กรมชลฯ ร่วมหารือการยกระดับโครงการกำจัดผักตบชวา-ขุดลอกคูคลองในพื้นที่ชลประทาน ด้วยแรงงานคน

กรมชลฯ ร่วมหารือการยกระดับโครงการกำจัดผักตบชวา-ขุดลอกคูคลองในพื้นที่ชลประทาน ด้วยแรงงานคน

กรมชลฯ ร่วมหารือการยกระดับโครงการกำจัดผักตบชวา-ขุดลอกคูคลองในพื้นที่ชลประทาน ด้วยแรงงานคน

วันพุธ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 17.26 น.

กรมชลประทาน โดย ผู้อำนวยการ หัวหน้าฝ่าย และเจ้าหน้าที่โครงการชลประทาน ในสังกัดสำนักงานชลประทานที่ 5 เข้าร่วมรับฟังการประชุมหารือการพัฒนาโครงการกำจัดผักตบชวาและขุดลอกคูคลองในพื้นที่ชลประทานด้วยแรงคน ผ่านการประชุมระบบ Video Conference (ZOOM Meeting) โดยมี ผศ.ดร.สิตางศุ์ พิลัยหล้า ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุม จากห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (134) ถนนราชดำเนินนอก แขวงบ้านพานถม เขตพระนคร กรุงเทพฯ

เพื่อร่วมกันหารือการพัฒนาโครงการกำจัดผักตบชวาและขุดลอกคูคลองในพื้นที่ชลประทานด้วยแรงคน ให้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด ในการนี้ โครงการชลประทานในสังกัดสำนักงานชลประทานที่ 5 เข้าร่วมรับฟัง ณ ที่ตั้งโครงการ ดังนี้

-โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาห้วยโมง ณ ห้องประชุม SWOC โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาห้วยโมง ตำบลท่าบ่อ อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย

-โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากุมภวาปี ณ ห้องประชุมโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากุมภวาปี ตำบลเวียงคำ อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี

-โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาห้วยหลวง ณ ห้องประชุมโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาห้วยหลวง ตำบลโคกสะอาด อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี

-โครงการชลประทานเลย ณ ห้องประชุม SWOC โครงการชลประทานเลย ตำบลกุดป่อง อำเภอเมือง จังหวัดเลย

-โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาน้ำอูน ณ ห้องประชุมรุ่งเรือง 2 ตำบลแร่ อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร

-โครงการชลประทานสกลนคร ณ ห้องประชุมโครงการชลประทานสกลนคร (SWOC 5) ตำบลห้วยยาง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร

-โครงการชลประทานบึงกาฬ ณ ห้องประชุม SWOC โครงการชลประทานบึงกาฬ (ประตูระบายน้ำห้วยกำแพง) ตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ

-โครงการชลประทานหนองบัวลำภู ณ ห้องประชุมโครงการชลประทานหนองบัวลำภู ตำบลหนองบัว อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู

-โครงการชลประทานหนองคาย ณ ห้องประชุม SWOC โครงการชลประทานหนองคาย ตำบลมีชัย อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย

-(016)

ชป. ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานโครงการอาคารบังคับน้ำคลองม่วงชุม อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

ชป. ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานโครงการอาคารบังคับน้ำคลองม่วงชุม อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

ชป. ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานโครงการอาคารบังคับน้ำคลองม่วงชุม อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

วันพุธ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 17.12 น.

นายพงศธร ศิริอ่อน ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมโยธา (ด้านสำรวจหรือออกแบบ) พร้อมด้วย นายสัณฐิต พีรานนท์ ผู้อำนวยการกองประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ นายมาโนช โภชนสมบูรณ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมชลประทาน ผู้อำนวยการส่วนแผนงาน ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา ผู้อำนวยการโครงการ หัวหน้าฝ่าย ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ในสังกัดสำนักงานชลประทานที่ 17 ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานโครงการอาคารบังคับน้ำคลองม่วงชุมพร้อมอาคารประกอบอันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านสารวัน หมู่ที่ 2 ตำบลไทรทอง อำเภอไม้แก่น จังหวัดปัตตานี

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2564 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับโครงการก่อสร้างอาคารบังคับน้ำคลองม่วงชุม อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตามที่ นายเสริม สิทธิพันธ์ ราษฎรบ้านสารวัน ตำบลไทรทอง อำเภอไม้แก่น จังหวัดปัตตานี ได้มีหนังสือขอนำความกราบบังคมทูลพระกรุณา ขอพระราชทานความช่วยเหลือในการก่อสร้างอาคารบังคับน้ำเพื่อช่วยเหลือราษฎร หมู่ที่ 1 หมู่ที่ 2 และหมู่ที่ 4 ตำบลไทรทอง อำเภอไม้แก่น จังหวัดปัตตานี ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวหากก่อสร้างแล้วเสร็จ จะสามารถป้องกันการรุกล้ำของน้ำเค็มเข้าสู่คลองม่วงชุมและพื้นที่การเกษตร จำนวน 800 ไร่ ให้แก่ราษฎรบ้านโคกนิบง หมู่ที่ 1 บ้านสารวัน หมู่ที่ 2 บ้านปลักแตน และหมู่ที่ 4 (บางส่วน) ตำบลไทรทอง อำเภอไม้แก่น จังหวัดปัตตานี จำนวน 986 ครัวเรือน ได้มีน้ำใช้อย่างเพียงพอตลอดทั้งปี

-(016)

ทะลุเป้า! กรมชลฯ จ้างแรงงานช่วยเกษตรกรปี 68 สร้างรายได้เสริมหน้าแล้ง

ทะลุเป้า! กรมชลฯ จ้างแรงงานช่วยเกษตรกรปี 68 สร้างรายได้เสริมหน้าแล้ง

ทะลุเป้า! กรมชลฯ จ้างแรงงานช่วยเกษตรกรปี 68 สร้างรายได้เสริมหน้าแล้ง

วันพุธ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.23 น.

กรมชลประทาน เผยยอดจ้างแรงงานชลประทานทั่วประเทศ ปี 2568 เป็นไปตามเป้า 100% สร้างงานสร้างรายได้เสริมให้เกษตรกรไทย ตามนโยบายของนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

นายสุริยพล นุชองนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน  เปิดเผยว่า กรมชลประทาน ได้เดินหน้าโครงการจ้างแรงงานชลประทานทั่วประเทศ เพื่อช่วยเสริมรายได้ให้พี่น้องชาวเกษตรกร ให้ปฏิบัติงานในด้านชลประทานต่าง ๆ อาทิ การซ่อมแซม การขุดลอก การบำรุงรักษา การปรับปรุงระบบชลประทาน รวมทั้งโครงการป้องกันและบรรเทาภัยจากน้ำ โดยในปี 2568 มีแผนจ้างแรงงานจำนวน 84,716 คน ระยะเวลาการจ้างอยู่ระหว่าง 12 เดือน (ตุลาคม 2567 – กันยายน 2568) โดยพิจารณากลุ่มเป้าหมาย 4 กลุ่ม ดังนี้  1. เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรหรือเกษตรกรในพื้นที่  2. สมาชิกกลุ่มผู้ใช้น้ำของกรมชลประทานในพื้นที่  3. ประชาชน และผู้ใช้แรงงานทั่วไปในพื้นที่ และ 4. หากแรงงานในพื้นที่มีไม่เพียงพอให้พิจารณาจ้างเกษตรกรหรือแรงงานในพื้นที่ใกล้เคียง จากหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด และลุ่มน้ำ ตามลำดับ

ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 16 สิงหาคม 2568) การจ้างแรงงานทั่วประเทศเป็นไปเป้าที่ตั้งไว้กว่า 85,965 คน หรือ 100% ของแผนฯ โดยจังหวัดที่มีผลการจ้างแรงงานมากที่สุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ จังหวัดสกลนคร 5,274คน จังหวัดอุบลราชธานี 4,180 คน และจังหวัดนครราชสีมา 3,895 คน

-(016)

‘ร้อยเอ็ด’จัดพิธีมอบโค ตามโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ

'ร้อยเอ็ด'จัดพิธีมอบโค ตามโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ

‘ร้อยเอ็ด’จัดพิธีมอบโค ตามโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ

วันพุธ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 11.15 น.

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 20 สิงหาคม 2568 นายเอกรัฐ พลซื่อ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบโค ตามโครงการธนาคารโค-กระบือ เพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ จำนวน 35 ตัว ที่อำเภอเชียงขวัญ จังหวัดร้อยเอ็ด

‘อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร’ เข้าร่วมพิธีเปิดโครงการ ‘ฉก.พญานาคราช ปรับเกมส์รุก ปราบสินค้าเกษตรเถื่อน’

‘อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร’ เข้าร่วมพิธีเปิดโครงการ  ‘ฉก.พญานาคราช ปรับเกมส์รุก ปราบสินค้าเกษตรเถื่อน’

‘อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร’ เข้าร่วมพิธีเปิดโครงการ ‘ฉก.พญานาคราช ปรับเกมส์รุก ปราบสินค้าเกษตรเถื่อน’

วันอังคาร ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 20.08 น.

19 สิงหาคม 2568 นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เข้าร่วมพิธีเปิดโครงการ “ฉก.พญานาคราช ปรับเกมส์รุก ปราบสินค้าเกษตรเถื่อน”

โดยมีนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน ณ ศูนย์ราชการกรมปศุสัตว์ปทุมธานี อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายปราบปรามการลักลอบนำเข้า-ส่งออก สินค้าเกษตรผิดกฎหมาย รวมทั้งงเปิดปฏิบัติการของหน่วยเฉพาะกิจพญานาคราช ตามคำสั่งใหม่ซึ่งมีหน้าที่ในการปราบปรามและจับกุมผู้กระทำการลักลอบสินค้าเกษตรผิดกฎหมายอย่างเต็มรูปแบบ

-(016)

‘หมูอเมริกัน’ได้ไม่คุ้มเสีย อย่ายอมแลกสุขภาพกับของราคาถูก

‘หมูอเมริกัน’ได้ไม่คุ้มเสีย อย่ายอมแลกสุขภาพกับของราคาถูก

‘หมูอเมริกัน’ได้ไม่คุ้มเสีย อย่ายอมแลกสุขภาพกับของราคาถูก

วันอังคาร ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 18.17 น.

นักวิชาการ ชี้ นำเข้าเนื้อหมูที่มีสารเร่งเนื้อแดงจากสหรัฐฯ อาจแลกด้วยสุขภาพที่ย่ำแย่ของผู้บริโภค กระทบห่วงโซ่เศรษฐกิจ และระบบอาหารไทยที่พังทลาย

ศ.ดร.ชัยภูมิ บัญชาศักดิ์ ภาควิชาสัตวบาล คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ขณะนี้เรื่องการนำเข้าเนื้อหมูจากสหรัฐอเมริกา ที่อนุญาตให้ใช้ “แรคโตพามีน (Ractopamine)” ซึ่งเป็นสารเร่งเนื้อแดงที่ไทยห้ามใช้อย่างเด็ดขาด กำลังกลายเป็นข้อถกเถียงสำคัญในด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และกฎหมาย อย่างไรก็ตาม การนำเข้าเนื้อหมูจากสหรัฐฯ “ไม่ควรเกิดขึ้น” ด้วยเหตุผลหลายประการ ดังนี้

ประการแรก คือ ขัดต่อกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคของไทย ด้วยประเทศไทยห้ามใช้แรคโตพามีนโดยเด็ดขาด เพราะจัดเป็นสารในกลุ่ม β-agonist ที่ส่งผลต่อระบบประสาทและหัวใจ ในขณะที่สหรัฐฯ อนุญาตให้ใช้สารดังกล่าว และแม้ว่า Codex Alimentarius จะกำหนดค่าตกค้างสูงสุด (MRL) แต่หลายประเทศไม่ยอมรับ อาทิ EU จีน รัสเซีย และไทย ดังนั้น การยอมให้นำเข้าเนื้อหมูที่มีแรคโตพามีน เท่ากับลดมาตรฐานความปลอดภัยของประเทศลงเอง เพื่อผลประโยชน์ทางการค้า

ประการต่อมา เสี่ยงต่อสุขภาพ โดยเฉพาะ “ผู้สูงอายุ” เนื่องจากประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัย ผู้สูงอายุจำนวนมากมีปัญหาสุขภาพ เช่น โรคความดัน หัวใจ และหลอดเลือด อีกทั้งข้อมูลจากกรมอนามัยระบุว่า โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 2 ของคนไทย ดังนั้น แรคโตพามีน ซึ่งเป็นสารกระตุ้น อาจกระตุ้นระบบหัวใจ และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจหรือโรคเรื้อรังอื่น ๆ

นอกจากนี้ คนไทยนิยมบริโภค “เครื่องในหมู” ต่างจากสหรัฐฯ ที่ไม่นิยมบริโภค  โดยตับและไตเป็นอวัยวะที่สะสมสารพิษ ฮอร์โมน และสารเคมี ดังนั้นผู้บริโภค โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่นิยมรับประทาน เมนู ต้มเลือดหมู จึงยิ่งเพิ่มโอกาสได้รับสารตกค้างจากหมูที่เลี้ยงด้วยแรคโตพามีน

ยิ่งไปกว่านั้น เป็นการทำลายห่วงโซ่อาหารไทย เนื่องด้วย หมูอเมริกันเลี้ยงด้วยสารเร่ง โตไว ต้นทุนต่ำ จึงทำให้เนื้อหมูราคาถูก หากเปิดนำเข้ามาในตลาดของไทย จะทำให้หมูไทยไม่สามารถแข่งขันได้ ผลกระทบที่ตามมา คือ เกษตรกรเลิกเลี้ยงหมู โรงสีขายรำข้าวไม่ได้ ราคาข้าวก็จะปรับตัวสูงขึ้น กากปาล์ม กากเบียร์ ข้าวโพด และวัตถุดิบอาหารสัตว์อื่น ๆ จะถูกใช้น้อยลง ส่งผลให้ห่วงโซ่เศรษฐกิจพัง การเสียสมดุลนี้จะกระทบราคาอาหารโดยรวมทั้งประเทศในระยะยาว

การเลี้ยงหมูไม่ใช่แค่การผลิตเนื้อสัตว์ แต่เป็นฟันเฟืองสำคัญในห่วงโซ่อาหารที่ช่วยให้สินค้าอื่นมีราคาสมเหตุสมผล การอนุญาตให้หมูที่ใช้สารต้องห้ามเข้าสู่ตลาดไทย ไม่เพียงแต่เสี่ยงต่อสุขภาพของประชาชน แต่ยังทำลายเศรษฐกิจเกษตรของไทยทั้งระบบ เนื้อหมูราคาถูกจากสหรัฐฯ อาจแลกมาด้วยสุขภาพที่ย่ำแย่ และระบบอาหารไทยที่พังทลาย

สชป.15 สนับสนุนเครื่องจักรกล กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำคลองมิน

สชป.15 สนับสนุนเครื่องจักรกล กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำคลองมิน

สชป.15 สนับสนุนเครื่องจักรกล กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำคลองมิน

วันอังคาร ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 18.12 น.

กรมชลฯ โดย สชป.15 สนับสนุนเครื่องจักรกล กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ และขุดลอกตะกอนดินเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำคลองมิน ตำบลหลักช้าง อำเภอช้างกลาง จังหวัดนครศรีธรรมราช

19 สิงหาคม 2568 ณ พื้นที่ตำบลหลักช้าง อำเภอช้างกลาง จังหวัดนครศรีธรรมราช นายก่อพงศ์ เจ้ยแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 15 พร้อมด้วย นายสาโรจน์ หนูฤทธิ์ ผู้อำนวยการส่วนเครื่องจักรกล นายพิทักษ์พงษ์ ติ๊บแก้ว ผู้อำนวยการโครงการชลประทานนครศรีธรรมราช และผู้ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามการกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ และขุดลอกตะกอนดิน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ เตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์น้ำในช่วงฤดูฝนปี 2568 พร้อมรับฟังปัญหาการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ ร่วมกับผู้นำท้องถิ่น และประชาชน

ทั้งนี้ เทศบาลตำบลหลักช้าง อำเภอช้างกลาง จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ขอสนับสนุนเครื่องจักรกล ในการกำจัดวัชพืช และสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อแก้ปัญหาการระบายน้ำคลองมิน ส่วนเครื่องจักรกล สำนักงานชลประทานที่ 15 ได้สนับสนุนรถแบคโฮบูมยาว จำนวน 1 คัน เข้าดำเนินการกำจัดวัชพืชสิ่งกีดขวางทางน้ำ และขุดลอกตะกอน บริเวณคลองมิน หมู่ที่ 4 ตำบลหลักช้าง ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ และในระยะยาวกรมชลประทานมีแผนดำเนินการโครงการฟื้นฟูแหล่งน้ำคลองมิน พร้อมก่อสร้างผนังป้องกันตลิ่งและอาคารกั้นน้ำ เป็นช่วงๆ บริเวณพื้นที่ หมู่ที่ 6,8,4,9,2,7 ตำบลหลักช้าง อำเภอช้างกลาง จังหวัดนครศรีธรรมราช ตามนโยบายของ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  และนายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน

-(016)

กรมชลฯ ติดตามสถานการณ์น้ำ ณ อ่างเก็บน้ำห้วยแม่สอดตอนบน จ.ตาก อย่างใกล้ชิด

กรมชลฯ ติดตามสถานการณ์น้ำ ณ อ่างเก็บน้ำห้วยแม่สอดตอนบน จ.ตาก อย่างใกล้ชิด

กรมชลฯ ติดตามสถานการณ์น้ำ ณ อ่างเก็บน้ำห้วยแม่สอดตอนบน จ.ตาก อย่างใกล้ชิด

วันอังคาร ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 17.32 น.

กรมชลประทาน โดย นายทวีวัฒน์ สืบสุขมั่นสกุล ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 4 พร้อมคณะ ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำ รวมถึงการบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำห้วยแม่สอดและอ่างเก็บน้ำแม่สอดตอนบน เนื่องจากมีฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่ ส่งผลทำให้มีปริมาณน้ำไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำเป็นจำนวนมาก จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้ลำห้วยแม่สอดและพื้นที่ลุ่มต่ำเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

สำหรับ อ่างเก็บน้ำห้วยแม่สอดตอนบน สร้างขึ้นเพื่อปิดกั้นลำน้ำ ลำห้วยแม่สอด ที่ตำบลพระธาตุผาแดง ซึ่งปกติลำน้ำจะมีน้ำท่าประมาณ 35 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี อ่างเก็บน้ำห้วยแม่สอดตอนบน สามารถเก็บกักน้ำได้ 13 ล้านลูกบาศก์เมตร และอ่างเก็บน้ำห้วยแม่สอด สามารถเก็บกักน้ำได้ 5.5ล้านลูกบาศก์เมตร รวมเป็น 18.5 ล้านลูกบาศก์เมตร

โดยอ่างเก็บน้ำห้วยแม่สอดตอนบน ช่วยเพิ่มพื้นที่ชลประทาน 8,100 ไร่ ในพื้นที่ ตำบลแม่สอด ตำบลแม่ปะ ตำบลพระธาตุผาแดง และตำบลแม่ตาวและยังมีหน้าที่เก็บกักน้ำในช่วงฤดูฝนและส่งน้ำให้กับประชาชนทั้งในภาคอุปโภค-บริโภค ภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม ตอบสนองความต้องการใช้น้ำในอนาคตของภาคส่วนต่างๆ รวมถึงเขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดตาก และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่สวยงามของอำเภอแม่สอดอีกด้วย

-(016)

กรมชลฯ ยืนยันพร้อมรับมือฤดูฝน เร่งพร่องน้ำในอ่างฯ ระดมติดตั้งเครนเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำเหนือ

กรมชลฯ ยืนยันพร้อมรับมือฤดูฝน เร่งพร่องน้ำในอ่างฯ ระดมติดตั้งเครนเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำเหนือ

กรมชลฯ ยืนยันพร้อมรับมือฤดูฝน เร่งพร่องน้ำในอ่างฯ ระดมติดตั้งเครนเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำเหนือ

วันอังคาร ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 17.23 น.

กรมชลประทาน โดย นายเกื้อกูล มานะสัมพันธ์สกุล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงใหม่ ยืนยันความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมและน้ำหลากในช่วงฤดูฝน เผยปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ยังคงอยู่ในเกณฑ์ปกติ ขณะที่อ่างเก็บน้ำบางส่วนเริ่มพร่องน้ำเพื่อรองรับปริมาณฝนที่เพิ่มขึ้น พร้อมติดตั้งเครนช่วยยกบานประตูระบายน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ

สำหรับสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน ของอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล และเขื่อนแม่กวงอุดมธารา มีปริมาณน้ำอยู่ที่ประมาณ 67% และ 62% ตามลำดับ อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง โดยรวมมีปริมาณน้ำ 75% และมี 4 อ่างที่ปริมาณน้ำเกิน 80% ได้แก่ อ่างฯ ห้วยแม่ออน (95.81%) อ่างฯ บ้านแม่ตะไคร้ (100.35%) อ่างฯ ห้วยแม่โก๋น (85.64%) และอ่างฯ สันหนอง (100.83%) ซึ่งได้ดำเนินการพร่องน้ำอย่างต่อเนื่องแล้ว

ด้านการเฝ้าระวังแม่น้ำปิง ทางโครงการฯ เฝ้าติดตามระดับน้ำในแม่น้ำปิงอย่างใกล้ชิดตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงสะพานนวรัฐในตัวเมืองเชียงใหม่ โดยยืนยันว่าระดับน้ำในปัจจุบันยังคงอยู่ในเกณฑ์ปกติและปลอดภัย

ทั้งนี้ เพื่อป้องกันปัญหาที่เคยเกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา ทางโครงการฯ ได้ติดตั้งโอเวอร์เฮดเครน หรือเครนขนาด 20 ตัน ที่ฝายดอยน้อย ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยยกบานประตูระบายน้ำเพื่อการซ่อมแซมหรือบำรุงรักษาในกรณีที่มีเศษขยะหรือตอไม้มาติด โดยสามารถทำงานได้แม้จะมีปริมาณน้ำในลำน้ำปิงมาก ลดความเสี่ยงที่สลิงยกบานระบายจะชำรุดเหมือนในอดีต ปัจจุบัน ฝายดอยน้อยมีอัตราการระบายน้ำอยู่ที่ 110 ลบ.ม./วินาที และสามารถเร่งระบายได้สูงสุดถึง 1,550 ลบ.ม./วินาที

-(016)

กรมชลฯ ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการ Net Zero Emission จ.ลำปาง

กรมชลฯ ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการ Net Zero Emission จ.ลำปาง

กรมชลฯ ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการ Net Zero Emission จ.ลำปาง

วันอังคาร ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 17.17 น.

19 สิงหาคม 2568 กรมชลประทาน โดย นายนพดล น้อยไพโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 2 ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการ NetZero Emission จังหวัดลำปาง ระหว่างจังหวัดลำปาง และบริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด โดยมี นายชุติเดช มีจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ร่วมลงนามกับ นายรัชกฤต สงวนชีวินSustainabilityDevelopment Division Manager บริษัท สยามคูโบต้าคอเปอร์เรชั่น จำกัด ณ โรงแรมทรีธารา ตำบลชมพู อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง

การจัดกิจกรรมครั้งนี้ เพื่อผลักดันนโยบายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ลดปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากภาวะโลกร้อน รวมถึงผลักดันนโยบายภาครัฐในการงดเผาฟางข้าว ต้นข้าวโพด และเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร สร้างต้นแบบและรณรงค์การทำนาแบบเปียกสลับแห้ง ส่งเสริมสนับสนุนเผยแพร่องค์ความรู้การใช้เครื่องจักรกลทางการเกษตร และส่งเสริมระบบการบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นพยานในพิธีลงนาม สร้างความร่วมมือและผลักดันโครงการNet Zero Emission จังหวัดลำปาง ให้เป็นจังหวัดต้นแบบในการขับเคลื่อนโครงการให้สำเร็จและเป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืน

-(016)