‘ปารีณา’ฟัดไม่ปล่อย บุกร้องกรมป่าไม้ จี้สอบ’แม่ธนาธร’รุกป่าจอมบึงหรือไม่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/474344

news_default

‘ปารีณา’ฟัดไม่ปล่อย บุกร้องกรมป่าไม้ จี้สอบ’แม่ธนาธร’รุกป่าจอมบึงหรือไม่

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 18.38 น.

“ปารีณา”บุกยื่นหนังสือร้องเรียนถึงอธิบดีกรมป่าไม้ จี้สอบ”แม่ธนาธร”บุกรุกป่าจอมบึงหรือไม่ อ้างเป็นความผิดสำเร็จ ด้านรองอธิบดีกรมป่าไม้ เผยส่งจนท.เข้าตรวจสอบแล้ว พร้อมเรียกชี้แจงแนวแปลงที่ดิน ย้ำปฏิบัติทุกกรณีเป็นมาตรฐานเดียวกัน

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส. ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐเข้ายื่นหนังสือที่กรมป่าไม้ โดยในหนังสือระบุให้อธิบดีกรมป่าไม้ดำเนินการกรณีที่นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดานายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โดยกล่าวหาบุกรุกพื้นที่ป่าไม้และเคยครอบครองที่ดินประเภท ภ.บ.ท. 5 และน.ส. 2 อย่างเปิดเผย โดยมีการจัดเวรยามเฝ้าที่ดินดังกล่าว แม้นางสมพรจะคืนที่ดินให้ชุมชนแล้ว แต่ตามพ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ศ. 2484 ถือว่าเป็นความผิดสำเร็จแล้ว นอกจากนี้ยังปรากฏว่า มีการตัดต้นไม้ในที่ดินตามที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เคยร้องเรียน จึงถามถึงแนวทางการดำเนินการของอธิบดีกรมป่าไม้ว่า เลือกปฏิบัติหรือไม่อย่างไร หากผลเป็นประการใด ขอให้แถลงให้ทราบ รวมทั้งทำเกิดความยุติธรรมด้วย

ด้านนายสมศักดิ์ สรรพโกศลกุล รองอธิบดีกรมป่าไม้ซึ่งเป็นผู้รับหนังสือจากน.ส. ปารีณากล่าวว่าจะนำหนังสือเสนอผู้บังคับบัญชา ยืนยันว่า อธิบดีกรมป่าไม้สั่งให้คณะทำงานตรวจสอบข้อร้องเรียนและดำเนินการตามกฎหมายทุกกรณี อีกทั้งสั่งการให้ศูนย์ป่าไม้ราชบุรีนัดนางสมพรมานำชี้แปลงที่ดินและเก็บหลักฐานเพิ่ม ซึ่งศูนย์ป่าไม้ราชบุรีได้ส่งหนังสือไปถึงนางสมพรเมื่อวานนี้ (19 ก.พ.) แต่ยังไม่ได้รับรายงานว่า นางสมพรมาหรือไม่ หากไม่มา เจ้าหน้าที่จะขอให้ผู้ใหญ่บ้านนำชี้เพื่อรังวัดและเก็บหลักฐานเพิ่มเติม ถ้ามีการกระทำจริงจะดำเนินการตามกฎหมาย ย้ำว่ากรมป่าไม้ก่อตั้งมา 123 ปีใช้มาตรฐานเดียว ไม่มีสองมาตรฐาน บิดเบือนกฎหมายไม่ได้ ถูกคือถูก ผิดคือผิด

ทั้งนี้ อธิบดีกรมป่าไม้ได้สั่งการให้ศูนย์ป่าไม้ราชบุรีแจ้งแก่นางสมพรให้นำชี้แปลงที่ดินในการครอบครอง ท้องที่หมู่ที่14 ต. รางบัว อ. จอมบึงตามที่ได้รับการร้องเรียนว่า เป็นที่ดินซึ่งมีหลักฐานตามกฎหมายหรือไม่ หลักฐานประเภทใดเนื้อที่เท่าไร รวมทั้งจะตรวจสอบว่า เป็นการบุกรุกครอบครองที่ดินรัฐโดยผิดกฎหมายหรือไม่ โดยขอให้นางสมพรนำหลักฐานมาแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ในการนี้ได้นำเรียนผู้ว่าราชการจังหวัด รวมทั้งแจ้งหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมตรวจสอบด้วยแล้ว

ล่าสุดศูนย์ป่าไม้ราชบุรี สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 (ราชบุรี) รายงานว่า นางสมพร ให้ผู้รับมอบอำนาจเข้าพบพนักงานเจ้าหน้าที่ป่าไม้และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่ ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ที่ดิน เจ้าหน้าที่สำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัด นายกอบต. รางบัว กำนัน และผู้ใหญ่บ้านที่อบต.​รางบัว โดยนำเอกสารสิทธิ์ที่ดินมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ รวม 77 แปลง เนื้อที่ 3098 ไร่ 1 งาน 27 ตารางว่า  แบ่งเป็นโฉนดจำนวน 1 แปลง น.ส. 3 ก จำนวน 55 แปลง น.ส 3. จำนวน 14 แปลง และน.ส.2 จำนวน 7 แปลง อีกทั้งยืนยันว่า จะนำชี้ขอบเขตพื้นที่ถือครองตามที่กรมป่าไม้แจ้งมา

เกษตรฯชงอาเซียนเพิ่มปริมาณสำรอง‘ข้าวฉุกเฉิน’ รองรับภัยพิบัติ-โรคระบาด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/474256

เกษตรฯชงอาเซียนเพิ่มปริมาณสำรอง‘ข้าวฉุกเฉิน’ รองรับภัยพิบัติ-โรคระบาด

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 15.02 น.

เกษตรฯชงอาเซียนเพิ่มปริมาณสำรอง‘ข้าวฉุกเฉิน’ รองรับภัยพิบัติ-โรคระบาด

20 กุมภาพันธ์ 2563 นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจากนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้แทนประชุมคณะมนตรีองค์กรสำรองข้าวฉุกเฉินของอาเซียนบวกสาม (ASEAN Plus Three Emergency Rice Reserve (APTERR) Council) หรือคณะมนตรีแอปเทอร์ ครั้งที่ 8 ระหว่างวันที่ 17-19 กุมภาพันธ์ 2563 ที่เมืองพุกาม สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา โดยที่ประชุมทบทวนปริมาณข้าวสำรองให้เหมาะสมกับความต้องการการบริโภคในภาวะวิกฤติ

ทั้งนี้ ไทยเสนอให้คณะมนตรีแอปเทอร์พิจารณาเพิ่มปริมาณข้าวสำรองในประเทศสมาชิกอาเซียนบวกสามในรูปสัญญา (Earmarked Stock) ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ภัยพิบัติ รวมทั้งโรคระบาดในคน พืช และสัตว์ที่ทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น เช่น การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โรคอหิวาต์อัฟริกาในสุกร (African Swine Fever) การระบาดของหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุด (Fall Army worm)  ตั๊กแตนทะเลทราย (Desert Locust) นอกจากนี้ยังมีภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้แก่ ภัยแล้ง พายุไต้ฝุ่น เป็นต้น ตลอดจนปริมาณความต้องการบริโภคตามจำนวนประชากรในภูมิภาคที่เพิ่มขึ้นด้วย

ปัจจุบันมีปริมาณข้าวสำรองรวมของภูมิภาคในการซื้อขายข้าวเพียง 7.87 แสนตัน จากการใช้ตัวเลขราคาอ้างอิงมาเป็นระยะเวลานานพอสมควรแล้ว ไทยในฐานะประเทศผู้ขายข้าว (Supplying Country) อย่างต่อเนื่อง ยินดีร่วมสนับสนุนข้าวสำรองเพื่อช่วยเหลือประเทศสมาชิกได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน และมาเลเซียบริจาคข้าวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากกว่า 24,000 ตันแก่ผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติและบรรเทาความยากจนในประเทศฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ลาว กัมพูชา เมียนมา และไทย มากถึง 3,745,228 คน และหากรวมโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการคาดว่าจะสามารถช่วยเหลือได้เพิ่มเป็น 4,016,687 คน ดังนั้นการเพิ่มปริมาณข้าวสำรองในประเทศสมาชิกอาเซียนบวกสามจะนำไปสู่ความมั่นคงอาหารและสร้างสมดุลราคาข้าวให้มีเสถียรภาพได้อย่างแน่นอน

ซอกแซกอาเซียน : 20 กุมภาพันธ์ 2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/474062

566101

ซอกแซกอาเซียน : 20 กุมภาพันธ์ 2563

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เรื่องของการยกเว้นภาษีอากรที่ถูกระบุไว้ในกฎหมาย พ.ร.บ. คุ้มครองการดำเนินงานของสำนักเลขานุการองค์กรสำรองข้าวฉุกเฉินของอาเซียนบวกสาม ฉบับนี้ ที่สำคัญอีกเรื่องซึ่งอาจเป็นที่ถูกใจหรือไม่ถูกใจของคนทำงานในตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป หรือรองผู้จัดการทั่วไปของสำนักเลขานุการแอปเตอร์บางท่าน คือ การยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครับ หมายถึงเงินเดือนรายได้ต่างๆ ที่ผู้จัดการทั่วไป หรือรองผู้จัดการทั่วไปได้รับ กฎหมายกำหนดให้ไม่ต้องนำไปคำนวณเพื่อชำระภาษีสรรพากรครับ ซึ่งข้อยกเว้นดังกล่าวนี้องค์กรระหว่างประเทศอื่นๆ ได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกัน ฟังดูแล้วน่ารื่นรมย์ทีเดียวสำหรับบางท่านที่อยากจะได้รับเงินรายได้ทั้งหมดแบบเป็นกอบเป็นกำ แต่ที่ไม่ถูกใจบางคนก็เดาเอาว่า เขาอาจจะมีสปิริตอยากจะจ่ายภาษีเพื่อช่วยชาติบ้านเมืองแต่ขาดโอกาสไป ทั้งนี้เพราะโดยทั่วไปตามที่กฎหมายไทยกำหนด คนสัญชาติไทยทุกคนที่มีรายได้ประจำมีหน้าที่เสียภาษี เรื่องนี้คนที่รับราชการมาย่อมทราบดี เพราะเงินเดือนที่ได้รับมาตลอดระยะเวลาการทำงานนั้นต้องแบ่งเงินส่วนหนึ่งเพื่อจ่ายเสียภาษีให้แก่รัฐ แม้แต่ตอนที่พ้นวัยทำงาน เกษียณอายุแล้ว ได้รับบำเหน็จบำนาญ ก็ยังต้องถูกตามไปเก็บภาษีอีก จนในที่สุดต้องหาวิธีลดภาษีโดยการหันไปซื้อกองทุนต่างๆ ก็น่าเห็นใจทีเดียวครับสำหรับมนุษย์เงินเดือน

แต่ตรงกันข้ามคนที่ทำงานผู้บริหารในสำนักเลขานุการแอปเตอร์ กฎหมายคุ้มครองแอปเตอร์กลับบอกว่าไม่ต้องเสียภาษีรายได้ส่วนบุคคล ผมในฐานะคนไทยตอนแรกๆ ก็เสียใจครับที่เข้าใจว่าคงไม่ได้ทำหน้าที่พลเมืองไทยที่ดี เพราะทุกวันนี้มีรายได้จากบำนาญเดิมก็เสียภาษีอยู่ราว 5-10 เปอร์เซ็นต์ แต่เมื่อนำมารวมกับเงินเดือนที่ได้จากแอปเตอร์ กลายเป็นว่าปีๆ หนึ่งคำนวณแล้วเสียภาษีต่ำกว่าขั้นสูงสูงเพียงขั้นเดียว (สูงสุด 37 เปอร์เซ็นต์) คิดไปว่าคงผิดหวังช่วยชาติในส่วนนี้ แต่ที่ไหนได้ ข้อเท็จจริงดังกล่าวที่เกี่ยวกับการยกเว้นภาษีนั้น กฎหมายแอปเตอร์ข้างต้นระบุไว้ในวรรคสุดท้ายว่า “บทบัญญัติตามวรรคหนึ่งไม่ใช้บังคับกับบุคคลผู้มีสัญชาติไทย” ซึ่งหมายถึงการไม่ต้องจ่ายภาษีรายได้บุคคลธรรมดานั้น ใช้เฉพาะกรณีที่ได้ผู้จัดการทั่วไป หรือรองผู้จัดการทั่วไปที่เป็นคนต่างชาติเท่านั้น (แต่มีข้อกำหนดแอปเตอร์อีกส่วนหนึ่งที่จำกัดเฉพาะคนสัญชาติอาเซียนบวกสามเท่านั้นที่สามารถสมัครเป็นเจ้าหน้าที่แอปเตอร์ได้) สรุปแล้วเลยกระผมเลยรอดตัวไป คือได้มีโอกาสชำระภาษีให้แก่ชาติบ้านเมืองเหมือนเดิมครับ แล้วก็แบบเป็นกอบเป็นกำเสียด้วยนะ..มีคนหมั่นไส้หรือเปล่า???

ที่พูดมายาวเลยนั้น เป็นเรื่องเฉพาะตำแหน่งผู้บริหาร หมายถึง General Manager (GM) กับ Deputy GM นะครับ ไม่รวมเจ้าหน้าที่หรือสต๊าฟธรรมดาที่ทำงานในแอปเตอร์ที่มีอยู่ประมาณ 10 คน ที่ทุกคนจะต้องเสียภาษีตามกฎหมายทั่วไป แม้ว่าจะเป็นคนต่างชาติก็ตาม

อย่างไรก็ดี มีอีกตำแหน่งหนึ่งที่แอปเตอร์กำหนดไว้ให้สามารถมีได้ คือ ตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญ หรือ Expert ซึ่งได้แก่นักวิชาการระดับสูงของประเทศสมาชิกแอปเตอร์ที่ประสงค์จะมาช่วยงาน โดยการออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดจากประเทศผู้สนับสนุน ปัจจุบันตั้งแต่เริ่มตั้งแอปเตอร์มา หรืออาจก่อนหน้านั้นด้วยซ้ำ เรามีผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากประเทศญี่ปุ่นครับ มีผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่น ซึ่งสังกัดกะทรวงเกษตรป่าไม้และประมง นั่งอยู่ในออฟฟิศแอปเตอร์ตลอดเวลาทุกวันนี้ โดยเขามีระยะเวลาประจำอยู่กำหนดโดยประเทศเขาคนละ 2 ปี ก็น่าอิจฉาครับด้วยความที่มาจากประเทศผู้มั่งคั่ง นอกจากเงินเดือนที่สูงลิ่วได้พิเศษนอกเหนือจากเงินเดือนเดิมในญี่ปุ่น เขายังได้เงินค่าเช่าอพาร์ทเม้นท์เช่ารถประจำตำแหน่ง พร้อมคนขับ และอื่นๆ อีกจำนวนมากเท่และอู้ฟู่กว่าคนที่เป็น GM เสียอีกครับ ตอนนี้เห็นว่าทางเกาหลีใต้ และจีนก็กำลังสนใจที่จะส่งผู้เชี่ยวชาญมาประจำแอปเตอร์บ้าง ถ้าส่งมาจริงทีนี่ละก้อ คงแข่งกันเท่จนตัว GM กลายเป็นมดไปอย่างแน่นอน

ผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่นท่านนี้ ไม่ได้รับการคุ้มครองยกเว้นภาษีรายได้ส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติข้างต้น แต่เขามีข้อตกลงระหว่างประเทศไทยกับญี่ปุ่นว่าด้วยการเก็บภาษีซ้ำซ้อน ก็เลยได้สิทธิ์ไม่ต้องจ่ายภาษีให้กับสรรพากรไทยเช่นเดียวกันครับ

ชาญพิทยา ฉิมพาลี

chanpithya@apterr.org

กษ.เปิดปฏิบัติการฝนหลวงสู้ภัยแล้งปี’63 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/474056

news_default

กษ.เปิดปฏิบัติการฝนหลวงสู้ภัยแล้งปี’63

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์กล่าวว่า ตามที่สถานการณ์ภัยแล้งปี 2563 มีแนวโน้มรุนแรงกว่าทุกปีและคาดว่าจะเกิดขึ้นเป็นเวลานาน ส่งผลเกิดขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค น้ำทำเกษตร รวมถึงเขื่อนและอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำน้อยขณะนี้ กระทรวงเกษตรฯมอบให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เร่งปฏิบัติการฝนหลวงแก้ปัญหาภัยแล้งให้รวดเร็วขึ้นจากปกติเริ่มปฏิบัติการฝนหลวงวันที่ 1 มีนาคมของทุกปี มาเป็นวันที่ 17 กุมภาพันธ์ โดยน้อมนำศาสตร์ตำราฝนหลวงพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นแนวทางแก้ปัญหาภัยแล้งให้เกษตรกรและผู้ใช้น้ำทั่วประเทศ รวมถึงเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้ระบบบริหารจัดการน้ำของประเทศด้วย

ด้านนายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับปี 2563 มีแผนปฏิบัติการประจำปีตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์- 31 ตุลาคม 2563ตั้งศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงประจำ 5 ภูมิภาค7 ศูนย์ ประกอบด้วย หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง 11 หน่วยปฏิบัติการทั่วประเทศ โดยมีฐานเติมสารฝนหลวง 5 ฐาน เพื่อปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือครอบคลุม 25 ลุ่มน้ำหลักในพื้นที่ 77 จังหวัด ตามแผนการดัดแปรสภาพอากาศดังนี้ 1) ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงเคลื่อนที่เร็ว ปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรที่มีการร้องขอ และบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองในอากาศ PM2.5 ใช้อากาศยานของกรมฝนหลวงฯ 6 ลำ 2) ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงระหว่างวันที่ 3 – 16 กุมภาพันธ์ ปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรที่มีการร้องขอ และบรรเทาปัญหาฝุ่น PM2.5 ใช้อากาศยานรวม 12 ลำ ได้แก่ อากาศยานของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร 8 ลำ และอากาศยานของกองทัพอากาศ 4 ลำ และ 3) ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 เป็นต้นไป รวม 11 หน่วยปฏิบัติการที่ จ.เชียงใหม่ พิษณุโลก นครสวรรค์ กาญจนบุรี ขอนแก่น อุดรธานี บุรีรัมย์ อุบลราชธานีระยอง ประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน) และสุราษฎร์ธานี ใช้อากาศยานอากาศยานทั้งหมด 29 ลำ โดยเปิดฐานเติมสารฝนหลวง 5 ฐานที่ จ.ตาก ลพบุรี สกลนคร จันทบุรี และสงขลา (หาดใหญ่)

ชูอาหารไทยยืนหนึ่งลดผลกระทบโควิด-19 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/474057

news_default

ชูอาหารไทยยืนหนึ่งลดผลกระทบโควิด-19

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.)เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ COVID-19 ส่งผลกระทบระยะสั้นต่อการส่งออกสินค้าเกษตรไทยไปจีนลดลง โดยเฉพาะผักผลไม้ อาทิ กล้วยหอม ทุเรียน มังคุด ลำไย ลิ้นจี่ ถ้าสถานการณ์การระบาดเพิ่มระดับความรุนแรงและยาวนาน อาจยิ่งส่งผลกระทบมากขึ้นต่อการส่งออก เนื่องจากไทยส่งผลไม้ไปจีนมากถึงร้อยละ 80 ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ จึงขอเชิญชวนและรณรงค์ส่งเสริมการบริโภคสินค้าเกษตร ตามนโยบายเกษตร/อาหารไทยยืนหนึ่ง (Eat Thai First) รวมทั้งส่งเสริมการใช้กล้วยไม้ในประเทศเพื่อร่วมกันอุดหนุนสินค้าเกษตรไทย ซึ่งนอกจากเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรไม่ให้ผลผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำช่วงสถานการณ์ระบาดไวรัสโควิด-19แล้ว ยังส่งเสริมสินค้าเกษตรไทยด้วยความร่วมมือทุกภาคส่วน สนับสนุนผัก ผลไม้ไทย บริการตามสถานที่ต่างๆ อาทิ เสิร์ฟให้ผู้ป่วยโรงพยาบาล อาหารสำหรับเด็กในโรงเรียน จำหน่ายในร้านอาหาร รีสอร์ท โรงแรม และเสิร์ฟบริการในหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน หรือซื้อเป็นของฝาก ขณะนี้ขอความร่วมมือทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯบริการผลไม้ไทยในงานประชุม อบรมและสัมมนา ทั้งนี้ ปัจจุบันสินค้าผัก ผลไม้ไทยมีให้เลือกหลากหลายทั้งสินค้า GAP เกษตรอินทรีย์ สินค้าเกษตรอัตลักษณ์ ซึ่งราคาไม่แพงและอุดมไปด้วยคุณประโยชน์ สร้างภูมิคุ้มกันให้สุขภาพร่างกายเป็นอย่างดี และนอกจากกลุ่มผัก ผลไม้แล้ว ไทยยังเป็นครัวของโลกด้านเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ด้วยมาตรฐานผลิตสินค้าปศุสัตว์ที่มีคุณภาพรับรองภายใต้ตราสัญลักษณ์ “ปศุสัตว์ OK” ทั้งเนื้อไก่ เนื้อสุกร เนื้อโค เนื้อเป็ด และไข่สด และสินค้า ผลิตภัณฑ์ประมงที่ได้คุณภาพ โอกาสนี้ กระทรวงเกษตรฯขอเชิญชวนประชาชนร่วมกันอุดหนุนสินค้าเกษตรไทย เพื่อก้าวสู่อาหารไทยยืนหนึ่ง หรือEat Thai First ไปด้วยกัน

น้อมนำพระราชดำริแก้ปัญหาลุ่มยม กรมชลฯการันตีน้ำพอใช้ถึงหน้าฝน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/474059

news_default

น้อมนำพระราชดำริแก้ปัญหาลุ่มยม กรมชลฯการันตีน้ำพอใช้ถึงหน้าฝน

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานวางแผนบริหารจัดการต้นทุนที่มีอยู่ให้พอใช้สำหรับอุปโภคบริโภค ไปจนถึงเดือนกรกฎาคม แต่ประชาชนต้องร่วมมือใช้น้ำอย่างประหยัด ล่าสุดสถานการณ์ในเขื่อนขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ ณ วันที่ 17 กุมภาพันธ์ มีปริมาณน้ำทั้งสิ้น 42,773 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 56 เป็นปริมาณน้ำใช้การได้19,003 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 36 ส่วนลุ่มเจ้าพระยาปริมาณน้ำต้นทุนใน 4 เขื่อนหลัก คือ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำรวมกัน 10,131 ล้านลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 41 ของปริมาณการกักเก็บ โดยเหลือปริมาณน้ำที่ใช้งานได้ 3,435 ล้านลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 19 เท่านั้น แต่ก็ยังเป็นไปตามแผนที่กรมชลประทานกำหนดไว้

สำหรับการแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำอย่างยั่งยืนนั้น จำเป็นต้องพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำเพิ่มขึ้นทุกลุ่มน้ำ โดยเฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยากรมชลประทานดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในลุ่มน้ำสาขาของลุ่มเจ้าพระยาต่อเนื่อง โดยเฉพาะลุ่มน้ำยมซึ่งไม่มีโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่นั้น ได้ศึกษาโครงการพัฒนาลุ่มน้ำยมทุกด้าน ทั้งนี้ แผนปรับปรุงประสิทธิภาพชลประทานและจัดการน้ำหลาก ปัจจุบันกรมดำเนินการหลายโครงการ ไม่ว่าจะเป็นโครงการปรับปรุงก่อสร้างระบบชลประทานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพบริหารจัดการน้ำแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำฤดูแล้ง และน้ำท่วมช่วงฤดูน้ำหลากในจ.สุโขทัย เช่น โครงการบางระกำโมเดล รวมทั้งยังปรับปรุงคลองหกบาท ซึ่งคลองระบายน้ำเดิมทางด้าน
ฝั่งซ้ายของแม่น้ำยมและคลองยม-น่านที่รับน้ำต่อจากคลองหกบาท พร้อมก่อสร้างประตูระบายน้ำ 2 แห่ง คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2567 ผลประโยชน์ที่ได้รับไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพบริหารจัดการน้ำบรรเทาปัญหาน้ำท่วมช่วงฤดูน้ำหลากเท่านั้นแต่ยังกักน้ำไว้ใช้ฤดูแล้งที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำเกือบทุกปี เป็นน้ำต้นทุนให้ราษฎรในเขตพื้นที่โครงการชลประทานและใกล้เคียง มีน้ำไว้ใช้ด้านเกษตรช่วงฤดูแล้งได้ประมาณ 7,300 ไร่ คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมมากกว่า 3,000 ล้านบาท

ส่วนแผนพัฒนาโครงการแหล่งน้ำขนาดกลางนั้น กรมน้อมนำพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ที่พระราชทานไว้เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2525 ความตอนหนึ่งว่า “…..ควรพิจารณาวางโครงการและก่อสร้างอ่างเก็บน้ำตามลำน้ำสาขาต่างๆ ของแม่น้ำยม เพื่อจัดหาน้ำให้ราษฎรหมู่บ้านต่างๆ ในเขตอำเภอสอง และอำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ สามารถมีน้ำทำการเพาะปลูกได้ทั้งในฤดูฝน-ฤดูแล้ง และมีน้ำใช้เพื่อการอุปโภคตลอดทั้งปี…..”

ที่ผ่านมากรมชลประทานนำแนวพระราชดำริดังกล่าวมาศึกษาสร้างอ่างเก็บน้ำในลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำยมพบว่าลุ่มน้ำยมมีจุดที่เหมาะสมมีศักยภาพที่จะสร้างอ่างเก็บน้ำได้ 22 แห่ง ความจุระดับกักเก็บน้ำรวมกัน 380 ล้าน ลบ.ม. ล่าสุดกรมชลประทานดำเนินโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำปี้อันเนื่องมาจากพระราชดำริที่บ้านปิน ต.เชียงม่วน อ.เชียงม่วน จ.พะเยา มีความจุที่ระดับเก็บกัก 90.50 ล้านลบ.ม. ซึ่งคณะอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริพื้นที่ภาคเหนือ ที่มีนายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นประธานฯติดตามขับเคลื่อน เร่งบูรณาการดำเนินโครงการเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดแล้วเสร็จในปี 2564

“เมื่อแล้วเสร็จสามารถส่งน้ำให้พื้นที่การเกษตรเขตชลประทานได้ถึง 28,000 ไร่ มีราษฎรได้ประโยชน์ 7,520 ครัวเรือน และยังส่งน้ำเพื่อสนับสนุนพื้นที่การเกษตรที่รับน้ำจากฝายแม่ยม จ.แพร่ ช่วงฤดูแล้งได้อีกกว่า 35,000 ไร่ ราษฎรได้รับการช่วยเหลืออีกกว่า 1,500 ครัวเรือน นอกจากนี้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ยังติดตั้งเครื่องกังหันน้ำผลิตไฟฟ้าได้อีก 6.34 ล้านหน่วย/ปี”อธิบดีกรมชลประทานกล่าว

โชว์ผลงาน‘พะเยาโมเดล’พัฒนาข้าวหอมมะลิ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/474058

news_default

โชว์ผลงาน‘พะเยาโมเดล’พัฒนาข้าวหอมมะลิ

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กล่าวว่ากระทรวงเกษตรฯบูรณาการกับผู้ประกอบการภาคเอกชน เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรในจ.พะเยา ขับเคลื่อนการผลิตและการตลาดสินค้าเกษตร “พะเยาโมเดล” นำร่องสินค้าข้าวหอมมะลิ ปีการผลิต 2562/2563 เป็นลำดับแรก เพื่อให้เกิดการส่งเสริมและยกระดับคุณภาพชีวิตและรายได้ของเกษตรกรในจ.พะเยา รวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันให้สินค้าข้าวหอมมะลิและเพื่อพัฒนาให้ได้มาตรฐานตรงตามความต้องการของตลาด ตลอดจนแก้ปัญหาสินค้าเกษตรล้นตลาดและราคาผลผลิตการเกษตรตกต่ำได้อย่างเป็นรูปธรรมตามนโยบาย“การตลาดนำการผลิต”ของกระทรวงเกษตรฯ สำหรับสถานการณ์ผลิตและการตลาดสินค้าข้าวหอมมะลิจ.พะเยา ปีการผลิต 2562/63มีพื้นที่ปลูกข้าวนาปี 638,079 ไร่ ครอบคลุม 9 อำเภอ ของจ.พะเยา มีพื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิ 419,164 ไร่ ปริมาณผลผลิตข้าวเปลือกหอมมะลิ ออกสู่ตลาด 151,900 ตัน ซึ่งจำนวนดังกล่าวบริหารจัดการการผลิตและการตลาด โดย 1) ข้าวเปลือกหอมมะลิ ที่รับซื้อในโครงการ “พะเยาโมเดล” ภายใต้ตราสินค้า “ฮักพะเยา” โดยความร่วมมือระหว่าง บจก. ข้าว ซี.พี. กับสหกรณ์การเกษตร และผู้ประกอบการภาคเอกชนในพื้นที่ 8 แห่ง ร่วมกันเปิดจุดรับซื้อผลผลิตข้าวหอมมะลิจากเกษตรกร 15 จุด รับซื้อในราคา 18,000 บาท/ตัน ที่ความชื้น 15%ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 9 อำเภอ ของจ.พะเยา 72,594.38 ตัน มูลค่ารวม 949,162,133.44 บาท และเตรียมสานต่อโครงการในปี 2563 โดยขยายผลการรวบรวมและรับซื้อผลผลิตครอบคลุมทั้งจังหวัด 2)ข้าวเปลือกหอมมะลิ ที่รับซื้อและจำหน่ายผ่านสถาบันเกษตรกรและผู้ประกอบการ 24,918.19 ตัน มูลค่ารวม 295,463,148.00 บาท

“สำหรับในปี 2563 หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯในจ.พะเยา ร่วมจัดทำแนวทางขับเคลื่อนในปีการผลิต 2563/64 โดย 1) กำหนดเป้าหมายบริหารจัดการผลิตและการตลาดข้าวหอมมะลิพะเยา ทั้งหมด (100%) ราคารับซื้อ 18,000 บาท/ตัน(ณ ความชื้น 15%) 2) ส่งเสริมการตลาดสินค้าอัตลักษณ์และขยายตลาดสินค้าข้าวหอมมะลิพะเยาภายใต้แบรนด์ “ฮักพะเยา” 3) เพิ่มบริการรถเกี่ยวข้าวและโรงสีข้าวและปรับปรุงคุณภาพข้าว ให้เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร 4) สนับสนุนการไถกลบ ตอซังข้าว เพื่องดการเผาที่เป็นสาเหตุของ PM2.5 และการปรับปรุงบำรุงดินเพื่อเพิ่มผลผลิตและคุณภาพข้าว และ 5)วางแผน การเพาะปลูกให้เหมาะสม เพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำและจัดระเบียบการเก็บเกี่ยวให้ใช้ประโยชน์ หลังรวบรวมจัดทำข้อมูลดังกล่าวเสร็จแล้ว กระทรวงเกษตรฯ จะหารือขับเคลื่อนการส่งเสริมการผลิตและการตลาดสินค้าเกษตร “พะเยาโมเดล” และวางแผนการดำเนินงานในปีการผลิต 2563/64 ทั้งนี้ รูปแบบการบริหารจัดการผลิตและการตลาด ข้าวหอมมะลิพะเยา “พะเยาโมเดล” จะขยายผลไปสู่การบริหารจัดการสินค้าเกษตรชนิดอื่นต่อไป เป็นรูปแบบที่ไม่พึ่งพางบประมาณ ภาครัฐจำนวนมาก เนื่องจากใช้หลักตลาดนำการผลิต สร้างคุณค่าสินค้าเพิ่มจากอัตลักษณ์พื้นถิ่นที่ซึ่งผู้บริโภคพึงพอใจ” ร้อยเอกธรรมนัส กล่าว

‘พญาเสือ’บุกตรวจป่าห้วยกระซู่แจ้งจับ 5 ราย รุกอุทยานฯแก่งกระจาน (ชมคลิป) #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/474153

‘พญาเสือ’บุกตรวจป่าห้วยกระซู่แจ้งจับ 5 ราย รุกอุทยานฯแก่งกระจาน (ชมคลิป)

วันพุธ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 20.57 น.

ฉก.พญาเสือ สนธิกำลังตรวจป่าห้วยกระซู่ หนองหญ้าปล้อง อช.แก่งกระจาน พบพื้นที่บุกรุกเผาป่า โค่นต้นไม้ กระจายทั่วพื้นที่ แจ้งความดำเนินคดีทันที 5 ราย

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 นายพนัชกร โพธิบัณฑิต หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า (พญาเสือ) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สนธิ กำลังเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน  เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจทัพพระยาเสือ เจ้าหน้าที่ฐานปฏิบัติการป้องกันรักษาป่าที่ พบ.1 (แม่คะเมย)  เจ้าหน้าที่ บก.ปทส.จ.เพชรบุรี และเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จ.เพชรบุรี กว่า 30 นายร่วมกันเข้าตรวจสอบพื้นที่ป่าห้วยกระซู่ บ้านลิ้นช้าง หมู่ที่ 3 ต.ยางน้ำกลัดเหนือ  อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน หลังได้รับแจ้งว่ามีผู้บุกรุกเข้าแผ้วถางทำลาย และทำให้ป่าเสื่อมสภาพ โดยไม่ได้รับอนุญาต

ทุั้งนี้ คณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบมีการบุกรุก แผ้วถาง  เผาป่า โค่นต้นไม้ เพื่อเตรียมพื้นที่ที่จะปลูกพืชผลอาสินในพื้นที่ พบตอไม้ที่มีลักษณะใหม่ถูก ตัดโค่นกระจายอยู่ทั่วในพื้นที่ สภาพพื้นดินของพื้นที่ที่ถูกบุกรุกปกคลุมด้วยขี้เถ้าแสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าพื้นที่ดังกล่าวผ่านการถูกเผามาไม่นาน รวบรวมข้อมูลทราบว่าพื้นที่ที่บุกรุก เป็นการบุกรุกพื้นที่ป่าใหม่หลังจากปี พ.ศ.2557 ชัดเจน โดยพื้นที่ที่ถูกบุกรุกดังกล่าวไม่เคยผ่านการทำประโยชน์มาแต่อย่างใด และบริเวณรอบข้างพบเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ จำนวน 5 จุด

ตรวจสารบบข้อมูลการสำรวจรายชื่อราษฎรผู้ครอบครองใช้ประโยชน์ในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ปรากฎผู้แจ้งครอบครองทำประโยชน์ในพื้นที่ จุดตรวจสอบที่ 1 คือ นางศุกร์ ทองจอง ที่อยู่ หมู่ที่ 3 ต.ยางน้ำกลัดเหนือ อ.หนองหญ้าปล้อง พบพื้นที่ป่าถูกบุกรุก แผ้วถาง เผาป่า โค่นต้นไม้ ประมาณ 1 ไร่ 2 งาน 74  ตร.ว.,  พื้นที่จุดตรวจสอบที่ 2 ของนางศุกร์ บุญยง ที่อยู่ หมู่ที่ 3  ต.ยางน้ำกลัดเหนือ  อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี พบพื้นที่ป่าถูกบุกรุก แผ้วถาง   เผาป่า โค่นต้นไม้ ประมาณ 1 ไร่ 2 งาน 65  ตร.ว.,

พื้นที่จุดตรวจสอบที่ 3 ของนางวินัย บุญอินทร์ ที่อยู่บ้านห้วยแห้ง หมู่ที่ 2  ต.ยางน้ำกลัดเหนือ  อ.หนองหญ้าปล้อง พบพื้นที่ป่าถูกบุกรุก แผ้วถาง เผาป่า โค่นต้นไม้ ประมาณ 1 ไร่ 1 งาน 25 ตร.ว. , พื้นที่จุดตรวจสอบที่ 4 ของนางวินัย บุญอินทร์ ที่อยู่บ้านห้วยแห้ง หมู่ที่ 2  ต.ยางน้ำกลัดเหนือ อ.หนองหญ้าปล้อง พบพื้นที่ป่าถูกบุกรุก แผ้วถาง เผาป่า โค่นต้นไม้ ประมาณ 1 ไร่ 1 งาน 92 ตร.ว. และพื้นที่จุดตรวจสอบที่  5 ของนายสิงห์ ทองสือ ที่อยู่บ้านห้วยแห้ง หมู่ที่ 2 ต.ยางน้ำกลัดเหนือ อ.หนองหญ้าปล้อง พบพื้นที่ป่าถูกบุกรุก แผ้วถาง  เผาป่า โค่นต้นไม้ ประมาณ 2 ไร่ 3 งาน 33 ตร.ว.

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงแจ้งเอาผิดผู้แจ้งครอบครองทำประโยชน์ในพื้นที่ทั้ง 5 ราย ฐานร่วมกันยึดถือหรือครอบครองที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า หรือกระทำด้วยประการใด ๆ ให้เสื่อมสภาพหรือเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ไปจากเดิม ตามมาตรา 19 (1) พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 , ร่วมกันเข้าไปดำเนินกิจการใด ๆ เพื่อหาผลประโยชน์” ตามมาตรา 19 (6) พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562, ฐานร่วมกันก่อสร้าง แผ้วถาง หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือครอบครองป่า เพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 54 และมาตรา 72 ตรี วรรคสอง, ฐานร่วมกันก่อสร้าง แผ้วถาง หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือครอบครองป่า เพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 54 และมาตรา 72 ตรี วรรคสอง, ฐาน ร่วมกันก่อสร้าง แผ้วถาง หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือครอบครองป่า เพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 54 และมาตรา 72 ตรี วรรคสอง, และ ฐานร่วมกันยึดถือ ครอบครอง ทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่นสร้าง แผ้วถาง หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 ม. 14 และ ม.31

พร้อมมอบให้ นายประพันธ์ จิตต์เทศ พนักงานพิทักษ์พิทักษ์ป่า ระดับ ส 3 บันทึกการตรวจยึดพื้นที่ พร้อมนำเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง และเป็นผู้แจ้งความกล่าวโทษ ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรหนองหญ้าปล้อง เพื่อติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ชาวนาไม่เห็นด้วยแนวคิดใบขับขี่รถการเกษตร ชี้สุดท้ายภาระจะตกอยู่ที่ชาวนา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/474068

news_default

ชาวนาไม่เห็นด้วยแนวคิดใบขับขี่รถการเกษตร ชี้สุดท้ายภาระจะตกอยู่ที่ชาวนา

วันพุธ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 16.24 น.

อ่างทอง ชาวนาไม่เห็นด้วย แนวคิดทำใบขับขี่รถการเกษตร หลังจาก นายกรัฐมนตรี มีแนวคิดที่จะให้เกษตรกร ทำใบขับขี่รถการเกษตรเพื่อเพิ่มรายได้  จากความชำนาญในวิชาชีพ

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 ที่บริเวณกลางทุ่งนา ในตำบลเทวราช อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง ชาวนาได้นั่งจับกลุ่มคุยกัน  หลังจากนายกรัฐมนตรี มีแนวคิดที่จะให้เกษตรกร ทำใบขับขี่รถการเกษตรเพื่อเพิ่มรายได้  จากความชำนาญในวิชาชีพ โดยเบื้องต้นชาวนาไม่เห็นด้วย ที่จะให้ทำใบขับขี่รถการเกษตรโดยมองว่าจะทำให้เกษตรกรชาวนามีปัญหาค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น และมีการถูกจับปรับเปรียบเทียบเสียเงินทองหลังไม่มีใบอนุญาตขับขี่แล้วนำรถไถนาไปใช้งาน

ด้านนาย ทรงยศ มะกรูดทอง สมาชิกสภา เกษตรจังหวัดอ่างทอง เปิดเผยว่า แนวคิดในการการทำใบขับขี่รถไถนารถการเกษตร นั้นไม่เห็นด้วยกับแนวความคิดนี้ เนื่องจากเป็นการเพิ่มภาระให้แก่เกษตรกร ในการทำใบขับขี่มีค่าใช้จ่าย และรถไถนานั้นก็วิ่งอยู่ภายในนาอยู่แล้วชาวนาไม่ได้ใช้ขับขี่ไปทำธุระในท้องถนน ส่วนรถไถนาขนาดใหญ่ก็มีการบังคับทำใบขับขี่อยู่แล้ว

หากต้องทำใบขับขี่ขึ้นมาจริงๆนั้น จะทำให้ชาวนา ต้องเสียเวลาในการเดินทางไปทำใบขับขี่ และหากผู้ที่ใบขับขี่รถไถนาหว่านข้าวแล้วเรียกร้องราคาเพิ่มขึ้น ภาระค่าใช้จ่ายก็ตกอยู่กับชาวนา และหากไม่ยอมทำแล้วนำรถของตนเองมาทำการไถนาแล้วโดนร้องเรียนว่าไม่มีใบอนุญาตขับขี่ มีการถูกเปรียบเทียบปรับคล้ายงานจราจรรถยนต์ คงมีชาวนาถูกจับเสียเงินทองในการลงทุนทำนาเพิ่มขึ้นต่อไป

รายงานพิเศษ : Kick offคาราวานเกลือทะเล ใช้กลไกสหกรณ์เคลียร์สต๊อก9แสนตัน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/473814

รายงานพิเศษ : Kick offคาราวานเกลือทะเล ใช้กลไกสหกรณ์เคลียร์สต๊อก9แสนตัน

วันพุธ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 06.00 น.

“อลงกรณ์” ปล่อยคาราวานรถบรรทุกเกลือทะเล หวังแก้ปัญหาราคาสินค้าเกลือตกต่ำ พบปริมาณเกลือทะเลยังค้างสต๊อกในยุ้งฉาง และกำลังจะออกสู่ตลาดอีก 9 แสนตัน มอบกรมส่งเสริมสหกรณ์ใช้กลไกสหกรณ์เร่งระบายเกลือสู่ตลาด ประสานเครือข่ายสหกรณ์ทุกจังหวัดเป็นช่องทางกระจายเกลือสู่ผู้บริโภค พร้อมประสานองค์การสะพานปลาเชื่อมโยงผู้ประกอบการด้านประมงรับซื้อเกลือทะเลจากสหกรณ์เพื่อนำไปใช้ในอุตสาหกรรมสินค้าประมงด้วย

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานปล่อยรถคาราวานเกลือทะเล 500 ตัน ณ สหกรณ์การเกษตรเกลือทะเลไทยเพชรบุรี จำกัด อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี โดยมีนายวิวัตห์ชัย พันธุ์วา รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมสหกรณ์และเครือข่ายขบวนการสหกรณ์ ร่วมพิธีดังกล่าว ซึ่งกิจกรรมปล่อยคาราวานสินค้าเกลือทะเล เป็นหนึ่งในกิจกรรมภายใต้โครงการกระจายสินค้าเกลือทะเลจากสหกรณ์ผู้ผลิตถึงผู้บริโภค เพื่อขยายช่องทางจำหน่ายเกลือทะเลสู่ตลาด โดยใช้กลไกสหกรณ์เข้ามาช่วยบรรเทาปัญหาราคาเกลือตกต่ำ ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาเกลือทะเลไทย ได้มอบให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ เร่งหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรชาวนาเกลือแก้ปัญหาเกลือทะเลค้างสต๊อกในยุ้งฉางและเกลือทะเลที่กำลังออกสู่ตลาดในฤดูกาลผลิต 2562/2563 หลังตรวจพบว่าปัจจุบันมีเกลือที่ยังค้างในยุ้งฉางสหกรณ์ 25,000 ตัน และคาดว่ากำลังจะมีผลผลิตเกลือออกสู่ตลาดอีก ประมาณ 900,000 ตัน

อย่างไรก็ตาม กรมส่งเสริมสหกรณ์มีแนวทางช่วยเหลือสหกรณ์ผู้ผลิตเกลือทะเลในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ เพชรบุรี สมุทรสาครและสมุทรสงคราม โดยวางแผนกระจายเกลือ 3 แนวทาง คือ 1) กระจายเกลือทะเลให้สหกรณ์ทั่วประเทศ 800 แห่ง โดยขอความร่วมมือสมาชิกสหกรณ์แต่ละแห่งซื้อเกลือทะเล 1 ครัวเรือน 1 ถุง(ขนาด 5 กิโลกรัม) ราคาถุงละ 27.50 บาท 2) ขอความร่วมมือศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ (CDC) 120 แห่งทั่วประทศ ช่วยนำเกลือทะเลไปจำหน่าย เป้าหมายแห่งละ 10 ตัน 3) ประสานงานองค์การสะพานปลา เพื่อขอความร่วมมือซื้อเกลือทะเล เนื่องจากสะพานปลาหรือท่าเทียบเรือทั่วประเทศ 18 แห่ง มีความพร้อมดำเนินการโดยจะเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการด้านประมง ที่ต้องการใช้เกลือเป็นวัตถุดิบรักษาคุณภาพสินค้าประมง 11 แห่ง โดยขณะนี้กรมส่งเสริมสหกรณ์รับแจ้งยอดการสั่งซื้อเกลือจากสหกรณ์ทั่วประเทศแล้ว 1,500 ตัน รวมมูลค่า 8,250,000 บาท

สำหรับผลดำเนินงานที่ผ่านมา กรมส่งเสริมสหกรณ์ประสานขอความร่วมมือสหกรณ์ผู้ซื้อเกลือ โดยประสานสำนักงานสหกรณ์จังหวัดให้ขอความร่วมมือสหกรณ์/สมาชิกแต่ละรายช่วยซื้อเกลือทะเล ประสานสหกรณ์ศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ (CDC) ภายในจังหวัด ขอความร่วมมือช่วยกระจายสินค้าเกลือทะเล รวมทั้งประสานองค์การสะพานปลา เพื่อขอความร่วมมือซื้อสินค้าเกลือทะเล นอกจากนี้ ยังประสานสหกรณ์ผู้ผลิต/จำหน่ายเกลือ ประชุมหารือร่วมกับผู้แทนเกษตรกรผู้ทำนาเกลือ ผู้แทนสหกรณ์การเกษตรเกลือทะเลไทยเพชรบุรี จำกัด และผู้แทนสหกรณ์กรุงเทพ จำกัด เพื่อร่วมวางแผนเตรียมความพร้อมเพื่อกระจายสินค้าเกลือทะเลให้สหกรณ์ผู้ซื้อสินค้าทั่วประเทศ อีกทั้งลงพื้นที่สำรวจสินค้าเกลือทะเล ณ สหกรณ์การเกษตรนาเกลือเพชรบุรี จำกัด จ.เพชรบุรี และสหกรณ์กรุงเทพจำกัด จ.สมุทรสาคร ซักซ้อมแนวทางเตรียมความพร้อมของสหกรณ์ผู้ผลิตเกลือ เพื่อกระจายสินค้าเกลือทะเลให้สหกรณ์ผู้ซื้อสินค้าทั่วประเทศ รวมทั้งผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมที่ต้องการเกลือทะเลไปใช้ผลิตสินค้า สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสั่งซื้อได้ที่ คุณคฑาวุท บุญมา ประธานกรรมการสหกรณ์การเกษตรเกลือทะเลไทยเพชรบุรี จำกัด โทรศัพท์ 08-1015-5739 และ 0-3270-6232