‘อิทธิ’มอบวัคซีนคุมเข้ม ป้องกันโรค‘ลัมปีสกิน’ระบาด

‘อิทธิ’มอบวัคซีนคุมเข้ม  ป้องกันโรค‘ลัมปีสกิน’ระบาด

‘อิทธิ’มอบวัคซีนคุมเข้ม ป้องกันโรค‘ลัมปีสกิน’ระบาด

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเปิดโครงการรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคลัมปีสกิน เพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้เกี่ยวกับวัคซีนดังกล่าว ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือ ที่เทศบาล ต.แม่จะเรา อ.แม่ระมาด จ.ตาก ว่าโรคลัมปี สกิน สร้างความเสียหายต่อภาคปศุสัตว์และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง จึงให้ความสำคัญกับการป้องกันและควบคุมโรคอย่างต่อเนื่อง ได้จัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 งบกลางรายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2567 ให้กับกรมปศุสัตว์ เพื่อจัดซื้อวัคซีนป้องกันโรคลัมปี สกิน 7,850,000 โดส เป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดรุนแรง สร้างความเสียหายให้กับเกษตรกร

สำหรับ จ.ตาก เป็นจังหวัดที่สอง ตามแผนของกรมปศุสัตว์ ในการมอบวัคซีนลัมปี สกิน เนื่องจากมีพรมแดนติดกับประเทศเมียนมา เป็นประตูการค้าสำคัญที่มีการค้าขายชายแดนมาอย่างยาวนาน การค้าขายโค กระบือเป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างไรก็ตาม การระบาดของโรคลัมปีสกิน ทำให้การนำเข้าโค กระบือผ่านชายแดนชะลอตัวลง ส่งผลกระทบต่อการค้าขายอย่างมาก ซึ่งการป้องกันและควบคุมโรคอย่างมีประสิทธิภาพและการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับโค กระบือในพื้นที่ เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ต่างประเทศยอมรับและเชื่อมั่นในสินค้าปศุสัตว์ของไทย และยังเป็นการส่งเสริมการค้าชายแดนด้วย

“โครงการรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคลัมปี สกิน มีความสำคัญในการป้องกันและควบคุมโรคระบาดในพื้นที่ และยังเป็นการประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ได้รับทราบถึงความสำคัญของการฉีดวัคซีนควบคู่ไปกับมาตรการอื่นๆ เพื่อลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น วัคซีน 7.8 ล้านโดสนี้ จะครอบคลุมการป้องกันโรคในโค กระบือทั่วประเทศ โดย จ.ตาก ได้รับการจัดสรรวัคซีน 236,520 โดส ครอบคลุมประชากรโคและกระบือทั้งหมดในจังหวัด สำหรับเกษตรกรที่สนใจ สามารถขอรับบริการฉีดวัคซีนได้ที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดหรืออำเภอใกล้บ้าน และหน่วยงานอื่นๆ ที่ให้ความร่วมมือ” นายอิทธิ กล่าว

จากนั้น รมช.เกษตรฯ ได้ตรวจเยี่ยมคอกกักสัตว์วังแก้ว ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก ซึ่งเป็นคอกกักสัตว์เพื่อการนำเข้าราชอาณาจักรจากประเทศเพื่อนบ้านสามารถกักโค กระบือ ได้ 5,500 ตัว แพะ แกะ 7,500 ตัว มีการดำเนินการกักโรคสัตว์ที่นำเข้าเพื่อตรวจทดสอบโรค และฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันแก่สัตว์ที่นำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ตามระเบียบของกรมปศุสัตว์ พร้อมพบปะและรับฟังปัญหาของผู้ประกอบการคอกกักสัตว์เอกชนเพื่อการนำเข้า และเกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือในพื้นที่ 5 อำเภอชายแดน จ.ตาก

ผู้ช่วยฯลงพื้นที่ ติดตามโครงการ นำร่องแก้ปัญหา งานด้านเกษตรฯ

ผู้ช่วยฯลงพื้นที่  ติดตามโครงการ  นำร่องแก้ปัญหา  งานด้านเกษตรฯ

ผู้ช่วยฯลงพื้นที่ ติดตามโครงการ นำร่องแก้ปัญหา งานด้านเกษตรฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายพรเทพ ศรีธนาธร ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามโครงการ “นำร่อง” การแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรโดยน้อมนำแนวพระราชดำริ มาปรับใช้ในพื้นที่บ้านหนองกระทิง ต.ท่ากระดาน อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา และการดำเนินงานโครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ โดยมีเกษตรและสหกรณ์จังหวัดฉะเชิงเทรา ผู้นำชุมชน กลุ่มเกษตรกรหมู่บ้านคชานุรักษ์ และส่วนราชการในพื้นที่ เข้าร่วม

ทั้งนี้ โครงการนำร่อง มีพื้นที่เป้าหมายเดียวกันกับโครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ ประกอบด้วย 5 โครงการหลัก ได้แก่ การยกระดับรายได้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรแปลงรวม (ผัก) การยกระดับเศรษฐกิจชุมชน กลุ่มวิสาหกิจ แพะ แกะ โค การส่งเสริมอาชีพทางเลือก การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร และระบบส่งน้ำเพื่อใช้ในภาคการเกษตร ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรให้มีรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

นอกจากนี้ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรฯ ได้พบกับเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจเกษตรแปลงรวม (ผัก)ซึ่งผ่านการรับรองมาตรฐาน GAP กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูป (น้ำพริก) และเกษตรกรต้นแบบการเลี้ยง โค แพะ แกะ โดยได้ให้ข้อเสนอแนะการดำเนินงานด้านต่างๆ อาทิ การรวมกลุ่มเกษตรกร การถ่ายทอดองค์ความรู้ การพัฒนายกระดับไปสู่ผู้ประกอบการ รวมถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรด้วยการแปรรูป รวมถึงโอกาสในการเพิ่มช่องทางการตลาดสำหรับสินค้าเกษตรมูลค่าสูงด้วย

‘ผส.พข.9’ลงพื้นที่ดำเนินงานโครงการตามแนวพระราชดำริ และติดตามผลการดำเนินงานปี 2568 ในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร

'ผส.พข.9'ลงพื้นที่ดำเนินงานโครงการตามแนวพระราชดำริ และติดตามผลการดำเนินงานปี 2568 ในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร

‘ผส.พข.9’ลงพื้นที่ดำเนินงานโครงการตามแนวพระราชดำริ และติดตามผลการดำเนินงานปี 2568 ในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร

วันพุธ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2568, 16.18 น.

นายวิรุธ คงเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 9 พร้อมด้วย นางสาวหงส์ลดา นาคฉ่ำ นักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ สถานีพัฒนาที่ดินกำแพงเพชร ลงพื้นที่ดำเนินงานโครงการพระราชดำริสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อสนับสนุนส่งเสริมการลดใช้สารเคมีทางการเกษตรและลดการเผาในพื้นที่ต้นน้ำ ม.10 บ้านโล๊ะโค๊ะ ม.26 บ้านป่าหมาก อ.โกสัมพีนคร และบ้านป่านาคา ม.8 ต.โป่งน้ำร้อน อ.คลองลาน และติดตามผลการดำเนินงาน 1) โครงการบริหารจัดการการผลิตสินค้าเกษตรตามแผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก (Agri-Map) บ้านเกาะรากเสียด ม.2 ต.เพชรชมพู อ.โกสัมพีนคร 2) โครงการจัดระบบอนุรักษ์ดินและน้ำในพื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติทางการเกษตร บ้านทุ่งธารทอง ม.16 ต.โกสัมภี อ.โกสัมพีนคร 3) โครงการสระน้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน ต.โกสัมพี อ.โกสัมพี 4) โครงการธนาคารเมล็ดพันธุ์พืชปุ๋ยสด ต.ลานดอกไม้ตก อ.โกสัมพีนคร 5) แปลงขยายพันธุ์หญ้าแฝกเพื่อปลูก อ.โกสัมพีนคร ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานแล้วเสร็จตามแผนงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณที่กำหนดไว้

– 006

เกษตรกร‘ร้อยเอ็ด’ปรับแนวทางหลังขาดทุน พลิกชีวิตด้วย‘เกษตรทฤษฎีใหม่’

เกษตรกร‘ร้อยเอ็ด’ปรับแนวทางหลังขาดทุน พลิกชีวิตด้วย‘เกษตรทฤษฎีใหม่’

เกษตรกร‘ร้อยเอ็ด’ปรับแนวทางหลังขาดทุน พลิกชีวิตด้วย‘เกษตรทฤษฎีใหม่’

วันพุธ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2568, 15.13 น.

นายภักดี พลเยี่ยม เกษตรกรหมู่ 10 หมู่บ้านโคกล่าม ต.หนองใหญ่ อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด เป็นอีกคนหนึ่งที่ประสบปัญหาจากเกษตรเชิงเดี่ยว โดยก่อนหน้านี้ปลูกมันสำปะหลังและอ้อย แต่เกิดภาวะขาดทุนและหน้าดินเสื่อมโทรม จึงหันมายึดแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ ปลูกพืชหลากหลายชนิดแบบผสมผสาน โดยนำระบบวนเกษตร คือการจำลองสภาพป่าธรรมชาติมาใช้

จากพื้นที่ 10 ไร่ 1 งาน 16 ตารางวา มีสระน้ำ 2 แห่ง แบ่ง 7 ไร่มาทำวนเกษตร ปลูกไม้ป่า/ไม้พื้นถิ่นอย่างไผ่เลี้ยง ยางนา พยุง ประดู่ สัก ตะขบ เครือไม้ ไม้ผลและสมุนไพร เช่น มะพร้าว มะม่วง ขนุน ฝรั่ง ปลูกข้าว เลี้ยงควาย ไก่และปลา มีรายได้ 7 หมื่นบาทต่อปี มีสินค้าเกษตรแปรรูป เช่น สบู่ กระเช้าเถาวัลย์ และมีองค์ความรู้ที่ถ่ายทอดได้ เช่น เลี้ยววัว เลี้ยงไก่ ขยายพันธุ์พืชและแปรรูปสมุนไพร

“การปลูกไม้ป่าร่วมกับการเพาะกล้าไม้ ช่วยสร้างรายได้และอนุรักษ์พันธุ์ไม้ให้อยู่กับระบบนิเวศอย่างอุดมสมบูรณ์” นายภักดี กล่าว

พลิกฟื้นผืนดินของแม่! หนุ่มชาว‘ตาก’ใช้ความรู้หลังเรียนจบทำเกษตรทฤษฎีใหม่แบบพออยู่พอกิน

พลิกฟื้นผืนดินของแม่! หนุ่มชาว‘ตาก’ใช้ความรู้หลังเรียนจบทำเกษตรทฤษฎีใหม่แบบพออยู่พอกิน

พลิกฟื้นผืนดินของแม่! หนุ่มชาว‘ตาก’ใช้ความรู้หลังเรียนจบทำเกษตรทฤษฎีใหม่แบบพออยู่พอกิน

วันพุธ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2568, 15.12 น.

“ผมเรียนจบจากวิทยาลัยเกษตร พอจบแล้วก็ได้กลับมาพลิกฟื้นที่ดินของคุณแม่ เริ่มปลูกข้าวโพด ถั่วเขียว ผัก บวบ มะเขือ ปรับเปลี่ยนกิจกรรมสู่การปลูกพืชหลายชนิดในแปลง และปรับวิถีชีวิตให้พออยู่พอกิน”

นายสมพงศ์ ปั้นทอง เกษตรกรในพื้นที่หมู่ 2 บ้านพชรชมภู ต.นาโบสถ์ อ.วังเจ้า จ.ตาก เล่าย้อนไปในวันที่เริ่มต้นประกอบอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งตนเองเป็นคนหนึ่งที่ได้เข้าร่วมโครงการส่งเสริมระบบวนเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดิน ได้เรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ ปลูกพืชแบบผสมผสานในลักษณะเกื้อกูลกัน ทั้งไม้ป่า/ไม้พื้นถิ่น เช่น สัก ไผ่ ผักหวาน ไม้ผล/สมุนไพร เช่น ตะไคร้หอม มะขาม มะนาว ลำไย มีการเลี้ยงไก่ ปลานิลและปลาตะเพียน ในพื้นที่ 10 ไร่ จากทั้งหมด 34 ไร่ 1 งาน 17 วา ที่แบ่งมาทำเกษตรในรูปแบบนี้

โดยปัจจุบันมีรายได้เฉลี่ย 6 หมื่นบาทต่อปี จากสินค้าเกษตรและสินค้าแปรรูป เช่น มะขามแช่อิ่ม ปลาส้ม เครื่องจักสาน สเปรย์ตะไคร้หอม น้ำมันนวด นอกจากนั้น ยังลดรายจ่ายได้ 5,000 บาท จากการทำปุ๋ยหมัก น้ำหมักและผักหวาน

รองปลัดฯเตรียมพร้อม ประชุมสุดยอดระบบอาหารฯ

รองปลัดฯเตรียมพร้อม ประชุมสุดยอดระบบอาหารฯ

รองปลัดฯเตรียมพร้อม ประชุมสุดยอดระบบอาหารฯ

วันพุธ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายถาวร ทันใจ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะหน่วยงานประสานงานหลักของไทยกับองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ กล่าวภายหลังร่วมกล่าวในพิธีเปิดการประชุมเตรียมความพร้อมระดับภูมิภาคสำหรับการประชุมสุดยอดระบบอาหารแห่งสหประชาชาติ 4 (Regional Preparatory Meeting for the United Nations Food Systems Summit 4 : UNFSS 4) โดยมีนายสเตฟานอส โฟติอู ผอ.ศูนย์ประสานงานUNFSS (Mr.Stefanos Fotiou Director, UN Food Systems Coordination Hub) นายจอง จิน คิม ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่และผู้แทนระดับภูมิภาคของ FAO ประจำเอเชียและแปซิฟิก (Mr.Jong-Jin Kim Assistant Director General and Representative, FAO RAP) น.ส.ลิน หยาง รองเลขาธิการบริหารคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก (Ms.Lin Yang Deputy Excutive Secretary , Economic And Social Commission For Asia And The Pacific: ESCAP) และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่องค์การสหประชาชาติ UN Convention Center, Bangkok Thailand ว่าปัจจุบันระบบอาหารโลกกำลังเผชิญกับความท้าท้าย ทั้งในเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) รวมถึงปัญหาสังคมผู้สูงอายุ เป็นความท้าทายสำคัญที่เราต้องทำงานกันอย่างหนักเพื่อขับเคลื่อนระบบเกษตรและอาหารและไปสู่ความยั่งยืน ยืดหยุ่น และเป็นธรรม และการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน กระทรวงเกษตรฯ มีการดำเนินงานอย่างเร่งด่วน เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็ง และการรับรู้การลงทุนรูปแบบใหม่ เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารและความยั่งยืนแก่ประชากรโลก

รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ กล่าวต่อว่าเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะการยุติความหิวโหยและความยากจนจะไม่สามารถบรรลุได้ เว้นแต่จะมีการดำเนินการที่กล้าหาญและเร่งด่วนในการปรับปรุงการจัดการที่ดินเกษตร ดิน และทรัพยากรน้ำ ซึ่งที่ประชุมนานาชาติระดับรัฐมนตรี ว่าด้วยการจัดการทรัพยากรดิน และน้ำ เพื่อความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน (The International Soil and Water Forum 2024) ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพร่วมกับ FAO เมื่อปลายปีที่แล้ว ผู้เข้าร่วมระดับรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ระดับสูง จาก 27 ประเทศจากทั่วโลก ได้เห็นชอบปฏิญญาระดับรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดการความขาดแคลนน้ำและการฟื้นฟูดิน เพื่อระบบ เกษตรและอาหารที่ยั่งยืนและยืดหยุ่น (Ministerial Declaration on managing water scarcity and reversing soil degradation for sustainable and resilient agrifood systems) เพื่อมุ่งมั่นการดำเนินการเร่งด่วนเพื่อเร่งการเปลี่ยนแปลงสู่ระบบเกษตรและอาหารที่มีประสิทธิภาพ ครอบคลุม ยืดหยุ่น และยั่งยืน โดยกระทรวงเกษตรฯ พร้อมจะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการจัดการทรัพยากรดินและน้ำที่ยั่งยืนให้แก่ประเทศสมาชิก และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการประชุมครั้งนี้ จะเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานในการขับเคลื่อนระบบเกษตรและอาหารที่ยั่งยืนระหว่างกัน และเพื่อเตรียมความพร้อมในการประชุม the United Nations Food Systems Summit 4 (UNFSS 4) ในเดือนกรกฎาคมนี้ที่เอธิโอเปีย

เกษตรฯถกอนุฯวัตถุดิบสมุนไพร

เกษตรฯถกอนุฯวัตถุดิบสมุนไพร

เกษตรฯถกอนุฯวัตถุดิบสมุนไพร

วันพุธ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

น.ส.ภัทราภรณ์ โสเจยยะ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังประชุมคณะอนุกรรมการวัตถุดิบสมุนไพร ครั้งที่ 1/2568 โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบการจัดทำแผนขับเคลื่อนสมุนไพร Herb of the Year ปี 2568-2570 “ขมิ้นชัน ไพล ในระยะ 1 ปี”โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คัดเลือกสายพันธุ์ขมิ้นชันและไพลของไทย พร้อมสนับสนุนการวิจัยวิธีการขยายพันธุ์ การเพาะปลูกให้ได้รับมาตรฐาน GAP หรือเกษตรอินทรีย์ สร้างเครือข่ายผู้ผลิต วางแผนการเก็บเกี่ยวในช่วงที่เหมาะสมส่งผลให้ได้สารสำคัญในปริมาณสูง และจัดทำแผนการตลาดทางออนไลน์เพื่อให้เกษตรกรมีพืชทางเลือกในการเพิ่มรายได้ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแผนการขับเคลื่อนขมิ้นชันและไพลอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อรองรับแผนการใช้สมุนไพรในสถานพยาบาล หรือคลินิกแผนไทยในอนาคต

นอกจากนี้ที่ประชุมรับทราบรายงานขับเคลื่อนสมุนไพร ปีงบประมาณ 2568 ไตรมาสที่ 1 (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567) ในการส่งเสริมการผลิตและแปรรูปวัตถุดิบสมุนไพรที่มีคุณภาพและมาตรฐาน โดยตั้งเป้าหมายส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพรให้ได้ GAP หรือเกษตรอินทรีย์ 73,000 ไร่ มีผลการดำเนินงานรวม 45,803 ไร่ แบ่งเป็น 1.GAP 29,058 ไร่ และ 2.เกษตรอินทรีย์ 16,745 ไร่ พร้อมทั้งมีกลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน สหกรณ์ ที่แปรรูปสมุนไพรมีคุณภาพได้มาตรฐานเป็นที่ต้องการของตลาดเพิ่มขึ้น 99 แห่ง

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมรับทราบแผนพัฒนาวัตถุดิบสมุนไพรและการเชื่อมโยงตลาด ซึ่งส่งเสริมการเพิ่มผลผลิตสมุนไพรที่มีคุณภาพสู่การผลิตสมุนไพรที่มีมูลค่าสูง โดยใช้เทคโนโลยี นวัตกรรมการผลิต และส่งเสริมให้แปลงใหญ่ได้รับมาตรฐาน GAP หรือเกษตรอินทรีย์ รวมถึงจัดทำบรรจุภัณฑ์ การสร้างแรงจูงใจในการซื้อ-ขาย และการประชาสัมพันธ์คุณค่าของสมุนไพรให้ผู้บริโภค สนับสนุนให้เกิดเศรษฐกิจ BCG

‘อิทธิ’หนุนMOUทำเกษตร ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

‘อิทธิ’หนุนMOUทำเกษตร  ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

‘อิทธิ’หนุนMOUทำเกษตร ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

วันพุธ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์เป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) “โครงการส่งเสริมการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไถกลบใบอ้อย ลดการเผาอย่างยั่งยืน พื้นที่ จ.ตาก” ระหว่างนายชูชีพ พงษ์ไชย ผวจ.ตาก กับนายสมคิด แจ่มจำรัส ผอ.ฝ่ายไร่ บริษัท แม่สอดพลังงานสะอาด จำกัด และมีนายวิษณุ คำพินิจ เกษตรจังหวัดตาก และนางประเทือง มหาพิรุณ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดตาก เป็นพยาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นกรอบในการดำเนินงาน มุ่งเน้นการส่งเสริมการตัดอ้อยสด การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการจัดการเศษวัสดุเหลือทิ้งจากอ้อย ตลอดจนการสร้างความตระหนักและการมีส่วนร่วมของเกษตรกรในการลดการเผาอ้อย แก้ปัญหาการเผาพื้นที่เกษตร ใน จ.ตาก อย่างยั่งยืน โดยอาศัยความร่วมมือทุกภาคส่วนขับเคลื่อนการดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ มุ่งสู่การทำการเกษตรปลอดการเผาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

สำหรับ จ.ตาก มีพื้นที่ประมาณ 10 ล้านไร่ เป็นพื้นที่เกษตรกรรม 1.2 ล้านไร่ มีเกษตรกรปลูกอ้อย 1,800 รายพื้นที่ปลูกอ้อย 66,500 ไร่ บริษัทฯ มีนโยบายส่งเสริมให้ชาวไร่ ตัดอ้อยสด งดการเผา ทั้งก่อนและหลังตัดอ้อยโดยสนับสนุนการไถกลบใบอ้อยลงดิน แทนการเผา เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จากการดำเนินงานที่ผ่านมา สามารถลดเศษใบอ้อยที่จะก่อให้เกิดการเผาได้อย่างน้อย 30,600 ตัน

‘นฤมล’อวยพร พี่น้องชาวมุสลิม ช่วงการถือศีลอด ในเดือนรอมฎอน

‘นฤมล’อวยพร  พี่น้องชาวมุสลิม  ช่วงการถือศีลอด  ในเดือนรอมฎอน

‘นฤมล’อวยพร พี่น้องชาวมุสลิม ช่วงการถือศีลอด ในเดือนรอมฎอน

วันพุธ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวเนื่องในโอกาสแห่งเดือนรอมฎอนอันประเสริฐ ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1446 (พ.ศ.2568) ได้เวียนมาบรรจบครบรอบปีอีกครั้งหนึ่ง ว่าตนขอส่งความรัก ความปรารถนาดี และขอแสดงความยินดีกับพี่น้องชาวไทยมุสลิมทั่วประเทศ รวมถึงพี่น้องชาวไทยมุสลิมที่พำนักในต่างประเทศ ที่ได้ร่วมกันปฏิบัติศาสนกิจการถือศีลอดตามหลักศาสนาอิสลาม

ศ.ดร.นฤมล กล่าวต่อว่า เดือนรอมฎอนเป็นวาระที่มีความสำคัญของศาสนาอิสลาม เป็นเดือนแห่งความเชื่อมั่น ที่มวลมุสลิมจะปฏิบัติตามศาสดามูหะมัด อย่างเต็มความสามารถ ด้วยจิตใจที่แน่วแน่มั่นคง ซึ่งการถือศีลอดเป็นการฝึกความอดทนอดกลั้น นำไปสู่ความเข้มแข็งทั้งทางร่างกายและจิตใจ ทำให้ผู้ปฏิบัติได้รับทราบถึงสภาพอันแท้จริงของผู้ที่อัตคัดขัดสน มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น และเป็นการขัดเกลาจิตใจให้บริสุทธิ์อย่างแท้จริง จึงขอชื่นชมในความศรัทธาอันเข้มแข็งของพี่น้องมุสลิมทั่วโลก มาในโอกาสนี้

“ดิฉันในนาม รมว.เกษตรฯผู้บริหารและข้าราชการกระทรวงเกษตรฯ ขออวยพรให้พี่น้องมุสลิมทุกท่านประกอบศาสนกิจ ถือศีลอดในเดือนรอมฎอนนี้ได้บรรลุผลสำเร็จอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ ประสบแต่ความสุข ความเจริญรุ่งเรือง มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง และสมความปรารถนาในสิ่งที่มุ่งหวังไว้ทุกประการ” ศ.ดร.นฤมล กล่าว

​สพข.9 เดินหน้าขยายผลองค์ความรู้เรื่องหญ้าแฝก (ครั้งที่ 1) กับสถาบันลูกโลกสีเขียว บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) และภาคีเครือข่ายจังหวัดนครสวรรค์

​สพข.9 เดินหน้าขยายผลองค์ความรู้เรื่องหญ้าแฝก (ครั้งที่ 1) กับสถาบันลูกโลกสีเขียว บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) และภาคีเครือข่ายจังหวัดนครสวรรค์

​สพข.9 เดินหน้าขยายผลองค์ความรู้เรื่องหญ้าแฝก (ครั้งที่ 1) กับสถาบันลูกโลกสีเขียว บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) และภาคีเครือข่ายจังหวัดนครสวรรค์

วันอังคาร ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2568, 21.14 น.

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2568 ที่แปลงหมอดินอาสานายเสน่ห์ ร่มโพธิ์ บ้านดงมะไฟ ตำบลเขาดิน อำเภอเก้าเลี้ยว จังหวัดนครสวรรค์ นายวิรุธ คงเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 9 พร้อมด้วย นายวัชระ สิงห์โตทอง ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินนครสวรรค์ นายดานิเอล มูลอย ผู้อำนวยการกลุ่มวิชาการเพื่อการพัฒนาที่ดินและเจ้าหน้าที่ ร่วมขยายผลองค์ความรู้เรื่องหญ้าแฝก (ครั้งที่ 1) กับสถาบันลูกโลกสีเขียว บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) และภาคีเครือข่ายจังหวัดนครสวรรค์ โดยมีกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และศึกษาดูงานการใช้ประโยชน์จากหญ้าแฝกเพื่ออนุรักษ์ดินและน้ำในพื้นที่ของหมอดินอาสานายเสน่ห์ ร่มโพธิ์ ได้แก่ การปลูกหญ้าแฝกล้อมรอบไม้ผล รอบขอบสระน้ำ และร่องสวน รวมทั้งแปลงสาธิตรวบรวมสายพันธุ์หญ้าแฝก และแปลงขยายพันธุ์หญ้าแฝก โดยหมอดินได้รางวัลชนะเลิศโล่พระราชทาน ประเภทพื้นที่แหล่งเรียนรู้และขยายผลระดับบุคคล โครงการประกวดการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ครั้งที่ 13 ประจำปี 2566-2567)

– 006