เกษตรฯเร่งเจาะตลาดฮาลาล ร่วมมือยูเออี-ดูไบโฟกัสกลุ่มมุสลิม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/647031

วันอังคาร ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการส่งเสริมสินค้าและผลิตผลการเกษตรมาตรฐานฮาลาล กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการฯ มีมติให้ตั้งคณะทำงานฮาลาลไทยแลนด์ มีหน้าที่เร่งรัดการขยายความร่วมมือด้านการลงทุนและการค้าสินค้าเกษตรและอาหารมาตรฐานฮาลาล ซึ่งมีมูลค่าตลาดกว่า 30 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อขับเคลื่อนขยายผลตามข้อสั่งการของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ที่ประสบความสำเร็จในการเจรจาขยายความร่วมมือกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือยูเออี เปิดศักราชหน้าใหม่ของความร่วมมือทางเศรษฐกิจการค้าการลงทุนระหว่างกัน โดยเร่งเจาะตลาดอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารฮาลาล

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังรับทราบภารกิจในการเดินทางไปเยือนสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กับดร.เฉลิมชัย ใน 5 ประเด็นสำคัญ คือ AIPHคัดเลือกประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก ปี 2569, การเจรจาขยายความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนสินค้าเกษตรและอาหาร และระบบรับรองมาตรฐานฮาลาล ทั้งนี้ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ผลิตอาหารได้เพียง 20% ต้องนำเข้า 80% และสนใจที่จะร่วมลงทุนกับประเทศไทยในด้านการเกษตร, การตรวจเยี่ยมงานแสดงนิทรรศการระดับโลกของประเทศไทยแสดงศักยภาพด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลในมิติต่างๆ รวมถึงสินค้าเกษตรและอาหารของไทยในงาน World Expo 2020 Dubai เยี่ยมชม Museum of the Future พิพิธภัณฑ์แห่งอนาคต ที่สื่อให้ประชาชนทั่วโลกได้ทราบถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอีก 50 ปีข้างหน้าและความร่วมมือด้านโลจิสติกส์กับบริษัท DP World ของรัฐดูไบ และการส่งเสริมการค้ามาตรฐานฮาลาลกับศูนย์ส่งเสริมการค้าและการตลาดฮาลาลของยูเออี และดูไบ

พร้อมกันนั้นได้รับทราบความก้าวหน้าการดำเนินการล่าสุดของคณะอนุกรรมการฯ ทั้ง 4 คณะ ตลอดจนรับทราบรายงานสถานการณ์แก้ไขปัญหาเนื้อวัวปลอมปนเนื้อสุกร ซึ่งได้กำหนด 5 มาตรการเร่งด่วน ได้แก่ มาตรการสื่อสารเตือนภัยผู้บริโภค, มาตรการป้องปรามผู้ค้า, มาตรการปราบปรามผู้กระทำผิด, มาตรการส่งเสริมมาตรฐานฮาลาล และมาตรการตรวจสอบย้อนกลับ จากโรงฆ่าสัตว์ถึงผู้บริโภค นอกจากนี้ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะให้บริการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างฟรี ซึ่งจากการตรวจสอบในปีงบประมาณครั้งล่าสุด มีการเก็บตัวอย่างไปแล้ว 70 ตัวอย่าง ซึ่งยังไม่พบเนื้อสุกรปลอมปนเนื้อวัว อย่างไรก็ดี กรมปศุสัตว์ ยังคงเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง

นายอลงกรณ์ กล่าวว่า ได้มอบหมายให้สำนักการเกษตรต่างประเทศ สรุปผลการเจรจาหารือขยายความร่วมมือด้านการส่งเสริมการค้าและการลงทุนสินค้าเกษตรและอาหารในคราวเดินทางไปเยือนยูเออี และดูไบ พร้อมทั้งมอบฝ่ายเลขานุการฯสรุปข้อมูลระบบรับรองมาตรฐานฮาลาลที่มีในแต่ละประเทศ รวมถึงประเทศไทยได้รับการรับรองมาตรฐานฮาลาลจากประเทศใดบ้าง เพื่อเสนอต่อที่ประชุมครั้งถัดไป

สมุยนักท่องเที่ยวเต็มทุกเที่ยวบิน หนีร้อนแห่ข้ามเกาะเที่ยวสงกรานต์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/647032

วันอังคาร ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวได้สำรวจการเดินทางเข้าเกาะสมุยของนักท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลวันสงกรานต์ โดยพบว่าสนามบินนานาชาติสมุย อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี มีเที่ยวบินของสายการบินบางกอกแอร์เวย์สได้นำผู้โดยสารนักท่องเที่ยวคนไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าเกาะสมุยจำนวนที่เพิ่มขึ้นทำให้สายการบินบางกอกแอร์เวย์สต้องเพิ่มเที่ยวบินสูงสุด 31 เที่ยวบินต่อวัน จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ขณะนี้ผู้ที่เดินทางเข้าเกาะสมุยผ่านช่องทางสนามบินจะต้องแสดงผลการฉีดวัคซีนจากแอปพลิเคชั่นหมอพร้อม ให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอเกาะสมุยก่อนเข้าพื้นที่ทุกคน

ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวจำนวนมากสนามบินได้จัดเจ้าหน้าที่สนามบินคอยอำนวยความสะดวกแต่ละขั้นตอน ทั้งนี้ผู้โดยสารทุกคนจะต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาระหว่างอยู่บนเครื่องบินและอยู่ภายในสนามบิน จากนั้นต้องผ่านเครื่องเทอร์โมสแกน เพื่อวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนที่จะไปรับกระเป๋ายังสายพานกระเป๋า ซึ่งสนามบินสมุยได้กำหนดจุดยืนเว้นระยะห่างซึ่งทั้งหมดเป็นกระบวนการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สำหรับสงกรานต์ปีนี้ถึงแม้จังหวัดสุราษฎร์ธานีจะพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่เกาะสมุยกลับเป็นเป้าหมายของนักท่องเที่ยวคนไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการหนีอากาศที่ร้อนเดินทางมาท่องเที่ยวเกาะสมุยการเดินทางเข้ามาของนักท่องเที่ยวจำนวนมากในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลวันสงกรานต์นี้ ทำให้ห้องพักโรงแรมที่เปิดให้บริการบนเกาะสมุยมีการจองห้องพักทำให้ห้องพักเต็มในหลายโรงแรม

‘เฉลิมชัย’ยกระดับแปลงใหญ่ทันสมัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/647028

วันอังคาร ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ติดตามผลการดำเนินงานโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด ที่ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านป่าลาน (กลุ่มแปลงใหญ่ลำไย) หมู่ 4 ต.หนองตอง อ.หนองตอง จ.เชียงใหม่ ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิก 154 ราย พื้นที่ปลูก 985 ไร่ มีวัตถุประสงค์เพื่อลดต้นทุนการผลิต ยกระดับคุณภาพมาตรฐานการผลิตให้เป็นที่ต้องการของตลาด สร้างจุดรับซื้อผลผลิต/กระจายผลผลิต/เชื่อมโยงการตลาดและสร้างโอกาสในการแข่งขัน และเพิ่มรายได้ให้กับสมาชิก ปัจจุบันกลุ่มแปลงใหญ่ลำไยดำเนินการรวบรวม/กระจาย/จำหน่ายผลผลิตสด 560 ตัน มูลค่าไม่ต่ำกว่า 16 ล้านบาท/ปี และมีรายได้จากการร่อนลำไย 1,200 ตัน มีรายได้มูลค่า 900,000 บาท

ในส่วนของกรมส่งเสริมการเกษตร ได้สนับสนุนในเรื่องการพัฒนาศักยภาพและสร้างความเข้มแข็งในการบริหารธุรกิจให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงพัฒนาคุณภาพผลผลิตให้มีมาตรฐาน และมีระบบการตลาดที่แน่นอน นอกจากนี้ พร้อมสนับสนุนและส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเพิ่มรายได้ของเกษตรกร พร้อมผลักดันให้เกษตรกรรวมกลุ่มในการผลิตเพื่อร่วมกันจัดหาปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพ ราคาเป็นธรรม เพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ตลอดจนการจัดการด้านการตลาดโดยหน่วยงานภาครัฐให้การสนับสนุนและอำนวยความสะดวก

ทั้งนี้ จากการคาดการณ์สถานการณ์การผลิตลำไย ปี 2565 จ.เชียงใหม่ จะมีผลผลิตรวมประมาณ 4.4 แสนตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2564 คิดเป็น 9.8% ผลผลิตเฉลี่ยประมาณ 980 กิโลกรัม/ไร่ เพิ่มขึ้นจากปี 2564 คิดเป็น 5.95% อำเภอที่ปลูกลำไยมากสุด คือ อ.จอมทอง พร้าว ดอยเต่า เชียงดาว และฮอด ตามลำดับ และคาดการณ์การเก็บเกี่ยวลำไย ในฤดูเก็บเกี่ยวเดือนมิถุนายน-กันยายน 2565 เก็บเกี่ยวสูงสุดในเดือนสิงหาคม ส่วนลำไยนอกฤดู จะทยอยให้ผลผลิตตลอดปี ช่วงเก็บเกี่ยวมากสุดในเดือนธันวาคม-มกราคม 2565

‘มนัญญา’เดินหน้าจัดทำ บัญชีต้นกล้าวิถีพอเพียง ปลูกฝังให้รู้จักจดบันทึก สร้างวินัยเด็ก-เยาวชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/647033

วันอังคาร ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังตรวจเยี่ยมการดำเนิน “โครงการต้นกล้าความดีสู่วิถีเศรษฐกิจพอเพียง” พร้อมด้วย นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์อธิบดีกรมวิชาการเกษตร นายอำพันธุ์เวฬุตันติ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ที่ศูนย์ปฏิบัติการโครงการเกษตรวิชญา บ้านกองแหะ ต.โป่งแยง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ว่า ได้ให้ความสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่สถาบันเกษตรกรและประชาชน รวมไปถึงเด็กและเยาวชนได้มีองค์ความรู้ทางบัญชี ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเอง ครอบครัว ไปจนถึงคนในชุมชนโดยเฉพาะในพื้นที่ทุรกันดาร การดำเนินโครงการนี้ ทำให้เด็กและเยาวชนที่ยังขาดโอกาส ได้เข้าถึงความมั่นคงทางอาหารและโภชนาการ มีสุขภาพแข็งแรง ได้รับการศึกษาอย่างมีคุณภาพ สามารถพัฒนาตนเองให้เป็นคนดี พึ่งพาตนเองและช่วยพัฒนาชุมชน ให้ทุกคนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ทั้งนี้ ได้ส่งเสริมให้ครูและนักเรียน เรียนรู้วิธีการจดบันทึกบัญชีกิจกรรมสหกรณ์นักเรียน กิจกรรมผลิตผลทางการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน และมีความรู้ความเข้าใจในหลักการของสหกรณ์ รวมทั้งการสอดแทรกสอนแนะการจัดทำบัญชีไว้ในกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง ถ่ายทอดให้แก่ครูไปสู่นักเรียนเพื่อฝึกหัดให้เด็กและเยาวชนมีความรู้ด้านการบัญชี รู้จักวางแผนการจำหน่ายสินค้าและผลผลิต ปลูกฝังให้รักการจดบันทึกทำบัญชี

กรมหม่อนไหมเร่งมือ ถ่ายทอดองค์ความรู้ โครงการพี่สอนน้อง พัฒนาเจ้าหน้าที่ใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/646842

วันจันทร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า ตามแผนปฏิบัติราชการระยะ 3 ปี (2563-2565) กำหนดเป้าหมายให้สามารถบริหารจัดการงานหม่อนไหมอย่างมีประสิทธิภาพ และประกาศกรมหม่อนไหม กำหนดนโยบายการบริหารทรัพยากรบุคคล มุ่งเน้นให้พัฒนาความรู้ความเชี่ยวชาญ จึงจัดให้มีการถ่ายทอดองค์ความรู้อย่างต่อเนื่อง จากเจ้าหน้าที่ซึ่งมีความเชี่ยวชาญสู่เจ้าหน้าที่รุ่นใหม่ ทั้งนี้ สำนักงานหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯเขต 4 จ.นครราชสีมา และศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ เครือข่าย ได้จัดโครงการ “พี่สอนน้อง” เพื่อให้บุคลากรของกรมหม่อนไหมที่มีความรู้ความสามารถและมีความเชี่ยวชาญงาน ถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เจ้าหน้าที่รุ่นใหม่ ที่เข้ามาปฏิบัติงานด้านหม่อนไหม เพื่อเพิ่มทักษะและประสบการณ์ รวมทั้งให้เกิดความชำนาญงานด้านหม่อนไหมมากยิ่งขึ้น

สำหรับการอบรมดังกล่าวนายนุวัฒน์ พรมจันทึก ช่างต้นแบบสิ่งทอ ระดับ ช.2 ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ นครราชสีมา เป็นวิทยากรในการถ่ายทอดความรู้ เทคนิค หลักการให้กับรุ่นน้อง เพื่อนำความรู้ไปปรับใช้ในการถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรกรด้านหม่อนไหม ซึ่งจัดขึ้นทุกวันพฤหัสบดี สัปดาห์ที่ 2 ของเดือน โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับการลอกกาวเส้นไหมโดยใช้นวัตกรรมใหม่ (แบบใช้ถุงผ้า) การย้อมสีเส้นไหมด้วยสีเคมีที่ได้มาตรฐานการผลิตผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน การย้อมสีเส้นไหมด้วยสีธรรมชาติที่ได้มาตรฐานการผลิตผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน และจัดการเส้นไหมเพื่อให้มีความเหมาะสมต่อการทอผ้า

กรมชลฯเร่งงานระบบระบายน้ำตรัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/646845

วันจันทร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ได้เร่งรัดการก่อสร้างโครงการระบบระบายน้ำแม่น้ำตรังให้แล้วเสร็จภายในปี 2565 โดยขณะนี้สามารถใช้ประโยชน์จากโครงการฯ บรรเทาปัญหาน้ำท่วมได้บางส่วน โครงการนี้ประกอบไปด้วยงานสำคัญๆ คือ คลองผันน้ำ ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำของแม่น้ำตรัง พื้นที่ อ.เมือง จ.ตรัง ด้วยการก่อสร้างคลองผันน้ำความยาว 7.6 กิโลเมตร เริ่มตั้งแต่หมู่ 1 บ้านหนองตรุดกม.31+000 ของแม่น้ำตรัง ผ่านหมู่ 2 หมู่ 3ต.หนองตรุด หมู่ 1 ต.นาโต๊ะหมิง และหมู่ 4ต.บางรัก สิ้นสุดที่บ้านคลองช้าง หมู่ 4 ต.บางรัก อ.เมือง จ.ตรัง ระบายน้ำได้สูงสุด 750 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาทีเมื่อรวมกับศักยภาพการรับน้ำของแม่น้ำตรัง จะสามารถระบายน้ำไม่ให้ท่วมพื้นที่ได้

นอกจากนี้ ยังมีการก่อสร้างประตูระบายน้ำ (ปตร.) 2 แห่ง คือ ปตร.บริเวณปากคลองผันน้ำ เพื่อใช้ควบคุมและบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก และ ปตร.บริเวณปลายคลองผันน้ำ เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง รวมทั้งก่อสร้างอาคารประกอบและอื่นๆ บริเวณแนวคลองผันน้ำ ได้แก่ สะพานรถยนต์ 6 แห่ง เพื่อเชื่อมต่อการคมนาคมระหว่าง 2 ฝั่งคลอง อาคารรับน้ำ 24 แห่ง ตลอดแนวคลองผันน้ำเพื่อรับน้ำจากที่ลุ่มต่ำในพื้นที่ข้างเคียงลงสู่คลองผันน้ำ ช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่ ตลอดจนก่อสร้างถนนบนคันคลองทั้ง 2 ฝั่ง เพื่อสาธารณประโยชน์ พร้อมกับปรับปรุงภูมิทัศน์ให้ประชาชนได้พักผ่อน ออกกำลังกาย

ทั้งนี้ เมื่อโครงการเสร็จสมบูรณ์จะช่วยบรรเทาอุทกภัยในเขตพื้นที่ ต.หนองตรุด ต.นาโต๊ะหมิง และ ต.บางรัก อ.เมือง จ.ตรัง พื้นที่ประมาณ 10,525 ไร่ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนคลองผันน้ำยังสามารถเก็บกักน้ำได้ประมาณ 3.20 ล้าน ลบ.ม.สำหรับให้ประชาชนใช้ในการอุปโภคบริโภค และการเกษตรในฤดูแล้ง ทั้งจะเป็นแหล่งน้ำดิบสนับสนุนการผลิตน้ำประปาประมาณ 1.74 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี รวมทั้งช่วยผลักดันน้ำเค็ม

ปศุสัตว์เช็คห้องเย็นทั่วปท. พบฝากเก็บซากหมูถึง15ตัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/646846

วันจันทร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวถึงกรณีที่อาจมีการกักตุนเนื้อสุกรเพื่อผลประโยชน์ทางการค้า จึงเร่งตรวจสอบห้องเย็นเพื่อแก้ปัญหาเรื่องดังกล่าว โดยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไล่ตรวจสอบห้องเย็นรอบใหม่ทั่วประเทศ โดยสรุปผลการตรวจสอบและการดำเนินการตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ 2558 ดังนี้ พื้นที่ตรวจสอบ 25 แห่ง ใน จ.ชลบุรี ระยอง สงขลา สระบุรี นครนายก กทม.เชียงใหม่ ขอนแก่น กาญจนบุรี นครปฐม ฉะเชิงเทรา พังงา และอุทัยธานี พบซากสุกร 387,570.60 กิโลกรัม รวมตรวจพบซากสุกรที่พบในห้องเย็นสะสมทั้งสิ้น 15,896,238.78 กิโลกรัม หรือกว่า 15 ตันจากห้องเย็นทั้งหมด 336 แห่ง

สำหรับรายงานข้อมูลสภาวะตลาดสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์ม พบว่าราคาสุกรขุนหน้าฟาร์มปรับขึ้นเล็กน้อยตามแรงกดดันของต้นทุนอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้นผู้บริโภคเริ่มมีการปรับตัวรับราคาเนื้อสุกรในปัจจุบันได้มากขึ้น ห้างค้าปลีก Balance Part จัดส่วนต่างราคาตามความต้องการของตลาดได้ดี และสร้างราคาชิ้นส่วนทางเลือกที่สนองนโยบายรัฐ ถึงแม้ต้นทุนอาหารสัตว์ ค่าพลังงานน้ำมัน จะขยับเพิ่ม กระทบทั้งต้นทุนการผลิตและต้นทุนการขนส่ง

ขณะที่ข้อมูลราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มรายภาค ดังนี้ ภาคตะวันตก 88 บาท/กิโลกรัม ภาคตะวันออก 90 บาท/กิโลกรัม ภาคอีสาน 90 บาท/กิโลกรัม ภาคเหนือ 91 บาท/กิโลกรัม และภาคใต้ 88 บาท/กิโลกรัม ส่วนราคาแนะนำเนื้อแดง สำหรับขายส่งห้างปลีกและขายปลีก รายภาคตามลำดับดังนี้ ภาคตะวันตก 140 และ 174-176 บาท/กิโลกรัม ภาคตะวันออก 144 และ 178-180 บาท/กิโลกรัม ภาคอีสาน 144 และ 178-180 บาท/กิโลกรัม ภาคเหนือ 145 และ 180-182 บาท/กิโลกรัม และภาคใต้ 140 และ 174-176 บาท/กิโลกรัม สำหรับราคาลูกสุกรขุนเล็ก 16 กิโลกรัม

‘มนัญญา’ปลื้มพัฒนากัญชา ตั้งเป้านำร่องงานวิจัยครบวงจร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/646844

วันจันทร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้า การดำเนินงานโครงการพัฒนาพื้นที่เพื่อรองรับการวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิตกัญชาของกรมวิชาการเกษตร พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ ที่ศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงราย สถาบันวิจัยพืชสวน อ.เมือง จ.เชียงราย โดย น.ส.มนัญญากล่าวว่า มีนโยบายขับเคลื่อนพืชสมุนไพร โดยมอบงบประมาณให้กรมวิชาการเกษตร วิจัยพันธุ์และเทคโนโลยีผลิตพืช ดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่เพื่อรองรับการวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิตกัญชา สร้างองค์ความรู้ เทคโนโลยี และมาตรฐานการผลิต สำหรับถ่ายทอดสู่เกษตรกร เพื่อเป็นศูนย์ต้นแบบเรียนรู้พันธุ์และเทคโนโลยี การผลิตพืชสกุลกัญชา ทั้งรูปแบบการปลูกในโรงเรือนการปลูกในแปลงกลางแจ้ง ผลักดันให้พืชกัญชงและกัญชา เป็นพืชเศรษฐกิจชนิดใหม่ที่สามารถสร้างอาชีพและรายได้

สำหรับโครงการพัฒนาพื้นที่เพื่อรองรับการวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิตกัญชา ประกอบด้วย อาคารวิจัยกัญชาระบบปิด ขนาดพื้นที่ 1,780 ตารางเมตร คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนเมษายน 2565 และแปลงวิจัยกัญชา พื้นที่ 60 ไร่ คาดว่าจะแล้วเสร็จในสิ้นปีนี้วัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านพันธุ์ รวบรวมและจำแนกกัญชาสายพันธุ์ไทยรวมถึงพัฒนาพันธุ์ โดยการปรับปรุงพันธุ์ให้ได้สายพันธุ์ลูกผสม ที่มีความเหมาะสมสำหรับเพาะปลูกในประเทศไทย ตลอดจนวิธีการเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษาผลผลิตและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับกัญชาสายพันธุ์ไทยและสายพันธุ์ลูกผสมเพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างสารออกฤทธิ์มากขึ้นทำให้นักวิจัยกรมวิชาการเกษตร เกษตรกรกลุ่มสหกรณ์ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน และหน่วยงานภาครัฐ รวมทั้งองค์การเภสัชกรรมและองค์การอาหารและยา (อย.) และผู้ปลูกกัญชาสามารถใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้

“โครงการนี้จะทำให้ได้สถานที่เพื่อรองรับการวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิตกัญชา รวมทั้งผลิตเมล็ดพันธุ์ โดยตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนาพืชสกุลกัญชาของกรมวิชาการเกษตร ด้านการปรับปรุงพันธุ์ และเทคโนโลยีการผลิต แบบครบวงจร ซึ่งได้พื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการวิจัยผลิตกัญชาที่ถูกต้อง เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และแนวทางการปฏิบัติด้านการจัดเตรียมสถานที่ การเก็บรักษา และการควบคุมการใช้สำหรับผู้ขออนุญาตปลูก ทำให้ประเทศไทยมีวัตถุดิบกัญชาที่มีคุณภาพ และสารสำคัญที่ใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และโอกาสทางการตลาด เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันการผลิตของไทยเพื่อการค้าส่งออกต่อไป” น.ส.มนัญญา กล่าว

‘อธิบดีกรมชลฯ’ รับลูกเร่งแก้จัดการน้ำ – กัดเซาะตลิ่ง คลองท่าดี เมืองคอน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/646774

'อธิบดีกรมชลฯ' รับลูกเร่งแก้จัดการน้ำ - กัดเซาะตลิ่ง คลองท่าดี เมืองคอน

วันอาทิตย์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2565, 12.58 น.

‘อธิบดีกรมชลประทาน’ สนองนโยบาย ‘รมว.เกษตร’ เร่งวางโครงการเร่งแก้ปัญหาน้ำกัดเซาะตลิ่งพังคลองท่าดี เมืองคอน – ทำแผนบริหารจัดการน้ำระยะยาว

10เม.ย.2565 นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากที่ตนได้ลงพื้นที่ และรับนโยบายจากนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในการลงพื้นที่่ที่วัดดินดอน ตำบลท่าดี อำเภอลานสกา จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่9เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งคลองท่าดี เป็นคลองธรรมชาติที่มีความยาวประมาณ 38 กิโลเมตร มีแหล่งต้นน้ำจากเทือกเขาหลวงและตัดผ่านพื้นที่การเกษตรหลายแห่ง มีปริมาณน้ำไหลผ่านตลอดทั้งปี เมื่อเข้าสู่ฤดูน้ำหลากจะมีปริมาณน้ำจำนวนมาก ทำให้เกิดการกัดเซาะตลิ่งทั้งสองฝั่งของคลองท่าดี ส่งผลให้พื้นที่การเกษตรและที่พักอาศัยได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำกัดเซาะตลิ่งพังเป็นแห่งๆ 

นายประพิศ กล่าวต่อว่า กรมชลประทาน ได้ตรวจสอบสภาพภูมิประเทศในพื้นที่ พร้อมทั้งศึกษาและตรวจสอบผลการคำนวณทางด้านวิศวกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนดำเนินโครงการก่อสร้างอาคารป้องกันตลิ่งคลองท่าดี บ้านวัดสมอ ตำบลกำโลน อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช มีลักษณะเป็นอาคารป้องกันตลิ่งชนิดลวดตาข่ายบรรจุหิน ความยาว รวม 697 เมตร(ฝั่งซ้ายยาว 234 เมตร/ฝั่งขวายาว 463 เมตร) พร้อมก่อสร้างฝายคอนกรีตเสริมเหล็กสูง 1.50 เมตร ยาว 44 เมตร อีกโครงการเป็นโครงการก่อสร้างอาคารป้องกันตลิ่งบ้านดินดอน ตำบลท่าดี อำเภอลานสกา มีลักษณะเป็นอาคารป้องกันตลิ่งชนิดลวดตาข่ายบรรจุหิน ความยาว รวม 600 เมตร(ฝั่งซ้ายยาว 260 เมตร/ฝั่งขวายาว 340 เมตร สูง 4.50 เมตร)  หากดำเนินการแล้วเสร็จ จะช่วยแก้ไขปัญหาการพังทลายจากกระแสน้ำกัดเซาะบริเวณแนวตลิ่งคลองท่าดี ในช่วงฤดูน้ำหลากได้เป็นอย่างมาก 

อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ยังได้วางแผนระยะยาวในการปรับปรุงสภาพคลองท่าดีทั้งระบบ เพื่อชะลอการไหลของน้ำ ช่วยลดความรุนแรงของกระแสน้ำ ลดการชะล้างพังทลายของตลิ่ง และทำให้น้ำอยู่ในลำห้วยได้นานขึ้น โดยเฉพาะในช่วงหน้าแล้ง นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังสามารถดักตะกอนที่ไหลมากับน้ำ ลดการตื้นเขินที่บริเวณปลายน้ำ ทำให้น้ำมีคุณภาพดีเหมาะแก่การอุปโภคบริโภค ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ได้ทั้งในฤดูน้ำหลากและฤดูแล้ง ส่งผลให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

‘บิ๊กป้อม’เร่งแผนป้องกันน้ำท่วมซ้ำ’นิคมฯบางปู’ ขีดเส้นเสร็จเม.ย.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/646637

'บิ๊กป้อม'เร่งแผนป้องกันน้ำท่วมซ้ำ'นิคมฯบางปู' ขีดเส้นเสร็จเม.ย.นี้

วันเสาร์ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2565, 11.55 น.

“พล.อ.ประวิตร” เร่งแผนป้องน้ำท่วมซ้ำนิคมฯบางปู ขีดเส้นเสร็จเม.ย.นี้ช่วยดูแลชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียง

เมื่อวันที่ 8 เม.ย. 65 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ กนช. ได้สั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่จ.สมุทรปราการ ดำเนินการแผนเร่งด่วน เพื่อสกัดปัญหาน้ำท้วมนิคมอุตสาหกรรม ให้แล้วเสร็จภายในเดือน เมษายนนี้ พร้อมกำชับหน่วยงานเดินหน้าแผนการแก้ไขปัญหาระยะยาว เพื่อลดผลกระทบกับประชาชนและผู้ประกอบการในนิคมฯอย่างยั่งยืน โดย นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ ประธานคณะอนุกรรมการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำรายภาคในพื้นที่ภาคกลาง ได้ประชุมหารือกับ คณะทำงานบูรณาการแก้ปัญหาน้ำท่วมอุตสาหกรรมบางปูและพื้นที่โดยรอบ ครั้งที่ 1/2565 ณ ศาลากลางจ.สมุทรปราการ เพื่อติดตามความก้าวหน้าการบริหารจัดการแก้ปัญหาน้ำท่วมอุตสาหกรรมบางปูและพื้นที่ใกล้เคียง    พร้อมด้วยนายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการ จ.สมุทรปราการ นายชัยพจน์ จรูญพงศ์ รองผวจ. นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีฝ่ายวิชาการ กรมชลประทานและนายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและตัวแทนองค์ปกครองส่วนท้องถิ่น จ.สมุทรปราการ ร่วมหารือ แนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และได้ลงพื้นที่สำรวจเส้นทางแผนการระบายน้ำ ณ สถานีสูบระบายน้ำฝน ซอย 9A ซึ่งหนึ่งในจุดรับน้ำในพื้นที่นิคม ที่จะระบายลงระบบคลองภายนอก และระบายออกสู่ทะเลทางคลองชายทะเลต่อไป

ตามที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และประธานกองอำนวยการน้ำแห่งชาติได้สั่งการ ให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) บูรณาการหน่วยงานต่างๆ เร่งรัดทำแผนเร่งด่วนตามบัญชาของพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมบางปู จ.สมุทรปราการ และพื้นที่รอบนอก และ ผวจ. ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการน้ำจังหวัด ได้มีคำสั่งแต่งตั้ง คณะทำงานบูรณาการแก้ปัญหาน้ำท่วมอุตสาหกรรมบางปูและพื้นที่โดยรอบขึ้นมา เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2565 เพื่อขับเคลื่อนแผนงานทั้งระยะเร่งด่วน และระยะต่างๆ ให้เกิดเอกภาพ มีประสิทธิภาพ และความชัดเจน รวมทั้งให้สอดรับกับนโยบายมาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2565 จำนวน 13 มาตรการของรัฐบาล ที่ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับจังหวัด/ท้องถิ่น ได้มีการเตรียมความพร้อมบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝนให้เร็วยิ่งขึ้น และเกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการบริหารจัดการ

ทั้งนี้ การบริหารจัดการน้ำพื้นที่ลุ่มต่ำเพื่อรองรับน้ำหลาก ปรับปรุงแก้ไขสิ่งกีดขวางทางน้ำ ขุดลอกคูคลอง และกำจัดผักตบชวา เป็นต้น ดังนั้น ในการประชุมครั้งนี้ จึงได้เร่งรัดติดตามใน 3 เรื่องคือ 1. แผนระบายน้ำในบริเวณนิคมอุตสาหกรรมบางปู 2. แผนงานขุดลอก กำจัดวัชพืช สิ่งกีดขวาง เสริมแนวคันที่ลุ่มต่ำ ในบริเวณ คลองลำสลัด คลองหัวลำภู คลองหกส่วน และคลองธรรมชาติอื่นๆ และ 3. แนวทางการบริหารจัดการน้ำ และแผนการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำลงสู่คลองชายทะเลพร้อมกำชับให้แต่ละหน่วยงานจัดทำแผนให้แล้วเสร็จภายในเดือนเมษายนนี้ ตามข้อสั่งการของรองนายกฯ

“พล.อ.ประวิตร มีความห่วงใยต่อสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมบางปูและพื้นที่โดยรอบอย่างมาก เนื่องจากเป็นพื้นที่ราบลุ่มต่ำน้ำท่วมถึง ส่งผลกระทบต่อบุคลากร แรงงาน เครื่องจักรเครื่องมือ และยานพาหนะ ซึ่งปัจจุบันมีแรงงานจำนวนมากทำงานใน 370 โรงงาน จึงสั่งการให้คณะอนุกรรมการฯ เร่งลงพื้นที่ เพื่อติดตามการจัดแผนเผชิญเหตุและแผนเตรียมความพร้อมเฉพาะหน้าให้แล้วเสร็จ ภายในเดือนเมษายนนี้ เพื่อรับมือฤดูฝนปี 65 ที่จะมาถึง ซึ่งคาดว่าฝนจะมาเร็วกว่าปีปกติ นอกจากนั้น ยังได้สั่งการให้เร่งรัดทุกหน่วยงานเร่งจัดทำแผนระยะกลาง และระยะยาว เพื่อแก้ปัญหาแบบยั่งยืนให้แล้วเสร็จโดยเร็วอีกด้วย” นายสมเกียรติ กล่าว

ทั้งนี้ กรมชลฯ ได้วางแนวทางแก้ปัญหาน้ำท่วมนิคมฯ บางปูไว้ 5 แนวทางคือ 1. จัดหาเครื่องสูบน้ำทดแทนเครื่องเดิมที่มีอายุการใช้งานมากว่า 10 ปี 2. จัดหาเครื่องเก็บขยะอัตโนมัติของสถานีสูบน้ำทดแทนของเดิม 3. ปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพระบบควบคุมเครื่องสูบน้ำและระบบโทรมาตร 4. ปรับปรุงประตูระบายน้ำพร้อมสถานีสูบน้ำเดิมและใหม่ และ 5. ปรับปรุงคลองชลประทานภายใต้แผนหลักการบรรเทาอุทกภัยในลุ่มเจ้าพระยาตอนล่างปี 2567

สำหรับแนวทางป้องกันและบรรเทาปัญหาอุทกภัยทั้งระยะเร่งด่วน ระยะกลางและระยะยาว โดยในระยะเร่งด่วนได้เร่งทำการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องสูบน้ำทั้งหมด ส่วนระยะกลางมีแผนปรับปรุงคลอง 7 สาย ได้แก่ คลองพระองค์ไชยานุชิต คลองปีกกา คลองสำโรง คลองด่าน คลองประเวศน์บุรีรมย์ คลองอุดมชลขจร และคลองชวดพร้าว-เล้าหมู-บางพลีน้อย นอกจากนี้ยังมีแผนป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่เจ้าพระยาตอนล่างบริเวณสะพานน้ำยกระดับสถานีสูบน้ำสุวรรณภูมิ พื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชลหารพิจิตร มีการขุดลอกคลองเพื่อเพิ่มความสามารถในการระบายน้ำของคลองต่างๆ