Chaos รถยนต์ Ultra car คันแรกของโลก ขุมพลัง 3,065 แรงม้า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/667331

วันที่ 04 พ.ย. 2564 เวลา 17:54 น.Chaos รถยนต์ Ultra car คันแรกของโลก ขุมพลัง 3,065 แรงม้าSP Automotive เปิดตัวรถยนต์ระดับ Ultra car คันแรกของโลก กำลังสูงถึง 3,065 แรงม้า ความเร็วสูงสุด 500 กม./ชม.

Spyros Panopoulos Automotive หรือ SP Automotive บริษัทรถยนต์สัญชาติกรีก เปิดตัว “Chaos” รถยนต์ระดับ Ultra car คันแรกของโลก ซึ่งมีกำลังสูงถึง 3,065 แรงม้า

SP Automotive เผยว่านี่ไม่ใช่แค่ Super car หรือ Hyper Car แต่คือ Ultra car คันแรกของโลก ด้วยแรงม้าสูงชนิดที่ไม่เคยมีมาก่อน และคุณสมบัติที่ล้ำหน้าอื่นๆ มันจะเป็นตัวเปลี่ยนเกมสำหรับวงการยานยนต์ระดับสากล ซึ่งเหนือไปกว่า Hyper Car

Chaos มีความเร็วสูงสุด 500 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเร็วกว่า Bugatti Chiron Super Sport 300+ และ Hyper Car ไฟฟ้าอย่าง Rimac Nevera

โดยมีอัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในเวลา 1.55 วินาที และ 100 ถึง 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในอีก 1.7 วินาที

SP Automotive ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการออกแบบและการผลิตชิ้นส่วนสมรรถนะสูงพร้อมเทคโนโลยีเครื่องยนต์สันดาปภายในที่ทันสมัย เริ่มพัฒนารถยนต์รุ่นนี้มาตั้งแต่ปี 2019 โดยใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญที่ได้รับจากนวัตกรรมมากมายในการแข่ง Drag Racing มาใช้ในการพัฒนารถ

“มีความล้มเหลวมากมายอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเรา ในขณะที่เราพยายามค้นหาสิ่งที่ดีที่สุด เนื่องจากเราผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ทั้งหมดด้วยตัวเราเอง วิธีการทำชิ้นส่วนเหล่านั้นจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อผลลัพธ์ที่ได้ ต้องใช้เวลามากในการบรรลุผลสำเร็จทุกครั้ง เนื่องจากความพยายามทั้งหมดของเราตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้เป็นของเราเองล้วนๆ โดยอาศัยการวิจัยของเราเองและด้วยเครื่องจักรของเราเองจึงไปไกลได้ขนาดนี้”

“เนื่องจากเราได้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์สมรรถนะสูงสำหรับรถยนต์ที่หลากหลาย เช่น Lamborghinis และ McLarens เราจึงเกิดแนวคิดที่จะสร้างรถยนต์ที่ออกแบบและผลิตขึ้นเองซึ่งจะมีชิ้นส่วนเหล่านี้ทั้งหมด และจะเป็นยานพาหนะที่เราสร้างให้เสร็จสมบูรณ์” SP Automotive กล่าวกับ Greek Reporter

ผู้พัฒนายังกล่าวอีกว่า Chaos ไม่ใช่รถแข่งแต่คือซิตี้คาร์ รถยนต์ที่สามารถใช้ได้ในทุกวัน แต่มีประสิทธิภาพที่ล้ำหน้าขึ้นเท่านั้น ซึ่งทางบริษัทต้องการให้รถยนต์คันนี้เหมาะสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวันและสำหรับผู้ขับขี่ทุกประเภท

ในส่วนของราคานั้นมีตั้งแต่ 5.5 ล้านยูโร (6.4 ล้านเหรียญสหรัฐ) สำหรับรุ่นพื้นฐาน 2,000 แรงม้า ไปจนถึง 12.4 ล้านยูโร (14.4 ล้านเหรียญสหรัฐ) สำหรับรุ่น 3,000 แรงม้า โดยมีกำหนดส่งมอบครั้งแรกในช่วงต้นปี 2022

อย่างไรก็ตาม SP Automotive ประกาศว่าจะจำกัดการผลิตอยู่ที่ 100 คัน โดยจะผลิตปีละ 15 ถึง 20 คันต่อปีเท่านั้น

ลองเปรียบเทียบกับรถสปอร์ตอื่นๆ อาทิ Bugatti Chiron 1,577 แรงม้า, SSC Tuatara 1,750 แรงม้า, Hennessey Venom F5 คู่แข่งจากอเมริกายกระดับเป็น 1,817 แรงม้า และ Rimac Nevera ซึ่งเป็นรถที่เร่งความเร็วได้เร็วที่สุดในโลกก็มีกำลังเพียง 1,888 แรงม้า

Photo by Spyros Panopoulos

ส่องกลยุทธ์ Shein แบรนด์จีนที่ชนะใจวัยรุ่นอเมริกัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/667309

วันที่ 04 พ.ย. 2564 เวลา 15:30 น.ส่องกลยุทธ์ Shein แบรนด์จีนที่ชนะใจวัยรุ่นอเมริกันแบรนด์แฟชั่นจากจีนเจ้านี้ก้าวขึ้นเป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งที่มียอดดาวน์โหลดมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา มูลค่าแซงหน้ายักษ์ใหญ่หลายราย

Shein บริษัทแฟชั่นออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกตามรายงานของ Euromonitor ก้าวขึ้นเป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งที่มียอดดาวน์โหลดมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา แซงหน้าอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon และขึ้นอันดับ 2 ในฐานะเว็บไซต์ช้อปปิ้งออนไลน์ยอดนิยมของวัยรุ่น ตามแบบสำรวจล่าสุดของ Piper Sandler ซึ่งเผยแพร่เมื่อเดือนที่แล้ว

ขณะนี้มีมูลค่าประมาณ 15,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และเพิ่งแซงหน้า H&M, Zara และ Forever 21 ในฐานะผู้ค้าปลีกแฟชั่นฟาสต์แฟชั่นที่มียอดขายสูงสุดในสหรัฐอเมริกา

Coresight Research พบว่า Shein มีรายได้ประมาณ 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐในปีที่แล้ว ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 250% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่คู่แข่งอย่าง Asos และ Boohoo มีรายได้ 4,400 ล้านเหรียญสหรัฐ และ 2,400 ล้านเหรียญสหรัฐตามลำดับ

อะไรทำให้ Shein เติบโตอย่างรวดเร็ว?

Erin Schmidt นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Coresight Research มองว่า Shein ได้เปลี่ยนวิธีการผลิตในอุตสาหกรรมแฟชั่น

Shein ถูกระบุว่าได้สร้างนิยามใหม่ในโลกของฟาสต์แฟชั่น ด้วยการย่นเวลาในการผลิตเหลือเพียง 1 สัปดาห์ กับเสื้อผ้าแบบใหม่ๆ เกือบ 3,000 รูปแบบทุกสัปดาห์ และราคาต่ำกว่าคู่แข่งมาก

• อัพเดตสินค้าอยู่เสมอ

Shein เพิ่มสินค้าใหม่ๆ บนหน้าเว็บโดยเฉลี่ย 2,800 รายการต่อสัปดาห์ เมื่อเทียบกับ Boohoo ซึ่งเป็นคู่แข่งฟาสต์แฟชั่นในสหราชอาณาจักรได้เพิ่มสินค้าใหม่ประมาณ 500 รายการต่อสัปดาห์

• ดำเนินธุรกิจแบบออนดีมานด์

สินค้าใหม่ถูกผลิตขึ้นทีละน้อยๆ (ประมาณ 100 ชิ้น) และจะผลิตเพิ่มขึ้นตามความนิยมเท่านั้น ทำให้มีเสื้อผ้าเหลือทิ้งน้อยลง เนื่องจากบริษัทไม่ได้ผลิตสินค้าจำนวนมากที่ลูกค้าไม่ต้องการ

• ซัพพลายเชนที่เป็นเอกลักษณ์

Business Insider ระบุว่า Shein ติดตามกระบวนการผลิตอย่างใกล้ชิด และแบ่งปันข้อมูลการค้นหาของลูกค้าให้กับซัพพลายเออร์แบบเรียลไทม์ เพื่อเป็นแนวทางในการออกแบบและผลิต

Bloomberg ระบุว่าผู้ผลิตจะต้องอยู่ห่างจากศูนย์กลางการจัดหาสินค้า (Sourcing Hub) ในกวางโจวไม่เกิน 5 ชั่วโมงสำหรับการเดินทางโดยรถยนต์ และพวกเขาต้องสามารถออกแบบและผลิตให้เสร็จได้ภายในเวลาเพียง 10 วัน

• ราคาถูก

Schmidt กล่าวว่าราคาเป็นจุดเด่นอีกประการหนึ่งของแบรนด์ โดยสินค้าของ Shein มีราคาเริ่มต้นไม่ถึง 1 เหรียญสหรัฐสำหรับเครื่องประดับ และเราสามารถเข้าถึงชุดเดรสหรือเสื้อสเวตเตอร์ได้ในราคาต่ำกว่า 10 เหรียญสหรัฐ

• เน้นโฆษณาบนโซเชียลมีเดีย

Shein เข้าถึงนักช้อปทางอินเทอร์เน็ต โดยวิดีโอประเภท “haul” หรือแกะกล่องรีวิวสินค้าถูกแชร์อย่างกว้างขวางทั้งบน TikTok, Instagram และ Youtube ซึ่งถือเป็นการทำการตลาดบนโซเชียลมีเดียที่ประสบความสำเร็จ

โดยขณะนี้ Instagram ของ Shein (@sheinofficial) มีผู้ติดตามกว่า 22 ล้านคน และ TikTok (@shein_official) มีผู้ติดตามกว่า 3 ล้านคน

จุดเริ่มต้นของ Shein

ในปี 2008 Chris Xu ซึ่งมีพื้นฐานในด้านการตลาดและการทำ SEO (Search Engine Optimization) เริ่มเปิดธุรกิจขายชุดแต่งงานออนไลน์ ก่อนที่จะเปลี่ยนมาขายเสื้อผ้าสตรีในปี 2012 โดยใช้ชื่อว่า SheInside.com

จนกระทั่งปัจจุบันแบรนด์ Shein ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กวางโจว เป็นแบรนด์ฟาสต์แฟชั่นที่จำหน่ายทั้งเสื้อผ้าสตรี เสื้อผ้าบุรุษ เสื้อผ้าเด็ก และของใช้อื่นๆ ซึ่งจัดส่งไปยัง 220 ประเทศทั่วโลก

ประเด็นถกเถียง

ท่ามกลางความสำเร็จและยอดขายมหาศาล Sixth Tone เผยข้อมูลอีกด้านหนึ่งว่า Shein เน้นการผลิตเสื้อผ้าที่รวดเร็วและราคาถูกกว่าคู่แข่ง จึงเกิดประเด็นถกเถียงเกี่ยวกับสวัสดิการแรงงานซึ่งมีข้อมูลเปิดเผยว่าพนักงานในโรงงานที่ประเทศจีนมีสภาพการทำงานที่ไม่ดีนัก และต้องทำงานหนักโดยมีเวลาพักน้อย

Huang Yan ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี South China ในกวางโจวซึ่งทำงานวิจัยเกี่ยวกับความเป็นอยู่ของแรงงานในประเทศจีน กล่าวว่า ความเป็นอยู่ของแรงงานในอุตสาหกรรมฟาสต์แฟชั่นของจีนเป็นการก้าวถอยหลังในแง่ของการคุ้มครองสิทธิแรงงาน และผลประโยชน์ของคนงานมักจะถูกละเลย

นอกจากนี้อีกด้านหนึ่งตระหนักถึงผลเสียของฟาสต์แฟชั่น และการบริโภคเสื้อผ้าและสินค้าแฟชั่นราคาถูก ซึ่งกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มคนรุ่นใหม่ เนื่องจากแฟชั่นมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทำให้พวกเขาไม่ต้องรู้สึกเสียดายเมื่อต้องซื้อสินค้าตามเทรนด์ใหม่ๆ และต้องทิ้งของเก่าที่ตกรุ่นแล้ว

โดย Lauren Bravo ผู้เขียนหนังสือ How To Break Up With Fast Fashion กล่าวว่าเสื้อผ้าราคาถูกสนับสนุนให้ผู้บริโภคมองว่าเป็นเสื้อผ้าที่ใช้แล้วทิ้ง ทำให้หลายคนกังวลเกี่ยวกับความยั่งยืน

ที่มา: Business InsiderSixth ToneThe Guardian

AFP PHOTO CHINA OUT

จีนป้องกันปักกิ่งเต็มที่หลังโควิดกระจายครึ่งประเทศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/667291

วันที่ 04 พ.ย. 2564 เวลา 14:00 น.จีนป้องกันปักกิ่งเต็มที่หลังโควิดกระจายครึ่งประเทศจีนสกัดโควิดเข้มไม่ให้เข้ากรุงปักกิ่งเตรียมเปิดโอลิมปิกฤดูหนาวในอีกไม่ถึง 100 วัน

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ทางการจีนตั้งป้อมป้องกันกรุงปักกิ่งจาก Covid-19 เต็มที่ หลังจากเชื้อแพร่กระจายไปใน 19 มณฑลจากทั้งหมด 31 มณฑล นับเป็นการแพร่ระบาดเป็นวงกว้างที่สุดนับตั้งแต่การระบาดที่เมืองอู่ฮั่นเมื่อปี 2019 เพื่อป้องกันเมืองหลวงของประเทศที่กำลังเตรียมพร้อมจัดการประชุมพรรคคอมมิวนิสต์และกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่จะเริ่มขึ้นในอีกไม่ถึง 100 วัน

ผู้ให้บริการรถไฟของรัฐเผยว่า ได้หยุดจำหน่วยตั๋วรถไฟที่ออกจาก 123 สถานีใน 23 พื้นที่ที่พบผู้ติดเชื้อ และก่อนหน้านี้รัฐบาลท้องถิ่นในกรุงปักกิ่งสั่งห้ามไม่ให้ผู้ที่มาจากพื้นที่ที่พบ Covid-19 เดินทางเข้ากรุงปักกิ่ง

มาตรการสกัด Covid-19 ที่เข้มงวดขึ้นมีขึ้นหลังจากตัวเลขผู้ติดเชื้อในกรุงปักกิ่งเพิ่มขึ้นติดต่อกันในช่วงหลายวันที่ผ่านมาเกือบแตะ 40 คน

มาตรการจำกัดการเดินทางยังส่งผลให้ชาวกรุงปักกิ่งไม่สามารถเดินทางกลับบ้านได้ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะระบบอิเล็กทรอนิกปิดกั้นไม่ให้พวกเขาจองตั๋วเครื่องบินหรือรถไฟ เนื่องจากระบบขึ้นทะเบียนกรุงปักกิ่งเป็นพื้นที่แพร่ระบาด

รัฐบาลท้องถิ่นกรุงปักกิ่งขอโทษต่อปัญหาที่เกิดขึ้น ทว่าในเวลาต่อมาได้ขอความร่วมมือชาวกรุงปักกิ่งที่ยังเดินทางอยู่ในพื้นที่อื่นที่พบการระบาดให้ชะลอการเดินทางกลับ

นอกจากนี้ยังสั่งล็อกดาวน์โรงเรียน 2 แห่งชั่วคราวและสั่งให้โรงเรียนอีก 16 แห่งกลับไปเรียนออนไลน์หลังพบครูติดเชื้อ 1 ราย

Photo by Jade GAO / AFP

‘เสพติดคริปโต’ โรคใหม่อันตรายที่หลายคนกำลังเผชิญ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/667279

วันที่ 04 พ.ย. 2564 เวลา 13:30 น.'เสพติดคริปโต' โรคใหม่อันตรายที่หลายคนกำลังเผชิญอาการเสพติดคริปโต วิกฤตด้านสุขภาพจิตที่กำลังระบาดหนักจนต้องมีนักบำบัด

เมื่อการเทรดคริปโตเคอร์เรนซีเป็นที่นิยมในวงกว้างจนกลายเป็นกระแสหลัก ทำให้หลายคนกำลังพบเจอกับปัญหาเดียวกับ แมตต์ แดนซิโก (Matt Danzico) นั่นก็คือการ “เสพติดคริปโต”

AFP เผยบทสัมภาษณ์ของแดนซิโก นักออกแบบและนักข่าวจากบาร์เซโลนา วัย 39 ปี ซึ่งเล่าว่า เขาเริ่มรู้ตัวว่าตัวเองมีปัญหาหลังเริ่มลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลอย่าง Bitcoin และ Ethereum จนกลายเป็นความหมกมุ่น

“ผมนอนไม่หลับ และต้องพยายามเอาเรื่องเหล่านี้ออกจากสมอง ผมคิดว่าผมเสียสติไปแล้วแน่ๆ … เงินที่เก็บมาหลายปีสูญไปอย่างรวดเร็ว” แดนซิโกกล่าวถึงการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลของเขา ซึ่งทั้งสองเหรียญนี้ขึ้นชื่อว่ามีความผันผวนมาก

“อารมณ์ของเขาเหมือนกับรถไฟเหาะตีลังกา” ภรรยาของเขากล่าวและสังเกตว่าเขามักมีความวิตกกังวลและฉุนเฉียว

แดนซิโกไม่ยอมบอกว่าเขาสูญเงินกับการลงทุนไปเท่าไหร่ บอกเพียงแต่ว่ามันไม่ดีเลยสำหรับตัวเลขในบัญชีของเขา

แดนซิโกใช้เวลาบำบัดอยู่หลายเดือนเพื่อเอาเรื่องเหล่านี้ออกไปจากสมอง และหันไปให้ความสนใจกับเรื่องอื่นๆ รอบตัว จนท้ายที่สุดเขาก็สามารถเลิกเสพติดคริปโตได้

ตอนนี้เขายังคงถือสินทรัพย์ดิจิทัลบางส่วนแต่ทราบดีว่าต้องลงทุนแบบกระจายความเสี่ยงและไม่หมกมุ่นอยู่กับมันจนเกินไป

เมื่อคริปโตเคอร์เรนซีได้รับความนิยมมากขึ้นทั่วโลก ผู้คนหลายสิบล้านคนเข้ามาลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล แดนซิโกกล่าวว่ามีประสบการณ์ที่ย่ำแย่ไปกว่าเรื่องราวของเขากำลังเกิดขึ้นทั่วโลก

เสพติดคริปโตเป็นอย่างไร?

แดนซิโกต้องการให้สังคมตระหนักว่าสิ่งนี้ถือเป็น “วิกฤตสุขภาพจิตครั้งใหญ่” สำหรับใครก็ตามที่มีอาการเสพติดคริปโต โดยชี้ว่ามันไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลย สังเกตได้จากใน Twitter ซึ่งมีผู้ที่ชื่นชอบการเทรดคริปโตมารวมตัวกันจำนวนมาก หลายคนสุขภาพจิตย่ำแย่เรื้อรัง มีภาวะซึมเศร้า หรือคิดจะฆ่าตัวตาย เพราะความผันผวนของมัน

“ลูกๆ ของคุณสามารถกลายเป็นเศรษฐีอยู่ในห้องใต้ดิน และสูญเสียทุกอย่างก่อนที่จะวิ่งไปทานอาหารเย็น” แดนซิโกกล่าวถึงความผันผวนของคริปโต

แดนซิโกเริ่มค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับการเสพติดคริปโต ซึ่งพบการศึกษาจำนวนหนึ่งและเขาได้รวบรวมข้อมูลไว้ในบทความบนเว็บไซต์ Cointelegraph นอกจากนี้ยังพบว่ามีนักบำบัดจำนวนหนึ่งที่ให้ความช่วยเหลือเกี่ยวกับอาการเสพติดคริปโตด้วย

ผู้เชี่ยวชาญถือว่าอาการนี้เป็นรูปแบบหนึ่งของการติดพนัน โดยสังเกตเห็นความคล้ายคลึงกันกับนักลงทุนในวอลล์สตรีท

Castle Craig คลินิกบำบัดในสกอตแลนด์ อธิบายว่าการเสพติดคริปโตเป็น “โรคระบาดยุคใหม่” ซึ่งมักพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง โดยตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นเพราะมีเพศหญิงที่เทรดคริปโตน้อยกว่าเพศชาย

ทั้งนี้ แพลตฟอร์มเทรดคริปโต Crypto.com ประมาณการในเดือนก.ค. ที่ผ่านมาว่ามีผู้คน 221 ล้านคนกำลังทำการซื้อขายคริปโต ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวในรอบ 6 เดือน เนื่องจากผู้คนนับล้านเริ่มเข้ามาเทรดขณะที่ต้องกักตัวอยู่บ้านท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด-19

Photo by REUTERS/Edgar Su/Illustration

เอเจนซี่เตรียมขาย NFT โฟโต้การ์ดบอยแบนด์ BTS #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/667275

วันที่ 04 พ.ย. 2564 เวลา 12:30 น.เอเจนซี่เตรียมขาย NFT โฟโต้การ์ดบอยแบนด์ BTSเอเจนซี่ของหนุ่มๆ วง BTS จากแดนกิมจิเตรียมขายโฟโต้การ์ดในรูปแบบสินทรัพย์ดิจิทัลและพัฒนาวิดีโอเกมร่วมกับวง

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า Hybe Co. เอเจนซี่ของ BTS บอยแบนด์ชื่อดังจากเกาหลีใต้ เตรียมจับมือกับผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนคริปโตเคอร์เรนซีที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ เพื่อจำหน่ายเหรียญดิจิทัล NFT ที่เกี่ยวข้องกับวง BTS และยังมีแผนจะเปิดตัววิดีโอเกมที่ร่วมพัฒนาโดยหนุ่มๆ ในวงด้วย

หนังสือที่ Hybe Co. แจ้งไปยังหน่วยงานกำกับดูแลระบุว่า ภายใต้ความร่วมมือกันนั้น Hybe Co. จะซื้อหุ้น 2.5% ของ Dunamu ซึ่งดำเนินกิจการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลในชื่อแพลตฟอร์ม Upbit ในมูลค่า 500,000 ล้านวอน หรือราว 14,117 ล้านบาท และ Hybe Co.จะออกหุ้นใหม่ให้ Dunamu มูลค่า 700,000 ล้านวอน

โฟโต้การ์ดของหนุ่มๆ BTS ในรูปแบบ NFT จะเปิดตัวในแพลตฟอร์ม Upbit ซึ่งสามารถนำไปแชร์ต่อในโลกเสมือนจริงได้ ขณะที่การ์ดแบบดั้งเดิมของ BTS มักจะออกมาในปริมาณที่จำกัด และมีการเก็บสะสมและซื้อขายโดยกลุ่มแฟนคลับที่พบกันแบบตัวต่อตัว

“เรากำลังทำงานร่วมกับ Dunamu เพื่อสร้างสรรค์วิธีการเพิ่มประสบการณ์ใหม่ๆ ให้แฟนคลับ” บังชีฮยอก ผู้ก่อตั้ง Hybe Co. เผย และบอกอีกว่า เป้าหมายคือการให้สิทธิ์การเป็นเจ้าของการ์ดที่ปลอดภัยและเปิดโอกาสให้มีการเก็บสะสม แลกเปลี่ยน และนำมาโชว์ในชุมชนแฟนคลับทั่วโลก ซึ่งแทนที่จะเป็นภาพเพียงภาพเดียว การ์ดรูปแบบ NFT นี้จะเปลี่ยนเป็นการ์ดภาพถ่ายดิจิทัลที่มีภาพเคลื่อนไหวและเสียงได้

Bloomberg รายงานอีกว่า Hybe ยังมีแผนจะเปิดตัวการ์ตูนที่มีหนุ่มๆ ของ BTS เป็นตัวละครซึ่งจะปล่อยผ่านแพลตฟอร์มของ Naver Webtoon ในเดือน ม.ค.ปีหน้า และยังมีวิดีโอเกมที่พัฒนาร่วมกับสมาชิกในวงในช่วงครึ่งแรกของปี 2022

NFT ได้รับความนิมยมมากขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยภาพล้อเลียนของลิงและสิงโตสามารถทำราคาได้สูงนับล้านๆ เหรียญสหรัฐ และบรรดาสปอร์ตคลับและผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่คือหนึ่งในกลุ่มที่ก้าวเข้ามาในธุรกิจนี้ โดย BTS จะเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ใหญ่ที่สุดที่เข้าร่วมกระแส NFT นี้

REUTERS/Kim Hong-Ji/File Photo

Fed ประกาศถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/667257

วันที่ 04 พ.ย. 2564 เวลา 09:43 น.Fed ประกาศถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นไปตามคาด เฟด ประกาศทำ Tapering แต่ไม่เปลี่ยนมุมมองเงินเฟ้อ

ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศเมื่อวันพุธตามเวลาท้องถิ่นว่าจะเริ่มลดขั้นตอนการซื้อพันธบัตรเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในปลายเดือนนี้ เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งจากการระบาดใหญ่

แต่คณะกรรมการตลาดกลางแห่งสหพันธรัฐ (FOMC) ของธนาคารกลางไม่ได้เปลี่ยนแปลงจุดยืนของตนอย่างมีนัยสำคัญต่ออัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นของสหรัฐในแถลงการณ์ที่เผยแพร่หลังจากการประชุมนโยบายสองวัน

ในขณะที่เฟดตระหนักดีว่าอุปสงค์ที่แข็งแกร่งประกอบกับปัญหาอุปทาน “มีส่วนทำให้ราคาเพิ่มขึ้นอย่างมากในบางภาคส่วน” เฟดยังคงมองว่าอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นเป็นผลมาจากปัจจัย “ชั่วคราว”

อย่างไรก็ตาม เฟดก็พร้อมที่จะยกเลิกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเร็วขึ้นหากจำเป็น ตามคำแถลงดังกล่าว

เศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้รับแรงกระตุ้นการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยผู้บริโภคใช้จ่ายอย่างอิสระในการซื้อรถยนต์ บ้าน และสินค้าอื่นๆ แต่ปัญหาคอขวดของอุปทานและการขาดแคลนทำให้ราคาสูงขึ้น กระตุ้นให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเฟดเริ่มไม่แยแสกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ

แถลงการณ์ของ FOMC ดูเหมือนจะมุ่งเป้าไปที่การสร้างสมดุล โดยตระหนักถึงอัตราเงินเฟ้อที่ “สูงขึ้น” แต่ย้ำว่า “สะท้อนถึงปัจจัยส่วนใหญ่ที่คาดว่าจะเป็นเพียงชั่วคราว”

คณะกรรมการตั้งข้อสังเกตว่าแม้จะมีภาวะสะดุดจากคลื่นการติดเชื้อในช่วงฤดูร้อนจากเชื้อเดลต้าที่ทำให้การเติบโตช้าลง “ความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนและการผ่อนคลายข้อจำกัดด้านอุปทานคาดว่าจะสนับสนุนการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการจ้างงานตลอดจนลดอัตราเงินเฟ้อ”

เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เป็นศูนย์ในเดือนมีนาคม 2020 หลังจากการระบาดใหญ่ที่ชายฝั่งสหรัฐ ส่งผลให้ธุรกิจต้องปิดตัวไปในวงกว้าง

นอกจากนี้ยังเริ่มซื้อพันธบัตรกระทรวงการคลังมูลค่า 80,000 ล้านดอลลาร์ต่อเดือนและหลักทรัพย์ที่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานจำนองอย่างน้อย 40,000 ล้านดอลลาร์เพื่อป้องกันการล่มสลายทางการเงิน

คณะกรรมการกล่าวว่าในเดือนนี้จะเริ่มลดอัตราการซื้อรายเดือนลง 10,000 ล้านดอลลาร์สำหรับคลัง และ 5 พันล้านดอลลาร์สำหรับหลักทรัพย์ค้ำประกัน

ในขณะที่ FOMC คาดว่าจะลดยอดรวมลงอย่างต่อเนื่องในแต่ละเดือน “ก็พร้อมที่จะปรับจังหวะการซื้อหากรับประกันโดยการเปลี่ยนแปลงในแนวโน้มเศรษฐกิจ” แถลงการณ์ดังกล่าว

นักเศรษฐศาสตร์หลายคนเตือนว่าประธานเฟด คือ เจอโรม พาวเวลล์ (Jerome Powell) พอใจกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อมากเกินไป และกำลังเรียกร้องให้เขาเปลี่ยนแนวทางของเขา

พาวเวลล์ ซึ่งกำลังรอข่าวว่าประธานาธิบดีโจ ไบเดนจะตั้งให้เขาเป็นประธานสมัยที่ 2 หรือไม่ ได้กล่าวว่าเฟดจะไม่เริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจากศูนย์ จนกว่าจะเสร็จสิ้นโครงการซื้อพันธบัตร

เอียน เชพเพิร์ดสัน (Ian Shepherdson) จาก Pantheon Macroeconomics กล่าวว่าแถลงการณ์ของ FOMC เสนอ “การเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย” แต่คาดว่า พาวเวลล์จะยังคงแก้ต่างมุมมองของเขาว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อเป็นเพียงชั่วคราวและมีแนวโน้มที่จะจางหายไป

REUTERS/Kevin Lamarque/File Photo/File Photo

สื่อญี่ปุ่นจองเวรเจ้าหญิงมาโกะกับสามีไม่หยุด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/667235

วันที่ 03 พ.ย. 2564 เวลา 18:40 น.สื่อญี่ปุ่นจองเวรเจ้าหญิงมาโกะกับสามีไม่หยุดสื่อญี่ปุ่นตามขุดคุ้ยแม้แต่เรื่องครอบครัวไปถึงเล็กๆ น้อยๆ อย่างทรงผมของโคมุโระ แม้แต่งงานแล้วก็ยังไม่หยุด

ในที่สุดเจ้าหญิงมาโกะแห่งราชวงศ์ญี่ปุ่นและ เคอิ โคมุโระ พระสหายร่วมชั้นเรียนมหาวิทยาลัย ก็ได้เข้าพิธีเสกสมรสกันอย่างเรียบง่ายหลังจากต้องเลื่อนมาเกือบ 4 ปี แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ทั้งคู่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคร่วมกันมากมาย โดยเฉพาะข่าวฉาวของโคมุโระที่ถูกสื่อญี่ปุ่นขุดคุ้ยแทบทุกซอกทุกมุม

ตอนแรกดูเหมือนว่าชาวญี่ปุ่นจะแฮปปี้กับเจ้าหญิงมาโกะ หลังจากทั้งคู่จับมือกันประกาศข่าวดีเมื่อปี 2017 ว่าได้หมั้นกันเรียบร้อยแล้ว และมีกำหนดจะเข้าพิธีเสกสมรสกันในวันที่ 4 พ.ย. 2018 ทว่าความยินดีนี้อยู่กับทั้งคู่ได้ไม่นาน

เดือน ธ.ค. 2017 นิตยสารรายสัปดาห์ Shukan Josei ตีแผ่ข่าวใหญ่ด้วยพาดหัวว่า “ช็อกราชวงศ์ญี่ปุ่น แม่โคมุโรเป็นหนี้อดีตคู่หมั้น” โดยมีรายละเอียดว่า อดีตคู่หมั้นของแม่ของโคมุโระอ้างว่าสองแม่ลูกไม่ยอมคืนเงินที่กู้ยืมไปราว 36,000 เหรียญสหรัฐ (เงินส่วนนี้ถูกนำไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการศึกษาเล่าเรียนที่สหรัฐของโคมุโระด้วย)

ไม่นานหลังจากนั้นทั้งสื่อแทบลอยด์และสื่อหลักก็พากันขุดคุยชีวิตส่วนตัวของครอบครัวโคมุโระ ไม่ว่าจะเป็นข่าวเล็กน้อยแค่ไหนหรือข่าวลือใดๆ ล้วนได้พื้นที่สื่อ ไม่ว่าจะเป็นข่าวว่าโคมุโรเป็นกำกร้าตั้งแต่เด็กเพราะพ่อฆ่าตัวตาย ต่อมาไม่นานปู่ก็ฆ่าตัวตายเช่นกัน ไปจนถึงข่าวการใช้ชีวิตราวเพลย์บอยท่ามกลางสาวๆ หลายคนรวมถึงการเที่ยวกลางคืนขณะศึกษาที่สหรัฐ

โซเชียลมีเดียญี่ปุ่นก็ไม่เว้น บางคนอ้างว่าโคมุโระมีสายเลือดเกาหลี-ญี่ปุ่น ซึ่งเดิมทีคนญี่ปุ่นเชื้อสายเกาหลีถูกนำเข้ามาในญี่ปุ่นเพื่อเป็นแรงงานทาสและมักจะถูกดูถูก ถูกมองว่าเป็นกลุ่มคนชายขอบไม่มีความสำคัญ

ข่าวฉาวเหล่านี้ส่งผลให้ในเดือน ก.พ. 2018 เจ้าหญิงมาโกะทรงประกาศเลื่อนพิธีเสกสมรสออกไปเป็นปี 2020 โดยระบุว่าเตรียมการไม่ทัน แต่ก็มีบางคนเชื่อว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับข่าวของฝ่ายชาย และอีกไม่กี่เดือนต่อมาเจ้าชายอากิชิโนะ พระบิดาของเจ้าหญิงมาโกะแถลงข่าวว่า จะไม่มีการจัดพิธีหมั้นจนกว่าโคมุโระจะจัดการปัญหาการเงินของตัวเองให้เรียบร้อย

ไม่เฉพาะสำนักพระราชวังเท่านั้นที่ไม่เห็นด้วยกับการหมั้นของเจ้าหญิงมาโกะกับแฟนหนุ่มสามัญชน ชาวญี่ปุ่นก็มองว่าโคมุโระไม่เหมาะสมกับเจ้าหญิงของพวกเขา เพราะข้อพิพาทเกี่ยวกับการเงินของแม่ แม้ว่าภายหลังโคมุโระจะชี้แจงว่า เป็นเงินที่อดีตคู่หมั้นของแม่ให้เป็นของขวัญ ไม่ใช่เงินกู้ยืม และเขาจะจ่ายเงินคืน ชาวญี่ปุ่นก็ยังไม่ยอมปล่อย

ข่าวทำท่าว่าจะเงียบไปหลังจากโคมุโระเดินทางไปศึกษาต่อนิติศาสตร์ที่สหรัฐจนกระทั่งทีมงานทีวีของ FNN ของญี่ปุ่นเห็นโคมุโระเดินอยู่ที่ถนนสายหนึ่งของนิวยอร์กด้วยผมทรงใหม่ผิดหูผิดตาไปจากชายหนุ่มในมาดเนี้ยบเรียบร้อยเมื่อครั้งประกาศข่าวการหมั้น

หลังจากนั้นภาพผมหางม้าของโคมุโระที่ถ่ายมาแทบจะทุกมุมกล้องก็ถูกแชร์ในโลกโซเชียลมีเดียอย่างรวดเร็วราวไฟลามทุ่ง จนแฮชแท็ก “ผมหางม้า” ติดเทรนด์ในทวิตเตอร์ บรรดาสื่อแทบลอยด์และรายการทอล์กโชว์จึงเริ่มปฏิบัติการแซะโคมุโระอีกครั้ง ประเด็นหลักที่ถกเถียงกันคือ ผมหางม้าเหมาะกับคนที่จะเป็นคู่สมรสของสมาชิกราชวงศ์ญี่ปุ่นหรือไม่ เพราะถือเป็นการไม่ให้เกียรติ

และเมื่อโคมุโรเดินทางกลับมาจากสหรัฐถึงญี่ปุ่นเมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ผมหางม้าของเจ้าตัวตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อีกครั้ง คราวนี้แทบลอยด์พากันพาดหัวข่าวล้อเลียนทรงผมของว่าที่สามีของเจ้าหญิงมาโกะ อาทิ Nikkan Sports พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งว่า “Ponite kikoku” หรือ การมาถึงของหางม้า อีกสื่อหนึ่งเรียกผมหางม้าของโคมุโระว่า “ชนมาเกะ” หรือทรงผมสมัยโบราณของซามูไร

นอกจากนี้ การตัดผมของโคมุโระซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาสามัญที่ใครๆ ก็ทำสามารถกลายเป็นเรื่องเป็นข่าวได้

ขณะที่โคมุโระกักตัวอยู่ที่บ้านหลังกลับจากสหรัฐ เขาให้ช่างตัดผมมาเล็มผมให้ที่บ้าน เรื่องนี้ย่อมไม่รอดพ้นสายตาของสื่อ หนังสือพิมพ์แทบลอยด์ช่วงค่ำ Nikkan Gendai รายงานทันควันว่า การให้ช่างมาตัดผมให้ที่บ้านอาจฝ่าฝืนกฎหมายร้านเสริมสวยของญี่ปุ่น

โธมัส บอดิเน็ตต์ อาจารย์ภาควิชาญี่ปุ่นศึกษาจากมหาวิทยาลัยแม็คควอรีของออสเตรเลียมองว่า ความตื่นตระหนกของสื่อญี่ปุ่นต่อผมหางม้าของโคมุโระสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นอนุรักษนิยมในสังคมญี่ปุ่น

ส่วนเรอินะ ซะกะงุชิ เจ้าหน้าที่ของโรงเรียนอนุบาลในเมืองไซตะมะเผยว่า เธอต้องการเห็นเจ้าหญิงมาโกะและโคมุโระจบลงแบบแฮปปี้เอนดิง แต่หลังจากเห็นผมหางม้าของโคมุโระ แรงเชียร์ของเธอถูกความกังวลเข้ามาแทนที่ โดยบอกอีกว่าโคมุโระจะทำอะไรก็ได้หลังเสกสมรสและย้ายไปอยู่สหรัฐ แต่ในญี่ปุ่น “เขาควรทำตัวให้เหมาะสมซึ่งถือเป็นเรื่องปกติในสังคมญี่ปุ่น”

แม้แต่ในวันที่ทั้งคู่จดทะเบียนสมรสกันแล้วก็ยังไม่วายมีเสียงวิจารณ์ตามมาเรื่องการไม่จัดพิธีต่างๆ ตามธรรมเนียมตามมาอีก หนังสือพิมพ์โยมิอุริชิมบุนให้ความเห็นว่า ถึงแม้เจ้าชายอากิชิโนะพระบิดาของเจ้าหญิงจะยินยอมให้ทั้งคู่แต่งงานกัน แต่การไม่จัดพิธีเสกสมรสก็แสดงว่าฝ่ายราชวงศ์จะไม่ติดต่อกับครอบครัวของโคมุโระอีก ไม่ต่างกับการ “หนีตามกันไป”

เจ้าหญิงมาโกะต้องเผชิญแรงกดดันและความเครียดจากข่าวของโคมุโระจนมีอาการ PTSD หรืออาการผิดปกติทางจิตใจหลังจากประสบสถานการณ์รุนแรง โดย สึโยชิ อากิยะมะ แพทย์ที่วินิจฉัยอาการของเจ้าหญิงมาโกะเผยว่า เจ้าหญิงทรงอยู่ภายใต้เหตุการณ์ที่ทรงมองว่าเป็นการใส่ร้ายพระองค์และครอบครัว รวมทั้งว่าที่สามีและครอบครัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า และพระองค์ไม่สามารถหนีออกจากเรื่องพวกนี้ได้

กรณีนี้จึงถูกนำไปเปรียบเทียบกับชีวิตของจักรพรรดินีมาซาโกะ พระปิตุจฉา (ป้า) ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับอาการป่วยที่เกี่ยวเนื่องกับความเครียดซึ่งทางสำนักพระราชวังระบุว่าเป็นภาวะการปรับตัวผิดปกติ (adjustment disorder) จนต้องเก็บตัวจากสาธารณชนมาเป็นสิบปี เนื่องจากถูกกดดันเรื่องการมีทายาทผู้ชาย

เช่นเดียวกับสมเด็จพระจักรพรรดินีพระพันปีหลวงมิชิโกะที่ต้องทนทุกข์กับพิธีรีตองของราชสำนักญี่ปุ่นและการถูกเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังบุลลี่จนมีอาการวิตกกังวลมากจนล้มป่วยและไม่สามารถพูดได้ชั่วคราว

หลายฝ่ายมองว่าการที่เจ้าหญิงมาโกะตัดสินใจเป็นสมาชิกราชวงศ์คนแรกนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ไม่รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลอาจเป็นการบอกเป็นนัยๆ ถึงการตัดขาดจากราชวงศ์ญี่ปุ่น แม้จะต้องย้ายมาอยู่ในอพาร์ทเม้นต์ขนาด 1 ห้องนอนในนิวยอร์กในฐานะหญิงสามัญชน แต่ก็น่าจะสบายใจกว่าที่ไม่ต้องอยู่ภายใต้กรอบประเพณีที่เคร่งครัดของราชวงศ์ญี่ปุ่น

Photo by Nicolas Datiche / POOL / AFP

คุมเข้มจนทนไม่ไหว! บริษัทยักษ์ใหญ่ทยอยถอนตัวจากจีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/667216

วันที่ 03 พ.ย. 2564 เวลา 17:29 น.คุมเข้มจนทนไม่ไหว! บริษัทยักษ์ใหญ่ทยอยถอนตัวจากจีนบริษัทหลายรายทยอยถอนตัวออกจากประเทศจีนหลังเจอกฎระเบียบที่เข้มงวด

บริษัท Yahoo Inc. เปิดเผยว่าได้ถอนตัวออกจากจีนแล้วโดยให้เหตุผลว่าบริษัทต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมในการทำงานที่มีความท้าทายมากขึ้น

บริษัทกล่าวในแถลงการณ์ว่า “เนื่องด้วยสภาพแวดล้อมทางกฎหมายที่ท้าทายมากขึ้นในประเทศจีน บริการของ Yahoo จะไม่สามารถเข้าถึงได้จากจีนแผ่นดินใหญ่อีกต่อไป นับตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน”

ขณะที่ระยะหลังมานี้ทางการจีนเดินหน้าควบคุมบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่เข้มงวดขึ้น รวมถึงมีการเซ็นเซอร์เนื้อหาและข้อความที่ไม่เหมาะสมหรือเป็นประเด็นอ่อนไหวทางการเมือง

Yahoo เน้นย้ำว่าบริษัทยังคงยึดมั่นในสิทธิ์ของผู้ใช้บริการ และสนับสนุนอินเทอร์เน็ตที่เสรีและเปิดกว้าง

นอกจากนี้การถอนตัวของ Yahoo เกิดขึ้นพร้อมกับการบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของจีน ซึ่งจำกัดสิ่งที่บริษัทข้อมูลสามารถรวบรวม และกำหนดมาตรฐานสำหรับวิธีการจัดเก็บข้อมูล

โดยมีการออกกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยของข้อมูลฉบับใหม่ ที่กำหนดความรับผิดชอบของทุกบริษัทและองค์กรที่จัดการข้อมูล ส่งผลให้บริษัทต่างๆ ซึ่งรวมถึงบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่ให้บริการในจีนต้องแบกรับความรับผิดชอบที่มากขึ้นในการปกป้องความปลอดภัยของข้อมูล

กฎหมายจีนยังกำหนดว่าบริษัทที่ดำเนินงานในประเทศต้องส่งมอบข้อมูลหากทางการร้องขอ ทำให้ยากสำหรับบริษัทตะวันตกในการดำเนินงานในจีน เนื่องจากพวกเขาอาจเผชิญแรงกดดันจากประเทศบ้านเกิดหากยอมทำตามความต้องการของจีน

ก่อนที่จะถอนตัวออกไป Yahoo ได้ลดขอบเขตการดำเนินการในจีนมาระยะหนึ่งแล้ว โดยยกเลิกให้บริการเพลงและอีเมลในช่วงต้นปี 2010 และปิดสำนักงานในปักกิ่งในปี 2015

บริษัททยอยถอนตัว

Yahoo นับว่าเป็นบริษัทรายล่าสุดที่ประกาศถอนตัวออกจากประเทศจีน โดยในเดือนที่ผ่านมาเว็บไซต์ LinkedIn แพลตฟอร์มหางานยักษ์ใหญ่จาก Microsoft ประกาศว่าจะถอนตัวจากจีนในปีนี้ หลังให้บริการมานานกว่า 7 ปี ท่ามกลางกำกับดูแลโซเชียลมีเดียของทางการจีนอย่างเข้มงวด

โดย Mohak Shroff รองประธานอาวุโสฝ่ายวิศวกรรมของ LinkedIn ให้เหตุผลว่า “สภาพแวดล้อมในการทำงานที่ท้าทายยิ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และข้อกำหนดด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่มากขึ้น” ในประเทศจีนเป็นสาเหตุให้ต้องถอนตัว

ระยะหลังมานี้ทางการออกกฎระเบียบควบคุมบริษัทเทคโนโลยีที่เข้มงวดมากขึ้น โดยในเดือนมีนาคม LinkedIn ได้ระงับการสมัครสมาชิกใหม่เป็นเวลา 30 วัน และต้องส่งรายงานต่อทางการจีน หลังหน่วยงานกำกับดูแลพบข้อผิดพลาดในการเซ็นเซอร์เนื้อหาทางการเมือง

ในเดือนกันยายน LinkedIn ได้บล็อกโปรไฟล์ของนักข่าวและนักวิชาการสหรัฐหลายคนจากแพลตฟอร์มที่ให้บริการในประเทศจีน และเซ็นเซอร์เนื้อหาหลังทางการจีนพบว่ามีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมและประเด็นอ่อนไหว

นอกจากนี้ยังมีเกม Fortnite เกมแนว Battle Royale ยอดนิยมจาก Epic Games ซึ่งประกาศว่าจะปิดการให้บริการเวอร์ชันจีน (Fortress Night) ในวันที่ 15 พฤศจิกายน และระงับไม่ให้มีผู้ลงทะเบียนใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน หลังจากที่เปิดตัวในปี 2018 ร่วมกับบริษัท Tencent

อย่างไรก็ตาม Fortnite ไม่ได้ให้เหตุผลที่ชัดเจน แต่ Daniel Ahmad นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Niko Partners กล่าวว่าเกมประเภทนี้ได้รับการควบคุมอย่างเข้มงวดในประเทศจีน โดยเกมที่ได้รับอนุมัติจากทางการส่วนใหญ่ต้องปรับเปลี่ยนเนื้อหาจำนวนมาก

ขณะที่เกมเมอร์และผู้เชี่ยวชาญในแวดวงเกมหลายคนมองว่าสาเหตุส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการควบคุมที่เข้มงวดของจีน และการออกข้อกฎหมายมากมาย รวมถึงนโยบายควบคุมการเล่นเกมออนไลน์ที่จำกัดเวลาเล่นเกมของเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี

ทั้งนี้ เกมจะต้องผ่านการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลก่อนที่จะเปิดตัวในประเทศจีน โดยเกมจากตะวันตกมักต้องถูกเซ็นเซอร์อย่างหนัก

ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา Sparkpool ชุมชนขุด Ethereum ที่ใหญ่เป็นที่สุดเป็นอันดับสองของโลก ยังได้ประกาศระงับการให้บริการเหมืองขุดคริปโตสำหรับนักขุดในจีนแผ่นดินใหญ่ หลังจากที่ทางการจีนออกนโยบายปราบปราบสกุลเงินดิจิทัล

นอกจากนี้ยังผลักดันให้บริษัทที่ให้บริการด้านสกุลเงินดิจิทัลหลายสิบแห่งย้ายออกจากจีนแผ่นดินใหญ่

ความเคลื่อนไหวเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่ากฎระเบียบในการควบคุมที่เข้มงวดของจีนส่งผลให้หลายบริษัทต้องยอมถอยออกไป ขณะที่โลกออนไลน์ของตะวันตกและจีนยังคงแยกจากกัน ซึ่งจีนได้พัฒนาแพลตฟอร์มเป็นของตัวเองทดแทนโซเชียลมีเดียที่ใช้กันทั่วโลกไม่ว่าจะเป็น Google, Facebook และ Twitter เป็นต้น

ที่มา: YahooCNBCBBCCoindesk

ภาพ: REUTERS/Thomas Peter/File Photo

สหรัฐตามหลังจีนหลายปี พัฒนาอาวุธความเร็วเหนือเสียงไม่ทัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/667199

วันที่ 03 พ.ย. 2564 เวลา 16:25 น.สหรัฐตามหลังจีนหลายปี พัฒนาอาวุธความเร็วเหนือเสียงไม่ทันความเห็นจากผู้บริหารของ Raytheon Technologies ผู้ผลิตอาวุธรายใหญ่ของสหรัฐและอยู่ในเครือผู้ผลิตขีปนาวุธนำวิถีรายใหญ่ที่สุดในโลก

เมื่อช่วงปลายเดือนตุลาคม มีรายงานที่น่าตกตะลึงว่าจีนได้ทำการทดสอบอาวุธที่มีความเร็วเหนือเสียง (hypersonic weapons) สองครั้งในช่วงฤดูร้อน รวมถึงหนึ่งในยานพาหนะที่เรียกว่าไฮเปอร์โซนิกร่อน ปล่อยจากขีปนาวุธหรือจรวด โดยเกรกอรี่ เฮยส์ (Gregory Hayes) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Raytheon Technologies Corp. ชี้ว่าอาวุธดังกล่าวสามารถทำความเร็ว 22,000 ไมล์ต่อชั่วโมง (ราว 35,405 กิโลเมตรต่อชั่วโมง)

hypersonic weapons สามารถบินผ่านชั้นบรรยากาศด้วยความเร็วเสียงมากกว่า 5 เท่าและยังยากที่จะตรวจจับและสกัดกั้นก่อนเข้าโจมตีเป้าหมายอีกด้วย ก่อนหน้านี้ แฟรงก์ เคนดัลล์ ( Frank Kendall) รัฐมนตรีกระทรวงกองทัพอากาศสหรัฐ กล่าวสุนทรพจน์เมื่อเดือนกันยายนถึงศักยภาพของขีดความสามารถในอวกาศของจีนที่เรียกว่า “ระบบทิ้งระเบิดแบบชิ้นส่วน” หรือระบบที่อาวุธพุ่งทะยานเข้าสู่วงโคจรแล้ว จากนั้นสลัดหลุดต่กวงโคจรแล้วมุ่งโจมตีเป้าหมาย

เฮยส์กล่าวกับสำนักข่าว Bloomberg ว่า รัฐบาลสหรัฐล้าหลังจีนอยู่หลายปีในการครอบครองอาวุธที่มีความเร็วเหนือเสียง โดยกล่าวในการให้สัมภาษณ์ในรายการ “Balance of Power With David Westin.” ทางสถานีโทรทัศน์ Bloomberg Television ว่า “เราช้าไปอย่างน้อยหลายปี”

“เราจะมีอาวุธที่จะท้าทายคู่ต่อสู้ได้ แต่ที่สำคัญที่สุด ผมคิดว่าจุดสนใจของเราคือเราจะพัฒนาปฏิกิริยาต่อต้านไฮเปอร์โซยนิกส์อย่างไร นั่นคือสิ่งที่ท้าทาย” เฮยส์ กล่าว

ความเห็นของเฮยส์ยังสอดคล้องกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐที่แสดงความเห็นกับ Bloomberg Television ในรายการ “The David Rubenstein Show: Peer-to-Peer Conversations” โดยชี้ว่าความสำเร็จของจีนเทียบเท่ากับความสำเร็จของสหภาพโซเวียตในการพัฒนาดาวเทียมดวงแรกของโลก ซึ่งแซงหน้าความพยายามในการเป็นเจ้าอวกาศของสหรัฐ

“สิ่งที่เราเห็นเป็นเหตุการณ์ที่สำคัญมากในการทดสอบระบบอาวุธที่มีความเร็วเหนือเสียง และเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง” พลเอก มาร์ค มิลลีย์ (General Mark Milley) ประธานคณะเสนาธิการร่วมกล่าวถึงความสำเร็จของจีน “ผมไม่รู้ว่ามันเป็นช่วงเวลาทแบบเดียวกับสปุตนิกหรือเปล่า แต่ผมคิดว่ามันใกล้เคียงมาก มันดึงความสนใจทั้งหมดของเรา”

มิลลีย์ชี้ว่าจีนสามารถประหยัดต้นทุนด้านการทหารไปได้มาก โดยเขาอ้างว่าจีนสามารถตัดค่าแรงทหารไปได้ ส่วนสหรัฐมีต้นทุนด้านนี้สูงมาก

นอกจากนี้ เขากล่าวว่าการวิจัยและพัฒนาของกองทัพจีนส่วนใหญ่นำโดยบริษัทของรัฐในภาคธุรกิจ ซึ่งไม่นับเป็นการใช้จ่ายด้านกลาโหมของทางการ แต่เข้าพิจารณาให้ดีจะพบว่างบประมาณด้านการทหารของจีนใกล้เคียงกับสหรัฐมากกว่าที่ใครหลายคนจะคาดคิด

ภาพ – ขีปนาวุธแบบแนวคิด Hypersonic Air-breathing Weapons Concept (HAWC) ของบริษัท Raytheon Missiles & Defense

งามหน้า รวบ 23 คนไทยในเกาหลีลักลอบค้ายาเสพติด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/667198

วันที่ 03 พ.ย. 2564 เวลา 15:41 น.งามหน้า รวบ 23 คนไทยในเกาหลีลักลอบค้ายาเสพติดสื่อเกาหลีใต้เผยเจ้าหน้าที่เข้าจับกุม 23 คนไทยลักลอบค้า-เสพยาเสพติด

เว็บไซต์ The Korea Times รายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเกาหลีใต้จับกุมคนไทยจำนวน 23 คนในการปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติดที่มุ่งเป้าไปที่แรงงานข้ามชาติในประเทศ โดยจำนวนนี้มี 17 คนเป็นผู้ค้าและอีก 6 คนเป็นผู้เสพ

เจ้าหน้าที่ระบุว่ามีขบวนการค้ายาเสพติดลักลอบนำเข้าเมทแอมเฟตามีนรวม 2.5 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 16,000 ล้านวอน หรือประมาณ 450 ล้านบาท จากประเทศไทยไปยังเกาหลีใต้โดยการขนส่งระหว่างประเทศ 4 ครั้ง ระหว่างเดือนเมษายนถึงตุลาคม

โดยในการปราบปรามครั้งนี้สามารถยึดของกลางเป็นเมทแอมเฟตามีน 1.3 กิโลกรัม, ยาบ้า 685 เม็ด, เมทแอมเฟตามีนผสมคาเฟอีน และเงินจำนวน 97.2 ล้านวอน

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบว่าขบวนการค้ายาเสพติดใช้ช่องทางออนไลน์เพื่อค้ายาให้กับชาวต่างชาติที่ทำงานอยู่ในเกาหลีใต้

โดยหลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะประสานงานกับองค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ (Interpol) และหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อสืบหาผู้ที่จัดหายาจากประเทศไทย

“เราจะเสริมความแข็งแกร่งในการปราบปรามการค้ายาเสพติดระหว่างประเทศ โดยร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกรมศุลกากรของเกาหลี” เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าว

Photo by REUTERS/Chaiwat Subprasom