เชียงรายประกวด อาหารพื้นถิ่น-ฟิวชั่น เสริมการท่องเที่ยว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/594104

เชียงรายประกวด อาหารพื้นถิ่น-ฟิวชั่น เสริมการท่องเที่ยว

วันพุธ ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬา จ.เชียงราย ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย จัดกิจกรรมประกวดทำอาหารพื้นถิ่นและอาหารฟิวชั่น ที่อาคารปฏิบัติการเฉพาะวิชาคหกรรมศาสตร์ สำนักวิชาสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย โดยมีนายวุฒิชัย เสาวโกมุท รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิด และนายบุญเชิด ลีลาคุณากร ท่องเที่ยวและกีฬา จ.เชียงราย กล่าวรายงาน พร้อมนำผู้เกี่ยวข้องและทีมปรุงอาหารจากผู้ประกอบการชื่อดังและสถานศึกษาต่างๆ เข้าประกวด โดยการแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคืออาหารพื้นถิ่น และอาหารพื้นถิ่นฟิวชั่น ซึ่งพบว่ามีทีมเข้าร่วมแข่งขันประเภทละ 8 ทีม โดยต่างนำวัตถุดิบและเครื่องปรุงต่างๆ เข้าร่วมแข่งขันอย่างมีสีสัน 

นายบุญเชิดกล่าวว่า จ.เชียงราย ได้กำหนดจัดกิจกรรมส่งเสริมปีการท่องเที่ยว จ.เชียงราย “VisitChiangrai Year ประจำปี 2564” ภายใต้โครงการส่งเสริมการตลาดและการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มด้านการท่องเที่ยว เชิงวัฒนธรรม เชิงนิเวศ และเชิงสุขภาพแบบบูรณาการ 

ดังนั้นจึงมีการจัดประกวดอาหารพื้นถิ่นโดยแบ่งเป็น 2 ประเภทดังกล่าวโดยประเภทแรกเน้นความเป็นอัตลักษณ์ชุมชนโดยให้คงรสชาติ รูปลักษณ์ของอาหารตามแบบฉบับดั้งเดิม ส่วนประเภทฟิวชั่นเน้นใช้วัตถุดิบหลักอย่างใบชาและกาแฟ เพื่อเปิดให้ผู้แข่งขันนำใบชาและกาแฟมารังสรรค์เข้ากับอาหารถิ่นในรูปอาหารฟิวชั่น ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 50,000 บาท พร้อมโล่รางวัลและประกาศนียบัตร

ลุยเกษตรสุดเขตไทย : ช่วยพยุงราคาผลไม้สุดด้ามขวานไทย ต่อลมหายใจพี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนใต้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/594106

ลุยเกษตร สุดเขตไทย : ช่วยพยุงราคาผลไม้สุดด้ามขวานไทย ต่อลมหายใจพี่น้อง3จังหวัดชายแดนใต้

วันพุธ ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ลุยเกษตรสุดเขตไทย โดย “หนุ่มยูโร” วันนี้ยังอยู่ที่ภาคใต้ ไปดูการช่วยเหลือพี่น้องชาวสวนผลไม้ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยะลา นราธิวาส และปัตตานี เป็นเรื่องที่น่ายินดีเมื่ออาทิตย์ก่อน รองนายกสมาคมผู้ส่งออกผลไม้ไทยภาคใต้ ได้นำนักลงทุนและผู้ส่งออกชาวจีนเดินทางมายังจังหวัดนราธิวาส เพื่อเข้าพบนายกูเซ็ง ยาวอหะซัน นายกอบจ.นราธิวาส นายสาราหุดิน อาบู ประธานสภาอบจ.นราธิวาส เพื่อสร้างความมั่นใจและปรึกษาแนวทางการรับซื้อผลไม้เพื่อส่งออกไปยังตลาดประเทศจีนเพื่อช่วยพยุงราคาผลไม้ที่ตกต่ำเพราะพิษโควิด-19

สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยะลา ปัตตานี และนราธิวาสเป็นจังหวัดที่ “หนุ่มยูโร”คุ้นเคย เดินทางไปถ่ายทอดเรื่องการเกษตรหลายครั้ง ร่วมกับทีมลุงพร เกษตรก้าวไกล ลุยสวนทุเรียนมาแล้วมากมาย รับรู้ปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรในพื้นที่เป็นอย่างดี เราลุยสุดชายแดนไปถึง อ.เบตง ใต้สุดสยาม ชื่นชมในผลผลิตของเกษตรกรทุกปี มาช่วงนี้ทราบว่าราคาผลไม้ตกต่ำมากๆ ทั้งทุเรียน มังคุด และลองกอง

นับว่ายังมีข่าวดีคือการเปิดตลาดกลางการเกษตร ซึ่งเป็นอีกหนึ่งนโยบายของจังหวัดนราธิวาส โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส เพื่อต้องการกระจายผลผลิตทางการเกษตรที่ได้รับผลกระทบ ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 จึงได้เชิญนักลงทุนและพ่อค้าผู้รับซื้อผลไม้ ทั้งไทยและต่างประเทศ รวมกันปรึกษาหาแนวทางในการกระตุ้นเศรษฐกิจและระบายผลผลิตในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส โดยแนวทางในการดำเนินการ จะเปิดตลาดกลางการเกษตรให้เกษตรกรสามารถนำผลผลิตโดยเฉพาะทุเรียน นำมาขายได้ตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป

นายกูเซ็ง ยาวอหะซัน นายกอบจ.นราธิวาส กล่าวว่า การเปิดตลาดกลางทางการเกษตรจังหวัดนราธิวาส เพื่อลดต้นทุนของเกษตรกรในการเดินทางเพื่อนำผลผลิตทางการเกษตรโดยเฉพาะทุเรียน ไปขายยังจังหวัดยะลา และเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการ ในการเฝ้าระวังโควิด-19 การเปิดตลาดกลางการเกษตรในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากนายเจษฎา จิตรัตน์ ผวจ.นราธิวาส ซึ่งได้ออกคำสั่งมาตรการการผ่อนปรนในเรื่องของการเดินทาง หลังเวลา 21.00 น. ถึง 04.00 น. เพื่อให้เกษตรกรสามารถเดินทางและขนส่งผลไม้ มายังพื้นที่ตลาดกลางการเกษตรได้

นายสาราหุดิน อาบู ประธานสภาอบจ.นราธิวาส ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโครงการ กล่าวถึง การดำเนินการจัดเตรียมสถานที่เพื่อรองรับเกษตรกรในการนำผลผลิตมาขายในครั้งนี้ว่า การจัดเตรียมตลาดการเกษตรซึ่งตั้งอยู่บนถนนเพชรเกษมขาออก ข้างปั๊ม ปตท. ปลักปลา ซึ่งที่นี้ ถือเป็นสถานที่ที่เหมาะสม เพราะเป็นเส้นทางหลัก ที่เกษตรกรสามารถเดินทางได้สะดวก ตั้งอยู่บนถนนเพชรเกษม 4084 สะดวกกับการเดินทาง ประกอบกับมีร้านค้า ร้านอาหาร ที่สามารถอำนวยความสะดวกให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดี

นายมูหามัดรอซากี รองนายกสมาคมผู้ส่งออกผลไม้ภาคใต้ กล่าวถึงแนวทางในการรับซื้อผลไม้โดยเฉพาะทุเรียน ซึ่งมีผลผลิตมากในจังหวัดนราธิวาสว่า เกษตรกรทุเรียนสามารถนำทุเรียนมาจำหน่ายให้กับนักลงทุนและผู้ซื้อได้โดยตรง โดยทางสมาคมฯ ได้ติดต่อประสานงานไปยังผู้ซื้อจากหลายๆส่วน ทั้งจากตลาดไท กลุ่มผู้ส่งออก ชาวไทยและต่างประเทศ โดยในครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากผู้ส่งออกชาวจีน ได้เดินทางมาดูสถานที่และจะเปิดตลาดรับซื้อโดยตรงใช้ระยะเวลา ประมาณ 2 เดือน

ส่วนที่จ.ยะลา พลเรือตรีสมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหาร จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เร่งแก้ปัญหาการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตร
ในพื้นที่ จ.ยะลา โดยเปิดตลาดที่แยกมาลายูบางกอง ถนนสาย 15 ตำบลสะเตงอำเภอเมือง จังหวัดยะลา โดยบริเวณจุดดังกล่าวถือเป็นจุดที่มีการรับซื้อทุเรียนรายใหญ่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเกษตรกรส่วนใหญ่ในพื้นที่จะนำทุเรียนมาจำหน่ายให้กับผู้ประกอบการเพื่อส่งจำหน่ายต่อในพื้นที่อื่นๆ โดยปัญหาที่พบในปีนี้ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของระบบการขนส่งที่ไม่สามารถขนส่งไปจำหน่ายในพื้นที่ต่างๆ ได้ เนื่องจากในพื้นที่เองมีมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะในการเดินทางไป-มานอกพื้นที่

นับเป็นเรื่องที่ดีที่องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น เข้ามาช่วยเกษตรกรอีกแรงครับ

 “หนุ่มยูโร”

สสก.1 จ.ชัยนาท เปิดทริป 1 อำเภอ 1 ท่องเที่ยวเชิงเกษตร สร้างรายได้เพิ่มให้ชุมชน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/593950

สสก.1 จ.ชัยนาท เปิดทริป 1 อำเภอ 1 ท่องเที่ยวเชิงเกษตร สร้างรายได้เพิ่มให้ชุมชน

สสก.1 จ.ชัยนาท เปิดทริป 1 อำเภอ 1 ท่องเที่ยวเชิงเกษตร สร้างรายได้เพิ่มให้ชุมชน

วันอังคาร ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 13.56 น.

สสก.1 จ.ชัยนาท ไม่เคยหยุดเดินหน้าพัฒนาภาคเกษตร เปิดเกมรุก 1 อำเภอ 1 ท่องเที่ยวเชิงเกษตร ชูนำร่องที่ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ชวนลงเรือเข้าชมสวนชมทุเรียนโบราณแหล่งผลิตไม้ดอกไม้ประดับ ชมบ้านโบราณ 100 ปีไหว้พระวัดศรีบุญเรือง และตื่นตากับสวนสมุนไพร งานนี้สร้างรายได้เพิ่มให้ชุมชนเกษตรกรเต็มที่

นายวีระชัย เข็มวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท (สสก.1) เปิดเผยว่า การส่งเสริมการท่องเที่ยว 1 อำเภอ 1 แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร เป็นหนึ่งภารกิจที่สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท(สสก.1) กำหนดดำเนินการในพื้นที่รับผิดชอบทั้ง 9 จังหวัด ภายใต้นโยบายการส่งเสริมการเกษตรเชิงรุก Chai Nat (Zone 1) Agro Model ตามยุทธศาสตร์เชิงรุกแบบมีเป้าหมายของ สสก. 1 จ.ชัยนาท

“สสก. 1 จ.ชัยนาท ได้กำหนดให้ อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี เป็นพื้นที่นำร่อง ด้วยเป็นพื้นที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงเกษตรอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นผลผลิตทางการเกษตรที่ขึ้นชื่อ อย่างทุเรียนเมืองนนท์ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์หรือ  GI และผลไม้อื่น ๆ รวมถึงเป็นจังหวัดที่อยู่ติดกับกรุงเทพมหานคร และที่สำคัญเกษตรกรยังมีการอนุรักษ์วิถีการทำเกษตรแบบดั้งเดิมไว้อย่างน่าสนใจ”

ผอ.สสก. 1 จ.ชัยนาท กล่าวต่อไปว่า ในการส่งเสริมการท่องเที่ยว 1 อำเภอ 1 แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรของอำเภอบางกรวยนั้น สสก. 1 จ.ชัยนาทได้เน้นท่องเที่ยวทางเรือลัดเลาะไปตามคลองต่างๆ ของอำเภอบางกรวย ภายในระยะเวลาครึ่งวันที่จะทำให้นักท่องเที่ยวได้รับประสบการณ์ที่แสนประทับใจอย่างครบถ้วน เช่น การเยี่ยมชมสวนทุเรียนโบราณ การเพาะเลี้ยงไม้ดอกไม้ประดับ รวมถึงเรียนรู้วิถีชีวิตของเกษตรกรชาวสวนบางกรวย

ขณะที่ นายสมพร นามพิลา เกษตรจังหวัดนนทบุรี  กล่าวเพิ่มเติมว่านนทบุรี ถือว่าเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีความโดเด่นด้านการประกอบอชีพการเกษตร โดยเฉพาะอำเภอบางกรวย ที่ยังคงมีเกษตรกรยึดแนวทางการประกอบอาชีพแบบดั่งเดิม มีผลผลิตมีความโดดเด่น ทั้งด้านไม้ผล ไม้ดอกไม้ประทับ และสมุนไพร ดังนั้นสำนักงานเกษตรจังหวัดนนทบุรี จึงร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอบางกรวย ดำเนินการพัฒนาสร้างความพร้อมของเกษตรกร และพื้นที่การเกษตรเพื่อจัดทำเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรตามนโยบายส่งเสริมการเกษตรเชิงรุก Chai Nat (Zone 1) Agro Model ส่งเสริมการท่องเที่ยว 1 อำเภอ 1 แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ของ นายวีระชัย เข็มวงษ์ ผอ.สสก.1 จ.ชัยนาท ซึ่งจะช่วยในการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดนนทบุรีรวมถึงการช่วยสร้างรายได้เพิ่มให้กับเกษตรกรโดยสำนักงานเกษตรจังหวัดนนทบุรี มีเป้าหมายที่จะขยายผลดำเนินต่อไปให้ครบทุกอำเภอ

“ สำหรับเส้นทางการท่องเที่ยว ประกอบด้วย “สวนทุเรียนคุณแผ่นดิน” ของนายชคดี นนทสวัสดิ์ศรี เป็นสวนที่มีการอนุรักษ์สายพันธุ์ทุเรียนโบราณที่เรียกว่า หาชมที่ไหนไม่ได้แล้วมากกว่า 30 สายพันธุ์เช่น พันธุ์กบชายน้ำ กบตาขำ อีรวง เม็ดในยายปราง เป็นต้น โดยใช้ระบบการจัดการดูแลแบบดั่งเดิมที่สืบทอดกันมาพร้อมกันนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานเกษตรจังหวัดนนทบุรี ให้มีการรวมกลุ่มของเกษตรกรในพื้นที่จำนวน 40 คน จัดตั้งเป็นเกษตรแปลงใหญ่นนทบุรี โดยมีนายชคดีเป็นประธาน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเกษตรแปลงใหญ่ที่ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย พร้อมให้ผู้สนใจเข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้”

สถานที่ท่องเที่ยวอีกจุดที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ “สวนลัดดาวัลย์”ถ้ามาท่องเที่ยวทางเรือก็จะมาขึ้นเรือที่นี่ ท่านจะได้ถ่ายรูปกับดอกไม้สวยๆ ดอกหน้าวัวปทุมมา เดินชมสวนเกษตรแบบผสมผสาน มีการเลี้ยงชันโรงจำนวนมากเพื่อผสมเกสรและนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ  น้ำผึ้งชันโรง สบู่ สบู่เหลว พรอพอลิสนอกจากนั้นยังมีการทำสมุนไพรแปรรูป ลูกประคบ สมุนไพรอบแห้ง และฟ้าทะลายโจรอัดเม็ดที่กำลังได้รับความนิยม เสริมภูมิคุ้มกันและป้องกันโรคโควิด-19   รับรองว่ามีของถูกใจให้ซื้อกลับบ้านกันมากมายครับ

นอกจากนั้นยังมี “บ้านโบราณ 100 ปี” นอกจากจะได้เห็นบรรยากาศของบ้านไม้และฝีมือช่างสมัยเก่า ยังได้เห็นเครื่องใช้ต่างๆ ยังคงสภาพสมบูรณ์ให้คนรุ่นหลังได้ชม และอีกสถานที่ที่พลาดไม่ได้ คือ “วัดศรีบุญเรือง ให้ทุกคนที่มาได้เยี่ยมชมความสวยงามของวัดและกราบไหว้หลวงพ่อกลางสวนเพื่อความเป็นสิริมงคล และต่อกันที่“สวนสมุนไพรเฉลิมพระเกียรติ 84 ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช”ขึ้นเรือที่ท่าน้ำวัดสุนทรธรรมิการามและเดินข้ามสะพานมาเยี่ยมชมสวนสมุนไพรชนิดต่างๆ จากทั่วประเทศกว่า 300 ชนิด ที่หาชมได้ยากถูกรวบรวมมาปลูกไว้ที่นี่โดยชาวชุมชนช่วยกันปลูกและอนุรักษ์ดูแล ถือเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับเยาวชนและผู้ที่สนใจได้เข้าชมและศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรต่างๆ ที่มีสรรพคุณที่น่าตื่นตาตื่นใจ เรียกว่าชมและศึกษาได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ

และจุดสุดท้าย “ศาลเจ้าแม่ทับทิม” ริมคลองมหาสวัสดิ์  มีอายุมากกว่า 100 ปี ลักษณะของศาลจะสร้างด้วยไม้เกือบ 90 เปอร์เซ็นต์ ส่วนของหลังเป็นกระเบื้องดินเผา ภายในมีรูปปั้น เจ้าแม่จุ้ยป่วยเนี้ยว ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นเทพเจ้าแห่งท้องทะเล คุ้มครองผู้เดินทางทางเรือ  เนื่องจากในอดีตเมืองนนทบุรี เป็นเมืองท่าและค้าขายทางเรือ สำหรับผู้สนใจที่ต้องการมาท่องเที่ยวสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอบางกรวย โทร.0-2591-6772

ด้าน นายชคดี นนทสวัสดิ์ศรี เกษตรกรเจ้าของสวนคุณแผ่นดิน กล่าวว่า สวนคุณแผ่นดิน เป็นสวนที่ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาจากสสก.1จ.ชัยนาท โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดนนทบุรีและสำนักงานเกษตรอำเภอบางกรวยมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดการพัฒนาในด้านต่างๆจนประสบความสำเร็จ โดยการท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ดำเนินการนั้นถือว่าได้สร้างประโยชน์แก่เกษตรกรและชุมชนเป็นอย่างมาก

“สำหรับสวนคุณแผ่นดิน  มีพื้นที่รวม 10 ไร่ เป็นสวนทุเรียนที่เน้นการอนุรักษ์สายพันธุ์ทุเรียนโบราณถึง 40 สายพันธุ์ โดยนักท่องเที่ยวจะได้รับความสนุกเพลิดเพลินจากการเดินชมสวนทุเรียน พร้อมทั้งเรียนรู้เทคนิคการบริหารจัดการดูแลสวนแบบชาวสวนเมืองนนท์ ที่เน้นจัดการแบบรักษาระบบนิเวศน์ดั้งเดิมไว้ โดยไม่ต้องใช้สารเคมี ทำให้ได้ผลผลิตที่ปลอดภัย และที่สำคัญคือ ได้ไขข้อข้องใจว่าทำไมทุเรียนเมืองนนท์จึงแพง ทางสวนพร้อมพาไปค้นหาคำตอบอีกทั้งยังได้เลือกซื้อผลผลิตทางการเกษตรจากเครือข่ายเกษตรกรในพื้นที่อีกด้วย ดังนั้นจึงขอเชิญชวนให้ทุกคนได้มาท่องเที่ยว ทางสวนพร้อมให้การต้อนรับ” เจ้าของสวนคุณแผ่นดิน กล่าวทิ้งท้าย

เปิดปฏิทินอบรมบัญชีฟรีผ่านออนไลน์ยุคโควิด เน้นกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์-เครดิตยูเนี่ยน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/593805

เปิดปฏิทินอบรมบัญชีฟรีผ่านออนไลน์ยุคโควิด เน้นกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์-เครดิตยูเนี่ยน

วันอังคาร ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ (กสส.) เปิดเผยว่า กรมได้เตรียมเปิดอบรมหลักสูตร“การเงิน การบัญชี และการบริหารสำหรับกรรมการสหกรณ์”ผ่านระบบออนไลน์เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยหลักสูตรที่ผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการพัฒนาสหกรณ์แห่งชาติ(คพช.) การอบรมจะจัดฟรีให้กับกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนขนาดเล็ก คือ สหกรณ์ที่มีสินทรัพย์น้อยกว่า 5 พันล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของนางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ที่กำกับดูแลกรมส่งเสริมสหกรณ์ เพื่อให้กรรมการสหกรณ์ได้มีคุณสมบัติเป็นไปตามกฎกระทรวงหมวด 2 ข้อ 8 ที่บัญญัติในเรื่องคุณสมบัติของกรรมการสหกรณ์ทั้ง 2 ประเภทไว้ว่าจะต้องมีคุณวุฒิในด้านเงิน การบัญชี การบริหารจัดการและด้านเศรษฐศาสตร์ซึ่งในบทเฉพาะกาลให้ระยะเวลาในการพัฒนาบุคลากรให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี คือภายใน 10 ก.พ. 2566 ในปี 2564 กรมจะจัดอบรม 6 รุ่น รุ่นละ 200 คน เมื่อจบหลักสูตรจะได้รับใบรับรองของหลักสูตรที่ออกโดยกรมส่งเสริมสหกรณ์

“กรมได้มีการเตรียมการมาเป็นลำดับ ตั้งแต่ขั้นตอนการพิจารณาหลักสูตร และเสนอให้คพช.รับรองหลักสูตร การถามความเห็นของสหกรณ์ที่ประสงค์จะอบรม และนำมาสู่การจัดปฏิทินการอบรม 6 รุ่น ซึ่งจะทำให้กรรมการสหกรณ์เหล่านี้มีคุณสมบัติครบ ซึ่งในช่วงการเปลี่ยนผ่านจนกว่ากฎหมายจะมีสภาพบังคับในเดือนก.พ 2566 กรรมการสหกรณ์แต่ละแห่งที่คัดเลือกกันใหม่ในห้วงเวลานี้จะสามารถขออบรมในหลักสูตรนี้ได้ ซึ่งกรมฯจะจัดทุกปีเพื่อช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์ ในขณะที่สหกรณ์ขนาดใหญ่มีสินทรัพย์มากกว่า 5 พันล้านบาท ทางสันนิบาตสหกรณ์ ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์ ชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนได้มีการจัดอบรมในหลักสูตรของกรมด้วยเช่นกัน”
อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์กล่าว

สำหรับการอบรมปี 2564 จะมีการจัด 6 รุ่น รุ่นละ 200 คน โดยปฏิทินในการอบรมประกอบด้วย รอบที่ 1 ระหว่างวันที่ 23-26 ส.ค. 2564 รอบที่ 2 วันที่ 30 ส.ค.- 2 ก.ย. รอบที่ 3 วันที่ 6-9 ก.ย. รอบที่ 4 วันที่ 13 -16 ก.ย. รอบที่ 5 วันที่ 20-23 ก.ย. และรอบที่ 6 วันที่ 27-30 ก.ย. 2564 นอกจากนี้ ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม ได้มีการจัดอบรมโดยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นการอบรมแบบออนไลน์และมีคณะกรรมการสหกรณ์เข้าอบรม จำนวน 96 คน

อสม.กาฬสินธุ์เฮรับกรมธรรม์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/593804

อสม.กาฬสินธุ์เฮรับกรมธรรม์

วันอังคาร ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิรัช พิมพะนิตย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมคณะทีมงานลงพื้นที่นำบัตรและกรมธรรม์ประกันภัยโรคโควิด-19 ที่ร่วมกับญาติสนิทมิตรสหายไปมอบให้กับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม.ใน 10 หมู่บ้าน ของ ต.โพนทอง อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจผู้ปฏิบัติหน้าที่ด่านหน้า เคาะประตูบ้าน พร้อมขอให้ อสม.ช่วยกันดูแลประชาชน เพื่อร่วมกันผ่าวิกฤติโรคโควิด-19

นอกจากนี้ นายวิรัช ยังได้มอบหน้ากากอนามัย และเจลแอลกอฮอล์ ให้กับอสม.และผู้นำชุมชนได้นำไปใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ และมอบแว่นสายตาให้กับกลุ่มผู้สูงอายุ และประชาชนที่มีปัญหาทางสายฟรีอีกด้วย ซึ่งในการจัดกิจกรรมเจ้าหน้าที่ได้กำชับให้ทุกคนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด ทั้งจำกัดจำนวนคน พร้อมมีจุดคัดกรอง ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ และสวมหน้ากาก

นายวิรัช พิมพะนิตย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า วัตถุประสงค์ที่ตนได้ร่วมกับญาติสนิทมิตรสหายมอบประกันภัยโควิด-19 กับอสม.ครั้งนี้ ก็เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ด่านหน้าในการป้องกันโรคโควิด ซึ่งอย่างน้อยๆ ก็ทำให้อสม.อุ่นใจมากขึ้น เพราะการปฏิบัติหน้าที่ค่อนข้างเสี่ยง และหากเกิดการเจ็บป่วยด้วยโรคโควิด-19 ก็มีประกันภัยคุ้มครองไม่ต้องห่วง เรื่องการรักษา เงินชดเชย และยังได้รับเงินชดเชยรายได้ระหว่างการรักษาตัว ซึ่งจากการลงพื้นที่พบว่าอสม.ก็มีการตอบรับดีมาก และอสม.ทุกคนยังยืนยันพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ดูแลสุขภาพประชาชนในหมู่บ้านและช่วยกันป้องกัน เพื่อที่ร่วมหยุดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างเต็มกำลัง

ด้านนางศรีนวล สำราญรื่น ผู้ใหญ่บ้านและอสม.บ้านหามแห ม.7 ต.โพนทอง อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาอสม.ทุกคนที่ปฏิบัติหน้าที่เต็มความสามารถ และไม่ใครอยากติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งการที่ได้รับประกันภัยโควิดทุกคนดีใจและอุ่นใจมากขึ้น แม้หลายคนยังฉีดวัคซีนยังไม่ครบ แต่ก็พร้อมที่จะลุยงานปฏิบัติหน้าที่ อย่างน้อยๆก็มีประกันภัยไม่ต้องห่วงเรื่องค่าดูแลรักษาตัวหากป่วยโรคโควิด-19 ขึ้นมาจริงๆ

แนะใช้น้ำรู้คุณค่า-มีประสิทธิภาพ รับมือสถานการณ์ฟ้าฝนไม่แน่นอน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/593811

แนะใช้น้ำรู้คุณค่า-มีประสิทธิภาพ  รับมือสถานการณ์ฟ้าฝนไม่แน่นอน

แนะใช้น้ำรู้คุณค่า-มีประสิทธิภาพ รับมือสถานการณ์ฟ้าฝนไม่แน่นอน

วันอังคาร ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

กรมส่งเสริมการเกษตรแนะสถานการณ์ฟ้าฝนไม่แน่นอน เกษตรกรควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ปรับตัวรับมือสถานการณ์ ใช้น้ำอย่างประหยัด ลดสูญเสีย
ให้น้ำตามความต้องการของพืช และการจัดการความชื้นที่เหมาะสมในแปลงเพาะปลูกพืช

นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการเกษตรได้เล็งเห็นปัญหาสภาพอากาศที่ไม่แน่นอน ทั้งปัญหาฝนตกไม่แน่นอน ปริมาณน้ำไม่เพียงพอต่อการเพาะปลูกรวมถึงยังพบว่าวิธีการใช้น้ำของเกษตรกรยังขาดประสิทธิภาพ ทำให้เกิดการสูญเสียน้ำไปในบางส่วน รวมทั้งมีการออกแบบติดตั้งและใช้งานระบบน้ำอย่างไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ กล่าวคือ มีการติดตั้งและใช้อุปกรณ์ไม่ถูกต้อง หัวจ่ายน้ำอุดตัน แรงดันน้ำไม่เหมาะสมทำให้มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าที่ควรจะเป็น และขาดความเข้าใจในการใช้และดูแลรักษา

ดังนั้น เพื่อให้เกษตรกรสามารถใช้น้ำได้อย่างเหมาะสมตามความต้องการของพืช อย่างรู้คุณค่าและมีประสิทธิภาพ เพื่อรับมือกับสภาพฟ้าฝนที่ไม่แน่นอน กรมส่งเสริมการเกษตรมีข้อแนะนำดังนี้ 1. ใช้น้ำอย่างประหยัด โดยหลีกเลี่ยงวิธีการให้น้ำแบบท่วมขังหรือเกินความต้องการของพืช จะช่วยลดการสูญเสียน้ำโดยเปล่าประโยชน์ได้ 2. รักษาความชื้นให้กับพืชและลดการคายน้ำของพืชด้วยวิธีเขตกรรม เช่น การใช้วัสดุคลุมดินที่โคนต้นพืช หรือแปลงเพาะปลูก การปรับปรุงบำรุงดินให้มีโครงสร้างดินที่เหมาะสมกับการอุ้มน้ำและความชื้น ด้วยพรวนดินและใส่ปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยเคมีให้เหมาะสมกับความต้องการของพืช การระวังป้องกันสภาพแวดล้อมของแปลงปลูก เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียความชื้นได้ง่าย เช่น การลดความเข้มของแสงแดดด้วยการพรางแสง หรือการปลูกไม้บังลม รวมทั้งการตัดแต่งกิ่ง เพื่อลดการคายน้ำของพืช

3. ควบคุมความชื้นในแปลงเพาะปลูกพืชช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีฝนตกชุกหรือช่วงที่มีฝนตกต่อเนื่อง เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้มีน้ำขังในบริเวณต้นพืช จะช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาโรคพืชที่มีสาเหตุมาจากเชื้อรา หรือรากพืชขาดอากาศเน่าตาย และต้นพืชหรือผลผลิตเสียหาย โดยในกรณีสภาพพื้นที่เป็นดินเหนียวจัด ให้ปรับปรุงโครงสร้างดินให้ระบายน้ำได้ดีขึ้นด้วยปุ๋ยอินทรีย์ สำหรับไม้ผลควรให้ดินโคนต้น (หลุมปลูก) ยกสูงขึ้นเป็นเนินเต่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ดินเหนียวเพื่อป้องกันน้ำขัง ส่วนในแปลงพืชไร่-พืชผัก ควรให้หน้าดินบนแปลงมีลักษณะราบเรียบไม่เป็นแอ่งเพื่อไม่ให้น้ำขังได้ง่าย มีการใช้วัสดุคลุมดินบริเวณโคนต้นพืช แต่ต้องให้มีแสงแดดส่องถึงโคนต้น เพื่อป้องกันไม่ให้มีความชื้นสูงเกินไปและตัดแต่งกิ่งเพื่อให้ทรงพุ่มโปร่ง เพื่อลดการเกิดเชื้อราและศัตรูพืช รวมทั้งเกษตรกรควรหมั่นกำจัดวัชพืช และดูแลรักษาสวนหรือแปลงเพาะปลูกพืชไม่ให้รก เพื่อให้พื้นที่เพาะปลูกมีอากาศถ่ายเทสะดวกด้วย 4. ให้น้ำพืชด้วยระบบน้ำที่เหมาะสมกับชนิดพืช ซึ่งควรมีการออกแบบติดตั้งรวมทั้งการใช้และดูแลรักษาอย่างถูกต้อง เพื่อให้น้ำได้ตามความต้องการของพืชและมีประสิทธิภาพ เกษตรกรที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามที่ได้สำนักงานเกษตรจังหวัด และสำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้านท่าน

หนุ่มสุพรรณจิตอาสาน้ำใจงาม ส่งผู้ที่หายป่วยโควิดกลับบ้านฟรี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/593807

หนุ่มสุพรรณจิตอาสาน้ำใจงาม ส่งผู้ที่หายป่วยโควิดกลับบ้านฟรี

วันอังคาร ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวจ.สุพรรณบุรี รายงานว่ามีจิตอาสาหนุ่ม ชาว อ.อู่ทอง ใช้รถยนต์ส่วนตัวใส่หลังคาแครี่บอย เพื่ออาสารับส่งผู้ป่วยโควิด-19 ที่รักษาหายแต่ไม่มีรถกลับบ้าน หรือไม่สะดวกที่จะให้ญาติมารับ โดยชายหนุ่มดังกล่าวได้อาสารับ-ส่งฟรี ไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น โดยใช้เงินส่วนตัว หวังช่วยแบ่งเบาภาระของบุคลากรทางการแพทย์และหน่วยกู้ภัย ในวิกฤตของ โควิด-19 นี้โดยใช้ชื่อว่า ทีมงาน “ส่งยิ้มกลับบ้าน”

โดยผู้สื่อข่าวได้พบกับนายนันทชัย ศิริอรุณรัตน์ อายุ 42 ปี อาชีพค้าขาย หนุ่มจิตอาสาที่ใช้เวลาว่างจากงานประจำ ทำการรับส่งผู้ป่วยที่รักษาโควิด ที่รักษาหายแล้ว เพื่อเดินทางกลับบ้าน ไปกักตัวดูอาการที่บ้านอีก 14 วัน กล่าวว่ามีแนวคิดเริ่มต้นมาจากหลังจากที่มีญาติพี่น้องติด โควิด-19จึงได้หาซื้อหลังคาแครี่บอยมาใส่หลังรถ เพื่อว่าเวลาญาติรักษาหายจะได้รับกลับบ้าน โดยแยกผู้ป่วยนั่งหลังรถ เพราะอาจมีโอกาสติดเชื้อสู่กันได้ ซึ่งญาติๆจะได้ไม่ต้องตากแดดตากฝน จากนั้นจึงได้คิดอาสารับ-ส่งผู้ป่วยรายอื่นๆ จากโรงพยาบาลสนาม ศูนย์พักคอย หรือโรงพยาบาลที่ผู้ป่วยได้เข้ารับการรักษาจนหาย และแพทย์ลงความเห็นให้กลับไปกักตัวดูอาการต่อที่บ้านได้แล้ว หากผู้ป่วยรายใดที่อยู่ในเขต อ.อู่ทอง หรือใกล้เคียง หากไม่มีรถมารับหรือไม่สะดวกที่จะให้ญาติมารับ ก็สามารถติดต่อให้ตนอาสา รับ-ส่งได้ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งหลังจากได้ทำโครงการ“ส่งยิ้มกลับบ้าน” มาประมาณ 3 วัน มาแล้วมีผู้ใช้บริการทุกวัน รวมแล้ว 11 ราย ซึ่งหากผู้ป่วยโควิดที่รักษาหายแล้วต้องการใช้บริการก็สามารถติดต่อมาได้ที่เบอร์ 08-3024-3191 ยินดีรับ-ส่งฟรีแลกยิ้มกับผู้ป่วย และครอบครัวที่รอคอยการกลับบ้านของคนที่รัก

จิตอาสาพระราชทานจ.สงขลา ร่วมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/593808

จิตอาสาพระราชทานจ.สงขลา ร่วมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์

วันอังคาร ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากวัดสามกอง ม. 6 ต.เกาะแต้ว อ.เมือง จ.สงขลา นายแพทย์ธวัช ลาพินี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธัญญารักษ์สงขลา เปิดกิจกรรมจิตอาสาเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2564 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่นจิตอาสาพระราชทานเข้าร่วมภายใต้มาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด

โดยศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดสงขลา ได้จัดกิจกรรมจิตอาสาเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2564 ด้วยการทำกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ อาทิ ทำความสะอาด กวาดพื้น เก็บขยะมูลฝอย ตัดหญ้า ตัดแต่งกิ่งไม้ ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ และกิจกรรมจิตอาสาแจกจ่ายสิ่งของอุปโภค-บริโภคให้กับวัด และประชาชนกลุ่มเด็ก สตรีผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย รวมทั้งเพื่อเป็นการรวมความสมานสามัคคีของคนไทยทุกคน ในการทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์พัฒนาพื้นที่ในชุมชนต่างๆ ให้มีความเจริญเกิดประโยชน์ต่อชุมชนอย่างถาวร

นราฯจัดกิจกรรมสื่อสร้างสรรค์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/593810

นราฯจัดกิจกรรมสื่อสร้างสรรค์

วันอังคาร ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวจังหวัดนราธิวาสรายงานจากอุทยานการเรียนรู้นราธิวาส (TK Park Narathiwat) สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส ร่วมกับเทศบาลเมืองนราธิวาส จัดกิจกรรม : สื่อสร้างสรรค์เล่าเรื่องดีๆ ที่บ้านฉัน ตามโครงการสร้างความเข้าใจประชาชนทั้งในและนอกจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจำปี 2564 โดยมีนายไพโรจน์ จริตงาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานพิธีเปิด พร้อมด้วย ประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส นายกเทศมนตรีเมืองนราธิวาส หัวหน้าส่วนราชการ อาจารย์สุบิน เมืองจันทร์ ศิลปินนักวาดภาพอิสระ กลุ่มศิลปินนักวาดภาพ และเยาวชนร่วมกิจกรรม

โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส และผู้เข้าร่วมกิจกรรม ได้ร่วมกันแต่งแต้มสีสันลงบนผนังกำแพงที่เป็นรูปธงชาติไทย ซึ่งจะมีการออกแบบภาพวาดและลงสีบนผนังกำแพงเป็นแนว Street Art และภาพวาด 3 มิติ โดยกลุ่มศิลปินนักวาดภาพ ภายใต้ Concept “นราธิวาส ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์” เพื่อถ่ายทอดความงาม ของทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ในจังหวัดนราธิวาส

นายไพโรจน์ จริตงาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า จังหวัดนราธิวาสมีของดีมากมาย ทั้งผืนป่าฮาลาบาลาที่สวยงามและอุดมสมบูรณ์ มีฝูงนกเงือกหลายสายพันธุ์ และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่งดงาม ซึ่งจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่อาจทำให้คนภายนอกรู้สึกว่าไม่ปลอดภัย ปัจจุบันสถานการณ์ได้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง การจัดกิจกรรมวาดภาพ Landmark จะสะท้อนเรื่องราวดีๆ ผ่านภาพวาด เพื่อเผยแพร่สู่สายตาสาธารณชนได้รับทราบ

ด้าน นายบัญชา กันหาสินธุ์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า กิจกรรม “สื่อสร้างสรรค์ เล่าเรื่องดีๆที่บ้านฉัน” เพื่อให้เยาวชนและประชาชนได้ร่วมกันผลิตสื่อ เล่าเรื่องดีๆ ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส โดยวาดภาพสถานที่ที่สำคัญของจังหวัดนราธิวาส เช่น หาดนราทัศน์ ป่าฮาลาบาลา สะพานเจาะบากง ฯลฯที่สะท้อนความเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดผ่านภาพวาด เป็นการสร้างทัศนคติที่ดีเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้

มทร.ธัญบุรีขานรับนโยบายสสว. เปิดอบรม ‘Digital Marketing’ ปี 5 เพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการมุ่งสู่จีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/593583

มทร.ธัญบุรีขานรับนโยบายสสว. เปิดอบรม ‘Digital Marketing’ ปี 5 เพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการมุ่งสู่จีน

วันจันทร์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เปิดเผยว่า จากการที่สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ได้มอบหมายให้ มทร.ธัญบุรี ดำเนินการอบรมออนไลน์ภายใต้โครงการเพิ่มศักยภาพในการประกอบธุรกิจให้กับผู้ประกอบการรายย่อย ด้วย Digital Marketing ติดต่อกันเป็นปีที่ 5 โดยดูแลผู้ประกอบการรายย่อยในพื้นที่ภาคกลาง กรุงเทพฯ และปริมณฑลนั้น ในปี 2563 ที่ผ่านมามีผู้ประกอบการเข้าร่วมการอบรมกว่า 3,600 ราย มีการเปิดร้านจำหน่ายสินค้าออนไลน์ กว่า 2,400 ร้านค้า และสามารถช่วยพัฒนาสินค้าขึ้นแพลตฟอร์มออนไลน์ กว่า 30,000 ผลิตภัณฑ์ เพิ่มยอดขายให้ผู้ประกอบการได้ถึง 385 ล้านบาทซึ่งความสำเร็จในครั้งนี้ เป็นเพราะมหาวิทยาลัยได้รับความร่วมมือกับภาคเอกชนที่เป็นแพลตฟอร์มด้านตลาดออนไลน์ เช่น Shopee Lazada ตลาดดอมคอม LNWShop เป็นต้น ที่จัดส่งที่ปรึกษาจากแพลตฟอร์มต่างๆ ร่วมกับอาจารย์ของมหาวิทยาลัยอบรมดิจิทัล มาร์เก็ตติ้งให้กับผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ

สำหรับการอบรมเป็นการอบรมแบบออนไลน์ ระยะเวลา 3-5 วัน โดยแบ่งผู้ประกอบการ 3 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มที่ยังไม่มีช่องทางขายออนไลน์ แต่มีสินค้า เป็นกลุ่มที่ต้องอบรมความรู้พื้นฐานด้านการตลาดออนไลน์ โดยที่ปรึกษาจากมทร.ธัญบุรีจะช่วยสร้าง Content เกี่ยวกับตัวแบรนด์ รายละเอียดสินค้าบริการที่ต้องการสื่อสารไปยังลูกค้า ถ่ายภาพสินค้า สอนเทคนิคการทำตลาด จนไปถึงการนำสินค้าวางจำหน่ายบนแพลตฟอร์มออนไลน์

2. กลุ่มที่มีร้านค้าออนไลน์อยู่แล้ว มีสินค้าแต่ยังไม่สามารถขายได้ จัดที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญเชิงเทคนิคเข้าไปช่วยใช้เครื่องมือออนไลน์ เพื่อเพิ่มกลยุทธ์ทางการตลาด 3.กลุ่มที่มีศักยภาพอยู่แล้ว ที่สามารถจำหน่ายสินค้าบนช่องทางออนไลน์ได้ และสินค้ามีมาตรฐาน กลุ่มนี้จะมีการจัดที่ปรึกษาเป็นรายกิจการ เพื่อช่วยทำแผนธุรกิจเป็น Digital marketing Plan เกิดการทำธุรกิจออนไลน์แบบยั่งยืน และมีคัดเลือกผู้ประกอบการจากกลุ่มนี้ 40 ราย ที่มีศักยภาพ ขยายช่องทางการตลาดออนไลน์เพื่อวางจำหน่ายในแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เถาเป่า หรือทีมอลล์ ของประเทศจีน โดยที่ปรึกษาจะช่วยดำเนินการจัดทำคอนเทนต์เป็นภาษาจีนการจัดส่งสินค้า พร้อมจดเครื่องหมายการค้าและทั้งหาคู่ค้าในประเทศจีน