องค์กรโคนมฯเดินหน้า โครงการทูบีนัมเบอร์วัน ชูชมรม‘ไทย-เดนมาร์ค’ ร่วมต้านภัยยาเสพติด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/649819

วันพุธ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสมพร ศรีเมือง ผอ.องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการน้อมนำโครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี จึงเดินหน้าขับเคลื่อนกิจกรรมภายใต้ “ชมรมทูบีนัมเบอร์วัน นมไทย-เดนมาร์ค ผลิตนมเพื่อสร้างคนไม่จำนนให้ยาเสพติด” โดยภารกิจสำคัญๆของชมรมคือการรวมพลังพนักงาน อ.ส.ค.และครอบครัวนมไทย-เดนมาร์ค มุ่งมั่นดำเนินงานแก้ปัญหายาเสพติด เพื่อก้าวไปสู่ความเป็นหนึ่งโดยไม่พึ่งยาเสพติดโดยมีแผนการดำเนินงานแบ่งออกเป็น3 แผน คือ แผนระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ที่สอดคล้องตามยุทธศาสตร์หลักของโครงการ อาทิ ได้มีการจัดกิจกรรมทูบีนัมเบอร์วัน ฟุตบอลไทย-เดนมาร์คคัพต้านภัยยาเสพติด เพื่อสร้างสัมพันธ์สมาชิกชมรม เยาวชน และประชาชนทั่วไป รวมทั้งได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์กิจกรรมของชมรมผ่านสื่อสมัยใหม่อย่างต่อเนื่อง อาทิ ผ่านทางเฟซบุ๊ค, ไลน์ และจัดทำเสื้อ TO BE NUMBER ONE รวมทั้งมีการเปิดรับสมัครสมาชิกใหม่ตลอดเวลา

นอกจากกิจกรรมดังกล่าว อ.ส.ค.ยังจัดทำโครงการใครติดยายกมือขึ้นมีการตรวจสารเสพติดให้กับเพื่อนสมาชิกเป็นประจำทุกปี โดยปี 2565 มีการตรวจ 100% จากผลดำเนินการตรวจไม่พบผู้ใช้สารเสพติด แต่หากตรวจพบจะมีการส่งเข้ารับการบำบัดโดยไม่ถือเป็นวันลาและรับกลับเข้าทำงาน เพื่อเป็นการให้โอกาสคืนคนดีสู่สังคม และรณรงค์ให้เพื่อนสมาชิกและพนักงานทุกคน เข้ารับการฉีดวัคซีนให้ครบ 100% และจัดให้มีการตรวจหาเชื้อแบบ ATK เพื่อเป็นการป้องกันและเฝ้าระวังอย่างรอบคอบด้วย

ซื้อเนื้อสัตว์ดู‘ปศุสัตว์OK’ ปลอดสาร-โรค/บริโภคปลอดภัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/649821

ซื้อเนื้อสัตว์ดู‘ปศุสัตว์OK’  ปลอดสาร-โรค/บริโภคปลอดภัย

วันพุธ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ได้ให้ความสำคัญการดำเนินงานและโครงการต่างๆ เกี่ยวกับความปลอดภัยอาหารอย่างต่อเนื่อง โดยดำเนินโครงการ “ปศุสัตว์ OK” ตั้งแต่ปี 2558 ผลักดันให้เกษตรกร ภาคเอกชน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันดำเนินการเพื่อสร้างความปลอดภัยในอาหารแก่ผู้บริโภค ซึ่งครอบคลุมตลอดกระบวนผลิต ตั้งแต่ระบบการเลี้ยงสัตว์ต้องมาจากฟาร์มมาตรฐาน GAP (Good Agricultural Practices) โรงฆ่าที่ถูกกฎหมาย กระบวนการฆ่าสัตว์ถูกสุขลักษณะ โรงแปรรูปที่ได้มาตรฐาน และสถานที่จำหน่ายถูกสุขอนามัย เพื่อเป็นทางเลือกของผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้าปศุสัตว์ที่ได้คุณภาพมาตรฐาน ต่อยอดมาจากโครงการเขียงสะอาด ยกระดับอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของเนื้อสัตว์ของประเทศไทย โดยใช้ตราสัญลักษณ์ปศุสัตว์ OK เป็นสัญลักษณ์

สำหรับสถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์ที่ได้รับการรับรองจากกรมปศุสัตว์ว่าจำหน่ายเนื้อสัตว์ที่ถูกสุขลักษณะ มีกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานทุกขั้นตอน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคว่าได้เลือกซื้อเนื้อสัตว์ที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง โดยสถานที่จัดจำหน่ายที่จะเข้าร่วมโครงการ ต้องผ่านหลักเกณฑ์ 4 ข้อ ได้แก่ สินค้าที่นำมาขายต้องมาจากฟาร์มมาตรฐาน GAP ผ่านการเชือดและชำแหละจากโรงฆ่าสัตว์ที่ได้รับใบอนุญาต ถูกกฎหมาย มีสุขอนามัยที่ดี ปลอดภัยจากยาและสารตกค้าง ส่วนไข่ไก่ก็ต้องผลิตจากสถานที่รวบรวมไข่ที่ได้รับการรับรอง วางจำหน่ายในสถานที่จำหน่ายที่สะอาดถูกสุขลักษณะตามมาตรฐานกรมปศุสัตว์ และต้องสามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มาของสินค้าได้

นอกจากนี้ เพื่อเป็นช่องทางที่ประชาชนสามารถเข้าถึงสถานที่จำหน่ายปศุสัตว์ OK กรมปศุสัตว์ได้ขยายผลนำ Google Map มาใช้ โดยได้เริ่มทดลองใช้นำร่องในพื้นที่ กทม.ก่อนขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ และให้ทางภูมิภาคช่วยขับเคลื่อนโครงการ 1 สถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์ปศุสัตว์ OK ต่อ 1 อำเภอ เพื่อเป็นการกำกับควบคุมดูแลสถานที่จำหน่าย ให้ผู้ประกอบการมีการรักษาความสะอาดสถานที่ขายสินค้า มีสุขลักษณะส่วนบุคคลที่ดี มีสุขลักษณะในการจัดเก็บและการจำหน่ายสินค้าโดยใช้กรรมวิธีที่เหมาะสม รวมทั้งรักษาความสะอาดของอุปกรณ์และของใช้ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อความปลอดภัยต่อผู้บริโภค

ทั้งนี้ ปัจจุบันโครงการปศุสัตว์ OK ได้ให้การรับรองสินค้า 7 ชนิด ได้แก่ เนื้อไก่เนื้อหมู เนื้อเป็ด เนื้อโค ไข่ไก่สด ไข่เป็ดสดและไข่นกกระทาสด และมีสถานที่จำหน่ายเข้าร่วมโครงการฯ กว่า 7,000 แห่งใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ ทั้งในตลาดสด และสถานที่จำหน่ายในห้างสรรพสินค้าที่ผ่านการรับรองภายใต้โครงการฯ จะได้รับใบประกาศและป้ายสัญลักษณ์ “ปศุสัตว์ OK”ไว้แสดงที่จุดจำหน่าย

เกษตรฯหารือเนเธอร์แลนด์ แลกเปลี่ยนความรู้ทำการเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/649816

วันพุธ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงการเดินทางไปยังกระทรวงเกษตรทรัพยากรธรรมชาติและคุณภาพอาหาร ประเทศเนเธอร์แลนด์ เพื่อหารือการขับเคลื่อนภาคการเกษตรระหว่างไทยและเนเธอร์แลนด์ ร่วมกับนายยัน เกส กูท ปลัดกระทรวงเกษตรทรัพยากรธรรมชาติฯ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางเยือนประเทศเนเธอร์แลนด์ ร่วมงานมหกรรมพืชสวนโลก The International Horticultural Exposition 2022 หรือ EXPO 2022 Floriade Almere และ Thailand Pavilion เมือง Almere ประเทศเนเธอร์แลนด์ ว่าได้หารือแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและประสบการณ์ที่ทั้งสองฝ่ายเผชิญความท้าทายร่วมกัน รวมถึงความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างกัน ซึ่งเป็นที่ยอมรับว่าภาคการเกษตรของเนเธอร์แลนด์มีความแข็งแกร่งในทุกๆ ด้าน และเป็นที่ยอมรับจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก

“ผลการหารือในครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบที่จะทำความร่วมมือระหว่างกันทั้งในด้านวิชาการ การแลกเปลี่ยนนวัตกรรม องค์ความรู้ รวมถึงการแลกเปลี่ยน Young Smart Farmer ระหว่างทั้งสองประเทศ ขณะที่เนเธอร์แลนด์ให้ความสำคัญและเน้นการดำเนินการเรื่องการลดโลกร้อน เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยมุ่งเน้นที่จะพัฒนาสร้างความยั่งยืนทางด้านการจัดการน้ำ การจัดการคุณภาพดิน รวมถึงเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งสอดคล้องกับการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรฯ นโยบาย Next Normal ที่จะต้องรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตและทำให้การเกษตรสามารถมีความยั่งยืน”ดร.ทองเปลว กล่าวและว่า เนเธอร์แลนด์ได้มอบหมายทูตเกษตรฯ ประจำประเทศไทย ประสานในรายละเอียด จึงให้สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศประจำสหภาพยุโรป ติดตามการดำเนินงานของทั้งสองฝ่าย

‘ไบเออร์ไทย’เดินหน้าโครงการ Better Farms, Better Lives 2.0​ สานต่อความช่วยเหลือเกษตรกร​ 11​ จังหวัด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/649808

'ไบเออร์ไทย'เดินหน้าโครงการ Better Farms, Better Lives 2.0​ สานต่อความช่วยเหลือเกษตรกร​ 11​ จังหวัด

วันอังคาร ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2565, 17.26 น.

ไบเออร์ไทย จัดโครงการ Better Farms, Better Lives 2.0 สานต่อความสำเร็จในการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในพื้นที่ 11 จังหวัด ภาคกลางและภาคอีสาน กว่า 26,000 ราย นำนวัตกรรมสมัยใหม่ช่วยลดต้นทุนการผลิตและถ่ายทอดองค์ความรู้การใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และมูลนิธิคลังสมองสหกรณ์ไทย จัดงาน “ศาสตร์แห่งแผ่นดินสร้างวิถีสู่อนาคตชาวนาไทย” ภายใต้โครงการ Better Farms, Better Lives 2.0 โดยมีเป้าหมายเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมการเกษตรสมัยใหม่ การใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ การแปรรูปผลิตภัณฑ์เพื่อลดต้นทุนเพิ่มผลผลิตและสร้างรายได้เพิ่มให้แก่เกษตรกร โดยมี คุณวีรพล เจริญพานิช ผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจครอปซายน์ ประเทศไทย กัมพูชา พม่า บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด เป็นผู้มอบผลิตภัณฑ์กำจัดวัชพืชและชุดความปลอดภัย ให้ผู้แทนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวจาก 6 จังหวัด ภายในงานยังได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วย ผศ.ดร.นิคม แหลมสัก รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, คุณกฤษณพงศ์ ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการส่งเสริมกิจการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ อดีตอธิบดีกรมการข้าว, คุณอนันต์ ภู่สิทธิกุล ประธานมูลนิธิคลังสมองสหกรณ์ไทย และ คุณดวงพร วิธูรจิตต์ นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ ศูนย์วิจัยข้าวชัยนาท พร้อมเสวนา “การยกระดับนวัตกรรมข้าวและผลิตภัณฑ์ข้าวคุณภาพ” รวมทั้งสาธิตการใช้นวัตกรรมเกษตรสมัยใหม่ เช่น อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) เพื่อการเกษตร ได้รับความสนใจจากผู้ร่วมงานกว่า 100 คน กิจกรรมจัดขึ้น ณ ศูนย์เรียนรู้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ ประจำตำบลสามง่ามท่าโบสถ์ อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2565

สำหรับโครงการ Better Farms, Better Lives 2.0 มีเป้าหมายเพื่อลดต้นทุน สนับสนุนการเพิ่มศักยภาพการผลิตและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่เกษตรกร ตามเจตนารมณ์ บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด ที่ได้ริเริ่มโครงการ Better Farms, Better Lives ครั้งที่ 1 ในปี 2563 เพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยช่วยเหลือด้านปัจจัยการผลิต ส่งมอบชุดความรู้ด้านเกษตรปลอดภัย รวมถึงเทคโนโลยีทางการเกษตรให้แก่เกษตรกรรายย่อยพื้นที่ภาคกลาง จำนวน 50,000 ราย ประสบความสำเร็จได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากเกษตรกรในเรื่องการลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตที่สูงขึ้น บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด จึงดำเนินโครงการ Better Farms, Better Lives ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 2 ในปี 2565 มุ่งถ่ายทอดองค์ความรู้ที่จำเป็นในการเพิ่มผลผลิตอย่างมีคุณภาพ แบ่งเบาภาระเกษตรกรด้านต้นทุนการเพาะปลูกที่สูงขึ้น ยกระดับนวัตกรรมจัดการวัชพืชในนาข้าว ขยายพื้นที่เป้าหมายจากภาคกลางไปยังภาคอีสานรวม 11 จังหวัด พื้นที่เพาะปลูกข้าวนาหว่านน้ำตม ได้แก่ จังหวัดกาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด มหาสารคาม อยุธยา สุพรรณบุรี อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท พิจิตร ขอนแก่น และนครราชสีมา รวมทั้งสิ้น 26,000 ราย คิดเป็นพื้นที่ 300,000 ไร่ โดยเกษตรกรที่สนใจยังสามารถรับฟังการถ่ายทอดองค์ความรู้การผลิตข้าวด้วยเทคโนโลยีที่ปลอดภัยและยั่งยืนได้ ผ่านระบบ Zoom เป็นประจำทุกวันจันทร์ เริ่มตั้งแต่ 18 เมษายน 2565 โดยมีเกษตรกรติดตามโครงการ Better Farms, Better Lives 2.0 ได้รับประโยชน์เป็นจำนวนมาก

หม่อนไหมรุดเยี่ยมกลุ่มทอผ้าอุบลฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/649554

วันอังคาร ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายศรัญญู พูลลาภ รองอธิบดีกรมหม่อนไหม พร้อมคณะ ติดตามการดำเนินงานของศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ อุบลราชธานี และเป็นประธานในการประชุมศูนย์ฯ เครือข่ายของสำนักงานหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ เขต 6ซึ่งรับผิดชอบพัฒนางานหม่อนไหมในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ อุบลราชธานียโสธร และอำนาจเจริญ โดยมีว่าที่ร.ต.ธีระนันท์ พิจารโชติ ผอ.สำนักงานหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ เขต 6นางเยาวลักษณ์ ทองทวี ผอ.ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ อุบลราชธานี และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีการรายงานข้อมูลทั่วไปของหน่วยงานในสังกัดข้อมูลบุคลากร ผลการดำเนินงานด้านงานผลิต และโครงการต่างๆ ในปีงบประมาณ 2564 ตลอดปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน รวมถึงการรายงานความคืบหน้าในการดำเนินงาน และการเบิกจ่ายงบประมาณปีงบประมาณ 2565 จากนั้นได้ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของศูนย์หม่อนไหนเฉลิมพระเกียรติฯอุบลราชธานี ในส่วนของการเลี้ยงไหม เยี่ยมชมแปลงหม่อน การดูแลบำรุงรักษา การสาวเส้นไหมด้วยเครื่องสาวไหมยูบี 2 เครื่องตีเกลียว ยูบี 4

นอกจากนี้ได้เยี่ยมชมร้านบ้านสวนต้นเทียนไหมไทย อ.สว่างวีระวงศ์ จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายผ้าไหมที่ได้รับตรานกยูงพระราชทาน (Certified Silk Shop) โดยที่นี่มีสมาชิก 27 ราย ซึ่งได้รับใบรับรองเครื่องหมายการรับรองผลิตภัณฑ์ผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน ปี 2563 โดยกลุ่มทอผ้าไหมนี้ได้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าไหมที่หลากหลาย ได้แก่ผ้าจก ผ้าขิด ผ้ามัดหมี่ ผ้ายกดอก ผ้าพื้น ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผ้าไหม โดยมีราคาจำหน่ายตั้งแต่เมตรละ 600 บาท จนถึงเมตรละ 100,000 บาท ขึ้นอยู่กับความละเอียดของลวดลายผ้าไหม เป็นการสร้างรายได้ให้กับสมาชิกในกลุ่ม

การยางฯเร่งเดินหน้า หนุนทำเกษตรชีวภาพ ปรับใช้ปุ๋ย-ยางพันธุ์ดี ลดต้นทุนในการผลิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/649556

วันอังคาร ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวว่า สถานการณ์ราคาปุ๋ยเคมีที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการขาดแคลนเคมีที่นำมาเป็นส่วนผสม ทำให้ราคาแม่ปุ๋ยสูตรต่างๆ ปรับราคาสูงขึ้นจากเดิม เพื่อลดผลกระทบดังกล่าว จึงมีแนวทางการบริหารจัดการปุ๋ยในรอบต้นฤดูฝนปี 2565 โดยจัดหาปุ๋ยให้เกษตรกรผู้รับการปลูกแทนด้วยยางพันธุ์ดี ส่วนปัญหาปุ๋ยเคมีขาดแคลน แก้ไขโดยปรับลดอัตราการใส่ปุ๋ยเคมีลงครึ่งหนึ่ง เพื่อให้สามารถจัดหาปุ๋ยได้ง่ายขึ้นและเพียงพอกับความต้องการร่วมกับใส่ปุ๋ยอินทรีย์ที่มีคุณภาพได้มาตรฐานตามหลักวิชาการในอัตรา 2 กิโลกรัม/ต้น/ปี จากเดิมที่ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ในอัตรา 1 กิโลกรัม/ต้น/ปี แต่ไม่กระทบต่อการเจริญเติบโตของต้นยาง สำหรับปุ๋ยอินทรีย์ที่มีคุณภาพได้มาตรฐานสามารถจัดหาได้ง่ายภายในประเทศ มีปริมาณเพียงพอกับความต้องการอย่างแน่นอน

“การดำเนินการจะสอดคล้องกับการทำเกษตรชีวภาพ ตามนโยบาย BCG MODEL ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ การทำเกษตรกรรมปลอดภัย ลดการใช้สารเคมี ไร้สารพิษตกค้าง และต้นทุนต่ำจากการลดการใช้สารเคมีในการทำเกษตรกรรม ตั้งแต่การบำรุงพืชด้วยปุ๋ยชีวภาพและวิธีการกำจัดศัตรูพืชด้วยสารชีวภาพ” นายณกรณ์ กล่าวและว่า ได้เร่งประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้เกษตรกรที่รับการปลูกแทนด้วยยางพันธุ์ดีในวิธีการใส่ปุ๋ยและอัตราการแนะนำใหม่ ซึ่งจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนยาง ลดผลกระทบจากวิกฤตการณ์ปุ๋ยเคมีที่มีราคาแพงและขาดแคลนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

‘เฉลิมชัย’เปิดมหกรรมยาง ดันนครศรีฯเมืองหลวงยางพารา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/649557

‘เฉลิมชัย’เปิดมหกรรมยาง ดันนครศรีฯเมืองหลวงยางพารา

วันอังคาร ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีเปิดมหกรรมยางพารา 2564 “นครฯ แห่งนวัตกรรมยางพารา” และกล่าวปาฐกถาพิเศษ “นวัตกรรมยางพาราไทย กับเศรษฐกิจยุคใหม่” ที่การยางแห่งประเทศไทยเขตภาคใต้ตอนกลาง อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราชเพื่อเป็นการโชว์ศักยภาพของไทยในการเป็นศูนย์กลางการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีการแปรรูปยางพาราของโลก และเป็นเวทีการเจรจาเพื่อแสวงหาพันธมิตรคู่ค้าใหม่ในตลาดยางพาราระดับนานาชาติ

ดร.เฉลิมชัย กล่าวว่า ภาคการเกษตรคือส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศให้เจริญเติบโต ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับภาคการเกษตรเป็นอย่างมาก กระทรวงเกษตรฯ ได้ส่งเสริมสนับสนุนนโยบายและมาตรการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรไทยให้มีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นซึ่งปัจจุบันมีการดำเนินงานร่วมกับมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่มีองค์ความรู้ทางวิชาการ เข้ามาร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมในการแปรรูปยางพารา เพื่อเพิ่มมูลค่าของยาง และเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ยางพาราแปรรูป ขณะเดียวกันได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน อย่างจริงจังและต่อเนื่องเพื่อส่งเสริมสนับสนุนอุตสาหกรรมยางพาราให้เติบโตยิ่งขึ้น

รมว.เกษตรฯ กล่าวอีกว่า ด้วยความพร้อมของ จ.นครศรีธรรมราช จึงอยากผลักดันให้กลายเป็นเมืองหลวงยางพารา และชูให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีการแปรรูปยางพาราของโลก โดยมอบหมายให้การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เตรียมความพร้อมทั้งในเรื่องการส่งเสริมการแปรรูป การตลาด การรักษาคุณภาพของน้ำยาง และการรักษาเสถียรภาพราคายางให้มีความมั่นคง เป็นต้น ซึ่งจะทำให้เกิดประโยชน์ทั้งในด้านเศรษฐกิจในพื้นที่ เกิดการจ้างงาน และสามารถกำหนดราคายางพาราได้

อย่างไรก็ดี กระทรวงเกษตรฯ ยังดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ซึ่งจะสามารถช่วยเหลือเกษตรกรในกรณีที่รายได้ของเกษตรกรลดลงจากรายได้ที่ควรจะได้รับ และลด
ผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของเกษตรกร ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 3 (ตุลาคม 2564–กันยายน 2565) มีผลการจ่ายเงินให้แก่เกษตรกร ทั้งสิ้น 1,467,981 ราย เป็นเงิน 2,931.33 ล้านบาท(ปัจจุบันจ่ายแล้ว 2,271.242 ล้านบาท) เนื่องจากราคายางก้อนถ้วยสูงกว่าราคาประกันจึงไม่มีการจ่ายให้เกษตรกรที่ผลิตยางก้อนถ้วย

สำหรับกิจกรรมภายในงาน มีการเสวนาเชิงวิชาการและเวิร์กช็อปสร้างอาชีพ การจัดนิทรรศการที่น่าสนใจ การแข่งขันกรีดยางพาราชิงแชมป์ระดับประเทศ และเฟ้นหาสาวงามจากการประกวดธิดาชาวสวนยาง 2564 พร้อมเปิดตัวแอปพลิเคชั่น Rubber Way เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำสวนยางและแอปพลิเคชั่น Rubbee ที่รวบรวมข้อมูลทุกสรรพสิ่งเกี่ยวกับยางพารา ที่อัพเดตแบบเรียลไทม์ทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นราคาซื้อ-ขาย ข่าวสารกิจกรรม รวมไปถึงสิทธิประโยชน์ และโปรโมชั่นต่างๆ ที่สมาชิกจะได้รับ

ชู‘ไทยพาวิลเลียน’ สวยเด่นมีจุดขาย กล้วยไม้สูง5เมตร อวดสายตาทั่วโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/649380

วันจันทร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร นายชาตรี อรรจนานันท์เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงเฮก นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ อธิบดีกรมศิลปากร ดร.วนิดา กำเนิดเพ็ชร์ ผอ.สำนักการเกษตรต่างประเทศ ดร.พรเทพศรีธนาธร ผอ.สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศประจำสหภาพยุโรป และผู้ที่เกี่ยวข้อง ตรวจเยี่ยมการสร้างอาคาร Thailand Pavilion เพื่อเตรียมพร้อมก่อนเปิดงานมหกรรมพืชสวนโลก ครั้งที่ 7 ประเทศเนเธอร์แลนด์

ดร.ทองเปลว กล่าวว่า Thailand pavilion มีการออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมหลักภายในโดยได้แรงบันดาลใจจากความผูกพันต่อสายน้ำของคนไทย รวมถึงวิถีชีวิต ประเพณี ความเชื่อและการบริโภค ทั้งยังแสดงความหลากหลายของการนำพืชพรรณในท้องถิ่นมาใช้ผ่านงานศิลปะชั้นสูง เช่น งานประดับใบตอง งานเครื่องแขวนดอกไม้ งานจักสานไม้ไผ่และหวาย เป็นองค์ประกอบร่วมในการออกแบบจัดแสดง Landmark กล้วยไม้ไทย สูง 5 เมตร แสดงศักยภาพของไทยในฐานะผู้ส่งออกกล้วยไม้อันดับต้นของโลก

ทั้งนี้ ประเทศไทยเป็น 1 ใน 50 ประเทศ และ 60 องค์กรที่เข้าร่วมงานมหกรรมพืชสวนโลก The International Horticultural Exposition 2022 หรือ EXPO 2022 Floriade Almere จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 เมษายน-9 ตุลาคม 2565ที่เมือง Almere ประเทศเนเธอร์แลนด์ เพื่อโชว์ศักยภาพนวัตกรรมด้านอาหาร สินค้าเกษตร การพัฒนาการผลิตที่ได้มาตรฐานและคุณภาพสินค้าเกษตรของประเทศไทยสู่สายตาชาวโลก

กรมส่งเสริมฯพัฒนาดิน-ปุ๋ยเพื่อชุมชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/649377

วันจันทร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยถึงผลสำเร็จของโครงการพัฒนาธุรกิจบริการดินและปุ๋ยเพื่อชุมชน (One StopService) ในงานแถลงข่าว “OSS เคสดีต้องมีโชว์” ว่าผลการดำเนินการของศูนย์พัฒนาศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน (ศดปช.) ที่ได้ช่วยเหลือเกษตรกรในการลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีในการทำการเกษตรสำหรับการปลูกพืชเศรษฐกิจสำคัญ ประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยเกษตรกร 108,036 ราย จาก 394 ศูนย์ฯ ใน 63 จังหวัด พื้นที่ 1.3 ล้านไร่ได้รับประโยชน์ ปริมาณการใช้ปุ๋ยลดลง59,047.37 ตัน คิดเป็นร้อยละ 49 สามารถลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีเฉลี่ยในพืชเศรษฐกิจต่างๆ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 36.91 คิดเป็นมูลค่ามากถึง 244ล้านบาท และเพิ่มผลผลิตได้ช่วยสร้างรายได้เพิ่มขึ้น

นางอัญชลีเปิดเผยด้วยว่า โครงการพัฒนาธุรกิจบริการดินฯ มีส่วนสำคัญในการช่วยพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของสมาชิกเครือข่าย รวมถึงเกษตรกรทั่วไป ให้สามารถลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีและได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น ตามนโยบายของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ รวมทั้งได้ให้ทุกหน่วยงานเร่งสร้างความรู้ความเข้าใจ แนวทางการใช้ปุ๋ยที่เหมาะสม มีประสิทธิภาพ “4 ถูก” คือ ถูกสูตร ถูกอัตรา ถูกเวลา และถูกวิธี ให้กับเกษตรกรอย่างทั่วถึง

“โครงการพัฒนาธุรกิจบริการดินฯจะช่วยต่อยอดให้ ศดปช.สามารถเป็นหน่วยบริการดินและปุ๋ยของชุมชนได้อย่างแท้จริง ทั้งยังเป็นแหล่งเรียนรู้และให้บริการด้านดินและปุ๋ยของชุมชน เพื่อการขยายผลการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการวิเคราะห์ดินและใช้ปุ๋ย ตามค่าวิเคราะห์ดินและความต้องการของพืช ซึ่งนำไปสู่การเกษตรแม่นยำ เพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิตโดยเฉพาะต้นทุนอันเนื่องจากการใช้ปุ๋ยเคมี ลดรายจ่าย สร้างรายได้ให้เกษตรกร ทำให้ ศดปช.ที่กรมส่งเสริมการเกษตรจัดตั้งขึ้น เป็นหน่วยบริการด้านดินและปุ๋ย มีรายได้หมุนเวียน สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืน” นางอัญชลี กล่าว

เกษตรฯพอใจเพิ่มขนส่งสินค้า รถไฟลาว-จีนแก้ปัญหาคอขวด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/649378

วันจันทร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ภารกิจการเยือน สปป.ลาว มีความพอใจในผลการเจรจาความร่วมมือกับบริษัท เวียงจันทน์โลจิสติกส์ปาร์ค และบริษัท ท่าบกท่านาแล้งในการเพิ่มศักยภาพระบบรถไฟลาว-จีน ในการขนส่งสินค้าเกษตร แก้ปัญหาคอขวดของระบบโลจิสติกส์ ซึ่ง ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ มีนโยบายอีสานเกตเวย์เชื่อมไทย-ลาว เชื่อมโลก พัฒนาการขนส่งระบบใหม่คือรถไฟลาว-จีน ให้เป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการค้าระหว่างประเทศ ด้วยระบบโลจิสติกส์ผสมผสาน “ราง-รถ” โดยเฉพาะสินค้าเกษตรจากไทยไปสู่จีน เอเชียกลาง ตะวันออกกลาง และยุโรป

นายอลงกรณ์กล่าวอีกว่า การเจรจากับนายจันทอน สิทธิชัย ประธานบริหารบริษัท เวียงจันทน์โลจิสปาร์ค และผู้บริหารบริษัท ท่าบกท่านาแล้ง ร่วมกับนายสุวิทย์ รัตนจินดา ประธานสมาพันธ์ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ไทย และนายณฐกร สุวรรณธาดา คณะทำงานที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ ที่เวียงจันทน์ ได้เห็นพ้องกันในการเพิ่มขบวนรถไฟ เพิ่มตู้สินค้า อำนวยความสะดวกการขนส่งสินค้าผ่านแดน เชื่อมโยงท่าบกท่านาแล้งกับสถานีเวียงจันทน์ใต้ ขนถ่ายสินค้า พัฒนาระบบจองขบวนรถสินค้า แก้ปัญหาคอขวด เพิ่มตู้คอนเทนเนอร์และรับการเปิดบริการด่านโมฮ่าน ประเทศจีน ในเดือนพฤษภาคมหรือมิถุนายนนี้