เอมมี่ มรกต ลงพื้นที่สุรินทร์ มอบถุงยังชีพให้ทหารไทย

เอมมี่ มรกต ลงพื้นที่สุรินทร์ มอบถุงยังชีพให้ทหารไทย

เอมมี่ มรกต ลงพื้นที่สุรินทร์ มอบถุงยังชีพให้ทหารไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.51 น.

8 มกราคม 2569 “เอมมี่ มรกต แสงทวีป” นักแสดงและพิธีกรชื่อดัง ยังคงเดินหน้าทำงานด้านจิตอาสาและกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มต้นปี 2569 ด้วยการลงพื้นที่ทำหน้าที่จิตอาสาอีกครั้ง เพื่อส่งต่อกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติ

ล่าสุด เอมมี่ได้เดินทางไปยังจังหวัดสุรินทร์ เพื่อมอบถุงยังชีพและสิ่งของจำเป็นให้แก่ทหารไทยในพื้นที่ โดยระบุว่า ครั้งนี้เดินทางมาที่จังหวัดสุรินทร์เพื่อมามอบขวัญกำลังใจให้ทหารไทย เราได้จัดการสั่งซื้อของใช้จำเป็นที่ขาดแคลนสำหรับพี่ๆทหารค่ะ

ขอบคุณพี่ทหารทุกนายที่ทำเพื่อประเทศชาติไทยของเราค่ะ We are forever grateful

ขอบพระคุณ นายกฯ ธัญพร มุ่งเจริญพร (เจ้หม๋วย) และคณะทำงาน อบจ.สุรินทร์ ที่เป็นสะพานบุญสำคัญ พาพวกเราลงพื้นที่นำสิ่งของไปมอบให้ทหารไทยผู้เสียสละ
การสนับสนุนของท่านนายกฯ และทีมงานในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การพาไปบริจาคของ แต่เป็นการแสดงให้เห็นว่าผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเราไม่เคยทอดทิ้งผู้ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ลำบาก ขอบคุณที่ท่านให้ความสำคัญกับกิจกรรมนี้และดูแลพวกเราอย่างเป็นกันเองค่ะ

ขอบคุณพี่แอม พี่จิ๊บ พี่จูน พี่จอย ที่คอยไปซื้อของ จัดการ จัดแจง ทุกอย่างในครั้งนี้จนเรียบร้อยเสร็จลุล่วงไปด้วยดี

ขอบคุณเพื่อน @nic_santikul @mopisuta @cokepromthong @kaopan ที่สมทบทุนในการซื้อของทั้งหมดในครั้งนี้

ขอบคุณเพื่อน @nonthipc @benznt ที่ส่งถุงยังชีพแบบ Recycle Reuse เพื่อลดการใช้พลาสติกและ ใส่ใจให้ความสำคัญกับภาวะโลกร้อนค่ะ

ขอบคุณแม่นม @pare_chalo ที่คอยดูแลเป็นเพื่อนเดินทางที่น่ารักที่สุด”

เพื่อไทยยกทัพบุกสันกำแพง ยศชนันประกาศทวงคืนแชมป์เชียงใหม่ ชูนโยบายล้างหนี้-คนไทยไร้จน

เพื่อไทยยกทัพบุกสันกำแพง ยศชนันประกาศทวงคืนแชมป์เชียงใหม่ ชูนโยบายล้างหนี้-คนไทยไร้จน

เพื่อไทยยกทัพบุกสันกำแพง ยศชนันประกาศทวงคืนแชมป์เชียงใหม่ ชูนโยบายล้างหนี้-คนไทยไร้จน

วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569, 19.20 น.

เพื่อไทยลุยเชียงใหม่ “ยศชนัน-จุลพันธ์-สุริยะ-ณัฐวุฒิ” ผนึกกำลังปราศรัย ชูนโยบาย “สร้างโอกาส ล้างหนี้ มีกิน” มั่นใจกลับมาทวงแชมป์ สส.เชียงใหม่

9 ม.ค.2569 พรรคเพื่อไทย นำโดย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย ลงพื้นที่พบปะประชาชนและปราศรัยหาเสียงในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ณ โกดังจอมทองกิจเกษตร อำเภอจอมทอง และที่วัดม่วงเขียว อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่

สำหรับพื้นที่วัดม่วงเขียว อ.สันกำแพง ถือเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญ เนื่องจาก นายยศชนัน เคยลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. และได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งเมื่อปี 2557 แต่เกิดการรัฐประหารก่อนจึงไม่ได้เข้าทำหน้าที่ในสภา และบรรยากาศการลงพื้นที่ทั้ง 2 ที่ในวันนี้มีประชาชนมาร่วมให้กำลังใจกันอย่างล้นหลาม และให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น บางคนนำพวงมาลัยดอกดาวเรือง หรือ “ดอกคำปู้จู้” ในภาษาเหนือ มาคล้องคอจนมิดศีรษะ

ในการปราศรัย นายจุลพันธ์ เริ่มต้นด้วยความยินดีที่ได้กลับมาพบปะชาวสันกำแพงอีกครั้ง และภาคภูมิใจมากที่ได้มาเยือนบ้านเกิดของอดีตนายกฯ ดร.ทักษิณ ชินวัตร พร้อมประกาศว่าวันนี้พรรคเพื่อไทยพร้อมกลับมาทวงแชมป์ สส. พื้นที่ จ.เชียงใหม่อีกครั้ง โดยแสดงความมั่นใจว่า นายยศชนัน แคนดิเดตนายกฯ ของพรรค มีคุณสมบัติที่ตอบโจทย์ประชาชน เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของคนเชียงใหม่ และพร้อมจะเป็นนายกฯ คนใหม่ของประเทศ

“นอกจากแคนดิเดตนายกฯ แล้ว อีกจุดแข็งของพรรคเพื่อไทยคือ สส.พรรคเพื่อไทย ไม่เคยละทิ้งพื้นที่ ไม่เคยละทิ้งประชาชน ขับเคลื่อนการแก้ปัญหาพี่น้องในพื้นที่ ในประวัติศาสตร์พรรคเพื่อไทย สส. ไม่เคยมีใครต้องให้ประชาชนมาประกาศตามหาว่าไม่เคยเห็นหน้าในพื้นที่”

นายจุลพันธ์ กล่าวต่อถึงนโยบายที่เป็นจุดแข็ง โดยมีเป้าหมายในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเป็นหมุดหมายสำคัญ ภายใต้สโลแกน ‘สร้างโอกาส ล้างหนี้ มีกิน’ สำหรับการพัฒนาพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว พรรคเพื่อไทยจะสร้างความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างแดน ซึ่งคาดว่าจะมีถึง 20 ล้านคนต่อปี ด้วยโครงการสร้างสนามบินแห่งที่ 2 ของเชียงใหม่ ภายใต้ชื่อ ‘สนามบินล้านนา’ เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับโครงการรถไฟรางคู่ เพื่อเพิ่มโอกาสในมิติใหม่ๆ ให้เม็ดเงินไหลไปยังทุกพื้นที่ของจังหวัด ส่วนปัญหาสังคม เช่น ยาเสพติดและสแกมเมอร์ พรรคเพื่อไทยยืนยันว่าจะเดินหน้าปราบปรามให้จบ เพื่อคืนชีวิตที่ปกติให้กับประชาชน

“การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เราไม่พร้อมที่จะไปเลือกคนที่ไม่เคยบริหารประเทศ แล้วบอกว่าถ้า 4 ปี ทำไม่ดีไม่ต้องเลือกใหม่ เราไม่พร้อมที่เลือกรัฐบาลที่เป็นเพียง 2 เดือน แต่พิสูจน์ความล้มเหลวได้แล้ว วันนี้ขอโอกาสให้พรรคเพื่อไทย เลือกทั้งคนทั้งพรรค ให้ได้ สส. และนายกฯ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” นายจุลพันธ์ กล่าวทิ้งท้าย

ด้านนายณัฐวุฒิ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย กล่าวว่า แม้มีเสียงวิจารณ์ว่าการเลือกตั้งรอบนี้พรรคเพื่อไทยอยู่ในสภาพบอบช้ำ แต่ขอยืนยันว่าหัวใจพวกเรายังแข็งแกร่ง และยังคัดสรรนโยบายดีๆ ออกมาให้กับประชาชน

“ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส ยังเป็นปรัชญาในทางนโยบายของพรรคเพื่อไทย เลือกตั้งคราวนี้ ยืนยันว่าจิตวิญญาณอุดมการณ์ของพวกเรายังอยู่”

พร้อมกันนี้ ณัฐวุฒิได้เสนอนโยบายแบบจัดเต็มเป็นแพ็กเกจ เพื่อช่วยเหลือประชาชน ทั้งนโยบายล้างหนี้ประชาชน, ลดค่าไฟฟ้าทันทีเหลือ 3.70 บาท, นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย และโครงการบ้านเพื่อไทย เปิดโอกาสให้ผู้มีรายได้น้อยมีบ้าน โดยผ่อนจ่ายเพียง 4,000 บาท พร้อมย้ำว่าผู้สมัคร สส.เชียงใหม่ ของพรรคเพื่อไทยทุกคนอยู่กับพื้นที่และมีจิตสำนึกในการทำเพื่อประชาชน จึงขอโอกาสส่ง สส.เพื่อไทยสู่สภา และส่งพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำรัฐบาล

จากนั้น นายยศชนัน ขึ้นปราศรัยระบุว่า “ยศชนัน หลานนายกฯ ทักษิณ กลับมาแล้ว” รอบนี้ขอพา จักรพล ตั้งสุทธิธรรม (ท็อป) ผู้สมัคร สส. เขต 3 จังหวัดเชียงใหม่ เข้าไปในสภา เพื่อผลักดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาดให้สำเร็จ หลังจากผ่านมา 10 ปีแล้ว ที่คนสันกำแพงเคยร่วมสร้างประวัติศาสตร์ให้กับประเทศไทยด้วยการเลือกคนเมืองของเราเข้าไปบริหารประเทศ ดังนั้นตอนนี้ต้องเลือกพรรคเพื่อไทยให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรี

นายยศชนัน กล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้หลายคนอาจจะจำตนไม่ได้เพราะก่อนหน้านี้ผมยาว แต่ตอนนี้ราศีเริ่มจับ เพราะโพลขึ้นเป็นอันดับหนึ่งแล้ว พร้อมย้ำถึง “นโยบายคนไทยไร้จน” โดยเน้นย้ำเรื่องการคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งนโยบายนี้ต้องใช้ความกล้าหาญ แม้หลายคนเริ่มออกมาทำลายนโยบาย แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือความเป็นคน โดยกำหนดเส้นแบ่งความยากจนที่ 3,000 บาท สิ่งที่ตนจะทำคือหาเงินเข้ามาในระบบและเจียดมาสักนิดเพื่อให้คนด้อยโอกาสได้กลับมาลืมตาอ้าปาก อีกสิ่งที่ต้องทำคือการสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของประเทศไทย โดยนำเทคโนโลยี AI เข้ามา ซึ่งอย่างน้อยคน 1 ใน 3 ของประเทศต้องเก่ง AI

“วันนี้ถ้าไม่เลือก ท็อป-จักรพล แบบถล่มทลาย ยศชนันก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ขอให้รอบนี้อย่าประมาท วันที่ 8 กุมภาพันธ์ ไม่ใช่วันเลือกตั้งอย่างเดียว แต่เป็นวันแห่งความหวัง”

อนุทิน ย้ำภูมิใจไทยมีจุดยืนปรับแก้ MOU 43-44 ให้สอดคล้องปัจจุบัน

อนุทิน ย้ำภูมิใจไทยมีจุดยืนปรับแก้ MOU 43-44 ให้สอดคล้องปัจจุบัน

อนุทิน ย้ำภูมิใจไทยมีจุดยืนปรับแก้ MOU 43-44 ให้สอดคล้องปัจจุบัน

วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569, 19.01 น.

“อนุทิน”ย้ำภูมิใจไทย MOU 43-44 ต้องปรับให้สอดคล้องกับปัจจุบัน อาจเป็น MOU 69 ยึดหลักสากล ใช้ไลดาร์ สำรวจ-แผนที่ 1:50,000 ลั่น MOU 44 อีกยาว ขอมั่นใจภูมิใจไทยไม่มีแบ่งครึ่ง

วันที่ 9 มกราคม 2568 เวลา 17.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงจุดยืนของพรรคภูมิใจไทยต่อการยกเลิก MOU 43-44 หลังเลือกตั้งจะมาดำเนินการต่อหรือไม่ว่า ตนพูดมาตลอดว่าถึงอย่างไร MOU 43 และ 44 ก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับสถานการณ์ 
คำว่า MOU 43-44 ก็มาจากปี 2543 และ 2544 หวังว่าในอนาคตรัฐบาลที่จะเข้ามาก็คงต้องนำมาปัดฝุ่น อาจจะเรียกว่าฉบับแก้ไขปรับปรุง หรืออาจจะเรียกว่า MOU 69 ก็ได้ เพื่อให้มีความเป็นปัจจุบัน แต่ในรัฐบาลของตนทำอย่างไรก็ไม่ทัน เพราะไม่มีสภาแล้ว การที่จะทำอะไรที่มีผลผูกพันต่อรัฐบาลหน้าไม่สามารถทำได้ ดังนั้นจะต้องตรึงสถานการณ์ให้มีความคงที่และชัดเจนให้มากที่สุด ซึ่งเราทำมาโดยตลอด รัฐบาลต่อไปคงมีเวลามากกว่ารัฐบาลของตน

เมื่อถามว่า ยังยืนยันเหมือนเดิมหรือไม่ ว่าพรรคภูมิใจไทยสนับสนุนให้มีการยกเลิก MOU 43 และ 44 นายอนุทินกล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยพูดมาตั้งแต่แรก โดยเฉพาะ MOU 43 ที่มีความเกี่ยวข้องกับการปักปันเขตแดน ถ้าเราสามารถพิสูจน์ได้ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทุกวันนี้ก็ได้รับจากทั้งสองฝ่าย ส่วนไหนที่มีความซับซ้อนจะต้องใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่าไลดาร์ (LiDAR) ซึ่งรู้สึกว่าก็มีการยอมรับกันแล้วในระดับหนึ่ง และเรายืนยันว่าถึงอย่างไรก็ต้องใช้แผนที่ 1 : 50,000 ถ้าเราใช้ไลดาร์และแผนที่ 1: 50,000 ถ้าใช้หลักนี้ได้เราก็ดำเนินการต่อไปได้ แต่เรื่องของ MOU 44 ที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ทางทะเล ทางน้ำนั้น นายอนุทินกล่าวว่า ตรงนั้นอีกยาว พูดได้ว่าในส่วนของพรรคภูมิใจไทย คำว่า 50:50 นั้นไม่มีอย่างแน่นอน ไม่สามารถแบ่งกัน 50:50 ได้ ต้องตามหลักภูมิศาสตร์ไหล่ทวีป ซึ่งในพื้นที่ทางทะเลนั้นมีวิธีวัดของเขา แต่ตรงนี้ยังไปไม่ถึงไหน ยืนยันว่า 50:50 นั้นไม่ใช่แนวทางของพรรคภูมิใจไทยอย่างแน่นอน ขอให้สบายใจได้ ต้องยึดหลักสากลที่ยอมรับได้และพิสูจน์ได้

ชาวนนท์ฝากความหวัง พีระพันธุ์ แก้โกง-ปราบยาเสพติด-คุมค่าไฟ

ชาวนนท์ฝากความหวัง พีระพันธุ์ แก้โกง-ปราบยาเสพติด-คุมค่าไฟ

ชาวนนท์ฝากความหวัง พีระพันธุ์ แก้โกง-ปราบยาเสพติด-คุมค่าไฟ

วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569, 18.57 น.

ชาวนนท์ฝากความหวัง “พีระพันธุ์” แก้โกง-ปราบยาเสพติด-คุมค่าไฟ  หนุนคนจริง ทำงานเพื่อประชาชน

วันที่ 9 มกราคม 2569 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) ลงพื้นที่พบปะประชาชน ที่หมู่บ้านพฤกษา 3 และตลาดบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี พร้อมด้วยผู้สมัคร สส. นนทบุรี ได้แก่ ร.ท.ภาคย์ธนณิศ นุชน้อย เขต 1 เบอร์ 7 , นายปราโมทย์ พันธุ์เกตุ เขต 2 เบอร์ 10 , นายประชา มีเหม็ง เขต 3 เบอร์ 4 , นางสาวณัฐปัณฑ์ ดาวเรือง เขต 4 เบอร์ 10 , นายสุวิศิษฏ์ พงศ์ภรณ์ปภาณ เขต 5 เบอร์ 9 , นายปรีชา ฉอสุวรรณชาติ เขต 7 เบอร์ 9 และ นายสุธี ทองสวัสดิ์ เขต 8 เบอร์ 1 ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก  โดยผู้นำชุมชนได้ฝากในประเด็นค่าพลังงาน โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้น พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าด้วยประสบการณ์อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของนายพีระพันธุ์ จะสามารถแก้ไขโครงสร้างราคาพลังงานและลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชนได้ หากได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

จากนั้น นายพีระพันธุ์ ได้เดินทักทายพ่อค้าแม่ค้าในตลาดพฤกษา 3 และตลาดบางบัวทอง ซึ่งกลุ่มแม่ค้าได้สะท้อนปัญหาในพื้นที่ ทั้งปัญหายาเสพติด ลักขโมย และการทะเลาะวิวาท พร้อมเรียกร้องให้นักการเมืองทำงานอย่างต่อเนื่องจริงจัง ไม่ใช่เฉพาะในช่วงหาเสียง นอกจากนี้ ประชาชนในพื้นที่ยังได้ย้ำจุดยืนสนับสนุนแนวทางที่ไม่ต้องการให้มีการแก้ไขกฎหมายอาญา มาตรา 112

นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า พรรครวมไทยสร้างชาติให้ความสำคัญกับการรักษาความสงบสุขของบ้านเมืองเป็นอันดับหนึ่ง ควบคู่ไปกับการเร่งลดค่าครองชีพ โดยเฉพาะราคาพลังงาน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

สหรัฐฯทุ่มกว่า 3 พันล้าน หนุนกองทัพบกไทยเสริมแกร่งสไตรเกอร์ ปราบสแกมเมอร์ข้ามชาติ

สหรัฐฯทุ่มกว่า 3 พันล้าน หนุนกองทัพบกไทยเสริมแกร่งสไตรเกอร์ ปราบสแกมเมอร์ข้ามชาติ

สหรัฐฯทุ่มกว่า 3 พันล้าน หนุนกองทัพบกไทยเสริมแกร่งสไตรเกอร์ ปราบสแกมเมอร์ข้ามชาติ

วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569, 18.49 น.

สหรัฐ มอบเงินกว่า 100 ล้านเหรียญ หนุน ทบ.เสริมสร้าง เสถียรภาพชายแดน ปราบสแกมเมอร์ เสริมแกร่งรถเกราะ สไตรเกอร์ ด้าน ผบ.ทบ. แจง กัมพูชา เริ่มก่อน

9 ม.ค.69 ที่กองบัญชาการกองทัพบก พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ให้การต้อนรับ นาย ไมเคิล จอร์จ ดีซอมเบร ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ฝ่ายกิจการภูมิภาคเอเชียตะวันออก และแปซิฟิก, นาย ชอน โคตาโระ โอนีลล์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย พร้อมคณะ ณ ห้อง จปร. อาคารพิพิธภัณฑ์กองทัพบกเฉลิมพระเกียรติ กองบัญชาการกองทัพบก เพื่อหารือประเด็นความร่วมมือทางทหาร ความมั่นคงระหว่าง ไทย-สหรัฐฯ และสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทย – กัมพูชา

ระหว่างการหารือ ผบ.ทบ. กล่าวย้ำถึงความจริงใจของไทยในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติและปฏิบัติตามปฏิญญาสันติภาพ โดยใช้กลไกทวิภาคีสร้างความเข้าใจกับกัมพูชา 

ขณะที่สหรัฐฯ ขอบคุณไทยที่ยึดมั่นในข้อตกลงและเล็งเห็นบทบาทสำคัญของกองทัพบกในการสร้างเสถียรภาพระยะยาว 

โดย ผบ.ทบ. ระบุต่อว่า กัมพูชาเป็นฝ่ายเริ่มต้นความขัดแย้งและเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง รวมถึงการกล่าวหาว่าไทยเป็นผู้รุกราน ทั้งนี้ ไทยดูแลเชลยศึก 18 นายตามหลักมนุษยธรรมและดำเนินการปล่อยตัวอย่างเหมาะสมตามหลักสากล

ในด้านความสัมพันธ์ ไทย–สหรัฐฯ ได้หารือการยกระดับความร่วมมือ โดยสหรัฐฯ ยืนยันสนับสนุนงบประมาณทางการทหารกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐ ในการเสริมสร้างเสถียรภาพชายแดนและแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ รวมถึงการสนับสนุนการขยายขีดความสามารถของหน่วยยานเกราะล้อยางสไตรเกอร์และเพิ่มหลักสูตรการศึกษา–ฝึกอบรม อย่างต่อเนื่อง

ทั้งสองฝ่ายยังได้เห็นพ้องว่าการฝึกร่วมผสม Cobra Gold และ Balance Torch เป็นการฝึกสำคัญที่แสดงออกถึงสัญลักษณ์ความร่วมมือเพื่อป้องปรามความขัดแย้งในภูมิภาค นอกจากนี้ทั้งสองฝ่ายได้หารือในด้านการสนับสนุนเทคโนโลยีด้านสงครามอิเล็กทรอนิกส์ ระบบโดรนและต่อต้านโดรน รวมถึงการข่าวกรองและอาวุธยิงสนับสนุน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันประเทศและอธิปไตยจากการถูกรุกราน ขณะเดียวกัน ฝ่ายไทยได้กล่าวถึงสถานการณ์ในทะเลจีนใต้ที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด และหวังที่จะได้เห็นความร่วมมือของทุกฝ่ายเพื่อเสถียรภาพของภูมิภาคในอนาคต

กองทัพบกยืนยันความมุ่งมั่นรักษาสันติภาพด้วยการเสริมสร้างความสัมพันธ์กับมิตรประเทศ และเตรียมพร้อมรับมือภัยคุกคามทุกรูปแบบ เพื่อปกป้องอธิปไตยและสร้างความมั่นคงในภูมิภาคอย่างยั่งยืน

ปลุกคนรับ รธน 60 ลงมติ ไม่เห็นชอบ แก้ รธน

ปลุกคนรับ รธน 60 ลงมติ ไม่เห็นชอบ แก้ รธน

ปลุกคนรับ รธน 60 ลงมติ ไม่เห็นชอบ แก้ รธน

วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569, 18.42 น.

จากกรณีการออกเสียงประชามติ เพื่อให้ความเห็นชอบการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ในวัน 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 จนกลายเป็นกระแสบนโลกออนไลน์นั้น

ล่าสุดวันนี้ 9 มกราคม พ.ศ. 2569 ชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊ก Chuchart Srisaeng มีข้อความระบุว่า “ผู้ที่เคยลงมติเห็นชอบรัฐธรรมนูญ 2560 ขอให้ลงมติไม่เห็นชอบการแก้ไขรัฐธรรมนูญครับ”

ชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา

ชาวเน็ตหลายคนต่างก็เข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นจำนวนมากกับโพสต์ดังกล่าว เช่น

“ผมชอบ รธน. 60 ปราบโกงครับ ไม่เห็นชอบแน่นอน”

“รับทราบครับ อาจารย์ คัดค้านอยู่แล้วครับ”

“รัฐธรรมนูญปราบโกง ชอบครับ”

“ไม่เห็นชอบค่ะ”

“จัดไปครับท่าน”

“+1ไม่เห็นชอบค่ะ”

“ไม่เห็นชอบค่ะ”

ชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา
ชูชาติ ศรีแสง

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Chuchart Srisaeng

นายกฯ ยันชายแดนไทย-กัมพูชา ปกติ เผยปมทหารเจ็บ ช่องบก เคลียร์จบระดับแม่ทัพ ยึดตาม Joint Statement

นายกฯ ยันชายแดนไทย-กัมพูชา ปกติ เผยปมทหารเจ็บ ช่องบก เคลียร์จบระดับแม่ทัพ ยึดตาม Joint Statement

นายกฯ ยันชายแดนไทย-กัมพูชา ปกติ เผยปมทหารเจ็บ ช่องบก เคลียร์จบระดับแม่ทัพ ยึดตาม Joint Statement

วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569, 18.40 น.

“นายกฯ” เผย ชายแดนไทย-กัมพูชา สถานการณ์ปกติ แต่ไม่ประมาท ชี้ต้องคืนความสงบสุขให้ประชาชน ส่วนกรณีทหารไทยบาดเจ็บที่ช่อง​บก​  มีการขอโทษระหว่างแม่ทัพแล้ว​ยังถือเป็นไปตามข้อตกลง joint statement ​

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 9 มกราคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา ว่าได้รับรายงานว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี อยู่ภายใต้การควบคุมที่ดี แต่เราไม่ได้ประมาท การดูแลพื้นที่ชายแดนมีความพร้อม ส่วนก่อนหน้านี้กองทัพกัมพูชาก็ได้ส่งหนังสือชี้แจงมาแล้ว โดยระบุว่าไม่ได้เป็นการตั้งใจ 

เมื่อถามว่า กัมพูชามีการส่งสัญญาณหรือแสดงความรับผิดชอบ ต่อฝ่ายไทยต่อกรณีที่ทหารได้รับบาดเจ็บอย่างไรบ้าง นายกฯ ย้ำว่า มีการขอโทษซึ่งกันและกัน ระหว่างแม่ทัพที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ของฝ่ายไทย และฝ่ายกัมพูชา ก็จบในระดับนั้น ซึ่งถือว่าเป็นไปตามข้อตกลงใน joint statement 

เมื่อถามว่า หลายพื้นที่สถานการณ์เริ่มผ่อนคลายแล้ว นายกฯ ระบุว่า ก็ต้องเป็นแบบนั้น เพราะเป้าหมายแรกของรัฐบาลคือให้พี่น้องประชาชนได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย และอยู่บ้านอย่างปลอดภัย อย่างในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา เราก็ต้องพยามรักษาสถานการณ์ให้มีความติสุขมากที่สุด เพราะเราไม่ได้เสียดินแดนแล้ว และได้ปักธงชัยในที่ที่เรามั่นใจว่าเป็นแผ่นดินไทย ขณะนี้นี้ก็ยังเฝ้าระวังอยู่โดยไม่ประมาท 

อนุทิน เย้ย บอกคุ้น พ่อสมพงษ์ มากกว่า หลัง จุลพันธ์ ปราศรัยเหน็บภูมิใจไทย พูดแล้วไม่ทำ

อนุทิน เย้ย บอกคุ้น พ่อสมพงษ์ มากกว่า หลัง จุลพันธ์ ปราศรัยเหน็บภูมิใจไทย พูดแล้วไม่ทำ

อนุทิน เย้ย บอกคุ้น พ่อสมพงษ์ มากกว่า หลัง จุลพันธ์ ปราศรัยเหน็บภูมิใจไทย พูดแล้วไม่ทำ

วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569, 18.32 น.

‘อนุทิน’เย้ยกลับ บอกคุ้น ‘พ่อสมพงษ์’ มากกว่า หลัง‘จุลพันธ์’ปราศรัยเหน็บภูมิใจไทย พูดแล้วไม่ทำ

วันที่ 9 มกราคม 2569 เวลา 17.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย แสดงความคิดเห็นว่า พรรคภูมิใจไทยพูดแล้วทำไม่ได้ โดยนายกรัฐมนตรี หัวเราะก่อนจะตอบว่า ตนคุ้นกับพ่อของเขามากกว่า ส่วนใหญ่ผมคุยกับคุณพ่อเขา ท่านสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ คุยตลอด

15 อบต.ชายแดน เลื่อนหย่อนบัตร เป็น 18 ม.ค.นี้

15 อบต.ชายแดน เลื่อนหย่อนบัตร เป็น 18 ม.ค.นี้

15 อบต.ชายแดน เลื่อนหย่อนบัตร เป็น 18 ม.ค.นี้

วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569, 18.25 น.

กกต.เลื่อนหย่อนบัตร อบต.15 แห่งในพื้นที่อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เป็นวันอาทิตย์ที่ 18 ม.ค.69 จากเหตุสถานการณ์สู้รบ

9 มกราคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง( กกต.) แจ้งว่า กกต. มีมติรับทราบตามที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนตำบลจำนวน 15 แห่ง ในพื้นที่อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เสนอขอขยายวันออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภา อบต. และนายก อบต.ไปเป็นวันอาทิตย์ที่ 18 ม.ค.69 จากเดิมที่จะมีการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่11ม.ค.69 นี้ เนื่องจากสถาน การณ์บริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา 

โดย อบต.ทั้ง 15 แห่ง ได้แก่ อบต.กระแซง อบต.บึงมะลู อบต.สังเม็ก อบต.ภูเงิน อบต.ทุ่งใหญ่ อบต.จานใหญ่ อบต.ขนุน อบต.เสาธงชัย อบต.ตระกาจ อบต.ละลาย อบต.โนนสำราญ อบต.เมือง อบต.รุง อบต.ชำ และ อบต.ภูผาหมอก

อย่างไรก็ตาม  ในส่วนของอบต.ในพื้นที่อื่นๆของจังหวัดศรีสะเกษทั้ง 156 แห่ง จะยังคงมีการเลือกตั้งนายกและสมาชิกสภาองค์ การบริหารส่วนตำบลในวันอาทิตย์ที่ 11 ม.ค.นี้

เจษฎ์ ฝากข้อคิดวันเด็ก ชวน เยาวชนรำลึกบุญคุณ ทหาร-บูรพมหากษัตริย์ ปกป้องแผ่นดินนให้ลูกหลาน

เจษฎ์ ฝากข้อคิดวันเด็ก ชวน เยาวชนรำลึกบุญคุณ ทหาร-บูรพมหากษัตริย์ ปกป้องแผ่นดินนให้ลูกหลาน

เจษฎ์ ฝากข้อคิดวันเด็ก ชวน เยาวชนรำลึกบุญคุณ ทหาร-บูรพมหากษัตริย์ ปกป้องแผ่นดินนให้ลูกหลาน

วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569, 18.21 น.

“เจษฎ์” ฝากข้อคิดวันเด็ก ชวน เยาวชนรำลึกบุญคุณ “ทหาร-บูรพมหากษัตริย์” ปกป้องแผ่นดินนให้ลูกหลาน

วันที่ 9 มกราคม 2569 นายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ ได้ฝากข้อความถึงพ่อแม่ผู้ปกครองรวมถึงเด็กและเยาวชน เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติที่จะมาถึงในวันพรุ่งนี้ โดยเชิญชวนให้ทุกคนร่วมกันรำลึกและไว้อาลัยแก่เหล่าทหารหาญที่เสียสละเลือดเนื้อและชีวิตเพื่อปกป้องรักษาอธิปไตยของชาติ โดยระบุว่าความสงบสุขที่พวกเรามีอยู่ทุกวันนี้ แลกมาด้วยความยากลำบากของทหารที่ต้องห่างไกลครอบครัวและคนอันเป็นที่รัก เพื่อปฏิบัติหน้าที่คุ้มครองขอบขัณฑสีมาทั้งทางบกและทางน้ำ ซึ่งเป็นภารกิจที่ทำต่อเนื่องมานับพันปีภายใต้การนำของบูรพมหากษัตริย์ไทยในฐานะจอมทัพ จึงขอให้คนไทยทุกคนสำนึกในบุญคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์และทหารกล้าที่เสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อส่วนรวม

นายเจษฎ์ ยังได้ฝากข้อคิดถึงน้องๆ เยาวชนที่จะเดินทางไปเที่ยวชมสถานที่ราชการทหารหรือชมอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ ของกองทัพ ทั้งทหารบก ทหารเรือ และทหารอากาศ ว่าขอให้ตระหนักว่าสรรพาวุธเหล่านี้คือเครื่องมือสำคัญที่ทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดีและมีความสุข เพราะเศรษฐกิจของประเทศจะไม่มีทางเดินหน้าไปได้หากปราศจากความมั่นคง หากประเทศอ่อนแอจนถูกรุกราน แม้กระทั่งจากประเทศเพื่อนบ้านที่มีกำลังรบไม่มาก ความสงบสุขย่อมไม่เกิดขึ้น ดังนั้น จึงขอฝากให้เด็กและเยาวชนทุกคนร่วมกันรักชาติ และช่วยกันรักษาบ้านเมืองให้มั่นคงสืบไป