMP เพื่อการตรวจสอบย้อนกลับทุเรียนที่มีปัญหา และรับรองมาตรฐานทุเรียนไทยที่ส่งออกตลาดต่างประเทศให้มีคุณภาพ

สำหรับสวนกระดุมทองได้ปฏิบัติตามมาตรฐาน GAP พืช การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีในการผลิตทุเรียน เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดี มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน ปลอดภัยทั้งต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค โดยการเตรียมพื้นที่ปลูก การเตรียมพันธุ์การปลูก การดูแลรักษา การเก็บเกี่ยว การขนส่ง การปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยว และมีการจดบันทึกการปฏิบัติงานทุกขั้นตอน เพื่อให้กระบวนการผลิตมีคุณภาพและได้มาตรฐาน

‘เฉลิมชัย’ร่วมมือเอกชน ไลฟ์สดขายสินค้าเกษตร เอาใจขาช้อปผลไม้ไทย ช่วงทุเรียนออกสู่ตลาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/648173

วันอังคาร ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ มอบหมายและสั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ จัดทำโครงการส่งเสริมการบริโภคผลไม้ช่วงฤดูกาลออกสู่ตลาดมาก ในเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนนี้ โดยบูรณาการกับภาคส่วนต่างๆ เพิ่มช่องทางการซื้อขายสินค้าเกษตรทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์เพื่อกระตุ้นการบริโภคในประเทศ ซึ่งได้ร่วมกับบริษัท ลาซาด้า ประเทศไทย จำกัด ผู้นำแพลตฟอร์มจำหน่ายสินค้าออนไลน์ชั้นนำของไทย ในแคมเปญ “เปลี่ยนเกษตรกรให้เป็น
ผู้ค้าออนไลน์มืออาชีพ” ตั้งแต่ปี 2563 รวมถึงพันธมิตรอย่างบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และบริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ที่ให้ความร่วมมือในด้านโลจิสติกส์ ขนส่งสินค้าเกษตร

สำหรับการดำเนินงานในปีนี้ได้มีแนวทางขยายความร่วมมือต่อเนื่อง โดยเตรียมบุกตลาดออนไลน์ในรูปแบบไลฟ์สด จัดมหกรรมช้อปออนไลน์จำหน่ายทุเรียนและมังคุด ราชาและราชินีแห่งผลไม้ไทย เพื่อสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร สถาบันเกษตรกรผู้ประกอบการ อีกทั้งอำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภคได้สามารถสั่งซื้อผลผลิตคุณภาพดีจากสวนเกษตรกรโดยตรงในราคาที่เหมาะสม มีการ Kick off ไลฟ์สดครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2565 ช่วงผลผลิตทุเรียนและมังคุดออกสู่ตลาด และจะมีกิจกรรมหลากหลาย ทั้งแบบพรีออเดอร์ผลผลิตคัดพิเศษให้สั่งล่วงหน้า หรือโปรโมชั่นสุดคุ้มให้ผู้บริโภคทุกท่านได้ติดตาม

กรมส่งเสริมเกษตรคุมโรคใบด่างมัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/648174

วันอังคาร ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2564 ได้อนุมัติให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมโรคใบด่างมันสำปะหลังแบบครอบคลุมพื้นที่ วงเงิน 1,329.22 ล้านบาท โดยกำหนดพื้นที่เป้าหมายครอบคลุมพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังทุกจังหวัด ช่วงระยะเวลาดำเนินกิจกรรมต่างๆ ผ่านไปแล้ว

ทั้งนี้ สำหรับผลการดำเนินงานตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมโรคใบด่างมันสำปะหลังแบบครอบคลุมพื้นที่ มีผลการดำเนินการ ดังนี้ 1.การกำจัดต้นมันสำปะหลังเป็นโรคใบด่างในพื้นที่ระบาด 65,440.64 ไร่ พร้อมจ่ายค่าชดเชยการทำลายต้นเป็นโรคให้กับเกษตรกรเจ้าของแปลง 5,249 ราย รวมเป็นเงิน 141,351,782.40 บาท และ 2.การจัดส่งท่อนพันธุ์สะอาดและทนทานต่อโรคใบด่างตามที่เกษตรกรต้องการรวม 25,508,961 ลำ ขณะนี้ได้ดำเนินการส่งมอบท่อนพันธุ์ถึงมือเกษตรกรครบถ้วนแล้ว 100% อาทิ เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากจังหวัดกาญจนบุรี นครราชสีมา สระแก้ว สุรินทร์ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ อุบลราชธานี ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา กาฬสินธุ์ ขอนแก่น และชัยนาท เป็นต้น

นายเข้มแข็ง กล่าวอีกว่า ผลสำเร็จที่เกิดขึ้นภายใต้โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมโรคใบด่างมันสำปะหลังแบบครอบคลุมพื้นที่ ถือเป็นเพียงก้าวแรกเท่านั้น โดยดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ มีความห่วงใยและต้องการสร้างความยั่งยืนให้พี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง จึงมอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตร จัดทำแผนปฏิบัติการด้านมาตรการจัดการโรคใบด่างมันสำปะหลังระยะ 5 ปี ( 2566-2570) และประจำปีงบประมาณ 2565 ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสำปะหลัง เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติให้กับผู้เกี่ยวข้องในการป้องกันกำจัดโรคใบด่างมันสำปะหลังที่ยั่งยืน

ประมงพัฒนาจับสัตว์น้ำ ใช้เทคโนโลยีต้นแบบจับปลา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/648172

วันอังคาร ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการประมงไทย เยี่ยมชมเรือฝึก“ปลาลัง” ที่ศูนย์พัฒนาการประมงแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จ.สมุทรปราการ โดยมีนายบัญชา สุขแก้ว นายประพันธ์ ลีปายะกุล รองอธิบดีกรมประมง และผู้เกี่ยวข้องต้อนรับ พร้อมทั้งรับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของโครงการเรือฝึก “ปลาลัง” ซึ่งเดิมเป็นเรือประมงอวนล้อมจับ และได้รับการพัฒนาปรับปรุงให้เป็นเรือฝึกประมงอวนลากในปี 2564 ด้วยงบประมาณสนับสนุนจากกรมประมง และรัฐบาลญี่ปุ่น ภายใต้งบประมาณ Japanese Trust Fund ในหัวข้อโครงการ Responsible Fishing Technology and Practice ให้เป็นเรือฝึกประมงตัวอย่าง ในการพัฒนาปรับปรุงเครื่องมือทำการประมง ช่วยลดต้นทุนในการประกอบอาชีพด้วยการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม และใช้พลังงานเชื้อเพลิงอย่างคุ้มค่า ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงภาวะโลกร้อน นอกจากนี้ ยังมีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับความเป็นอยู่และสุขอนามัยที่ดีของลูกเรือบนเรือประมง เสริมสร้างความปลอดภัยการทำงานในทะเล การส่งเสริมและให้ความสำคัญในด้านการเก็บรักษาคุณภาพสัตว์น้ำบนเรือประมง ทั้งแบบสดและมีชีวิต อย่างถูกสุขลักษณะ เพื่อให้สัตว์น้ำที่จับได้สามารถคงความสด ลดการสูญเสีย และขายได้ราคา

ในการนี้ นายอลงกรณ์ ได้เสนอแนะให้กรมประมง บูรณาการความร่วมมือกับศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (AIC) นำเทคโนโลยีและเครื่องจักรกลมาใช้ในการพัฒนาเรือประมงของไทยต่อยอดจากแนวทางการพัฒนาเรือฝึก “ปลาลัง” ซึ่งถือว่าเป็นต้นแบบที่ดี ขอให้สมาคมการประมง เข้ามาร่วมกันพัฒนาปรับปรุงเรือประมงของไทยมุ่งเป้า 1 จังหวัด 1 ลำ

ยกระดับเข้ม! ป้องกัน’ทุเรียน’ปนเปื้อน ดีเดย์ 22 เม.ย.วันฆ่าเชื้อโควิดทุกล้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/648019

ยกระดับเข้ม! ป้องกัน'ทุเรียน'ปนเปื้อน ดีเดย์ 22 เม.ย.วันฆ่าเชื้อโควิดทุกล้ง

วันจันทร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2565, 09.02 น.

“อลงกรณ์”เผยไทยเตรียมส่งออกทุเรียนล็อตใหม่ผ่านรถไฟจีน-ลาว พร้อมลงพื้นที่จันทบุรีผนึกผู้ว่าฯ-สมาคมทุเรียนไทย ยกระดับมาตรการป้องกันทุเรียนปนเปื้อนโควิดต่อเนื่อง ดีเดย์ 22 เม.ย.วันฆ่าเชื้อโควิดทุกล้ง (Big ATK Day)

เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2565 นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรีว่าในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) ใติดตามความก้าวหน้าของการยกระดับมาตรการป้องกันการปนเปื้อนโควิด โดยล่าสุดได้ร่วมกับนายสุธี ทองแย้ม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ในฐานะประธานคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตรระดับจังหวัด (คพจ.) นายภานุศักดิ์ สายพานิช นายกสมาคมทุเรียนไทย นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา คณะกรรมการโครงการจันทบุรี มหานครผลไม้ นายชรัตน์ เนรัญชร รองเลขาธิการหอการค้า ทพ.อิทธิพล จังสิริมงคล นายวิษณุศักดิ์ จิรกฤติยากุล คณะทำงานที่ปรึกษารัฐมนตรีเกษตรฯ ผศ.ดร.ยศพล ผลาผล ตัวแทนชาวสวน สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 (สพว.6) กรมวิชาการเกษตร และผู้ประกอบการส่งออกตรวจตราสถานประกอบการคัดแยกบรรจุทุเรียนในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ตามมาตรการยกระดับการป้องกันการปนเปื้อนโควิดซึ่งผู้ประกอบการให้ความร่วมมือด้วยดี และกำหนดให้วันที่ 22 เมษายนเป็นวันทำความสะอาดฆ่าเชื้อสถานที่ล้งและตรวจเอทีเค.พนักงานทุกคน (Big Cleaning & ATK day)

ทั้งนี้ แม้ว่าด่านโม่ฮานของจีนได้เปิดนำเข้าทุเรียนไทยแล้วตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน ที่ผ่านมา หลังจากระงับการนำเข้าทุเรียนไทย 3 วัน ระหว่างวันที่ 12 – 14 เมษายน จากเหตุพบการปนเปื้อนโควิดในรถบรรทุกคอนเทนเนอร์จากไทยก็ยังประมาทไม่ได้ การ์ดต้องไม่ตก ตามข้อสั่งการของ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) เพราะใกล้ถึงช่วงที่ผลผลิตจะออกมามากที่สุดหรือเรียกว่าช่วงพีค(peak season) ของทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง ซึ่งเป็นผลไม้เศรษฐกิจในภาคตะวันออกโดยมีปริมาณของผลผลิตปีนี้กว่า 1 ล้านตัน

โดยกลางสัปดาห์นี้จะมีการส่งออกทุเรียนอีกล็อตหนึ่ง โดยใช้เส้นทางรถไฟจีน – ลาว ด้วยการขนส่งระบบผสมราง – รถ หลังจากประสบความสำเร็จในการทดสอบการขนส่งทุเรียน 2 ตู้ และมะพร้าว 1 ตู้ ครั้งแรกเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา จึงต้องเข้มงวดกวดขันมาตรการขจัดทุเรียนอ่อนและป้องกันการปนเปื้อนโควิด โดยเฉพาะที่ด่านโมฮ่าน บริเวณพรมแดนลาว – ยูนนาน

จากนั้น นายอลงกรณ์ พร้อมคณะ พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี และนายกสมาคมทุเรียนไทย และตัวแทนเกษตรกรรุ่นใหม่ ยังได้เยี่ยมชมตู้คอนเทนเนอร์รุ่นใหม่ล่าสุด เพื่อเพิ่มจำนวนตู้คอนเทนเนอร์สำหรับการส่งออกผลไม้ไทยไปจีน ซึ่งเป็นแบบที่มีเครื่องปั่นไฟติดตั้งกับตู้คอนเทนเนอร์สามารถใช้ได้กับการขนส่งทางเรือทางรถและทางรถไฟ โดยเฉพาะขบวนรถไฟเส้นทางด่านผิงเสียง (เวียดนาม – จีน) ซึ่งเป็นขบวนรถไฟที่ไม่มีปลั๊กไฟให้ตู้คอนเทนเนอร์ทำความเย็น