‘เจ๊ทแหลก 2’เปิดเที่ยวบินความฮายกระดับความแซ่บสู่ First Class!

'เจ๊ทแหลก 2'เปิดเที่ยวบินความฮายกระดับความแซ่บสู่ First Class!

‘เจ๊ทแหลก 2’เปิดเที่ยวบินความฮายกระดับความแซ่บสู่ First Class!

วันพฤหัสบดี ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.24 น.

หลังสร้างปรากฏการณ์ความฮาจนกวาดยอดวิวรวมบนทุก Social Media ไปกว่า 350 ล้านวิวจากความสำเร็จของซีซัน 1 ล่าสุด BeOnCloud ร่วมกับ TrueVisions NOW ประกาศส่งซิตคอมสุดฮอต “เจ๊ทแหลก 2” (Jetlag2) กลับมาสร้างความบันเทิงแบบ “ตัวแม่” อีกครั้ง ณ แฟชั่น ฮอลล์ ชั้น 1 สยามพารากอน ท่ามกลางบรรยากาศสุดคึกคักที่เนรมิตรันเวย์และบรรยากาศบนเครื่องบินมาไว้กลางห้างสรรพสินค้า เรียกได้ว่าเป็นการเปิดเที่ยวบินแห่งความฮาที่ยิ่งใหญ่สมการรอคอยของแฟน ๆ หลังจากกระแสตอบรับของซีซันแรกประสบความสำเร็จอย่างสูง จนกลายเป็นแรงส่งสำคัญให้ “เจ๊ทแหลก 2” กลับมาพร้อมความสนุกที่อัปเกรดขึ้นในทุกด้าน

โดยในซีซันนี้ สายการบินแกลมอรัสแอร์ไลน์ (Glamorous Airline) ได้ยกระดับความหรูหรา ความป่วน และความแซ่บขึ้นสู่ระดับ First Class ที่พร้อมเสิร์ฟความสนุกแบบไฟลุกยิ่งกว่าเดิม ท่ามกลางแฟน ๆ ที่มารอให้กำลังใจและรอต้อนรับเหล่านักแสดงอย่างหนาแน่นตั้งแต่งานยังไม่เริ่ม เสียงกรี๊ดดังกระหึ่มทั่วพื้นที่ทันทีที่ศิลปินและนักแสดงทยอยปรากฏตัว สะท้อนกระแสความฮอตของ “เจ๊ทแหลก 2” ได้อย่างชัดเจน และยิ่งตอกย้ำว่าการกลับมาครั้งนี้ คืออีกหนึ่งเที่ยวบินแห่งความบันเทิงที่ผู้ชมพร้อมเช็กอินกันอย่างคับคั่ง

ภายในงานได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหารของการร่วมมือกันในโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ครั้งนี้ นำโดย คุณปอนด์-กฤษดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี ออน คลาวด์ จำกัด, คุณจั๊ม-วิศรุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน บริษัท บี ออน คลาวด์ จำกัด พร้อมด้วยพันธมิตรคนสำคัญอย่าง คุณองอาจ ประภากมล หัวหน้าผู้บริหารหน่วยงานทรูวิชั่นส์และมีเดีย บริษัท ทรูวิชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด และ คุณประพาฬรัตน์ ชัยชูพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนารายการและปฏิบัติการธุรกิจ ช่อง ONE 31 มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

เริ่มต้นงานด้วยการเปิดตัวเหล่านักแสดงสุดอลังการในธีม Glamorous Airline ที่เรียกเสียงฮือฮาได้ตั้งแต่วินาทีแรก โดยมีการปรากฏตัวของ “คุณแกรม” (น้องเนย) เจ้าของสายการบินแกลมเมอรัสแอร์ไลน์ ออกมาต้อนรับแขกผู้มีเกียรติสู่เที่ยวบินเฟิร์สคลาสอย่างเป็นทางการ ก่อนจะพาทุกคนทะยานเข้าสู่โลกของความป่วน ความฮา และความวายป่วงสุดแกลมผ่าน Trailer แรกของซีซัน 2 ที่เผยให้เห็นความสนุกที่ทวีคูณยิ่งกว่าเดิมตามสไตล์ “เจ๊ทแหลก” ที่ทั้งโกลาหล ทั้งฮา และพร้อมเสิร์ฟมุกแบบไม่ให้พักหายใจ

สำหรับซีซันนี้ “เจ๊ทแหลก 2” ขนทัพนักแสดงทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่มาร่วมสร้างสีสันกันอย่างคับคั่ง นำโดย แพนเค้ก เขมนิจ ในบท “เพชรแกมพลอย” หัวหน้าลูกเรือสุดเป๊ะ, มาย ภาคภูมิ ในบท “พี่ชาย”, ไบเบิ้ล วิชญ์ภาส ในบท “ออนิว”, ปันปัน สุทัตตา ในบท “ติดกิ๊ฟ”, คิวพี ณสิริ ในบท “กรีฑา”, นินิว เพชรด่านแก้ว ในบท “สกาย” และ เอิ๊ก ชาลิสา ในบท “ชบา” ที่ต่างพร้อมใจกันมาปล่อยพลังความฮาแบบจัดเต็ม นอกจากนี้ยังมีแขกรับเชิญพิเศษอย่าง “ธามไท” ในบท นินจา และ ส้วม สุขพัฒน์ ในบท หมอเย็บ รวมถึงเซอร์ไพรส์เปิดตัว “ม๊าเดี่ยว อภิเชษฐ์” และ “เจษ เจษฎ์พิพัฒ” ที่จะมาร่วมสร้างความสนุกและเพิ่มดีกรีความป่วนให้กับซีซันนี้อีกด้วย

ด้านทีมผู้สร้าง นำโดย ปุ่น คณาธิป (Executive Producer), ฝน Monster Fon (Creative Director) และ ก๋วยเตี๋ยว จตุพงศ์ (Director) ได้ขึ้นเวทีร่วมพูดคุยถึงเบื้องหลังการทำงาน เบื้องหลังความสนุก และโปรดักชั่นระดับท็อปของซีซันนี้ โดยยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า “เจ๊ทแหลก 2” คืออีกหนึ่งโปรเจกต์ที่ BeOnCloud ใส่เต็มทุกองค์ประกอบ ทั้งความบันเทิง ความสนุก ความอลังการ และรายละเอียดของงานโปรดักชั่น เพื่อให้ผู้ชมได้รับประสบการณ์ความฮาแบบเต็มพิกัดสมกับการกลับมาอีกครั้งของเที่ยวบินสุดป่วนไฟลต์นี้

ในช่วงท้ายของงาน คณะผู้บริหารจาก BeOnCloud, ทรูวิชั่นส์ และ ช่อง one31 ร่วมด้วยเหล่าสปอนเซอร์ผู้สนับสนุน ได้ให้เกียรติขึ้นถ่ายภาพหมู่ร่วมกับทีมนักแสดง ท่ามกลางเสียงเชียร์และเสียงกรี๊ดจากแฟน ๆ ที่ทั่วงาน เป็นภาพแห่งความประทับใจและนับเป็นการเปิดเที่ยวบินสุดเฮฮาครั้งนี้อย่างเป็นทางการ ที่แน่นอนว่าพร้อมพาผู้ชมออกเดินทางไปกับความฮา ความวุ่นวาย และความบันเทิงสุดแกลมแบบจัดเต็ม

เตรียมเช็กอินความฮาพร้อมกันใน “เจ๊ทแหลก 2” Uncut Version ทุกคืนวันจันทร์ เวลา 21.30 น. ทางแอปพลิเคชัน TrueVisionsNOW และเวลา 22.30 น. ทางช่อง one31 เริ่มตอนแรก 27 เมษายนนี้

#PressConJetlag2

#Jetlag2

#BeOnCloud #TrueVisionsNOW #one31

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จแจกโจทย์ผู้เข้าแข่งขันสุดปลื้ม

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จแจกโจทย์ผู้เข้าแข่งขันสุดปลื้ม

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จแจกโจทย์ผู้เข้าแข่งขันสุดปลื้ม

วันพฤหัสบดี ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.18 น.

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ สำหรับบริษัท เฮลิโคเนีย เอช กรุ๊ป จำกัด ผู้ผลิตรายการ MasterChef Thailand Season 7   ที่ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงเสด็จมาเป็นกรรมการแจกโจทย์ให้กับผู้เข้าแข่งขันในรายการ MasterChef Thailand Season 7   

ทำเอาผู้เข้าแข่งขันถึงกับตกใจสุดขีด เมื่อกรรมการแจ้งโจทย์การแข่งขันในสัปดาห์นี้ว่าจะมาจากบุคคลสำคัญที่ผู้เข้าแข่งขันคาดไม่ถึงจะมาเป็นผู้แจกโจทย์ และเมื่อกรรมการกราบทูลเชิญกรรมการกิตติมศักดิ์ขึ้นบนเวที ประตูเปิดออกมาเป็น ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ผู้เข้าแข่งขันถึงกับช็อกหน้าเว่อเพราะไม่คิดว่ากรรมการพิเศษที่จะมาแจกโจทย์วันนี้จะเป็น ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี งานนี้แต่ละคนถึงกับยืนตัวเกร็ง มองหน้ากันเลิกลั่ก ต่างคนต่างทำอะไรกันไม่ถูก รู้เพียงแค่ว่าการแข่งขันวันนี้จะไม่ง่าย เพราะด้วยการเป็นโจทย์ของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี จะต้องมีความยากให้ทุกคนได้แก้ปัญหาแน่นอน  บททดสอบครั้งนี้จะมาไหนรูปแบบไหน แล้วใครจะทำออกมาได้ดีที่สุด เรียกว่าเป็นการเสด็จมาเติมพลังใจให้กับผู้เข้าแข่งขันทุกคนให้ลุกขึ้นสู้และเชื่อมั่นในฝีมือของตัวเอง เพื่อก้าวสู่เป้าหมายให้สำเร็จ แรงบันดาลใจจากทูลกระหม่อมที่ยิ่งใหญ่ครั้งนี้จะส่งผลให้ใครอยู่รอดต่อไปได้ 

ติดตามชมการค้นหาคนธรรมดาที่มีใจรักในการทำอาหาร เพื่อก้าวเป็น MasterChef Thailand Season 7 ได้ในวันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน 2569 เวลา 18.00 น.ทางช่อง 7HD  และรับชมย้อนหลังทาง Netflix       

ใหม่ เจริญปุระ เผยข่าวดีที่สุดในชีวิต!คุณแม่ฟื้นตัวราวปาฏิหาริย์ หลังล้มจนเลือดออกในสมอง

ใหม่ เจริญปุระ เผยข่าวดีที่สุดในชีวิต!คุณแม่ฟื้นตัวราวปาฏิหาริย์ หลังล้มจนเลือดออกในสมอง

ใหม่ เจริญปุระ เผยข่าวดีที่สุดในชีวิต!คุณแม่ฟื้นตัวราวปาฏิหาริย์ หลังล้มจนเลือดออกในสมอง

วันพฤหัสบดี ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.03 น.

ถือเป็นเรื่องราวดีๆที่ทำให้แฟนเพลงและเพื่อนพ้องในวงการบันเทิงแห่กันเข้าไปร่วมแสดงความยินดี เมื่อร็อกเกอร์สาวตัวแม่ “ใหม่ เจริญปุระ” ได้ออกมาโพสต์ภาพคู่กับคุณแม่สุดที่รัก พร้อมระบุข้อความขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์และทีมแพทย์ที่ช่วยดูแลคุณแม่จนกลับมาแข็งแรงอีกครั้งโดยก่อนหน้านี้คุณแม่ประสบอุบัติเหตุหกล้มจนมีอาการเลือดออกในสมอง

ล่าสุดใหม่เผยว่า เลือดในสมองที่เคยมีนั้น”อันตรธานหายไปราวกับฝัน”และอาการดีขึ้นเกือบเต็มร้อย (99.999999-100%)คุณแม่กลับมาเดินได้ รับประทานอาหารได้ และมีสีหน้าที่สดใสยิ้มแย้มขึ้นมากใหม่ระบุว่าความรู้สึกนี้ “ยิ่งกว่าได้รับรางวัลโนเบล” และขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้ครอบครัวอย่างล้นหลามนับเป็นข่าวดีรับวันใหม่ที่ทำให้คนเป็นลูกและแฟนคลับสบายใจไปตามๆ กันครับ ทีมงานขอส่งกำลังใจให้คุณแม่ของพี่ใหม่มีสุขภาพที่แข็งแรงยิ่งขึ้นไปอีกนะครับ!

น่ารักยกบ้าน กบ ควงคู่ บรู๊ค หนีร้อนจัดเต็มชุดฮันบกพา ณดา ณดล เช็กอินเที่ยวเกาหลี

น่ารักยกบ้าน กบ ควงคู่ บรู๊ค หนีร้อนจัดเต็มชุดฮันบกพา ณดา ณดล เช็กอินเที่ยวเกาหลี

น่ารักยกบ้าน กบ ควงคู่ บรู๊ค หนีร้อนจัดเต็มชุดฮันบกพา ณดา ณดล เช็กอินเที่ยวเกาหลี

วันพฤหัสบดี ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.29 น.

ทำเอาแฟนคลับอมยิ้มไปตามๆ กัน เมื่อคุณแม่ซุปตาร์ “กบ สุวนันท์ ปุณณกันต์” ควงแขนสามี “บรู๊ค ดนุพร” พร้อมด้วย “น้องณดา” และ “น้องณดล” บินลัดฟ้าไปพักผ่อนรับลมหนาวไกลถึงประเทศเกาหลีใต้ พร้อมอวดภาพครอบครัวสุดอบอุ่นในชุดประจำชาติเกาหลี

งานนี้ทั้งครอบครัวจัดเต็มสวมชุด “ฮันบก” ตามรอยซีรีส์ดัง โดยครอบครัวปุณณกันต์ได้ไปเช็กอินที่ พระราชวังคย็องบกกุง สถาปัตยกรรมอันงดงามใจกลางกรุงโซล งานนี้คุณแม่กบและน้องณดาสวยสง่าในชุดฮันบกโทนสีเข้มและชมพูอ่อน ขณะที่คุณพ่อบรู๊คและน้องณดลก็ดูหล่อเหลาในชุดขุนนางโบราณ ทำเอาบรรยากาศในพระราชวังดูสดใสขึ้นถนัดตา

นอกจากนี้ แฟนๆ ยังได้เห็นโมเมนต์สุดชิลของครอบครัวขณะตระเวนหาของอร่อย โดยมีภาพที่ทุกคนดูตื่นตาตื่นใจกับอาหารทะเลสดๆ โดยเฉพาะ “ปูยักษ์” ตัวโตที่ตลาดอาหารทะเลชื่อดัง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสุขและการพักผ่อนอย่างเต็มที่ของสมาชิกทั้ง 4 คนงานนี้ทำเอาบรรดาแฟนคลับต่างเข้ามาคอมเมนต์ชื่นชมในความน่ารักของครอบครัวนี้อย่างล้นหลาม หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “น้องณดา” เริ่มโตเป็นสาวและสวยถอดแบบคุณแม่มาเป๊ะๆ ส่วน “น้องณดล” ก็ฉายแววความหล่อตามรอยคุณพ่อบรู๊คมาติดๆ ถือเป็นอีกหนึ่งทริปครอบครัวตัวอย่างที่ดูแล้วอบอุ่นหัวใจจริงๆ

ปู มัณฑนา รอดคุก คดีฉ้อโกง ลูกหมี ศาลให้ประกัน สั่งติดกำไล EM-ห้ามบินนอก

ปู มัณฑนา รอดคุก คดีฉ้อโกง ลูกหมี ศาลให้ประกัน สั่งติดกำไล EM-ห้ามบินนอก

ปู มัณฑนา รอดคุก คดีฉ้อโกง ลูกหมี ศาลให้ประกัน สั่งติดกำไล EM-ห้ามบินนอก

วันพฤหัสบดี ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.07 น.

ปู มัณฑนา รอดคุก คดีลวงลูกหมี นางแบบดัง ลงทุนซื้อ-ขายกระเป๋าแบรนด์เนม กว่า4.2ล้าน  ศาลให้ประกัน3แสน ติดกำไลอีเอ็ม-ห้ามเดินทางออกนอก 

วันที่ 23 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีเมื่อวันที่ 22 เมษายน ศาลแขวงพระนครใต้ ถ.เจริญกรุง ศาลมีคำพิพากษาคดีอาญาหมายเลขดำ อ.1874/2567 ที่ น.ส.รัศมี ทองสิริไพรศรี  นางแบบชื่อดังเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นางมัณฑนา หิมะทองคำ อดีตนักแสดงชื่อดัง เป็นจำเลย ความผิดฐานฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, พ.ร บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4

กรณีเมื่อประมาณกลางเดือนกันยายน2566 – วันที่ 31 มีนาคม2567 จำเลยร่วมกันหลอกลวงโจทก์ ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดความจริงซึ่งควรบอกแจ้งแก่โจทก์ ทั้งที่ความจริงแล้วจำเลยกับเพื่อนไม่ได้ร่วมกันประกอบธุรกิจขายกระเป๋าแบรนด์เนมหรู แต่ชักชวนให้โจทก์นำเงินมาร่วมลงทุนกับจำเลยและจะได้ผลตอบแทนสูง จนโจทก์หลงเชื่อจึงได้โอนเงินให้จำเลย 32 ครั้ง รวมเป็นเงิน 4,237,700 บาท ต่อมาเมื่อถึงกำหนดที่โจทก์จะต้องได้รับเงิน จำเลยไม่สามารถคืนเงินลงทุนตามที่กล่าวอ้าง และได้ออกเช็คให้กับโจทก์จำนวน 1 ฉบับ เป็นเงินจำนวน 2 ล้านบาท เพื่อชำระหนี้เงินกู้ยืม ต่อมาโจทก์นำเช็คไปเรียกเก็บเงิน และธนาคารได้ปฏิเสธการจ่ายเงิน 

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลพิพากษาจำคุกจำเลย เป็นเวลา 2 ปี ไม่รอลงอาญา

ต่อมาจำเลย ยื่นคำร้องและหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์คดี 

ศาล พิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว โดยตีราคา 300,000 บาท ให้ติดอุปกรณ์กำไล EM พร้อมวางเงินสด 60,000 บาท  ซึ่งเป็นจำนวน20%  ของวงเงินประกัน 300,000 บาททั้งนี้จำเลยให้นำมาวางศาลภายใน 15 วันนับแต่วันที่ 22 เมษายนนี้ และห้ามจำเลยเดินทางออกจากนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล แจ้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(สตม.)ทราบ

สวยฉ่ำถอดแบบกันมาเป๊ะ โย ยศวดี แท็กทีม พี่สาว หลานสาว สลัดผ้าอวดหุ่นเป๊ะ ชมคลิป

สวยฉ่ำถอดแบบกันมาเป๊ะ โย ยศวดี แท็กทีม พี่สาว หลานสาว สลัดผ้าอวดหุ่นเป๊ะ ชมคลิป

สวยฉ่ำถอดแบบกันมาเป๊ะ โย ยศวดี แท็กทีม พี่สาว หลานสาว สลัดผ้าอวดหุ่นเป๊ะ ชมคลิป

วันพฤหัสบดี ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.05 น.

วันที่ 21 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา ทำเอาชายหาดพัทยาเดือดปุด ๆ เมื่อตัวแม่รันเวย์อย่าง โย ยศวดี จัดทริปสุดอบอุ่นแต่ความแซ่บระดับพริกยกสวน ณ ANA ANAN Resort & Villas Pattaya โย ยศวดี ยังได้โพสต์เซตภาพสุดปังในชุดว่ายน้ำร่วมกับพี่สาว เอ อัญชลี และหลานสาวสุดที่รัก น้องไคล่า ที่ยิ่งโตยิ่งสวยออร่าจับสุด ๆ โดยมีแคปชั่นผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวทั้งหมดว่า “เวลาเดินเร็วจนวันนี้ได้ถ่ายชุดว่ายน้ำกับหลานแล้ว ไคร่า16 ขวบ สวยเหมือนน้าเลย โตเป็นสาวเร็วมากๆ ตอนนี้โยยิ่งต้องฟิตร่างกายให้หนักขึ้น เพราะต้องคอยตามหลานทุกย่างก้าวแล้ว 55 บอกเลยว่าห้ามขายขนมจีบเด็ดขาด น้าดุโครต เป็นอีกหนึ่งทริปที่มีความสุข ก่อนที่หลานจะต้องกลับไปใช้ชีวิตที่เกาหลีต่อไป วันนี้สิ่งที่มีความสุขที่สุด ก็คงเพราะเห็นเค้ามีชีวิตที่สวยงาม เติบโตมาอย่างเข้มแข็งและเป็นเด็กที่มีคุณภาพ ต้องชมแม่เค้า @a_unchalee เลี้ยงลูกเก่งจริงๆ ขอกำลังใจให้ไคร่าด้วยนะคะ เส้นทางของน้องยังอีกยาวไกล แต่เชื่อว่าจะประสบความสำเร็จอย่างที่เขาตั้งใจ”

โย ยศวดี

นอกจากความเซ็กซี่ของสามสาวสามวัยแล้ว ทริปนี้ยังเป็นทริปส่งท้ายก่อนที่น้องไคล่าจะต้องบินกลับไปเรียนต่อที่ประเทศเกาหลี ทำเอาแฟนคลับเข้ามากดไลก์และคอมเมนต์ชมความสวยของบ้านนี้กันรัว ๆ โดยเฉพาะความเป๊ะของ โย ยศวดี ที่ยังคงรักษามาตรฐานนางแบบเบอร์ต้นไว้ได้ไม่มีเปลี่ยน

หลังจากที่ โย ยศวดี โพสต์ภาพเซตลงมา ทำเอาแฟนคลับและชาวเน็ตต่างก็เข้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นและอิโมจิกันรัว ๆ เช่น 

โย ยศวดี
โย ยศวดี
โย ยศวดี
โย ยศวดี
โย ยศวดี
โย ยศวดี
โย ยศวดี
โย ยศวดี
โย ยศวดี
โย ยศวดี
โย ยศวดี

>>> ชมคลิป คลิกที่นี่ <<<

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก อินสตาแกรม yoyossavadee

RIIZE ใส่ชุดไทยครั้งแรกใครหล่อสุดตอนเปียกพร้อมเปิดโหมดแซวกันเองสุดเอ็นดู

RIIZE ใส่ชุดไทยครั้งแรกใครหล่อสุดตอนเปียกพร้อมเปิดโหมดแซวกันเองสุดเอ็นดู

RIIZE ใส่ชุดไทยครั้งแรกใครหล่อสุดตอนเปียกพร้อมเปิดโหมดแซวกันเองสุดเอ็นดู

วันพฤหัสบดี ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.59 น.

ทำเอาสตูดิโอเป็นสีชมพูเมื่อ RIIZE ลองใส่ชุดไทยครั้งแรกในชีวิต! ใน Woody Exclusive โมเมนต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ทั้งโชว์เคมีความขี้เล่น น่ารักและฮาไปพร้อมกัน ตั้งแต่แข่งกันเองว่าใครหล่อเหมือนเจ้าชายมากที่สุด และใครหล่อสุดตอนโดนน้ำสาด? ไปจนถึงการโหวตกันตรง ๆ ว่าใครจะเป็นคนแรกที่โดนซอมบี้จับก่อน พร้อมเล่าถึงความประทับใจที่มีต่อแฟน ๆ ชาวไทย

รู้สึกยังไงบ้างที่ได้ใส่ชุดไทยเป็นครั้งแรก ?

Riize : มันเท่ห์มากเหมือนเจ้าชายเลย

แอนตัน : คือแอบแข่งกันว่าใครเหมือนเจ้าชาย ใครดูลุคเป็นเจ้าชายมากที่สุด (ยิ้ม)

เดินทางมาเมืองไทยเหมือนเป็นบ้านหลังที่ พูดไทยเป็นกันหรือยัง ?

ซองชาน : เริ่ดเลยล่ะ!

โชทาโร่ : คนดื้อ

อึนซอก : จุ๊บหิน

วอนบิน : จุ๊บแมว

แอนตัน : I heard people call me Anton so ฉลามตัน

วู้ดดี้ : เพื่อน ๆ เคยเห็นเขาว่ายน้ำไหม

โซฮี : ชนะไม่ได้จริง ๆ ชนะไม่ได้ ไม่มีทาง แข่งกัน 5-1 ก็คือแพ้เลย

โซฮี : ฮ็อบมาก

มีเหตุการณ์หรือโมเมนต์ในไทยที่ประทับใจ ?

โซฮี : คือจำได้ว่าครั้งแรกที่มาประเทศไทย คือที่ห้างสรรพสินค้า งานแฟนไชน์ครั้งแรกที่ไทยของเรา แต่มีบรีซมากันเยอะมาก ๆ เลยที่งาน ตอนนั้นรู้สึกประทับใจมาก

รู้สึกยังไงกับแฟนคลับชาวไทย ?

ซองชาน พอเจอปุ๊ป ทุกคนคือยิ้มให้พวกเราตลอดเลย สายตาที่น่ารัก

ครั้งแรกที่เจอใครดูเฟรนด์ลี่ที่สุด ?

โชทาโร่ (เลือกแอนตัน) ตอนเป็น trainee ตอนนั้นเคยเจอกับแอนตันที่ทางเดินหรือตอนซ้อมอยู่หลายครั้ง แอนตันเหมือนเป็นคนไม่เลือกปฏิบัติ แล้วก็เป็นฝ่ายเข้ามาทักทายพูดคุยก่อน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะมาจากอเมริกาหรือเปล่า แต่ผมมีภาพจำแบบนั้น

วู้ดดี้ : แต่ว่าทุกคนที่เหลือก็เลือกโชทาโร่ ทำไมถึงเลือกโชทาโร่ เพราะอะไร

วอนบิน : เป็นคนที่ยิ้มเสมอเลย โชทาโร่ยิ้มเสมอ

โซฮี : ตอนเป็นเด็กฝึกเขาเลี้ยงของอร่อยพวกเราเยอะมาก คือตอนเป็นเด็กฝึกพวกเราไม่ค่อยมีกำลังทรัพย์พอที่จะสั่งหรือซื้อของแพง ๆ กิน แต่พี่ซองชานก็ซื้อให้นะครับ (หัวเราะ)

ใครชอบถ่ายรูปคาเฟ่ รูปตัวเอง มากที่สุด ?

แอนตัน : (โดนโหวตเยอะที่สุด) คือผมจะถ่ายรูปอาหารแล้วก็ตัวคาเฟ่เลย ส่วนพี่ทาโร่ก็จะถ่ายทั้งอาหาร แล้วก็ถ่ายตัวเองด้วย ส่วนพี่ซองชานจะชอบถ่ายตัวเองที่อยู่ในคาเฟ่

ซองชาน : (เลือกแอนตันกับโชทาโร่) ผมไม่ได้เลือกตัวเอง เพราะว่าผมถ่ายตัวเองที่อยู่ในคาเฟ่

ใครเป็นนักวางแผนประจำกลุ่ม ?

อึนซอก : (เลือกแอนตัน) แอนตัน เขาจะคอยหาร้านอาหารที่อยากไปอะไรแบบนี้ไว้ล่วงหน้า แล้วก็จะเป็นคนที่แบบว่า ที่อยากไปล่วงหน้า ก็จะไป มีนิสัยชอบไป

แอนตัน : (เลือกโชทาโร่) เพราะตอนนั้นเวลาที่ผมได้อยู่กับพี่โชทาโร่ ผมก็ไปตามตลอด ผมก็แค่ไปตามความรู้สึก รู้สึกสนุกและสบายด้วย

โชทาโร่ : (เลือกวอนบิน) เป็นคนที่ถ้าคิดว่าต้องซ้อมอันนี้ให้ได้ ก็จะทำมันให้ได้แบบไม่มีเงื่อนไขเลย แล้วก็คราวก่อนเคยไปปูซานด้วยกัน ตอนนั้นผมก็ชวนเขาออกไปข้างนอกตลอดเลย แต่กว่าจะดึงตัวเขาออกมาได้นี่มันยากมากจริง ๆ ชวนเขาไปยากมากจริง ๆ

ซองชาน : (เลือกวอนบิน) วอนบินดูจะเหมือนที่บอกเมื่อกี้ คือชอบอะไรที่เป็นการวางแผน ชอบทำอะไรที่เป็นแบบแผนเยอะ ชอบการวางแผน

ใครไม่ไปตามแผน หรือเปลี่ยนใจตลอดเวลา มากที่สุด ?

ซองชาน : (โดนโหวตเยอะที่สุด) ผมไม่ค่อยใช้แอปเท่าไหร่เลย ก็คือแล้วแต่ ได้หมดทุกอย่าง

ใครคือบอดี้การ์ดที่คอยปกป้องคุณดีที่สุด ?

วอนบิน (เลือกโชทาโร่) จริง ๆ แล้วพี่ทาโร่ตอนเป็นเด็กฝึก พี่โชทาโร่ดูแลตลอดเลย เหมือนบอดี้การ์ด ตอนนั้นผมยังเป็นเด็กฝึก แต่พี่ทาโร่เขาเป็นที่รู้จักแล้ว ทีนี้ถ้าเกิดหน้าผมไปติดกล้องหรือถูกถ่ายที่ไหนมันจะไม่ได้ พี่โชทาโร่เขาก็เลยคอยช่วยกันให้

แอนตัน : (เลือกตัวเอง) ผมปกป้องตัวเองได้ แล้วผมก็จะปกป้องเมมเบอร์ผมเอง

ถ้าซอมบี้บุกใครน่าจะตายก่อน ?

แอนตัน (เลือกตัวเอง) ผมจะปกป้องเอง

วอนบิน (เลือกแอนตัน) จากความรู้สึก ๆ (หัวเราะ)

โซฮี : (เลือกวอนบิน) คือเมื่อก่อนพวกเราเคยถ่ายรายการสยองขวัญกัน แล้วพี่วอนบิน เวลาเขากลัว เขาก็จะไม่ชอบความรู้สึกกลัวนั้น เขาก็เลยน่าจะวิ่งพุ่งเข้าไปหาซอมบี้เลย

วอนบิน : กัดผมเถอะ (หัวเราะ)

โชทาโร่ : วอนบินน่าจะปกป้องเมมเบอร์ แบบผมโดนกัดก่อนก็ได้

อึนซอก : (เลือกแอนตัน) ถ้าวิ่งตามไปก็โดนจับได้ คือถ้าอยู่ในน้ำว่ายน้ำเร็ว แต่อยู่บนบกก็ไม่ได้เร็วขนาดนั้น

ช่วงสงกรานต์ คิดว่าใครที่โดนสาดน้ำแล้วยังออกมาหล่อ ดูดี เหมือนเดิม ?

วอนบิน : (เลือกอึนซอก) คือส่วนตัวผมคิดว่าพี่อึนซอกหล่อมาก พอเปียกน้ำแบบนี้แล้ว คือเวลาโดนน้ำปุ๊ปแล้วก็เสยผมขึ้น น่าจะเท่ห์มาก หล่อมาก

อึนซอก : (เลือกวอนบิน) เคยมีถ่ายทำกันที่หนึ่ง แล้ววอนบินเขาก็จะคอยเสยผมอยู่ตลอดเลย ผมมองไปแล้วรู้สึกว่าคนนี้หล่อมาก

อาหารไทยเมนูโปรดของแต่ละคนคืออะไร ?

วอนบิน ต้มยำกุ้ง

โซฮี : ผมไม่ค่อยทานอะไรสักเท่าไหร่ แต่แอนตันชอบทานอาหารไทย

แอนตัน : ชอบทุกอย่างเลย ชอบทุกเมนูเลย แต่ที่ผมออยากกิน อยากกินปูผัดผงกะหรี่ มันจะมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวของอาหารไทยอยู่นิดหน่อย อย่างพวกแกงกะหรี่ของไทยหลากหลายแบบ รสชาติก็อร่อยดี

อึนซอก : ปกติผมชอบทานปูผัดผงกะหรี่อยู่แล้ว แล้วก็ชาไทย ตอนกินมันจะมีความหอมเฉพาะตัวของที่นี่ผสมอยู่นิดหน่อย ทำให้รสชาติมันนุ่มนวลดี

หลังจากนี้ Briize จะได้มีโอกาสเห็น Riize กับอัลบั้มหรือผลงานใหม่อะไรบ้าง ?

แอนตัน สำหรับ K2O รู้สึกเป็นเกียรติมากเลยครับ แล้วก็ดีใจมาก ๆ ที่ได้เจอกับแฟน ๆ ชาวไทยบ่อย ๆ แบบนี้ ต่อไปในอนาคต ปีนี้ของพวกเราจะมีอะไรเยอะแยะมากมาย

สุดท้ายอยากให้ฝากอะไรถึง Briize ที่อยู่เคียงข้างมาตลอด ?

Riize : น้องข้าวและ Briize ชาวไทย ไปกันต่อ! จะมาหา Briize ชาวไทยบ่อย ๆ นะ

ซี ศิวัฒน์ เอมี่ กลิ่นประทุม เปิดสูตรรัก 21 ปี ยืนยาวได้เพราะเลิกยึดติดอีโก้

ซี ศิวัฒน์ เอมี่ กลิ่นประทุม เปิดสูตรรัก 21 ปี ยืนยาวได้เพราะเลิกยึดติดอีโก้

ซี ศิวัฒน์ เอมี่ กลิ่นประทุม เปิดสูตรรัก 21 ปี ยืนยาวได้เพราะเลิกยึดติดอีโก้

วันพฤหัสบดี ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.55 น.

21 ปีที่ไม่ใช่แค่รักกันแต่คือการยอมกัน “ซี ศิวัฒน์ – เอมี่ กลิ่นประทุม” เปิดความจริงชีวิตคู่ ที่ไม่ได้สวยตลอดเวลา ในรายการ WandOland เผยความสัมพันธ์ที่ไม่ยึดอีโก้ แต่เลือกปรับเข้าหากัน จนเข้าใจคำว่า Partner อย่างแท้จริง จากความรักที่เคยคาดหวังสู่การให้โดยไม่หวังอะไรตอบแทน

ซีกับเอมี่คบกันมาราธอนมาก 21 ปี ?

ซี ศิวัฒน์ : อเมซซิ่งไหมครับที่ทนมาได้ 21 ปี (หัวเราะ) มันเป็นคอมเมเนชั่นที่แปลกมาก มันเป็นความรักที่แบบอยู่นานไปก็รำคาญ ขาดก็ไม่ได้เหมือนจะตาย ก็เลยรู้สึกว่าเราเจอสิ่งที่มันเป็นชีวิตจริงๆ นี่แหล่ะ เราเจอ My Soulmate ที่แบบว่ามีบางอย่างที่เหมือนกันแล้วก็มีบางอย่างที่มันต่างกันแบบสุดๆเลย แต่ว่าวันนี้ 21 ปี เราเดินทางมาตลอดเวลาจนรู้สึกว่าวันนี้เรามองหน้ากันก็แล้วเข้าใจ เพราะว่ากล้ามเนื้อหัวใจมันเป็นกล้ามเนื้อเดียวที่ไม่มีเหตุผลเลย บางสิ่งบางอย่างมันก็แค่ Emotional เพราะฉะนั้นไม่ต้องมีปากไม่ต้องมีสมอง มีหูอย่างเดียวพอ ปิดปากทุกอย่างก็โอเคแล้ว

ความสัมพันธ์ครั้งนี้ทำให้คุณเป็นตัวเองมากขึ้นหรือปรับตัวมากขึ้น ?

ซี ศิวัฒน์ : คำตอบที่มันชัดเจนไว้ให้คือ 21 ปี คือผมปรับตัวมากขึ้นแน่นอน รู้สึกว่าวันนี้ผมภูมิใจในตัวเองมาก ๆ ในเรื่องของการที่เข้าใจคำว่า Partner หรือคู่ชีวิตจริง ๆ การที่ผู้ชายคนหนึ่งจะลั่นวาจาว่าเราจะใช้ชีวิตกับคนหนึ่ง จะต้องไม่ใช่เอาศูนย์รวมจักรวาลไว้ที่ตัวเอง ผมเชื่อว่ามนุษย์เราเปลี่ยนไม่ได้หรอก ไม่สามารถเปลี่ยนได้ยังไงคุณก็จะเป็นคนแบบนั้น แต่สุดท้ายถ้าวันนี้คุณตั้งใจจะใช้ชีวิตกับอีกคนหนึ่งให้ยืดยาวจนกว่าจะหมดลมหายใจ ผมว่าต้องปรับบางสิ่งบางอย่าง เราเป็นคนที่เดินเข้าห้องน้ำจะถอดกางเกงในปุ๊บเอาเป็นเลข 8 แล้วกองไว้ตรงนั้นเลย อันนั้นคือคุณใช้ชีวิตคนเดียว แต่สำหรับอีกคนหนึ่งที่เป็น Partner เรา สมมติเขาเดินมาเห็นทำไมไม่เก็บให้มันเรียบร้อย ถ้าสมมติเราเอาตัวเองมาที่ตั้ง ทำไมก็อยู่ เดี๋ยว ๆ เราก็เดินไปเก็บก็ได้ ก็แป๊บเดียวอาบน้ำอยู่ มันก็จะเป็น issue แต่ถ้าเรารู้สึกว่า วันนี้เราใช้ชีวิตอยู่กับอีกคนหนึ่ง ถ้าสิ่งนี้คือสิ่งที่เขาไม่ชอบใจ why not ทำไมคุณทำไม่ได้ มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ ตกลงแล้วมันสิ่งที่คุณไม่ทำคือมันเป็นการบอกว่านี่คือตัวตนของฉัน หรือคุณกำลังประกาศอีโก้ตัวเองอยู่ ผมรู้สึกว่าวันนี้ความสัมพันธ์ในครั้งนี้ผมเป็นความสัมพันธ์ที่ปรับตัวมากขึ้น

แล้วถึงจุดไหนที่เปลี่ยนความคิดว่าเราต้องปรับ ?

ซี ศิวัฒน์ : ที่มันชัดเจนจริง ๆ เลย คือวันที่คุณแม่จากไป แล้วผมรู้เลยว่าในวันนั้น สิ่งที่มันไม่ compromise กับเราเลยคือเวลาจริง ๆ พอเราได้สูญเสียคนที่เรารักไปจริง ๆ แล้ว มันทำให้เรารู้จริง ๆ ว่าอย่าเสียเวลากับสิ่งบางสิ่งที่มันไม่ได้มีประโยชน์กับตัวเราเลย ก็เลยรู้สึกว่าคน ๆ นี้เขาอยู่กับผมตั้งแต่ผมดี ผมเลว ทุกอย่างเขาเห็นมาหมดแล้ว แต่เขายังอยู่กับเราอยู่ แล้วเราจะต้องการอะไรไปมากกว่านี้อีก ก็เลยรู้สึกว่าวันนั้นผมจะไม่ยอมเสียเขาไป รู้สึกว่ามันถึงเวลาที่เราจะต้องปรับบางสิ่งบางอย่าง ถ้าตั้งใจจริง ๆ ว่าจะใช้ชีวิตกับใครสักคนหนึ่ง จำเป็นจะต้องเป็นน้ำไม่ใช่ภาชนะ

เอมี่ กลิ่นประทุม : เป็นตัวเองมากขึ้นสำหรับเอมี่ เพราะว่าเหมือนที่ผ่านมาเวลาคบใครจะแบบ please อีกคนหนึ่งตลอดเวลา แต่กับพี่ซีเขาทำให้รู้สึกว่าเป็นตัวเองได้แบบเต็มที่ แล้วเขาก็ยังรักเขาก็ยังชอบ แต่ว่ามันก็จะมาพร้อมเวลา เพิ่งจะได้เป็นตัวเองแบบหลังแต่งงานด้วยซ้ำ แล้วเราไม่เคยเจอผู้ชายเหมือนพี่ซี คือไม่ง้อ ไม่สน ไม่แคร์ และเราก็เหมือนแบบอยากจะเอาชนะ ฉันต้องทำให้มันเปลี่ยนให้ได้ แต่ว่าพอเรามาอยู่ด้วยมันไม่ใช่การเอาชนะกัน เขาเองก็ทำให้เราปรับตัวทั้ง ๆ ที่เราไม่รู้ เพราะเราเป็นคนมีอีโก้มาก ว่าฉันเป็นแบบนี้เธอจะต้องรักฉันที่ฉันเป็นแบบนี้ แต่ว่าพอเป็นตัวเองมากเกินไปก็รู้สึกว่าเขารับไม่ได้ก็จะคอยกดตัวเองอยู่ตลอด แต่ตอนนี้รู้สึกว่ามันสบายใจมันเป็นตัวเอง สมมติว่าเขาอยากเตือน เขาก็กล้าที่จะเตือน เลยรู้สึกว่าเราได้เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็ปรับตัวเหมือนกัน เมื่อก่อนจะปรับตัวแล้วฝืนตัวเอง ปรับตัวเพื่อให้เขามีความสุขแต่เราไม่มีความสุข แต่ตอนนี้เราปรับตัวที่กำลังพอดี ฉันโอเคที่จะปรับ แต่ถ้ามันมากเกินไปเราก็จะบอกว่า This is all I can do แต่พอไปเรื่อย ๆ พยายามมันก็ทำได้มากขึ้น จากที่เราบอกว่าฉันปรับแล้ว นี่คือปรับแล้ว พอมาถึงจุดหนึ่งก็รู้ว่าไม่ใช่ มันคือปรับเพื่อให้เขาเห็นว่าเราปรับ แต่มันไม่ได้ปรับที่ตัวเราจริง ๆ แต่ตอนนี้คือปรับจริง ๆ

นิสัยบางอย่างมันขัดกัน เคยเจอบ้างไหม ?

ซี ศิวัฒน์ : ตลอดเวลา คือถ้าคนที่ทีมงานผมจะรู้เลยว่า ถ้าเกิดหันมาสบตาแล้วก็มีกระแสจิตอะไรบางอย่างที่มันเอาแล้ว มันมาแล้ว เขาเห็นเลย เราแสดงออกเลย แต่ Just 5 seconds แล้วหายเลย คือวันนี้ที่เราภูมิใจกันว่าไม่เสียเวลาอีกแล้ว มนุษย์เรามี emotional เราโกรธ เรามีอีโก้แน่นอน แต่คุณวางให้เร็ว เพราะสุดท้ายแล้ว purpose ของเราคือไปที่จุดหมายเดียวกัน แล้ววางได้จริง ๆ

เอมี่ กลิ่นประทุม : คุยกันแบบไม่ใช่ว่าแบบทำเพื่อ fake หน้ากล้อง แต่คือเราอยู่ดี ๆ ก็ดีกันแล้วก็เรื่องนั้นก็คือเรื่องปัญญาอ่อนไป เป็นอารมณ์ชั่ววูบ

ซี ศิวัฒน์ : ผมว่ามันเหมือนการฝึกสมาธิ คุณไม่สามารถทำได้ในวันเดียวหรอก ต้องค่อย ๆ ปรับแล้วต้องเห็นมันจริง ๆ หากว่าเรา fake ทำไม่ได้หรอก มันเป็นไปไม่ได้ เพราะยังไงมันอาการขุ่นมันยังอยู่ แต่ถ้าคุณเป็นคนที่เข้าใจถึงบริบทของคำว่าไม่เสียเวลา ไม่เล่นเกม ไม่อีโก้กัน เราสะใจที่เขารู้สึกรับรู้ถึงบรรยากาศนี้ แต่สุดท้ายแล้วคนนี้คือคนที่คุณรักไม่ใช่เหรอ แล้วถ้าเขาร้องไห้คุณมีความสุขเหรอ สรุปแล้วก็ไม่ได้ให้ประโยชน์อะไรกันเลย แล้วข้อดีของเอมี่คือเดี๋ยวเขาก็จะกลับมาเอง แล้วเราก็ทำงานกันต่อได้ เราก็ไม่ต้องไปแตะมันเลย ไม่มีความจำเป็น

ถ้าต้องบอกเหตุผลเดียวที่อาจทำให้คุณเดินออกจากความสัมพันธ์นี้ มันคืออะไร ?

เอมี่ กลิ่นประทุม : ถ้าเขาหมดรัก อันเดียวเลย ถ้ายังรักกันอยู่ให้ความสำคัญกันอยู่ อาจจะมีเป๋บ้าง ผิดพลาดเรื่องอะไรก็แล้วแต่ แต่ว่าถ้าท้ายที่สุดเขายังรักอยู่ เราก็สามารถที่จะไปได้ คนที่มันหมดรัก ถ้าเราทำอะไรเขาก็จะไม่อดทนกับเรา เขาก็จะรำคาญทุกเรื่อง เราก็จะหงุดหงิด เราจะไม่ให้อภัยกัน เราจะอยู่ด้วยกันด้วยความรำคาญ แต่ถ้าเรารักก็ยังคงพยายามต่อไปเรื่อย ๆ ที่จะสามารถอยู่ด้วยกันได้ พยายามที่จะปรับหรือพยายามหาทางออก แต่ถ้าคนที่หมดรัก มันไม่พยายามแล้ว ก็ไม่แคร์แล้วไม่รู้จะอยู่ทำไม เคยพูดกันว่าถ้าวันหนึ่งมันเกิดขึ้นถ้าหมดรักจริง ๆ คือไม่อยากให้ฝืนอยู่ รู้สึกว่ามันเสียเวลา ถ้าเรายังหา way ที่จะไปด้วยกันได้ คือเราก็จะ work on it ถ้ารักกันต่างคนก็ต่างที่จะใส่ใจกันแล้วก็พยายามด้วยกันทั้งคู่ แต่ถ้าอีกคนหนึ่งหมดรักแล้วอีกคนยังรักอยู่ มันก็จะเป็นฝ่ายนี้ที่ please จนทำดีเท่าไหร่มันก็ไม่ดี ทุกวันนี้รู้สึกว่าที่คนเลิกกันเพราะว่าความอดทนมันน้อย แล้วก็ความพยายามมันน้อย รู้สึกว่าการที่เราจะคบคนหนึ่งมันไม่ได้ง่าย มันก็ต้อง put effort into it และก็พยายาม ทำให้เราเป็นคนดีขึ้นด้วย คนที่รักกันมันก็ต้องให้เวลากันและกันจะปรับตัว ดูสิ 20 ปียังปรับตัวไม่เสร็จเลย ก็เลยรู้สึกว่ามันต้องให้เวลา แล้วถ้าเรายังรักกันอยู่อะไรก็ได้

การบอกรักจำเป็นแค่ไหนในชีวิตคู่ ?

เอมี่ กลิ่นประทุม : ตอนแรกบอกรักตลอดเวลา พี่ซีไม่เคยพูด จนเขาหันมาบอกว่าการพูดรักบ่อย ๆ มันทำให้ไม่มีความหมาย เขาพูดประโยคนี้มาเราก็เจ็บมาก แล้วเราเป็นคนพูดบอกรักตลอดเวลา แล้วต่อจากนี้เราห้ามพูดรักเหรอ แต่ทุกวันนี้เขาเป็นคนที่บอกรักตลอดเวลา Every day I love you, it touches my hair อะไรอย่างงี้ ไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะสามารถเปลี่ยนได้ แล้วก็รู้เลยว่าเขาพูดด้วยนิสัยที่เปลี่ยนไม่ได้พูดเพื่อเอาใจเรา แล้วรู้เลยว่าการพูดเขาเองก็รู้สึกดี

ซี ศิวัฒน์ : รู้สึกว่ามันสำคัญมากเลยในการที่แบบบางครั้งเราเคยมานั่งคิดว่า เราเป็นดารา นักแสดง เราสามารถยิ้มแย้ม แสดงความรักให้กับผู้คนได้ง่ายโดยที่ไม่ต้องคิดอะไรเลย แล้วคนที่อยู่ข้าง ๆ เราทำไมมันยากจัง ทำไมเราต้องทำตัวให้มีปัญหา มันเป็นสิ่งที่สามารถให้กำลังใจเขาได้ง่ายมากในการที่ไปบอกว่า I love you นะ แต่เราเข้าใจมากว่าการบอกรักของแต่ละคนมันมีหลากหลายรูปแบบ คุณไม่จำเป็นต้องบอกว่ารักนะรัก มากที่สุด แต่การที่กลับมาบ้าน แล้วแค่เปิดตู้เย็นแล้วรินน้ำเย็นๆ ให้ดื่มพอแล้วจริงๆ ไม่ต้องมาดูแลผมเลย ขอแค่อยู่ตรงนั้น เวลาผมถ่ายรายการกลับมาบ้าน ผมเหนื่อยมากเลย พอเจอเขาก็เดินมากอด หายแล้ว เลยรู้สึกว่าผมอยากบอกรักผู้หญิงคนนี้ทุกวัน

การบอกรักครั้งแรกรู้สึกยังไงต่างจากการบอกรักครั้งล่าสุดแค่ไหน ?

เอมี่ กลิ่นประทุม : การที่เรารักอีกคนหนึ่งโดยที่เราไม่ได้หวังอะไรตอบแทน เพิ่งจะมาเข้าใจเมื่อไม่นานนี้ ว่านี่คือความรัก เมื่อก่อนรัก ๆ คนนี้เพื่ออยากถูกรัก ทำดีด้วยเพราะก็อยากให้ยูทำดีกับไอ แต่อันนี้ก็คือไม่ใช่ อันนี้คือแบบรักแล้วก็ไม่ได้หวังอะไร ไม่ต้องมารักกลับก็ได้ แต่รู้สึกว่าฉัน happy ที่ฉันรักคุณ ฉัน happy ที่ทำอะไรให้

ซี ศิวัฒน์ : อย่างที่บอกเมื่อ 20 ปีที่แล้วผมให้ความสำคัญกับคำนี้มาก ถ้าไม่จริง No ผมจะไม่พร่ำเพรื่อเลย แต่พอ Once ที่ผมแบบมันก็มีช่วงที่เราคบกัน 1-2 ปี แต่ถามว่านั้นผม commit กับคำพูดผมจริงไหม I down it ผมว่าไม่ เรา expect บางสิ่งบางอย่าง ให้เขาสบายใจ ให้เขารู้สึกดี แต่เราไม่ได้รู้สึกจริง ๆ 100% ในช่วงแรก ๆ แต่วันนี้ผมพูดได้เลยว่าไม่มีความคาดหวังใด ๆ ทั้งสิ้น สิ่งที่ผมบอกรักคือ 100% ของผมจริงๆ ทุกเช้าหรือว่าเวลาที่ผมจะออกไปทำงานจะเดินเข้าไปเอมี่ I Love U นะ แล้วยูไม่ต้องพูดกลับมาเลย คำพูดตรงนี้คือต้องการบอกให้ยูรู้ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม โลกใบนี้จะถล่มยังไง คน ๆ นี้จะอยู่กับยูตลอดไป ถ้าวันนี้ถามผมว่าผมบอกรักเขาครั้งแรกเมื่อไหร่ ผมจำไม่ได้จริง ๆ ผมไม่รู้เลยจริง ๆ ว่าผมบอกรักเขาครั้งแรกเมื่อไหร่ แต่ที่แน่ ๆ รักในวันแรกกับรักในวันนี้ คนละเรื่องกันเลย

เอมี่ กลิ่นประทุม : แต่อันนี้ก็ทำให้รู้สึกว่าบางทีเราอยากให้เขาพูดเหมือนไปบังคับ แต่พอเขาพูดเองมัน So much more เหมือนเรื่องการแต่งงาน ตอนนั้นคบมา 9 ปี แต่ไม่เคยมาขอว่าเมื่อไหร่จะแต่งงานกัน เมื่อไหร่จะมาขอฉันไม่ใช่ รู้สึกว่าถ้าเขาพร้อมเดี๋ยวเขาก็มาเอง ทุกคนจะมากดดันว่าทำไมถึงยังไม่แต่งงานกัน ทำไมพี่ซีไม่มาขอเราสักที แต่เรารู้สึกว่าพอมันถึงจุดนั้น เราจะไม่อยากให้เขามาขอถ้าเขาไม่ได้รู้สึกเอง ก็เลยไม่เคยพูดเรื่องแต่งงาน 9 ปีที่คบกันคือไม่ได้พูดเลย รู้สึกว่าให้เขามาด้วยตัวของเขาเองมันมีความหมายกว่าเยอะมาก ก็เหมือนเช่นการบอกรักเหมือนกัน

ซี ศิวัฒน์ : ผมอยากบอกรักผู้หญิงคนนี้ อยากให้เขารู้ ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับผม สมมุติว่าถ้าผมต้องจากโลกนี้ไป เขาจะต้องมั่นใจว่าผู้ชายคนนี้บอกรักเขาทุกวันจริงๆ เพราะผมไม่รู้จริงๆว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าสมมุติผมจากโลกนี้ไปแล้วทุกคนจะต้องรับรู้ได้ว่าผู้ชายคนนี้คือรักผู้หญิงคนนี้จริงๆ   

เคยเบื่อกันไหม ?

เอมี่ กลิ่นประทุม : คนจะชอบถามว่าไม่เบื่อกันเหรอ แต่ว่ามันเบื่อแล้วเราหา way ของเราว่า ก็แยกไปทำอะไรหรืออะไรสักอย่าง แล้วก็กลับมาได้ ก็เลยแบบว่าไม่มีใครรักกันตลอดเวลาหรอก ไม่ไหวก็แบบ โอเคเรื่องบางเรื่อง ฉันอาจจะต้องไปอยู่กับเพื่อนฉัน ฉันไปอยู่กับเธอไม่ได้หรอก แต่ว่าไม่ได้แปลว่าไม่รักนะ แต่เมื่อก่อนคือรู้สึกว่าจะต้องทำอะไรด้วยกันทุกอย่าง ต้องอยู่ด้วยกัน You have to be my best friend ไม่นะเราต้องมีเวลาห่างกัน ต้องมีเวลาที่ต้องไปอยู่กับเพื่อน เขาก็ต้องไปอยู่ในโลกเขา แล้วพอเรากลับมาเจอกันเราจะรักกัน แต่ถ้าตอนไหนที่เราอยู่ด้วยกันตลอดนะ เราไม่ได้ อันนี้คือสำหรับคู่เรา

ซี ศิวัฒน์ : คือการแบบเรา work as a team เราเป็นทีมเดียวกัน จะไม่เอาสติไปอยู่กับการคาดหวัง เพราะว่าผมเชื่อว่าหลายคู่ give up จากการที่เขาไม่ได้ทำงานเป็นทีม บางคนทำงานแค่คนเดียวโดยการที่ฉันพยายามจะปรับ แล้วทำไมเธอถึงไม่เป็นแบบนั้น เดี๋ยวฉันจะทำแบบนี้ แม้ว่าจะไม่ได้พูดออกมา ในใจลึก ๆ คือคาดหวังเพื่อให้คน ๆ นั้นเห็นและปรับเปลี่ยน สุดท้ายแล้วผลมันไม่ได้เป็นแบบที่คุณต้องการ คุณก็รู้สึกว่ามันเหนื่อยจังเลย ทำไมการที่เราจะมีคนรักสักคนแล้วเราจะต้องเหนื่อยขนาดนี้ ชีวิตที่เหลือของฉันจะต้องทนอยู่กับคนนี้ไปอีกนานแค่ไหนหรือฉันจะต้องยอมปรับไปอีกนานแค่ไหน กว่าที่จะยอมปรับในตามมาตรฐานที่เราต้องการ มันจะต้องทำงานด้วยกัน ไปด้วยกัน โดยที่คุณต้องหา way ของคุณเอง แบบที่ผมกับมี่ เราไม่สามารถที่อยู่ด้วยกันตลอดเวลา เวลาเขาจะไปดื่มอะไรอยู่กับสามีเขาไม่ได้ เพราะว่าเขาจะรำคาญสามี เขาก็ต้องไปอยู่กับเพื่อนเขา ผมก็ต้องไปเล่นเกมอะไร หรือผมก็ไม่สามารถดื่มกับเขา 2 คนได้ ผมไม่ได้มีโมเมนต์แบบดื่มกันมีความสุข ไม่นะ ต้องมีเพื่อนอยู่ด้วยอะไรอย่างงี้ เราจะหามันเจอในระหว่างทางเอง

อยากให้แชร์ว่าจุดไหนที่สามารถทางใครทางมันได้ในบางเรื่อง ?

เอมี่ กลิ่นประทุม : คือเมื่อก่อน อยากจะเป็นคนที่ไปเที่ยวแล้วต้องมีแฟน อยากปาร์ตี้กับแฟนอยากอยู่บ้านกินไวน์กับแฟน 2 คน พ่อแม่เราเป็นแบบนี้คือ they enjoy their company have a glass of wine at the end of the day and chill แต่กลายเป็นว่ากินไวน์อยู่คนเดียว this is how I relax ก็พยายามให้เขาเป็นอย่างงั้น จนแบบแรก ๆ ไปอยู่กับเพื่อนคืออยากให้เขามาอยู่ตรงนี้ อยากให้เขาสนุกเหมือนที่เราสนุก เราอยากให้เขามีความสุขแบบนี้ แต่พอเขามาแล้วเขานั่งแบบ จะกลับยัง เรารู้สึกว่าเราทรมานเขา ให้เขามาทำไม แล้วมันทำให้เรารู้สึก เหมือนเราไปบังคับให้เขามีความสุข จนรู้สึกว่าแล้วแต่ มันจะมีบางวันที่เขามาเอง อยากมาเองแล้วเขาแฮปปี้ ถ้าเขาอยากมาเดี๋ยวเขามาเอง นี่คือไม่เคยตื้อเลย

ช่อง 3 แถลงการณ์ด่วนโต้ข่าวปลอมหลัง หนุ่ม กรรชัย ถูกบิดเบือนข้อมูลสร้างความเสียหาย

ช่อง 3 แถลงการณ์ด่วนโต้ข่าวปลอมหลัง หนุ่ม กรรชัย ถูกบิดเบือนข้อมูลสร้างความเสียหาย

ช่อง 3 แถลงการณ์ด่วนโต้ข่าวปลอมหลัง หนุ่ม กรรชัย ถูกบิดเบือนข้อมูลสร้างความเสียหาย

วันพฤหัสบดี ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.37 น.

สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ออกประกาศแถลงการณ์กรณีพบการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จพาดพิงถึง “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” พิธีกรชื่อดัง โดยยืนยันจะดำเนินกระบวนการทางกฎหมายให้ถึงที่สุด สืบเนื่องจากมีการเผยแพร่ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีการพาดพิงถึง ‘หนุ่ม’กรรชัย กำเนิดพลอย ในลักษณะที่บิดเบือน หรือปลอมแปลงข้อมูล ซึ่งส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง ภาพลักษณ์ และอาจสร้างความเข้าใจผิดให้แก่สาธารณชน รวมถึงความวุ่นวายในกระบวนการพิจารณาคดีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องซึ่งทางช่อง 3 ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและชี้แจงว่า ข้อมูลที่ถูกเผยแพร่นั้น “ไม่เป็นความจริง” และถือเป็นการละเมิดสิทธิอย่างร้ายแรง ทำให้สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย 

ตามที่ได้มีการเผยแพร่ข้อความในสื่อออนไลน์ โดยมีการพาดพิงถึงคุณกรรชัย กำเนิดพลอย ในลักษณะอันเป็นเท็จ เป็นการบิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อคุณกรรชัย หรือข้อความที่เข้าใจว่าเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำก่อให้เกิดความวุ่นวายในห้องพิจารณาคดีสถานี ฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและขอเรียนชี้แจงว่า การเผยแพร่ข้อความที่กล่าวอ้างว่าคุณกรรชัย ได้กระทำการหรือได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำก่อให้เกิดความวุ่นวายในห้องพิจารณาคดี ซึ่งข้อความดังกล่าวเป็นเท็จ และเป็นการบิดเบือน หรือปลอม ฯ ขัดต่อความจริง การเผยแพร่ข้อความเท็จดังกล่าวก่อให้เกิดความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน และส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของคุณกรรชัยและบุคคลที่พูดพาดพิง อีกทั้งยังอาจเข้าข่ายอันเป็นการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องโดยประกาศฉบับนี้ สถานี ฯ ขอให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องยุติการเผยแพร่หรือส่งต่อข้อความดังกล่าวในทุกช่องทางโดยทันที และขอให้ยุติและละเว้นโดยสิ้นเชิงซึ่งการกระทำละเมิดใด ๆ ต่อสถานี ฯ และคุณกรรชัยและหรือบุคคลอื่นไม่ว่าด้วยวิธีการใดและผ่านช่องทางใดก็ตามอย่างไรก็ดี สถานี ฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินการทางกฎหมาย เพื่อคุ้มครองสิทธิของสถานี ฯ และคุณกรรชัย ตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดต่อไป สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

บุ๋ม ปนัดดา เยือนปราสาทตาควาย มอบถุงยังชีพเติมพลังรั้วของชาติ ณ เนิน 350

บุ๋ม ปนัดดา เยือนปราสาทตาควาย มอบถุงยังชีพเติมพลังรั้วของชาติ ณ เนิน 350

บุ๋ม ปนัดดา เยือนปราสาทตาควาย มอบถุงยังชีพเติมพลังรั้วของชาติ ณ เนิน 350

วันพฤหัสบดี ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.00 น.

เป็นภาพความประทับใจที่ถูกแชร์ต่อในโลกโซเชียล เมื่อพิธีกรและนางงามใจบุญ “บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” ได้ลงพื้นที่เดินทางไปยัง ปราสาทตาควาย จังหวัดสุรินทร์ เพื่อปฏิบัติภารกิจมอบความช่วยเหลือและให้กำลังใจเหล่าทหารกล้าที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ตามแนวชายแดน

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ “บุ๋ม ปนัดดา” ในนามของ มูลนิธิองค์กรทำดี ได้เดินทางไปยังจุดยุทธศาสตร์สำคัญอย่าง เนิน 350 เพื่อนำถุงยังชีพและสิ่งของจำเป็นไปมอบให้กับพี่น้องทหาร โดยระบุว่าเป็นความตั้งใจที่จะมาเติมพลังกายและพลังใจให้กับผู้ที่ทำหน้าที่เป็น “รั้วของชาติ” ในพื้นที่ห่างไกลและยากลำบากหลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ก็มีแฟนคลับและชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์ชื่นชมในความสละสลายและความมุ่งมั่นของเธอเป็นจำนวนมาก โดยหลายคนยกให้เธอเป็น “ตัวแม่เบอร์หนึ่ง” ที่สวยทั้งกายและสวยทั้งใจ และมักจะปรากฏตัวในที่ที่ต้องการความช่วยเหลืออยู่เสมอถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวดีๆ ที่แสดงให้เห็นถึงน้ำใจของคนบันเทิงที่ไม่เคยทิ้งประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้เสียสละในทุกวิกฤตและทุกพื้นที่จริงๆ

#บุ๋มปนัดดา #เนิน350 #ปราสาทตาควาย #ทหาร #สุรินทร์ #มูลนิธิองค์กรทำดี