กรมชลฯจ่ายเวนคืนสร้างอ่างฯห้วยแร้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/636014

วันพฤหัสบดี ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายธำรงศักดิ์ นคราวงศ์ ผอ.โครงการชลประทานตราด กรมชลประทาน ชี้แจงกรณีที่มีชาวบ้าน 19 ครอบครัว ได้รับความเดือดร้อนจากการเวนคืนที่ทำอ่างเก็บน้ำ 23 ปี แต่ไม่ได้รับค่าชดเชยว่าจากการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าผู้ร้องเรียนได้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินที่ถูกเขตก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยแร้งยังไม่ได้รับเงินค่าทดแทนที่ดิน 40 ราย 64 แปลง ตั้งแต่ปี 2543 ซึ่งได้มีการประชุมคณะกรรมการกำหนดราคาค่าทดแทนทรัพย์สินเพื่อการชลประทาน และที่ประชุมได้มีมติให้กรมชลประทานประสานช่างรังวัดของกรมที่ดิน และเจ้าหน้าที่บริหารงานที่ดิน อ.บ่อไร่ เข้าดำเนินการตรวจสอบรังวัดที่ดินตามที่ผู้ร้องเรียนได้กล่าวอ้างแล้ว ผลปรากฏว่าราษฎรที่ได้ยื่นคำร้องเรียนทั้งหมด 40 ราย64 แปลง โดยเป็นกลุ่มที่ไม่มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทน เนื่องจากไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่ยังไม่ตัดสิทธิ์ของราษฎรที่จะไปดำเนินการใช้สิทธิทางอื่น คณะกรรมการฯ จึงได้มีการประชุมทบทวนมติเรื่องการจ่ายเงินค่าทดแทนหลายครั้งตามที่ราษฎรร้องขอ แต่ราษฎรเหล่านี้ไม่มีเอกสารหลักฐานที่ยืนยันและเชื่อได้ว่าได้ครอบครองและทำประโยชน์อยู่ในที่ดินดังกล่าวก่อนวันที่ 4 ธันวาคม 2539 วันเริ่มต้นโครงการฯ

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาราษฎรกลุ่มนี้ได้ใช้สิทธิทางศาล 10 คดี โดยศาลปกครองสูงสุด พิพากษาให้ยกฟ้อง 6 คดีผู้ฟ้องขอถอนฟ้อง 3 คดี และพิพากษาให้กรมชลประทานจ่ายเงินค่าทดแทน 1 คดี อย่างไรก็ดี กรมชลประทาน ได้พิจารณาประเด็นการร้องเรียนอีกครั้งพบว่ามีราษฎร 9 ราย ที่ไม่ได้ไปใช้สิทธิทางศาล อ้างว่ามีรายชื่ออยู่ในบัญชีจ่ายค่าทดแทนในครั้งแรก แต่ไม่ได้รับค่าทดแทน โครงการชลประทานตราด จึงได้รับเรื่องไปตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม และจะนัดหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ และราษฎรทั้ง 9 ราย เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนต่อไป

ศูนย์อภิบาลฯชูโมเดล บูรณาการ‘5องค์กร5ปี’ เปลี่ยนชีวิตชาวประมง เข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/636018

วันพฤหัสบดี ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.นาตยา เพชรัตน์ ผู้จัดการศูนย์อภิบาลผู้เดินทางทะเลสงขลา ในฐานะกรรมการศูนย์สวัสดิภาพและธรรมาภิบาลแรงงานประมงสงขลา (FLEC) กล่าวว่า ได้บูรณาการความร่วมมือจาก 5 องค์กร อาทิ องค์การสะพานปลา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฯลฯ ใช้เวลา 5 ปี เพื่อเปลี่ยนแปลงต่อคุณภาพชีวิตแรงงานประมง เชื่อมโยงความรู้ ความเชี่ยวชาญของแต่ละองค์กร ช่วยเหลือแรงงานบนเรือประมงให้ได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม การทำงานที่ปลอดภัย รวมถึงสามารถเข้าถึงสวัสดิการและสิทธิขั้นพื้นฐานต่างๆ

ทั้งนี้ ศูนย์ฯ สามารถสร้างเครือข่ายและอาสาสมัคร 6,500 คน ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงและนำข่าวสารที่เป็นประโยชน์มาให้แรงงานข้ามชาติ เพื่อป้องกันการค้ามนุษย์ หรือการใช้แรงงานผิดกฎหมายทุกประเภท ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยแก้ปัญหาการใช้แรงงานผิดกฎหมายบนเรือประมง

น.ส.นาตยา กล่าวต่อว่า ปัจจัยความสำเร็จของศูนย์ FLEC เป็นโมเดลการบูรณาการทำงานแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ และขับเคลื่อนของภาครัฐ องค์กรอิสระ และภาคเอกชน เชื่อมโยงเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง มีการติดตามและประเมินผลการทำงานทุกปี ช่วยให้สามารถปรับรูปแบบการทำงานให้เหมาะสมตอบสนองความต้องการของกลุ่มแรงงาน จากการดำเนินงานในระยะที่ 1 ได้ช่วยให้แรงงานและครอบครัวประมาณ 15,000 คน ใน จ.สงขลา ให้เข้าถึงการช่วยเหลือเพื่อให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ครอบคลุมการให้บริการด้านต่างๆ แก่แรงงาน ทั้งเรื่องการรักษาพยาบาล การให้คำปรึกษาด้านต่างๆ แก่แรงงานข้ามชาติ

นักวิชาการชี้เลือกไส้กรอก ให้ตรวจสอบย้อนกลับได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/636015

วันพฤหัสบดี ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

รศ.ดร.อินทาวุธ สรรพวรสถิตย์ อาจารย์ภาควิชาเทคโนโลยีทางอาหาร คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกล่าวว่า ไส้กรอกที่หลายคนรับประทานยังปลอดภัยเพียงแต่ต้องเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีกระบวนการผลิตได้มาตรฐาน สำหรับการเลือกซื้อนั้น แนะนำให้พิจารณาจากลักษณะภายนอกไม่ควรมีสีชมพูหรือแดงเข้มเกินไป สีควรเป็นไปตามวัตถุดิบตั้งต้น ส่วนผลิตภัณฑ์ต้องสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้บนบรรจุภัณฑ์จะต้องระบุสถานที่ผลิต วันผลิต และวันหมดอายุอย่างชัดเจน มีเครื่องหมาย อย.

ทั้งนี้ ไส้กรอกเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเนื้อสัตว์แปรรูปที่ผ่านกระบวนการผลิตด้วยการทำให้สุกโดยใช้ความร้อนดังนั้น ผู้บริโภคสามารถเลือกใช้วิธีอุ่นไส้กรอกได้ง่ายๆ เพียงนำไปลวกในน้ำร้อน นึ่ง หรืออุ่นในไมโครเวฟ หลีกเลี่ยงการทอดก็จะเลี่ยงการได้รับไขมันจากวิธีทอด อย่างไรก็ดี คนไทยไม่ได้บริโภคไส้กรอกเป็นอาหารหลัก หรือมากเท่ากับชาวตะวันตก |เรื่องปริมาณการบริโภคจึงไม่ใช่ประเด็น การบริโภคไส้กรอกคุณภาพอย่างพอดี จึงไม่มีปัญหาแต่อย่างใด หากรับประทานร่วมกับผักต่างๆ ก็ได้สารอาหาร รวมทั้งควรรับประทานอาหารหลากหลายให้ครบ 5 หมู่ เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วน ควบคู่กับการออกกำลังกาย ซึ่งจะทำให้มีสุขภาพดีแข็งแรง และห่างไกลโรค

เกษตรฯยกระดับแปลงใหญ่ ใช้ไฮเทคทำนาเกลือเพิ่มมูลค่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/636019

วันพฤหัสบดี ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายขจร เราประเสริฐ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ที่สมัครเข้าร่วมโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด พบว่ามีกลุ่มแปลงใหญ่หลายกลุ่มสามารถดำเนินการบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการในการจัดหาเทคโนโลยีสมัยใหม่ มาพัฒนาอาชีพของกลุ่มได้เป็นอย่างดี เช่น กลุ่มแปลงใหญ่เกลือทะเล หมู่ 5 ต.บ้านบ่ออ.เมือง จ.สมุทรสาคร ซึ่งเกษตรกรจัดซื้อผ้าใบมาใช้ปูพื้นนาเกลือทะเล เพื่อให้แก้ไขปัญหาด้านคุณภาพผลผลิตที่ไม่สามารถควบคุมได้จากกระบวนการผลิตเกลือสมุทรหรือเกลือทะเลแบบดั้งเดิม ซึ่งจะทำกับพื้นนาโดยตรง ทำให้เวลาเก็บเกี่ยวผลผลิตจะมีเศษดินติดมา หรือสีของเกลือไม่ขาวใส จึงปรับเปลี่ยนเป็นการใช้ผ้าใบมาปูรองพื้นนาเกลือ จะทำให้ผลผลิตเกลือทะเลที่ได้มีสีขาว ใส และมีปริมาณเพิ่มขึ้น มีคุณภาพดีตรงความต้องการของตลาด รวมทั้งยังช่วยลดต้นทุนการผลิตลงได้ด้วย

ทั้งนี้ กลุ่มแปลงใหญ่เกลือทะเลดังกล่าวได้รับการสนับสนุนเพื่อจัดซื้อผ้าใบที่ใช้ปูพื้นนาเกลือทะเล 12 ราย บนพื้นที่ 12 ไร่ 2,208,000 บาท ซึ่งผลจากการปูผ้าใบในแปลงนาเกลือ(นาปรง) จะช่วยลดค่าแรงงาน ค่าน้ำมันในการบดอัดพื้นดินในแต่ละรอบการผลิต รวมถึงค่าซ่อมเครื่องจักร ในขณะที่คุณภาพเกลือทะเลที่ได้นั้น พบว่าได้เกลือขาวเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 20 เป็นร้อยละ 80 (ราคาซื้อเกลือขาว 1.50 บาท/กิโลกรัม) เกลือกลาง ลดลงจากร้อยละ 60 เป็นร้อยละ 20 (ราคาซื้อเกลือกลาง 0.50 บาท/กิโลกรัม) และเกลือดำ จากร้อยละ 20 เป็นร้อยละ 0 คือ ไม่มีผลผลิตที่เป็นเกลือดำเลย (ราคาซื้อเกลือดำ 0.33 บาท/กิโลกรัม) และที่สำคัญ การปูผ้าใบในแปลงนาเกลือ (นาปรง) จะช่วยเพิ่มรอบการผลิตเกลือ จากปีละ 5 รอบ เป็นปีละ 7 รอบ รวมถึงผลผลิตต่อรอบจะเพิ่มขึ้นจาก 24,000 กิโลกรัม/ไร่ เป็น 32,000 กิโลกรัม/ไร่ ทั้งนี้ผู้บริโภคสามารถมั่นใจได้ว่าผ้าใบที่ใช้ปูพื้นนาเกลือทะเล เป็นวัสดุที่ผลิตจากเม็ดพลาสติก High Density Polyethylene (HDPE) ผลิตจากเม็ดพลาสติกใหม่บริสุทธิ์ โดยไม่ผ่านการใช้งานมาก่อน และเป็นพลาสติกคุณภาพสำหรับอาหาร (Food grade) ที่มีใบรับรองคุณภาพแสดงขอบเขตต้องการแผ่นกันซึม (Geomembrane) สำหรับการใช้ปูพื้นบ่อผลิตเกลืออย่างถูกหลักอนามัยด้วย

อย่างไรก็ดี กรมส่งเสริมการเกษตรได้วางเป้าหมายให้สมาชิกแปลงใหญ่ ทั้ง 12 รายดำเนินการผลิตตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับการทำนาเกลือทะเล และดำเนินการขอตรวจรับรองแหล่งผลิต GAP การทำนาเกลือทะเล และเกลือทะเลธรรมชาติ รวมถึงผลักดันการขอการรับรองสินค้าเกลือทะเลให้เป็นสินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของ จ.สมุทรสาคร ในอนาคต ช่วยเพิ่มมูลค่าผลผลิตให้สูงขึ้น

นมวัวแดงเปิดตัวผลิตภัณฑ์ รุกตลาดผู้บริโภคนมรับปีเสือ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/635776

วันพุธ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสมพร ศรีเมือง ผอ.องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) กล่าวว่า เพื่อเป็นการแตกเซ็กเมนท์ใหม่ๆ ออกสู่ตลาด ให้มีความหลากหลาย อ.ส.ค.ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์นมสเตอริไลส์ตราไทย-เดนมาร์ครสจืด รูปแบบ Family Pack ขนาดบรรจุ 1 ลิตร และผลิตภัณฑ์นมปรุงแต่งอัดเม็ดรสหวาน มีเป้าหมายมุ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคกลุ่มครอบครัว คาเฟ่ ร้านอาหารและคาเฟ่นมของ อ.ส.ค.เอง

ทั้งนี้ มูลค่าตลาดนมสเตอริไลส์และนมอัดเม็ด ปัจจุบันมีการแข่งขันสูง และมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะตลาดมีความต้องการสูง เป็นที่นิยมของผู้บริโภคหลากหลายกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัว

อ.ส.ค.จึงมีแผนทำตลาดผ่านช่องทางเอเย่นต์ ซึ่งกระจายอยู่ทั่วประเทศ และในอนาคต อ.ส.ค.จะเพิ่มรสชาติสินค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น อาทิ รสช็อกโกแลต รวมทั้งมีแผนพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้สวยงามทันสมัย

“แม้ปัจจุบันตลาดจะมีการแข่งขันกันสูง แต่ อ.ส.ค.มั่นใจว่าจะสามารถเจาะฐานเซ็กเมนท์ใหม่ไม่ยาก เพราะนมไทย-เดนมาร์ค เรามีจุดเด่นที่ผลิตภัณฑ์ผลิตจากน้ำนมโคสดแท้ 100% ทำให้มีคุณค่าทางโภชนาการสูงและมีความอร่อย หอม มัน อุดมไปด้วยแคลเซียมจากธรรมชาติสูงกว่าผลิตภัณฑ์ที่เติมสารหรือผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากนมผง นอกจากนี้ยังให้วิตามินบี 2 มีส่วนช่วยในกระบวนการสร้างกระดูกและฟันที่แข็งแรงซึ่งจะช่วยเสริมสร้างสุขภาพที่ดี เชื่อมั่นว่าการแตกเซ็กเมนท์ใหม่จะช่วยยอดขายภาพรวมของผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์ค ทะลุ 11,000 ล้านบาทในปี 2565 อย่างแน่นอน” นายสมพร กล่าว

นักวิชาการค้านนำเข้าหมูกระทบผู้เลี้ยง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/635775

วันพุธ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.สพ.วิวัฒน์ พงษ์วิวัฒนชัย ผู้แทนสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ กล่าวว่าการนำเข้าเนื้อหมูชิ้นส่วน และหมูแปรรูปจากต่างประเทศ มาเพื่อพยุงราคาในประเทศนั้น ถือเป็นการทำลายกลไกการเลี้ยงหมูของไทย เนื่องจากรัฐบาลต่างประเทศให้การอุดหนุนการเลี้ยง ขณะที่เกษตรกรไทยต้องแบกรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้น หากยอมให้นำเข้าหมู เกษตรกรจะไม่สามารถแข่งขันด้านราคาได้ ก็จะทิ้งอาชีพกันหมด ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องพิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบ

ด้าน นพ.ภาคภูมิ พีรวรสกุลเจ้าของณัฐพงษ์ฟาร์ม จ.หนองบัวลำภู ระบุว่าไม่เห็นด้วยหากรัฐบาลจะแก้ปัญหาหมูราคาแพงด้วยการนำเข้าเนื้อหมู ซึ่งจะซ้ำเติมเกษตรกรรายย่อย โดยเฉพาะที่ต้องเจอกับโรคระบาดแล้วมาเจอกับราคาหมูตกต่ำ ก็จะไม่สามารถแข่งขันด้านราคาได้ ทำให้วงจรอาชีพเลี้ยงหมูหายไป

ส่วน ศ.ดร.ชัยภูมิ บัญชาศักดิ์ อาจารย์ภาควิชาสัตวบาล คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า การนำเข้าเนื้อหมู อาจทำให้ราคาหมูในประเทศถูกลง แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือเกษตรกรรายย่อยที่เหลืออยู่จะขายหมูไม่ได้ และจะไม่มีเงินใช้ปรับปรุงระบบการเลี้ยง สุดท้ายก็รอการถูกโจมตีของโรคและต้องยุติอาชีพไป ซึ่งไม่เป็นธรรมกับเกษตรกร เพราะก่อนหน้านี้ต้องขาดทุนสะสมจากราคาหมูตกต่ำ

“สิ่งที่ภาครัฐควรเร่งดำเนินการ คือสนับสนุนให้เกษตรกรที่หยุดเลี้ยงหมูก่อนหน้านี้ รีบกลับเข้าระบบให้เร็วที่สุด ขณะเดียวกันต้องเร่งช่วยลดภาระของเกษตรกร โดยเฉพาะต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นจาก ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 30-40%” ศ.ดร.ชัยภูมิ กล่าวและว่า รัฐบาลควรสนับสนุนเกษตรกรให้บรรลุเป้าหมายการผลิตอาหารให้เพียงพอต่อความต้องการ มากกว่าการนำเข้าที่เป็นการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่ก่อปัญหาระยะยาวกับเกษตร 107,157 ราย

กรมชลฯคุมเข้มใช้น้ำ มุ่งพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา วอนทุกฝ่ายประหยัด ให้เพียงพอในฤดูแล้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/635773

วันพุธ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศมีปริมาณน้ำในอ่างฯ รวมกันทั้งสิ้น 54,434 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) หรือ 72% ของความจุอ่างฯ รวมกัน เป็นน้ำใช้การได้ 30,503 ล้าน ลบ.ม.หรือ 59% ของความจุอ่างฯรวมกัน ปัจจุบันมีการใช้น้ำไปแล้วประมาณ 10,692 ล้าน ลบ.ม.หรือ 48% ซึ่งเฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น12,973 ล้าน ลบ.ม.หรือ 52% ของความจุอ่างฯ รวมกัน ปริมาณน้ำใช้การได้ 6,277 ล้าน ลบ.ม.หรือ 35% ของความจุอ่างฯ รวมกัน ปัจจุบันมีการใช้น้ำไปแล้วประมาณ 2,811 ล้าน ลบ.ม.หรือ 49%

สำหรับผลการเพาะปลูกข้าวนาปรัง ปี 2564/65 ทั้งประเทศเพาะปลูกข้าวไปแล้ว 6.06 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 94.48 ของแผนฯ เฉพาะพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา เพาะปลูกไปแล้ว 3.94 ล้านไร่คิดเป็นร้อยละ 139.98 ของแผนฯ(แผน 2.81 ล้านไร่)

ทั้งนี้ ได้กำชับให้โครงการชลประทานในพื้นที่ บริหารจัดการน้ำด้วยการหมุนเวียนน้ำให้ทั่วถึง ไม่ให้พื้นที่เพาะปลูกข้าวได้รับความเสียหาย เน้นย้ำให้ดำเนินการตามมาตรการรองรับสถานการณ์ขาดแคลนน้ำ ปี 2564/65 ทั้ง 8 มาตรการ อย่างเคร่งครัด พร้อมกับประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้ประชาชน และรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงความสำคัญของการประหยัดน้ำ เพื่อให้มีน้ำใช้อย่างเพียงพอในฤดูแล้งนี้

‘อลงกรณ์’แจงส่งออกผลไม้ ครองตลาดจีนอันดับ1ยอด1.6แสนล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/635774

วันพุธ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ รับมอบหมายจากนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ประชุมคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาราคาผลิตผลเกษตรกรรม เพื่อตอบข้อซักถามและร่วมหารือ โดยมีนายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณเป็นประธานฯ และผู้เกี่ยวข้องร่วมประชุมหารือ โดยนายอลงกรณ์ กล่าวถึงศักยภาพผลไม้ไทยและผลงานรัฐบาลในปี 2564 ว่าไทยครองส่วนแบ่งตลาดผลไม้ในจีน 45%เป็นอันดับ 1 และส่งออกสูงสุดเป็นประวัติการณ์กว่า 1.6 แสนล้านบาท โดยเฉพาะทุเรียน ทะลุแสนล้านเป็นครั้งแรก โดยยึดแนวทางและมาตรการบริหารจัดการผลไม้และปฏิรูปเชิงระบบภายใต้ 5 ยุทธศาสตร์

นอกจากนี้ นายอลงกรณ์ ยังชี้แจงประเด็นต่างๆ อาทิ โครงการประกันราคาสินค้าเกษตรและผลไม้ โครงการ 1 กลุ่มจังหวัด 1 นิคมอุตสาหกรรมเกษตรอาหารสู่เกษตรมูลค่าสูง ฯลฯ

ทั้งนี้ นายอลงกรณ์ ได้นำเสนอตัวเลขการส่งออกปี 2564 โดยตั้งแต่มกราคม-พฤศจิกายน ส่งออกผลไม้ 7 ชนิด ได้แก่ ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง ลำไย ลิ้นจี่ และมะม่วง 1,992,751 ตัน มูลค่า 165,624 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.75% เทียบกับปี 2563 ที่ส่งออก 1,718,228 ตัน มูลค่า 117,673 ล้านบาท สำหรับทุเรียนส่งออก 903,700 ตัน ปริมาณเพิ่มขึ้น 38.29% มูลค่า 115,459 ล้านบาท เติบโต 59.11% เทียบกับปี 2563 ส่งออก 653,476 ตัน มูลค่า 72,566 ล้านบาท โดยฤดูกาลผลิต 2565 คาดว่าจะมีผลผลิตออกมา 5,200,009 ตัน เพิ่ม 11.39% หรือเพิ่มกว่า 5 แสนตัน

สำหรับมาตรการบริหารจัดการผลไม้ปี 2565 ประกอบด้วย 17 มาตรการ เพื่อดูแลบริหารจัดการผลไม้ทั้งระบบ เป็นมาตรการหลักในการขับเคลื่อน อาทิ 1.มาตรการเร่งรัดตรวจและรับรอง GAP มีเป้าหมายไม่ต่ำกว่า 120,000 แปลง 2.มาตรการช่วยผู้ประกอบการหรือเกษตรกร หรือล้ง กระจายผลผลิตผลไม้ออกนอกแหล่งผลิต กิโลกรัมละ 3 บาท ปริมาณ 80,000 ตัน 3.มาตรการเสริมสภาพคล่องให้ผู้ส่งออกโดยจะช่วยเหลือดอกเบี้ย 3% และช่วยผู้ส่งออกที่ส่งออกผลไม้อีกกิโลกรัมละ 5 บาท ปริมาณ 60,000 ตัน 4.กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรฯ สนับสนุนให้ใช้ พ.ร.บ.เกษตรพันธสัญญา การทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าด้านผลไม้ โดยจะสนับสนุนให้มีการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เพื่อเกษตรกรได้ทราบว่าขายผลไม้ได้เท่าไหร่ มีคนซื้อที่มีหลักประกันเซ็นสัญญาตามกฎหมายชัดเจนไม่ต่ำกว่า 30,000 ตัน เป็นต้น

นอกจากนี้ นายอลงกรณ์ ได้ชี้แจงประเด็นเรื่อง GAP ว่ากรมวิชาการเกษตรได้ถ่ายโอนภารกิจมอบให้เอกชนรับรองแปลงสวน GAP ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อปี 2553 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 เป็นต้นมา นำร่องแปลงที่มีพื้นที่มากกว่า 50 ไร่ปีที่ 2 จะถ่ายโอนตั้งแต่พื้นที่ 20 ไร่ขึ้นไป ปีที่ 3จะถ่ายโอนพื้นที่ตั้งแต่ 10 ไร่ขึ้นไป และในปีสุดท้ายจะถ่ายโอนภารกิจทั้งหมด

ศูนย์ข้าวนครสวรรค์ปรับปรุง สภาพเมล็ดพันธุ์ให้คุณภาพดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/635533

วันอังคาร ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสิทธิชัย ม่วงงาม ผอ.ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวนครสวรรค์ เปิดเผยว่า การปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์เป็นขั้นตอนหนึ่งในกระบวนการผลิตและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ เพื่อให้ได้เมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพดี จำหน่ายให้เกษตรกรนำไปเพาะปลูก โดยมีการควบคุมตรวจสอบคุณภาพเมล็ดพันธุ์ในระหว่างการปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ ซึ่งผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ต้องพิจารณาถึงต้นทุนการปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ ความต้องการของเกษตรกรเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ของราคาข้าว จึงจำเป็นต้องมีการประสานผู้ที่เกี่ยวข้อง 3 กลุ่มงานสำคัญ คือ กลุ่มงานผลิตเมล็ดพันธุ์ กลุ่มงานพัฒนาธุรกิจเมล็ดพันธุ์และกลุ่มงานควบคุมคุณภาพ วางแผนการปฏิบัติงานล่วงหน้า

ด้านนายโอภาส ประภัสโร นักวิชาการเกษตรชำนาญการ กล่าวว่า การเตรียมการก่อนการปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ ภายหลังจากการกำหนดแผนการปฏิบัติงานร่วมกับผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว การจัดทำแผนการจัดการเมล็ดพันธุ์ภายหลังการเก็บเกี่ยวจะทำให้ทราบว่าแต่ละช่วงเวลา มีการดำเนินงานกับเมล็ดพันธุ์ข้าว/ชั้นพันธุ์/ฤดู/ปี เมื่อใด ดังนั้น ก่อนการปฏิบัติงานในแต่ละฤดู จะต้องเตรียมความพร้อมของบุคลากร สถานที่และเครื่องจักรอุปกรณ์ โดยศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวนครสวรรค์ มีขั้นตอนการดำเนินงาน ทั้งการลดความชื้นเมล็ดพันธุ์ การคัดทำความสะอาดเมล็ดพันธุ์ การคลุกสารเคมีและการบรรจุเมล็ดพันธุ์ และการบรรจุเมล็ดพันธุ์

กรมชลฯแจงทบทวน รูปแบบที่แปลงอพยพ เหตุสร้างอ่างเก็บน้ำฯ พูดคุยชาวบ้านพุระกำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/635534

วันอังคาร ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสุรชาติ มาลาศรี ผอ.สำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน ชี้แจงกรณีมีการเสนอข่าวว่าชาวบ้านพุระกำ ประกาศพร้อมใจกลับแผ่นดินหากรัฐอนุมัติสร้างเขื่อนทับชุมชน หวั่นความขัดแย้งซ้ำกรณีบางกลอย ว่าโครงการดังกล่าวเป็นโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านหนองตาดั้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ซึ่งได้ศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แล้วเสร็จเมื่อปี 2555 โดยรายงานการศึกษา EIA ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการชำนาญการด้านสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2560 จากนั้นได้เสนอรายงาน EIA ต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2562 ก่อนมีมติให้ทบทวนผลการศึกษาบางประเด็น โดยเฉพาะเรื่องการทำความเข้าใจกับราษฎรที่ได้รับผลกระทบ

สำหรับโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านหนองตาดั้ง เป็นโครงการประเภทอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง มีความจุประมาณ48 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) มีพื้นที่รับประโยชน์ 38,600 ไร่ อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี โดยชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยง (บ้านพุระกำ) 77 ครัวเรือนได้รับผลกระทบ และต่างไม่เห็นด้วยกับโครงการฯ อ้างว่าไม่ต้องการย้ายที่อยู่อาศัยไปทำกินในแปลงอพยพ

ทั้งนี้ หลายปีที่ผ่านมา สำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับราษฎรอย่างต่อเนื่อง เพื่อหารือแนวทางแก้ปัญหา โดยมีการทบทวนรูปแบบของพื้นที่แปลงอพยพ ตามข้อทักท้วงของราษฎรบ้านพุระกำ ที่ว่าไม่เพียงพอและดินไม่อุดมสมบูรณ์ ซึ่งจะเสนอต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ต่อไป