อธิบดีกรมปศุสัตว์ลงพื้นที่พังงา เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายเชิงรุก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/616137

วันพุธ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ที่ สำนักงานปศุสัตว์ จ.พังงา นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์เป็นประธานการประชุมโครงการขับเคลื่อนงานตามนโยบายสำคัญของกรมปศุสัตว์ในพื้นที่สำนักงานปศุสัตว์ จ.พังงา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้

ด้านนายพรภิรมย์ ฟุ้งตระกูล ปศุสัตว์ จ.พังงา ได้นำเสนอผลการดำเนินงานในพื้นที่จ.พังงา ที่สำคัญๆ ดังนี้ 1.โครงการปศุสัตว์ ok(เขียง ok , ไข่ ok) 2.โครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ประกอบด้วย แปลงใหญ่วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้เลี้ยงแพะและแปรรูปคุระบุรี และกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อแปลงใหญ่/แพะเนื้อ ต.บ่อแสน อ.ทับปุด 3.โครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่
ปีงบประมาณ 2564

4.สถานการณ์ การควบคุมและป้องกันโรค ลัมปี สกิน จ.พังงา (ปัจจุบันไม่พบการเกิดโรคลัมปี สกิน ในพื้นที่ จ.พังงา) 5.โครงการ rabie free zone (ปัจจุบันสุนัข-แมวได้รับวัคซีนจากสำนักงานปศุสัตว์ จ.พังงา 400 โดส คิดเป็น 87.25%

6.โครงการพัฒนาศักยภาพอาสาปศุสัตว์ 7.โครงการส่งเสริมการเลี้ยงไก่ไข่ งบฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม และ 8.โครงการพังงาอาหารปลอดภัย งบฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม

ทั้งนี้ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้านการปฏิบัติงาน ได้เน้นเชิงรุก ยึดสุจริตและโปร่งใสเป็นธรรม ตามหลักธรรมาภิบาล ด้านงบประมาณ ให้ใช้อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด และด้านบุคลากร ให้พัฒนาองค์ความรู้เพิ่มศักยภาพของตนเองเพื่อใช้ประโยชน์ทั้งต่อองค์กรและประเทศชาติต่อไป และที่สำคัญที่สุดขอให้ทุกคนรู้รักสามัคคี

นอกจากนี้ นายสัตวแพทย์สรวิศได้ร่วมรับฟังปัญหา อุปสรรค และการนำเสนอผลงานและโครงการต่างๆ ของพื้นที่ เพื่อหาวิธีช่วยแก้ปัญหาและข้อเสนอแนะในการดำเนินงานของกรมปศุสัตว์ ให้สามารถขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถช่วยเหลือเกษตรกรและสำเร็จตามเป้าหมายการดำเนินงานต่อไป

ผู้เลี้ยงไก่วอนรัฐช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/616136

วันพุธ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายพรชัย เอี่ยมสงวนจิตต์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่พันธุ์ เปิดเผยว่า ในห้วงเวลาที่ผ่านมาเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่พันธุ์ประสบปัญหาขาดทุนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และปัญหาราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ ทั้งข้าวโพดและกากถั่วเหลืองสูงขึ้นอีก 20-30% ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตไก่พันธุ์สูงขึ้น  ขณะที่ไก่พันธุ์ เป็นต้นน้ำของห่วงโซ่การผลิตไก่เนื้อ เพื่อการบริโภคทั้งภายในประเทศและส่งขายต่างประเทศ ซึ่งมีมูลค่าส่งออกปี 2564 สูงกว่า 100,000 ล้านบาท สร้างรายได้เข้าประเทศลำดับต้นๆ

นายพรชัย เปิดเผยด้วยว่า ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่สูงขึ้นต่อเนื่อง เป็นการซ้ำเติมเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่พันธุ์ ที่แบกรับภาระการขาดทุนจากการชะลอตัวของอุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่เนื้อในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จึงอยากให้รัฐบาลพิจารณามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรภาคการเลี้ยงสัตว์เป็นการด่วน  

นายพรชัย เปิดเผยอีกว่า ข้าวโพดเป็นส่วนผสมหลักในอาหารสำหรับไก่ทุกประเภท ซึ่งปัจจุบันราคาปรับขึ้นสูงสุดในรอบ 13 ปี อยู่ที่ 11.5 บาท/กิโลกรัม ส่วนกากถั่วเหลืองปรับเป็น 20 บาท/กิโลกรัม อย่างไรก็ดี นโยบายประกันรายได้ของรัฐบาลให้กับพืชเศรษฐกิจหลัก เช่น ข้าว ข้าวโพด กากถั่วเหลือง มันสำปะหลัง โดยเฉพาะข้าวโพด ประกันรายได้ให้เกษตรกรที่ราคา 8.5 บาท/กิโลกรัม และชดเชยส่วนต่างกับราคาตลาดให้กับเกษตรกร แต่ไม่มีการกำหนดเพดานราคา ส่งผลให้ต้นทุนอาหารสัตว์สูงขึ้นมาก และสุดท้ายก็ทำให้ผู้เลี้ยงไก่พันธุ์ต้องแบกรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้นทั้งห่วงโซ่การผลิต

“สมาคมฯ ขอให้รัฐบาลหามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์เป็นการเร่งด่วน โดยเฉพาะความชัดเจนเรื่องการกำหนดเพดานราคาวัตถุดิบ เพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หรือใช้กลไกการตลาดเสรี เพื่อสร้างสมดุลด้านราคา เพื่อให้อุตสาหกรรมการผลิตอาหารมีเพียงพอต่อความต้องการ และเดินหน้าต่อเนื่องได้ ไม่ถูกตัดตอนจนหยุดชะงักจากปัญหาราคาวัตถุดิบ” นายพรชัย กล่าว

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ตรวจติดตามงานในพื้นที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดกระบี่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/615953

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'ตรวจติดตามงานในพื้นที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดกระ

วันอังคาร ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 11.56 น.

“อธิบดีกรมปศุสัตว์”ตรวจติดตามงานในพื้นที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดกระบี่ เน้นขับเคลื่อนงานด้านปศุสัตว์เชิงรุก พร้อมสร้างขวัญกำลังใจในการทำงานให้กับข้าราชการในพื้นที่

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 16 พฤศจิกายน 2564 ที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดกระบี่ นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานการประชุมโครงการขับเคลื่อนงานตามนโยบายสำคัญของกรมปศุสัตว์ ในพื้นที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดกระบี่ พร้อมด้วย นายสุรเดช สมิเปรม , นายปัญญา แววดี ปศุสัตว์จังหวัดกระบี่ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้

ทั้งนี้ อธิบดีกรมปศุสัตว์ มอบนโยบายในการขับเคลื่อนงานของกรมปศุสัตว์ ประกอบด้วย 4 ด้านหลัก ดังนี้

1.ด้านผลิตและส่งเสริม เน้นการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์และการผลิตสินค้าปศุสัตว์ตามศักยภาพในพื้นที่ การผลิตพันธุ์สัตว์ การผลิตอาหารสัตว์ และการช่วยเหลือภัยพิบัติให้เตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือให้ทันถ่วงที

2.ด้านสุขภาพและสวัสดิภาพสัตว์ เช่น การควบคุมและป้องกันโรค เข้มงวดในการกักสัตว์และเคลื่อนย้าย เช่น โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) โรคไข้หวัดนก (AI) การควบคุมโรคสัตว์เคี้ยวเอื้องอาทิเช่นโรคลัมปีสกิน โรคปากและเท้าเปื่อย/โรคเฮโมรายิกเซฟติซี้มีย เป็นต้นโดยทุกโรคเน้นเชิงรุก สอบสวนโรค คุมสถานการณ์และการระบาดให้รวดเร็ว ตามหลัก “รู้เร็ว สงบเร็ว” และการสร้างเครือข่ายปฏิบัติงานในพื้นที่

3.ด้านคุณภาพมาตรฐานสินค้า (food safety) ให้รักษาคุณภาพมาตรฐานมากกว่าปริมาณ ตรวจสอบเพื่อรักษามาตรฐานอย่างต่อเนื่อง

4.ด้านการบริหาร การใช้จ่ายงบประมาณอย่างคุ้มค่า การบริหารบุคลากร การบรรจุแต่งตั้งอย่างเป็นธรรม การปรับปรุงอาคาร สิ่งปลูกสร้าง และยานพาหนะ

อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้านการปฏิบัติงาน เน้นเชิงรุก ยึดสุจริตและโปร่งใสเป็นธรรม ตามหลักธรรมาภิบาล ด้านงบประมาณ ให้ใช้อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด และด้านบุคลากร ให้พัฒนาองค์ความรู้เพิ่มศักยภาพของตนเองเพื่อใช้ประโยชน์ทั้งต่อองค์กรและประเทศชาติต่อไป และที่สำคัญที่สุดขอให้ทุกคนรู้รักสามัคคี พร้อมอธิบดีกรมปศุสัตว์ ร่วมรับฟังปัญหา/อุปสรรค ของการดำเนินงานในพื้นที่ เพื่อนำปัญหาดังกล่าวไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงชี้แนะหลักการในการดำเนินงานของกรมปศุสัตว์ ให้สามารถขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถช่วยเหลือเกษตรกรและสำเร็จตามเป้าหมายการดำเนินงานต่อไป

นอกจากนี้ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานเปิดสถานพยาบาลสัตว์ประจำอำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ เพื่อให้บริการด้านสุขภาพสัตว์ของประชาชนในส่วนภูมิภาค เป็นการรองรับพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557 ซึ่งจะทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงงานบริการด้านสุขภาพสัตว์ของหน่วยงานภาครัฐได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ อีกทั้ง ยังเป็นการเฝ้าระวังการเกิดโรคระบาดทั้งในสัตว์ และโรคสัตว์สู่คนได้อย่างรวดเร็วทันต่อเหตุการณ์เพื่อลดการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้มากยิ่งขึ้นได้มุ่งเน้นการให้บริการแก่สัตว์ที่ถูกทารุณกรรม สัตว์ที่ถูกทอดทิ้งในกลุ่มเสี่ยง 5 กลุ่ม ได้แก่ สัตว์ป่วย สัตว์พิการ สัตว์ตั้งท้องหรือลูกอ่อน ลูกสัตว์ สัตว์ที่เป็นโรคผิวหนัง (โรคเรื้อน) และสัตว์ที่อยู่ในการดูแลขององค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์หรือสถานสงเคราะห์สัตว์ รวมทั้งสัตว์ที่ไม่มีเจ้าของที่อยู่ตามสถานที่สาธารณะ เช่น วัด โรงเรียน เป็นต้น

‘เฉลิมชัย’สั่งลุยแผนงานชลประทาน งบปี’66ต้องสร้างประโยชน์มากที่สุด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/615880

วันอังคาร ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ชลประทาน จ.พังงา ซึ่งมีโครงการชลประทาน 166 โครงการ พื้นที่รับประโยชน์ 60,960 ไร่ ประกอบด้วย 1.โครงการชลประทานขนาดเล็ก ในพื้นที่ชลประทาน 22,000 ไร่ 151 โครงการ 2.โครงการพระราชดำริ ในพื้นที่ชลประทาน 9,160 ไร่ ได้แก่ ฝายทดน้ำ 7 แห่ง ในพื้นที่ชลประทาน 6,560 ไร่ และอาคารอัดน้ำ 3 แห่ง พื้นที่ชลประทาน 2,600 ไร่ และ 3.โครงการชลประทานขนาดกลาง ในพื้นที่ชลประทาน 29,800 ไร่ ฝายทดน้ำ 5 แห่ง โดยในพื้นที่ จ.พังงา ไม่มีแหล่งเก็บกักน้ำประเภทอ่างเก็บน้ำที่ใช้ในการบริหารจัดการน้ำ ส่งผลให้เกิดน้ำหลาก ลุ่มน้ำคลองตะกั่วป่า และลุ่มน้ำคลองพังงา ส่งผลให้ขาดแคลนน้ำช่วงเดือนธันวาคม-มีนาคม

สำหรับความก้าวหน้าในการพัฒนาลุ่มน้ำคลองตะกั่วป่า อ.ตะกั่วป่า อ.กะปง จ.พังงา กรมชลประทาน ได้ศึกษาความเหมาะสมของอ่างเก็บน้ำแล้วเสร็จ 3 โครงการ อยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสม 8 โครงการ และอาคารอัดน้ำที่อยู่ระหว่างการศึกษา 4 โครงการ

ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้เตรียมโครงการเสนอขอตั้งงบประมาณปี 2566 ของ จ.พังงา ได้แก่ 1.โครงการฝายบ้านกะปง หมู่ 2 ต.กะปง อ.กะปง เพื่อลดการพังทลายเสียหายของตลิ่งบริเวณลำคลองกะปง และดักตะกอนในลำน้ำในฤดูน้ำหลาก และเก็บกักน้ำไว้ในลำน้ำในช่วงฤดูแล้ง สนับสนุนพื้นที่เพาะปลูก 150 ไร่ 2.โครงการฝายดักตะกอนคลองบางม่วง (แห่งที่ 2) หมู่ 1 ต.บางม่วง อ.ตะกั่วป่า เพื่อลดการพังทลายเสียหายของตลิ่งบริเวณลำคลองกะปง และดักตะกอนในลำน้ำในฤดูน้ำหลาก และเก็บกักน้ำไว้ในลำน้ำในช่วงฤดูแล้ง และสนับสนุนพื้นที่เพาะปลูก 150 ไร่ 3.โครงการปรับปรุงระบบท่อส่งน้ำสายใหญ่ และปรับปรุงระบบท่อส่งน้ำสายแยกขวา ฝายคลองทับยาว อันเนื่องมาจากพระราชดำริ หมู่ 1 ต.เหล่ อ.กะปง เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภค-บริโภคให้ราษฎรหมู่ 1,2,3,4 และ 5 จำนวน 650 ครัวเรือน และพื้นที่การเกษตร จำนวน 1,500 ไร่ และ 4.โครงการปรับปรุงระบบท่อส่งน้ำสายใหญ่ และปรับปรุงระบบท่อส่งน้ำสายแยกขวา ฝายคลองทับยาว อันเนื่องมาจากพระราชดำริ หมู่ 1 ต.เหล่ อ.กะปง เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภค-บริโภคให้ราษฎรหมู่ 1,2,3,4 และ 5 จำนวน 650 ครัวเรือน และพื้นที่การเกษตร จำนวน 1,500 ไร่

“กระทรวงเกษตรฯ พร้อมช่วยแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนและเกษตรกร งบประมาณที่จัดสรรมา จะต้องสร้างประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนให้มากที่สุด รับปากว่าจะทำให้พี่น้องชาวพังงา โดยทำได้จริง และโครงการต่างๆ ที่กรมชลประทาน เสนอในปีงบประมาณ 2566 ยืนยันว่าได้ดำเนินตามแผน และบรรจุเข้างบประมาณเรียบร้อยแล้ว” นายเฉลิมชัย กล่าว

‘ประภัตร’จับมือมช.ปรับปรุงพันธุ์ข้าว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/615879

วันอังคาร ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายชัชวาลย์ ฉายะบุตร รอง ผวจ.เชียงใหม่ และคณะ ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานเทคโนโลยีลำไอออนพลังงานต่ำในการปรับปรุงพันธุ์ข้าว ที่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) โดยมี รศ.ดร.สัมพันธ์ สิงหราชวราพันธ์ รองอธิการบดีฯ ห้การต้อนรับ โดยนายประภัตร กล่าวว่า กรมการข้าวได้ทำ MOU กับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ส่งเสริมการพัฒนางานวิจัยข้าว สร้างประโยชน์ให้ภาคการเกษตร โดยนำเมล็ดพันธุ์คุณภาพดี 5 สายพันธุ์ มาปรับปรุงพันธุ์ด้วยเทคโนโลยีดังกล่าว เพื่อให้ได้สายพันธุ์ที่ดีที่สุด ช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต โดยกรมการข้าว สนับสนุนงบประมาณ

สำหรับโครงการดังกล่าว ประกอบด้วย 4 กิจกรรม คือ 1.ปรับปรุงพันธุ์ข้าวจากกรมการข้าว 5 สายพันธุ์  ด้วยเทคโนโลยีลำไอออนพลังงานต่ำ 2.อบรมเชิงปฏิบัติการให้กับบุคลากรของกรมการข้าว 1 ครั้ง 3.ปรับปรุงและส่งเสริมสมรรถนะระบบเครื่องเร่งอานุภาคขนาดกะทัดรัด และ 4.นำข้าวที่ผ่านการปรับปรุงสายพันธุ์ไปทดลองปลูกในแปลงนาของกรมการข้าวทั่วประเทศ

นายประภัตร กล่าวอีกว่า เครื่องเร่งอานุภาคขนาดกะทัดรัดนั้น จะใช้ยิงแสงลำไอออน เพื่อพัฒนาสายพันธุ์ข้าว โดยสามารถทำได้ครั้งละ 5000-10000 เมล็ดพันธุ์ ใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ ดังนั้น นอกจากจะปรับปรุงเครื่องเดิมที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คิดค้นขึ้นมา ตนจะหางบประมาณสำหรับสั่งซื้อเครื่องใหม่เพิ่มอีก 1-2 เครื่อง เพื่อความรวดเร็ว เพียงพอต่อการดำเนินงาน เพราะกระทรวงเกษตรฯ มีความต้องการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ให้ชาวนาทั่วประเทศ ซึ่งต้องขอฝากให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการโครงการฯ ให้เร็วที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้ เชื่อมั่นว่าหากโครงการประสบผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ จะช่วยชาวนาทั่วประเทศ และยกระดับมาตรฐานรายได้ให้กับชาวนาอย่างแน่นอน

หนุนธุรกิจอาหารสัตว์ ผลิตจากกัญชา-กัญชง-กระท่อม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/615878

วันอังคาร ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

​นายสรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ได้เล็งเห็นความสำคัญของการนำกัญชา กัญชง และกระท่อม ไปใช้อย่างถูกกฎหมาย จึงเตรียมออกประกาศเกี่ยวกับอาหารสัตว์เพื่อรองรับผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกัญชา กัญชง และกระท่อม โดยร่วมกับภาครัฐและเอกชน สถานศึกษา รวมถึงสถาบันวิจัยต่างๆ ศึกษาวิจัยและพัฒนา เพื่อกำหนดค่ามาตรฐานให้ใช้ได้ในอาหารสัตว์ ปัจจุบันยังเป็นเรื่องใหม่ที่น่าสนใจในการนําส่วนประกอบของกัญชา กัญชง และกระท่อม มาใช้เป็นอาหารสัตว์ที่เลี้ยงในฟาร์ม เช่น สุกร ไก่ และโค ให้ผลผลิตที่บริโภค เช่น เนื้อ นม และไข่ จึงต้องคำนึงถึงความปลอดภัยต่อสุขภาพสัตว์ รวมทั้งประเด็นสารตกค้างที่อาจส่งผลต่อความปลอดภัยต่อผู้บริโภค และประเทศคู่ค้า

ปัจจุบันตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงเติบโตค่อนข้างสูงทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยปี 2564 มีมูลค่าการส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงมากกว่า 5 หมื่นล้านบาท และช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เติบโตถึงร้อยละ 7-10 ต่อปี หากผลการทดลองหรือวิจัยเกี่ยวกับการนำกัญชา กัญชง และกระท่อม มาเป็นส่วนประกอบในการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง มีความปลอดภัย และมีสรรพคุณส่งเสริมสุขภาพของสัตว์เลี้ยง กรมปศุสัตว์จะส่งเสริม สนับสนุนภาคเอกชนให้ผลิตและส่งออกทุกรูปแบบ

อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เรื่องนี้นับเป็นโอกาสและแนวโน้มที่ดีในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพื่อตอบรับนโยบายการเปิดประเทศของรัฐบาล ซึ่งถ้ามีข้อมูลพิสูจน์และหลักฐานสนับสนุนที่ชัดเจนจะสามารถต่อยอดให้ด้านเศรษฐกิจ ในการส่งออกอาหารสัตว์ที่ผสมและผลิตจากสมุนไพรไทย เพิ่มศักยภาพและความแตกต่างในการเข้าแข่งขันสู่ตลาดอาหารสัตว์โลกรายแรก สร้างอัตลักษณ์ของประเทศ

‘เฉลิมชัย’สั่งลุยแผนงานชลประทาน งบปี’66 สร้างประโยชน์ให้ประชาชนมากที่สุด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/615761

'เฉลิมชัย'สั่งลุยแผนงานชลประทาน งบปี'66 สร้างประโยชน์ให้ประชาชนมากที่สุด

วันจันทร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 13.27 น.

รมว.เกษตรฯ ติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาแหล่งน้ำในลุ่มน้ำคลองตะกั่วป่า เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนทั้งในเรื่องน้ำหลากและการขาดแคลนน้ำ

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2564 ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ชลประทานจังหวัดพังงา ณ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กองค์การบริหารส่วนตำบลท่านา อ.กะปง จ.พังงา ซึ่งมีโครงการชลประทานที่มีอยู่ในจังหวัดพังงา ทั้งหมด 166 โครงการ มีพื้นที่รับประโยชน์ จำนวน 60,960 ไร่ ประกอบด้วย 1) โครงการชลประทานขนาดเล็ก ในพื้นที่ชลประทาน 22,000 ไร่ จำนวน 151 โครงการ 2) โครงการพระราชดำริ ในพื้นที่ชลประทาน 9,160 ไร่ ได้แก่ ฝายทดน้ำ 7 แห่ง ในพื้นที่ชลประทาน 6,560 ไร่ และอาคารอัดน้ำ 3 แห่ง พื้นที่ชลประทาน 2,600 ไร่ และ 3) โครงการชลประทานขนาดกลาง ในพื้นที่ชลประทาน 29,800 ไร่ ฝายทดน้ำ 5 แห่ง โดยในพื้นที่จังหวัดพังงานี้ ไม่มีแหล่งเก็บกักน้ำประเภทอ่างเก็บน้ำที่จะใช้ในการบริหารจัดการน้ำ ส่งผลให้เกิดน้ำหลาก ลุ่มน้ำคลองตะกั่วป่า และลุ่มน้ำคลองพังงา อีกทั้งยังส่งผลให้ขาดแคลนน้ำในช่วงเดือนธันวาคม ถึงมีนาคมด้วย

สำหรับความก้าวหน้าในการพัฒนาลุ่มน้ำคลองตะกั่วป่า อ.ตะกั่วป่า อ.กะปง จ.พังงา กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมชลประทาน ได้ศึกษาความเหมาสมของอ่างเก็บน้ำแล้วเสร็จ จำนวน 3 โครงการ อยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสม จำนวน 8 โครงการ และอาคารอัดน้ำที่อยู่ระหว่างการศึกษา จำนวน 4 โครงการ

นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังได้รับฟังการรายงานความคืบหน้าโครงการฝายคลองท่านา หากแล้วเสร็จจะสามารถสนับสนุนพื้นที่การเกษตร (สวนปาล์มน้ำมัน) 250 ไร่ และลดปัญหาการกัดเซาะในฤดูน้ำหลาก และโครงการฝายคลองสวนพลูพร้อมระบบส่งน้ำ ซึ่งอยู่ระหว่างเตรียมงาน คาดว่าจะเริ่มการก่อสร้างได้ภายในเดือนมกราคม 2565 หากดำเนินการแล้วเสร็จ จะสามารถช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค ให้ราษฎรหมู่ที่ 4 และ 9 จำนวน 600 ครัวเรือน และพื้นที่การเกษตร จำนวน 300 ไร่

อย่างไรก็ตาม กรมชลประทาน ได้เตรียมโครงการที่จะเสนอขอตั้งงบประมาณปี 2566 ของจังหวัดพังงา ได้แก่ 1) โครงการฝายบ้านกะปง หมู่ที่ 2 ต.กะปง อ.กะปง เพื่อลดการพังทลายเสียหายของตลิ่งบริเวณลำคลองกะปง และดักตะกอนในลำน้ำในฤดูน้ำหลาก และเก็บกักน้ำไว้ในลำน้ำในช่วงฤดูแล้ง และสนับสนุนพื้นที่เพาะปลูก 150 ไร่ 2) โครงการฝายดักตะกอนคลองบางม่วง (แห่งที่ 2) หมู่ที่ 1 ต.บางม่วง อ.ตะกั่วป่า เพื่อลดการพังทลายเสียหายของตลิ่งบริเวณลำคลองกะปง และดักตะกอนในลำน้ำในฤดูน้ำหลาก และเก็บกักน้ำไว้ในลำน้ำในช่วงฤดูแล้ง และสนับสนุนพื้นที่เพาะปลูก 150 ไร่ 3) โครงการปรับปรุงระบบท่อส่งน้ำสายใหญ่ และปรับปรุงระบบท่อส่งน้ำสายแยกขวา ฝายคลองทับยาว อันเนื่องมาจากพระราชดำริ หมู่ที่ 1 ต.เหล่ อ.กะปง เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภค-บริโภคให้ราษฎรหมู่ที่ 1,2,3,4 และ 5 จำนวน 650 ครัวเรือน และพื้นที่การเกษตร จำนวน 1,500 ไร่ และ 4) โครงการปรับปรุงระบบท่อส่งน้ำสายใหญ่ และปรับปรุงระบบท่อส่งน้ำสายแยกขวา ฝายคลองทับยาว อันเนื่องมาจากพระราชดำริ หมู่ที่ 1 ต.เหล่ อ.กะปง เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภค-บริโภคให้ราษฎรหมู่ที่ 1,2,3,4 และ 5 จำนวน 650 ครัวเรือน และพื้นที่การเกษตร จำนวน 1,500 ไร่

“กระทรวงเกษตรฯ พร้อมที่จะเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนและพี่น้องเกษตรกร งบประมาณที่กระทรวงเกษตรฯ จัดสรรมา จะต้องสร้างประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนให้มากที่สุด ซึ่งในวันนี้พูดได้เต็มปากว่าวันที่รับปากว่าจะทำให้พี่น้องชาวพังงาเราทำได้จริง และสำหรับโครงการต่างๆ ที่กรมชลประทานนำเสนอในปีงบประมาณ 66 ยืนยันว่าได้ดำเนินตามแผน และบรรจุเข้างบประมาณเรียบร้อยแล้ว ส่วนโครงการที่ขอเร่งด่วน ที่จะสามารถช่วยเหลือพี่น้องในพื้นที่ได้ ได้มอบหมายให้กรมชลประทานพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการโดยเร่งด่วน สำหรับในส่วนของสหกรณ์การเกษตรตะกั่วป่า จำกัด ที่เสนอขอก่อสร้างอาคารโครงคลุมรวบรวมผลผลิตในการเกษตรได้มอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดหางบประมาณเพื่อมาสร้างประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนอย่างคุ้มค่าที่สุด” ดร.เฉลิมชัย กล่าว

‘เฉลิมชัย’เตรียมแผนเพิ่มประสิทธิภาพกักเก็บน้ำ สร้างแหล่งน้ำต้นทุนผลิตน้ำประปาภูเก็ต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/615643

'เฉลิมชัย'เตรียมแผนเพิ่มประสิทธิภาพกักเก็บน้ำ สร้างแหล่งน้ำต้นทุนผลิตน้ำประปาภูเก็ต

วันอาทิตย์ ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 16.43 น.

“เฉลิมชัย”เตรียมแผนเพิ่มประสิทธิภาพในการกักเก็บน้ำ สร้างแหล่งน้ำต้นทุนผลิตน้ำประปาในเขต อ.เมือง จ.ภูเก็ต พัฒนาภูมิทัศน์

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะติดตามสถานการณ์และการบริหารจัดการน้ำ และความคืบหน้าโครงการอ่างเก็บน้ำคลองกะทะ ณ ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นแหล่งน้ำต้นทุนในการผลิตน้ำประปาในเขต อ.เมือง จ.ภูเก็ต และเป็นแหล่งน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคของประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงบริเวณอ่างเก็บน้ำ

ทั้งนี้ นายเฉลิมชัย กล่าวว่า จากการติดตามในครั้งนี้พบว่าปริมาณความต้องการน้ำอุปโภคบริโภคเพิ่มสูงขึ้น อีกทั้งแหล่งเก็บกักน้ำที่นำมาใช้ประโยชน์ได้ มีปริมาณไม่เพียงพอ อีกทั้งการนำน้ำท่ามาใช้ประโยชน์น้อยกว่าศักยภาพที่ควรจะเป็น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน มีแนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพแหล่งเก็บกักน้ำและเพิ่มศักยภาพการจ่ายน้ำของแหล่งน้ำให้มากขึ้น เพิ่มปริมาณการสูบใช้น้ำจากน้ำท่าให้มากขึ้น และเพิ่มปริมาณการใช้น้ำจากแหล่งน้ำอื่น ๆ เช่น น้ำใต้ดิน น้ำบาดาล น้ำทะเล หรือน้ำจากนอกพื้นที่ ซึ่งมีเป้าหมายในการพัฒนาแหล่งน้ำดังกล่าว ให้มีปริมาณน้ำต้นทุนสำหรับการอุปโภคบริโภค

ส่วนสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำคลองกระทะ (ข้อมูล ณ วันที่ 2 พ.ย. 64) มีปริมาณน้ำ 4.13 ล้าน ลบ.ม. (99.7%) คาดว่าภายในสิ้นปี 2564 จะมีปริมาณน้ำ 3.20 ล้าน ลบ.ม.โดยมีแผนจ่ายน้ำช่วงฤดูแล้ง 2565 ได้แก่ แผนจ่ายน้ำให้การประปาส่วนภูมิภาค เฉลี่ย 12,000 ลบ.ม./วัน ทุกวันตลอดปี เนื่องจากยังไม่มีแหล่งน้ำดิบอื่น และแผนจ่ายน้ำให้เทศบาลตำบลฉลอง เฉลี่ย 3,000 ลบ.ม./วัน ซึ่งคาดว่าจะเพียงต่อการอุปโภคบริโภคของประชาชนในพื้นที่

จากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เดินทางไปพบปะและรับฟังปัญหาจากประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่ ณ ขุมน้ำวัดฉลอง หมู่ที่ 6 ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต โดยกล่าวว่า จากการประเมินการเจริญเติบโตของจังหวัดภูเก็ตจากการเปิดเมืองและการต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มีมากยิ่งขึ้น จะต้องมีปริมาณน้ำต้นทุนที่จะใช้ประมาณ 80 ล้าน ลบ.ม.ขณะนี้แหล่งน้ำทั้งหมดในจังหวัดภูเก็ต ยังมีไม่ครบ มีประมาณ 76 ล้าน ลบ.ม.แต่ขณะนี้ได้ดำเนินการพัฒนาแหล่งน้ำที่มีอยู่ อย่างอ่างเก็บน้ำคลองกะทะแห่งนี้จะมีการเสริมสันโดยใช้ฝายพับได้ ซึ่งจะได้น้ำอีกประมาณ 4 แสน ลบ.ม.มีการขยายเหมืองต่างๆ ที่มีอยู่ประมาณ 100 กว่าแห่ง มีการทำแก้มลิง มีการทำระบบส่งน้ำโดยใช้ระบบท่อไปให้กับพี่น้องประชาชน อีกทั้งยังมีการประสานงานกับทางจังหวัด การประปาส่วนภูมิภาค ในการบริหารจัดการน้ำในช่วงหน้าฝนให้ใช้น้ำจากฝนธรรมชาติ ส่วนในหน้าแล้งให้ใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำที่กรมชลประทานดำเนินการ

อย่างไรก็ตาม ขอให้ความมั่นใจได้ว่ากรมชลประทานจะดำเนินการให้น้ำเพียงพอกับคนภูเก็ตทั้งหมด พร้อมกับนักท่องเที่ยวที่กำลังจะเข้ามา และนอกจากการพัฒนาในเรื่องแหล่งน้ำแล้ว ยังมีประโยชน์ในด้านอื่นๆ แก่ประชาชนทั้งในเรื่องการออกกำลังกาย สันทนาการ รองรับนักท่องเที่ยวที่มาดูความสวยงามและความสะดวกสบายจากการมาใช้ประโยชน์ในพื้นที่ ซึ่งจะประสานกับการปกครองส่วนท้องถิ่น และเทศบาล ในการพัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์ ทั้งในเรื่องของเส้นทาง และห้องน้ำ เป็นต้น เพื่อให้นักท่องเที่ยวสบายใจว่าคนที่มาท่องเที่ยวจะมีสาธารณูปโภครองรับ ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 1 ปี

ชลประทานเร่งช่วย พื้นที่ประสบอุทกภัย ให้จัดจราจรทางน้ำ ลดผลกระทบปชช. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/615137

วันศุกร์ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านอุทกวิทยา เปิดเผยว่า ฝนที่ตกสะสมตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงปัจจุบันส่งผลให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ และลำน้ำธรรมชาติเพิ่มสูงขึ้น บางจุดล้นตลิ่งเข้าท่วมชุมชนและพื้นที่การเกษตร ปัจจุบันมีพื้นที่ลุ่มน้ำชี-มูล ได้รับผลกระทบ 7 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ อุบลราชธานี และร้อยเอ็ด ทางกรมชลประทานได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำช่วยเหลือพื้นที่น้ำท่วมขังและเร่งระบายน้ำในแม่น้ำชี-มูล ลงแม่น้ำโขง โดยติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำเพิ่มอัตราการไหลของน้ำ ส่วนในลุ่มน้ำป่าสัก และลุ่มน้ำเจ้าพระยา ฝนที่ตกต่อเนื่องทำให้มีปริมาณน้ำเกินความจุของลำน้ำ จนน้ำเอ่อล้นตลิ่งใน 10 จังหวัด ได้แก่ ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สิงห์บุรี อ่างทอง พิษณุโลก พิจิตร ชัยนาท สุพรรณบุรี และอุทัยธานี กรมชลประทาน ได้เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว

ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 85 เครื่อง และเครื่องผลักดันน้ำ 198 เครื่อง เพื่อช่วยระบายน้ำในลำน้ำต่างๆ ลดผลกระทบต่อประชาชน พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำ บูรณาการร่วมกับจังหวัดละหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน สั่งการให้ทุกโครงการชลประทานบริหารจัดการน้ำ โดยการจัดจราจรทางน้ำให้กระทบกับประชาชนน้อยที่สุด พร้อมทั้งให้เก็บกักน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งที่กำลังจะมาถึงนี้ รวมถึงสำรวจความเสียหายของอาคารชลประทาน เพื่อปรับปรุงให้มีสภาพพร้อมใช้งาน ส่วนพื้นที่น้ำลดแล้ว ให้เร่งสำรวจความเสียหาย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้เร็วที่สุด

ศูนย์ข้าวขอนแก่นหนุนทำแปลงใหญ่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/615135

วันศุกร์ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายมงคล จันทร์ประทัด ผอ.ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวขอนแก่น กล่าวว่า พื้นที่แปลงใหญ่ของบ้านโนนพะยอม อ.น้ำพอง มีสมาชิกร่วมโครงการแปลงใหญ่ทั้งหมด 67 ราย ทำแปลงข้าวทั้งหมด 770 ไร่ ทั้งข้าวเหนียว กข6 และข้าวเจ้าขาวดอกมะลิ 105 โดยกรมการข้าว ได้คัดเลือกให้แปลงใหญ่บ้านโนนพะยอม เข้าร่วมโครงการของกรมการข้าว มีการมอบนักวิชาการ และเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำเรื่องการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว และการผลิตข้าวคุณภาพมาตรฐาน GAP และมาตรฐานข้าวอินทรีย์ โดยติดตามกระบวนการผลิตทุกขั้นตอน จนถึงการเก็บเกี่ยว ลดความชื้นให้ข้าวมีคุณภาพ ทั้งเมล็ดพันธุ์และข้าวคุณภาพมาตรฐาน GAP

ด้านนายอภิชาติ การุญ ประธานกลุ่มแปลงใหญ่ข้าวบ้านโนนพะยอม เปิดเผยว่า เดิมทำนาแบบต่างคนต่างทำ ต้นทุนสูง ทำแบบไม่มีความรู้ด้านวิชาการ พอมารวมกลุ่มเป็นนาแปลงใหญ่ มีนักวิชาการจากศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวขอนแก่น กรมส่งเสริมการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน เข้ามาให้ความรู้และมอบปัจจัยการผลิต เมื่อเป็นกลุ่มที่เข้มแข็ง เห็นได้ชัดว่าสามารถลดต้นทุนได้เยอะ เมื่อก่อนมีค่าใช้จ่ายซื้อสารเคมีควบคุมการผลิต เมื่อลดต้นทุนได้ ก็ได้เมล็ดพันธุ์ข้าวเพิ่มด้วย จากแต่ก่อน 1 ไร่ ในเขตชลประทานได้ประมาณ 500 กิโลกรัมต่อไร่ ขณะนี้ได้ 560-570 กว่ากิโลกรัมต่อไร่

ขณะที่นายบุญทัน กันยาเนียม ผู้ใหญ่บ้านบ้านโนนพะยอม กล่าวว่า เมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยว นอกจากจะผลิตเมล็ดพันธุ์แล้ว กลุ่มยังมีการแปรรูปข้าว และคัดแยกพวกกาก ทำความสะอาดก่อนจะบรรจุแพ็กสุญญากาศ หรือว่าเป็นแพ็กตามความต้องการของสมาชิก และช่องทางการตลาด เมื่อได้มาแปรรูปและส่งขายแล้ว ก็ส่งผลให้คุณภาพชีวิตของสมาชิกดีขึ้น มีรายได้เพิ่มขึ้นในครอบครัว แล้วก็มีการปันหุ้นให้กับสมาชิกอีกด้วย นี่คือรายได้จากที่ได้รวมกลุ่มกันจนประสบความสำเร็จ