‘สอวช.’จัดเวที Policy Dialogue Series วางรากฐาน‘สังคมเป็นธรรม’ต่อยอดข้อเสนอ 5 เวทีสู่นโยบาย

18 กันยายน 2569 เวลา 12:07 น.

สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดเวที Policy Dialogue Series ครั้งที่ 5 หัวข้อ “A Fairer Future: Advancing Equity through Social Sciences, Humanities, and Arts” หรือ “ขับเคลื่อนสังคมที่เป็นธรรมด้วยสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์” ระดมข้อเสนอเพื่อยกระดับบทบาทของศาสตร์เหล่านี้ในการกำหนดนโยบาย ขับเคลื่อนระบบการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างสังคมที่เป็นธรรม

ผศ. ดร.ศุภกร ปุญญฤทธิ์ รองผู้อำนวยการ สอวช. กล่าวว่า เวทีครั้งนี้ร้อยเรียงข้อเสนอจาก Policy Dialogue Series ทั้ง 4 ครั้งที่ผ่านมา ครอบคลุมการทำความเข้าใจคนและสังคม การออกแบบนโยบาย การพัฒนาศักยภาพคน และการกระจายโอกาส เพื่อวางรากฐานประเทศไทยไปสู่อนาคตที่เป็นธรรม

ทั้งนี้ ความเป็นธรรมไม่ใช่เพียงความเท่าเทียม แต่ต้องเป็นระบบที่ทำให้คนทุกกลุ่มเข้าถึงทรัพยากรและองค์ความรู้ พัฒนาศักยภาพ มีส่วนร่วม และกำหนดอนาคตของตนเองได้ โดย สอวช. จะนำข้อเสนอจากทั้ง 5 เวทีไปต่อยอดสู่การออกแบบนโยบายและการขับเคลื่อนในทางปฏิบัติ

ผศ. ดร.แพร ศิริศักดิ์ดำเกิง ผู้อำนวยการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร กล่าวว่า ความเป็นธรรมทางวัฒนธรรมต้องตั้งอยู่บน 3 องค์ประกอบ ได้แก่ การยอมรับ การเข้าถึง และการมีอำนาจร่วม ระบบ อววน. จึงต้องพิจารณาว่าใครได้รับประโยชน์ ใครรับความเสี่ยง และเสียงของใครหายไปจากระบบ พร้อมเสนอให้มหาวิทยาลัยร่วมกำหนดโจทย์กับชุมชน เปิดให้ผู้ได้รับผลกระทบมีส่วนร่วมในกระบวนการวิจัย และปรับการประเมินผลงานจากการเน้นผลผลิตเชิงปริมาณ ไปสู่การวัดความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่

รศ. ดร.กมลพร สอนศรี อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ความเป็นธรรมด้านความรู้ต้องครอบคลุมทั้งการเข้าถึงการศึกษา แหล่งเรียนรู้ ข้อมูลและงานวิจัย ตลอดจนความสามารถในการเปลี่ยนความรู้และทักษะให้เป็นโอกาส รายได้ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จึงต้องเชื่อมการศึกษา การวิจัย นวัตกรรม และการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้เป็น “เส้นทางโอกาส” ที่ประชาชนสามารถกลับเข้ามาพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่อง

ระบบวิจัยควรยกระดับประชาชนและชุมชนจากแหล่งข้อมูลหรือผู้รับประโยชน์ เป็น “ผู้ร่วมสร้างความรู้” ผ่านกระบวนการ Co-creation ขณะที่มหาวิทยาลัยในพื้นที่ควรทำหน้าที่เป็น Knowledge Broker เชื่อมงานวิจัยเข้ากับปัญหาและองค์ความรู้ของชุมชน เพื่อนำไปสู่โอกาสและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ผศ. ดร.ธันยพร สุนทรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันอาณาบริเวณศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การลงทุนด้านวิจัยและนวัตกรรมไม่ควรมุ่งเฉพาะทรัพย์สินทางปัญญา สิทธิบัตร ยูนิคอร์น หรือผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ แต่ต้องพิจารณาว่าใครมีส่วนร่วม ใครเข้าถึงเทคโนโลยี และผลประโยชน์กระจายไปถึงคนกลุ่มใด

ระบบ อววน. ควรสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่เปิดให้ประชาชน ผู้ประกอบการรายเล็ก และกลุ่มเปราะบางมีส่วนร่วม พร้อมนำหลัก “การเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม” มาใช้กับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอุตสาหกรรม เช่น การเปลี่ยนจากรถยนต์สันดาปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า โดยดูแลทั้งแรงงาน SMEs ผู้ผลิตชิ้นส่วนเดิม และชุมชนไม่ให้ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

ดร.วิมลมาศ ศรีจำเริญ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การสร้างความเป็นธรรมด้านสถาบันและธรรมาภิบาล ต้องทบทวนว่านโยบายสาธารณะกำลังสร้างความเป็นธรรมให้ใคร และประชาชนเข้าถึงองค์ความรู้ของสถาบันได้เพียงใด พร้อมยกระดับการมีส่วนร่วมจาก Participation ไปสู่ Meaningful Engagement ให้ประชาชนมีบทบาทต่อการกำหนดทิศทางและการตัดสินใจอย่างแท้จริง

ขณะเดียวกัน ต้องปรับตัวชี้วัด ข้อมูล และการประเมินผลให้สะท้อนผลลัพธ์และความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริง มากกว่ารายงานเพียงกิจกรรมหรือการใช้จ่ายงบประมาณ โดยต้องตอบได้ว่าสังคมได้รับอะไรจากการดำเนินงาน และนำบทเรียนกลับมาปรับปรุงนโยบายอย่างต่อเนื่อง

นายพสพล เจริญพร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ความเหลื่อมล้ำไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะระหว่างกลุ่มคน แต่ยังรวมถึงความไม่เท่าเทียมระหว่างพื้นที่ เนื่องจากโอกาสทางเศรษฐกิจ การลงทุน นวัตกรรม และองค์ความรู้ยังกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่

มหาวิทยาลัยจึงควรเป็นกลไกกระจายความรู้ นวัตกรรม และโอกาสออกจากศูนย์กลาง โดยกระทรวง อว. และระบบ อววน. ควรลดข้อจำกัดที่ขวางการนำองค์ความรู้ไปใช้ พร้อมสนับสนุนให้มหาวิทยาลัยทำงานร่วมกับชุมชน ภาครัฐ และภาคธุรกิจ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำระหว่างพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

ด้าน ศ. ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “Reimagining University: จินตนาภาพใหม่ของมหาวิทยาลัยไทย เพื่อสร้างสังคมที่เป็นธรรม” โดยชวนมหาวิทยาลัยทบทวนว่า ยังเป็นพื้นที่การศึกษาสำหรับคนทุกกลุ่มหรือไม่ งานวิจัยช่วยลดความเหลื่อมล้ำได้จริงเพียงใด และระบบบริหารภายในให้ความสำคัญกับความเป็นธรรมมากน้อยเพียงใด ท่ามกลางแรงกดดันด้านการแข่งขัน การจัดอันดับ และการผลิตงานวิจัยเพื่อการตีพิมพ์

ศ. ดร.ศุภสวัสดิ์ เสนอให้มหาวิทยาลัยกำหนดจุดยืนตามพันธกิจและจุดแข็งของตนเอง ปรับระบบประเมินบุคลากรให้คุณค่ากับผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม สนับสนุนงานวิจัยที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ ออกแบบหลักสูตรให้เชื่อมโยงกับปัญหาจริง และก้าวออกจาก “หอคอยงาช้าง” ไปทำงานร่วมกับชุมชน ภาครัฐ และภาคธุรกิจ

“การจินตนาภาพใหม่ของมหาวิทยาลัยจึงไม่ใช่การทำให้ทุกแห่งเดินในทิศทางเดียวกัน แต่คือการเปิดพื้นที่ให้แต่ละสถาบันกำหนดความเป็นเลิศในแบบของตน พร้อมเชื่อมการศึกษา การวิจัย และบริการสังคมเข้ากับโจทย์ประเทศ เพื่อขยายโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างคุณค่าให้แก่สังคมอย่างแท้จริง” ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ กล่าว

ประธานรัฐสภา นำคณะผู้บริหาร-ข้าราชการ ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลครบสตมวาร อุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

18 กันยายน 2569 เวลา 12:04 น.

เมื่อวันที่ 18 ก.ย.2569 ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลครบสตมวาร (100 วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

ภายในงานประกอบด้วยพิธีบำเพ็ญกุศลและสวดพระพุทธมนต์ โดยพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ จำนวน 10 รูป จากวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ณ ห้องรับรองสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ชั้น 1 อาคารรัฐสภา โดยประธานรัฐสภาในฐานะประธานในพิธีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย จุดเครื่องทองน้อยเบื้องหน้าพระรูป และทอดผ้าไตรบังสุกุล ก่อนร่วมสงบนิ่งเจริญจิตภาวนาอุทิศถวายเป็นพระกุศลเป็นเวลา 1 นาที จากนั้นพระสงฆ์อนุโมทนาและประธานในพิธีกรวดน้ำรับพร

ทั้งนี้ พิธีบำเพ็ญกุศลครบสตมวาร (100 วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ จัดขึ้นด้วยความสำนึกในพระกรุณาธิคุณ และน้อมถวายความอาลัยด้วยความจงรักภักดีอย่างหาที่สุดมิได้

นายกฯ พร้อมภริยา เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร 100 วัน ถวายเป็นพระกุศลแด่ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

18 กันยายน 2569 เวลา 09:44 น.

นายกฯและภริยา เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ ทำเนียบรัฐบาล

วันที่ 18 กันยายน 2569 เวลา 07.30 น. ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและภริยา เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร (100 วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมีคณะรัฐมนตรีและคู่สมรส หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ตลอดจนข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานภายในทำเนียบรัฐบาล รวมถึงผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธี

ในการนี้ สมเด็จพระพุฒาจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก และเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ โดยนายกรัฐมนตรีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย และจุดเครื่องทองน้อยเบื้องหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จากนั้น พระสงฆ์ให้ศีล และพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์สวดพระพุทธมนต์

โอกาสนี้ พระสงฆ์สดับปกรณ์ ประธานสงฆ์กล่าวสัมโมทนียกถา และนำเจริญจิตภาวนาอุทิศถวายเป็นพระกุศลเป็นเวลา 47 วินาที จากนั้น พระสงฆ์อนุโมทนา นายกรัฐมนตรีและภริยา พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ถวายเครื่องไทยธรรมและปิ่นโตภัตตาหารแด่พระสงฆ์ และทอดผ้าไตรบังสุกุล จำนวน 10 ไตร จากนั้น นายกรัฐมนตรีกรวดน้ำ กราบลาพระรัตนตรัย และถวายความเคารพเบื้องหน้าพระรูป

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธี นายกรัฐมนตรีและภริยา พร้อมด้วยผู้เข้าร่วมพิธี ร่วมตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 47 รูป ณ บริเวณหน้าตึกสันติไมตรีและหน้าตึกไทยคู่ฟ้า โดยพิธีแล้วเสร็จในเวลาประมาณ 08.20 น.

ผอ.รร. จี้ ผอ.สพม.นครศรีธรรมราช แจงปมคำพูด “ไม่ได้เรื่อง-แต่ละตัว” กลางวง ITA

17 กันยายน 2569 เวลา 20:56 น.

Untitled-1

ผอ.รร.นครศรีฯ จี้ ผอ.สพม.นครศรีธรรมราช แจงปมคำพูด “ไม่ได้เรื่อง-แต่ละตัว” กลางวง ITA

17 ก.ย.69 ผู้อำนวยการโรงเรียนโศภนคณาภรณ์ อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ทำหนังสือถึง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครศรีธรรมราช เพื่อขอให้ชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีมีการกล่าวอ้างถึงถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมต่อผู้อำนวยการสถานศึกษาในระหว่างการประชุมภายในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครศรีธรรมราช

ในหนังสือระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในการประชุมเกี่ยวกับการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) เมื่อประมาณสัปดาห์ก่อน โดยมีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเขตพื้นที่ฯ เข้าร่วมประชุมประมาณ 20 คน และมีการสอบถามถึงรายชื่อโรงเรียนที่เป็นหน่วยเบิกจ่าย

ในหนังสือระบุว่า เมื่อมีการกล่าวถึงโรงเรียนท่าศาลาประสิทธิ์ศึกษา ได้ยินผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่ฯ กล่าวถึงผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าวในลักษณะว่า “ผอ.คนนี้ก็ไม่ได้เรื่อง” จากนั้น ในช่วงหนึ่งของการประชุม มีการกล่าวพึมพำผ่านไมโครโฟนในลักษณะว่า “ผอ.โรงเรียนแต่ละตัวก็ไม่ได้เรื่อง”
หนังสือดังกล่าวตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของการใช้ถ้อยคำและสรรพนามดังกล่าว โดยเฉพาะการเรียกผู้อำนวยการโรงเรียนว่า “ตัว” พร้อมขอให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครศรีธรรมราช ชี้แจงว่า ได้กล่าวถ้อยคำดังกล่าวจริงหรือไม่

การสอบถามครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดความชัดเจนและทราบข้อเท็จจริง ไม่ได้มีเจตนาปรักปรำหรือหาเรื่อง และระบุว่าได้รับข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวมาก่อนหน้านี้ประมาณหนึ่งสัปดาห์ จึงได้พิจารณาและไตร่ตรองก่อนทำหนังสือสอบถาม
ทั้งนี้ ในหนังสือยังระบุว่า หากข้อเท็จจริงปรากฏว่าไม่ได้กล่าวถ้อยคำดังกล่าว ก็พร้อมกล่าวขอโทษ ขณะที่หากมีการกล่าวถ้อยคำดังกล่าวจริง ก็ขอให้ชี้แจงและขอโทษเช่นกัน โดยขอให้ตอบข้อเท็จจริงเพื่อคลายข้อสงสัยที่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม ภายหลังข้อความและเนื้อหาการสอบถามดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปในวงกว้าง ประเด็นที่ถูกจับตามองจึงไม่ได้มีเพียงเรื่องถ้อยคำที่ถูกกล่าวอ้างเท่านั้น แต่ยังรวมถึงมาตรฐานความรับผิดชอบของผู้ดำรงตำแหน่งในหน่วยงานการศึกษา หากข้อเท็จจริงได้รับการตรวจสอบและพบว่ามีการกระทำที่ไม่เหมาะสม ก็ควรดำเนินการตามข้อเท็จจริงและมาตรฐานเดียวกัน โดยไม่ควรมีข้อยกเว้นเพียงเพราะผู้เกี่ยวข้องเป็นบุคคลที่มีตำแหน่งหรือมีผู้ให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง

เพราะท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าใครจะมีตำแหน่งสูงเพียงใด หรือมีผู้สนับสนุนมากน้อยแค่ไหน หากข้อเท็จจริงปรากฏว่ากระทำผิด ก็ควรต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและรับผิดชอบต่อการกระทำอย่างเท่าเทียมกัน ขณะที่หากข้อกล่าวหาไม่เป็นความจริง ผู้ถูกกล่าวหาก็ควรได้รับโอกาสชี้แจงเพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏอย่างเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย

CP LAND เจาะนิวเจน ส่ง MV ‘Get Me’ ดัน คอนโด รีเน่ ขอนแก่นฮับแห่งอีสาน

18 กันยายน 2569 เวลา 14:26 น.

บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND หนึ่งในผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทยภายใต้เครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิด Music Video (MV) “Get Me” ถ่ายทอดแนวคิด “คอนโดใกล้คนที่รัก” ผลักดันคอนโด รีเน่ ขอนแก่น (RI-NÉ Khon Kaen) บนทำเลศักยภาพย่านกังสดาล ใกล้มหาวิทยาลัยขอนแก่น โรงพยาบาลศรีนครินทร์ และศูนย์การแพทย์ มข. (มหาวิทยาลัยขอนแก่น) รองรับนักศึกษา บุคลากรทางการแพทย์ คนทำงาน รุ่นใหม่ และครอบครัวที่มองหาที่อยู่อาศัยคุณภาพในเมืองศูนย์กลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

สำหรับ MV นี้ ได้ Customer Insight มาพัฒนาเป็น Content ที่เชื่อมแบรนด์เข้ากับชีวิตจริง ผ่านเรื่องราวของคู่รัก ที่สอบติดแพทย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น แต่เลือกเส้นทางชีวิตที่แตกต่าง ก่อนนำไปสู่เซอร์ไพรส์สำคัญอย่าง“คอนโดใกล้คนที่รัก”
งานนี้ได้ ไอซ์-รดิวันต์ นิลบุญญาสิริย์ Influencer และ TikToker ช่อง “Ice MeMeow” (ไอซ์ไงที่มีแมว 19 ตัว) ที่มีผู้ติดตามราว 1 ล้านคน ยอดไลค์มากกว่า 10 ล้าน+ มาร่วมแสดงนำ พร้อมกับทีมงาน CP LAND

นางศศินันท์ ออลแมนด์ ผู้อำนวยการบริหาร กลุ่มงานการตลาดและสื่อสารองค์กร CP LAND กล่าวว่า “CP LAND เข้าใจว่ากลุ่มเป้าหมาย ให้คุณค่ากับเรื่องใด เป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจ เลือกที่อยู่อาศัย จึงนำอินไซต์ ‘การได้อยู่ใกล้คนที่รัก’ มาพัฒนาเป็นเพลงและเรื่องราวรูปแบบที่แตกต่างเข้าถึงอารมณ์ของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย” ซึ่งเป็นเครื่องมือสร้าง Brand Relevance ให้ RI-NÉ Khon Kaen เข้าไปอยู่ในบทสนทนาของกลุ่มเป้าหมาย พร้อมขยายผลผ่านคอนเทนต์สั้น โซเชียลมีเดีย กิจกรรมภายใน Sales Gallery และแคมเปญที่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วม ช่วยเปลี่ยนการรับรู้ โครงการไปสู่ความสนใจและประสบการณ์กับแบรนด์


“RI-NÉ Khon Kaen เป็นส่วนหนึ่งของอีโคซิสเต็ม CP LAND ในภาคอีสาน ซึ่งเชื่อมโยงที่อยู่อาศัย และไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน ทั้งมหาวิทยาลัยขอนแก่น ศูนย์การแพทย์ รวมถึงเครือข่ายพันธมิตร และสิทธิประโยชน์ผ่าน Pri-D Privilege Program หรือ Pri-d (ปรีดี) เราต้องการให้ลูกบ้านเข้าถึง ประสบการณ์ที่ครอบคลุมตั้งแต่การอยู่อาศัย การทำงาน ไปจนถึงการใช้ชีวิตในเมือง แนวทางนี้ สะท้อนการนำ ‘คุณภาพเพื่อทุกชีวิต’ มาพัฒนาเป็น Better Living Experience ที่จับต้องได้” นางศศินันท์กล่าว



CP LAND ชวนผู้สนใจรับชม MV ฉบับเต็ม และร่วมกิจกรรม RI-NE Dance Challenge “Get Me” ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ลุ้นรับรางวัล iPad ห้องพักโรงแรมอวานี รัชดาฯ และบัตรกำนัลห้องอาหาร รวมมูลค่ากว่า 50,000 บาท ติดตามรายละเอียดได้ทาง Social Media ของ CP LAND ดังนี้

Facebook: https://bit.ly/4izal54
Instargram: https://bit.ly/Rine-Getme
TikTok : https://bit.ly/RineGetme
YouTube: https://bit.ly/RINE-Getme
X: https://bit.ly/RINEGETME
Linkedin : https://bit.ly/rinegetme


#CPLAND #RINEGetsYou #GetMe #RINÉ #RINÉKhonKaen #คุณภาพเพื่อทุกชีวิต #รีเน่ #คอนโดขอนแก่น

มูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตรฯ เตรียมมอบรางวัลเชิดชู 190 คนดีทั่วประเทศ ในงาน ‘วันหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก’ ครั้งที่ 38 วันที่ 18 ต.ค.นี้

18 กันยายน 2569 เวลา 14:23 น.

คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร ประธานมูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการมูลนิธิฯ โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้าร่วม ณ โรงแรมอวานี รัชดา กรุงเทพฯ 

ที่ประชุมรับทราบกำหนดการจัดงาน “วันหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก” ครั้งที่ 38 ประจำปี 2569 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม 2569 ตรงกับวันคล้ายวันถึงแก่อนิจกรรมของหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ณ หอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ โดยได้รับเกียรติจาก พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล “หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก” รางวัลสร้างเสริมคนดีมีคุณธรรม

ที่ประชุมยังได้อนุมัติผลการคัดเลือกบุคคลดีเด่นจากสาขาต่าง ๆ ทั่วประเทศ รวม 190 คน เพื่อรับรางวัลประจำปี 2569 ครอบคลุมผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสังคมจากหลากหลายอาชีพ อาทิ ประธานคณะกรรมการอุปการะเยาวชนประจำจังหวัด ตำรวจจราจร พนักงานกวาดถนน พนักงานขับรถโดยสาร ขสมก. และ บขส. ผู้ปฏิบัติงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พลเมืองดีและจิตอาสา อาจารย์ระดับอุดมศึกษา ครูและเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลเยาวชน ตลอดจนคนพิการดีเด่น

นอกจากนี้ ยังมีรางวัล หมู่บ้านหัตถกรรมดีเด่น 12 หมู่บ้าน และ ผู้นำหมู่บ้านหัตถกรรมดีเด่น 2 คน เพื่อยกย่องชุมชนและผู้นำที่มีผลงานโดดเด่น โดยผู้ได้รับรางวัลบางประเภทจะได้รับเงินรางวัลคนละ 10,000 บาท หรือหมู่บ้านละ 10,000 บาท เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการทำความดีเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง

การมอบรางวัลดังกล่าวเป็นกิจกรรมสำคัญของมูลนิธิฯ เพื่อเชิดชูบุคคลผู้เสียสละและปฏิบัติหน้าที่ด้วยคุณธรรม ตลอดจนสร้างแบบอย่างที่ดีแก่สังคมและคนรุ่นใหม่ ตามเจตนารมณ์ของ หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ในพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเปรมบุรฉัตร ซึ่งองค์การยูเนสโกประกาศยกย่องให้เป็น บุคคลสำคัญของโลก ในวาระครบรอบ 100 ปีชาตกาล เมื่อปี 2558 จากผลงานด้านสังคมสงเคราะห์ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การพัฒนาชุมชน และการศึกษาด้านวัฒนธรรม

ตลอดชีวิต หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ได้ริเริ่มและผลักดันงานสาธารณประโยชน์ระดับประเทศจำนวนมาก ทั้งด้านสตรี เยาวชน คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส โดยหลายองค์กรที่ท่านริเริ่มยังคงดำเนินงานและสร้างประโยชน์แก่สังคมไทยอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม มูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ในพระราชูปถัมภ์ฯ  โทร. 08-0404-2439, 095-060-0155 เว็บไซต์: http://www.princessngarmchit.org Facebook: มูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ในพระราชูปถัมภ์ฯ

ZEEKR เปิดรับสมัคร นศ. ร่วมออกแบบ ‘ZEEKR DESIGN LAB’ ภายใต้แนวคิด Imagine Beyond

18 กันยายน 2569 เวลา 13:49 น.

ZEEKR แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมที่ขับเคลื่อนด้วยดีไซน์และนวัตกรรม เปิดตัวโครงการ “ZEEKR DESIGN LAB 2026” ชวนนักศึกษาระดับอุดมศึกษาทั่วประเทศ ปลดล็อกความคิดสร้างสรรค์ ภายใต้โจทย์ “BEYOND THE STATE OF IMAGINATION” ก้าวข้ามกรอบเดิม ๆ เปลี่ยนจินตนาการให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ใน ZEEKR Collection ที่สามารถต่อยอดสู่การใช้งานจริง นับเป็นครั้งแรกของแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมที่จัดโครงการออกแบบผลิตภัณฑ์สำหรับนักศึกษาขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับ ZEEKR การออกแบบไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงาม แต่คือ Design DNA ที่ผสานทั้งนวัตกรรม ฟังก์ชัน เทคโนโลยี และความเข้าใจผู้ใช้งานเข้าด้วยกัน โครงการ ZEEKR DESIGN LAB 2026 เกิดขึ้นเพื่อเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้ทดลองคิด ตั้งคำถาม และสร้างสรรค์ความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ผ่านมุมมองของตัวเอง ภายใต้แนวคิด Imagine Beyond ซึ่งผู้สมัครสามารถหยิบแรงบันดาลใจจากทั้ง Brand Identity, Design Language, สีและโทนสีประจำแบรนด์ (Brand Pantone) แนวคิดและปรัชญาของ ZEEKR รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ZEEKR 009, ZEEKR 7X และ The New ZEEKR X มาผสานกับไลฟ์สไตล์ เทคโนโลยี วัฒนธรรม วัสดุ หรือสิ่งใกล้ตัว เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้ในชีวิตประจำวัน ที่จะอำนวยความสะดวก หรือสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้ใช้งาน โดยคำนึงถึงศักยภาพในการนำไปใช้งานจริงและการพัฒนาต่อยอดสู่การผลิตจริง รวมถึงมีคุณค่าและภาพลักษณ์ที่เหมาะสมกับแบรนด์ ทั้งนี้ ZEEKR เปิดกว้างให้สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้อย่างอิสระ ไม่จำกัดประเภทหรือรูปแบบ ผลงานที่ส่งเข้าร่วมจึงสามารถสะท้อนทั้งความคิดสร้างสรรค์ ฟังก์ชัน ความประณีต เทคโนโลยี และความเข้าใจผู้ใช้งานได้อย่างแท้จริง

จากไอเดีย สู่การผลิตผลงานจริง พร้อมโอกาสนำเสนอบนเวที Motor Expo 2026

โครงการ ZEEKR DESIGN LAB 2026 เปิดรับผลงานจากนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐหรือเอกชนทั่วประเทศ โดยไม่จำกัดคณะหรือสาขาวิชา สามารถสมัครได้ทั้งแบบเดี่ยวหรือทีม (จำกัดสมาชิกในทีมไม่เกิน 4 คน) และส่งผลงานได้ 1 ผลงานต่อทีม โดยเปิดรับผลงาน ตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 14 ตุลาคม 2569 ทั้งนี้ ผู้สมัครจะต้องจัดทำ Design Concept Proposal เพื่อนำเสนอแนวคิด แรงบันดาลใจ การตีความโจทย์ กระบวนการออกแบบ รายละเอียดผลิตภัณฑ์ วัสดุ และแนวทางการพัฒนาสู่การผลิตจริง โดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ และผู้ทรงคุณวุฒิแบรนด์ผลิตภัณฑ์ชั้นนำระดับประเทศ จะคัดเลือก 5 ผลงาน เพื่อเข้าสู่รอบสุดท้ายโดยจะประกาศผลในวันที่ 17 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ผ่าน Facebook Fanpage: ZEEKR Thailand และช่องทางประชาสัมพันธ์อื่น ๆ ของโครงการ โดย 5 ทีมที่เข้ารอบ จะได้เข้าร่วมเวิร์กชอปรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์และการผลิต เพื่อช่วยผลักดันไอเดียจากจินตนาการให้ชัดเจนและเป็นไปได้มากยิ่งขึ้น จากนั้นทั้ง 5 ทีมจะพัฒนาผลงานต่อสู่รอบ Final Presentation พร้อมนำเสนอ Prototype และ Production & Commercial Plan ต่อคณะกรรมการ โดยผลงานที่ผ่านเข้ารอบทั้ง 5 ผลงาน จะได้รับการจัดแสดงเป็นนิทรรศการพิเศษภายในบูธ ZEEKR ในงาน Motor Expo 2026 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2–13 ธันวาคม 2569 (วันสื่อมวลชน 1 ธันวาคม 2569) ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1–3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี เพื่อแสดงผลงานให้ประชาชนที่เข้าร่วมงาน Motor Expo ได้ชื่นชม

ชิงเงินรางวัล พร้อมโอกาสต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ใน ZEEKR Collection

ผู้ชนะเลิศในโครงการ ZEEKR DESIGN LAB 2026 นอกจากจะได้รับเงินรางวัลมูลค่าสูงสุด 100,000 บาท แล้วผลงานที่ชนะเลิศจะได้รับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อร่วมกับทีม ZEEKR สู่การเป็นผลิตภัณฑ์ใน ZEEKR COLLECTION เพื่อผลิตและจำหน่ายจริง และยังได้รับโอกาสพิเศษเดินทางเข้าเยี่ยมชม ZEEKR HEADQUARTER ที่เมืองหางโจว ประเทศจีน อีกด้วย

“เพราะสำหรับ ZEEKR คำว่า “IMAGINE BEYOND” ไม่ได้หมายถึงแค่การจินตนาการถึงสิ่งใหม่ แต่คือการกล้าก้าวข้ามสิ่งที่มีอยู่ในวันนี้ เพื่อสร้าง New Possibilities ที่สามารถเกิดขึ้นได้จริง” 

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ ZEEKR Design Lab 2026 และสร้างอนาคตของการออกแบบไปด้วยกัน ติดตามเงื่อนไขและรายละเอียดของโครงการได้ที่ http://www.zeekrdesignlab.com  และ Facebook: https://www.facebook.com/ZEEKRTHA/

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ผนึกไทยพีบีเอส ภาคีเครือข่าย ฟื้นฟูโรงเรียนหลังน้ำลด พื้นที่ จ.น่าน

18 กันยายน 2569 เวลา 13:40 น.

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ร่วมกับสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส และภาคีเครือข่าย ลงพื้นที่จังหวัดน่าน มอบสิ่งของจำเป็นแก่โรงเรียนบ้านม่วงตึ๊ด โรงเรียนบ้านปางยาง และชาวบ้าน ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วม ภายใต้โครงการ ไทยพีบีเอสและเครือข่าย ช่วยผู้ประสบภัย 2569

18 กันยายน 2569 นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ พร้อมด้วยทีมงานรายการสถานีประชาชน สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ร่วมกันนำสิ่งของจำเป็นไปมอบให้แก่โรงเรียนบ้านม่วงตึ๊ด ตำบลม่วงตึ๊ด อำเภอภูเพียง และโรงเรียนบ้านปางยาง ต.ภูคา อ.ปัว จังหวัดน่าน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของนักเรียนและชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ประกอบด้วยเครื่องอุปโภคบริโภคและของใช้ที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตและการศึกษา อาทิ เครื่องเขียน กระเป๋า เครื่องนุ่งห่ม ขนม และอุปกรณ์กีฬา รวมถึงสิ่งของสำหรับประชาชนในพื้นที่ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และภาคเอกชน โดยมีนายพุฒิพงศ์ ศรีคำ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านม่วงตึ๊ดเป็นผู้รับมอบ

ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ มูลนิธิฯ ต้องการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลและบรรเทาความเดือดร้อนของนักเรียนและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วมที่ผ่านมา โดยเฉพาะโรงเรียนซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญในการเรียนรู้ พัฒนาเด็กและเยาวชน สิ่งของที่นำมามอบจะช่วยเติมเต็มความจำเป็นในด้านเรียนการสอน การดำรงชีวิต เพื่อให้โรงเรียนสามารถกลับมาดำเนินกิจกรรมได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมขอบคุณไทยพีบีเอส ภาคีเครือข่าย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานในจังหวัดน่าน ที่ร่วมกันสนับสนุนและประสานความช่วยเหลือให้เข้าถึงพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

นอกจากการมอบของให้กับนักเรียนและชาวบ้านในพื้นที่แล้ว ทางมูลนิธิยังได้ประสาน นางกรรณิกา ธงยศ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานน่าน พร้อมทีมงาน จัดกิจกรรมสาธิตการฝึกอาชีพรับสมัครการฝึกอาชีพ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในพื้นที่ รวมถึงเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องให้กับประชาชนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อเสริมสร้างทักษะที่สามารถนำไปต่อยอดเป็นอาชีพสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัว เพิ่มโอกาสในการฟื้นตัว หลังได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมอีกด้วย

กระเป๋า Tod’s T Signature ขึ้นแท่นแอคเซสเซอรี่มาแรงที่สุดแห่งฤดูกาล

18 กันยายน 2569 เวลา 11:02 น.

กระเป๋า T Signature สุดไอคอนิกจาก Tod’s ได้กลายเป็นหนึ่งในแอคเซสเซอรี่ที่ได้รับความนิยมและเป็นที่ปรารถนามากที่สุดแห่งฤดูกาล ดึงดูดความสนใจจากบุคคลในแวดวงแฟชั่นและคนดังทั่วโลก

เหล่าเซเลบริตี้ คนดัง และบุคคลชั้นนำมากมายต่างเลือกถือกระเป๋ารุ่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Tod’s อย่าง Hyorin Bang รวมถึงนักแสดง Rebecca Patricia Armstrong, Demi Moore, Simone Ashley, Lily James, Lili Reinhart และ Claire Foy ตลอดจนนางแบบชั้นนำอย่าง Laila Hasanovic, Helena Christensen และ Georgia May Jagger สะท้อนให้เห็นว่ากระเป๋า Tod’s T Signature ได้ก้าวขึ้นสู่สถานะของไอคอนร่วมสมัยอย่างรวดเร็ว สามารถจับคู่กับลุคสุภาพเรียบหรูหรือสไตล์เรียบง่ายในชีวิตประจำวัน ดีไซน์เหนือกาลเวลาและงานฝีมืออิตาลีอันประณีตทำให้กระเป๋ารุ่นนี้ กลายเป็นหนึ่งในไอเทมลักชัวรีที่ต้องมี

กระเป๋ารุ่นนี้มาในซิลูเอตที่คมชัดและสง่างาม โดยรังสรรค์จากหนังลูกวัวคุณภาพชั้นเยี่ยม โดดเด่นด้วยดีเทลโลหะตัว “T” อันเป็นเอกลักษณ์ของ Tod’s ซึ่งช่วยขับเน้นความประณีตของรูปทรงกระเป๋า ทั้งยังได้รับการออกแบบให้ตอบโจทย์ทั้งด้านความงามและการใช้งาน มาพร้อมช่องเก็บของหลากหลาย รวมไปถึงช่องซิปตรงกลาง หูหิ้วด้านบน และสายสะพายที่สามารถถอดออกได้ กลายเป็นกระเป๋าคู่ใจที่เหมาะสำหรับทุกโอกาส ตั้งแต่ช่วงกลางวันไปจนถึงยามค่ำคืน

เนื่องจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก กระเป๋า Tod’s T Signature ได้ถูกจับจองอย่างรวดเร็วในหลายบูติกทั่วโลก ตอกย้ำสถานะของการเป็นหนึ่งในแอคเซสเซอรี่ที่ได้รับการตามหามากที่สุดแห่งฤดูกาลอย่างแท้จริง ในฐานะสัญลักษณ์แห่งความสง่างามอันเรียบหรู กระเป๋ารุ่นนี้สะท้อนการผสมผสานอันลงตัวระหว่างมรดกแห่งงานฝีมือชั้นเลิศกับเสน่ห์ความร่วมสมัยได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ตามไปอัพเดทกระเป๋า Tod’s T Signature ได้ที่  บูติก Tod’s ทั่วโลกและทางออนไลน์ที่ tods.com

พม.จับมือพันธมิตรเปิดโอกาสทางการตลาด ยกระดับ ‘ทอฝัน’ สู่การสร้างรายได้อย่างยั่งยืน

18 กันยายน 2569 เวลา 10:05 น.

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จับมือกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมและบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดโอกาสทางการตลาด ยกระดับ “ทอฝัน” สู่การสร้างรายได้อย่างยั่งยืน

นางสาวแนนบุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนางสาวชนก จันทาทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วย การส่งเสริมช่องทางการตลาดและการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ระหว่างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด

วัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาความร่วมมือระหว่างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กับ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในการพัฒนาความร่วมมือส่งเสริมช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์และกระจายสินค้าให้กับบุคคลหรือกลุ่มอาชีพที่อยู่ในความดูแลของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้มีประสิทธิภาพ ลดต้นทุนการจัดส่ง และเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้สินค้าถึงผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย

ทั้งนี้ มีนายกิตติ อินทรกุล รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ว่าที่ร้อยตรี ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ร่วมลงนาม พร้อมทั้ง นางจตุพร โรจนพานิช อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว นางสาวศิริพร โรจนสุกาญจน รองอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว นายฐานวัฒน์ พรนิธิดลวัฒน์ ผู้อำนวยการกองคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ นางสาวอัจฉพรรณ ทับทิมทอง เลขานุการกรม ผู้บริหาร แขกผู้มีเกียรติ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมฯ ณ อาคารไปรษณีย์กลาง บางรัก