ขนมเปี๊ยะ BAKEBYMOMMY อบด้วยใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

28 ตุลาคม 2560 เวลา 09:41 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/522258

ขนมเปี๊ยะ BAKEBYMOMMY อบด้วยใจ

โดย ยินดี ฤตวิรุฬห์

ขนมเปี๊ยะ…เป็นขนมสัญชาติจีน เป็นขนมแห่งความสิริมงคล แสดงถึงความปรารถนาดีระหว่างผู้รับกับผู้ให้

ชาวจีนนิยมรับประทานกันในครอบครัวเมื่อสมาชิกมารวมตัวกัน แสดงถึงความสามัคคี

ปัจจุบันขนมเปี๊ยะนิยมทำให้มีขนาดที่เล็กลง ขนาดพอดีคำ และหลากหลายไส้

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

วันนี้ Eat&Drink จะพามาชิมขนมเปี๊ยะ อินดี้ แบรนด์…Bakebymommy ซึ่งมีขายในวันตลาดนัด สร้างสุขของออฟฟิศบางกอก โพสต์ ขนมเปี๊ยะแบรนด์นี้ ร่ำลือกันว่า หมดเร็ว ไม่พอขาย ลูกค้าออกปากกันทุกคน และต้องโทรจองกันล่วงหน้ากันเลยทีเดียว… อะไรจะขนาดนั้น

ฉบับนี้เลยต้องพาไปคุยและรู้จักกับ คุณวิมุตตา ทอมลิน ผู้รักในขนมหวาน และชอบทำขนม ให้เพื่อนชิม ทั้งทำแจก (บ้าง) ขาย (บ้าง) โดยเธอใช้เวลาว่างหลังเลิกงาน มาทำขนมเป็นงานอดิเรก บางครั้งเธอบอกว่า รายได้ดีกว่าเงินเดือนอีกนะ ซึ่งเธอบอกว่า ทำขนมแล้วหายเครียด ขนมเปี๊ยะ แบรนด์…Bakebymommyเป็นขนมเปี๊ยะโฮมเมด ทำเองทุกขั้นตอน ใช้วัตถุดิบอย่างดีทุกอย่าง

โดยคุณวิมุตตา เล่าว่า เริ่มทำขนมเปี๊ยะจากครั้งแรกที่จะไปงานรวมรุ่น ซึ่งเธอก็คิดไม่ออกว่าจะทำอะไรไปดีนอกเหนือจากเค้กที่เคยทำไป …สุดท้ายเห็นว่า ขนมเปี๊ยะนี่แหละท้าทายดี ขั้นตอนเยอะดี และได้หลายลูกด้วย ทำทีเดียวเลี้ยงคนได้หลายสิบชีวิตเลย

จึงเริ่มลงมือทำไปให้เพื่อนๆ ชิม ซึ่งทุกคนก็บอกว่า อร่อย หอม น่าทำขาย แรกเริ่มก็ไม่ค่อยมั่นใจแต่พอมีเพื่อนๆ สั่งมาในวันแรก ได้ออร์เดอร์มา 300 ลูก ซึ่งถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่เยอะมากหลังจากนั้นก็มีออร์เดอร์ต่อเนื่องมาเรื่อยๆ จากปากต่อปาก และจากเพื่อนต่อเพื่อน จนดท้ายก็ทำมาเรื่อยๆ จนตอนนี้ เกือบ 2 ปีแล้ว และส่วนมากก็จะเป็นลูกค้ากลุ่มเดิมส่วนใหญ่ และลูกค้าใหม่เพิ่มมาขนมเปี๊ยะ…ที่เธอทำมี 2 ไส้ คือ ไส้ถั่วไข่เค็ม และถั่วล้วน

โดยเธอเลือกวัตถุดิบอย่างดีทุกขั้นตอน เริ่มตั้งแต่ แป้ง ไข่ น้ำตาล (ใช้น้ำตาลทำเบเกอรี่ ซึ่งราคาจะแพงกว่า ราคาน้ำตาลธรรมดาประมาณ กก.ละ 10 บาทกว่า) ไข่เค็ม จนกระทั่งเทียนอบ…ส่วนของไส้ถั่วนั้นเธอก็ใช้ถั่วเขียวเลาะเปลือกของไร่ทิพย์ ซึ่งฝุ่นผง สิ่งแปลกปลอมจะน้อยกว่ายี่ห้ออื่น เริ่มตั้งแต่ นึ่งถั่ว ปั่นถั่ว จนกระทั่งกวนถั่วเอง ซึ่งเธอบอกว่า ตอนนี้แขนขวาเธอแข็งแรงมาก และปั้นแป้ง รีดแป้ง ซึ่งหลายขั้นตอนมาก…กว่าจะออกมาเป็นขนมเปี๊ยะไร้สารกันบูดและสารเสริมใดๆ ลูกค้าส่วนมากนิยมสั่งไปเป็นของฝากเพื่อนฝูง ญาติ พี่น้อง และลูกค้า…มีลูกค้าหลายคนถามว่า ทำไมไม่ไปฝากวางขายตามร้านกาแฟ หรือทำหน้าร้าน… ทำไมมีแต่ออนไลน์ และมีแต่ตามออร์เดอร์…

เธอบอกว่า ชอบแบบนี้มากกว่า เพราะทำคนเดียว รับคนเดียวเต็มๆ (หัวเราะ) จริงๆ คือ ไม่มีคนช่วยทำ เพราะทุกอย่างต้องคุมคุณภาพเอง บางทีให้คนอื่นทำช่วย ก็ไม่ละเอียดเท่าทำเอง ก็เลยเป็นที่มาของขนมเปี๊ยะอินดี้ (แม่ค้าทำตามออร์เดอร์) และอีกอย่างคือ เธอทำแบบไม่ใส่สารกันบูด ขนมเธอจึงสดใหม่ทุกครั้ง เพราะไม่มีการทำไว้ล่วงหน้า

นอกจากขนมเปี๊ยะแล้ว ยังมีรับทำเค้กด้วย โดยเค้กที่ขึ้นชื่อ คือ เค้กช็อกโกแลตหน้านิ่ม ที่ลูกค้าจะสั่งประจำและมีเค้กส้ม…เค้กแครอทครีมชีส อีกด้วยนะ…

สำหรับคนที่สนใจอยากลองทาน ขนมเปี๊ยะปลอดสารกันบูดและสารเคมีใดๆ ซึ่งสามารถสั่งล่วงหน้าก่อนรับสินค้า 2-3 วันเพราะเน้นความสด ใหม่ และสะอาด สามารถสั่งได้ที่ Line : bakebymommyโทร. 08-6053-2392 หรือเฟซบุ๊ก bakebymommy มีส่งทางพัสดุสำหรับลูกค้าต่างจังหวัด โดยเคอรี่ และจัดส่งในกรุงเทพฯ ด้วยแกร็บไบค์…

 

เมนูญี่ปุ่นสุดบรรจง @ นิชิกิ (Nishiki)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

26 ตุลาคม 2560 เวลา 11:00 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/521139

เมนูญี่ปุ่นสุดบรรจง @ นิชิกิ (Nishiki)

ตัวร้านที่ได้รับการตกแต่งใหม่ในสไตล์โมเดิร์น เจแปนนิส หรือญี่ปุ่นร่วมสมัย ใช้โทนสีเรียบง่าย อย่างน้ำตาล ขาว เทา และดำ ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว ภายในกว้างขวาง มีทั้งโซนที่นั่งปกติ แล้วยังมีห้องวีไอพีที่ให้ความเป็นส่วนตัวอีก 4 ห้อง นั่นคือ ห้องใหญ่ 1 ห้อง จุคนได้ 12 คน (คิดเงินเพิ่ม 1,000 บาท) และห้องเล็กอีก 3 ห้อง แต่ละห้องจุคนได้ 6 คน (คิดเงินเพิ่ม 500 บาท) โดยรวมแล้วภายในร้านจึงมีที่นั่งซึ่งจุคนได้ทั้งหมดถึง 110 ที่นั่ง

ร้านอาหารญี่ปุ่น นิชิกิ (Nishiki) นั้นอยู่คู่กับโรงแรมโกลเด้น ทิวลิปฯ ย่านพระราม 9 มากว่า 22 ปีแล้ว แต่ล่าสุดตัวร้านได้ทำการรีโนเวตใหม่ทั้งหมด แล้วเพิ่งเปิดให้บริการได้ราวเดือนกว่าๆ

ปรับโฉมร้านพร้อมปรับเมนูให้เน้นอาหารญี่ปุ่นผสมผสานความอินเตอร์ฯ มากขึ้น ทำให้รูปลักษณ์ของอาหารมีหน้าตาที่สวยงามมากขึ้น แถมรสชาติยังอร่อยจนน่าลิ้มลองไปซะทุกเมนู

จานเด่นๆ ที่อยากแนะนำก็คือ “ซูชิรวม” ซึ่งประกอบไปด้วยปลานำเข้าจากญี่ปุ่น อาทิ แซลมอน ฮามาจิ โทโร่ (ทูน่า) และเนื้อปูทาราบะ รวมทั้งเมนูหัวปลาแซลมอนต้มซีอิ๊วที่ต้องไม่พลาด

นอกจากนี้ ยังมีเมนูจานร้อนอย่างเทปปันยากิ อาทิ สเต๊กเนื้อวางุนำเข้า ที่เนื้อจะนุ่มเป็นพิเศษ ใครที่ไม่ชอบกินเนื้อ ก็มีสเต๊กหมู ไก่ แซลมอน และซีฟู้ดต่างๆ เป็นตัวเลือกอีกหลากหลายเมนู

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

ขอเริ่มจากเมนูเด่นอย่าง “เนื้อปูทาราบะ” (ปูอลาสกา) ที่สามารถนำมาปรุงแตกย่อยได้อีกหลากหลายเมนู เช่น ซาชิมิ ซูชิ และซุป (ที่เสิร์ฟมาในกา จะเรียกว่า “ซุปกา” ก็ได้) พูดง่ายๆ ว่าวัตถุดิบชั้นเลิศชนิดเดียวสามารถปรุงเมนูได้หลายสไตล์ ซึ่งเคล็ดลับความอร่อยนั้นอยู่ที่ความสดใหม่ของวัตถุดิบนั่นเอง

เมนูต่อมาคือ “สเต๊กเนื้อวางุ” ที่ปรุงแบบเทปปันยากิหรือกระทะร้อน ถ้าเลือกกินแบบบุฟเฟ่ต์ ก็จะเสิร์ฟมาพร้อมถั่วแระผัดซอสพริกนิชิกิ หรือจะเลือกพิซซ่าญี่ปุ่น (ฮิโรชิมา โอโคโนมิยากิ) สูตรพิเศษ ที่ใส่ทั้งเส้นสปาเกตตีทั้งไข่ไก่ลงไปด้วย จนออกมาเป็นพิซซ่าญี่ปุ่นรสชาติอร่อย กินเพลินเลยทีเดียว

ต่อมาคือ “หมี่เย็นเส้นสด” หรือโซเมน ตัวหมี่เย็นสีขาวทำจากแป้งสาลีสดใหม่ทุกวัน กินพร้อมกับซอสหมี่เย็นใสๆ ที่เสิร์ฟมาคู่กันโดยจุ่มเส้นหมี่เย็นลงไป สัมผัสคำแรกได้ความหอมจากซอส บวกกับความนุ่มละมุนจากเส้นหมี่เย็น กินแล้วชื่นใจ

ปิดท้ายด้วย “ปลาดิบรวม” ที่เสิร์ฟมาพร้อมรูปลักษณ์ที่สวยงามสุดบรรจง ซึ่งประกอบด้วยปลาดิบหลากชนิดและเนื้อปูทาราบะ กินคู่กับโชยุและวาซาบิ ได้ความอร่อยสดใหม่จากเนื้อปลา นอกจากนี้ยังมีเมนูอะลาคาร์ตบุฟเฟ่ต์อีกกว่า 77 เมนู เช่น ปลาดิบ ของกินเล่น ของปิ้งย่าง ฯลฯ และยังมีเมนูอะลาคาร์ตอีกว่า 100 เมนู

หลังเมนูอาหารคาวก็ต้องตามด้วยขนมหวานปิดท้ายมื้อสักหน่อย ของหวานขึ้นชื่อก็ต้อง “บานาน่า เฟมเบล่” ซึ่งเป็นกล้วยราดด้วยซอสสูตรเฉพาะ เสิร์ฟคู่กับไอศกรีมวานิลลา เมื่อลองชิมจะได้รสชาติหวานนิดๆ กลมกล่อมกำลังดี

อีกเมนูคือ “พุดดิ้ง ชาเขียว” พุดดิ้งโฮมเมดทำจากผงชาเขียวเข้มข้น เสิร์ฟพร้อมกับถั่วแดง วิปครีม โรยด้วยงาเล็กน้อย กินแล้วอร่อยหวานมัน ได้ความเข้มข้นจากชาเขียวแท้ๆ เป็นอันจบมื้อนี้ได้อย่างสมบูรณ์ (ราคาเมนูเริ่มที่ 100-3,500 บาท)

“นิชิกิ” อยู่ที่ชั้นล็อบบี้ โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป ซอฟเฟอริน กรุงเทพ เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 11.30-14.30 น. (บุฟเฟ่ต์มื้อกลางวัน 699 บาท++/ท่าน) และ 18.00-22.30 น. (บุฟเฟ่ต์มื้อค่ำ 799 บาท ++/ท่าน) โทร. 02-641-4777 หรือ FB : Nishiki Japanese Restaurant

 

วัตถุดิบโครงการหลวง สรรสร้างมื้ออันอิ่มเอม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

25 ตุลาคม 2560 เวลา 11:00 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/521138

วัตถุดิบโครงการหลวง สรรสร้างมื้ออันอิ่มเอม

โครงการหลวงเป็นโครงการส่วนพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร กำเนิดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือชาวเขาให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สนับสนุนให้เลิกปลูกฝิ่น แล้วส่งเสริมให้หันมาเพาะปลูกพืช ผัก ผลไม้ รวมทั้งทำปศุสัตว์ ซึ่งสร้างรายได้เลี้ยงดูตัวเองและครอบครัว อีกทั้งโครงการหลวงยังช่วยพัฒนาสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติให้กลับมาอุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืน ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างงดงาม

หลังจากดำเนินงานมาแล้ว 48 ปี ก่อนที่โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ จะเหลือเพียงความทรงจำ เราได้มาเยือนที่นี่อีกครั้งเพื่อชิมอาหารสุดพิเศษ ซึ่งนำผลผลิตทางการเกษตรจากโครงการหลวงมาปรุง

เพื่อร่วมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ เลือกผลิตผลทางการเกษตรจากโครงการหลวงมาประกอบอาหาร โดยเชฟฉลอง สักกะพลางกูร จากโรงแรมดุสิต ดีทู และดุสิต ปริ๊นเซส เชียงใหม่ นำทีมสร้างสรรค์

ตลอดเดือน ต.ค.นี้ เมนูจากโครงการหลวงให้บริการแบบอะ ลา คาร์ทในทุกห้องอาหารของโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ที่ร่วมรายการ (ยกเว้นห้องอาหารโชกุน) ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ พิเศษสุดคือ เซตเมนูอาหารค่ำ 4 คอร์ส ที่ห้องอาหาร 22 คิทเช่น แอนด์ บาร์ ในราคาท่านละ 1,999 บาท++ โดยรายได้ 9% จากเมนูอะ ลา คาร์ท และ เซตพิเศษมื้อค่ำ ณ ห้องอาหาร 22 คิทเช่น แอนด์ บาร์ จะร่วมบริจาคให้มูลนิธิโครงการหลวง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 02-200-9000 ต่อ 2345 อีเมล : dtbkdining@dusit.com

เซตเมนูอาหารค่ำ 4 คอร์สของโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ยังสะท้อนถึงพระราชปรีชาญาณในเรื่องดนตรีของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เป็นที่ทราบกันโดยทั่วว่า พระองค์ทรงพระราชนิพนธ์บทเพลงทั้งสิ้น 48 เพลง ส่วนใหญ่ทรงพระราชนิพนธ์ทำนอง และมี 5 เพลงที่ทรงพระราชนิพนธ์ทั้งทำนองและคำร้องเป็นภาษาอังกฤษนั่นก็คือ Echo, Still on My Mind, Old-Fashioned Melody, No Moon และ Dream Island เพื่อรำลึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 ทางโรงแรมดุสิตธานีได้นำชื่อเพลง 4 ใน 5 ที่ว่ามานั้นมาตั้งเป็นชื่ออาหาร ซึ่งปรุงขึ้นโดยมีส่วนผสมวัตถุดิบเป็นผลผลิตจากโครงการหลวง

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

เริ่มต้นความอร่อยกับคอร์สแรก ซึ่งได้ชื่อว่า ไร้จันทร์ (No Moon) จานนี้เป็นเกี๊ยวสไตล์อิตาเลียนหมึกดำ ใส่ไส้กุ้งก้ามแดง หรือเครย์ฟิชในซอสฟักทองน้ำเต้า (Butternut Squash) และไข่ปลาคาเวียร์ วัตถุดิบจากโครงการหลวงในเมนูนี้คือ ฟักทองน้ำเต้า หรือฟักบัตเตอร์นัตเป็นฟักทองที่มีรูปทรงภายนอกคล้ายน้ำเต้า เปลือกสีเหลืองอ่อน เนื้อสีเหลืองส้ม เนื้อแน่น รสหวานมัน อีกหนึ่งวัตถุดิบคือ ไข่ปลาคาเวียร์จากปลาสเตอร์เจียน(Sturgion) ปลาน้ำจืดสายพันธุ์จากลุ่มน้ำในไซบีเรีย รัสเซีย ซึ่งหน่วยวิจัยประมงพื้นที่สูงดอยอินทนนท์ มูลนิธิโครงการหลวง เพาะพันธุ์และผลิตปลาคาเวียร์อาหารสูงค่าออกมาได้เป็นครั้งแรกของประเทศไทย

คอร์สที่ 2 – เกาะในฝัน (Dream Island) เป็นซุปข้นทะเลกับดอกอัญชันเสิร์ฟในลูกมะพร้าวพร้อมตกแต่งด้วยสาหร่ายทะเล รสชาติของซุปคล้ายต้มข่า ซึ่งลดโทนความจัดจ้านในรสชาติลงมาสำหรับการรับประทานเป็นซุป โดยมีมะนาวฝานเคียงมาด้วย หากบีบลงไปในซุปซึ่งมีอัญชันอยู่ด้วย กรดในมะนาวจะเปลี่ยนน้ำสีน้ำเงินให้กลายเป็นม่วงแดง ดอกอัญชันนี้เป็นหนึ่งในผลผลิตจากโครงการหลวง

ต่อมากับคอร์สที่ 3 – เตือนใจ (Old Fashioned Melodies) ซึ่งมี 2 ตัวเลือก หนึ่งสำหรับมีตเลิฟเวอร์ ด้วยเป็นเนื้อสันในโพนยางคำนำมาซูส์วีด์เสิร์ฟกับซอสพริกหวานแดง ผักย่าง และมันหวานบด ซูส์วีด์คือ วิธีปรุงอาหารโดยการนำอาหารไปบรรจุในถุงสุญญากาศ ก่อนนำไปแช่น้ำในเครื่องซูส์วีด์ที่ควบคุมอุณหภูมิตามความเหมาะสม ความร้อนในน้ำจะผ่านไปยังอาหารในถุงสุญญากาศ อาหารจะสุกโดยไม่สัมผัสน้ำโดยตรง เนื้อที่ยังชุ่มฉ่ำรับประทานกับพริกหวานแดง ซูกินี มะเขือม่วง และแครอตจากโครงการหลวงซึ่งนำไปย่างจนหอม เป็นของอร่อยที่รับประทานแล้วเข้ากันดี อีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับจานเมนคือ ปลากะพงแดงซูส์วีด์เสิร์ฟกับซอสพริกหวานแดง ผักย่าง และมันหวานบด นอกจากอร่อยแล้วยังดีต่อสุขภาพด้วย ทั้งสองจานตกแต่งด้วยช็อกโกแลตที่วาดเป็นรูปตัวโน้ต

สุดท้ายกับคอร์สที่ 4 ในชื่อ แว่ว (Echo) เป็นของหวานคือ พันนาคอตตามะม่วงมหาชนกกับมูสกล้วยหอมบนช็อกโกแลตเค้กและซอสเบอร์รี่ วัตถุดิบจากโครงการหลวงในเมนูนี้คือ มะเดื่อฝรั่ง หรือลูกฟิก ผลไม้เพื่อสุขภาพจากยุโรปและแอฟริกาเหนือ ซึ่งนำมาเพาะพันธุ์ได้ในเมืองไทย อีกหนึ่งวัตถุดิบจากโครงการหลวงคือ ดอกแพนซี หรือดอกหน้าแมว ดอกไม้เมืองหนาวสีสวยนี้ นอกจากจะตกแต่งจานให้งดงามแล้วยังรับประทานได้ด้วย ดอกมีกลิ่นหอมอ่อนๆ รสออกเปรี้ยวน้อยๆ สำหรับมะม่วงมหาชนก แม้จะไม่ใช่ของโครงการหลวง แต่ก็เป็นผลไม้ที่มีความหมายพิเศษ เพราะมะม่วงพันธุ์นี้ได้รับพระราชทานชื่อมาจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

อาหาร 4 คอร์สนับเป็นปริมาณที่ไม่มากและไม่น้อยจนเกินไป แต่นี่กลับเป็นมื้อที่อิ่มเอมเต็มเปี่ยมในความรู้สึก ด้วยแต่ละจานงดงาม อุดมด้วยเรื่องราว ทรงคุณค่า และทุกๆ คำจะ …Still on My Mind … อยู่ในดวงใจนิรันดร์

 

คุ้นลิ้น ระนอง ครองใจลูกค้าเสมอ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

24 ตุลาคม 2560 เวลา 11:00 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/521137

คุ้นลิ้น ระนอง ครองใจลูกค้าเสมอ

ไม่แปลกใจที่ร้านอาหารคุ้นลิ้น ระนอง จะดังไกลและเป็นที่จดจำของลูกค้ามา 20 กว่าปี ยิ่งหลังๆ มานี้ออกรายการโทรทัศน์หลายช่อง ล่าสุดรายการโทรทัศน์จากประเทศญี่ปุ่น ก็เดินทางมาถ่ายทำเทคนิคการปรุงเมนูอาหารของทางร้าน ขณะที่สื่อสิ่งพิมพ์และออนไลน์ก็ไม่พลาดเช่นกัน 

 

ว่ากันว่า การที่ร้านคุ้นลิ้นครองใจลูกค้านั้น อย่างแรกเพราะรสชาติอาหารอร่อยชิวหาสมชื่อคุ้นลิ้น อีกทั้งเมนูหลากหลาย มีทั้งอาหารพื้นบ้านพื้นเมืองของระนองและซีฟู้ด อีกอย่างที่ถูกใจลูกค้าคงเป็นลูกเล่นต่างๆ ที่ทางร้านครีเอทออกมาโดนใจลูกค้า เริ่มจากเดินเข้ามาในร้านถ้าสังเกตจะเห็นตุ๊กตาไล่ฝนสีสันต่างๆ ผูกอยู่ในร้าน หรือเวลาสั่งอาหารก็มีเมนูเซียมซีให้เขย่ากันสนุกมือพร้อมรอยยิ้มของลูกค้า ซึ่งไอเดียมาจาก “สมโชค วงศ์ภิวัฒนา” เจ้าของร้าน ที่หัวครีเอทสุดๆ สมกับจบด้านการตลาดจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ

 

 

“ลูกค้ามาร้านจะได้รับแจกตุ๊กตาไล่ฝนคนละหนึ่งตัว แล้วให้เขียนอะไรก็ได้ในตุ๊กตา อาจเป็นคำอวยอวยพร หรืออะไรก็ได้ เสร็จแล้วเอามาผูกในที่ที่เราเตรียมให้ ไอเดียได้จากผมเห็นว่าระนองฝนตกเยอะที่สุดในประเทศก็เลยทำขึ้นมา เหตุผลก็อยากให้ลูกค้ารับประทานอาหารอร่อยๆ แล้วมีความสุขและสนุกไปด้วย

 

 

เมนูเซียมซีก็เป็นไอเดียที่ลูกค้าชอบ บางครั้งลูกค้าไม่รู้จะสั่งอะไรเมนูเซียมซีตอบโจทย์ตรงนี้ จะเขย่าหรือหยิบเซียมซีขึ้นมาก็สุดแต่ หรือถ้าไม่ใช้เซียมซีก็เลือกสั่งได้เลย นอกจากนี้แล้วเราจะให้แม่ครัว พนักงานออกมาแดนซ์เป็นรอบๆ เพื่อให้พวกเขาได้ผ่อนคลายขณะเดียวกันก็สร้างความสุขให้ลูกค้าด้วย แต่ช่วงเดือน ต.ค.งดกิจกรรมนี้เพราะเป็นช่วงที่พวกเราคนไทยน้อมแสดงความอาลัยต่อในหลวงรัชกาลที่ 9”

 

อีกปัจจัยที่ดึงดูดลูกค้าคือร้านตั้งอยู่ในบริเวณสวนสาธารณะรักษะวารินสวนป่ากลางเมืองของระนอง ซึ่งชื่อรักษะวาริน สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สมเด็จย่า) เป็นผู้พระราชทานเมื่อคราวเสด็จฯ เยือนระนองในปี 2510 ในสวนจะมีบ่อน้ำร้อนเกิดเองตามธรรมชาติ 3 บ่อ ซึ่งมีแร่ธาตุสำคัญและเป็นแหล่งเดียวในไทยที่ไม่มีสารกำมะถันเจือปนสามารถดื่มได้ 

 

“คุ้นลิ้นเป็นร้านอาหารเดียวที่อยู่ในบริเวณสวนและใกล้บ่อน้ำร้อน นอกนั้น 5-6 ร้านเป็นร้านขายของฝากและสปา ลูกค้ามากินอาหารที่ร้านแล้วมักจะไปแช่น้ำร้อนกันเพื่อผ่อนคลาย สำหรับเมนูมีหลากหลาย อาทิ แกงส้มไข่ปลาริวกิวซึ่งไข่ปลาริวกิวจะแพงกว่าตัวปลา ปลาลุมพุกลุยสวนคนจีนจะนิยม ซึ่งเมนูนี้รายการทีวีญี่ปุ่นมาถ่ายทำเพราะต้องใช้เวลาทำ 1 วัน 1 คืนในการหมัก จนก้างทุกชิ้นสลายไป

 

นอกจากนี้ มีเมนูปลาทูทอดกะปิ กุ้งแม่น้ำซอสมะขาม น้ำพริกไข่ปู ยำผักเหลียงผักขึ้นชื่อของระนอง ผักเหลียงอบชีส เป็นต้น รวมทั้งเมนูเครื่องดื่มอีกมากมาย” สมโชคเล่าถึงเมนูอร่อยของร้าน 

ร้านอาหารคุ้นลิ้น ระนอง ตั้งอยู่ถนนชลระอุ ต.เขานิเวศน์ อ.เมืองระนอง เปิดบริการทุกวันตั้งแต่ เวลา 08.00-21.00 น. โทร. 077-822-863, 08-1892-3455

 

Devine เต็มอิ่มแบบสายสุขภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

23 ตุลาคม 2560 เวลา 11:00 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/521136

Devine เต็มอิ่มแบบสายสุขภาพ

แนะนำให้เริ่มทำความรู้จัก Tamaric Seabass (ไซส์ S 350/M 450 บาท) ปลากะพงย่างขมิ้น หยิบประโยชน์จากสมุนไพร ใช้เกลือพริกไทยมาปรุงรส ย่างไฟให้สุกกำลังดี เคียงด้วยบร็อกโคลี่ เบบี้แครอท และหน่อไม้ฝรั่ง

หากใครว่าอาหารเพื่อสุขภาพไม่อร่อย คงต้องเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ เมื่อได้ทำความรู้จักกับ ‘Devine (ดีไวน์)’ ห้องอาหารใน รร.ธัญญปุระ สปอร์ตรีสอร์ท จ.ภูเก็ต ภายใต้คอนเซ็ปต์เวลเนสสปา ศูนย์รวมนักกีฬา คนรักสุขภาพ และคนทั่วไปที่ชื่นชอบอาหารเพื่อสุขภาพ เสิร์ฟทั้ง Raw Food, Clean Food, Healthy Food ซึ่งจะมีนักโภชนาการคอยให้คำแนะนำ คำนวณปริมาณแคลอรี ระบุสัดส่วนเครื่องปรุงแต่ละชนิดอย่างเหมาะสม

Minillion Salmon (ไซส์ S 350/M 550 บาท) แซลมอนย่างลูกแพร์ เคียงด้วยหน่อไม้ฝรั่ง แครอท หอมแดง พร้อมแซลมอนย่างให้สุกกลางๆ เติมรสชาติด้วยซอสซัลซ่าเบสลูกแพร์

เพิ่มดีกรีความเฮลท์ตี้กับ Raw Food ที่ไม่ใช้เนื้อสัตว์ ต้องลอง Sucini Lasanga (ไซส์ S 310/M 350 บาท) ใช้ส่วนผสมของมะเขือเทศอบแห้ง ซูชินี่สไลซ์ มายองเนสปั่นฟรีซจนแข็ง และใบร็อกเก็ตปรุงเป็นเพรสโต้ วางซ้อนกันจนได้เลเยอร์ของลาซานญ่า ท็อปด้วยผักคะน้าซอย ราดน้ำมะนาวและน้ำมันมะกอกเล็กน้อย ตกแต่งด้วยมะเขือเทศเชอร์รี่ปรุงเป็นซัลซ่า

สำหรับไฮไลท์ยกให้ Giant Mushroom (320-370 บาท) เบอร์เกอร์เพื่อคนรักสุขภาพ ใช้เห็ดหอมชิตาเกะคัดไซส์ใหญ่พิเศษอบแห้งแทนขนมปังเบอร์เกอร์ สอดไส้ด้วยเพรสโต้ซอส และผักอีกหลายชนิด

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

ปิดท้ายด้วยหลากเมนูของหวาน ที่ขอบอกว่าหน้าตาดีแถมเฮลท์ตี้สุดๆ สายรักสุขภาพคนไหนเห็นแล้วอยากลอง ถ้ามีโอกาสไปภูเก็ตเมื่อไรต้องแวะไป ห้องอาหารดีไวน์ เปิดทุกวัน เวลา 06.30-22.00 น. โทร. 076-336-0000

ราคาต่อหัวประมาณ 350-550 บาท

 

Coro Harvest สดจากฟาร์มออร์แกนิคราชบุรี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

22 ตุลาคม 2560 เวลา 11:00 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/521135

Coro Harvest สดจากฟาร์มออร์แกนิคราชบุรี

ภาพ : ณัฐพล โลวะกิจ

มาถึงกรุงเทพฯ แล้ว กับฟาร์มออร์แกนิคชื่อดัง Coro Field ของ จ.ราชบุรี ที่โด่งดังในเรื่องเมลอนญี่ปุ่น มะเขือเทศเชอร์รี่ฮอลแลนด์ ผักสลัด มันม่วงหวาน ที่พืชทุกชนิดปลูกด้วยน้ำแร่ โดยได้มาเปิดร้านอาหารภายใต้ชื่อ ‘Coro Harvest’ ร้านอาหารแห่งแรกในประเทศไทยที่มีฟาร์มครบวงจรเป็นของตัวเอง ภายใต้แนวคิด Everyday Farm Food ที่พร้อมเสิร์ฟเมนูฟิวชั่นสุขภาพดี

ในบรรยากาศร้านที่คงความมีกลิ่นอายฟาร์มเล็กๆ โดยได้จำลอง Coro Field ฟาร์มมาไว้กลางกรุงให้ดูอบอุ่น โดยเน้นที่โครงเหล็กที่ใช้ในการเพาะปลูกมาตกแต่ง พร้อมด้วยเพิ่มโซนสีเขียวของต้นไม้ให้สบายตายิ่งขึ้น

เริ่มต้นที่ มันม่วงหวานทอดซอส 3 ฤดู (145 บาท) มันม่วงรสหวานจากเกษตรอินทรีย์ราชบุรี เป็นสแน็คกินเล่นกรอบนอกนุ่มใน มาพร้อมซอสแมงโก้มาโย สไปซี่ และทาทาซอส เมลอนคัตสึโอะ (145 บาท) หวานปนคาวกับเมลอนสด โรยหน้าด้วยปลาคัตสึโอะแห้งราดซอสบัลซามิก กับซอสพอนสึ มีความหวานสดชื่นจากเมลอน สลัดผักออร์แกนิคมะเขือเทศเชอร์รี่ฮอลแลนด์ (135 บาท) ผักสดๆ เจริญเติบโตด้วยน้ำแร่ เสิร์ฟพร้อมมะเขือเทศเชอร์รี่ฮอลแลนด์ คลุกเคล้าน้ำสลัดทำเอง

โรตีน้ำพริกอ่องมะเขือเทศเชอร์รี่ฮอลแลนด์ (175 บาท) โรตีแป้งบางกรอบทอดเสร็จใหม่ๆ กินคู่กับน้ำพริกเน้นไปที่มะเขือเทศสดจากฟาร์ม ได้รสชาติคนภาคกลางหวานเปรี้ยว สปาเก็ตตี้มะเขือเทศเชอร์รี่ฮอลแลนด์ไก่สับ (175 บาท) เส้นสปาเก็ตตี้ทำจากเมลอน ราดด้วยซอสมะเขือเทศสุดเข้มข้น

ตบท้ายด้วยของหวานกับ มันม่วงลาวา ไอศกรีม(195 บาท) ขนมปังมันม่วงไส้ลาวา เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมมันม่วงอร่อยเข้มข้น เต้าฮวยโฮมเมดมันม่วงหวาน (135 บาท) เป็นสไตล์สูตรฮ่องกงโฮมเมด หนึบหนับกับมันม่วงเชื่อม โมจิมันม่วง ท็อปด้านบนด้วยเม็ดบุกนมสด ไอศกรีมโทมิเมลอนโยเกิร์ต (115 บาท) สมูทตี้โทมิเมลอนสด และนมข้าว (125 บาท)

แวะมาลิ้มลองกันได้ ร้านอยู่ชั้น G เอสพลานาด รัชดาภิเษก เปิดบริการเวลา 10.00-22.00 น. โทร. 02-660-9341

ราคาต่อหัวประมาณ 300-500 บาท

 

สุนทรียรสจากดินแดนอาทิตย์อุทัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

21 ตุลาคม 2560 เวลา 11:00 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/521134

สุนทรียรสจากดินแดนอาทิตย์อุทัย

ส่งตรงความอร่อยระดับตำนานพร้อมกับชื่อเสียงตลอด 6 ทศวรรษ มาถึงเมืองไทยแล้ว ‘Châteraisé (ชาเตอเรเซ่)’ ร้านพาทิสเซอรียอดนิยมจากญี่ปุ่น ที่สร้างสรรค์ของหวาน ขนมโบราณ เค้ก และเบเกอรี่อร่อยล้ำ ด้วยความพิถีพิถันตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง

ภาพ : สุนันท์ ล้อสมทรัพย์

ร้านนี้จัดเป็นหนึ่งในลิสต์เรื่องกินที่คนบินไปญี่ปุ่นต้องแวะ นอกจากความอร่อยแล้ว ยังขึ้นชื่อเรื่องการสรรหาวัตถุดิบชั้นเลิศทั่วญี่ปุ่น อาทิ ถั่วแดงเม็ดสวยจากฮอกไกโดต้มในน้ำแร่บริสุทธิ์จากเทือกเขาเจแปนเซาท์แอลป์ นมสดพาสเจอไรซ์อุณหภูมิต่ำจากนางาโนะ ข้าวสวยหอมกรุ่นจากยามานาชิ ด้วยแนวคิด “วัตถุดิบที่ดีนำมาซึ่งส่วนผสมที่ดี เพื่อขนมหวานรสชาติดี”

เริ่มที่ของขึ้นชื่อ Legendary Fresh Cream Cake (140 บาท) และ เฟรชเชอร์ 3 ชั้น (135 บาท) เค้กครีมสดซิกเนเจอร์เนื้อนุ่มฟูด้วยวัตถุดิบธรรมชาติไร้การปรุงแต่ง ได้สัมผัสละมุนลิ้น เด็ดด้วยครีมสดรสหวานมัน แทรกแยมสตรอเบอร์รี่เพิ่มเลเวลหอมหวาน ท็อปหน้าด้วยสตรอเบอร์รี่สดลูกโต

ห้ามพลาด Double Fantasy ชูครีมคุณภาพคับชิ้น อัดแน่นด้วยครีมนมฮอกไกโดดูโอกับครีมคัสตาร์ดเข้มข้น ตามด้วย Mochi Cream Cake Strawberry ไดฟุกุสูตรพิเศษสอดไส้ครีมสด คัสตาร์ด และถั่วแดงเนื้อนุ่ม พร้อมด้วยซอสสตรอเบอร์รี่รสชาติหวานฉ่ำ ส่วนคนควบคุมน้ำหนักชอบหวานน้อยอร่อยมากต้อง พายนโปเลียน (165 บาท) หนึบด้วยแป้งพายสูตรเฉพาะ

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

ยังมี เค้กขอนไม้ Baumkuchen (เริ่มต้น 55 บาท) บรรจงย่างทีละชั้น เพื่อโอกาสสำคัญหรือวันครอบครัว แทนความหมายดีๆ และความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน ชิมขนมญี่ปุ่นโบราณ Bun Filled Chestnut ถั่วแดงผสมเกาลัดบดสอดไส้เกาลัดเต็มเม็ด กินคู่กาแฟหอมๆ อย่าง ลาเต้ร้อนครีมสดฮอกไกโด หรือ ลาเต้นมสดเย็น (110 บาท) อร่อยจนต้องสั่งเพิ่ม

สัมผัสสุนทรียรสแห่งความหอมละมุนกับขนมกว่า 100 รายการ ได้ที่ วะโชกุ แกลเลอรี่ ชั้น 5 อิเซตัน เปิดทุกวัน เวลา 10.30-21.30 น. โทร. 02-255-9898-9

ราคาต่อหัวประมาณ 100 บาท

 

‘ณ ฉลอง ‘ อาหารปักษ์ใต้แท้ ครบเครื่องสมุนไพร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

21 ตุลาคม 2560 เวลา 10:44 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/521287

'ณ ฉลอง ' อาหารปักษ์ใต้แท้ ครบเครื่องสมุนไพร

โดย แม่จำปูน

อากาศปลายฝนต้นหนาวแบบนี้ ต้องลองมองหาอาหารสูตรสมุนไพรกินไล่หวัดกันเสียหน่อย เลยทำให้นึกถึงอาหารร้าน ณ ฉลอง อยู่ตรงซอยสุขุมวิท 24 ที่เพื่อนชวนไปลองวันก่อน

การันตีได้ถึงความครบเครื่องครบรส ตรงตามสูตรอาหารปักษ์ใต้ที่สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น เพราะไปกันเป็นสิบคน เลยได้จัดไปหลายเมนู จนน้ำหูน้ำตาไหล ถึงต้องแอบไปถามพนักงานว่า “แม่ครัวแก่มากมั้ย” คำตอบคือ สูตรอาหารทั้งหมดมาจาก “สูตรแม่หลวย” ที่ยกครัวปักษ์ใต้มาไว้ที่สุขุมวิท 24

เมนูเด็ดๆ ต้องไม่พลาด ขนมจีนน้ำยาปูใบชะพลูสูตรปักษ์ใต้แท้ หอมใบชะพลู ไม่ถึงกับเผ็ดมาก อีกจากที่ได้ชิมคือ แกงส้มปลากะพงยอดมะพร้าว จานนี้ขยับความเผ็ดขึ้นมาอีกหน่อย เป็นอีกจานที่จัดเต็มในเรื่องเครื่องเทศ มีอีกเมนูที่ปักหมุดไว้ว่าต้องลองครั้งหน้าคือ แกงส้มปลากะพงไข่ปลาริวกิว ได้ข่าวว่า ไข่ปลาสดๆ มันเคี้ยวแล้วกรุบๆ เพลินๆ แถมไม่คาวอีกด้วย

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

ส่วนเมนูผัดๆ ที่ขาดไม่ได้คือ คั่วกลิ้ง เห็นหน้าตาแบบนี้ บอกเลยว่า อัดแน่นครบเครื่องสมุนไพร ความเผ็ดร้อนจากพริกไทยสด

อีกจานที่ชอบมากคือ ผัดสามเกลอ ชอบที่มีกระเทียมโทนดองอย่างดี เอามาผัดให้เข้ากับวุ้นเส้น ไข่ ชะอม และกุ้งตัวเด้ง มีสะตอเป็นลูกโดด พอเข้าปากแล้วกรุบๆ กรับๆ ได้รสชาติหวานๆ จากกระเทียมโทนดอง ถ้าไม่เกรงใจเพื่อนว่าจะสั่งเพิ่มอีกจานเลย

อีกเมนู ที่เอามาเบรกความเผ็ดร้อนคือ ปลาจาระเม็ดทอดราดซีอิ๊วหวาน ปลาตัวโต เนื้อแน่นๆ ราดซอสซีอิ๊วสูตรแม่หลวย หวานนัวๆ แต่ไม่หวานแหลม เมนูทั้งหมดนี้กินกับข้าวสวยร้อนๆ ทำให้เจริญอาหารยิ่งนัก

ตบท้ายที่ของหวาน เราสั่ง มะพร้าวยกล้อ หรือ Cococoffee อาจจะเป็นเพราะเป็นคนที่ชอบดื่มกาแฟเลยเอานิ้วจิ้มไปที่เมนูนี้แบบไม่ลังเล

ได้ข้อสรุปว่า เราเลือกถูกแล้ว เพราะขนมหวานเมนูนี้ เหมือนได้กินกาแฟ แต่เปลี่ยนจากนมมาเป็นมะพร้าวน้ำหอมแทน เปลี่ยนอรรถรสในการดื่มกาแฟไปอีกแบบหนึ่งเลย

มาที่เรื่องการแต่งร้าน บอกเลยว่าร้าน ณ ฉลอง แห่งนี้ บรรยากาศดีมาก เหมาะแก่การนั่งชิว ข้างในร้านตกแต่งตามสถาปัตยกรรมของภูเก็ตในอดีต ที่เรียกว่า ชิโนโปรตุกีส

ตัวร้านหลบเข้ามาจากถนนใหญ่ ถ้าเดินจากปากซอย ที่อยู่ข้างห้างเอ็มโพเรียม ก็ประมาณ 500 เมตร ไม่ทันเหนื่อยก็ถึงร้านแล้ว

ใครที่มารถไฟฟ้าบีทีเอส ลงป้ายพร้อมพงษ์ แล้วเดินมาก็สะดวกดี ถ้าเอารถมาก็มีบริการไปหาที่จอดให้ไม่ต้องกังวลเรื่องหาที่จอดรถยาก

…………ล้อมกรอบ………..

ณ ฉลอง ซอยสุขุมวิท 24 มีที่จอดรถเปิดจันทร์-ศุกร์ 11.00-24.00 น. / เสาร์-อาทิตย์ 08.00-24.00 น.โทร. 09-1454-6254INBOX : m.me/nachalong24IG : @nachalong24

 

Pot Ministry รวมความอร่อยของอาหาร 4 ภาค

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

15 ตุลาคม 2560 เวลา 11:00 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/519799

Pot Ministry รวมความอร่อยของอาหาร 4 ภาค

ภาพ : สุนันท์ ล้อสมทรัพย์

ใครที่ชอบกินเมนูหม้อไฟ และอยากได้รสชาติของน้ำซุปที่แปลกใหม่ หลากหลาย ต้องไม่พลาดมาลองชิมที่ร้าน ‘Pot Ministry’ ที่อยู่บนชั้น 4 ของศูนย์การค้าสยามพารากอน ซึ่งเป็นร้านที่รวมอาหารไทยแท้รสเด็ดจากทั้ง 4 ภาค ทั้งเหนือ อีสาน กลาง ใต้ มาไว้ในที่เดียวกัน

ตัวร้านเน้นโทนสีขาว-ดำ ออกแนวขรึมๆ เท่ๆ แต่บรรยากาศโปร่ง โล่ง นั่งสบาย ไม่อึดอัด เริ่มต้นมื้อนี้ด้วยเครื่องดื่มเรียกความสดชื่นกันก่อน ที่ยกขบวนมาทั้ง ชาเย็นลิ้นจี่ (150 บาท) น้ำกระเจี๊ยบน้ำผึ้ง (150 บาท) และแบล็กเบอร์รี่เลมอนโซดา (150 บาท) ได้ทั้งความเปรี้ยว หวาน และซ่า

ตามต่อกับของว่างเรียกน้ำย่อย App เมือง (350 บาท) ที่ได้รวบรวมของขึ้นชื่อของภาคเหนือมาไว้ในจานเดียว ทั้งข้าวเกรียบ หมูยอ แหนมหม้อ ไส้อั่ว แคบหมู เสิร์ฟพร้อมกับน้ำพริกอ่อง และน้ำพริกหนุ่มที่ร้านตำเอง

มาถึงเมนูพระเอกของร้าน เกาเหลาหม้อไฟในสไตล์ไทย 4 ภาค ที่มีน้ำซุปให้เลือกทั้งแบบภาคเหนือ อีสาน ใต้ กลาง เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มรสเด็ดเฉพาะตัวของแต่ละภาค มาคราวนี้ได้ลองเกาเหลาหม้อไฟภาคกลาง (950 บาท) ที่เป็นน้ำซุปแบบก๋วยเตี๋ยวเรือ หอมกลิ่นสมุนไพรไทย หวานน้ำซุปกระดูกหมู สั่งมาพร้อมกับเซตหมูคุโรบูตะ ที่มีทั้งสันคอหมูคุโรบูตะ ซี่โครงอ่อนตุ๋น หมูตุ๋น ลูกชิ้นหมู ตับหมู และผักสด เสิร์ฟมาพร้อมน้ำจิ้มแจ่ว น้ำจิ้มซีฟู้ด และน้ำจิ้มรสชาติออกหวานแบบภาคกลาง หรือถ้าไม่สั่งเป็นเซตจะเลือกสั่งเป็นอย่างๆ ไปก็ได้

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

ตอนนี้ร้านยังมีเมนูพิเศษใหม่ เป็นข้าวอบหน้าต่างๆ แบบฉบับเฉพาะตัวคือ ข้าวอบคั่วพริกเกลือ และข้าวอบคั่วกระเทียม ที่มีให้ลิ้มลองหลากหลายแบบ อาทิ ข้าวอบหมูกรอบคั่วพริกเกลือ (250 บาท) หมูกรอบชิ้นโตโรยหน้ามาด้วยพริกเกลือได้รสสัมผัสกรุบกรอบ ข้าวอบไข่ข้นกุ้ง ปูอัด และไข่กุ้ง (180 บาท) และปิดท้ายด้วย มาม่าหม้อต้มยำทะเล (180 บาท) มาม่าต้มยำรสแซ่บ ใส่กุ้ง หมึก หอยแมลงภู่ และไข่ต้มยางมะตูม

ร้านเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น. โทร. 02-129-4398 &O5532;

ราคาต่อหัวประมาณ 200-300 บาท

 

สุขภาพดีได้กับร้าน Jamba Juice

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

14 ตุลาคม 2560 เวลา 11:00 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/519798

สุขภาพดีได้กับร้าน Jamba Juice

ภาพ : ณัฐพล โลวะกิจ

สำหรับคนรักสุขภาพ ชวนมาพบกับแบรนด์ดังจากแคลิฟอร์เนีย สหรัฐ ‘Jamba Juice’ ที่ได้ขนสูตรแบบต้นตำรับมาเปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทยที่ห้างสยามพารากอน ภายใต้แนวคิด “Blend In The Good” หรือการผสมผสานในสิ่งที่ดี ตกแต่งร้านด้วยโทนสีเขียวผสมผสานกับสีสดใส เพื่อมอบความสุขและสิ่งดีๆ จากธรรมชาติ

ไม่รอช้าสั่งความสดใหม่ของเมนูสมูทตี้มาลอง Strawberry Dream (110 บาท ขนาด 12 ออนซ์) รสชาตินี้เอาใจคนไทยโดยเฉพาะมีขายเฉพาะที่ไทยเท่านั้น โดยมีส่วนผสมของสตรอเบอร์รี่ กล้วย ผสมด้วยนมถั่วเหลือง ให้ความกลมกล่อม รสชาติถูกปาก หอมหวานกำลังดี อร่อยและอิ่มท้อง Banana Berry (110 บาท) มีส่วนผสมของกล้วย บลูเบอร์รี่ แอปเปิล และสตรอเบอร์รี่

อีกหนึ่งที่พลาดไม่ได้คือกลุ่มของเมนู Super Food Smoothie ที่เพิ่มคุณประโยชน์ด้วยการเติม Boosts ในเมนูต่างๆ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์โดยเฉพาะหนุ่มสาวคนรุ่นใหม่วัยทำงาน ที่ต้องใช้ชีวิตแบบแอ็คทีฟ และต้องการพลังงานมาเสริมสร้างสุขภาพในด้านต่างๆ ในเวลาที่เร่งรีบ เมนูแนะนำ ได้แก่ Green Gataway (130 บาท) ที่มีส่วนผสมของมะม่วง เสาวรส ผักโขม โยเกิร์ตไร้ไขมัน และเมล็ดเจีย รสชาติหอมหวาน อร่อย ถึงแม้จะเป็นเมนูสีเขียวเหมือนน้ำผัก แต่เด็กๆ ที่ไม่กินผักถ้าได้ลองคงชื่นชอบ หรือจะสั่งเป็น Mango Yogurt Blend (130 บาท) ก็สดชื่น

ยังมีในส่วนของน้ำผลไม้คั้นสดอย่าง Orange Cooler (140 บาท) และ Watermelon Apple (140 บาท) เย็นชื่นใจใครต้องการแคลอรีต่ำ พลังงานสูงต้องสั่งหมวด Energy Bowls มีส่วนของผลไม้ โยเกิร์ต และกราโนล่า เช่น Berry Acai Bowl และ Chunky Strawberry Bowl (180 บาท) เป็นต้น

ทุกเมนูยังสามารถเพิ่มท็อปปิ้งอย่าง เวย์โปรตีน เมล็ดเจีย โปรตีนถั่วเหลืองได้ ในราคา 25 บาท

ร้านอยู่ที่ชั้น G ห้างสยามพารากอน เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น. &O5532;

ราคาต่อหัวประมาณ 130 บาท