เทศกาลโคนมฯย้อนรอย60ปี ปรับใช้นวัตกรรม-เทคโนโลยี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/624967

วันอังคาร ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงนโยบายส่งเสริมองค์ความรู้การฝึกอบรมเกษตรโคนมเพื่อสร้างความมั่นคงในอาชีพ ยกระดับคุณภาพชีวิต ว่าองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ให้การสนับสนุนทุกด้านในการเลี้ยงโคนม สร้างความสามารถในการแข่งขันให้เกษตรกร โดยทาง อ.ส.ค.ได้จัดงานเทศกาลโคนมแห่งชาติ”ประจำปี 2565 หัวข้อ ‘นวัตกรรมและเทคโนโลยีโคนมไทยสู่ NEXT NORMAL’ ระหว่างวันที่ 3-7 มกราคม 2565 ที่เชิงเขาตาแป้น อ.ส.ค.มวกเหล็ก จ.สระบุรี และเป็นที่ทราบว่า 4 ปีข้างหน้า ไทยจะเปิดตลาดภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ปลดล็อกภาษีนำเข้านมผงขาดมันเนย เกษตรกรจึงต้องปรับตัวมากขึ้นเพื่อการแข่งขันกับต่างประเทศ

ด้านนายสมพร ศรีเมือง ผอ.อ.ส.ค.กล่าวว่า ภายในงานมีการจัดกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ นิทรรศการย้อนรำลึก อ.ส.ค.60 ปี , การประกวดโคนมชิงถ้วยพระราชทาน และการเข้าเยี่ยมชมฟาร์มโคนมประสิทธิภาพสูง (Thai-Denmark Smart Dairy Farm) เป็นฟาร์มโคนมครบวงจร เปิดให้เกษตรกรเข้ามาศึกษาดูงานเพื่อจะได้ความรู้เรื่องการบริหารจัดการฟาร์มอย่างเป็นระบบด้วยนวัตกรรม เพิ่มประสิทธิภาพภายในฟาร์มได้ นอกจากนี้ภายในงานยังจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์ค , ร้านค้าจำหน่ายอาหารสัตว์ และปัจจัยการเลี้ยงโคนม ตลอดจนร้านจำหน่ายของที่ระลึกที่มาร่วมออกบูธภายในงานนี้มากมาย

กรมประมงเพาะพันธุ์‘ปลาหุด’สำเร็จ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/625035

วันอังคาร ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายบัญชา สุขแก้ว รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ปลาพุด หรือปลาหุดเป็นปลาประจำถิ่นหายากของ จ.นครศรีธรรมราช มีแนวโน้มลดจำนวนลงเพราะวางไข่ปีละครั้ง แต่เป็นที่นิยมบริโภค โดยมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ700-1,000 บาท จึงเร่งให้ประมง จ.นครศรีธรรมราช รวบรวมพ่อแม่พันธุ์ปลาดังกล่าวให้ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด นำไปขยายพันธุ์ ปล่อยคืนแหล่งอาศัยตามธรรมชาติ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่เน้นย้ำให้กรมประมง อนุรักษ์ ฟื้นฟู และบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำให้ยั่งยืนเพื่อเป็นแหล่งอาหารและการประกอบอาชีพที่มั่นคง

ด้านนายธเนศ พุ่มทอง ผอ.กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด กล่าวว่า ปลาหุด หรือปลามัน ปลาเลียหินปลาลูกอีแดง มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Ceratogarra cambodgiensis (Tirant 1884) อาศัยตามบริเวณพื้นที่เป็นกรวดและหินตามแหล่งน้ำลำธารต้นน้ำและน้ำตก ในประเทศไทยพบกระจายในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ลุ่มน้ำน่าน และภาคใต้ ทางศูนย์ฯ ได้พยายามเพาะพันธุ์จนสำเร็จในปีนี้

ขณะที่ น.ส.นิภา กาลศรี ผอ.ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดจ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ได้รับพันธุ์ปลาหุดจากกลุ่มอนุรักษ์ปลาหุด44 ตัว แล้วนำมาเพาะพันธุ์ด้วยวิธีเลียนแบบธรรมชาติ อย่างไรก็ดี การทดลองเพาะขยายพันธุ์พบปัญหาและอุปสรรคอยู่บ้าง เนื่องจากปลาหุดเพศผู้ มีขนาดเล็กกว่าเพศเมีย 4-5 เท่า มีนิสัยปราดเปรียว ว่ายน้ำเร็ว ทำให้จับได้ยาก อีกทั้งเป็นปลาที่วางไข่เพียงปีละ 1 ครั้ง สัดส่วนพ่อพันธุ์ต่อแม่พันธุ์ยังไม่สมดุลกัน อัตราผสมไข่จึงน้อย เนื่องจากมีน้ำเชื้อไม่เพียงพอ กรมประมง จึงมีแผนที่จะเก็บรักษาลูกพันธุ์ที่เพาะได้นี้บางส่วนไว้เป็นพ่อแม่พันธุ์ต่อไปผลสำเร็จครั้งนี้ เป็นเรื่องน่ายินดีที่ช่วยฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำที่หายากให้กลับคืนสู่แหล่งน้ำต้นกำเนิด คืนความหลากหลายให้ระบบนิเวศ

ปศุสัตว์สกัดลักลอบเข้าสัตว์ งัด6มาตรการเข้มป้องกันปัญหา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/625036

วันอังคาร ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า กรณีมีข่าวขบวนการลักลอบนำเข้าเนื้อสุกรแช่แข็งเข้าประเทศไทยโดยสำแดงเท็จว่าเป็นสินค้าอื่น เป็นการบ่อนทำลายภาคอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกร ซึ่งเป็นความผิดตามกฎหมาย โดยเฉพาะกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์ มีความเสี่ยงโรคสุกรที่อาจติดมากับผลิตภัณฑ์ไม่รู้แหล่งที่มา ไม่มีใบขออนุญาตนำเข้า ไม่ผ่านการกักตรวจโรค

ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์ มีมาตรการที่เข้มงวดในการป้องกันการลักลอบการนำเข้าสินค้าปศุสัตว์ (ซากสัตว์) ดังนี้ 1.จัดทำโครงการเข้าตรวจสอบสถานที่พักซากสัตว์ทั่วประเทศ เริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณ 2562 เป็นต้นมา เพื่อตรวจสอบซากสัตว์ที่ถูกนำมาซุกซ่อนไว้ตามห้องเย็นต่างๆ และดำเนินคดีกับผู้ลักลอบนำเข้าซากสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยปีนี้จะดำเนินการในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีงบประมาณ 2.ทำหนังสือขอความร่วมมือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วยกระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามหนังสือกรมปศุสัตว์ ที่ กษ 0621/6828-6830 ลงวันที่20 พฤศจิกายน 2561 เพื่อร่วมมือในการป้องกันการลักลอบนำเข้าซากสัตว์ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ

3.กำหนดให้มีการทำเครื่องหมายประจำตัวสำหรับซากสัตว์ที่นำเข้า เพื่อใช้ตรวจสอบซากสัตว์ที่นำเข้าจากต่างประเทศอย่างถูกกฎหมาย และสามารถตรวจสอบย้อนกลับสินค้าดังกล่าวได้ จึงทำให้แยกแยะกับซากสัตว์ที่ลักลอบนำเข้าได้ ง่ายต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ 4.จัดตั้งชุดปฏิบัติงานสุนัขดมกลิ่นตรวจสอบการลักลอบนำเข้าซากสัตว์ในพื้นที่สนามบินทุกแห่ง เพื่อตรวจสอบผู้โดยสารที่นำซากสัตว์เข้าราชอาณาจักรอย่างผิดกฎหมาย 5.จัดตั้งหน่วยปฏิบัติการพิเศษปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายในความรับผิดชอบของกรมปศุสัตว์ ตามคำสั่งกรมปศุสัตว์ที่ 918/2559 ลงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 โดยมีอำนาจหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบและป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้าปศุสัตว์ (ซากสัตว์) จากต่างประเทศได้ทั่วราชอาณาจักร และ 6.มีทางแอปพลิเคชั่นDLD 4.0 เป็นช่องทางสำหรับการแจ้งข้อมูลข่าวสารและรับเรื่องร้องเรียน โดยผู้ที่มีข้อมูลการลักลอบนำเข้าสินค้าปศุสัตว์(ซากสัตว์) จากต่างประเทศโดยเฉพาะเนื้อสุกร สามารถแจ้งข้อมูลเบาะแสมายังกรมปศุสัตว์ทางแอปพลิเคชั่นดังกล่าว เพื่อดำเนินการต่อไป

อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยด้วยว่า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำ จึงสั่งการให้กองสารวัตรและกักกันตรวจสอบการลักลอบนำเข้าซากสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างสม่ำเสมอ ซักซ้อมขั้นตอน วิธีการปฏิบัติการนำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านราชอาณาจักรซึ่งสัตว์หรือซากสัตว์ สร้างการรับรู้ที่ถูกต้องแก่ผู้นำเข้าสินค้าปศุสัตว์ (ซากสัตว์) จากต่างประเทศ

สปก.เยี่ยมวนเกษตร แปลงต้นแบบสุรินทร์ หนุนให้เพิ่มผลผลิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/625034

วันอังคาร ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สปก.เยี่ยมวนเกษตร

แปลงต้นแบบสุรินทร์

หนุนให้เพิ่มผลผลิต

สร้างรายได้เกษตรกร

นายสุริยน พัชรครุกานนท์ รองเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) พร้อมด้วยนายพนมไพร ดีใหม่ ปฏิรูปที่ดิน จ.สุรินทร์ ลงพื้นที่เยี่ยมศูนย์ต้นแบบวนเกษตรของนางรำพึง อินทร์สำราญแปลงที่ 48 เนื้อที่ 11-1-18 ไร่ ซึ่งพัฒนาเป็นศูนย์ต้นแบบของนิคมการเกษตรบ้านกระเบื้อง ต.นาหนองไผ่ อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ โดยนางรำพึงกล่าวว่า ได้รับการสนับสนุนสระเก็บน้ำ 5,000 ลูกบาศก์เมตร พร้อมถมดินด้านเดียว ปรับปรุงถนนผ่านแปลง มุ้งปลูกผัก และมีหน่วยงานภาครัฐช่วยเหลือเรื่องเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิ ไม้ยืนต้น ฯลฯ ทำให้ปัจจุบันมีผลผลิตข้าว 500 กิโลกรัม/ไร่ มีรายได้ 100,000 บาท/ปี สามารถเป็นแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว จนได้รับการยกระดับเป็นศูนย์ต้นแบบวนเกษตร ปัจจุบันมีเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ 24 ราย รวมพื้นที่ 161 ไร่

ด้านนายสุริยน กล่าวว่าส.ป.ก.ได้ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจภาคการเกษตร โดยกำหนดเขตส่งเสริมและพัฒนาการผลิต เน้นการดำเนินงานลักษณะนิคมการเกษตรที่มีการทำงานอย่างบูรณาการ จึงมอบหมายส.ป.ก.สุรินทร์ ตั้งนิคมการเกษตรใน ต.นาหนองไผ่ อ.ชุมพลบุรี มีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมบูรณาการ สร้างความพร้อมของพื้นที่และเกษตรกรที่ร่วมโครงการ จัดหาและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สนับสนุนองค์ความรู้และเทคโนโลยีการเพิ่มศักยภาพการผลิตที่เหมาะสม นอกจากนี้ยังสนับสนุนส่งเสริม และพัฒนามาตรฐานสินค้าเชื่อมโยงการผลิตสู่การตลาด ทำให้เกษตรกรมีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดี

กรมการข้าวหนุนนาแปลงใหญ่ลำปาง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/624788

วันจันทร์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายหลุย กันทิยะ ประธานนาแปลงใหญ่ อ.สบปราบ จ.ลำปาง เปิดเผยว่าเมื่อเป็นศูนย์ข้าวชุมชน ทางกรมการข้าว โดยศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวลำปาง ได้เข้ามาผลักดันสมาชิกนาแปลงใหญ่ส่งเสริมให้บริหาร จัดการ เช่น เรื่องเมล็ดพันธุ์ การทำนา ลดต้นทุนการผลิต และได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์ เครื่องจักร เช่น รถเกี่ยวข้าว รถไถ ฯลฯ อำนวยความสะดวกต่อการทำนา โดยครั้งแรกที่ทดลองปลูกในนา กรมการข้าวเข้ามาช่วยดูแลเรื่องการตรวจแปลงนาอย่างผ่านๆ แต่ครั้งต่อมา เมื่อนำเอารถเกี่ยวไม่ได้ทำความสะอาดเครื่อง ข้าวจึงไม่ได้คุณภาพดีเท่าที่ควร ทางศูนย์ข้าวฯ เห็นความสำคัญของสมาชิกที่ทำข้าวส่งศูนย์ฯ ไม่มีเครื่องคัดเมล็ด ต้องไปคัดที่ อ.แม่ทะ แต่จากนี้คงไม่ต้องลำบากเพราะมีทุกอย่างที่ศูนย์ฯ

นอกจากนี้ ทางกรมการข้าวได้เข้ามาช่วยเหลือ อีกทั้งศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว มาทำ MOU หรือทำสัญญาไว้ให้ราคาค่อนข้างดี กลุ่มสมาชิกจึงหันมาปลูกข้าวเมล็ดพันธุ์ และปลูกข้าวอินทรีย์ขาย ส่งผลให้สมาชิกสามารถลืมตาอ้าปากได้ เพราะไม่มีความเดือดร้อนเรื่องตลาด ศูนย์ฯ รับซื้อของสมาชิกทั้งหมด แตกต่างจากเดิมที่ไม่เข้าใจการคัดเมล็ดพันธุ์ เมื่อเจ้าหน้าที่เข้ามาทำให้ชาวบ้านรู้ขั้นตอนที่ถูกต้อง ว่าทำอย่างไรให้ได้ผลดี แม้ผลผลิตไม่เท่ากัน แต่ราคาดีกว่าท้องตลาด และนี่คืออาชีพทำนาของเกษตรกรแปลงใหญ่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวลำปาง ที่ชาวนามีความเข้มแข็ง เข้าถึงนวัตกรรม เทคโนโลยีมากขึ้น ได้รับโอกาสจากภาครัฐและเอกชน ส่งผลให้เกิดทั้งรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

จากความร่วมมือศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวลำปางและเกษตรกร แล้วการจัดทำเมล็ดข้าวพันธุ์ดี บนนาแปลงใหญ่ เป็นการแก้ปัญหาและเพิ่มมูลค่าข้าว ถือว่าประสบความสำเร็จส่งให้ผลผลิตดีขึ้น เนื่องจากมีการทำงานที่เป็นระบบ และได้มาตรฐานอย่างชัดเจน

ส่งเสริมโคนมไทยก้าวไกล ขยายตลาดส่งออกด้วยFTA

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/624789

วันจันทร์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายสินิตย์ เลิศไกร รมช.พาณิชย์ เป็นประธานพิธีเปิดโครงการ “โคนมไทยก้าวไกลขยายตลาดส่งออกได้ด้วย FTA” ในส่วนของกรมปศุสัตว์ นายสัตวแพทย์ สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ มอบหมายให้นายสุรเดช สมิเปรม รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วยดร.อำพล วริทธิธรรม ผอ.กองผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ผู้แทนกองความร่วมมือด้านการปศุสัตว์ระหว่างประเทศ ผู้แทนสำนักเทคโนโลยีชีวภาพการผลิตปศุสัตว์ ปศุสัตว์ จ.นนทบุรี และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธีดังกล่าว ก่อนหน้านี้ ที่ห้องประชุมมโนปกรณ์นิติธาดา ชั้น 12 สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์

ทั้งนี้ สำหรับโครงการ “โคนมไทยก้าวไกลขยายตลาดส่งออกได้ด้วย FTA” โดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เพื่อประชาสัมพันธ์การดำเนินโครงการฯ ที่มุ่งยกระดับการพัฒนาผู้ประกอบการนมโคแปรรูปของไทยให้พร้อมเข้าสู่ตลาดการค้าเสรี และสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลกอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งยัง มีการประกาศรายชื่อผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือก ที่สำคัญยังจัดให้มีการแสดงสินค้า และจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมโคแปรรูปจากผู้ประกอบการที่ร่วมโครงการฯ อีกด้วย

อธิบดีกรมข้าวลงพื้นที่ เยี่ยมศูนย์วิจัยร้อยเอ็ด เน้นตอบสนองตลาด ต่อยอดผลผลิตชาวนา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/624790

วันจันทร์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายชาตรี บุญนาค ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการข้าว พร้อมคณะตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของศูนย์วิจัยข้าวร้อยเอ็ด โดยมีนางวรินทร เกตุพล เจ้าพนักงานการเกษตรชำนาญงาน รักษาการ ผอ.ศูนย์วิจัยร้อยเอ็ด และผู้เกี่ยวข้อง ต้อนรับ พร้อมกับรายงานผลการปฏิบัติงานของศูนย์ฯ และร่วมปลูกต้นรวงผึ้ง ที่ศูนย์วิจัยข้าวร้อยเอ็ด

ทั้งนี้ นายชาตรี ได้รับฟังรายงานผลการดำเนินงาน ปัญหา อุปสรรค ก่อนจะให้กำลังใจเจ้าหน้าที่พร้อมกับแนะแนวทางในการทำงานให้สามารถขับเคลื่อนงานได้ อีกทั้งขอความร่วมมือในการเบิกจ่ายในทุกกิจกรรมให้ลุล่วง เน้นย้ำเรื่องงานวิจัยที่เป็นหลัก ให้มีการพัฒนาเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด พี่น้องชาวนา ให้มากที่สุดต่อยอดพัฒนาสินค้าของจังหวัดได้

สำหรับศูนย์วิจัยข้าวร้อยเอ็ด เป็นหน่วยงานภายในกองวิจัยและพัฒนา กรมการข้าว ดูแลรับผิดชอบโครงการวิจัยและงานนโยบายของกรมการข้าวในพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด และยโสธร มีวิสัยทัศน์คือ “วิจัยแก้ปัญหาชาวนาในพื้นที่ มาตรฐานเกษตรอินทรีย์สากล” อีกทั้งเป็นตัวแทนของพื้นที่เป้าหมายในการทดสอบพันธุ์และเทคโนโลยีการผลิตข้าวโดยการดำเนินงานมีลักษณะเป็นระบบเครือข่ายในศูนย์วิจัยข้าว 27 แห่ง และเชื่อมโยงกับกลุ่มต่างๆ ในกองวิจัยและพัฒนาข้าว ผลิตเมล็ดพันธุ์คัด/พันธุ์หลักให้ได้เมล็ดพันธุ์ตรงตามพันธุ์และมีคุณภาพตามมาตรฐานเมล็ดพันธุ์

วช. หนุนแผนงานวิจัย พัฒนา ขับเคลื่อนการเลี้ยงแพะภาคใต้ สร้างมาตรฐาน GMP HALAL

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/624454

วช. หนุนแผนงานวิจัย พัฒนา ขับเคลื่อนการเลี้ยงแพะภาคใต้ สร้างมาตรฐาน GMP HALAL

วันศุกร์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 17.14 น.

วช. หนุนแผนงานวิจัย พัฒนา และขับเคลื่อนการเลี้ยงแพะภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รุกสร้างมาตรฐาน GMP HALAL ส่งเสริมเกษตรกร เลี้ยงแพะกระตุ้นการบริโภคทั้งในและต่างประเทศ

22 ธันวาคม 2564 ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จ.สงขลา สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) นำโดย รศ.ดร.สุชน ตั้งทวีวิพัฒน์ ประธานคณะทำงานดำเนินการขับเคลื่อนการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศด้านสัตว์เศรษฐกิจ ยกระดับเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ และคณะทำงานฯ ลงพื้นที่ ตรวจเยี่ยมและสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมการวิจัย ภายใต้แผนงานวิจัย พัฒนา และขับเคลื่อนการเลี้ยงแพะภาคใต้ พ.ศ. 2563-2565ของคณะนักวิจัย คณะทรัพยากรธรรมชาติ แห่งมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ผศ.ดร.ไชยวรรณ วัฒนจันทร์ คณะบดีคณะทรัพยากรธรรมชาติ ม.อ.ในฐานะผู้อำนวยการชุดโครงการวิจัยฯ เปิดเผยว่า แพะนับว่าเป็นสัตว์เศรษฐกิจทางเลือกของเกษตรกร เป็นส่วนหนึ่งในศาสนาและวัฒนธรรมของคนในภาคใต้ แต่ปัจจุบันการบริโภคไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มผู้นับถือศาสนาอิสลามอีกต่อไปโดยใน หลายพื้นที่เปิดรับและต้องการบริโภคผลิตภัณฑ์จากแพะมากขึ้น จึงได้มีการจัดทำงานวิจัย พัฒนา และขับเคลื่อนการเลี้ยงแพะภาคใต้ ขึ้นงานวิจัยจะตอบโจทย์ปัญหาการเลี้ยงแพะภาคใต้ได้ ด้วยองค์ความรู้ด้านรูปแบบการจัดการการเลี้ยงแพะ ระบบอาหาร การปรับปรุงและการผสมพันธุ์ รวมทั้ง การจัดการโรคในแพะ รวมทั้งบรรเทาปัญหาการว่างงาน จากสถานการณ์โรคโควิด-19 พร้อมกระตุ้นการบริโภคแพะในภาคใต้เพิ่มมากขึ้น  ขณะเดียวกันยังสามารถลดการนำเข้าแพะจากภูมิภาคอื่น และเพิ่มโอกาสการส่งออกแพะไปต่างประเทศ ได้ด้วย

อย่างไรก็ตาม จากงานวิจัยได้สะท้อนปัญหาอุตสาหกรรมแพะที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน ได้แก่ แพะที่เลี้ยงมีจำนวนไม่เพียงพอ ขาดการรับรองคุณภาพ เกษตรกรใช้วิธีการการเลี้ยงแบบดั้งเดิม ขาดข้อมูลทางการตลาดและการประยุกต์นำผลพลอยได้ทางการเกษตรมาใช้ยังมีน้อย อีกทั้งการเผชิญกับโรคที่ติดจากแพะสู่คน คือ โรคเมลิออยโดสิส ขาดพันธุ์แพะพื้นฐานที่เหมาะสมกับผู้เลี้ยงรายย่อย ซึ่งจำเป็นต้องใช้ความรู้และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มศักยภาพการเลี้ยงและขยายพันธุ์ กระทบไปยังการแปรรูปผลิตภัณฑ์น้ำนมแพะที่ไม่ได้มาตรฐานเป็นที่น่าพอใจ นอกจากนี้ กรมปศุสัตว์ในพื้นที่ ยังคงเน้นการส่งเสริมเฉพาะด้านเลี้ยงแพะเพียงอย่างเดียว ไม่ครอบคลุมต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมแพะภาคใต้

จากปัญหาที่เกิดขึ้นสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้สนับสนุนงบประมาณการวิจัย เพื่อตอบโจทย์ และขับเคลื่อนการเลี้ยงแพะภาคใต้ให้เป็นที่ยอมรับ เป็นประโยชน์  และช่วยกระตุ้นการบริโภคผลิตภัณฑ์จากแพะเพิ่มมากขึ้น ดำเนินการภายใต้ 7 กิจกรรม คือ การสำรวจศักยภาพทางการตลาดและการจัดการห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมแพะในภาคใต้ การสำรวจการเลี้ยงแพะนมและการผลิตนมแพะของเกษตรกรภาคใต้ตอนล่าง การพัฒนานวัตกรรมอาหารผสมสำเร็จจากเศษเหลือทิ้งทางการเกษตรและอุตสาหกรรม การค้นหาจีโนไทป์เครื่องหมายโมเลกุลสนิปแบบทั่วทั้งจีโนมด้วยเทคโนโลยี Genototyping-by-sequencing (GBS) เพื่อจำแนกอัตลักษณ์จำเพาะ และปรับปรุงพันธุกรรมแพะพันธุ์ “ทรัพย์ ม.อ.” ได้แก่ แพะพื้นเมือง แพงแองโกลนูเบียนพันธุ์แท้ และทรัพย์ ม.อ.1 การผลิตน้ำเชื้อแช่แข็ง ผสมเทียมโดยวิธีลาพาโลสโคป เพื่อขยายจำนวนประชากรแพะในพื้นที่อย่างน้อย 2,000 โดยคาดว่าจะมีเกษตรผู้เลี้ยงแพะรายใหม่เพิ่มขึ้นไม่ต่ำ200รายตัว รวมทั้งยังช่วยลดการนำเข้าแพะจากภูมิภาคอื่น ๆ และเพิ่มโอกาสการส่งออกแพะไปประเทศเพื่อนบ้านได้ การเตรียมพัฒนาชุดทดสอบเพื่อวิเคราะห์โรคเมลิออยโดสิสในแพะ และการจัดทำห้องปฏิบัติการวิเคราะห์น้ำนม และการแปรรูปน้ำนม GMP ให้เกษตรกรใช้เป็นตัวอย่างต่อไป

ขณะที่ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช.ได้สนับสนุนทุนวิจัย โครงการพัฒนาโรงฆ่าแพะฮาลาลต้นแบบเพื่อส่งเสริมการผลิตเนื้อแพะคุณภาพดีในภาคใต้ตอนล่าง กิจกรรมและสื่อเพื่อการส่งเสริมการเลี้ยงแพะและการบริโภคผลิตภัณฑ์จากแพะ โดยผลงานที่ให้การสนับสนุนในครั้งนี้ จะสามารถตอบโจทย์ปัญหาต่าง ๆ

ที่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงแพะในภาคใต้ได้ ช่วยให้เกษตรกรผู้เลี้ยงแพะได้รับความรู้จากโครงการวิจัย ที่ครอบคลุมการพัฒนาทั้งด้านจัดการระบบเลี้ยง ระบบอาหาร เกิดการพัฒนาสูตรอาหารที่เหมาะสมกับแพะโดยใช้ผลพลอยได้ทางการเกษตร อันเป็นการลดต้นทุน การปรับปรุงและผสมพันธุ์ เพื่อให้เกษตรกรมีพันธุ์แพะที่ดี และการจัดการเรื่องโรคในแพะ อีกทั้ง การส่งเสริมให้เกิดผลิตภัณฑ์ อาทิ เนื้อแพะ นมแพะ น้ำหอมจากขนแพะ ซึ่ง วช. และหน่วยงานมหาวิทยาลัยชั้นนำของภาคใต้ ได้วางแผนที่จัยยกระดับเศรษฐกิจภาคใต้และผลงานการวิจัยเพื่อยกระดับเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะในครั้งนี้ ที่จะช่วยหนุนเสริมให้เกิดการยกระดับเศรษฐกิจภาคใต้และประเทศได้อย่างมั่นคงต่อไป  -(016)

‘เฉลิมชัย’เร่งขับเคลื่อนงาน หนุนเกษตรวิถีใหม่-ปฏิบัติได้จริง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/624194

วันศุกร์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเปิดการสัมมนา “DOAE Next Step” ขับเคลื่อนงานส่งเสริมการเกษตรวิถีใหม่ ที่โรงแรมรามาการ์เด้นกทม. ว่า กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร ได้จัดสัมมนาดังกล่าวขึ้น เพื่อให้ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมการเกษตร ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค มีความรู้ความเข้าใจในนโยบาย และแนวทางการขับเคลื่อนงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงแนวทางการดำเนินงานของกรมส่งเสริมการเกษตร ประจำปีงบประมาณ 2565 และประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมา มีสถานการณ์และการเปลี่ยนแปลงหลายประการที่ส่งผลกระทบต่อการทำงานส่งเสริมการเกษตร ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว จึงมีความจำเป็นที่ต้องปรับวิธีการทำงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดยเฉพาะมุ่งสู่การเป็น Digital DOAE เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนงาน
และรองรับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงและยังให้ความสำคัญกับการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล และกระทรวงเกษตรฯ ในการพัฒนาอาชีพและสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร

นายเฉลิมชัย เปิดเผยด้วยว่า เราต้องเดินตามเทคโนโลยีให้ทัน ตามยุคตามสมัย ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตร มีความสำคัญอย่างมาก เพราะมีข้าราชการอยู่ทุกพื้นที่ในประเทศไทย มีความสนิทสนมในระดับครัวเรือนกับเกษตรกร ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนพูดมาตลอดว่าอยากให้ข้าราชการของกระทรวงเกษตรฯ เข้าถึงพี่น้องเกษตรกร เหมือนเป็นคนในครอบครัว อย่างไรก็ดี ในระดับผู้บริหารต้องสร้างขวัญและกำลังใจให้กับข้าราชการในพื้นที่ เพราะเปรียบเสมือนเป็นตัวแทนของกระทรวงเกษตรฯ

“ตามที่ได้กำหนดยุทธศาสตร์ที่จะเดินไปข้างหน้าอย่างชัดเจน ต้องให้มีความทันสมัยและพร้อมไปกับโลกในยุคปัจจุบัน ซึ่งยุทธศาสตร์ 5 ด้าน 15 นโยบายสำคัญที่กำหนดนั้น จะเป็นสิ่งที่จะต้องให้พี่น้องเกษตรกร ได้เข้าถึง เรียนรู้ และสามารถปฏิบัติได้จริง เพราะฉะนั้นหากจะประสบความสำเร็จได้ทุกคนจะต้องนำไปใช้ไปปฏิบัติ แล้วส่งถึงพี่น้องเกษตรกรได้ด้วย ซึ่งเราต้องพัฒนาพี่น้องเกษตรกรให้เข้มแข็งด้วยตัวเอง พร้อมทั้งต้องบูรณาการการทำงานกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคเกษตรกร เพื่อร่วมกันเดินไปข้างหน้าและมุ่งสู่เป้าหมายที่วางไว้” นายเฉลิมชัย กล่าว

ส่งเยาวชนเกษตรฝึกงานฟาร์มญี่ปุ่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/624190

วันศุกร์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า ได้ดำเนินโครงการคัดเลือกเกษตรกรรุ่นใหม่ ที่เป็นบุตรหลานสมาชิกสหกรณ์การเกษตร ไปฝึกงานที่ประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่ปี 2526 ปัจจุบันมีผู้ผ่านการคัดเลือก 136 คน และจากการติดตามผลหลังจากกลับจากญี่ปุ่น พบว่าส่วนใหญ่ยังคงประกอบอาชีพการเกษตร นำองค์ความรู้และประสบการณ์ไปปรับใช้กับการทำงานของตน พัฒนาผลผลิตการเกษตรมีคุณภาพดี ซึ่งในปีงบประมาณ 2565 ได้รับสมัครเยาวชนที่เป็นบุตรหลานสมาชิกสหกรณ์การเกษตร คัดเลือกเข้าร่วมโครงการไปแล้ว โดยจะได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับทักษะด้านการเกษตรและฝึกภาษาญี่ปุ่น เป็นเวลา 3 เดือน ช่วงเดือนมกราคม-เมษายน 2565 ที่ศูนย์ส่งเสริมเยาวชนเกษตรอาเซียน จ.กาญจนบุรี เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเดินทางไปฝึกงานกับเกษตรกรญี่ปุ่น 11 เดือน ตั้งแต่เดือนเมษายน 2565–มีนาคม 2566

ทั้งนี้ การพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ มีความสำคัญในการพัฒนาภาคการเกษตรของไทย ซึ่งผู้แทนเยาวชนเกษตรที่จะเดินทางไปฝึกงานกับครอบครัวเกษตรกรญี่ปุ่น จะเป็นส่วนหนึ่งที่ร่วมพัฒนา และยกระดับภาคการเกษตรไทยในอนาคต จึงขอให้ตัวแทนเยาวชนเกษตรตั้งใจเรียนรู้ อดทน มีวินัย นำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากการเข้าร่วมโครงการฯมาประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพรวมทั้งสามารถถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับให้เกษตรกรรายอื่นๆ ในชุมชนตนเอง และสนับสนุนเยาวชนเกษตรให้เข้ามาเป็นผู้นำในการพัฒนาการดำเนินงานของสหกรณ์ภาคการเกษตรของไทยให้เข้มแข็งต่อไป

สำหรับโครงการฝึกงานผู้นำเยาวชนเกษตรไทยในประเทศญี่ปุ่น เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรฯ กับสภาการแลกเปลี่ยนทางการเกษตรแห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Agricultural Exchange Council: JAEC) เยาวชนเกษตรจะได้ฝึกงานทำเกษตรสาขาต่างๆ เช่น ข้าว ผักไม้ดอกไม้ประดับ ผลไม้ต่างๆ และฟาร์มปศุสัตว์ ได้แก่ โคเนื้อ โคนม และได้เรียนรู้เกี่ยวกับสหกรณ์การเกษตรในประเทศญี่ปุ่น ด้วย