รายงานพิเศษ : ‘กรมตรวจบัญชีสหกรณ์’จัดอบรมหลักสูตร เร่งพัฒนาความรู้ผู้สอบบัญชีเท่าทันเทคโนโลยียุค4.0

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/381929

รายงานพิเศษ : ‘กรมตรวจบัญชีสหกรณ์’จัดอบรมหลักสูตร  เร่งพัฒนาความรู้ผู้สอบบัญชีเท่าทันเทคโนโลยียุค4.0

รายงานพิเศษ : ‘กรมตรวจบัญชีสหกรณ์’จัดอบรมหลักสูตร เร่งพัฒนาความรู้ผู้สอบบัญชีเท่าทันเทคโนโลยียุค4.0

วันจันทร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ จัดอบรมหลักสูตร การประเมินมาตรฐานขั้นต่ำในการควบคุมภายในและการรักษาความปลอดภัย สำหรับสหกรณ์ที่ประมวลผลข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์ เน้นผู้สอบบัญชีรู้เท่าทันเทคโนโลยี สามารถประเมินมาตรฐานขั้นต่ำในการควบคุมภายในและการรักษาความปลอดภัยสำหรับสหกรณ์ที่ใช้โปรแกรมระบบบัญชีคอมพิวเตอร์ในการประมวลผลข้อมูล เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศของสหกรณ์

 

นายโอภาส ทองยงค์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าวว่า ปัจจุบันเป็นยุคของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ทำให้การดำเนินงานธุรกิจของสหกรณ์มีการปรับตัวให้ก้าวทันยุคสมัย โดยนำคอมพิวเตอร์และนวัตกรรมต่างๆ เข้ามาใช้อำนวยความสะดวกในการบริหารงานของสหกรณ์มากขึ้น มีการใช้โปรแกรมระบบบัญชีประมวลผลข้อมูล เพื่อช่วยให้ระบบการเงินการบัญชีของสหกรณ์มีความเข้มแข็ง มีการควบคุมภายในที่ดี สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นให้สมาชิก ทั้งนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสี่ยงและความเสียหายแก่ระบบสารสนเทศของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ จึงออกระเบียบนายทะเบียนสหกรณ์ว่าด้วยมาตรฐานขั้นต่ำในการควบคุมภายในและการรักษาความปลอดภัย สำหรับสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรที่ใช้โปรแกรมระบบบัญชีคอมพิวเตอร์ประมวลผลข้อมูล พ.ศ.2553 เพื่อให้มีระบบบริหารจัดการและการควบคุมงานด้านคอมพิวเตอร์อย่างมีระบบและเกิดประสิทธิภาพ ซึ่งกำหนดภาพกว้างที่สหกรณ์ต้องนำไปกำหนดวิธีปฏิบัติในรายละเอียดให้เหมาะสมกับสภาพการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศของแต่ละสหกรณ์

 

อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์กล่าวอีกว่า กรมยังเห็นความสำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ในฐานะผู้สอบบัญชีสหกรณ์ที่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านการประมวลผลข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์ที่มีความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จึงจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร การประเมินมาตรฐานขั้นต่ำในการควบคุมภายในและการรักษาความปลอดภัย สำหรับสหกรณ์ที่ประมวลผลข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์ ปีงบประมาณ 2562 ขึ้น เพื่อให้ผู้สอบบัญชีได้รับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการประเมินมาตรฐานขั้นต่ำในการควบคุมภายใน และการรักษาความปลอดภัยสำหรับสหกรณ์ที่ใช้โปรแกรมระบบบัญชี
คอมพิวเตอร์ในการประมวลผลข้อมูล มีความรู้เท่าทันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่สหกรณ์อาจนำมาใช้ และสามารถให้คำแนะนำเพื่อให้สหกรณ์มีแนวทางกำหนดวิธีการควบคุมภายในที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม และลักษณะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศของสหกรณ์ รวมทั้งช่วยให้ผู้สอบบัญชีใช้เป็นแนวทางประเมินความเสี่ยงในการสอบบัญชีและการควบคุมภายในของสหกรณ์ เพื่อให้สหกรณ์นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ สามารถป้องกันความเสี่ยงอันเกิดจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศของสหกรณ์ได้ โดยมีผู้สอบบัญชีที่ได้รับมอบหมายให้ตรวจสหกรณ์ ที่ประมวลผลข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์และเป็นสหกรณ์กลุ่ม พร้อมรับการตรวจสอบ เข้ารับการอบรม 2 รุ่น รุ่นละ 30 คน

“เทคโนโลยีต่างๆ มีการพัฒนาให้ก้าวหน้าอยู่เสมอ ดังนั้น ผู้สอบบัญชีทุกคนต้องมีความรู้เท่าทันเทคโนโลยี เพื่อให้สอดรับกับการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์ พัฒนาตนเองให้เป็น CYBER AUDITOR หรือ ผู้สอบบัญชีที่มีสมรรถนะด้านไอทีในระดับสูง มีองค์ความรู้และทักษะด้านการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการสอบบัญชี เพื่อสร้างคุณภาพและความเชื่อมั่นของผลงานการสอบบัญชี รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดแก่งานสอบบัญชี ถือเป็นการช่วยดูแลรักษาผลประโยชน์ให้สมาชิกสหกรณ์ทั่วประเทศที่มีมากกว่า 10 ล้านคน”

ชายคาพระพิรุณ : 10 ธันวาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/381926

586851

ชายคาพระพิรุณ : 10 ธันวาคม 2561

วันจันทร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ จัดอบรมหลักสูตร การประเมินมาตรฐานขั้นต่ำในการควบคุมภายในและการรักษาความปลอดภัย สำหรับสหกรณ์ที่ประมวลผลข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์ เน้นผู้สอบบัญชีรู้เท่าทันเทคโนโลยี สามารถประเมินมาตรฐานขั้นต่ำในการควบคุมภายในและการรักษาความปลอดภัยสำหรับสหกรณ์ที่ใช้โปรแกรมระบบบัญชีคอมพิวเตอร์ในการประมวลผลข้อมูล เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศของสหกรณ์

นายโอภาส ทองยงค์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าวว่า ปัจจุบันเป็นยุคของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ทำให้การดำเนินงานธุรกิจของสหกรณ์มีการปรับตัวให้ก้าวทันยุคสมัย โดยนำคอมพิวเตอร์และนวัตกรรมต่างๆ เข้ามาใช้อำนวยความสะดวกในการบริหารงานของสหกรณ์มากขึ้น มีการใช้โปรแกรมระบบบัญชีประมวลผลข้อมูล เพื่อช่วยให้ระบบการเงินการบัญชีของสหกรณ์มีความเข้มแข็ง มีการควบคุมภายในที่ดี สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นให้สมาชิก ทั้งนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสี่ยงและความเสียหายแก่ระบบสารสนเทศของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ จึงออกระเบียบนายทะเบียนสหกรณ์ว่าด้วยมาตรฐานขั้นต่ำในการควบคุมภายในและการรักษาความปลอดภัย สำหรับสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรที่ใช้โปรแกรมระบบบัญชีคอมพิวเตอร์ประมวลผลข้อมูล พ.ศ.2553 เพื่อให้มีระบบบริหารจัดการและการควบคุมงานด้านคอมพิวเตอร์อย่างมีระบบและเกิดประสิทธิภาพ ซึ่งกำหนดภาพกว้างที่สหกรณ์ต้องนำไปกำหนดวิธีปฏิบัติในรายละเอียดให้เหมาะสมกับสภาพการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศของแต่ละสหกรณ์

อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์กล่าวอีกว่า กรมยังเห็นความสำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ในฐานะผู้สอบบัญชีสหกรณ์ที่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านการประมวลผลข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์ที่มีความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จึงจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร การประเมินมาตรฐานขั้นต่ำในการควบคุมภายในและการรักษาความปลอดภัย สำหรับสหกรณ์ที่ประมวลผลข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์ ปีงบประมาณ 2562 ขึ้น เพื่อให้ผู้สอบบัญชีได้รับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการประเมินมาตรฐานขั้นต่ำในการควบคุมภายใน และการรักษาความปลอดภัยสำหรับสหกรณ์ที่ใช้โปรแกรมระบบบัญชี
คอมพิวเตอร์ในการประมวลผลข้อมูล มีความรู้เท่าทันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่สหกรณ์อาจนำมาใช้ และสามารถให้คำแนะนำเพื่อให้สหกรณ์มีแนวทางกำหนดวิธีการควบคุมภายในที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม และลักษณะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศของสหกรณ์ รวมทั้งช่วยให้ผู้สอบบัญชีใช้เป็นแนวทางประเมินความเสี่ยงในการสอบบัญชีและการควบคุมภายในของสหกรณ์ เพื่อให้สหกรณ์นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ สามารถป้องกันความเสี่ยงอันเกิดจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศของสหกรณ์ได้ โดยมีผู้สอบบัญชีที่ได้รับมอบหมายให้ตรวจสหกรณ์ ที่ประมวลผลข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์และเป็นสหกรณ์กลุ่ม พร้อมรับการตรวจสอบ เข้ารับการอบรม 2 รุ่น รุ่นละ 30 คน

“เทคโนโลยีต่างๆ มีการพัฒนาให้ก้าวหน้าอยู่เสมอ ดังนั้น ผู้สอบบัญชีทุกคนต้องมีความรู้เท่าทันเทคโนโลยี เพื่อให้สอดรับกับการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์ พัฒนาตนเองให้เป็น CYBER AUDITOR หรือ ผู้สอบบัญชีที่มีสมรรถนะด้านไอทีในระดับสูง มีองค์ความรู้และทักษะด้านการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการสอบบัญชี เพื่อสร้างคุณภาพและความเชื่อมั่นของผลงานการสอบบัญชี รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดแก่งานสอบบัญชี ถือเป็นการช่วยดูแลรักษาผลประโยชน์ให้สมาชิกสหกรณ์ทั่วประเทศที่มีมากกว่า 10 ล้านคน”

ขุนเกษตร

กษ.เชิดชูรางวัลวันดินโลกน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ’รัชกาลที่9′

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/381914

กษ.เชิดชูรางวัลวันดินโลกน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ'รัชกาลที่9'

กษ.เชิดชูรางวัลวันดินโลกน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ’รัชกาลที่9′

วันอาทิตย์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 17.48 น.

กษ.เชิดชู”รางวัลวันดินโลก”ร่วมกับเอฟเอโอ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ”รัชกาลที่ 9″ สืบสานพระราชปณิธานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรดินให้เกิดความยั่งยืน

9 ธ.ค.61 นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงรางวัลวันดินโลก ปี 2561 ภายใต้หัวข้อ ร่วมคิดร่วมทำแต่วันนี้ เพื่อปฐพีไร้มลพิษ ว่า ประเทศไทยร่วมกับองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ ได้ก่อตั้งรางวัลวันดินโลก เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสืบสานพระราชปณิธานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการพัฒนาทรัพยากรดินให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการทำการเกษตรเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร และการขจัดความหิวโหยตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการจัดการดินทั่วโลกได้จัดกิจกรรมวันดินโลกที่โดดเด่น รวมทั้งเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ และสร้างจิตสำนึกในการรักษาทรัพยากรดินและการจัดการดินอย่างยั่งยืน

ด้าน นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในนามรองโฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การมอบรางวัลวันดินโลกในปีนี้มีความสำคัญยิ่ง เพราะนับเป็นปีแรก และจะมอบเป็นประจำทุกปีในวันที่ 5 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันดินโลก และวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

สำหรับกิจกรรมงานวันดินโลกที่ FAO กรุงโรม ตัวแทนนักเรียนไทย 2 คน ประกอบด้วย น.ส.ชลิตา อมรชัยพิริยากุล และ น.ส.มนสิชา พรหมพันธ์ใจ จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ได้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในหัวข้อ “ทางออกในการแก้ไขปัญหามลภาวะของดิน” และในระหว่างการประชุมเสวนางานวันดินโลก ศาสตราจารย์ Rattan Lal ประธานสมาพันธ์นักวิทยาศาสตร์ดินโลก และผู้ได้รับรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดินดีเด่นประจำปีนี้ (Glinka Soil Award) ได้กล่าวยกย่องพระอัจฉริยภาพ พระปรีชาสามารถ และพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ด้านการพัฒนาทรัพยากรดินอย่างยั่งยืน และได้กล่าวคำแปลพระนาม Bhumibol Adulyadej จากภาษาสันสกฤต เป็นภาษาอังกฤษ ให้ผู้เข้าร่วมงานวันดินโลกได้รับทราบความหมายได้อย่างไพเราะอย่างยิ่ง ในงานเฉลิมฉลองวันดินโลก

กระทรวงเกษตรฯ ถวายราชสดุดี เทิดพระเกียรติในหลวง ร.9 สืบสานศาสตร์พระราชา ณ ลุ่มน้ำปราจีนฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/381850

กระทรวงเกษตรฯ ถวายราชสดุดี เทิดพระเกียรติในหลวง ร.9 สืบสานศาสตร์พระราชา ณ ลุ่มน้ำปราจีนฯ

กระทรวงเกษตรฯ ถวายราชสดุดี เทิดพระเกียรติในหลวง ร.9 สืบสานศาสตร์พระราชา ณ ลุ่มน้ำปราจีนฯ

วันอาทิตย์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 08.03 น.

นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงาน วันดินโลก “สืบสานศาสตร์พระราชา พัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน ลุ่มน้ำปราจีนบุรี”  พร้อมด้วยนายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ข้าราชการ ประชาชน ร่วมกันถวายราชสดุดี เทิดพระเกียรติในหลวง ร.9 ณ อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา จ.ปราจีนบุรี

นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดงานวันดินโลกขึ้น ในโอกาสองค์การสหประชาชาติ และ องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชติ (FAO) กำหนดให้ วันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี เป็น“วันดินโลก”เพื่อสดุดีพระเกียรติคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมสำคัญนี้ เพื่อเผยแพร่และขยายผลการดำเนินงานพัฒนาระบบกสิกรรมโดยน้อมนำศาสตร์พระราชาของในหลวงรัชกาลที่ 9 หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรทฤษฎีใหม่ มาบูรณาการในรูปแบบประชารัฐ เน้นการอนุรักษ์ทรัพยากรดินและน้ำ เพิ่มพื้นที่กักเก็บน้ำ และพัฒนาพื้นที่ให้สอดคล้องกับสภาพภูมิสังคมแต่ละพื้นที่ กรมชลประทาน จึงได้ร่วมกับ จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อจัดงานวันดินโลก ปี 2561 ขึ้น ภายใต้ชื่องาน “สืบสานศาสตร์พระราชา พัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน ลุ่มน้ำปราจีนบุรี”

สำหรับกิจกรรมในงานตลอดทั้ง 3 วัน มีการจัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “นักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม” การบูรณาการระหว่างดิน น้ำ และพืช รวมถึงนิทรรศการของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ และภาคีความร่วมมือต่างๆ และยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย ทั้งการจัดทำแปลงสาธิตเกษตรทฤษฎีใหม่, การแสดงบนเวที การจัดกิจกรรมปลูกต้นไม้และหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ การปล่อยสัตว์น้ำ บริการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า และรถยนต์ จากส่วนราชการและนักศึกษา, การบริจาคโลหิต, การให้บริการตรวจหาสารเคมีในเส้นเลือด รวมถึงการประกวดแข่งขันในหัวข้อเกี่ยวกับงานวันดินโลก นอกจากนี้ ประชาชนที่มาร่วมงานยังจะได้เลือกชมและซื้อสินค้าจากร้านจำหน่ายสินค้าของเกษตรกรในพื้นที่ทั้งสินค้าเกษตรอินทรีย์, ผลิตภัณฑ์ OTOP นวัตวิถี, สินค้าธงฟ้าราคาประหยัด และชิมผลไม้พื้นถิ่น อาหารพื้นบ้าน โดยตลอดทั้งงานยังมีการเปิดให้บริการนั่งรถรางชมเขื่อนนฤบดินทรจินดา ถ่ายภาพกับทุ่งปอเทือง อีกด้วย

นายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี กล่าวว่า จังหวัดปราจีนบุรี มีความยินดีอย่างยิ่ง ที่ได้ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดงานเนื่องในวันดินโลก ปี 2561 “สืบสานศาสตร์พระราชา พัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน ลุ่มน้ำปราจีนบุรี” เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนในจังหวัด และพื้นที่ใกล้เคียง ตลอดจนผู้มาร่วมงาน ได้ศึกษาแลกเปลี่ยนเรียนรู้งานศาสตร์พระราชา และเกษตรทฤษฎีใหม่จากเครือข่ายในพื้นที่ สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับวิถีชีวิตดั้งเดิมได้

ทั้งนี้ ขอเชิญผู้สนใจไปเที่ยวชมงาน “สืบสานศาสตร์พระราชา พัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน ลุ่มน้ำปราจีนบุรี” จะจัดขึ้น ณ อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี  ตั้งแต่วันนี้  8 – 10 ธันวาคม 2561 เป็นเวลา 3 วัน เวลา 08.30 – 16.30 น. 

‘กฤษฏา’ออกทีโออาร์ใหม่ภายใน 11 ธ.ค.นี้ ทำถนนยางพาราทุกชุมชนทั่วประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/381767

'กฤษฏา'ออกทีโออาร์ใหม่ภายใน 11 ธ.ค.นี้  ทำถนนยางพาราทุกชุมชนทั่วประเทศ

‘กฤษฏา’ออกทีโออาร์ใหม่ภายใน 11 ธ.ค.นี้ ทำถนนยางพาราทุกชุมชนทั่วประเทศ

วันเสาร์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 16.27 น.

“กฤษฏา” ยันออกทีโออาร์ใหม่ ภายใน 11 ธ.ค.ทำถนนยางพาราทุกชุมชนทั่วประเทศ 7.5 หมื่นกม.ต้องใช้น้ำยางสดเท่านั้น ซื้อโดยตรงจากสถาบันเกษตรกร หวั่นเกษตรกรกังวลเปลี่ยนใช้น้ำยางข้นแทน ชี้ไม่เอื้อรายใหญ่ ”

8 ธ.ค. 61 นายกฤษฏา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยกรณีแกนนำเกษตรกรชาวสวนยาง เรียกร้องนายกรัฐมนตรี ให้แก้ไขสเปกก่อสร้างถนนยางพาราขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้วประเทศ เพราะกังวลเอื้อประโยชน์ผู้ประกอบการน้ำยางข้น 9 รายในกรุงเทพฯว่าได้เรียนนายกรัฐมนตรี ให้ทราบเรียบร้อยแล้วว่าตนได้ไปประสานกับกรมทางหลวง กรมบัญชีกลาง ทำราคาใหม่ และทีโออาร์ก่อสร้างถนนยางพาราซอยซีเมนท์ ที่ระบุชัดเจนว่าต้องใช้ส่วนผสมน้ำยางสด  โดยจะกำหนดให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 11 ธ.ค.นี้

“เกษตรกรชาวสวนยาง ไม่ต้องกังวล โครงการทำถนนทุกชุมชนจะใช้น้ำยางสด ที่ซื้อจากสถาบันเกษตรกรโดยตรง และจะไม่มีการเปลี่ยนจากน้ำยางสด ไปใช้น้ำยางข้น  ทั้งนี้จะกำหนดในทีโออาร์ทำถนนพาราซอยซีเมนท์ ผสมปูนซีเมนท์ กับน้ำยางสด กำลังร่างสเปกใหม่  ซึ่งก่อนหน้านี้กำหนดน้ำยางสดผสมสารเคมี ต้องนำมาผสมกันในแทงค์ ที่กรุงเทพ และจะส่งออกไปต่างจังหวัด มีสเปกแบบนั้น ทำให้ยุ่งยาก ผมเองได้ประสานกรมทางหลวง กำหนดสเปก ทีโออาร์ใหม่ สามารถผสมได้เองในท้องถิ่นทั้งผู้รับจ้าง รับเหมาจากอปท. โดยกระทรวงเกษตรฯเรียนนายกฯเรียบร้อย แล้วว่าเราจะเป็นหน่วยงานกลางประสานให้ทั้งหมด ยืนยันออกสเปก ไม่เกินวันที่ 11ธ.ค.นี้ การทำถนนกว่า7.5 หมื่นกิโลเมตร งบกว่า 9.2 หมื่นล้านบาท ต้องใช้น้ำยางสด “นายกฤษฏา กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าเหนื่อยไหมต้องชนเองทุกเรื่อง นายกฤษฏา กล่าวว่าไม่อยากพูดออกอากาศ ตนมาทำเพื่อชาติบ้านเมือง เมื่อมาเป็นรัฐมนตรีเกษตรฯต้องทำให้จบทุกปัญหาความเดือดร้อนเกษตรกร อีกไม่กี่เดือนพ้นหน้าที่

‘กฤษฏา’กล่อมเอกชนแปรรูปยาง เพิ่มใช้ยาง 5 แสนตันต่อปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/381635

‘กฤษฏา’กล่อมเอกชนแปรรูปยาง เพิ่มใช้ยาง 5 แสนตันต่อปี

‘กฤษฏา’กล่อมเอกชนแปรรูปยาง เพิ่มใช้ยาง 5 แสนตันต่อปี

วันศุกร์ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 17.40 น.

‘กฤษฏา’กล่อมเอกชนแปรรูปยาง เพิ่มใช้ยาง 5 แสนตันต่อปี

7 ธ.ค.61 นายกฤษฏา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังร่วมประชุมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และบริษัทผู้ผลิตแปรรูปยางพารา 8 บริษัท ได้แก่ บริษัทผลิตเครื่องนอน อุปกรณ์เกี่ยวกับการแพทย์ ท่อยาง สายยาง สายพานลำเลียง บริษัทผลิตล้อยางรถยนต์ที่มีผู้ประกอบการเป็นคนไทย ว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ ให้ความร่วมมือรับซื้อน้ำยางสด ยางแผ่น ยางแท่ง จากสถาบันการเกษตรกรโดยตรง แต่มีปัญหาเรื่องระเบียบจัดซื้อจัดจ้างที่เน้นเรื่องราคาต่ำสุด

ทั้งนี้ ทำให้ไม่สามารถแข่งขันได้และหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ ต้องหันไปซื้อวัสดุอุปกรณ์จากผู้ประกอบการนำเข้าผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศ เช่น จีน ที่มีราคาถูกแต่คุณภาพต่ำกว่าของผลิตในไทย เช่น การไฟฟ้าฝ่ายผลิตเคยซื้อสายพานขนลำเลียงถ่านหินโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จากในประเทศ แต่เมื่อมีกำหนดราคาขั้นต่ำทำให้ต้องซื้อจากจีน อีกทั้งโมเดลหุ่นยางสำหรับฝึกนักศึกษาแพทย์ และใช้ในการเรียนการสอน ที่ยังต้องสั่งจากต่างประเทศราคาตัวละ 3-4 หมื่นบาท แต่ผลิตในไทยตัวละ 6 พันบาท ทางโรงพยาบาลซื้อไม่ได้ เพราะไม่มี มอก.

นายกฤษฏา กล่าวอีกว่า ได้รับข้อเสนอไปหารือกับสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อปรับแก้ระเบียบจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานรัฐ โดยอาจจะประกาศเป็นรายผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของยางพาราในประเทศเท่านั้น และต้องมีมาตรฐาน มอก.ไทย ให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯและการยางแห่งประเทศไทย(กยท.)ไปจัดทำรายการครุภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากยางพารามีกี่ประเภทเพื่อส่งให้สำนักนายกฯจัดทำประกาศระเบียบจัดซื้อจัดจ้างออกมาใหม่โดยเร็ว เพื่อให้การใช้ยางในประเทศเพิ่มขึ้นอีกปีละ 4-5 แสนตัน จากปริมาณผลผลิตยางออกมาต่อปี 4.5 ล้านตัน

นอกจากนี้ผู้ประกอบการ เสนอให้ขยายมาตรการช้อปช่วยชาติ ไปถึงเทศกาลสงกรานต์ ช่วงเดือนเม.ย.ของทุกปี เนื่องจากประชาชนเดินทางกันมาก ทั้งช่วงปีใหม่และเทศกาลสงกรานต์ อาจเพิ่มยอดใช้ยางได้มากขึ้น ซึ่งบริษัทผลิตยางล้อ ระบุว่าได้ซื้อยางพาราจากสถาบันเกษตรกร เพิ่มมากขึ้น จากปกติซื้อปีละ 2 พันตัน คิดเป็นร้อยละ 3 ของยางพาราที่ใช้ทั้งหมด แต่ช่วง 2 เดือนที่ผ่านมามีการรณรงค์ใช้ยางเพื่อชาติ เปลี่ยนล้อยาง และช้อปเพื่อชาติ ทำให้ความต้องการล้อยางมากขึ้น จึงสั่งซื้อยางจากสหกรณ์เพิ่มขึ้น 2 พันตันภายใน 1 เดือนจากสหกรณ์

นายกฤษฏา กล่าวว่าราคายางวันนี้ที่ตลาดต่างประเทศทุกแห่งปรับตัวขึ้น 50 สตางค์ ซึ่งสวนทางกับดัชนีตลาดหุ้นดาวโจนส์ เพราะจากมาตรการเพิ่มใช้ยางในไทย ทำให้ตลาดกังวลถึงสต็อกยางโลกจะลดลง เนื่องจากปริมาณการผลิตยางคงที่ แต่รัฐบาลไทยส่งเสริมการใช้มากขึ้น จึงส่งผลต่อราคาในตลาดโลกด้วย โดยเฉพาะการนำยางไปทำถนนทุกหมู่บ้าน 7.5 หมื่นแห่ง ที่มีการโจมตีกันมากว่าออกสเปกเอื้อประโยชน์ต่อผู้ประกอบการน้ำยางข้นในกรุงเทพ 9 ราย และเรียกร้องให้เกษตรกรสวนยางออกมาเคลื่อนไหว

“ยืนยันว่าไม่ได้ใช้น้ำยางข้นทำถนนพาราซอยซีเมนท์ ที่กำลังก่อสร้างขณะนี้ เป็นสูตรพาราซอยซีเมนท์ใช้น้ำยางดิบที่ อปท.ซื้อสถาบันเกษตรกร และวิสาหกิจในท้องถิ่นได้โดยตรง และราคาก่อสร้างจะถูกลงเหลือกิโลเมตรละ1.2 ล้านบาท จาก 1.5 ล้านบาท ทั้งนี้อปท.ใดที่มีกองช่างก็สามารถก่อสร้างได้เองทำให้เหลือกิโลเมตรละ 9 แสนบาทเท่านั้น” รมว.เกษตรฯ กล่าว

รมว.เกษตรฯ กล่าวอีกว่า นายกรัฐมนตรี เป็นห่วงเรื่องต้นทุนการผลิตสินค้าเกษตรที่สูงขึ้นทำให้เกษตรกรเดือดร้อน สั่งการให้กระทรวงเกี่ยวข้องเร่งหาวิธีทางแก้ไขลดต้นทุนให้ได้ โดยเฉพาะค่าปุ๋ย ที่เป็นสัดส่วนถึงร้อยละ30ของการทำเกษตรทุกชนิด ซึ่งนายกฯต้องการให้เกษตรกรได้ใช้ปุ๋ยราคาถูกมีคุณภาพดี เหมาะสมกับพืชแต่ละชนิด ดังนั้นนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งให้สหกรณ์การเกษตร ผลิตปุ๋ย2สูตรเพื่อจำหน่ายทั่วไป โดยเป็นปุ๋ยสั่งตัด และปุ๋ยผสมต่างๆซึ่งรัฐให้กู้ดอกเบี้ยต่ำ นอกจากนี้ปรับปรุงพันธุ์ยางโดยศูนย์วิจัยยางของ กยท.มี5แห่งทั่วประเทศได้พัฒนาสายพันธุ์ดีให้น้ำยางต่อไร่สูง ให้กระจายพันธุ์ออกสู่เกษตรกรเปลี่ยนต้นยางเดิมต้นโทรมมีอายุมาก 15 – 25 ปี

ส.ป.ก.ระดมทีมกฎหมาย-ช่างรังวัดลุยสแกน’ฟลอร่าฯ-ฟ้าประทาน’ทุกตารางนิ้ว11ธ.ค.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/381560

ส.ป.ก.ระดมทีมกฎหมาย-ช่างรังวัดลุยสแกน'ฟลอร่าฯ-ฟ้าประทาน'ทุกตารางนิ้ว11ธ.ค.

ส.ป.ก.ระดมทีมกฎหมาย-ช่างรังวัดลุยสแกน’ฟลอร่าฯ-ฟ้าประทาน’ทุกตารางนิ้ว11ธ.ค.

วันศุกร์ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 14.37 น.

เลขาธิการฯส.ป.ก.ลั่นพื้นที่”ไร่ฟ้าประทาน-ฟลอร่าพาร์ค”วังน้ำเขียว เกือบ400ไร่ ส.ป.ก.เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ เรียกระดมทีมกฎหมาย-ช่างรังวัดพร้อมเครื่องมือครบเซ็ต ลงตรวจสอบ11ธ.ค.ทุกตารางนิ้ว พร้อมรื้อมติคปจ.ปี53 ชี้รมว.เกษตรฯเร่งทำตามกฎหมายและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

7 ธ.ค.นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เปิดเผยว่าในวันนี้ได้เรียกประชุมฝ่ายกฎหมายและฝ่ายรังวัด ส.ป.ก.เพื่อสั่งการให้จัดทีมปฏิบัติการจากส่วนกลางลงไปช่วย นายสุระชัย ยุทธชนะ ปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครราชสีมา และ ส.ป.ก.ในพื้นที่เร่งดำเนินการรังวัดตรวจสอบพื้นที่ ไร่ฟ้าประทาน และฟลอร่าพาร์ค รวมเนื้อที่เกือบ 400 ไร่ ที่เอกชนรายใหญ่เข้าถือครองทำประโยชน์โดยไม่รับอนุญาตในที่ดิน ส.ป.ก.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ช่วงวันที่ 11 ธ.ค.นี้ โดยนายนายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เน้นย้ำทุกกรณีต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้อง พร้อมกับให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

ทั้งนี้ ตนได้พิจารณาหนังสือคำชี้แจงการเข้าใช้ที่ดิน ส.ป.ก.จากผู้บริหารไร่ฟ้าประทานและฟลอร่าพาร์ค ที่ยื่นมาเมื่อวันที่ 6 ธ.ค.ได้นำมาตรวจสอบกันระหว่างคำชี้แจง กับข้อเท็จจริงในพื้นที่ปรากฏในปัจจุบันยังเปิดเป็นกิจการของเอกชน โดยอ้างว่ามีเอกสารหลักฐานการยินยอมให้ใช้พื้นที่ได้ที่ดินจากคนที่สละสิทธิการที่ถือเอกสารสิทธิ ส.ป.ก.4-01 ทั้งสองแปลง

“ยืนยันว่าที่ดินไร่ฟ้าประทาน และฟลอร่าพาร์ค เป็นที่ดินของ ส.ป.ก.เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ผมจะดำเนินการให้ดีที่สุดยุติธรรมเป็นไปตามกฎหมายซึ่งจะได้ข้อสรุปและมีคำสั่งออกมาโดยเร็วที่สุดภายใน 15 วัน ตามข้อสั่งการ รมว.เกษตรฯ” เลขาธิการ ส.ป.ก.กล่าว

นายวิณะโรจน์ กล่าวว่า การดำเนินการทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบกฎหมาย ส.ป.ก.เมื่อเอกชนมีหนังคำชี้แจง ส.ป.ก.ส่งเอกสารมาโต้แย้งข้อกล่าวหา สิ่งที่ทำต่อไปคือ ไปดูข้อเท็จจริงว่าสอดคล้องเป็นไปตามระเบียบ ส.ป.ก.หรือไม่

“เอกชนส่งคำชี้แจงมามีข้อกล่าวอ้างหลายอย่างต้องประมวลให้ชัดเจน โดยเฉพาะกรณีสมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย ได้เข้าไปขออนุญาตจากคณะกรรมการปฏิรูปที่ดิน (คปจ.) จังหวัดนครราชสีมา ขอใช้พื้นที่จัดงานแสดงพืชสวนไม้ดอกเพื่อนำรายได้เข้าการกุศล จึงได้มีการอนุมัติให้ใช้พื้นที่และต่อมาบริษัทฟลอร่าพาร์ค ได้ขอจัดตั้งเป็นศูนย์การเรียนรู้เพื่อให้ประชาชนได้มาเรียนรู้ด้านพืชสวน ได้ทำเรื่องขออนุมัติต่ออีกช่วง ซึ่งต้องย้อนหลังไปเปิดมติ คปจ.ตั้งแต่ ปี 53 ดูเอกสารข้อเท็จจริงทั้งหมดที่อ้างว่าได้เข้าใช้พื้นที่ ส.ป.ก.เพื่อนำรายได้เข้าการกุศลอย่างไร ตรงนี้ผมอยากให้ไปรื้อดูมติชัดๆ จึงส่งนิติกร นายช่างรังวัด ไปลงพื้นที่หาข้อเท็จจริงให้เร็วที่สุด รวมทั้งกลไกการขออนุญาต เมื่อผมประชุมทีมเตรียมพร้อมจะลงไปวังน้ำเขียว ทั้งช่าง เครื่องมือต่างๆ ไปให้ครบ ซึ่งขณะนี้เอกชนยังไม่มีเอกสารสิทธิใดๆ ในที่ดินมาแสดง” นายวิณะโรจน์ กล่าว

เลขาธิการสำนักงานปฏิรูปที่ดินฯ กล่าวว่า ขณะนี้ครบกำหนด 30 วัน จากที่ รมว.เกษตรฯ สั่งให้เอกซเรย์พื้นที่ ส.ป.ก.ทั่วประเทศ โดยวันอังคารที่ 11 ธ.ค.นี้ จะได้ได้ครบหมดทุกจังหวัด ซึ่งพบว่ามีการเปลี่ยนมือไม่มาก เป็นเกษตรกรรายเดิมอยู่ในพื้นที่เกือบ 40 ล้านไร่ รวม 2.8 ล้านครัวเรือน หรือ 10 ล้ายราย ตนให้แนวทาง ส.ป.ก.ทุกจังหวัดต้องพัฒนาเกษตรกรมีความเข้มแข็งให้ได้ อยู่รอด อยู่ดี อยู่ยั่งยืน ซึ่งรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานที่ดินให้ ส.ป.ก.หลายหมื่นไร่ ในการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ยากไร้ได้มีที่ดินทำกิน

ส่องสหกรณ์ : ชาเขียวข้าวหอมมะลิทุ่งสัมฤทธิ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/381435

x

ส่องสหกรณ์ : ชาเขียวข้าวหอมมะลิทุ่งสัมฤทธิ์

วันศุกร์ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เป็นผลงานวิจัยของศูนย์นวัตกรรมแปรรูปและพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรกรครบวงจรตามแนวพระราชดำริมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ที่มีส่วนประกอบจากยอดอ่อนของต้นข้าวหอมมะลิทุ่งสัมฤทธิ์ มีปริมาณวิตามินและสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายทั้งวิตามินซี วิตามินเอ วิตามินอี วิตามินบี 1 วิตามินบี 3 และเบต้ากลูแคน ช่วยสร้างภูมิต้านทานแก่ร่างกาย ช่วยเสริมสร้างผิวหนัง ฟันและหลอดเลือด พัฒนาของเซลล์ประสาท ป้องกันการแตกสลายของเหยื่อหุ้มเซลล์ ช่วยลดและป้องกันการเกิดมะเร็ง ช่วยปลดปล่อยธาตุที่มีประโยชน์ต่อขบวนการเมตาบอลิซึมในร่างกาย ช่วยกระตุ้นการเจริญและซ่อมแซ่มเนื้อเหยื่อและช่วยสร้างเม็ดเลือดแดงส่วนเบต้ากลูแคนมีคุณสมบัติช่วยลดโคเลสเตอรอล ช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือดและลดความดันโลหิต

ชาเขียวข้าวหอมมะลิทุ่งสัมฤทธิ์ นับว่าเป็นอีกสินค้าทางเลือก ที่สามารถใช้เป็นของขวัญเพื่อส่งแทนความห่วงใยในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ใกล้จะถึงนี้ ให้กับญาติผู้ใหญ่หรือเพื่อนสนิทได้อย่างลงตัว ทั้งนี้ หากหน่วยงานต่างๆ หรือประชาชนที่สนใจจะสั่งซื้อสินค้าดังกล่าว สามารถติดต่อโดยตรงไปได้ที่ สหกรณ์การเกษตรพิมาย จำกัด 67 หมู่ 6 ต.ในเมือง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา 30110 โทร. 0-4447-1128 FAX 0-4448-1766 หรือสามารถสั่งซื้อและจัดเป็นกระเช้าของขวัญได้ที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ โทรศัพท์ 0-2280-7506 หรือ 06-2610-7842 ซึ่งกรมมีโปรโมชั่นพิเศษ! สำหรับลูกค้าที่สั่งซื้อสินค้าตั้งแต่ 10,000 บาท ขึ้นไป บริการจัดส่งกระเช้าสินค้าสหกรณ์ฟรีในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มกอช.น้อมนำรับสั่ง‘สมเด็จพระเทพฯ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/381439

x

มกอช.น้อมนำรับสั่ง‘สมเด็จพระเทพฯ’

วันศุกร์ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นางสาวจูอะดี พงศ์มณีรัตน์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งมอบให้ส่วนราชการต่างๆ เข้าไปสนับสนุนการดำเนินงานของโรงเรียนในโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามความต้องการขอรับการสนับสนุน ซึ่งการดำเนินงานของโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร แบ่งเป็น 6 ด้าน คือ การพัฒนาเด็กและเยาวชน งานนักเรียนในพระราชนุเคราะห์ฯ และทุนพระราชทานเพื่อการศึกษา การพัฒนาอาชีพ การพัฒนาพื้นที่แบบบูรณาการ การพระราชทานความช่วยเหลือ และความร่วมมือระดับนานาชาติ ดังนั้น มกอช. จึงจัดอบรมเชิงปฏิบัติการโครงการบูรณาการองค์ความรู้การเกษตรเพื่ออาหารปลอดภัยสำหรับสถานศึกษา ภายใต้โครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ณ ศูนย์บริการและพัฒนาลุ่มน้ำปาย ตามพระราชดำริ จ.แม่ฮ่องสอน

ทั้งนี้ มกอช. ร่วมกับโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาและประถมศึกษา ในโครงการกองทุนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร(กพด.) ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 10 โรงเรียน และส่วนราชการสังกัดของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินโครงการบูรณาการองค์ความรู้การเกษตรเพื่ออาหารปลอดภัยสำหรับสถานศึกษา เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชกระแสรับสั่งของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการพัฒนาองค์ความรู้และทักษะด้านการพัฒนาอาชีพ ด้านการเกษตร ทั้งด้านพืช สัตว์และประมง รวมถึงพัฒนาองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ เช่น วิชาการด้านสหกรณ์ การจัดทำบัญชีสหกรณ์และครัวเรือน การควบคุมต้นทุนการผลิตด้วยการผลิตปุ๋ยและอาหารสัตว์ สำหรับใช้บำรุงพืชและเลี้ยงสัตว์ ซึ่งเป็นการสร้างเครือข่ายการเรียนรู้การผลิตสินค้าเกษตรและอาหารปลอดภัย เพื่อเป็นต้นแบบขยายผลสู่โรงเรียนและชุมชนในพื้นที่ต่อไปในอนาคต

“การอบรมครั้งนี้ มีนักเรียน คณะครู/อาจารย์ จากโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 34 และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแม่ฮ่องสอนเขต 2 และเจ้าหน้าที่ส่วนราชการสังกัดของกระทรวงเกษตรฯ 70 คน เข้าร่วมอบรม เป็นการดำเนินงานแบบบูรณาการเชิงพื้นที่ (AreaApproach) ร่วมกับหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรฯและส่วนราชการอื่นในจ.แม่ฮ่องสอนโดยมีรูปแบบ 2 กิจกรรมคือ การบรรยายให้ความรู้ เกี่ยวกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและความรู้เกี่ยวกับอาหารปลอดภัย มาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร การเลือกบริโภคสินค้าเกษตรที่ปลอดภัย การเลือกซื้อสินค้าที่มีเครื่องหมาย Q รวมถึงการฝึกปฏิบัติแบ่งเป็นฐานเรียนรู้ เช่น การดูแล/บำรุงรักษาต้นหม่อน การแปรรูปหม่อนผลสด เรียนรู้เกี่ยวกับพืชสัตว์ ประมงที่เหมาะสมกับพื้นที่โรงเรียน และสรุปบทเรียนไปพัฒนาการเรียนการสอน และพัฒนาด้านอาชีพของโรงเรียนในโครงการ ต่อไป”
นางสาวจูอะดี

พด.ลุยสานต่อศาสตร์พระราชา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/381437

x

พด.ลุยสานต่อศาสตร์พระราชา

วันศุกร์ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นางสาวเบญจพร ชาครานนท์ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า กรมพัฒนาที่ดินร่วมทำงานกับโครงการหลวงมาตั้งแต่ปี 2519 จนถึงปัจจุบัน มีวัตถุประสงค์ในการอนุรักษ์ดินและน้ำบนพื้นที่สูง รักษาความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของเกษตรกร พร้อมสานต่อศาสตร์พระราชาด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรดินและการพัฒนาที่ดิน โดยปัจจุบันกรมพัฒนาที่ดินมีพื้นที่รับผิดชอบร่วมกับศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทั้งสิ้น 39 ศูนย์ใน 6 จังหวัด ภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน แม่ฮ่องสอน พะเยาและตาก โดยได้สำรวจออกแบบและก่อสร้างระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ ระบบส่งน้ำชลประทานและเส้นทางลำเลียงภูเขา พร้อมวิจัย ทดสอบ สาธิตและส่งเสริมการใช้ประโยชน์ที่ดินบนพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน ประกอบกับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดิน เพื่อผลิตอาหารปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ นอกจากนี้ยังจัดตั้งหมอดินดอยอาสา หมอดินน้อยในโรงเรียน จุดเรียนรู้งานพัฒนาที่ดินและสนับสนุนการสร้างเครือข่ายเพื่อการปฏิบัติงานพัฒนาที่ดินอย่างมีส่วนร่วม

นางสาวเบญจพรกล่าวอีกว่า เกษตรกรในพื้นที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหลายแห่งสามารถพัฒนาต่อยอดความรู้ของตนเองโดยไม่ต้องพึ่งพาหน่วยงานรัฐมากเหมือนเมื่อก่อนและส่วนใหญ่ยกระดับตนเองขึ้นมาเป็นแหล่งเรียนรู้เกษตรเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ให้โครงการอื่นๆ หรือเกษตรกรที่สนใจเข้ามาเรียนรู้ สำหรับการปลูกพืชในศูนย์ฯจะใช้หลักการตลาดนำการผลิต เพื่อไม่ให้ผลผลิตที่ได้ออกมาเกินความต้องการของตลาด อีกทั้งศูนย์พัฒนาโครงการหลวงได้ปรับเปลี่ยนการผลิตมาเป็นระบบเกษตรอินทรีย์เต็มตัว ดังเช่น สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ ศูนย์ย่อยบ้านเมืองอาง ที่ผลิตพืชอินทรีย์ภายใต้มาตรฐานการรับรองของไทย และหน่วยงานรับรองมาตรฐานของประเทศสิงคโปร์ มีพื้นที่ที่ผ่านการรับรอง 266 ไร่ ชนิดพืชที่ผลิต 17 ชนิด โดยในปี 2560 สหกรณ์โครงการหลวง อินทนนท์ ส่งออกผลผลิตทั้งในและต่างประเทศปริมาณเกือบ 5 แสนกิโลกรัม สร้างรายได้ให้เกษตรกรบ้านเมืองอางมูลค่า 11 ล้านบาท