กรมชลฯเข้มแผนจัดสรรน้ำ ใช้น้ำค้างทุ่งทำนาทะลุล้านไร่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/625477

วันพฤหัสบดี ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีและโฆษกกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำหลังสิ้นฤดูฝนและเข้าสู่ฤดูแล้งปี 2564/65 ทั่วประเทศว่า มีปริมาณน้ำต้นทุนในเขื่อนขนาดใหญ่ 35 แห่งและเขื่อนขนาดกลาง 412 แห่ง รวมทั้งสิ้น 58,257 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) หรือ77% ของปริมาณการเก็บกัก มากกว่าปี 2563จำนวน 10,644 ล้านลบ.ม.โดยเฉพาะในลุ่มเจ้าพระยาที่กรมชลประทานได้ดำเนินการกักน้ำไว้ในพื้นที่ลุ่มต่ำ กว่า 500 ล้านลบ.ม. ทำให้มีปริมาณน้ำค้างทุ่งและความชื้นสะสมเพียงพอให้เกษตรกรสามารถใช้เตรียมแปลงปลูกข้าวนาปรังได้เร็วกว่าแผนประมาณ 800,000 ไร่ ซึ่งขณะนี้ลุ่มเจ้าพระยาปลูกข้าวนาปรังไปแล้วจำนวนรวม 1.2 ล้านไร่ จากแผน 2.81 ล้านไร่ ทั้งนี้ ปริมาณน้ำต้นทุน 4 เขื่อนหลักของลุ่มเจ้าพระยาคือ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน มีปริมาณน้ำใช้การรวม 7,680 ล้านลบ.ม. มากกว่าปี 2563 ประมาณ 2,300 ล้านลบ.ม. อย่างไรก็ดี เนื่องจากปีนี้เขื่อนภูมิพลมีน้ำใช้การ 4,373 ล้านลบ.ม. สูงกว่าเขื่อนสิริกิติ์ คือ 1,570 ล้านลบ.ม.

กรมชลประทานจึงได้วางแผนจัดสรรน้ำให้สอดคล้องกับน้ำต้นทุน โดยให้พื้นที่ลุ่มน้ำน่านตอนบนบริเวณจังหวัด อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร นครสวรรค์ ใช้น้ำจากเขื่อนสิริกิติ์ กับเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน เป็นหลัก ส่วนทางลุ่มเจ้าพระยาตอนล่างให้เน้นการใช้น้ำจากเขื่อนภูมิพล นอกจากนี้ กรมชลประทานได้วางแผนจัดลำดับการใช้น้ำโดยให้ภาคเกษตรใช้น้ำค้างทุ่งเป็นลำดับแรกในปลูกพืชฤดูแล้งจากนั้นจึงนำน้ำที่เก็บไว้ในแก้มลิง บ่อยืม และคลองระบายต่าง ๆ นำมาใช้ในลำดับถัดไป สุดท้ายจึงเสริมด้วยน้ำในเขื่อน

“ขณะนี้การจัดสรรน้ำช่วงฤดูแล้งทั่วประเทศยังเป็นไปตามแผนที่วางไว้โดยจัดสรรไปแล้ว 28% หรือประมาณ 6,251 ล้านลบ.ม. อย่างไรก็ตามเพื่อเสริมความมั่นคงด้านน้ำในช่วงฤดูแล้งได้สั่งการให้โครงการชลประทานทุกแห่งทั่วประเทศดำเนินการสำรองน้ำไว้ในพื้นที่แก้มลิง บ่อน้ำ อ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำธรรมชาติไว้ให้มากที่สุด เพื่อการันตีน้ำกินน้ำใช้ น้ำเพื่อการเกษตร ปศุสัตว์ รักษาระบบนิเวศตลอดจนน้ำเพื่ออุตสาหกรรมในแต่ละพื้นที่ให้เพียงพอกับความต้องการตลอดฤดูแล้ง รวมทั้งยังได้สั่งการให้ทำการสำรวจแหล่งน้ำสำรองในพื้นที่เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำ ” โฆษกกรมชลประทานกล่าว

‘มนัญญา’ยืนยันนมโรงเรียน งบ1.4หมื่นล้านตกถึงเกษตรกรจริง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/625473

วันพฤหัสบดี ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังประชุมหารือแก้ไขปัญหานมโรงเรียน พร้อมด้วยนายฉกรรจ์ แสงรักษาวงศ์ ประธานที่ปรึกษา รมช.เกษตรฯ นายพจน์พิรัชต์ เนียมจุ้ย คณะที่ปรึกษา รมช.เกษตรฯ นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายสมพรศรีเมือง ผอ.องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) โดยมี นายสุรักษ์ นามตะประธานชุมนุมสหกรณ์นมไทย-เดนมาร์ค จำกัด นายสมาน เหล็งหวาน ประธานสหกรณ์นมไทย-เดนมาร์ค ปากช่อง จำกัด และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ว่าได้ดำเนินโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้ดื่มมากขึ้น ส่วนกระแสข่าว ว่าโครงการนมโรงเรียน เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการบางรายเข้ามากอบโกยผลประโยชน์นั้น ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว พร้อมกับมีการทบทวนเงื่อนไขโครงการฯ เพื่อให้ผลประโยชน์ตกกับเกษตรกรผู้เลี้ยงนมตัวจริง โดยขอให้ดำเนินการตามขั้นตอน ตนพร้อมสนับสนุนการแก้ปัญหา

“เงื่อนไขการจัดสรรโควตานมโรงเรียนมีการกำหนดเงื่อนไขรับซื้อนมโรงเรียนจากผู้ประกอบการโรงนมขนาดเล็ก (5 ตัน) มีประเด็นร้องเรียนเพื่อให้ตรวจสอบว่า โรงนมซื้อจากเกษตรกรจริงหรือไม่ หรือบางรายมาจากการสนับสนุนของผู้ประกอบการรายใหญ่ และไม่ได้มีการซื้อนมจริง ซึ่งทั้งหมดอยากให้ช่วยกันตรวจสอบเพราะรัฐบาลมุ่งหวังให้เด็กนักเรียนได้ดื่มนมที่มีคุณภาพไม่อยากให้มีใครมาเอาเปรียบเด็ก” น.ส.มนัญญา กล่าวและว่า เพื่อให้เกษตรกรตัวจริงได้รับประโยชน์จากงบประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ ในที่ประชุม รมช.เกษตรฯ ได้ให้ความเชื่อมั่นต่อสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนม ว่ารัฐบาลพร้อมให้ความช่วยเหลือและไม่ทอดทิ้ง แต่ขอให้เสนอข้อมูลมาตามขั้นตอน และควรดำเนินการให้ทันก่อนที่จะถึงปีการศึกษา 1/2565 และเห็นว่าควรต้องมีการทบทวนบทบาทของ อ.ส.ค.ที่ต้องเข้ามามีบทบาทในโครงการนี้เพิ่มมากขึ้น เพราะหาก อ.ส.ค.ไม่ช่วยรับซื้อนมก็จะมีปัญหาการเทนมทิ้งเหมือนในอดีต ในช่วงการระบาดของไวรัสโควิด-19 ภาคเอกชนบางรายไม่รับซื้อนมจากเกษตรกร แต่ อ.ส.ค.ก็ยังทำหน้าที่รับซื้อนมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของสหกรณ์และเกษตรกร

ด้านนายสุรักษ์กล่าวว่า จะรวบรวมความเห็นของสมาชิกผู้เลี้ยงโคนม เสนอต่อกรมปศุสัตว์ เพื่อพิจารณาความเดือดร้อนครั้งนี้ซึ่งปัจจุบัน อ.ส.ค.ดูแลสมาชิกโคนม 4,500 ราย ปริมาณนม 600–700 ตันต่อวัน หากว่าบทบาทของ อ.ส.ค.ในเรื่องนมโรงเรียนน้อยลง จะส่งผลกระทบต่อการรับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรเช่นกันยอมรับว่ากรณีโรงนมย่อยขนาดเล็กที่ปัจจุบันมีการขยายตัวตั้งเพิ่มขึ้น ภายใต้การสนับสนุนของรายใหญ่ ทำให้กระทบต่อสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมมาก การที่ รมช.เกษตรฯ ออกมาพูดเรื่องการรื้อระบบนมโรงเรียน จึงเป็นความหวังของสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมทั้งหมด ตนจะกลับไปทำความเห็นภายในต้นเดือนมกราคม 2565 เพื่อให้ทันช่วงเวลายื่นสิทธิ์นมโรงเรียน 1/2565 ที่จะเกิดขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม 2565 เพราะไม่อยากให้เกิดภาพการนำนมโรงเรียนมาเททิ้งกลางถนนเหมือนในอดีตที่ผ่านมา

กรมชลฯชี้เป้าหมายจ้างงานในปีงบ2565ช่วยเหลือเกษตรกร7.5หมื่นคนทั่วไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/625472

วันพฤหัสบดี ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ได้ดำเนินนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยจ้างแรงงานชลประทาน ซึ่งปีงบประมาณ 2565 มีการซ่อมแซม บำรุงรักษาขุดลอก ปรับปรุงงานชลประทาน โครงการส่งเสริมการดำเนินงานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ งานก่อสร้างแหล่งน้ำและระบบส่งน้ำเพื่อชุมชน แก้มลิง การจัดการคุณภาพน้ำ รวมทั้งโครงการป้องกันและบรรเทาภัยจากน้ำ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ทดแทนจากการว่างเว้นทำการเกษตร

ทั้งนี้ ในปีนี้มีแผนจ้างแรงงานวงเงินกว่า 4,465 ล้านบาท สามารถจ้างแรงงานได้ประมาณ 75,000 คน ระยะเวลาการจ้างอยู่ระหว่าง 1-10 เดือน วงเงินจ้างอยู่ระหว่าง 8,700–87,000 บาท/คน โดยเกณฑ์การจ้างพิจารณากลุ่มเป้าหมาย 4 กลุ่ม ได้แก่ 1.เกษตรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรหรือเกษตรกรในพื้นที่ 2.สมาชิกกลุ่มผู้ใช้น้ำของกรมชลประทานในพื้นที่ 3.ประชาชนและผู้ใช้แรงงานทั่วไป และ 4.แรงงานในพื้นที่มีไม่เพียงพอให้พิจารณาจ้างเกษตรกร หรือแรงงานในพื้นที่ใกล้เคียง จากหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด และลุ่มน้ำ ตามลำดับ โดยข้อมูล ณ วันที่ 16 พฤศจิกายน 2564 มีการจ้างแรงงานทั่วประเทศแล้ว 2,155 คน คิดเป็นร้อยละ 2.87 ของแผนฯ โดยจังหวัดที่มีผลการจ้างแรงงานมากที่สุด ได้แก่ เชียงใหม่ 621 คน ร้อยเอ็ด 312 คน และกาฬสินธุ์ 186 คน

เปิดคลอง26ขวาระบายน้ำที่สระบุรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/625476

วันพฤหัสบดี ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีเปิดคลอง 26 ขวาหมู่ 8 ต.หนองโรง อ.หนองแค จ.สระบุรี ซึ่งเป็นคลองระบายน้ำสายหลักโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาป่าสักใต้ ระยะทางประมาณ 26.54 กิโลเมตร ส่งน้ำให้พื้นที่การเกษตรกว่า 20,000 ไร่ โดยกรมชลประทานได้ขุดลอกในปีงบประมาณ 2564 แล้วเสร็จมีการจัดรอบเวรการใช้น้ำ เพื่อบริหารจัดการในช่วงฤดูแล้งให้เพียงพอและทั่วถึง และประสานเกษตรกรผ่านผู้นำชุมชนในพื้นที่ ร่วมใช้น้ำอย่างประหยัดด้วย

นายเฉลิมชัยกล่าวต่อว่า สำหรับคลองบางช่วงที่ยังไม่ได้ขุดลอก กรมชลประทานจะเข้าดำเนินการทันที และมีแผนสร้างประตูน้ำ ซึ่งนอกจากป้องกันอุทกภัยแล้ว ยังใช้ประโยชน์ในช่วงฤดูแล้ง ทั้งด้านอุปโภค-บริโภคและด้านการเกษตร พร้อมกันนี้ยังปรับปรุงถนนลาดยางคันคลอง 4 กิโลเมตร ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ พร้อมจะแก้ไขปัญหาให้พี่น้องเกษตรกร ขอให้ประสานมาที่หน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯ พร้อมจะรับเรื่องและเข้ามาดูแล รวมทั้งพยายามทำให้เร็วที่สุด อยากให้มองข้าราชการเสมือนคนในครอบครัว ปรึกษาหารือได้ ซึ่งการพูดคุยรับฟังกัน ปัญหาก็สามารถแก้ไขให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี

นอกจากนี้ รมว.เกษตรฯ ได้มอบเงินชดเชยส่วนต่างโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว 2564/65 มอบพันธุ์ปลาให้เกษตรกร เยี่ยมชมนิทรรศการจากหน่วยงานต่างๆ และปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ จำนวน 1,200,000 ตัว ประกอบด้วย พันธุ์ปลาตะเพียนขาว ปลาตะเพียนทอง ปลาสวาย 1,000,000 ตัว กุ้งก้ามกราม 200,000 ตัว และยังมีพันธุ์ปลาบึกไซส์ใหญ่ 60 ตัว เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรเมื่อวันที่ 5 ธันวาคมที่ผ่านมา

ปศุสัตว์แจงเนื้อหมูแพง เพราะต้นทุนค่าอาหารสัตว์ ยารักษาสูง ควบโรคระบาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/625487

ปศุสัตว์แจงเนื้อหมูแพง เพราะต้นทุนค่าอาหารสัตว์ ยารักษาสูง ควบโรคระบาด

วันพุธ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 19.40 น.

ปศุสัตว์เผยเนื้อหมูแพงจากหลายปัจจัย ส่งผลให้ระบบผลิตได้ลดลงจนส่งผลให้ราคาสูงขึ้นเตรียมประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่งระบบ

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยถึงกรณีข่าวเนื้อหมูปรับราคาแพงสูงขึ้นในท้องตลาด ว่าจากประเด็นดังกล่าวสาเหตุมาจากปัจจัยเรื่องต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น อาหารสัตว์ ยาในการรักษาโรค แล้วยังมีปัจจัยเรื่องการพบโรคระบาดในสุกรที่ก่อความเสียหายต่อสุกรมีชีวิตที่จะเข้าสู่ตลาดเนื่องจากต้องมีการทำลายสุกรมีชีวิตเพื่อควบคุมโรค ส่งผลทำให้สุกรขาดตลาด รวมทั้งก่อนหน้านี้เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายเล็ก รายย่อยและรายกลางเกิดความตื่นตระหนกต่อข่าวของการเกิดโรคระบาดในสุกรจึงได้เร่งขายสุกรมีชีวิตออกจากฟาร์มทำให้ปัจจุบันสุกรมีชีวิตในระบบการผลิตมีปริมาณที่ลดลง จึงทำให้ปัจจุบันราคาจำหน่ายเนื้อสุกรเพื่อการบริโภคมีราคาที่สูงขึ้น

​ทั้งนี้กรมปศุสัตว์ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านสุขภาพสัตว์ ได้ดำเนินการกำจัด ควบคุม ป้องกันและเฝ้าระวังโรคระบาดในสัตว์อย่างต่อเนื่อง รายงานสถานการณ์ของโรคระบาดในสุกรของประเทศไทยจากระบบการเฝ้าระวังโรคระบาดทั้งเชิงรุกและเชิงรับ พบว่าในช่วงระยะเวลาตั้งแต่ปี 2561 – 2564 ประเทศไทยมีการระบาดของโรคที่สำคัญในสุกร ได้แก่ โรคพีอาร์อาร์เอส (PRRS) Porcine reproductive and respiratory syndrome เป็นโรคหรือกลุ่มอาการในระบบสืบพันธุ์และระบบทางเดินหายใจในสุกรจำนวน 707 ครั้ง โรคอหิวาต์สุกรหรือ Classical Swine Fever (CSF) จำนวน 24 ครั้ง และโรคปากและเท้าเปื่อย (Food and Mouth disease : FMD) จำนวน 11 ครั้ง 

อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าปัจจุบันประเทศไทยยังคงสถานะปลอดจากโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African Swine Fever: ASF) แต่ยังคงมีความเสี่ยงสูงเนื่องจากมีการเกิดโรค ASF ในประเทศเพื่อนบ้านโดยรอบ กรมปศุสัตว์จึงมิได้นิ่งนอนใจยังคงดำเนินงานตามแผนเตรียมความพร้อมรับมือโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องเพื่อเป็นการรักษามูลค่าของอุตสาหกรรมการผลิตสุกรไม่น้อยกว่า 150,000 ล้านบาท 

สำหรับกรณีราคาเนื้อสุกรที่ปรับสูงขึ้นในท้องตลาดนั้น แนวโน้มเนื่องจากปัจจัยเสี่ยงปัญหาด้านสุขภาพสัตว์ในฟาร์มสุกรที่ต้องมีการควบคุมและกำจัดสุกรที่มีความเสี่ยงในการเกิดโรคระบาดตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 ทำให้มีปริมาณสุกรที่ลดลง ต้องมีการพักคอกสัตว์ก่อนทำการเลี้ยงรุ่นการผลิตใหม่ และต้นทุนการผลิตที่ปรับเพิ่มขึ้นจากราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ และการปรับระบบการเลี้ยงให้มีความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity) เพื่อเป็นการควบคุมโรคซึ่งเป็นข้อจำกัดในเกษตรกรผู้เลี้ยงรายย่อยซึ่งบางรายไม่มีระบบการควบคุมโรคทำให้ไม่นำสุกรมาลงเลี้ยงเพราะเสี่ยงต่อการเกิดโรคทำให้เสียหาย จึงส่งผลให้ปริมาณในระบบการผลิตสุกรในประเทศไทยลดลงแต่ยังมีความต้องการในตลาดที่สูง ดังนั้นจึงทำให้ราคาเนื้อสุกรในท้องตลาดปรับตัวเพิ่มมากขึ้น เพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าว กรมปศุสัตว์จะได้หารือร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ กรมการค้าภายใน กรมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เพื่อกำหนดหาแนวทางแก้ไขต่อไป

​อธิบดีกรมปศุสัตว์ บอกอึกว่า เพื่อเป็นการควบคุมโรคและลดความเสียหายให้เกิดน้อยที่สุด ขอความร่วมมือพี่น้องเกษตรกรเป็นเครือข่ายการเฝ้าระวังโรคระบาดในสุกรเพื่อสามารถควบคุมการระบาดของโรคให้อยู่ในวงจำกัด และขอให้ติดตามข่าวสารการแพร่ระบาดของโรคอย่างใกล้ชิดจากกรมปศุสัตว์ หากพบสุกรที่สงสัยว่าป่วยหรือตายด้วยโรคระบาด หรือด้วยอาการผิดปกติไม่ทราบสาเหตุ ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอ เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จังหวัดในพื้นที่ทันที หรือผ่านทางแอพพลิเคชั่นมือถือ “DLD 4.0” หรือสายด่วนกรมปศุสัตว์ หมายเลขโทรศัพท์ 063 225 6888 เพื่อเข้าทำการตรวจสอบทันที 

เกษตรฯ-ธ.ก.ส.สานฝัน สร้างอาชีพเพิ่มรายได้เกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/625265

วันพุธ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ โครงการสานฝันสร้างอาชีพและยกระดับรายได้เกษตรกร ระหว่างกรมปศุสัตว์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) โดยมี นายสัตวแพทย์สรวิศธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ นายสุรชัย รัศมีรองผู้จัดการ ธ.ก.ส.สำนักงานใหญ่ ร่วมลงนามและมีผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นสักขีพยาน

นายประภัตรกล่าวว่า โครงการที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ เป็นโครงการที่กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมปศุสัตว์ และ ธ.ก.ส.ทำงานร่วมกันเนื่องจากเวลานี้เกษตรกรประสบปัญหาน้ำท่วมภัยแล้ง และวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ดังนั้น การเข้าถึงแหล่งเงินทุนเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการทำเกษตรด้านปศุสัตว์ ซึ่งใช้เวลาสั้น ใช้น้ำน้อย ได้รับผลตอบแทนเร็ว ถือเป็นทางออกของวิกฤตต่างๆ ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้กำชับให้กระทรวงเกษตรฯ เร่งแก้ปัญหาให้กับเกษตรกร สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้กระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศให้ฟื้นตัวจากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ผ่านโครงการดังกล่าว โดยจะสนับสนุนเงินกู้เป็นเงินทุนหมุนเวียนให้กับเกษตรกร เป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการประกอบอาชีพด้านการเกษตรให้กับเกษตรกร หรือประชาชนที่มีความสนใจ เน้นอาชีพที่มีตลาดรองรับ มีการประกันราคารับซื้อผลผลิต สามารถสร้างรายได้ระยะสั้น 4-6 เดือน ซึ่งจะมีผลตอบแทนเบื้องต้นเพียงพอต่อการดำรงชีพ และสามารถต่อยอดเป็นอาชีพที่มั่นคงต่อไปได้ในอนาคต โดย ธ.ก.ส.ได้รับการอนุมัติวงเงินกว่า 30,000 ล้านบาท

สำหรับโครงการดังกล่าวจะเริ่มจ่ายเงินตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2564-วันที่ 31 มีนาคม 2567 ปล่อยกู้เป็นรายบุคคล หนี้เสียสามารถกู้ได้ สามารถใช้บุคคลหรือหลักทรัพย์ค้ำประกันได้ โดยจะปล่อยกู้สูงสุดรายละ 100,000 บาท/1-3 ปี อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4และปีที่ 4-5 ดอกเบี้ยตามปกติของธนาคาร

นายสัตวแพทย์สรวิศ เปิดเผยว่า กรมปศุสัตว์ พร้อมที่จะถ่ายทอดความรู้ ให้คำแนะนำและให้บริการในด้านการเลี้ยงสัตว์ การควบคุมป้องกันโรคสัตว์ การดูแลสุขภาพสัตว์ การควบคุมมาตรฐานฟาร์ม การควบคุมการใช้สารต้องห้ามตามกฎหมาย โดยจะมีการจัดทำฐานข้อมูลการเคลื่อนย้ายสัตว์ การแปรรูป งานการตลาดและบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งประสานงานและให้การสนับสนุน ตลอดห่วงโซ่การผลิตและการตลาด เกษตรกรที่สนใจสามารถติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯ สำนักงานปศุสัตว์ทุกแห่ง หรือที่ ธ.ก.ส.

ชลประทานเร่งแก้ปัญหาน้ำลำตะคอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/625261

วันพุธ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์รองอธิบดีกรมชลประทาน นายวิวัฒน์ฐิติรัตนอัศว์ ผอ.ส่วนวิศวกรรม สำนักงานชลประทานที่ 8 และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมปฐมนิเทศโครงการศึกษาความเหมาะสมเพื่อแก้ปัญหาการจัดการน้ำเหนืออ่างเก็บน้ำลำตะคอง จ.นครราชสีมา เพื่อรับฟังแนวทางการศึกษาพร้อมเสนอความคิดเห็นต่อโครงการฯ โดยมี นายคณัสชนม์ ศรีเจริญนายอำเภอปากช่อง จ.นครราชสีมา เป็นประธานเปิดการประชุมฯ ณ ที่ว่าการอ.ปากช่อง

นายเฉลิมเกียรติ กล่าวว่า จากกรณีที่ประชาชนใน อ.ปากช่อง ร้องเรียนถึงปัญหาช่วงฤดูแล้ง มีน้ำไม่เพียงพอต่อการผลิตน้ำประปา ส่วนฤดูฝนก็มีน้ำหลากจากเขาใหญ่ พัดพาเศษปฏิกูลรวมถึงเศษไม้ไหลลงสู่ลำตะคอง จำนวนมาก ทำให้ลำน้ำตื้นเขิน เป็นอุปสรรคต่อการไหลของน้ำ จึงร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ทำโครงการศึกษาความเหมาะสมการแก้ปัญหาการจัดการน้ำเหนืออ่างเก็บน้ำลำตะคอง เพื่อศึกษาความเหมาะสมในการแก้ไขปัญหา การจัดการน้ำเหนืออ่างเก็บน้ำลำตะคอง ตลอดจนพิจารณาการพัฒนาแหล่งน้ำ และพื้นที่ชลประทาน อย่างมีประสิทธิภาพตามความเหมาะสม รวมถึงจัดทำกรอบแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของต้นน้ำลำตะคอง

ทั้งนี้ มีพื้นที่การศึกษา 2 พื้นที่หลักคือ บริเวณเหนืออ่างฯ ครอบคลุมพื้นที่ 13 ตำบล 2 อำเภอ ใน จ.นครราชสีมา และ 1 ตำบล ใน อ.เมือง จ.นครนายกและพื้นที่ท้ายอ่างฯ ครอบคลุม 53 ตำบล7 อำเภอ ในเขต จ.นครราชสีมาซึ่งกรมชลประทาน จะดำเนินการรวบรวมความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมประชุม นำไปศึกษาและวิเคราะห์อย่างละเอียด สำหรับนำไปเป็นแนวทางในการวางแผนแก้ไขปัญหาทั้งน้ำท่วม และภัยแล้ง ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นต่อไป

ศูนย์ข้าวชัยนาทช่วยชาวนา หนุนแปลงใหญ่ใช้เมล็ดพันธุ์ดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/625262

วันพุธ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นางปรารถนา สุขศิริ ผอ.ศูนย์วิจัยข้าวชัยนาท กล่าวว่า ศูนย์ข้าวชุมชนบ้านใหญ่ ต.โพงาม อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท ได้รับการสนับสนุนเครื่องคัดทำความสะอาดเมล็ดพันธุ์ข้าว จากกรมการข้าว และได้รับการส่งเสริมจากทางศูนย์ฯ ให้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ตอบโจทย์ลูกค้า อย่างข้าวพันธุ์ กข 85 ที่ให้ผลผลิตต่อไร่ปริมาณสูงต้านทานโรคได้ดี

ขณะที่ นายเทพประทาน มากลี ประธานศูนย์ข้าวชุมชนบ้านใหญ่ เปิดเผยว่า ข้าวพันธุ์ กข 85 ทางศูนย์ฯ สนับสนุนเมล็ดพันธุ์ ซึ่งตอบโจทย์ชาวนา คือได้ปริมาณผลผลิตมาก ต้านทานโรคแมลง และทนสภาพอากาศหนาว ทำให้สมาชิกมีรายได้เพิ่มขึ้น เช่น ราคาข้าวธรรมดา ข้าวแข็ง ราคาตันละ 6,000 กว่าบาท แต่ถ้าทำเมล็ดพันธุ์ของพันธุ์เดียวกัน ขายได้ตันละหมื่นกว่าบาท นอกจากนี้ ศูนย์ยังส่งเสริมให้เกษตรกรกลุ่มนาแปลงใหญ่บ้านพระแก้ว ต.แพรกศรีราชา อ.สรรคบุรีจ.ชัยนาท ปลูกข้าวพันธุ์ กข 79 เป็นข้าวนุ่มสายพันธุ์ใหม่ ที่ผ่านการรับรองพันธุ์โดยกรมการข้าว เพื่อแปรรูปขายเนื่องจากเป็นที่นิยมของผู้บริโภค

ด้าน พ.จ.ท.เฉลียว น้อยแสง ประธานกลุ่มแปลงใหญ่บ้านพระแก้ว กล่าวว่า ได้รับการส่งเสริมจากกรมการข้าว โดยศูนย์วิจัยข้าวชัยนาท สนับสนุนเมล็ดพันธุ์ เน้นทำเมล็ดพันธุ์กระจายให้เกษตรกร เรารวมกลุ่มผลิตให้ได้ครั้งละมากๆ เพื่อไปคุยกับทางโรงสี พ่อค้า ได้ผลพอสมควร เกษตรกรเริ่มปลูกเยอะขึ้น

ปศุสัตว์เร่งขับเคลื่อน Sandboxนำร่องโคเนื้อ ยกระดับคุณภาพผลิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/625264

วันพุธ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ปศุสัตว์เร่งขับเคลื่อน

Sandboxนำร่องโคเนื้อ

ยกระดับคุณภาพผลิต

ส่งขายประเทศลาว-จีน

นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ เร่งขับเคลื่อนโครงการ Sandbox ปศุสัตว์ โดยนำร่องส่งเสริมการเลี้ยงโคเนื้อเพื่อจำหน่ายไปยังประเทศลาวและจีน พร้อมกับมาตรการผลักดันสู่ Smart Port เชื่อมโยงการค้าขายปศุสัตว์ไทย-ลาว-จีน คือ 1.การเพิ่มปริมาณโคเนื้อและยกระดับสายเลือดโคเนื้อเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพในกลุ่มผลิตโคต้นน้ำ 2.การส่งเสริมเพื่อให้มี Central Feedlot เป็นแหล่งเรียนรู้และผลิตอาหารสัตว์คุณภาพดี ราคาเหมาะสมในการเลี้ยงสัตว์เพื่อให้มีความปลอดภัย ลดต้นทุนการผลิต

3.ส่งเสริมและกำหนดแนวทางการผลิตโคขุน ทั้งการขุนระยะสั้นเพื่อผลิตเนื้อแดง สร้างรายได้ระยะสั้น และการขุนระยะยาวเพื่อผลิตเนื้อไขมันแทรกในกลุ่มผู้เลี้ยงโคขุน 4.ส่งเสริม ผลักดันการรับรองมาตรฐานคอกกักเพื่อการส่งออกให้กับภาคเอกชนที่มีความพร้อม 5.การส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนภายใต้ระยะเวลาการปล่อยเงินกู้และอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมให้กับเกษตรกร องค์กรเกษตรกรผู้ประกอบการ เพื่อส่งเสริม พัฒนา และต่อยอดการผลิตตลอดห่วงโซ่ 6.ส่งเสริมการผลิตโคเนื้อทั้งระบบตามบทบาทภารกิจ ตั้งแต่การขึ้นทะเบียน ทำเครื่องหมายประจำตัวสัตว์ (NID, RFID) ใช้ Platform ในการซื้อ-ขายโคเนื้อ การควบคุมการเคลื่อนย้ายและการขนส่ง การฉีดวัคซีนควบคุมป้องกันโรค (FMD, LSD) การรับรองฟาร์มปลอดโรค (FMD) การเฝ้าระวังการใช้สารเร่งเนื้อแดง การตรวจรับรองมาตรฐาน GFM, GAP

อ.ส.ค. สืบสาน รักษา ต่อยอด โคนมอาชีพพระราชทานย้อนรอย 60 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/625245

อ.ส.ค. สืบสาน รักษา ต่อยอด โคนมอาชีพพระราชทานย้อนรอย 60 ปี

วันอังคาร ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 16.56 น.

อ.ส.ค. สืบสาน รักษา ต่อยอด โคนมอาชีพพระราชทานย้อนรอย 60 ปี ก้าวสู่ผู้นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีโคนมไทยใน “งานเทศกาลโคนมแห่งชาติ” ประจำปี 2565

องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์) ส่งเสริมนโยบายให้เกษตรกรโคนมไทยมีศักยภาพ และยกระดับอุตสาหกรรมโคนมไทยสู่ระดับนานาชาติ โดย อ.ส.ค. ขับเคลื่อนภาระกิจให้การสนับสนุนทุกด้านการเลี้ยงโคนม เพื่อสร้างความยั่งยืนให้แก่เกษตรกร “โคนมอาชีพพระราชทาน” น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณใน พระราชกรณียกิจ พระปรีชา พระวิริยะอุตสาหะของ “พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (ในหลวงรัชกาลที่ 9)” ได้ทรงพระราชทานอาชีพการเลี้ยงโคนมแก่ปวงชนชาวไทย จึงทรงได้รับการน้อมเกล้าฯ ถวายพระราชสมัญญาว่า “พระบิดาแห่งการโคนมไทย”  จนถึงในหลวงรัชกาลที่ 10 ได้ทรงสืบสาน รักษา ต่อยอด โคนมอาชีพพระราชทาน เพื่อความยั่งยืนในอาชีพเกษตรกร

โดย อ.ส.ค. เตรียมจัด “งานเทศกาลโคนมแห่งชาติ” ประจำปี 2565 ย้อนรำลึก 60 ปี อ.ส.ค. ในวันที่ 3 -7 มกราคม 2565 ซึ่งพิธีเปิดในวันที่ 3 มกราคม 2565 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ไปทรงเปิด “งานเทศกาลโคนมแห่งชาติ” ประจำปี 2565 ณ บริเวณเชิงเขาตาแป้น องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี

รมช. มนัญญา ไทยเศรษฐ์ กล่าวว่า การส่งเสริมการเลี้ยงโคนมแก่เกษตรกร ด้วยการให้องค์ความรู้ที่เกษตรกรสามารถนำไปพัฒนา ต่อยอด และเพิ่มความสามารถด้านการแข่งขันในอุตสาหกรรมนมให้แก่เกษตรกรไทย “โคนมอาชีพพระราชทาน” ย่างเข้าสู่ 60 ปี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะต้นสังกัดให้การสนับสนุนส่งเสริมองค์ความรู้ ฝึกอบรม เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในอาชีพ ยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้มีความมั่นคง กระจายความเท่าเทียม และเติบโตอย่างมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น

ด้านนายสมพร ศรีเมือง ผู้อำนวยการ อ.ส.ค. กล่าวเพิ่มเติมว่า “งานเทศกาลโคนมแห่งชาติ” ประจำปี 2565 จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “นวัตกรรมและเทคโนโลยีโคนมไทยสู่ NEXT NORMAL” ได้มีการจัดกิจกรรมภายในงาน อย่างเช่นการจัดนิทรรศการย้อนรำลึก อ.ส.ค. 60 ปี, การประกวดโคนมชิงถ้วยพระราชทาน สัมมนาวิชาการ และการเข้าเยี่ยมชมฟาร์มโคนมประสิทธิภาพสูง (Thai-Denmark Smart Dairy Farm) เป็นฟาร์มโคนมครบวงจร เปิดให้เกษตรกรเข้ามาศึกษาดูงานจะได้ความรู้เรื่องการบริหารจัดการฟาร์มอย่างเป็นระบบด้วยนวัตกรรมในการเพิ่มประสิทธิภาพภายในฟาร์มได้ โดยสามารถซื้อบัตรเข้าชมได้ที่ฝ่ายท่องเที่ยวเชิงเกษตรของ อ.ส.ค. นอกจากนี้ภายในงานยังจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์ค ,ร้านค้าจำหน่ายอาหารสัตว์และปัจจัยการเลี้ยงโคนม, ร้านจำหน่ายของที่ระลึก ที่มาร่วมออกบูธภายในงานครั้งนี้อีกมากมาย -(016)