ยกระดับด่านตรวจทุเรียนไทยส่งจีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/650031

วันพฤหัสบดี ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ทุเรียนไทยส่งถึงประเทศจีนสำเร็จแล้ว และผ่านการตรวจสอบจากจีนว่าปลอดเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกรมวิชาการเกษตร กระทรวงสาธารณสุข และจังหวัดจันทบุรี ร่วมกันทำ GAP+ ที่ปฏิบัติตามมาตรการการส่งออกผลไม้ไปจีน ทำให้ล้งที่ผ่านการฝึกอบรมจากกรมวิชาการเกษตร สามารถส่งออกไปถึงจีนได้สำเร็จ ถือเป็นข่าวดีของประเทศไทยและเกษตรกรชาวสวนทุกคน แม้ก่อนหน้านี้มีกระแสว่าทุเรียนไทยไม่สามารถส่งออกไปจีนได้ ขอเกษตรกรอย่าเชื่อข่าวบิดเบือนดังกล่าว และแสดงให้เห็นแล้วว่าทุเรียนไทยมีคุณภาพมาตรฐาน ปฏิบัติตามมาตรการ Zero Covid อย่างเข้มงวด จนเป็นที่ยอมรับของต่างประเทศ

นอกจากนี้ น.ส.มนัญญา ได้เป็นประธานพิธีมอบพันธุ์พืช ชีวภาพและชีวภัณฑ์ จากกรมวิชาการเกษตร เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี และพิธีเปิดอาคารสำนักงานด่านตรวจพืชจันทบุรี ที่ด่านตรวจพืชจันทบุรี ต.คลองใหญ่ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ให้ความสำคัญในการผลิตและส่งออกผลไม้ของภาคตะวันออก จากสถานการณ์ความเข้มงวดของประเทศจีนในด้านสุขอนามัยพืชและการปนเปื้อนของเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงมอบหมายให้กรมวิชาการเกษตรจัดทำมาตรฐาน GAP+ และ GMP+ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดสินค้าผลไม้ไทย ซึ่งผู้ประกอบการโรงคัดบรรจุมีการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานด้านกระบวนการผลิตมากขึ้น

ในส่วนของด่านตรวจพืชต้องการยกระดับมาตรฐานการทำงานให้มีความสามารถในการตรวจสอบศัตรูพืช และสารพิษตกค้าง รวมทั้งเชื่อมโยงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยที่ด่านตรวจพืชจันทบุรี มีหน้าที่ตรวจสอบศัตรูพืช และตรวจปิดตู้ผลไม้เพื่อการส่งออกไปยังประเทศปลายทาง

ไม้ผลตะวันออก4ชนิดออกตลาดชุกพฤษภาคมนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/650033

วันพฤหัสบดี ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นางศศิญา ปานตั้น ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 ชลบุรี (สศท.6) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงผลสรุปข้อมูลเอกภาพไม้ผลภาคตะวันออกปี 2565 โดย สศก. ร่วมกับคณะทำงานย่อยเพื่อพัฒนาระบบข้อมูลและโลจิสติกส์ ภาคตะวันออก สรุปตัวเลขเอกภาพปริมาณผลผลิตของไม้ผล4 ชนิด ได้แก่ ทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกอง ในพื้นที่ 3 จังหวัด (ระยอง จันทบุรี ตราด)

ทั้งนี้พบว่า ผลผลิตรวมทั้ง 4 ชนิดมีจำนวน 1,189,522 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ที่มีจำนวน 903,865 ตัน(เพิ่มขึ้นร้อยละ 32) เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น และมีฝนตกต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี 2564 ส่งผลให้เอื้อต่อการออกดอกและติดผล แม้จะมีภัยธรรมชาติจากลมพายุช่วงปลายปี 2564 และเดือน ก.พ.ถึง มี.ค. 2565 ที่ทำให้ดอกและลูกร่วงเสียหาย แต่ในภาพรวมปริมาณผลผลิตยังคงมากกว่าปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ ผลผลิตได้ทยอยออกสู่ตลาดตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และจะออกต่อเนื่องจนถึงกลางเดือน ก.ย. 2565 โดยผลผลิตจะออกมากที่สุดช่วงเดือน พ.ค. 2565 (คิดเป็นร้อยละ 51 ของผลผลิตทั้งหมด)

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาปริมาณผลผลิตรายชนิด พบว่า ทุเรียน มังคุด เงาะ ผลผลิตเพิ่มขึ้น โดยมังคุดเพิ่มขึ้นมากที่สุดร้อยละ 108 รองลงมาทุเรียน เพิ่มขึ้นร้อยละ 26 และเงาะ เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 เนื่องจากสภาพอากาศปีนี้มีความเหมาะสมต่อการออกดอกและติดผลของไม้ผลมากกว่าปีที่ผ่านมา

สถานการณ์การผลิตไม้ผลทั้ง 4 ชนิด ขณะนี้ ทุเรียน ออกดอกแล้วร้อยละ 100 เริ่มเก็บเกี่ยวได้ตั้งแต่เดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ทุเรียนที่เก็บเกี่ยวผลผลิตในช่วงแรกคือทุเรียนพันธุ์กระดุมและหมอนทองบางส่วน โดยทุเรียนจะทยอยออกสู่ตลาดจนถึงปลายเดือน ก.ค. 2565 มังคุด ออกดอกแล้วร้อยละ 99 เริ่มเก็บเกี่ยวได้เล็กน้อยตั้งแต่กลางเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา เงาะ ออกดอกแล้วร้อยละ 99 เริ่มเก็บเกี่ยวได้ตั้งแต่ปลายเดือนเม.ย. ถึงต้นเดือนส.ค. 2565 ลองกอง ออกดอกแล้วร้อยละ 70 จะเริ่มเก็บเกี่ยวได้ในช่วงปลายเดือน เม.ย. ถึงกลางเดือน ก.ย.2565

กรมชลฯพัฒนาแก้มลิงทุ่งหิน บรรเทาปัญหาภัยแล้ง-น้ำท่วม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/650029

วันพฤหัสบดี ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน หารือแนวทางการดำเนินงานพัฒนาแก้มลิงทุ่งหิน ต.ยี่สาร อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม โดยมี นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ ประธานอนุกรรมการบริหารจัดการน้ำรายภาคในพื้นที่ภาคกลาง เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม โดยนายประพิศ กล่าวว่า โครงการเพิ่มประสิทธิภาพแก้มลิงทุ่งหิน ได้บูรณาการกับหน่วยงานต่างๆ กำหนดแผนหลักการพัฒนาทุ่งหิน 4 ด้าน ได้แก่ 1.การบริหารจัดการ อาทิ การศึกษา

เบื้องต้น การสำรวจ การออกแบบ ฯลฯ 2.การสร้างความมั่นคงของน้ำภาคการเกษตร การขุดลอกแก้มลิงทุ่งหิน การก่อสร้างปรับปรุงอาคารท่อรับน้ำ ฯลฯ 3.การปรับปรุงเส้นทางน้ำเข้าโครงการฯ การก่อสร้างอาคารท่อลอดรางรถไฟ และ 4.การปรับปรุงภูมิทัศน์และพัฒนาพื้นที่โครงการฯ

สำหรับโครงการแก้มลิงทุ่งหิน มีพื้นที่ประมาณ 2,623 ไร่ และมีคันกั้นน้ำยาว 11.7 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลาการดำเนินงานตั้งแต่ปี 2564-2576 เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จทั้งโครงการจะช่วยเพิ่มปริมาณกักเก็บของแก้มลิงจาก 6 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) เป็น 9 ล้าน ลบ.ม. สามารถบรรเทาอุทกภัยได้ 4,000 ไร่ มีพื้นที่ได้รับประโยชน์ 5,000 ไร่ ช่วยบรรเทาปัญหาน้ำหลากในช่วงหน้าฝน ลดความเสียหายต่อพื้นที่เศรษฐกิจ และเพิ่มประสิทธิภาพในการกักเก็บน้ำให้ชาวสมุทรสงครามมีแหล่งน้ำใช้ในการอุปโภค-บริโภค

‘เฉลิมชัย’เร่งจัดการน้ำลพบุรี ทำคลองชัยนาท-ป่าสักให้เกิดประโยชน์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/650093

‘เฉลิมชัย’เร่งจัดการน้ำลพบุรี  ทำคลองชัยนาท-ป่าสักให้เกิดประโยชน์

วันพฤหัสบดี ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการน้ำพื้นที่ลุ่มต่ำฝั่งซ้ายคลองชัยนาท-ป่าสัก และพบปะกลุ่มเกษตรกร พร้อมทั้งร่วมกิจกรรมเกี่ยวข้าว ที่ อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี ว่าจากสภาพอุทกภัยช่วงที่ผ่านมา และสถานการณ์น้ำ 4 เขื่อนหลักของลุ่มเจ้าพระยาที่มีอยู่อย่างจำกัด จึงกำหนดพื้นที่เป้าหมายการทำนาปรังของพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา ซึ่งจะอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ 10 ทุ่ง โดยที่ จ.ลพบุรี มีพื้นที่เป้าหมายการทำนาปรัง 3 ทุ่ง ได้แก่ 1.ทุ่งท่าวุ้ง อ.ท่าวุ้ง 2.ทุ่งฝั่งซ้ายคลองชัยนาท-ป่าสัก และ 3. ทุ่งบางกุ่ม อ.เมือง จ.ลพบุรี 119,555 ไร่
เพาะปลูกแล้วรวม 110,904 ไร่ หรือ 93% เก็บเกี่ยวแล้ว 32,227 ไร่ หรือ 29% คาดว่าจะเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จภายในต้นเดือนเมษายนนี้ เนื่องจากกรมชลประทานมีแผนปรับปฏิทินการเพาะปลูกข้าวนาปีของพื้นที่ลุ่มต่ำทั้ง 10 ทุ่งของลุ่มเจ้าพระยา ให้ทันการเก็บเกี่ยวต้นเดือนกันยายน 2565 โดยพื้นที่เพาะปลูกข้าวนาปรังที่รับน้ำจากสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าปากคลองสะพานขาว ซึ่งเป็น 1 ใน 6 สถานีสูบน้ำฯ ของพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งฝั่งซ้ายคลองชัยนาท-ป่าสัก (มีกลุ่มผู้ใช้น้ำ 8 กลุ่ม) มีการเพาะปลูกข้าวนาปรัง จำนวน 2,400 ไร่เก็บเกี่ยวแล้ว 1,800 ไร่ หรือ 75%

สำหรับสภาพโดยทั่วไปของพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งฝั่งซ้ายคลองชัยนาท-ป่าสัก จะมีความลาดเทเข้าหาตัวคลองชัยนาท-ป่าสัก ดังนั้น ในช่วงฤดูน้ำหลาก จะมีน้ำป่าจากพื้นที่ตอนบน ได้แก่ พื้นที่ อ.โคกเจริญ อ.สระโบสถ์ อ.หนองม่วง และ อ.โคกสำโรง ไหลลงมาปะทะแนวคันคลองชัยนาท-ป่าสัก และเกิดน้ำท่วมขังพื้นที่การเกษตรในเขต อ.บ้านหมี่ ซ้ำซากอยู่เป็นประจำทุกปี เพราะพื้นที่เป็นที่ลุ่มต่ำกว่าบริเวณอื่น และไม่สามารถระบายน้ำท่วมขังลงคลองชัยนาท-ป่าสักได้ เนื่องจากช่วงระยะเวลาดังกล่าว คลองชัยนาท-ป่าสัก จะมีน้ำ Side Flow และต้องรับน้ำจาก แม่น้ำเจ้าพระยาเข้ามาสมทบเกือบตลอดเวลา กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมชลประทาน และจังหวัดลพบุรี จึงได้กำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหา โดยก่อสร้างสถานีสูบน้ำริมคลองฝั่งซ้ายของคลองชัยนาท-ป่าสักเมื่อปี 2555-2556 เพื่อสูบระบายน้ำท่วมขังลงสู่คลองชัยนาท-ป่าสัก 16 สถานี สามารถระบายน้ำได้วันละ 7.430 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) รวมถึงการปรับปฏิทินการเพาะปลูกข้าวนาปีของพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งฝั่งซ้ายของคลองชัยนาท-ป่าสัก 72,680 ไร่ โดยส่งน้ำให้เกษตรกรทำนาปี ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมนี้ เพื่อให้ทันเก็บเกี่ยวต้นเดือนกันยายนของทุกปี จากนั้นจะใช้ทุ่งดังกล่าวรับน้ำหลากที่ไหลลงมาจากพื้นที่ตอนบนในลักษณะแก้มลิงธรรมชาติ พื้นที่ 72,680 ไร่ตัดยอดน้ำหลาก 116 ล้าน ลบ.ม.

นอกจากนี้ ยังมีการจัดจราจรน้ำในคลองชัยนาท-ป่าสัก ให้สอดคล้องกับช่วงระยะเวลาที่น้ำป่าไหลหลากลงมา และเร่งรัดการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ตอนบน อาทิ ก่อสร้างแก้มลิง และอ่างเก็บน้ำ
เพื่อตัดยอดน้ำหลากที่จะไหลหลากลงมาและเก็บกักน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง โดยมีแผนระยะยาวที่จะเร่งรัดการดำเนินงานโครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก ให้สามารถระบายน้ำได้สูงสุด 930 ลบ.ม./วินาที เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังพื้นที่ฝั่งซ้ายของคลองชัยนาท-ป่าสัก

ฝนหลวงตั้งหน่วยฯ เพิ่มเติมขึ้นอีก3แห่ง รับความต้องการน้ำ ครอบคลุมทุกพื้นที่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/650027

วันพฤหัสบดี ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสำเริง แสงภู่วงค์ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า แม้ที่ผ่านมาจะมีฝนตกบ้างในหลายๆ พื้นที่ แต่พื้นที่การเกษตรหลายแห่งยังมีความต้องใช้น้ำประกอบกับปริมาณน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำและเขื่อนต่างๆ มีปริมาณน้ำน้อย และช่วงฤดูร้อนนี้ยังมีแนวโน้มของสถานการณ์ไฟป่า ปัญหาหมอกควัน และปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) เกินค่ามาตรฐาน รวมทั้งแนวโน้มการเกิดพายุลูกเห็บในหลายพื้นที่ของประเทศโดยเฉพาะประเทศไทยตอนบน จึงปรับแผนปฏิบัติการฝนหลวงเดือนเมษายน 2565 โดยจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงเพิ่มเติม 3 หน่วยได้แก่ หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.ลพบุรี อุบลราชธานี และนครราชสีมา และจัดตั้งฐานเติมสารฝนหลวง 4 ฐาน ได้แก่ ฐานเติมสารฝนหลวง จ.นครสวรรค์ ขอนแก่น บุรีรัมย์ และระยอง โดยในขณะนี้มีหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง ทั้งสิ้น 11 หน่วย กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ

ขณะที่ นายรังสรรค์ บุศย์เมือง ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ กล่าวว่า ผลการปฏิบัติการฝนหลวงในช่วงก่อนหน้านี้หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.เชียงใหม่ ได้ขึ้นปฏิบัติการยับยั้งและบรรเทาความรุนแรงจากพายุลูกเห็บ ทำให้มีฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลางในพื้นที่ จ.ลำปาง และเชียงใหม่ และมีฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลางบริเวณพื้นที่ลุ่มรับเขื่อนแม่กวงอุดมธารา เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล จ.เชียงใหม่ อ่างเก็บน้ำแม่ขาม อ่างเก็บน้ำแม่จาง จ.ลำปาง และหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.แพร่ ได้ขึ้นบินปฏิบัติการ ทำให้มีฝนตกเล็กน้อยบริเวณพื้นที่ลุ่มรับเขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ และมีฝนตกเล็กน้อยในพื้นที่การเกษตร จ.แพร่

‘ดร.ธรณ์’ชี้‘ปูเสฉวน’ไม่ใช่ของเล่น อย่าเลี้ยงเพราะแค่น่ารัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/650042

‘ดร.ธรณ์’ชี้‘ปูเสฉวน’ไม่ใช่ของเล่น อย่าเลี้ยงเพราะแค่น่ารัก

วันพุธ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2565, 16.53 น.

‘ดร.ธรณ์’ชี้‘ปูเสฉวน’ไม่ใช่ของเล่น อย่าเลี้ยงเพราะแค่น่ารัก อธิบายชัดๆผลกระทบต่อห่วงโซ่อาหาร

27 เมษายน 2565 ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนิเวศน์ทางทะเล และรองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก “Thon Thamrongnawasawat” กรณียูทูปเบอร์จับ “ปูเสฉวน” มาเลี้ยงและทำ VDO content มีเนื้อหาดังนี้…

“ในกรณีของการจับปูเสฉวน ขออธิบายความสำคัญของปูต่อระบบนิเวศครับ

ปูเสฉวน เป็นสัตว์กินซาก ช่วยทำความสะอาดระบบนิเวศหาดทราย มีความสำคัญสูงมากในด้านนี้

ปูเสฉวน เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อาหาร เมื่อสัตว์ใดในห่วงโซ่ลดน้อยลงโดยที่มนุษย์ไปยุ่งเกี่ยวโดยไม่จำเป็น ย่อมส่งผลกระทบต่อเนื่อง

ปูเสฉวน เป็นส่วนหนึ่งของความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นเรื่องที่ตอนนี้ในโลกกำลังให้ความสำคัญอย่างมาก

เป็น 1 ใน 2 ประเด็นหลัก ควบคู่มากับประเด็นโลกร้อน

การจับปูออกมาจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเลี้ยงดูดีแค่ไหน ก็หมายความว่าปูตัวนั้น “ตาย” จากทะเลไปแล้ว

เพราะเธอไม่มีโอกาสจะออกลูกหลานสืบต่อสายพันธุ์ให้ทะเลได้ ลูกปูอีกมหาศาลก็ไม่มีโอกาสเกิด

ในบางหาด จำนวนปูเสฉวนน้อยลงจากอดีตอย่างเห็นได้ชัด และมีแนวโน้มว่าจะลดลงเรื่อยๆ หากเรายังเห็นพวกเธอเป็นแค่ของเล่นหรือสัตว์เลี้ยง

เราไม่มีกฎหมายดูแลปูเสฉวนโดยเฉพาะ

กม.จะดูแลพื้นที่ เช่น หากไปจับในเขตอุทยาน ผิดกฎหมาย

เราไม่สามารถมีกฎหมายดูแลทุกอย่าง เพราะคงไม่มีเจ้าหน้าที่ไปดูแลทุกชีวิตในทะเลได้

แต่บางทีคำถามอาจเป็นว่า “จะทำไปทำไม ???”

ประเด็นเรื่องปูเสฉวนมีมาเรื่อยๆ ตราบใดที่เรายังคงไม่ถามตัวเองว่า จะทำไปทำไม

ปูน่ารัก แล้วเราจะรักปูด้วยการพรากเธอมาจากบ้านเกิด เอามาขังไว้ เพื่อให้เราคอยดูว่า น้อนน่าร้ากกกก ?

ไม่มีสัตว์ใดในธรรมชาติสมควรถูกจับมา เพียงเพราะว่าเธอดูน่ารักในสายตามนุษย์

เพราะเธอน่ารักที่สุดเมื่อพวกเธออยู่ในธรรมชาติ

อยู่ในบ้านที่เธอเกิดมา

และอยู่ในสถานที่ซึ่งเธอจะให้กำเนิดลูกหลานของเธอต่อไปครับ”

‘ท็อป-วราวุธ’แถลงการณ์เดือด ซัดยูทูบเบอร์จับปู’เสฉวน’มาเลี้ยงทำคอนเทนต์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/649990

'ท็อป-วราวุธ'แถลงการณ์เดือด ซัดยูทูบเบอร์จับปู'เสฉวน'มาเลี้ยงทำคอนเทนต์

วันพุธ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2565, 16.11 น.

“วราวุธ”รับไม่ได้แถลงการณ์ซัดเดือดกรณียูทูบเบอร์จับ”ปูเสฉวน”มาเลี้ยงทำคอนเทนต์ ชี้แพร่ค่านิยมที่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติ คุกคามทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จี้นำส่งกลับคืนสู่ธรรมชาติโดยเร็วเพราะโทษหนักจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท  พร้อมเรียกร้องเลิกเลิกติดตามรับชมคนที่ใช้ชื่อเสียงมาสร้างกระแส สร้างรายได้ด้วยการผลิตเนื้อหาที่สร้างค่านิยมที่เป็นภัยคุกคามต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแบบนี้ทุกช่องทาง

27 เม.ย.65 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้โพสต์แถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊ก TOP Varawut – ท็อป วราวุธ ศิลปอาชา กรณียูทูปเบอร์จับปูเสฉวนมาเลี้ยงและทำ VDO content เผยแพร่ค่านิยมที่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติ คุกคามทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยระบุว่า

เช้าวันนี้ ผมได้รับการแท็กแจ้ง จากเพจ Happy Nancy และเพจ ขยะมรสุม ถึงกรณี Youtuber ท่านหนึ่ง ทำ VDO content จับปูเสฉวน 15 ตัว กลับไปเลี้ยง โดยทาง Youtube มียอดวิวกว่า 7 แสนครั้ง ณ เวลา 11 โมง ของวันที่ 27 เมษายน 2565

ผมขอชี้แจงมาตรการและรายละเอียดต่างๆ ดังนี้ ครับ

1. ปัจจุบัน ปูเสฉวน ยังไม่อยู่ในรายชื่อพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 จึงไม่ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมาย #ยกเว้นในเขตอุทยานแห่งชาติ ดังนั้น ประเด็นที่ต้องตรวจสอบ Youtuber ท่านนี้ ก็คือ #กระทำการในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติหรือไม่ ? หากเกิดเหตุในอุทยานแห่งชาติ จะมีความผิด จำคุกสูงสุด 5 ปี ปรับ 5 แสนบาท ( อ่านรายละเอียดกฎหมายได้ที่ช่วงท้าย )

2. ในกรณีที่ไม่สามารถสืบหาหลักฐานยืนยันได้ ว่ากระทำในเขตอุทยานแห่งชาติหรือไม่ ? เราจำเป็นต้องมี #มาตรการทางสังคม สำหรับเรื่องนี้ครับ

เนื่องจากปัจจุบัน ปูเสฉวน กำลังถูกคุกคามจากการจับมาซื้อขายเป็นสัตว์เลี้ยงจำนวนมาก เพราะไม่สามารถเพาะขยายพันธุ์ในฟาร์มได้ และเนื่องจาก ปูเสฉวนค่อนข้างมีความอ่อนไหว เปราะบาง ยุ่งยากในการเลี้ยง ทำให้ปูเสฉวนเลี้ยงส่วนใหญ่ ตายลงก่อนอายุขัยตามธรรมชาติ

ดังนั้น การที่บุคคลที่มีชื่อเสียง มีอิทธิพลในการส่งต่อแนวคิดและพฤติกรรม สู่สังคมและเยาวชน อย่างเช่น Youtuber ท่านนี้ ผมถือว่าควรจะต้องมีจิตสำนึก รับผิดชอบ และใช้ความระมัดระวัง ในการผลิตเนื้อหาเป็นอย่างมาก ที่จะไม่ส่งต่อค่านิยมที่ผิด และเป็นอันตรายต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

และเนื่องด้วย ผู้ติดตามช่อง Youtube ของ Youtuber ท่านนี้ ส่วนมากเป็นเยาวชน หาก 700,000 คน ที่ดู VDO นี้ แล้วทำตามบ้าง ไปเที่ยวทะเล แล้วเก็บปูเสฉวนกลับมาคนละตัว ก็จะเท่ากับ มีปูเสฉวนต้องเสี่ยงตายจากการถูกพรากมาจากธรรมชาติ เพราะ VDO ชิ้นนี้ ถึง 700,000 ชีวิต

ผมขอตำหนิ Youtuber ท่านนี้ และขอเรียกร้องให้ท่าน โปรดนำปูเสฉวนส่งกลับคืนสู่ธรรมชาติ หรือ ส่งคืน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง / กรมอุทยานแห่งชาติฯ โดยเร็วที่สุด เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดี แก้ไข Endorsement ผิดๆ ที่ท่านได้สร้างออกไปให้แก่สังคม โดยเฉพาะเยาวชนที่ติดตามรับชมช่องของท่านครับ

ผมขอเรียกร้องให้ แบรนด์ธุรกิจ ที่เป็นสปอนเซอร์สนับสนุนการโฆษณาผ่านช่องทาง youtube ได้โปรดพิจารณายกเลิกการจ่ายเงินสนับสนุนเนื้อหา ที่ไม่รับผิดชอบต่อสังคม และเป็นภัยคุกคามต่อทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งถือเป็นสมบัติส่วนรวมของประเทศ ทั้ง VDO ชิ้นนี้ และเนื้อหาอื่นๆที่แบรนด์ของท่านจะใช้งบการตลาดสนับสนุนต่อไปในอนาคตด้วยครับ

สุดท้าย ขอเรียกร้องให้สังคม ผู้รับชม น้องๆเยาวชน เลิกรับชม เลิกติดตาม เลิกสนับสนุน บุคคลใดก็ตามที่ใช้ชื่อเสียง มาสร้างกระแส สร้างรายได้ ด้วยการผลิตเนื้อหาที่สร้างค่านิยมที่เป็นภัยคุกคามต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แบบนี้ทุกช่องทางครับ

Soft Power ของคนมีชื่อเสียง ขอให้ใช้สร้างแต่เรื่องดีๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม เถอะครับ

——‐——————————————–
ความผิดตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 (กรณีเหตุเกิดในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ)

มาตรา 19 (2) ห้ามเก็บหา นำออกไป กระทำด้วยประการใด ๆ ให้เป็นอันตราย แก่ ทรัพยากรธรรมชาติอื่น หรือกระทำการอื่นใด อันส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ และทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 19 (3) ล่อหรือนำสัตว์ป่าออกไปหรือกระทำให้เป็นอันตรายแก่สัตว์ป่าด้วยประการใดๆ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 40 ผู้ใดกระทำการหรืองดเว้นกระทำการไม่ว่าจงใจหรือประมาทเลินเล่อโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติ วนอุทยาน สวนพฤกษศาสตร์ หรือสวนรุกขชาติ ผู้นั้นต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่รัฐตามมูลค่าทั้งหมดของทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลาย สูญหาย หรือเสียหายไปนั้น ความผิดตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 (กรณีเหตุเกิดในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า)

มาตรา ม.54 วรรคหนึ่ง ห้ามล่า สัตว์ป่า เก็บ หรือทำอันตรายแก่รังของสัตว์ป่า หรือล่อ หรือนำสัตว์ป่าออกไปจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

—————————————————
เราจะช่วยปูเสฉวน….ให้อยู่คู่ชายหาดของเรา ได้อย่างไร

มีความพยายามของภาครัฐในการอนุรักษ์ปูเสฉวน โดยการแต่งตั้งคณะกรรมการอนุรักษ์ปูเสฉวน ตามคำสั่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ 12/2542 ลงวันที่ 7 มกราคม 2542 ให้มีหน้าที่กำหนดแนวทางจัดทำแผนและดำเนินการอนุรักษ์ปูเสฉวน รวมทั้งศึกษาสำรวจแหล่งที่อยู่อาศัย จำนวน การแพร่กระจาย และข้อมูลทางวิชาการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับปูเสฉวน รวมทั้งแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน และนักท่องเที่ยวให้ความร่วมมือและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ปูเสฉวน

ในปี 2563 แฟนเพจของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา จ.กระบี่ ได้โพสรับบริจาคเปลือกหอยเพื่อคืนบ้านให้กับปูเสฉวน ในโครงการ “คืนบ้านให้ปูเสฉวน” หลังมีนักท่องเที่ยวถ่ายภาพปูเสฉวนบกขนาดใหญ่ตัวหนึ่งใช้เศษขวดแก้วเครื่องดื่มชูกำลังในสภาพแตกเป็นปากฉลามอาศัยแทนเปลือกหอย

ที่มา : เรื่องน่ารู้ ปูเสฉวนบก สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง/สวพ./กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง https://dmcrth.dmcr.go.th/mcrdi/detail/11434/

‘เฉลิมชัย’ปลุก’อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน’ เป็นกำลังหลักให้บริการและเข้าถึงเกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/649996

'เฉลิมชัย'ปลุก'อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน' เป็นกำลังหลักให้บริการและเข้าถึงเกษตรกร

วันพุธ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2565, 15.51 น.

“เฉลิมชัย”ปลุก”อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน” เป็นกำลังหลักให้บริการและเข้าถึงเกษตรกร ส่งเสริมการเกษตรอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2565 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดเวทีเครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้อาสาสมัครเกษตรระดับเขต ณ แสนปาล์ม เทรนนิ่ง โฮม อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม โดยมี นายธนา ชีรวินิจ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายนวนิตย์ พลเคน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร พร้อมผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน การจัดทำเวทีเครือข่ายฯในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยกย่อง เชิดชูเกียรติ เพื่อประชาสัมพันธ์ผลงานของอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) ให้มีขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงาน มีระบบการทำงานตามบทบาทหน้าที่ สร้างบทบาทการมีส่วนร่วมในการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ และสามารถเชื่อมโยงกับเครือข่ายต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งกำหนดกิจกรรมด้านการเกษตรที่จะดำเนินการ และเกิดเครือข่ายการบริการแก่เกษตรกรในชุมชนได้

ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า การขับเคลื่อนงานอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน ถือเป็นนโยบายหลักของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่จะต้องดำเนินการให้เกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรม ซึ่งที่ผ่านมาอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน ได้ปฏิบัติงานจัดเก็บรวบรวม และรายงานข้อมูลพื้นฐานด้านการเกษตร ร่วมกับคณะกรรมการหมู่บ้านในการจัดทำแผนพัฒนาการเกษตรระดับหมู่บ้าน ประสานงานในการถ่ายทอดความรู้และการแก้ไขปัญหาของเกษตรกรในหมู่บ้าน รวมทั้งติดตามสถานการณ์การเกษตรในหมู่บ้าน พร้อมรายงานเหตุการณ์ฉุกเฉินเร่งด่วนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านได้ช่วยปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง ลงพื้นที่เคียงข้างกับเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรในการประชาสัมพันธ์ชี้แจงข้อมูลโครงการเยียวยาเกษตรกรฯ ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร เก็บรวบรวมใบสมัครนำส่งสำนักงานเกษตรอำเภอ เพื่อดำเนินการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ส่งข้อมูลให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องเกษตรกรด้วยความเรียบร้อย ทั่วถึง และรวดเร็ว จนสำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ของโครงการ

สำหรับในปี 2565 กระทรวงเกษตรฯ มีแผนการขับเคลื่อนงานอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน ในด้านการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพ อกม.แลกเปลี่ยนเรียนรู้ตามบทบาทหน้าที่ ในฐานะเป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ให้สามารถสนับสนุนงานส่งเสริมการเกษตรและงานตามภารกิจของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นอกจากนี้ ยังสนับสนุนให้ อกม.มีระบบการทำงานที่มีประสิทธิภาพ เป็นกลไกและมีส่วนร่วมในการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ เชื่อมโยงเครือข่าย การปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่และพัฒนาให้เป็นต้นแบบแก่เกษตรกรทั่วไป รวมถึงการสร้างขวัญกำลังใจ สร้างการรับรู้ให้สาธารณชน พร้อมทั้งเผยแพร่ผลงานของ อกม.และยกย่องเชิดชูเกียรติให้แก่อาสาสมัครเกษตร ในฐานะเกษตรกรผู้มีจิตอาสา ให้โอกาสในการแสดงความเป็นผู้นำและเป็นที่เชื่อถือยอมรับของเกษตรกร

ขณะที่ นายนวนิตย์ พลเคน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เล็งเห็นความสำคัญของการให้บริการแก่เกษตรกรในระดับพื้นที่ ของหมู่บ้านมาโดยตลอด และมีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำนวน 16 หน่วยงาน ที่ดำเนินงานด้านอาสาสมัครเกษตร (อกษ.) ในแต่ละสาขาที่หน่วยงานนั้นๆ เป็นผู้รับผิดชอบซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง โดยอยู่ภายใต้ระเบียบกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่าด้วยการบริหารงานอาสาสมัครเกษตร พ.ศ.2563 และในส่วนของการดำเนินงานอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรในฐานะฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการนโยบายอาสาสมัครเกษตร ดำเนินการคัดเลือกอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) และแต่งตั้งคณะกรรมการอาสาสมัครเกษตรระดับตำบล อำเภอ และจังหวัด เพื่อกำหนดนโยบาย แนวทางการพัฒนา และขับเคลื่อน

อย่างไรก็ตาม สำหรับงานอาสาสมัครเกษตรในพื้นที่ การจัดประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการของคณะกรรมการชุดต่างๆ ถือเป็นการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวให้เป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันกรมส่งเสริมการเกษตร ได้จัดตั้ง อกม.ทั่วประเทศแล้ว รวมจำนวน 75,095 ราย โดยในปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ได้มุ่งเน้นให้ อกม.ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามบทบาทหน้าที่ 5 ข้อ ในระเบียบกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่าด้วยการบริหารงานอาสาสมัครเกษตร พ.ศ.2563 อกม.ได้ดำเนินการตามภารกิจดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ตามบริบทของพื้นที่ ซึ่งสามารถแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี ตามแผนงานของกรมส่งเสริมการเกษตร

– 006

เช็กเลย! ประกันรายได้ข้าวงวด 27-28 เกี่ยวข้าวช่วง 8-21 เม.ย. รับส่วนต่างสูงสุด 38,690 บาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/649910

เช็กเลย! ประกันรายได้ข้าวงวด 27-28 เกี่ยวข้าวช่วง 8-21 เม.ย. รับส่วนต่างสูงสุด 38,690 บาท

วันพุธ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2565, 10.46 น.

ชาวนาเช็กด่วน!’มัลลิกา’เผยประกันรายได้ข้าว งวดที่ 27-28 เกี่ยวข้าวช่วง 8-21 เม.ย. รับส่วนต่างสูงสุด  ครัวละ 38,690 บาท 

 27 เมษายน 2565นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า โดยนโยบายประกันรายได้ของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จากการติดตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรพืช 5 ชนิด คือ ข้าว ยางพารา ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลังและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ล่าสุดการประกันรายได้ผู้ปลูกข้าว

รายงานจากนายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ระบุว่าได้อนุมัติราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและการชดเชยส่วนต่างราคาตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2564/65 รอบที่ 1 จ่ายเงินส่วนต่างให้กับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2564/65 ที่ระบุวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวงวดที่ 27 ตั้งแต่วันที่ 8-14 เม.ย. 65  และงวดที่ 28 ตั้งแต่วันที่ 15-21 เม.ย. 65  จำนวน 3 ชนิด ได้แก่ ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ข้าวเปลือกเจ้าและข้าวเปลือกเหนียว โดยข้าวเปลือกหอมมะลิ ไม่ต้องจ่ายชดเชยแล้ว เพราะสิ้นสุดฤดูกาลเก็บเกี่ยว ส่วนข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ไม่ต้องจ่ายเงินส่วนต่างเนื่องจากราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงสูงกว่ารายได้ที่ประกัน

นางมัลลิกา กล่าวว่า สำหรับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2564/65 งวดที่ 27 สำหรับเกษตรกรที่เก็บเกี่ยวระหว่างวันที่ 8-14 เมษายน 2565 ดังนี้ 

1) ข้าวเปลือกหอมมะลิ สิ้นสุดฤดูการเก็บเกี่ยว 

2) ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ เกณฑ์กลางตันละ 12,376.29 บาท ชดเชยตันละ 1,623.71 บาท ได้รับชดเชยสูงสุดครัวเรือนละ 25,979.36 บาท 

3) ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี เกณฑ์กลางตันละ 11,228.90 บาท ไม่ต้องชดเชยเนื่องจากราคาเกณฑ์กลางสูงกว่าเป้าหมาย

4) ข้าวเปลือกเจ้า เกณฑ์กลางตันละ 8,730.23 บาท ชดเชยตันละ 1,269.77 บาท ได้รับชดเชยสูงสุดครัวเรือนละ 38,093.10 บาท และ 

5) ข้าวเปลือกเหนียว เกณฑ์กลางตันละ 9,581.82 บาท ชดเชยตันละ 2,418.18 บาท ได้รับชดเชยสูงสุดครัวเรือนละ 38,690.88 บาท โดยมีเกษตรกรได้รับชดเชยตามข้อมูลของกรมส่งเสริมการเกษตรงวดนี้ จำนวน 1,988 ครัวเรือน 

และราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2564/65 งวดที่ 28 สำหรับเกษตรกรที่เก็บเกี่ยวระหว่างวันที่ 15- 21 เมษายน 2565 ดังนี้ 

1) ข้าวเปลือกหอมมะลิ สิ้นสุดฤดูการเก็บเกี่ยว 

2) ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ เกณฑ์กลางตันละ 12,411.03 บาท ชดเชยตันละ 1,588.97 บาท ได้รับชดเชยสูงสุดครัวเรือนละ 25,423.52 บาท 

3) ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี เกณฑ์กลางตันละ 11,248.48 บาท ไม่ต้องชดเชยเนื่องจากราคาเกณฑ์กลางสูงกว่าเป้าหมาย

4) ข้าวเปลือกเจ้า เกณฑ์กลางตันละ 8,776 บาท ชดเชยตันละ 1,224 บาท ได้รับชดเชยสูงสุด ครัวเรือนละ 36,720 บาท และ 

5) ข้าวเปลือกเหนียว เกณฑ์กลางตันละ 9,623.89 บาท ชดเชยตันละ 2,376.11 บาท ได้รับชดเชยสูงสุดครัวเรือนละ 38,017.76 บาท 
โดยมีเกษตรกรได้รับชดเชยตามข้อมูลของกรมส่งเสริมการเกษตรงวดนี้ จำนวน 3,239 ครัวเรือน 

“รวมมีเกษตรกรที่ได้รับชดเชยส่วนต่างจากโครงการประกันรายได้เกษตรกรตามนโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ งวดที่ 27 และ 28 เป็นจำนวน 5,227 ครัวเรือน และโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีที่ 3 ได้ประกันราคาข้าวเปลือก 5 ชนิด ได้แก่ ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 15,000 บาท ไม่เกิน 14 ตัน ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 14,000 บาท ไม่เกิน 16 ตัน ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 10,000 บาท ไม่เกิน 30 ตัน ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 11,000 บาท ไม่เกิน 25 ตัน ข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 12,000 บาท ไม่เกิน 16 ตัน โดยเข้าเปลือกชนิดต่างๆความชื้นไม่เกิน 15%”ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าว

‘เฉลิมชัย’แก้ปัญหาตลิ่งพังที่คลองท่าดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/649820

วันพุธ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ติดตามสภาพปัญหาคลองท่าดี อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นทางน้ำชลประทาน มีความยาวคลอง 38.323 กิโลเมตร มีแหล่งต้นน้ำจากเทือกเขาหลวงตัดผ่านพื้นที่การเกษตรหลายจุด โดยฤดูน้ำหลากมีปริมาณน้ำมาก ทำให้เกิดการกัดเซาะตลิ่งพื้นที่การเกษตรและที่พักอาศัยในหมู่ 3 ต.ท่าดี อ.ลานสกา ได้รับความเดือดร้อนกรมชลประทาน ได้จัดทำโครงการอาคารป้องกันตลิ่งบ้านดินดอน ช่วยเหลือราษฎรและบรรเทาความเดือดร้อนจากน้ำกัดเซาะแนวตลิ่ง ซึ่งจากการตรวจสอบสภาพภูมิประเทศและการคำนวณทางวิศวกรรม พร้อมทั้งศึกษาข้อมูลต่างๆ จึงก่อสร้างอาคารป้องกันตลิ่งชนิดลวดตาข่ายบรรจุหิน ความยาวประมาณ250 เมตร

นอกจากนี้ได้ติดตามโครงการอาคารป้องกันตลิ่งคลองท่าดี บ้านวัดสมอ ต.กำโลน อ.ลานสกา ที่มีแนวโน้มเกิดความเสียหายเพิ่มขึ้นจากการถูกน้ำกัดเซาะ จึงมีโครงการก่อสร้าง อาคารป้องกันตลิ่งชนิดลวดตาข่ายบรรจุหิน ความยาวประมาณ 600 เมตร ซึ่งกรมชลประทานได้มีการจัดทำแผนพัฒนาลุ่มน้ำประชารัฐ โดยได้บรรจุแผนงานป้องกันตลิ่งและฝายชะลอน้ำเข้าไปด้วย และนำโครงการปรับปรุงอาคารป้องกันตลิ่งและฝายชะลอน้ำคลองท่าดี บ้านวัดสมอ เข้าอยู่ในแผนด้วย หากดำเนินการแล้วเสร็จจะสามารถป้องกันการกัดเซาะของตลิ่งจากน้ำหลากบริเวณบ้านวัดสมอในช่วงฤดูน้ำหลาก และเก็บกักน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง

“จากการติดตามปัญหาคลองท่าดีจึงมอบหมายให้กรมชลประทาน ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งนอกจากการก่อสร้างอาคารป้องกันการกัดเซาะตลิ่งแล้ว ยังต้องมีการพัฒนาคลองท่าดีตลอดสายให้สามารถรับน้ำและระบายน้ำได้มากกว่าเดิมด้วยโดยจะต้องมีการวางแผนและบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ประชาชนได้รับผลประโยชน์สูงสุด” ดร.เฉลิมชัย กล่าว