รักเกาะรง หลงกลิ่นทะเล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

02 เมษายน 2559 เวลา 10:56 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/world/424836

รักเกาะรง หลงกลิ่นทะเล

โดย…ทีมงานโลก 360 องศา keb_toke@plat360.com

เมืองสีหนุวิลล์นอกจากจะมีชายหาดสวยๆ อยู่หลายแห่งแล้ว ที่เมืองนี้ยังรายล้อมไปด้วยเกาะน้อยเกาะใหญ่อีกหลายเกาะด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น Koh Russei หรือเกาะไผ่ Koh Rong Koh Rong Samlon Koh Tang Koh Pos หรือที่รู้จักกันในนามเกาะมรกต และ Koh Dek Koul เป็นต้น ซึ่งเกาะที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากที่สุดก็คือ Koh Rong หรือ เกาะรง

เกาะรง คือ เกาะที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศกัมพูชา มีพื้นที่ทั้งหมด 78 ตารางกิโลเมตร มีชายหาดยาวรอบเกาะกว่า 43 กิโลเมตร โดยส่วนใหญ่แล้วที่เกาะแห่งนี้จะได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมากกว่าคนกัมพูชา เพราะคนกัมพูชาส่วนใหญ่จะนิยมเที่ยวที่ชายหาดของเมืองสีหนุวิลล์ อย่าง หาดโอเชอเตียล (Ochheuteal Beach) เพราะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ไม่ต้องเสียค่าที่พัก อีกทั้งค่าครองชีพยังถูกกว่าบนเกาะอีกด้วย

แต่อย่างไรก็ตาม เกาะรงก็ยังคงมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้ความสนใจเดินทางมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถ้าเป็นช่วงฤดูท่องเที่ยวหรือ Hight Season ในช่วงเดือน ต.ค.-มี.ค. จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปยัง
เกาะรงเฉลี่ยอยู่ที่วันละ 1,000 คนเลยทีเดียว โดยส่วนใหญ่แล้วนักท่องเที่ยวที่นิยมเดินทางมา ก็จะเป็นบรรดาแบ็กแพ็กเกอร์จากโซนยุโรป ได้แก่ อเมริกา ฝรั่งเศส อังกฤษ เยอรมนี รัสเซีย สเปน และอิตาลี เป็นต้น

บรรยากาศที่พักบนหาดเกาะโต๊ยช์

 

เกาะรงอยู่ห่างจากชายฝั่งทะเลของเมืองสีหนุวิลล์ออกไปประมาณ 25 กิโลเมตร ซึ่งการเดินทางไปยังเกาะรงนั้น ก็มีท่าเรือบริการรับส่งอยู่หลายจุดด้วยกัน แต่จุดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดจะอยู่ใกล้กับวงเวียนสิงโตคู่เพราะเดินทางมาได้สะดวกที่สุด โดยท่าเรือจะอยู่ติดกับชายหาดโอเชอเตียล ซึ่งเรือรับส่งก็มีให้เลือก 2 แบบด้วยกัน คือ แบบเรือเร็ว หรือ Speed Ferry ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 45 นาที ราคาไปกลับอยู่ที่คนละ 20 เหรียญสหรัฐ และแบบเรือธรรมดา แน่นอนว่าราคาย่อมถูกกว่าแบบเรือเร็ว ซึ่งไปกลับอยู่ที่คนละ 10 เหรียญสหรัฐ แต่ก็ต้องแลกกับการใช้เวลาเดินทางกว่า 2 ชั่วโมง โดยในแต่ละวันจะมีรอบเวลาของการบริการเรือรับส่งวันละ 3 รอบ ซึ่งเวลาแต่ละรอบนั้นก็ขึ้นอยู่กับบริษัทเรือที่ให้บริการ

เกาะรง ประกอบไปด้วย 4 หมู่บ้าน คือ หมู่บ้าน Koh Tuich หมู่บ้าน Prek Svay หมู่บ้าน Doeum D’keuw และหมู่บ้าน Sok San ซึ่งแต่ละหมู่บ้านเมื่อก่อนจะทำอาชีพประมงกันเป็นส่วนใหญ่ แต่เมื่อการท่องเที่ยวเริ่มพัฒนาและได้รับความนิยมมากขึ้น ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บนเกาะจึงปรับตัวเพื่อรองรับการท่องเที่ยวเช่นเดียวกัน บางคนทำที่พัก บางคนทำร้านอาหาร หรือบางคนอาศัยประสบการณ์ในการขับเรือประมง ก็เปลี่ยนมาเป็นขับเรือรับจ้าง บริการรับส่งนักท่องเที่ยวแทน

แต่ก็ยังมีชาวบ้านบางส่วนที่ยังคงวิถีชีวิตกันแบบดั้งเดิม ยังคงทำอาชีพประมง ยังคงค้าขายเล็กๆ น้อยในหมู่บ้านของตัวเอง ซึ่งการที่พวกเขายังคงดำเนินชีวิตกันแบบเดิมนั้น ไม่ได้ดูว่าเป็นสิ่งที่แปลกหรือดูแตกแยกจากผู้คนส่วนใหญ่ ถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่ช่วยเติมเต็มให้การท่องเที่ยวบนเกาะรงให้มีสีสัน และช่วยส่งเสริมให้การท่องเที่ยวบนเกาะรงมีคุณค่ามากกว่าการมาเล่นน้ำทะเลหรือเดินเล่นบนชายหาดเท่านั้น

มุมซื้อขายปลาเล็กๆ บนเกาะรง

 

การท่องเที่ยวบนเกาะรงส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวจะเริ่มต้นกันที่ หาดเกาะโต๊ยช์ (Koh Tuich Beach) หาดที่ได้ชื่อว่ามีสีสันและมีชีวิตชีวาที่สุดบนเกาะรง เพราะที่นี่คือจุดรวมของสิ่งอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นที่พัก ซึ่งก็มีทั้งที่เป็นแบบเกสต์เฮาส์กว่า 60 หลัง ราคาก็เริ่มต้นที่ 25 เหรียญสหรัฐ หรือถ้าเป็นแบบบังกะโลก็มีให้เลือกพักกว่า 100 หลัง ราคาอยู่ที่ประมาณ 70 เหรียญสหรัฐขึ้นไป นอกจากนี้ก็ยังมีร้านค้า ร้านอาหาร บาร์ คาเฟ่ต่างๆ รวมถึงการบริการนำเที่ยวซึ่งมีให้เลือกอย่างหลากหลาย และด้วยเหตุนี้เองที่หาดแห่งนี้จึงได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเดินทางมาเป็นที่แรกก่อนจะท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ บนเกาะ

นอกจากหาดเกาะโต๊ยช์แล้ว ที่เกาะรงยังมีหาดที่ได้รับการขนานนามจากนักท่องเที่ยวต่างชาติว่าเป็น Long Beach ซึ่งหาดที่ว่านี้มีชื่อว่า หาดสุขสันต์ (Sok San Beach) เป็นหาดทรายขาวความยาวประมาณ 6 กิโลเมตร ซึ่งส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวที่ต้องการความเป็นส่วนตัวหรือต้องการความสงบ จะนั่งเรือมาเล่นน้ำทะเลใสๆ มานอนอาบแดดกันบนหาดทรายเนื้อละเอียดแห่งนี้ อีกทั้งที่หาดสุขสันต์ยังถือเป็นหาดที่มีจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยงามมากเลยทีเดียว ดังนั้นหลังจากที่นักท่องเที่ยวทำกิจกรรมเสร็จ ก็จะเฝ้ารอชมความสวยงามของแสงสุดท้ายที่ตกกระทบกับผิวของทะเลก่อนจะเดินทางกลับที่พัก

หาดสุขสันต์ยังไม่มีที่พักบริการนักท่องเที่ยว มีเพียงแค่ร้านค้าเล็กๆ ที่จำหน่ายอาหารกึ่งสำเร็จรูป และเครื่องดื่มในช่วงกลางวันเท่านั้น เพราะฉะนั้นถ้าหากนักท่องเที่ยวต้องการที่พักใกล้กับหาดแห่งนี้
ก็แนะนำที่พักของหมู่บ้านสุขสันต์ซึ่งอยู่ปลายหาดของ Long Beach ซึ่งที่พักอาจจะไม่ได้สะดวกสบายและมีให้เลือกไม่มากเท่ากับที่หาดเกาะโต๊ยช์ ไม่มีร้านอาหารให้เลือกมากนัก แต่สำหรับคนที่รักความสงบและต้องการความเป็นส่วนตัวมากๆ ที่นี่เหมาะอย่างยิ่งปัจจุบันการท่องเที่ยวบนเกาะรงได้รับความนิยมและพัฒนาขึ้นจากเดิมเป็นอย่างมาก แต่ความนิยมที่มากขึ้นก็ทำให้ที่นี่ต้องมีมาตรการเพื่อที่จะป้องกันและรักษาสถานที่ท่องเที่ยวให้ยังมีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ มีทัศนียภาพที่งดงาม เพื่อที่จะให้เกาะรงเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวไปอีกนานแสนนาน มาตรการที่ว่านี้ประการแรกคือ การรักษาความสะอาด โดยผู้ประกอบการหรือเจ้าของที่พักจะต้องดูแลและกำจัดขยะในพื้นที่ความรับผิดชอบของตัวเอง และเราในฐานะนักท่องเที่ยว ก็จะต้องไม่ทิ้งขยะเกลื่อนกลาด เพราะเขามีกฎหมายระบุไว้ว่าหากใครทิ้งขยะไม่เป็นที่ จะต้องถูกปรับเป็นเงินตั้งแต่ 1 หมื่น-1 แสนเรียลเลยทีเดียว

Boat trip บนเกาะรง

 

นอกจากนี้แล้วที่นี่ก็ยังมีร้านที่ให้บริการเติมน้ำแบบรีฟิลอีกด้วย เพียงนำขวดเปล่ามาเท่านั้น นอกจากจะประหยัดค่าใช้จ่ายกว่าซื้อขวดใหม่แล้วยังเป็นการร่วมด้วยช่วยกันในการลดปริมาณพลาสติกบนเกาะแห่งนี้อีกด้วย สิ่งเหล่านี้ถ้าหากร่วมแรงร่วมใจกันปฏิบัติแล้ว แน่นอนว่าสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆงามๆ แบบนี้จะยังคงอยู่เป็นจุดหมายปลายทางให้ทุกคนได้เดินทางไปหาความสุข ความสนุกสนาน อีกนานแสนนาน

เรื่องราวความน่าสนใจของประเทศกัมพูชายังไม่หมดเพียงเท่านี้ สามารถติดตามอ่านได้ในฉบับต่อๆ ไป หรือสามารถติดตามได้ทางรายการโลก 360 องศา ทาง ททบ.5 วันเสาร์ เวลา 21.20 น.
โดยประมาณ

 

Travel Update

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

02 เมษายน 2559 เวลา 10:34 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/world/424834

Travel Update

โดย…กาญจนา

ดาราเทวี เชียงใหม่ จัดสงกรานต์ไทยย้อนยุค

โรงแรมดาราเทวี เชียงใหม่ ต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ด้วยกิจกรรมวันเด็กไทย ให้ครอบครัวสนุกไปกับกิจกรรมแบบไทยๆ เช่น หมากเก็บ รีรีข้าวสาร เดินกะลา ขี่ม้าก้านกล้วย ว่าวไทย และอีกมากมาย ในวันเสาร์ที่ 9 เม.ย. 2559 เวลา 16.00-20.00 น.ณ บริเวณลานโขงขาวด้านหน้าโรงแรม ทั้งยังเพลิดเพลินไปกับการเล่นน้ำสงกรานต์อย่างสร้างสรรค์และอิ่มอร่อยไปกับของว่างพื้นบ้านและขนมโบราณในราคา 100 บาท สำหรับผู้ใหญ่และเด็กเข้างานฟรี รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายสมทบทุนโครงการช่วยเหลือสังคมสอบถาม โทร. 053-888-888

 

หนีร้อนไปพัก เอสเคป หัวหิน และเขาใหญ่

ซัมเมอร์นี้ไปรับลมทะเลที่ โรงแรม เอสเคป หัวหิน พร้อมโปรโมชั่นโดนใจกับห้องพัก Deluxe Poolside พร้อมอาหารเช้า ลดสูงสุด 55% เหลือ 3,350 บาท/คืน เมื่อจอง 2 ห้องขึ้นไป สอบถาม โทร. 032-653-456 และโรงแรมเอสเคป เขาใหญ่ เสนอห้องพักราคาพิเศษ Sunken Heated Pool Villa ลดสูงสุด 55% เหลือ 4,900 บาท/คืน เมื่อจอง 2 ห้องขึ้นไป สำหรับการเข้าพักตั้งแต่วันนี้-31 พ.ค. 2559 สอบถาม โทร. 09-2823-2590

 

เวียตเจ็ทเพิ่มเที่ยวบิน รับหน้าร้อน

สายการบินเวียตเจ็ทเพิ่มเที่ยวบินในเวียดนาม ไทย ไต้หวัน และสิงคโปร์ ตอบรับการเดินทางในช่วงฤดูร้อน โดยเพิ่มเที่ยวบินระหว่างโฮจิมินห์และกรุงเทพฯ เป็น 3 เที่ยวบินทุกวัน เที่ยวบินระหว่างฮานอยและกรุงเทพฯ เป็น 2 เที่ยวบินทุกวัน เที่ยวบินระหว่างประเทศจากโฮจิมินห์ไปไต้หวันเป็น 2 เที่ยวบิน/วัน ตั้งแต่วันที่ 18 มิ.ย. 2559 นอกจากนี้ ยังเพิ่มเที่ยวบินในประเทศเวียดนาม ได้แก่ โฮจิมินห์ ซิตี้-ฮานอย เป็น 25 เที่ยวบิน/วัน โฮจิมินห์-ดานัง เป็น 13 เที่ยวบิน/วัน โฮจิมินห์-ฟู้ก๊วก เป็น 6 เที่ยวบิน/วัน และโฮจิมินห์-นาตรัง เป็น 5 เที่ยวบิน/วัน รวมถึงฮานอย-ดานัง เป็น 15 เที่ยวบิน/วัน และสำหรับฮานอย-นาตรัง เป็น 5 เที่ยวบิน/วัน

สำหรับทุกเที่ยวบินภายในประเทศเวียดนามมีโปรโมชั่น It’s 12, Let’s Vietjet! ราคาเริ่มต้นที่ 0 บาท จำนวน 2 ล้านใบ จองระหว่างวันที่ 28 มี.ค.-3 เม.ย. 2559 ตั้งแต่เวลา 12.00-14.00 น. ผ่านเว็บไซต์ www.vietjetair.com

เคทีซีจับมือ 8 โรงแรม ให้สมาชิกพักถูกกว่า

เคทีซี หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย ร่วมกับพันธมิตร 8 โรงแรม ออกแคมเปญ Friends & Family พักยกแก๊ง เที่ยวทั้งครอบครัว เอาใจสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีที่ชื่นชอบการเดินทาง เมื่อสำรองห้องพักด้วยบัตรเครดิตเคทีซีรับส่วนลดห้องพักสูงสุด 80% พร้อมอาหารเช้าและส่วนลดค่าอาหาร เครื่องดื่ม สปา ได้แก่ โรงแรม ลา คาเซ็ทต้า เขาใหญ่ โรงแรม ลา ภูริเณ่ เขาใหญ่ โรงแรมเดอะลอฟท์ เขาใหญ่ โรงแรมฮาร์ดร็อค พัทยา โรงแรมอาคา รีสอร์ท แอนด์ สปา หัวหิน โรงแรมเรสท์ดีเทล โฮเทล หัวหิน โรงแรมเอวา รีสอร์ท เกาะช้าง ตราด และโรงแรมโฮเทล ไอคอน ภูเก็ต ตั้งแต่วันนี้-31 ต.ค. 2559 สอบถาม โทร. 02-665-5530

 

อยู่แบบสโลว์ไลฟ์ที่ อสิตา อีโค รีสอร์ท อัมพวา

อสิตา อีโค รีสอร์ท อัมพวา ชวนพักผ่อนช่วงสงกรานต์แบบสโลว์ไลฟ์และได้สุขภาพดีกับโปรโมชั่น Stay Green Eat Clean ราคา 3,500 บาท สำหรับห้องพักแบบสุพีเรียร์ รวมลงเรือไหว้พระ เที่ยวตลาดน้ำ ตักบาตร รดน้ำดำหัว ทำขนม พายเรือ และขี่จักรยาน สำรองห้องพักหรือสอบถาม โทร. 08-1999-1692, 08-9866-2168 หรืออีเมล booking@asitaresort.com

วิลล่า มาร็อก ผ่อนคลาย ขั้นสุดริมหาดปราณบุรี

 

เฌอราซาด ฮัมมัม แอนด์ สปา ณ วิลล่า มาร็อก รีสอร์ท ปราณบุรี เสนอสปาแพ็กเกจ Secret of Spa Indulgence Package ราคาเริ่มต้น 7,900 บาท/คืน สำหรับ 2 ท่าน เมื่อเข้าพักในห้องแบบ Pool Court รวมอาหารเช้า พร้อมบริการนวด 60 นาที 2 ท่าน และชุดชายามบ่าย ตั้งแต่วันนี้-29 ธ.ค. 2559 สอบถามและสำรองห้องพัก โทร. 032-630-771 และเว็บไซต์ www.villamarocresort.com

 

เที่ยวเป็นอาชีพ ฟิล์ม – รัฐภูมิ โตคงทรัพย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

02 เมษายน 2559 เวลา 10:30 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/world/424833

เที่ยวเป็นอาชีพ ฟิล์ม - รัฐภูมิ โตคงทรัพย์

โดย…รอนแรม ภาพ…รัฐภูมิ โตคงทรัพย์

เรื่องของเรื่องเกิดขึ้นจากนิสัยติดเที่ยวของ ฟิล์ม-รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ประกอบกับนิสัยชอบถ่ายรูป อัดคลิป จนกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต เพราะไม่เพียงทำให้เกิดรายการท่องเที่ยวชีลเอ๊าท์เลเชอร์ (Chill Out-Leisure)  แต่อีกไม่กี่ปีถัดมายังเปิดบริษัททัวร์ในชื่อเดียวกัน ซึ่งทำมานานกว่า 10 ปี

ฟิล์มเล่าจุดเริ่มต้นของวงการท่องเที่ยวว่า เกิดจากนิสัยส่วนตัวที่ชอบเดินทางตั้งแต่เด็ก พอมีชื่อเสียงในวงการบันเทิงจึงมีคนทราบมากขึ้น คนใกล้ตัวจึงยุให้ทำรายการท่องเที่ยวซึ่งรายการแรกเกิดขึ้นพร้อมๆ กับอัลบั้มแรก จากนั้นแรงยุให้ทำบริษัททัวร์ก็ตามมารวมถึงหนังสือวิดีโอเกี่ยวกับประสบการณ์การเดินทางของเขาด้วย

“รายการชีลเอ๊าท์เลเชอร์ เป็นรายการที่ไม่มีสคริปต์เลย คอนเซ็ปต์รายการเป็นแบบคนออกไปเจอสถานการณ์จริง แต่ละครั้งที่ถ่ายทำก็จะมีแค่ผมกับตากล้อง เราเบื่อคอนเซ็ปต์ที่หาข้อมูล พูดตามสคริปต์ รายการจึงเป็นการเดินทางสไตล์ผม เพื่อออกนอกเส้นทางท่องเที่ยวที่คนเคยไปมาแล้ว ทำให้ผู้ชมได้เห็นที่เที่ยวใหม่ๆ ร้านอาหารที่ไม่ดังแต่อร่อยและวิถีชีวิตจริงๆ ของคนที่นั่น”

 

ส่วนจุดหมายปลายทางฟิล์มจะเป็นคนเลือกเอง เขาได้แบ่งประสบการณ์เป็นหมวดหมู่ เริ่มจาก หมวดชอบที่สุด เขายกให้ประเทศญี่ปุ่น ทั้งธรรมชาติ บ้านเมือง อาหาร ผู้คน ทุกองค์ประกอบทำให้เขาอยากกลับไปซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่เบื่อ หมวดแปลกที่สุด ประเทศแรกที่คิดถึงคือ โมรอกโก

“เพราะสิ่งที่เห็นไม่เป็นอย่างที่คิด” เขาเล่าถึงโมรอกโก “ตอนนั้นผมเสิร์ชอินเทอร์เน็ตว่าประเทศไหนติดอันดับที่สุดของโลกบ้าง หนึ่งในนั้นคือ โมรอกโก ฐานะเมืองโรแมนติกที่สุด ผมบินไปเลย บินไปนานมาก พอถึงสนามบินปุ๊บ ออกไปเห็นเมืองครั้งแรก สิ่งแรกที่คิดคือ พระเจ้า ประเทศนี้ได้เป็นเมืองโรแมนติกได้ยังไง”

ฟิล์มให้เหตุผลว่า เพราะภาพที่เห็นคือทะเลทราย บรรยากาศบ้านเมืองแห้งแล้ง ค่อนข้างไกลจากคำว่าความเจริญ ซึ่งเขาคาดว่า ความโรแมนติกน่าจะเกิดมาจากความที่ประเทศไม่มีอะไรทำให้คนมีคู่ไม่รู้จะทำอะไร ทว่าความประทับใจที่ยังตราตรึงคือภาพบ้านเรือนสีส้มที่ทั้งเมืองพร้อมใจทาเป็นสีเดียวกัน ซึ่งนอกจากจะดูสวยงามยังดูเป็นระเบียบและเป็นเอกลักษณ์

 

ส่วนหมวดเสี่ยงตาย เขาเล่าถึงทริปล่าสุดที่เพิ่งกลับจากฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ที่ไปติดพายุหิมะท่ามกลางอุณหภูมิติดลบ 20 องศาเซลเซียส และถือว่าเป็นทริปเปิดประสบการณ์ใหม่กับการไปกับเรือตัดน้ำแข็งที่น้อยคนนักจะได้ไป และสำหรับประเทศไทย เขาเลือกไม่ได้ว่าจะแบ่งเป็นหมวดไหน เพราะแค่ไปเดินตลาดห้วยขวางก็น่าสนใจแล้ว

“เที่ยวไทยมันมันส์ด้วยบรรยากาศ อาหาร และพูดคุยด้วยภาษาที่คุ้นเคย แต่ถ้าเป็นต่างประเทศก็จะได้อีกอารมณ์ด้วยวัฒนธรรมและภาษาที่แตกต่างไป” เขากล่าว

จากประสบการณ์เดินทางแบบไม่หยุด 10 ปี เขาไปมาแล้วทุกทวีป คิดเฉลี่ยความถี่ในการเดินทางอยู่ที่เดือนเว้นเดือนทั้งไปเพื่อทำงานและเพื่อพักผ่อน “นั่นเพราะการเดินทางสำคัญกับชีวิตมาก” ฟิล์มให้ความหมาย “นอกจากจะสร้างรายได้แล้ว ยังให้ประสบการณ์ที่เทียบเป็นราคาไม่ได้”

 

“โลกของเราไม่ได้หยุดอยู่แค่สิ่งที่เราเห็นหรือสิ่งที่เราอยู่ มันยังมีอะไรอีกเยอะแยะมากมายบนโลกใบนี้ให้ออกไปค้นหา ไปมอง เราจะได้ทั้งผู้ร่วมทางใหม่ เห็นสถานที่ใหม่ หรืออาจจะมากถึงชีวิตใหม่ และทุกอย่างจะเป็นประสบการณ์ให้เรามีไอเดียใหม่ๆ คิดอะไรที่มันแปลกแหวกแนวมากขึ้นกว่าเดิม รวมถึงแรงบันดาลใจที่สำคัญต่อชีวิตด้วย” เขาทิ้งท้าย

โลกของฟิล์ม

ถ้ามีโลกของตัวเองหนึ่งใบ เขาอยากให้โลกใบนั้นมีแต่เสียงหัวเราะ มีแต่ความสนุก มีแต่สิ่งที่สวยงาม “มันก็เป็นโลกในฝันของทุกคน” เขากล่าว “แต่ที่พิเศษมากกว่า ผมอยากให้โลกนั้นมีประตูวิเศษที่สามารถเปิดแล้วไปในที่ที่อยากไปได้เลย ทุกคนจะได้ออกเดินทางโดยที่ไม่มีข้ออ้างใดๆ เสียที”

ติดตามการเดินทางครั้งต่อไปของฟิล์มได้ทางรายการชีลเอ๊าท์เลเชอร์หรือทาง อินสตาแกรม @filmrattapoom

 

เที่ยวฮอกไกโด กินหนัก พักผ่อนสนุก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

02 เมษายน 2559 เวลา 09:34 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/world/424820

เที่ยวฮอกไกโด กินหนัก พักผ่อนสนุก

โดย…ดวงนภา ประเสริฐพงษ์

You are what you eat เพราะอาหารคือตัวเรา” เป็นประโยคสุดคลาสสิกที่กูรูสายเฮลตี้มักพร่ำบอกผ่านรายการโทรทัศน์ หรือคอลัมน์ต่างๆ อยู่เสมอ นั่นก็คือความจริง เพราะอาหารการกินนั้นสะท้อนออกมาเป็นรูปร่าง หน้าตา ผิวพรรณ และสุขภาพของแต่ละบุคคลอย่างชัดเจน

ตัวอย่างที่เห็นเด่นชัดคือ ชาวญี่ปุ่น ที่ถือว่ามีอายุยืนยาว สุขภาพดี ผิวพรรณดี ส่วนหนึ่งก็เพราะได้กินอาหารที่ดี มีคุณค่าทางโภชนาการเหมาะสม ขณะเดียวกันก็ต้องมีการใช้ชีวิตที่สมดุลด้วย จากจุดนี้จึงก่อให้เกิดแคมเปญ “โอโตยะ-อิ่ม-หมี-ฟรี-มัน” ที่ทางร้านอาหารญี่ปุ่นโอโตยะจัดกิจกรรมพาลูกค้าผู้โชคดีไปร่วมใช้ชีวิต กินอยู่ และเรียนรู้วัฒนธรรมญี่ปุ่นถึงฮอกไกโด เพื่อตอกย้ำการมีสุขภาพดี นอกจากรับประทานอาหารดีแล้วต้องรู้วิธีเอาออกอย่างเหมาะสม

 

ฮอกไกโดแม้จะมีประวัติศาสตร์ไม่ถึง150 ปี แต่ก็เป็นเมืองที่มีเสน่ห์มากแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะมีการเปลี่ยนเจ้าของบ้านครั้งใหญ่ในสมัยศตวรรษที่ 19 เนื่องจากเดิมทีฮอกไกโดเป็นบ้านของชาวไอนุ ซึ่งก็คือชนพื้นเมืองที่อาศัยอยู่บนเกาะนี้มาอย่างยาวนาน มีรูปร่างหน้าตาละม้ายคล้ายอินเดียนแดงในอเมริกา ใช้ชีวิตแบบชนเผ่าพื้นเมืองทั่วไป แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงปี 1868 ช่วงยุคเมจิ ประวัติศาสตร์ของฮอกไกโดก็เริ่มก่อกำเนิดขึ้น หลังจากเหล่าโชกุนและซามูไรพ่ายแพ้ในสงครามปฏิรูปสมัยเมจิและได้อพยพจากเกาะฮอนชูมาอยู่ฮอกไกโด หลังจากนั้นก็เริ่มเกิดการกลืนชาติเกิดขึ้น ฮอกไกโดกลายเป็นของชาวญี่ปุ่น และชาวไอนุกลายเป็นคนส่วนน้อยไปในที่สุด

ไม่เพียงแต่กลุ่มชาติพันธุ์ที่เปลี่ยนไปเท่านั้น แต่การขยายเมืองฮอกไกโดก็มีความแตกต่างจากเมืองอื่นๆ ในญี่ปุ่น ที่เป็นเช่นนั้นเพราะในช่วงแรกของการขยายเมืองได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ ทำให้การวางผังเมืองมีลักษณะสี่เหลี่ยมคล้ายกับในอเมริกา ดังนั้นฮอกไกโดจึงมีเสน่ห์เฉพาะตัวและความเป็นตะวันตกซ่อนอยู่ภายใต้วัฒนธรรมตะวันออกอย่างลงตัว โดยศูนย์กลางของเมืองที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด คือหอนาฬิกาฮอกไกโด ที่ตั้งอยู่ในซัปโปโร และศาลาว่าการหลังเก่า ที่บอกเล่าเรื่องราวเมืองนี้ไว้ทั้งหมดอย่างครบถ้วน

 

ด้วยภูมิศาสตร์ของฮอกไกโดที่เป็นหมู่เกาะอยู่ทางตอนเหนือสุดของทวีป ทำให้มีอากาศหนาวเย็นและมีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี ประชาชนส่วนใหญ่ยึดอาชีพประมงเป็นหลัก ดังนั้นกิจกรรมแรกที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงเมื่อมาถึงฮอกไกโดก็คือการกินอาหารซีฟู้ด เนื่องจากฮอกไกโดเป็นหมู่เกาะทางตอนเหนือที่ประชากรส่วนใหญ่ทำการประมง วัตถุดิบจากทะเลจึงมีความสด รสชาติดี ไม่มีกลิ่นคาว เรียกว่าตอบสนองทุกประสาทสัมผัสของนักชิมอย่างครบถ้วน

นอกจากจะมีรสชาติดีแล้วยังมีประโยชน์มากมายต่อสุขภาพ เพราะชาวญี่ปุ่นถูกปลูกฝังมาว่า ต้องรับประทานอาหารให้ครบทั้งจากภูเขาและจากท้องทะเล อาหารจากภูเขาคือ ผัก ผลไม้อาหารจากทะเลคือ สาหร่ายทะเล กุ้ง หอย ปู ปลาดังนั้นใน 1 มื้อคนญี่ปุ่นจึงได้สารอาหารครบถ้วนตามที่ร่างกายต้องการพอดิบพอดี ทำให้อาหารญี่ปุ่นนอกจากจะเป็นที่นิยมในประเทศตัวเองแล้ว ยังขยายความนิยมไปสู่ประเทศต่างๆ ทั่วโลก ทั้งเอเชีย ยุโรป และอเมริกา โดยเห็นได้จากการขยายสาขาของกิจการร้านอาหารญี่ปุ่นที่เติบโตอย่างมากมายในช่วง 5-10 ปีมานี้ เพราะชูความโดดเด่นด้านรสชาติและการดูแลสุขภาพไปพร้อมๆ กัน

 

ซูเฮอิ โคอิเดะ ซูเปอร์ไวเซอร์ฝ่ายบริหารจัดการแฟรนไชส์ประเทศไทย ร้านอาหารโอโตยะ เล่าว่านอกจากวัตถุดิบซีฟู้ดที่ขึ้นชื่อแล้ว วัตถุดิบหลักที่ใช้ในการปรุงอาหารในเกือบทุกมื้อยังประกอบด้วยข้าวญี่ปุ่นที่ส่วนใหญ่ยังใช้ถ่านหุงข้าว โดยวางถ่านไม้ไผ่ไว้บนข้าว ถ่านจะปล่อยคลื่นความร้อนทำให้ข้าวสุกทั่ว ได้ข้าวญี่ปุ่นที่เหนียวนุ่มอร่อย แร่ธาตุที่มีประโยชน์ในถ่านจะแทรกซึมเข้าไปในเม็ดข้าว

ผักที่ใช้ในการปรุงอาหารส่วนใหญ่ปลูกด้วยระบบไฮไดรโปนิกส์ ปลอดภัยจากสารเคมี 100% เต้าหู้สด และปลาย่างที่ร้านอาหารส่วนใหญ่ใส่ใจทุกขั้นตอน ตั้งแต่กระบวนการเลือกฤดูกาลจับปลาสถานที่จับปลา การขนส่ง การจัดเก็บ และรักษาความเป็นเอกลักษณ์ในการนำปลามาย่างบนถ่านไม้ยูคาลิปตัส ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษช่วยให้ปลามีกลิ่นหอม

 

ปัจจุบันอาหารญี่ปุ่นไม่ได้แพร่หลายเฉพาะในเอเชีย แต่กระจายสาขาไปทั่วโลก สำหรับในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศไทยถือเป็นเมืองท่าที่รับเอาวัฒนธรรมการรับประทานอาหารญี่ปุ่นไว้กับตัวเองมากที่สุดแห่งหนึ่ง และช่วยส่งต่อในรูปแบบที่มีตัวแทนจำหน่ายชาวไทยออกไปเปิดตลาดในภูมิภาค จากนั้นความนิยมนี้ก็เริ่มกระจายสู่เพื่อนบ้านในสิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม ส่วนลาว กัมพูชา และเมียนมาเริ่มมีความนิยมบ้างประปราย เพราะกำลังซื้อยังไม่สูงนัก

นอกเหนือจากนี้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ความนิยมในอาหารญี่ปุ่นถูกส่งต่อไปยังอินโดนีเซีย โดยเริ่มมีการขยายสาขาในของร้านอาหารญี่ปุ่นในอินโดนีเซียมากขึ้น และมีแนวโน้มขยายตัวจากตลาดที่มีขนาดการบริโภคสูง

หลังจากเพลิดเพลินกับการรับประทานอาหารแล้วก็ถึงเวลาต้องทำกิจกรรมเพื่อเบิร์นไขมัน เพื่อให้ร่างกายเผาผลาญอย่างสมดุล โดยกิจกรรมที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอย่างมากคือ การละเล่นต่างๆ ในสกีรีสอร์ท โดยมีให้เลือกหลากหลาย ทั้งการเล่นสกีแบบปกติ ซึ่งมีการแบ่งเป็นระดับพื้นฐานและระดับแอดวานซ์ ใครที่มีความสามารถระดับไหนก็ต้องเล่นตามสถานะของตัวเองเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ กิจกรรมขี่รถสโนว์โมบิลล์ที่ให้ความรู้สึกคล้ายขี่มอเตอร์ไซค์บนลานหิมะ

 

ความหวาดเสียวอยู่ตรงที่ต้องควบคุมความเร็วและทิศทางของรถบนทางลื่น และไม่ให้ออกนอกเลนที่กำหนด และอีกกิจกรรมที่เหมือนจะธรรมดาแต่เหนื่อยไม่ใช่เล่น คือการเล่นกระดานเลื่อน เพราะเมื่อสไลด์ลงทางลาดไปแล้ว ต้องแบกกระดานลื่นกลับขึ้นมาคืนที่จุดเริ่มต้น ผ่านหนทางที่ลาดชันและเต็มไปด้วยหิมะ งานนี้เล่นเอาหอบไปตามๆ กัน

เสร็จสิ้นจากภารกิจตะลุยหิมะที่สกีรีสอร์ทแล้ว ต้องต่อด้วยกิจกรรมยอดฮิตของนักท่องเที่ยวชาวไทยนั่นก็คือการช็อปปิ้ง ไกด์ครรชิต ไกด์ประจำทริปของเราเล่าว่า จากข้อมูลทางด้านการท่องเที่ยวระหว่างไทยและญี่ปุ่น พบว่า หลังจากนักท่องเที่ยวไทยสามารถเข้าประเทศญี่ปุ่นได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า ทำให้มีนักท่องเที่ยวจากไทยเดินทางเข้ามาปีละ 6 แสนคน และมีการใช้จ่ายรวมสูงกว่านักท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่เดินทางมาไทยปีละ 2 ล้านคนเสียด้วยซ้ำ

ข้อมูลดังกล่าวยืนยันได้เป็นอย่างดีว่านักท่องเที่ยวไทยคือนักช็อปตัวจริง ประกอบกับญี่ปุ่นประเทศที่เต็มไปด้วยสินค้าที่มีความหลากหลาย โดยสินค้าขึ้นชื่อของแต่ละเมืองในญี่ปุ่นจะมีความแตกต่างกัน
และถ้าอยากได้อะไรต้องซื้อเลย เพราะทันทีที่ย้ายจากเมืองหนึ่งไปอีกเมืองหนึ่งจะไม่มีโอกาสได้พบสินค้าชิ้นนั้นอีก

 

แหล่งช็อปปิ้งขึ้นชื่อของฮอกไกโดที่เรามีโอกาสได้สัมผัสในครั้งนี้คือ ย่านซัปโปโร ซึ่งเป็นเมืองหลักของฮอกไกโด สำหรับสินค้าขึ้นชื่อของฮอกไกโดนั้นมีอยู่หลากหลาย แต่ที่เป็นสินค้าที่มีความเฉพาะตัวมากๆคือ ครีมน้ำมันม้า ซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในประเทศญี่ปุ่น และเป็นที่นิยมมากว่า 120 ปี

นอกจากมีคุณสมบัติในการดูแลผิวในชีวิตประจำวันทั้งผิวหน้าและผิวกายแล้ว ยังช่วยรักษาโรคผิวหนัง ภูมิแพ้ รักษาแผลไฟไหม้ แผลน้ำร้อนลวก และโรคริดสีดวงทวาร โดยไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ต่อร่างกายมนุษย์ ทั้งมีอัตราการดูดซึมสูง มีประสิทธิภาพป้องกันการอักเสบ และมีส่วนผสมที่ให้ความชุ่มชื้นจากธรรมชาติโดยครีมน้ำมันม้าที่ว่านี้สามารถหาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วทั้งเมือง

ก่อนจะหมดวัน หลังจากทำกิจกรรมต่างๆ มามากมาย ควรหาเวลาแช่ออนเซ็นสัก 15-30 นาที โดยในน้ำแร่มีแร่ธาตุต่างๆ สะสมอยู่ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ร่างกาย เช่น โซเดียม แคลเซียม ฟลูออไรด์ โพแทสเซียม ช่วยบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ ไม่ว่าจากสาเหตุของการโหมออกกำลังกายอย่างหนักจนกล้ามเนื้ออักเสบ หรืออาการปวดจากการนั่งทำงาน รวมทั้งอาการปวดซึ่งมาจากสาเหตุอื่นๆ และไม่เพียงบรรเทาอาการปวดเมื่อย การแช่ออนเซ็นยังช่วยลดความเครียดทั้งร่างกายและจิตใจ ทำให้ระบบเผาผลาญในร่างกายดีขึ้น ช่วยขับสิ่งอุดตันใต้ผิวหนังและบำรุงผิวพรรณให้สดใส ซึ่งจะเห็นได้จากชาวญี่ปุ่นที่นอกจากจะมีผิวขาวตามธรรมชาติแล้วยังมีผิวพรรณกระจ่างใส

ถ้ามีใครถามว่าจะกลับมาฮอกไกโดอีกไหม ตอบได้เลยว่า แน่นอน เพราะในแต่ละวันที่ผ่านไปก็มีเรื่องราวใหม่ๆ ให้ได้เรียนรู้ไม่มีวันเบื่อ

 

ซากุระบานที่โตเกียว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

28 มีนาคม 2559 เวลา 10:01 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/world/423780

ซากุระบานที่โตเกียว

และแล้วฤดูกาลซากุระบานที่เมืองหลวงของญี่ปุ่นก็มาถึงแม้จะยังบานไม่เต็มที่ แต่ชาวท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวต่างก็ออกไปเที่ยวชมซากุระในแหล่งต่างๆ รวมถึงถนนอินุอิ พระราชวังอิมพีเรียล ซึ่งจะเปิดให้เข้าไปชมซากุระเรื่อยไปจนถึงสิ้นเดือน มี.ค.

ปีนี้ซากุระที่โตเกียวบานเร็วกว่าปีก่อนถึง 2 วัน และในสัปดาห์ถัดไปซึ่งซากุระจะบานสะพรั่งเต็มที่ ประชาชนญี่ปุ่นก็จะออกจากบ้านมาฮานามิ (ชมดอกไม้) กันตามที่เคยทำมาเป็นประเพณียาวนาน

 

 

 

 

เที่ยวแบบชิลๆ ที่สีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

26 มีนาคม 2559 เวลา 10:49 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/world/423586

เที่ยวแบบชิลๆ ที่สีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา

โดย…ทีมงานโลก 360 องศา keb_toke@plat360.com

ถ้าหากเอ่ยถึงสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศกัมพูชา แน่นอนว่าส่วนใหญ่คงนึกถึงนครวัด นครธม สถานที่ท่องเที่ยวอันเลื่องชื่อของจังหวัดเสียมราฐ ที่นักท่องเที่ยวต่างพากันเดินทางมาเข้าชมความสวยงามของปราสาทโบราณกันอย่างไม่ขาดสาย และดูเหมือนว่าความนิยมนั้นจะไม่ลดน้อยลง แต่กลับเพิ่มมากขึ้นทุกปี และถ้าหากมีคำถามต่อไปว่า นอกจากปราสาทโบราณแล้ว ที่ประเทศนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอื่นๆ อีกหรือไม่ ตอบได้เลยตรงนี้ว่า มีอีกมากมายเลยทีเดียว และแน่นอนว่าเรื่องราวความน่าสนใจต่อไปนี้ จะทำให้ใครหลายคนอยากเก็บกระเป๋าออกเดินทางมาท่องเที่ยวยังประเทศนี้เพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน

เมืองสีหนุวิลล์ (Sihanoukville) ชื่ออาจจะไม่ค่อยคุ้นหูสำหรับนักท่องเที่ยวคนไทย แต่สำหรับชาวต่างชาติแล้ว ที่นี่คือสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมเลยก็ว่าได้ นั่นก็เพราะว่าสีหนุวิลล์คือเมืองตากอากาศหนึ่งเดียวของประเทศกัมพูชา ที่มีชายหาดขาวน้ำทะเลใสอยู่หลายแห่งด้วยกัน จึงทำให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ รวมถึงคนกัมพูชาเอง นิยมเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่สีหนุวิลล์มากขึ้นทุกปี

เมืองสีหนุวิลล์ เดิมมีชื่อว่า “กัมปงโสม” และต่อมามีการยกสถานะให้เป็นจังหวัดในปี พ.ศ. 2551 จึงเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “สีหนุวิลล์” โดยคำว่า“สีหะ” แปลว่า “สิงห์” ส่วน “หนุ” แปลว่า “เขี้ยว” เมื่อรวมกันแล้วจึงมีความหมายว่า “เขี้ยวสิงห์” และด้วยความหมายนี้เอง จึงทำให้แลนด์มาร์คหรือสัญลักษณ์ประจำจังหวัดนี้ คือรูปปั้นสิงโตคู่สีทอง ซึ่งอยู่บริเวณวงเวียนใจกลางเมือง

หาดทรายขาว น้ำทะเลใส ที่หาดสุขา (Sokha Beach)

 

เมืองสีหนุวิลล์อยู่ห่างจากกรุงพนมเปญประมาณ 250 กิโลเมตร โดยมีเส้นทางเชื่อมต่อกันด้วยทางหลวงหมายเลข 4 ซึ่งถนนเส้นนี้ถือเป็นถนนสายสำคัญของประเทศกัมพูชา ที่ใช้ในการขนส่งสินค้าไปยังท่าเรือน้ำลึกสีหนุวิลล์ ซึ่งถือเป็นท่าเรือน้ำลึกที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

ท่าเรือน้ำลึกสีหนุวิลล์ตั้งอยู่บนชายฝั่งทะเลอ่าวไทย เริ่มเปิดใช้มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1960 โดยทำเลที่ตั้งนั้น ขนาบด้วยท่าเรือของประเทศไทยทางด้านทิศตะวันตก และท่าเรือโฮจิมินห์ของประเทศเวียดนามทางด้านทิศตะวันออก นอกจากนี้ท่าเรือสีหนุวิลล์ยังสามารถเชื่อมโยงกับศูนย์กลางท่าเรือนานาชาติอีก 2 แห่ง นั่นก็คือ ท่าเรือประเทศสิงคโปร์ และท่าเรือประเทศฮ่องกง ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางท่าเรือนานาชาติ ที่สามารถเชื่อมต่อกับตลาดหลักของโลกอย่างสหรัฐ สหภาพยุโรป จีน และญี่ปุ่นอีกด้วย

นอกจากบทบาทของท่าเรือน้ำลึกที่มีความสำคัญต่อประเทศแล้ว ตามที่ได้เกริ่นไปข้างต้นว่า เมืองนี้ยังได้ชื่อว่าเป็นเมืองตากอากาศหนึ่งเดียวของประเทศ ซึ่งในอดีตเมืองนี้เคยเป็นเมืองพักตากอากาศสไตล์ฝรั่งเศส และถือเป็นสถานที่พักผ่อนชั้นเลิศของบรรดามหาเศรษฐี แต่เมื่อกัมพูชาเกิดความวุ่นวายและเกิดสงครามภายในประเทศ เมืองตากอากาศแห่งนี้ก็ถูกลดบทบาทลงไปด้วย ต่อมาเมื่อรัฐบาลกลับมาให้ความสำคัญและพัฒนาฟื้นฟู รวมถึงส่งเสริมในด้านการท่องเที่ยวมากขึ้น จึงทำให้เมืองสีหนุวิลล์กลับมามีชีวิตชีวาอย่างที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน

สีสันบนหาดทรายขาวที่โอเชอเตียล (Ochheuteal Beach)

 

หาดโอเชอเตียล (Ochheuteal Beach) หาดสาธารณะยอดนิยมอันดับหนึ่งของเมืองนี้ ที่ในอดีตเคยได้รับการยกย่องจากสื่อมวลชนของประเทศออสเตรเลียว่าเป็นชายหาดที่สวยติด 1 ใน 10 ของโลก ซึ่งชายหาดโอเชอเตียลนั้น อยู่ห่างออกไปจากวงเวียนสิงโตคู่ไม่ไกลมากนัก และที่นี่นอกจากจะมีชายหาดที่ขาวความยาวกว่า 2 กิโลเมตรแล้วก็ยังเต็มไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ร้านขายของที่ระลึกอีกด้วย รวมถึงกิจกรรมทางน้ำที่มีให้นักท่องเที่ยวเลือกใช้บริการ สร้างทั้งความสุข ความสนุกแบบเต็มที่กันเลยทีเดียว และที่มากไปกว่านั้นก็คือ บริเวณรอบๆ หาดแห่งนี้ยังมีที่พัก โรงแรม บริการนักท่องเที่ยวมากมาย ซึ่งราคาก็เริ่มต้นตั้งแต่ 10 เหรียญสหรัฐขึ้นไป รวมถึงยามค่ำคืนบริเวณริมหาดโอเชอเตียลยังถูกเนรมิตให้เป็นดินแดนในฝันของใครหลายๆ คนที่จะมาทานอาหารทะเลสดๆ ฟังเพลงเพลินๆ กับบรรยากาศชิลๆ เรียกได้ว่ามาที่หาดโอเชอเตียลหาดเดียวมีครบทุกอย่างจริงๆ

นอกจากนี้แล้ว ที่เมืองสีหนุวิลล์ก็ยังมีชายหาดแบบส่วนตัว นั่นก็คือหาดสุขา (Sokha Beach) และหาดโอเตรส (Otres Beach) ซึ่งทั้งสองหาดนี้ได้รับการการันตีว่า มีความสวยติดอันดับต้นๆ ของสีหนุวิลล์
ซึ่งหาดส่วนตัวนี้จะเปิดให้สำหรับนักท่องเที่ยวที่เข้าพักในโรงแรม หรือมาใช้บริการร้านอาหารหรือกาสิโนเท่านั้น ซึ่งความสุขแบบส่วนตัวนี้อาจจะต้องแลกมากับราคาที่สูงสักหน่อย แต่รับรองว่าความสวยงามของท้องทะเล หาดทรายสีขาว น้ำทะเลใสๆ รับรองว่าคุ้มค่ากับราคาอย่างแน่นอน

และถ้าหากว่าใครสนใจอยากจะเดินทางมาเที่ยวที่สีหนุวิลล์ ปัจจุบันก็เดินทางมาได้สะดวก ถนนหนทางก็ดี มีโรงแรมที่พัก ร้านอาหาร รอต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างครบครัน รวมถึงรถโดยสารหรือรถสามล้อที่กระจายตัวอยู่ทุกมุมเมืองรอบริการนักท่องเที่ยว และที่สำคัญคือ ผู้คนที่นี่น่ารัก อัธยาศัยดีสามารถสื่อสารได้หลายภาษาอีกด้วย สมกับที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของประเทศกัมพูชาจริงๆ แต่ถ้าหากใครอดใจรอเดินทางมาเที่ยวมาสัมผัสประสบการณ์ดีๆ แบบนี้ด้วยตนเองไม่ไหว ก็สามารถติดตามภาพความสวยงามของเมืองตากอากาศเมืองนี้ได้ทางรายการโลก 360 องศา ทาง ททบ.5 วันเสาร์ เวลา 21.20 น. โดยประมาณ และสามารถติดตามเรื่องราวความน่าสนใจของประเทศกัมพูชาได้ในโพสต์ทูเดย์ฉบับต่อไป

บรรยากาศเมืองสีหนุวิลล์

 

อาหารทะเลสดๆ ริมหาด โอเชอเตียล (Ochheuteal Beach)

 

Travel Update

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

26 มีนาคม 2559 เวลา 10:41 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/world/423583

Travel Update

โดย…กาญจนา

สิงคโปร์แอร์ไลน์ส ให้บริการที่นั่งชั้นประหยัดพิเศษ

ผู้โดยสารของสิงคโปร์แอร์ไลน์สที่เดินทางในเส้นทางกรุงเทพฯ-สิงคโปร์ ช่วงวันที่ 12-14 เม.ย. 2559 จะได้ใช้บริการเครื่องบินพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกรุ่นแอร์บัส เอ380 และบริการที่นั่งชั้นประหยัดพิเศษ(Premium Economy Class) เพื่อต้อนรับการเดินทางช่วงสงกรานต์ โดยที่นั่งชั้นประหยัดพิเศษมีความกว้าง 18.5-19.5 นิ้วปรับเอนได้ 8 นิ้ว พร้อมบริการอาหารและแชมเปญ ฟรีน้ำหนักกระเป๋า35 กก. และสมาชิกโปรแกรมสะสมไมล์คริสฟลายเออร์จะได้รับไมล์เพิ่มอีกร้อยละ 10 ราคาเริ่มต้น 1.26 หมื่นบาท จองได้ที่ singaporeair.com หรือโทร. 02-353-6000 ตั้งแต่วันนี้-31 มี.ค. 2559 เพื่อเดินทางวันที่ 1 เม.ย.-15 พ.ค. 2559

 

เปิดแล้ววันนี้ ครอสทู ไวป์ เชียงใหม่

ครอสทู ไวป์ แบรนด์น้องใหม่ในเครือครอสทู เปิดตัวโรงแรมใหม่ล่าสุด ครอสทู ไวป์ เชียงใหม่-ดีเซ็ม โฮเทล ด้วยห้องดีไซน์เก๋ 76 ห้อง มองเห็นวิวดอยสุเทพ ดีไซน์สไตล์ร่วมสมัยผสมแนวเรโทรกับกลิ่นอายของธรรมชาติอย่างลงตัว พร้อมให้จองและเข้าพักได้แล้ววันนี้ ราคาเริ่มต้น 2,500 บาท สอบถามโทร. 053-214-828 หรือเว็บไซต์ www.x2vibe.com

 

พิเศษเฉพาะคนไทย พีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ บีช รีสอร์ท

โรงแรม พีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ บีช รีสอร์ท มอบสิทธิพิเศษสำหรับชาวไทยและชาวต่างชาติที่ทำงานในไทยกับ Thai Resident Package ราคาเริ่มต้น 2.43 หมื่นบาท สำหรับการเข้าพัก 3 วัน 2 คืนในห้องพักดีลักซ์ บังกะโล พร้อมอาหารเช้า บริการรถและเรือรับส่งจากสนามบินถึงโรงแรม และมื้อค่ำที่ห้องอาหารริมชายหาด เข้าพักได้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.-31 ต.ค. 2559 โทร. 02-632 4533 ต่อ 300-302

ไทยแอร์เอเชียบินตรงสู่ โกชิ อินเดีย

สายการบินไทยแอร์เอเชียบุกตลาดอินเดียอีกครั้งกับเส้นทางบินใหม่จากท่าอากาศยานดอนเมืองสู่เมืองโกชิ เมืองท่าสำคัญของชายฝั่งด้านตะวันตกเฉียงใต้และเมืองท่องเที่ยว พร้อมโปรโมชั่นราคาพิเศษ 1,990 บาท จองได้ถึงวันที่ 27 มี.ค. 2559 เพื่อใช้เดินทางวันที่ 16 พ.ค. 2559-22 พ.ค. 2560 ให้บริการบินตรงทุกวัน ซึ่งไทยแอร์เอเชียเป็นสายการบินแรกที่ให้บริการบินตรงสู่โกชิ เพิ่มเติมจากเส้นทางเชนไน และบังกาลอร์ จองได้ที่ www.airasia.com

 

ปั้นทราย…งานศิลป์…ถิ่นระยอง

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานระยอง ร่วมกับ จ.ระยอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดงาน ปั้นทราย…งานศิลป์…ถิ่นระยอง ในวันที่ 8-10 เม.ย. 2559 ณ ชายหาดน้ำริน อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ภายในงานจะได้ชมประติมากรรมทรายที่นำมาร้อยเรียงเป็นเรื่องราวเป็นรูปสัตว์ต่างๆ จำนวน 20 ตัว เช่น พะยูน ช้าง โลมา ปลาหมึกใต้สมุทร ยีราฟ คิงคอง รังสรรค์โดยคณะอาจารย์และนักศึกษาจากช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร สอบถามรายละเอียดโทร. 038-655-420-1 ทุกวันเวลา 08.30-16.30 น.

 

 

ชวนคลายร้อนริมน้ำแควที่ ยู อินจันทรี

หน้าร้อนนี้ โรงแรม ยู อินจันทรี ริมแม่น้ำแคว จ.กาญจนบุรี ชวนมาคลายร้อนกับโปรโมชั่น Flash Deals ห้องสุพีเรียร์ เพียงคืนละ 2,199 บ. ในคืนวันธรรมดา และคืนละ 2,499 บ. ในคืนวันศุกร์-เสาร์ รวมอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน สำรองห้องพักและเข้าพักถึงวันที่ 31 มี.ค. 2559 โทร. 034-521-584 เว็บไซต์ www.ukanchanaburi.com

 

อีสติน ยามา ชวนเที่ยวภูเก็ต ราคาเบาๆ

อีสติน ยามา ภูเก็ต มอบโปรโมชั่นห้องพักในวันหยุดด้วยราคาพิเศษคืนละ 2,599 บาท สำหรับห้องยอดนิยมอย่างห้องสุพีเรียร์ พูลแอคเซส และห้องดีลักซ์ ซีวิว พร้อมอาหารเช้า และมินิบาร์ฟรี 1 ครั้ง โดยต้องจองห้องพักอย่างน้อย2 คืนขึ้นไปตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.-30 มิ.ย. 2559 สอบถามและสำรองห้องพัก โทร. 076-303-456 เว็บไซต์ www.eastinyamaphuket.com

 

ประภาศรี สภานนท์ ครอบครัวเดินทาง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

26 มีนาคม 2559 เวลา 10:34 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/world/423581

ประภาศรี สภานนท์ ครอบครัวเดินทาง

โดย…รอนแรม ภาพ… ประภาศรี สภานนท์

เมื่อการเดินทางสร้างประสบการณ์ คงจะดีที่สุดถ้าประสบการณ์นั้นมีครอบครัว เช่นเดียวกับเรื่องราวของ สอง-ประภาศรี สภานนท์ ผู้ประกาศข่าวช่องเวิร์คพอยท์ แม้จะออกโทรทัศน์ 6 วัน/สัปดาห์ แต่เธอก็สามารถหาเวลาไปสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ กับครอบครัว

โดยปกติแล้วเธอรับผิดชอบรายการข่าวทันใจ วันจันทร์-ศุกร์ และข่าวมื้อเช้าสุดสัปดาห์ในวันอาทิตย์ ซึ่งคำนวณได้ง่ายดายว่าเธอมีวันว่างเพียง 1 วัน แต่ไม่ทราบเพราะเทคนิคอะไรทำให้เธอสามารถจัดสรรวันหยุดให้ครอบครัวเฉลี่ยเดือนละ 1 ครั้ง พาแม่ พี่สาว หลานชาย และน้องเอ๋ (สุนัขพันธุ์ชิสุ) ไปเที่ยวด้วยกันพร้อมหน้า

“สองจะเป็นคนวางแผนการเดินทางเอง เพราะเป็นคนที่มีเงื่อนไขเรื่องเวลาไม่ตรงกับคนอื่น จะให้พี่สาวโดดงานหรือหลานโดดเรียนบ้างตามที่ตกลงกันไป” เธอกล่าวติดตลก แต่ทุกครั้งที่วางแผนเดินทางไม่ใช่เรื่องเล่นๆ

 

ส่วนใหญ่สองจะเลือกไปเที่ยววันธรรมดา ด้วยเหตุผลหลายอย่างทั้งราคาที่ถูกกว่า จำนวนนักท่องเที่ยวมีไม่มากเท่าวันเสาร์-อาทิตย์ และที่สำคัญ คือ ความรู้สึกของสถานที่แห่งนั้น “การเที่ยววันธรรมดามันทำให้สัมผัสสถานที่แห่งนั้นมากกว่า ทำให้รู้สึกผ่อนคลายมากกว่า และบางครั้งก็รู้สึกเหมือนสถานที่แห่งนั้นเป็นของเรา” เธอกล่าว

นอกจากนี้ ความยากที่เกิดขึ้น คือ เธอต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายข้อที่จำเป็นแก่ครอบครัว เริ่มด้วยการคิดถึงน้องเอ๋ เป็นเงื่อนไขแรกที่ต้องทำให้บรรลุก่อนข้ามไปข้อถัดไป “เวลาจองที่พักเธอต้องคิดถึงน้องเอ๋ด้วย” เธอย้ำ ครอบครัวที่มีสัตว์เลี้ยงจะทราบดีว่าการปล่อยให้เขาอยู่บ้านตัวเดียวเป็นเรื่องที่ทำใจได้ยาก ดังนั้นคนกลุ่มนี้จะมีแหล่งข้อมูลตามเว็บไซต์ หรือเฟซบุ๊ก ที่รวบรวมข้อมูลเรื่องที่พักและสถานที่ท่องเที่ยวจากประสบการณ์ของคนรักหมา

“ครอบครัวสองพาน้องหมาไปเที่ยวด้วยกันมานานแล้ว ซึ่งเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนว่าตอนนี้รีสอร์ทต่างๆ มีกฎระเบียบมากขึ้น สาเหตุหลักก็คงเป็นเพราะคนเลี้ยงไม่มีวินัย โดยเฉพาะเรื่องความสะอาด” เธอเปรียบเทียบว่า แต่ก่อนที่พักจะอนุโลมให้เข้าพัก แต่เมื่อนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่เริ่มพาสัตว์เลี้ยงไปเที่ยวจึงเกิดเป็นกฎระเบียบที่แน่นอน

 

ในฐานะที่เลี้ยงสุนัขและไปเที่ยวด้วยกันมานาน สองแนะนำเจ้าของสัตว์เลี้ยงทุกคนว่า จำเป็นต้องเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม ทั้งที่นอน จาน ชาม ขวดน้ำ กระดาษหนังสือพิมพ์ และที่ขาดไม่ได้ คือ สายจูง

“แม้ทริปนั้นตั้งใจจะอยู่แต่ในโรงแรมก็ต้องใช้สายจูง เพราะอย่าลืมว่าที่นั่นไม่ได้มีแค่ครอบครัวของคุณ แต่ยังมีครอบครัวอื่นๆ ที่อาจแพ้ขนสัตว์ หรือไม่รักใคร่สัตว์เลี้ยงเหมือนเราก็ได้ ดังนั้นจึงต้องเคารพซึ่งกันและกัน อย่าให้คนมองสัตว์เลี้ยงของเราด้วยสายตาไม่ดีจนเกิดความรู้สึกต่อต้าน”

ส่วนสถานที่ยอดนิยมส่วนใหญ่จะพาไปทะเล เช่น พัทยา หัวหิน อ่างศิลา (ชลบุรี) เพราะเป็นแหล่งรวมที่พักแบบแพ็ทเฟรนด์ลี่และเป็นสถานที่สุดโปรดของน้องหมา

 

หลังจากเสร็จสิ้นเรื่องน้องเอ๋ก็ถึงคราวตามใจแม่ “แม้ว่าจะไปทะเลก็ต้องหาที่พักแบบบ้านสวนและใกล้ทะเล” เธอกล่าวตามนิสัยของผู้ใหญ่ที่ชอบต้นไม้และอยากมีพื้นที่สีเขียวโดยรอบ จากนั้นก็คิดถึงรายละเอียดอื่นๆ เช่น มีสระว่ายน้ำหรือไม่ เพื่อเอาใจเด็กๆ ความปลอดภัย ความสะดวกในการเดินทางไปตลาดหรือที่เที่ยวอื่นๆ ซึ่งแน่นอนว่ารายละเอียดเหล่านี้ทำให้พิถีพิถันในการเลือกที่พัก ที่กิน ที่เที่ยว ยากกว่าการไปเที่ยวกับเพื่อนหลายเท่าตามจำนวนสมาชิกในครอบครัว

เธอกล่าวไว้น่าสนใจว่า ครอบครัวยุคนี้ไม่ค่อยมีเวลาร่วมกันเพราะต่างคนต่างทำงาน ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ต่างอะไรจากเธอที่ทำงานแทบทุกวันและมีวันหยุดไม่เหมือนพนักงานทั่วไป แต่เธอก็พิสูจน์แล้วว่านั่นไม่ใช่ปัญหา ขอแค่มีความตั้งใจ ไม่ว่าจะยุ่งขนาดไหนคุณก็จะหาเวลาไปได้แน่นอน

“พอใกล้ถึงวันที่จะไปเที่ยวด้วยกัน ความรู้สึกมันจะเกิดขึ้นก่อนเลย มันคือความสุขที่เกิดขึ้นก่อนจะไปเที่ยวเสียอีก เพราะเรารู้ว่ามันไม่ใช่แค่ไปเที่ยวแล้วกลับ แต่มันคือช่วงเวลาที่เราจะมองตากัน แชร์เรื่องราวที่ผ่านมาให้กันฟัง เพราะบางทีการกินข้าวเย็นพร้อมหน้ามันสู้การไปใช้เวลาร่วมกันแบบนั้นไม่ได้” สองทิ้งท้าย

 

โลกของประภาศรี

ถ้ามีโลกของตัวเองหนึ่งใบ เธออยากให้โลกใบนั้น “มีแต่คนจิตใจดี” เธอหัวเราะแก้เขินเล็กน้อย เพราะรู้สึกว่ามันเป็นคำตอบของคนโลกสวย “และฝันให้โลกใบนั้นไม่มีเงิน” เธอกล่าวต่อ

“ในจินตนาการของสองอยากให้ทุกบ้านปลูกผักที่ไม่มีวันตายหนึ่งประเภท ถ้าเบื่อก็เอาไปแลกบ้านอื่น แลกกันในหมู่บ้าน ในจังหวัด ลามไปยังต่างประเทศ ถ้าเป็นเช่นนั้นได้จริงก็ไม่รู้จะเอาเงินไปทำอะไร เพราะทุกวันก็อิ่มท้อง”

ผลที่ตามมา คือ เธอจะได้รายงานแต่ข่าวดีๆ จากนั้นทุกสำนักข่าว ทุกช่อง ทุกประเทศ ก็จะแข่งกันนำเสนอข่าวที่ดี ซึ่งนั่นเป็นประเด็นที่เธออยากถ่ายทอดมากที่สุด

 

เที่ยวไม่มีเบื่อ เที่ยวตอนเหนือเวียดนาม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

19 มีนาคม 2559 เวลา 11:03 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/world/422394

เที่ยวไม่มีเบื่อ เที่ยวตอนเหนือเวียดนาม

โดย…ทีมงานโลก 360 องศา kebtoke@plat360.com

ปัจจุบันการเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศนั้น ไม่มีข้อจำกัดหรือยุ่งยากมากนักหากเทียบกับสมัยก่อน เพราะหลายประเทศมีการส่งเสริมทางด้านการท่องเที่ยวมากขึ้น อีกทั้งเงื่อนไขในการเดินทางเข้าประเทศต่างๆ นั้นก็ลดหย่อนลงมา เพื่อเปิดโอกาสให้กับนักท่องเที่ยวได้เดินทางได้ง่ายและสะดวกขึ้น แต่สำหรับการเดินทางไปบางประเทศยังคงต้องขอวีซ่าเพื่อเข้าประเทศนั้นๆ อยู่ แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้าประเทศได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า

สำหรับประเทศที่เดินทางไปโดยไม่ต้องขอวีซ่านั้น ปัจจุบันประกาศให้มีทั้งหมด 28 ประเทศด้วยกัน และประเทศเวียดนามคือหนึ่งในนั้น ซึ่งประเทศเวียดนามนั้นเป็นอีกประเทศที่มีความหลากหลายในด้านของการท่องเที่ยวที่สามารถดึงดูดให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาเที่ยวที่ประเทศเวียดนามเพิ่มมากขึ้นทุกปี

ความสวยงามของทุ่งนาขั้นบันไดที่จังหวัดห่าซาง

 

กรุงฮานอย เมืองหลวงของประเทศเวียดนาม คือปลายทางอันดับต้นๆ ของนักท่องเที่ยว เพราะความสะดวกสบายต่างๆ ที่เอื้อต่อการเดินทางมาท่องเที่ยวในเมืองนี้ ไม่ว่าจะเป็นสนามบิน Noi Bai ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากใจกลางกรุงฮานอยมากนัก รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวย่านใจกลางเมืองที่มีอยู่หลายที่หลายแห่ง ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้นักท่องเที่ยวต่างมุ่งตรงมาที่นี่

สถานที่ท่องเที่ยวในกรุงฮานอยที่นักท่องเที่ยวนิยมมา ได้แก่ ทะเลสาบฮว่านเกี๋ยม วัดหง็อกเซิน เจดีย์เติ่นกวั๊ก พิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์ และย่าน Old Quarter ซึ่งถือเป็นย่านช็อปปิ้งที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวเวียดนามและชาวต่างชาติ นอกจากนี้ หากเดินทางมาเที่ยวที่กรุงฮานอย แต่อยากเปลี่ยนบรรยากาศจากตัวเมือง ไปเป็นการได้สัมผัสบรรยากาศของธรรมชาติ หรือไปดูวิถีชีวิตของผู้คนในประเทศนี้ ที่ทางตอนเหนือของประเทศเวียดนามก็ยังมีสถานที่ที่ยังมีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ วิวทิวทัศน์ที่สวยงาม รวมถึงวิถีชีวิตของชาวเขาที่อาศัยอยู่แถบตอนเหนือของประเทศ สิ่งเหล่านี้คืออีกหนึ่งสีสันที่หากว่าใครมีโอกาสได้ไปเยือน รับรองว่าจะต้องประทับใจ จนอยากจะเดินทางกลับมาเที่ยวอีกอย่างแน่นอน

วิถีชีวิตท่ามกลางภูเขาหินที่จังหวัดห่าซาง

 

จังหวัดทางตอนเหนือของเวียดนาม ที่เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่นิยมเดินทางมาอันดับต้นๆ ก็คงจะเป็นเมืองซาปา เมืองที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองโรแมนติกที่สุดของประเทศ เพราะด้วยทำเลที่ตั้งที่โอบล้อมไปด้วยภูเขาสูง จึงทำให้ที่ซาปามีอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี และยิ่งไปกว่านั้น หากเป็นช่วงฤดูหนาวที่นี่ก็มีหิมะตกเอาใจบรรดานักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบหิมะเป็นพิเศษอีกด้วย

เมืองซาปานั้น เป็นเมืองที่มีการพัฒนาในด้านธุรกิจการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง เพราะนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวกันมากขึ้น จึงทำให้ที่นี่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางที่สามารถมาได้โดยทางรถยนต์หรือรถไฟก็ได้ หรือจะเป็นโรงแรมที่พักที่มีมากเพียงพอรองรับนักท่องเที่ยว รวมถึงร้านค้าร้านอาหารต่างๆ เรียกได้ว่ามาเที่ยวที่นี่ได้ครบทุกมิติ แต่ถ้าหากว่าเที่ยวในตัวเมืองจนจุใจแล้ว ที่เมืองซาปายังมีหมู่บ้านชาวเขาที่ถือเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คที่ไม่ว่าใครเดินทางมาก็จะต้องแวะไป นั่นก็คือ หมู่บ้านกั๊ตกั๊ต ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองซาปาเพียง 3 กิโลเมตรเท่านั้น และเมื่อมาที่หมู่บ้านนี้นอกจากจะได้เรียนรู้และได้สัมผัสกับวิถีชาวเขาเผ่าม้งแล้ว ยังมีวิวของทุ่งนาขั้นบันไดที่สวยงามตามฤดูการเจริญเติบโตของต้นข้าว ให้นักท่องเที่ยวได้ซึมซับกับธรรมชาติที่สวยงามอีกด้วย

อนุสาวรีย์แห่งชัยชนะที่เมืองเดียนเบียนฟู

 

จังหวัดห่าซาง คืออีกหนึ่งจังหวัดที่มีความหลากหลายไม่แพ้ที่ซาปา ไม่ว่าจะเป็นลักษณะของภูมิประเทศ ที่มีทั้งภูเขาสีเขียวขจี หรือจะเป็นแบบภูเขาหินสีเทาเข้มๆ ที่เขตด่งหวาน ก็เป็นอีกหนึ่งสีสันที่จะทำให้การเดินทางครั้งนี้ดูน่าตื่นตาตื่นใจไม่น้อย แต่ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ที่ห่าซางยังมีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ มีทิวทัศน์ที่สวยงามของทุ่งนาขั้นบันได เช่นเดียวกับที่ซาปา นอกจากนี้ที่นี่ก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่ออีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ตำหนักกษัตริย์ม้ง หรือหอธงชาติหลุงกู๋ ที่เขตด่งหวาน รวมถึงตลาดนัดวันอาทิตย์ที่เขตเหมี่ยวแหวก ซึ่งถือเป็นตลาดนัดที่รวมพ่อค้าแม่ค้าชาวเขาไว้มากที่สุด อีกทั้งที่ตลาดแห่งนี้ก็ยังถือเป็นตลาดปศุสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดห่าซางอีกด้วย

หากมีโอกาสเดินทางมาท่องเที่ยวทางตอนเหนือของเวียดนาม นอกจากซาปาและห่าซางแล้ว ก็ยังมีอีกหนึ่งเมืองที่มีความสำคัญของประเทศเวียดนาม นั่นก็คือ เมืองเดียนเบียนฟู เมืองที่มีบันทึกเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของประเทศ ซึ่งถ้าหากใครอยากทำความรู้จักหรือทำความเข้าใจประเทศเวียดนามให้มากยิ่งขึ้นมาที่เมืองนี้ รับรองว่าไม่ผิดหวัง

วิถีชีวิตชาวไทดำที่เดียนเบียนฟู

 

เมืองเดียนเบียนฟู มีพื้นที่ติดกับประเทศลาว สามารถเดินทางมาได้โดยรถยนต์และรถไฟ เป็นเมืองเล็กๆ แต่ก็มีโรงแรม ที่พัก ร้านค้า ร้านอาหาร เพียงพอสำหรับรองรับนักท่องเที่ยว และสถานที่แรกซึ่งถือเป็นแลนด์มาร์คของเมืองก็คือ อนุสาวรีย์แห่งชัยชนะ ที่สร้างอยู่บนเนินเขาสูง โดดเด่นอยู่ใจกลางเมือง ที่นี่สร้างขึ้นเพื่อเป็นการระลึกถึงชัยชนะของกองทัพเวียดมินห์ ที่นี่นอกจากจะได้มาเห็นและเรียนรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ของประเทศเวียดนามแล้ว ก็ยังถือเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นวิวเมืองเดียนเบียนฟูได้อย่างชัดเจน

นอกจากเที่ยวชมสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์แล้ว วิถีชีวิตของผู้คนที่เมืองนี้ก็ยังคงเอกลักษณ์วัฒนธรรมของตนเองไว้ให้เราได้เห็นและรู้จักพวกเขาให้มากยิ่งขึ้น ผู้คนที่อาศัยอยู่ในเมืองนี้ส่วนใหญ่จะเป็นชาวไทดำ หรือไตดำ ซึ่งปัจจุบันพวกเขาก็ยังคงรักษาวัฒนธรรมประเพณีของตนเองไว้ เช่น ผู้หญิงที่แต่งงานแล้วจะต้องเกล้าผมขึ้น และจะต้องเกล้าแบบนี้ไปตลอดชีวิต หากใครมีโอกาสเดินทางมาที่นี่ก็คงจะสังเกตได้ไม่ยาก ว่าสาวๆ คนไหนโสดหรือแต่งงานมีครอบครัวแล้ว นอกจากนี้ เมืองเล็กๆ สงบๆ เมืองนี้ ยังเป็นทำเลที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินเที่ยวชมเมืองแบบสโลว์ไลฟ์อีกด้วย

การเริ่มต้นออกเดินทางไปยังสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง หรือประเทศใดๆ ก็ตาม หากเราได้มีโอกาสไปสัมผัสครบทุกมิติของประเทศนั้นๆ รับรองว่าการเดินทางจะมีสีสันและมีความประทับใจมากเป็นพิเศษ และทั้งหมดนี้ถือเป็นอีกหนึ่งสีสันของการเดินทางท่องเที่ยวทางตอนเหนือของประเทศเวียดนาม ที่จะทำให้เที่ยวได้แบบไม่มีเบื่ออย่างแน่นอน

 

Travel Update

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

19 มีนาคม 2559 เวลา 10:55 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/world/422393

Travel Update

โดย…กาญจนา

ไหว้พระธาตุช่อแฮเมืองแพร่แห่ตุงหลวง

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานแพร่ เชิญเที่ยวงานประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮ เมืองแพร่แห่ตุงหลวง ประจำปี 2559 วันนี้-22 มี.ค.2559 ณ วัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง จ.แพร่ประเพณีแสดงถึงความเลื่อมใสศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เกิดปีขาลเพราะพระธาตุช่อแฮเป็นพระธาตุประจำปีขาล มีกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น ทำบุญกตัญญูบูชาคุณบูรพาจารย์ ทักษิณานุปทาน เวียนเทียน ฟังพระธรรมเทศนา พิธีส่งพระมหาอุปคุต พิธีสวดมหาสันติงหลวงบูชาองค์พระธาตุช่อแฮพิธีสะเดาะเคราะห์สืบชะตาสำหรับผู้เกิดปีขาล การแสดงทางวัฒนธรรม และการจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง สอบถามวัดพระธาตุช่อแฮ โทร. 054-599-209 หรือสอบถามข้อมูลการเดินทางและการท่องเที่ยว จ.แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ โทร. 054-521-127

 

อยู่ดีกินดีที่เวลล์ สุขุมวิท 20

โรงแรมเวลล์ กรุงเทพ สุขุมวิท 20 เสนอโปรโมชั่น Sleep Well กับห้องพักราคาพิเศษ ดีลักซ์ เริ่มต้นที่ 3,052 บาท เอ็กเซ็กคิวทีฟสวีท เริ่มต้นที่ 7,053 บาท ห้องสวีทจะมีห้องนอนและห้องนั่งเล่นแยกจากกันพร้อมจักรยานออกกำลังกายส่วนตัว พร้อมอาหารเช้า ฟรีมินิบาร์ภายในห้อง เช็กเอาต์ได้ถึง 15.00 น. และฟรีอินเทอร์เน็ตภายในห้องพัก จองห้องพักได้ที่อีเมล rsvn@wellhotelbangkok.com หรือโทร. 02-127-5995

 

หนีร้อนไปหลบ ยู เกาะมัดสุม

โรงแรม ยู เกาะมัดสุม สมุย ชวนหนีความวุ่นวายมาคลายร้อนบนเกาะมัดสุม อยู่ห่างจากเกาะสมุย 20 นาที (มีเรือของโรงแรมให้บริการรับ-ส่งฟรี) กับโปรโมชั่นสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย ศาลาวิลล่าคืนละ 3,399 บาท บีชฟรอนต์พูลวิลล่าพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว คืนละ 9,999 บาท รวมอาหารเช้าและเรือบริการรับ-ส่งจากสมุย จองและเข้าพักได้ตั้งแต่วันนี้-15 ก.ค. 2559 โทร. 077-953-009 เว็บไซต์ www.ukohmadsumsamui.com

 

ฉลองสงกรานต์ที่ป่าตอง อมารี ภูเก็ต

ต้อนรับเทศกาลฉลองวันสงกรานต์บนหาดป่าตองที่อมารี ภูเก็ต เข้าพัก 4 วัน 3 คืน ราคาเริ่มต้น 16,830 บาท พร้อมบริการรถรับ-ส่งสนามบินภูเก็ต เซตดินเนอร์อาหารไทยริมชายหาดการันตีเลตเช็กเอาต์ถึง 16.00 น. ส่วนลดสปา 20 เปอร์เซ็นต์ และในวันที่ 13 เม.ย. 2559 ทางโรงแรมจะเตรียมปืนฉีดน้ำให้ผู้เข้าพักนำไปเล่นสงกรานต์บนถนนบางลา หาดป่าตอง ที่มีงานตั้งแต่เช้าถึงเที่ยงคืน สำรองห้องพักตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพื่อเข้าพักระหว่างวันที่ 11-16 เม.ย. 2559 สอบถามโทร. 076-340-106-14 ต่อ 8033 และ 8034 เว็บไซต์ www.amari.com/phuket

 

ตั๋วราคาพิเศษ จากคาเธ่ย์แปซิฟิค

สายการบินคาเธ่ย์แปซิฟิค และคาเธ่ย์ดรากอน จัดโปรโมชั่นสมาร์ทเซฟเวอร์ ในหลากหลายเส้นทาง กรุงเทพฯ-ฮ่องกง 4,700 บาท กรุงเทพฯ-โตเกียว 1.3 หมื่นบาท กรุงเทพฯ-ซัปโปโร 1.55 หมื่นบาท กรุงเทพฯ-ไต้หวัน 7,210 บาท กรุงเทพฯ-เกาหลีใต้ 11,800 บาท และอีกมาก สำรองที่นั่งได้ตั้งแต่วันนี้-31 พ.ค. 2559 เดินทางได้ตั้งแต่วันนี้-31 ต.ค. 2559 จองผ่านเว็บไซต์ www.cathaypacific.com/th หรือโทร. 02-787-3366

 

แอร์เอเชียเชื่อมอีสาน-ทั่วไทย

สายการบินแอร์เอเชียเปิด 2 เส้นทางใหม่ ขอนเเก่น-เชียงใหม่ และขอนแก่น-หาดใหญ่ บินตรงทุกวัน พร้อมเปิดตัวราคาพิเศษ ขอนเเก่น-เชียงใหม่ ราคารวมเริ่มต้น 590 บาท และขอนเเก่น-หาดใหญ่ ราคารวมเริ่มต้น 890 บาท จองได้ตั้งแต่วันนี้-20 มี.ค. 2559 เดินทางตั้งแต่ 28 เม.ย. 2559-22 พ.ค. 2560 ทางเว็บไซต์ www.airasia.com และทุกช่องทางจำหน่าย ทั้งนี้แอร์เอเชียมี 6 ฐานปฏิบัติการบินในประเทศ ได้แก่ ดอนเมือง ภูเก็ต เชียงใหม่ กระบี่อู่ตะเภา และหาดใหญ่