สหรัฐประณามทหารเมียนมาเผาเมือง ข่มเหงประชาชนในรัฐชิน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/666945

วันที่ 01 พ.ย. 2564 เวลา 12:25 น.สหรัฐประณามทหารเมียนมาเผาเมือง ข่มเหงประชาชนในรัฐชินรัฐบาลสหรัฐกล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า “กังวลอย่างยิ่ง” เกี่ยวกับรายงานว่ากองกำลังความมั่นคงของเมียนมาละเมิดสิทธิมนุษยชน และทำลายบ้านเรือนมากกว่า 100 หลัง รวมถึงโบสถ์คริสต์ในรัฐชินทางตะวันตก

เน็ด ไพรซ์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐระบุในแถลงการณ์ว่า “การโจมตีที่น่ารังเกียจเหล่านี้ตอกย้ำความจำเป็นเร่งด่วนของประชาคมระหว่างประเทศในการให้ทหารเมียนมารับผิดชอบ และดำเนินการป้องกันการละเมิดอย่างร้ายแรงและการละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมถึงการป้องกันการส่งอาวุธให้กองทัพ” (ถ้อยแถลงโดยใช้ชื่อเดิมของเมียนมาคือพม่า/Burma)

เมื่อวันศุกร์ สื่อท้องถิ่นและผู้เห็นเหตุการณ์รายงานว่ากองกำลังของรัฐบาลทหารได้โจมตีเมืองตันตลังหลังจากการเผชิญหน้ากับกองกำลังป้องกันตนเองในท้องถิ่น

ต่อมาเกิดเพลิงไหม้ลุกท่วมเมือง ทำลายบ้านเรือนและอาคารหลายสิบหลัง รวมถึงสำนักงาน Save the Children องค์กรการกุศลในลอนดอนยืนยันในถ้อยแถลง

ผู้อยู่อาศัยในตันตลังส่วนใหญ่หนีออกจากเมืองระหว่างการปะทะกันเมื่อเดือนที่แล้ว หลายคนข้ามพรมแดนไปยังอินเดีย

Photo by STRINGER / AFP

ทีมข้อมูลของรัฐบาลเผด็จการทหารยืนยันเมื่อวันเสาร์ว่า โบสถ์ 2 แห่งและบ้านเรือน 70 หลังถูกไฟไหม้ในเมือง แต่กล่าวหาว่า “กองกำลังป้องกันประชาชน” ในท้องถิ่นเป็นผู้จุดไฟ หลังจากที่กองกำลังความมั่นคงปะทะกับนักสู้ของพวกเขา

ซอ มิน ตุน โฆษกรัฐบาลทหาร บอกกับสื่อท้องถิ่นว่า การกล่าวหาว่าทหารลงมือเผาเมืองตันตลังเป็น “ข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูล”

AFP ไม่สามารถตรวจสอบรายงานจากพื้นที่ห่างไกลได้อย่างอิสระ

ไพรซ์ ระบุด้วยว่า วอชิงตันยังแสดงความกังวลต่อ “การเพิ่มกำลังปฏิบัติการทางทหาร” โดยรัฐบาลเผด็จการทั่วประเทศ ซึ่งตกอยู่ในความโกลาหลตั้งแต่รัฐประหารในเดือนกุมภาพันธ์ โดยมีผู้เสียชีวิตกว่า 1,200 คน จากการปราบปรามผู้เห็นต่างของกองทัพทั่วประเทศ

Photo by STRINGER / AFP

“กองกำลังป้องกันประชาชน” (PDF) ได้ผุดขึ้นมาทั่วประเทศเพื่อโจมตีรัฐบาลทหาร ทำให้การโจมตีทวีความรุนแรงขึ้นและการตอบโต้นองเลือดยิ่งขึ้น

สหประชาชาติกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วโดยกังวลว่าจะเกิดภัยพิบัติด้านสิทธิมนุษยชนในวงกว้างท่ามกลางรายงานกองทหารหลายพันนายที่รวมตัวกันทางตอนเหนือและตะวันตกของประเทศ

ในเดือนพฤษภาคม กองกำลังของรัฐบาลใช้ปืนใหญ่เพื่อกำจัดกลุ่มกบฏออกจากเมืองมินดัต ทางตอนใต้ของรัฐชิน และต่อมาได้ตัดการจ่ายน้ำประปา โฆษกของกลุ่มกบฏท้องถิ่นกล่าว

โลกจะรอดหรือไม่ ประชุม COP26 ชี้ชะตาปัญหาโลกร้อน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/666953

วันที่ 01 พ.ย. 2564 เวลา 11:00 น.โลกจะรอดหรือไม่ ประชุม COP26 ชี้ชะตาปัญหาโลกร้อนจับตาผู้นำโลกเคลื่อนไหวแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศในการประชุม COP26

การประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (COP) ครั้งที่ 26 ได้เปิดฉากขึ้นที่เมืองกลาสโกว์ สก็อตแลนด์ โดยมีผู้นำประเทศเกือบ 200 ประเทศทั่วโลกเดินทางเข้าร่วมประชุมด้วย เพื่อหารือเกี่ยวกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายควบคุมอุณหภูมิโลกเฉลี่ยไม่ให้เพิ่มขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียส ลดความเสี่ยงในการเกิดวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ลดการใช้ถ่านหินและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตลอดจนการจัดสรรเงินในการดำเนินการด้านสภาพอากาศ

โดยนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสันของอังกฤษซึ่งเป็นเจ้าภาพในการประชุม กระตุ้นให้ประเทศต่างๆ เร่งดำเนินการเพื่อหลีกเลี่ยงภัยพิบัติด้านสภาพอากาศ พร้อมเน้นย้ำว่า “เราต้องลงมือเดี๋ยวนี้…หากเรายังไม่จริงจังกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในวันนี้ พรุ่งนี้มันก็สายเกินไปสำหรับลูกหลานของเราแล้ว”

“เราต้องเปลี่ยนจากการพูดคุย โต้วาที และอภิปราย ไปสู่การลงมือทำจริง ทั้งถ่านหิน รถยนต์ เงินสด และป่าไม้…ต้องมีคำมั่นสัญญาที่ชัดเจนและตารางเวลาที่เป็นรูปธรรมสำหรับการเปลี่ยนแปลง”

ทำไมถึงสำคัญ?

บรรดาผู้เชี่ยวชาญออกมาเตือนถึงวิกฤตสภาพอากาศในปัจจุบัน โดยโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) เผยแพร่รายงานว่าด้วยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประจำปี 2021 ระบุว่า โลกจะมีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงขึ้น 2.7 องศาเซลเซียสภายในศตวรรษนี้

ขณะที่เมื่อเดือนส.ค. ที่ผ่านมาองค์การสหประชาชาติ (UN) ได้ออกรายงานระบุว่าภาวะโลกร้อนจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอาจทะลุ 1.5 องศาเซลเซียสในอีก 20 ปีข้างหน้า โดยสภาพอากาศแปรปรวน รวมถึงการเกิดไฟป่า และน้ำท่วมจะส่งผลกระทบต่อประเทศต่างๆ ทั่วโลก

รายงานจากองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) หน่วยงานด้านสภาพอากาศของสหประชาชาติ (UN)ยังเตือนว่าปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศขณะนี้กำลังจะทำให้ภูเขาน้ำแข็ง 3 แห่งสุดท้ายในแอฟริกาละลายหายไปภายใน 20 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นสัญญาณของภัยคุกคามจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศของโลกที่ไม่อาจย้อนกลับได้

ทั้งนี้ ในปี 2020 ที่ผ่านมาเป็น 1 ใน 3 ปีที่โลกร้อนที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกตั้งแต่ปี 1850 หรือเมื่อ 170 ปีที่แล้ว ซึ่งองค์การอุตุนิยมวิทยาโลกเตือนว่าโลกกำลังอยู่ในช่วง “หายนะของสภาพภูมิอากาศ”

ขณะที่อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติเคยระบุว่าโลกกำลังเข้าใกล้ภัยพิบัติจากสภาพอากาศ โดยภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างไฟไหม้ น้ำท่วม พายุไซโคลน และเฮอริเคนกลายเป็นเรื่องปกติมากขึ้นเรื่อยๆ

นอกจากนี้ยังผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงทางการเงินอีกด้วย โดยคริสตาลินา จอร์จีวา หัวหน้ากองทุนการเงินระหว่างประเทศเรียกร้องให้ผู้นำโลกเข้าร่วมประชุม COP26 และแสดงความมุ่งมั่นด้านนโยบายในการแก้ไขปัญหาสภาพอากาศแปรปรวนมากกว่านี้ โดยเรียกว่าเป็น “ภัยคุกคามร้ายแรงต่อระบบเศรษฐกิจระดับมหภาคและความมั่นคงทางการเงิน”

ซึ่งหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายในปัจจุบันจะส่งผลให้การปล่อยคาร์บอนในปี 2030 สูงกว่าความจำเป็นมาก ซึ่งจอร์จีวาชี้ว่าเป็นสิ่งที่บรรดาผู้นำโลกควรเร่งดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมมากกว่านี้

ฝากความหวังไว้กับ COP26

ภายหลังจากการประชุมสุดยอดของผู้นำกลุ่มประเทศ G20 ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 30-31 ต.ค. ที่ผ่านมา ยังไม่มีข้อเสนอและการดำเนินการที่เป็นรูปธรรมเกี่ยวกับเป้าหมายเป็นกลางทางคาร์บอน และการลดการใช้พลังงานถ่านหินที่ชัดเจน ซึ่งเรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก

ขณะที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐ ก็ได้ออกมาแสดงความผิดหวังในประเด็นดังกล่าวเช่นกัน โดยกล่าวโทษว่าเป็นเพราะรัสเซียและจีนที่ไม่มีจุดยืนที่ชัดเจนในการแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน

ส่งผลให้หลายฝ่ายฝากความหวังไว้กับการประชุม COP26 ว่าจะมีข้อตกลงที่ชัดเจนหรือการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมในการแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

Photo by ALAIN JOCARD / AFP

บอสเทคจีนไปอีกหนึ่ง ผู้บริหาร Kuaishou ก้าวลงจากตำแหน่ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/666941

วันที่ 01 พ.ย. 2564 เวลา 09:42 น.บอสเทคจีนไปอีกหนึ่ง ผู้บริหาร Kuaishou ก้าวลงจากตำแหน่งผลกระเทือนต่อบริษัทเทคในจีนยังไม่จบลงง่ายๆ ล่าสุดผู้บริหารระดับสูงของแอปวิดีโอยอดนิยมต้องโบกมือลาไปอีกหนึ่งราย

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า Kuaishou บริษัทโซเชียลมีเดียผู้ให้บริหรแพลตฟอร์มของแอปวิดีโอสั้น กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่าผู้ร่วมก่อตั้ง คือ ซู่หัว (Su Hua) กำลังก้าวลงจากตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงโดยมีผลทันทีและจะแทนที่โดย เฉิงอีเซี่ยว ผู้ก่อตั้งอีกคนหนึ่งของบริษัท

บทบาทของซู่หัวในฐานะประธานคณะกรรมการจะยังคงเหมือนเดิม Kuaishou กล่าวในแถลงการณ์ และเสริมว่าเฉิงอี้เซี่ยวจะดูแลการดำเนินงานประจำวันของบริษัทและรายงานต่อซู่หัว

การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งล่าสุดในบรรดาบริษัทเทคโนโลยีที่มีชื่อเสียงที่สุดของจีน ซึ่งบรรดาผู้ก่อตั้งได้ละทิ้งงานในการดูแลการปฏิบัติงานประจำวัน ท่ามกลางความพยายามของหน่วยงานกำกับดูแลของจีนในการเสริมความแข็งแกร่งในการกำกับดูแลบริษัทขนาดใหญ่

เมื่อเดือนที่แล้ว JD.com ประกาศว่า ริชาร์ด หลิว (Richard Liu) หรือหลิวเฉียงตง ผู้ก่อตั้งบริษัทจะเปลี่ยนโฟกัสไปที่กลยุทธ์ระยะยาวของบริษัท โดยรเริ่มตำแหน่งใหม่ในฐานะประธานเพื่อบริหารการดำเนินงานประจำวันของบริษัท แม้ว่าจะรักษาตำแหน่งซีอีโอและประธานเอาไว้ก็ตาม

ในเดือนพฤษภาคม จางอีหมิง (Zhang Yiming) ผู้ก่อตั้ง ByteDance ประกาศว่าเขาจะก้าวลงจากตำแหน่งซีอีโอ แล้วเขาจะดำรงตำแหน่งเป็นประธาน

ผู้ก่อตั้งบริษัทอีคอมเมิร์ซ Pinduoduo คือ หวงเจิง (Huang Zheng) ก้าวลงจากตำแหน่งประธานเมื่อต้นปีนี้ โดยก่อนหน้านี้เขาสละตำแหน่ง CEO ไปแล้ว ส่วนแจ็ค หม่า (Jack Ma) หรือหม่าหยุน ผู้ก่อตั้ง Alibaba เกษียณจากตำแหน่งประธานบริษัทในปี 2019

ซู่หัว วัย 39 ปี ถูกประเมินโดยการจัดอันดับมหาเศรษฐี Hurun China Rich List ปี 2021 ว่ามีมูลค่าสุทธิ 5,900 ล้านดอลลาร์ ในปี 2013 อดีตวิศวกรของ Google และ Baidu เข้าร่วม Kuaishou ซึ่งเปิดตัวโดยเฉิงอีเซี่ยวในปี 2011 เพื่อทำหน้าที่เป็น CEO และเฉิงอีเซี่ยวกลายเป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์

Kuaishou ซึ่งตั้งอยู่ในปักกิ่งยังมีแพลตฟอร์ม Kwai และ Snack Video สำหรับตลาดต่างประเทศ ในเดือนสิงหาคม บริษัทได้ออกจากตลาดสหรัฐฯ โดยปิด Zynn ซึ่งเป็นแอปวิดีโอสั้นที่วางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา

บริษัทซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก Tencent โซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่ของจีน ยังดำเนินการแอพ Kuaishou ในประเทศจีนและแข่งขันกับ Douyin ของ ByteDance ซึ่งเป็น TikTok เวอร์ชั่นจีน

Kuaishou กล่าวในเดือนมิถุนายนว่าผู้ใช้งานรายเดือนทั่วโลกมีจำนวนถึง 1,000 ล้านคน

REUTERS/Aly Song/File Photo

ไม่ใช่แค่รายสองราย กว่า 1 ใน 3 บริษัทอสังหาจีนหนี้ล้ำเส้นตาย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/666879

วันที่ 31 ต.ค. 2564 เวลา 16:05 น.ไม่ใช่แค่รายสองราย กว่า 1 ใน 3 บริษัทอสังหาจีนหนี้ล้ำเส้นตายท่าทางจะต้องกังวลกันต่อไป เมื่อรายงานจากสำนักข่าว Bloomberg เผยว่าบริษัทอสังหาริมทรัพย์จีนที่ซุกปัญหานี้ยังมีอีกเพียบ

สองในสามของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำระดับท็อป 30 ของจีนละเมิดหนึ่งในข้อห้ามของ “เส้นแดงสามเส้น” ซึ่งเป็นเส้นตายที่รัฐบาลจีนกำหนดไว้ไม่ให้บริษัทอสังหาริมทรัพย์ละเมิด ตามข้อมูลที่รวบรวมโดย Bloomberg ที่เผย ณ วันที่ 29 ตุลาคม

“เส้นแดงสามเส้น” คือหนี้สินของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ไม่ควรเกิน 70% ของสินทรัพย์, หนี้สุทธิไม่ควรเกินทุน และเงินสดอย่างน้อยควรเท่ากับเงินกู้ยืมระยะสั้น

บริษัทที่มีหนี้สินและหนี้สินคงค้างมากที่สุด เช่น China Evergrande Group และ China Railway Construction Corporation Ltd. ได้ละเมิดเส้นสีแดงสองเส้นเช่นกัน

ทั้งนี้ China Railway Construction Corporation Limited (CRCC) เป็นบริษัทก่อสร้างที่จดทะเบียนในปักกิ่ง ประเทศจีน ซึ่งเป็นบริษัทก่อสร้างและวิศวกรรมที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกในปี 2014

บริษัทนี้ยังมีอุปสรรคใหญ่คือ ในเดือนพฤศจิกายน 2020 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐในขณะนั้นได้ออกคำสั่งประธานาธิบดีที่ห้ามบริษัทอเมริกันหรือบุคคลใดๆ เป็นเจ้าของหุ้นในบริษัทที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่ามีความเชื่อมโยงกับกองทัพปลดแอกประชาชน ซึ่งรวมถึงบริษัท CRCC ของจีน

Bloomberg ชี้ว่าวิกฤตสภาพคล่องของ China Evergrande Group ทำให้ตลาดตกต่ำ โดยภาคอสังหาริมทรัพย์ของประเทศคิดเป็นสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของหนี้ด้อยคุณภาพในสกุลเงินเงินดอลลาร์ในตลาดทุนโลก อัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ระดับเก็งกำไรอยู่ที่ 20% ในเดือนตุลาคมซึ่งสูงที่สุดในรอบทศวรรษ

REUTERS/Aly Song/File Photo

บริษัทน้ำมันซาอุฯ Aramco กำไรพุ่ง 158% หลังราคาน้ำมันสูงขึ้น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/666892

วันที่ 31 ต.ค. 2564 เวลา 14:18 น.บริษัทน้ำมันซาอุฯ Aramco กำไรพุ่ง 158% หลังราคาน้ำมันสูงขึ้นในขณะที่ผู้ใช้น้ำมันต้องโอดครวญกับราคาที่แพงขึ้น แต่ผู้ที่ได้รับประโยชน์จากมันไม่ใช่ใคร นอกจากบริษัทน้ำมันนั่นเอง

ผลประกอบการของ Aramco บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของซาอุดีอาระเบียเพิ่มขึ้น 158% เมื่อเทียบเป็นรายปีในไตรมาสที่ 3 จากราคาน้ำมันและปริมาณการขายที่สูงขึ้นในขณะที่เศรษฐกิจโลกฟื้นตัว

รายรับสุทธิของ Aramco อยู่ที่ 30,400 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสที่สาม เพิ่มขึ้นจาก 11,800 ล้านดอลลาร์ในไตรมาส 3 ของปีที่แล้ว โดยมีกระแสเงินสดอิสระเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวเป็น 28,700 ล้านดอลลาร์ ผู้ถือหุ้นจะได้รับเงินปันผล 11,800 ล้านดอลลาร์

“รายได้สุทธิที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เป็นผลมาจากราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้นและปริมาณการขาย” ยักษ์ใหญ่น้ำมันซาอุดีอาระเบียกล่าวในแถลงการณ์ผลประกอบการ

นอกจากนี้ Aramco ยังอ้างถึง “ธุรกิจการกลั่นที่แข็งแกร่งขึ้นและอัตรากำไรจากสินค้าประเภทสารเคมีในไตรมาสที่ 3 ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากความต้องการพลังงานทั่วโลกที่ฟื้นตัวและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นในตลาดหลัก”

ผลกำไรมหาศาลในไตรมาสล่าสุดเป็นการโกยเงินต่อเนื่องหลังจากผลกำไรเกือบ 4 เท่าในไตรมาสที่ 2 เนื่องจากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวจากวิกฤตโควิด ความต้องการที่เพิ่มขึ้น และราคาน้ำมันพุ่งขึ้นเหนือ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

อามิน นัสเซอร์ (Amin Nasser) ผู้บริหารระดับสูงของ Aramco กล่าวว่า “ยังคงมีอุปสรรคสำหรับเศรษฐกิจโลก ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากปัญหาคอขวดในห่วงโซ่อุปทาน แต่เรามองในแง่ดีว่าความต้องการพลังงานจะยังคงดีอยู่ในอนาคตอันใกล้”

ทั้งนี้ หุ้น Aramco เพิ่มขึ้นมากกว่า 1% ที่มูลค่า 38.2 ริยาลในการซื้อขายช่วงแรก จากกำไรที่เพิ่มขึ้นในไตรมาสที่ 3

REUTERS/Ahmed Jadallah/File Photo

ดาวเคราะห์น้อยถูกพบแค่ 4 ชั่วโมงก่อนโคจรเฉียดโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/666891

วันที่ 31 ต.ค. 2564 เวลา 13:48 น.ดาวเคราะห์น้อยถูกพบแค่ 4 ชั่วโมงก่อนโคจรเฉียดโลก ดาวเคราะห์น้อยขนาดเท่าตู้เย็นลอดเข้าไปในรัศมี 2,000 ไมล์ใกล้โลกโดยไม่ถูกตรวจพบ

ดาวเคราะห์น้อยที่เพิ่งค้นพบใหม่ซึ่งมีขนาดประมาณตู้เย็นหรือประมาณ 2 เมตร หลุดรอดจากการตรวจจับของนักวิทยาศาสตร์ในสัปดาห์นี้ โดยมันโคจรเข้ามาภายในระยะ 2,000 ไมล์ (3,218 กิโลเมตร) จากทวีปแอนตาร์กติกาเท่านั้น

เว็บไซต์ CNET รายงานว่า วัตถุอวกาศดังกล่าวถูกค้นพบครั้งแรกโดย Catalina Sky Survey ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ระบุดาวเคราะห์น้อยที่คุกคามความปลอดภัยของโลก และนับตั้งแต่มันเข้ามาใกล้โลกจากทิศทางของดวงอาทิตย์ มันไม่ได้ถูกพบจนกระทั่ง 4 ชั่วโมงหลังจากเข้าสู่ระยะใกล้ที่สุด

มันโคจรผ่านแอนตาร์กติกาในเย็นวันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคมตามเวลาแปซิฟิกที่ระดับความสูงประมาณ 1,800 ไมล์ (3,047 กิโลเมตร) ซึ่งสูงกว่าจุดที่สถานีอวกาศนานาชาติโคจรอยู่แต่ใกล้กว่าวงโคจรของดาวเทียมสื่อสารขนาดใหญ่

ดาวเคราะห์น้อยซึ่งมีชื่อว่า 2021 UA1 เป็นดาวเคราะห์น้อยดวงที่ 3 ที่โคจรเข้ามาใกล้โลกที่สุดโดยไม่ได้พุ่งชนเข้ากับโลก โดยก่อนหน้านี้ ดาวเคราะห์น้อย 2020 QG เคลื่อนผ่านเข้ามาใกล้กว่าเล็กน้อยในเดือนสิงหาคม 2020 แต่การเข้าใกล้ที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกคือเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วเมื่อ ดาวเคราะห์น่อย 2020 VT4 โคจรที่ระดับความสูงเกือบเท่าสถานีอวกาศนานาชาติ (ประมาณ 250 ไมล์หรือ 400 กิโลเมตรขึ้นไป)

ดาวเคราะห์น้อยเหล่านี้เรียกว่า Near-Earth object หรือ NEO (วัตถุใกล้โลก) คือวัตถุที่เข้าใกล้จากดวงอาทิตย์น้อยกว่า 1.3 หน่วยดาราศาสตร์ (หรือ AU เท่ากับระยะห่างระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ 1 AU ประมาณ 150 ล้านกิโลเมตร) แต่ถ้าถ้าวงโคจรของ NEO ทับวงโคจรโลกและวัตถุมีขนาดใหญ่กว่า 140 เมตร ถือว่าเป็นวัตถุที่อาจเป็นอันตราย (PHO)

ปัจจุบัน มีดาวเคราะห์น้อยใกล้โลก (NEA) กว่า 26,000 ดวงที่รู้จักและดาวหางใกล้โลกระยะสั้น (NEC) ที่รู้จักกันมากกว่าร้อยดวง

ไร้สาระมากไปไม่ได้ จีนเตือนสื่อแพร่ความบันเทิงเกินควร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/666878

วันที่ 31 ต.ค. 2564 เวลา 12:21 น.ไร้สาระมากไปไม่ได้ จีนเตือนสื่อแพร่ความบันเทิงเกินควรจีนเรียกเตือน ‘สถานีวิทยุ-โทรทัศน์’ ชั้นนำ ปมเผยแพร่สื่อบันเทิงเกินควร

สำนักสารนิเทศแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน และสำนักบริหารวิทยุและโทรทัศน์แห่งชาติจีน (NRTA) เรียกพบผู้แพร่ภาพและกระจายเสียงระดับภูมิภาค 4 ราย เพื่อทำการสอบสวนกรณีเผยแพร่รายการบันเทิงในบริการโทรทัศน์ดาวเทียมมากเกินไป

ผู้แพร่ภาพและกระจายเสียงที่ถูกเรียกสอบสวนทั้งสี่ราย เป็นสถานีวิทยุและโทรทัศน์ระดับภูมิภาคของเซี่ยงไฮ้ เจียงซู เจ้อเจียง และหูหนาน

ทั้งสองหน่วยงานข้างต้นผู้ทำการสอบสวน ระบุว่าสถานีทั้งสี่ต่างมีส่วนร่วมในการส่งเสริมค่านิยมกระแสหลัก และการเผยแพร่เรื่องราวเชิงบวกในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ดีช่องสัญญาณดาวเทียมของสถานีเหล่านี้มีข้อบกพร่องเรื่องการเผยแพร่สื่อบันเทิงมากเกินไป และมีการปั่นกระแสให้ดาราในระดับต่างๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเด็ดขาด

หน่วยงานส่วนกลางมอบหมายให้ทั้งสี่สถานีใช้มาตรการที่ครอบคลุมเพื่อปรับปรุงรายการบันเทิงและวัฒนธรรม รักษาจิตสำนึกทางการเมือง ให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของสังคม และส่งเสริมค่านิยมที่เป็นหลักสำคัญของสังคมนิยมอย่างจริงจัง

สถานีเหล่านี้ควรให้ความสำคัญกับคนทำงานทั่วไปมากขึ้น และมีบทบาทนำในการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาบริการวิทยุและโทรทัศน์ของมณฑล

ด้านสถานีทั้งสี่ระบุว่าจะปฏิบัติตามคำสั่งอย่างจริงจัง เดินหน้าการแก้ไขอย่างครอบคลุม และเร่งรัดการเปลี่ยนแปลงให้เร็วขึ้น

เนื้อหาขา่วและภาพด้วยความร่วมมือกับสำนักข่าวซินหัว

สหรัฐเตรียมทดสอบอาวุธเลเซอร์ที่ทรงพลังที่สุด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/666876

วันที่ 31 ต.ค. 2564 เวลา 11:11 น.สหรัฐเตรียมทดสอบอาวุธเลเซอร์ที่ทรงพลังที่สุด ปัจจุบันมีการใช้เลเซอร์เพื่อยิงโดรนขนาดเล็ก แต่อาวุธเลเซอร์ที่ทรงพลังกว่าสามารถโจมตีเป้าหมายที่ใหญ่กว่าได้

บริษัท General Atomics Electromagnetic Systems และทีม Boeing ได้รับสัญญาว่าจ้างจากสำนักงานความสามารถพิเศษและเทคโนโลยีที่สำคัญของกองทัพสหรัฐ (RCCTO) เพื่อพัฒนาอาวุธเลเซอร์พลังงานสูงระดับ 300 กิโลวัตต์ การส่งมอบจะเป็นและเตรียมที่จะทำการทดสอบในปีหน้า

“ต้นแบบอาวุธเลเซอร์แบบกระทัดรัดพลังสูงกำลังสูงที่ GA-EMS จะส่งมอบภายใต้สัญญานี้จะมีสมรรถภาพที่ร้ายแรงยิ่งกว่าสิ่งใดๆ ในปัจจุบัน” สกอตต์ ฟอร์นีย์ ประธานของ GA-EMS กล่าว “เทคโนโลยีนี้แสดงถึงความสามารถแบบก้าวกระโดดสำหรับการป้องกันทางอากาศและขีปนาวุธ ซึ่งจำเป็นต่อการสนับสนุนความพยายามในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ของกองทัพบก และเอาชนะภัยคุกคามรุ่นต่อไปในพื้นที่ต่อสู้แบบหลายภาคส่วน”

ปัจจุบัน กองทัพเรือสหรัฐได้ติดตั้งอาวุธเลเซอร์พลังงานสูงตัวแรกที่รู้จักกันในชื่อ LaWS บนเรือรบ USS Ponce ในปี 2014 โดยมีกำลัง 30 กิโลวัตต์ เลเซอร์ทางทหารส่วนใหญ่มักจะอยู่ในช่วง 30 ถึง 100 กิโลวัตต์ ซึ่งมีประสิทธิภาพในการยิงโดรนขนาดเล็กลง แต่พลังที่สูวขึ้นจากสามารยิงขปนาวุธได้ ทั้งแบบขีปนาวุธร่อนและขีปนาวุธทิ้งตัว

New Scientist รายงานว่า โดยทั่วไปแล้วอาวุธดังกล่าวจะใช้เลเซอร์ไฟเบอร์อุตสาหกรรมหลายตัว โดยที่เอาต์พุตจะรวมกันเป็นลำแสงเดียว อาวุธใหม่นี้ใช้แผ่นกระจกขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกันเป็นชุดแทน GA-EMS กล่าวว่าการเชื่อมต่อเป็นชุดจะช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้และไม่จำเป็นต้องรวมลำแสงจากเลเซอร์ไฟเบอร์หลายตัว

ภาพ GA-EMSGA-EMS 

สามีอดีตเจ้าหญิงมาโกะสอบไม่ผ่านเป็นทนายความ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/666872

วันที่ 31 ต.ค. 2564 เวลา 10:12 น.สามีอดีตเจ้าหญิงมาโกะสอบไม่ผ่านเป็นทนายความการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของเจ้าหญิงมาโกะเป็นข่าวอีกครั้ง เมื่อสามีของอดีตเจ้าหญิงสอบไม่ผ่านเนติฯ

สำนักข่าว Kyodo รายงานอ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดกับเรื่องนี้ที่เผยเมื่อวันเสาร์ว่า เคอิ โคมุโระ (Kei Komuro) สามีของอดีตเจ้าหญิงมาโกะ สอบตกที่เนติบัณฑิตยสภาของรัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐ

ทั้งนี้ ไม่พบชื่อของโคมุโระในรายการผู้สอบผ่านล่าสุดที่เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ หรือเพียงไม่กี่วันวันหลังจากเขาแต่งงานกับมาโกะซึ่งมีศักดิ์เป็นพระภาติยะ (หลานสาว) ของจักรพรรดินารุฮิโตะ และตอนนีมีสถานะเป็นสามัญชนแล้ว

ตามข้อมูลของคณะกรรมการสอบ จากผู้เข้าสอบ 9,227 คน สอบผ่าน 5,791 คน

โคมุโระ ซึ่งกำลังวางแผนที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่กับอดีตเจ้าหญิงมาโกะในนิวยอร์กในช่วงต้นเดือนหน้า คาดว่าจะสอบใหม่อีกครั้ง อาจจะเป็นในเดือนกุมภาพันธ์

ทั้งคู่ซึ่งปัจจุบันพักอยู่ในคอนโดมิเนียมในโตเกียว ได้ไปเยี่ยมชมศูนย์ใบขับขี่เมื่อวันพฤหัสบดี คาดว่าจะยื่นเอกสารเพื่อเตรียมเดินทางออกจากญี่ปุ่น

ปัจจุบันโคมุโระเริ่มทำงานเป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายที่สำนักงานกฎหมายแห่งหนึ่งในนิวยอร์กแล้ว หลังจากจบการศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฟอร์ดแฮมด้วยปริญญานิติศาสตร์มหาบัณฑิตในเดือนพฤษภาคม แลละเขาสอบเนติบัณฑิตยสภาในเดือนกรกฎาคม

ทั้งนี้ ในสหรัฐ ไม่มีการสอนนิติศาสตร์ในระดับปริญญาตรี แต่หลังจากเรียนระดับปริญญาตรีสาขาใดๆ แล้วจะเรียนนิติศาสตร์ต่อ 3 ปี ในคณะนิติศาสตร์ หรือ Law school ปริญญาที่ได้เทียบท่ากับมหาบัณฑิตในประเทศอื่นๆ เรียกว่า Juris Doctor

Photo by various sources / AFP

นักธุรกิจเชื่อมั่น ‘ทางรถไฟจีน-ลาว’ ช่วยกระตุ้นการค้า-ดึงดูดนักท่องเที่ยว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/666871

วันที่ 31 ต.ค. 2564 เวลา 09:52 น.นักธุรกิจเชื่อมั่น ‘ทางรถไฟจีน-ลาว’ ช่วยกระตุ้นการค้า-ดึงดูดนักท่องเที่ยวรถไฟหัวกระสุน “ล้านช้าง” เดินทางถึงชายแดนบ่อเต็นทางตอนเหนือของลาว หลังจากวิ่งผ่านเส้นพรมแดนจีน-ลาว วันที่ 15 ต.ค. 2021 (แฟ้มภาพซินหัว)

หนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ ไทมส์ อ้างอิงดาววอน พะจันทะวง รองประธานบริหารหอการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติลาว (LNCCI) ระบุว่าทางรถไฟจีน-ลาวจะลดทอนต้นทุนการขนส่งผ่านลาวลงอย่างมาก เมื่อเทียบกับการขนส่งทางถนน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการค้าและการลงทุน รวมถึงดึงดูดผู้มาเยือนมากยิ่งขึ้น

ดาววอนให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ฯ เมื่อวันอังคาร (26 ต.ค.) ว่าต้นทุนสินค้าที่จำหน่ายในลาวจะลดลงเมื่อทางรถไฟสายนี้เปิดใช้งาน เนื่องจากการนำเข้าสินค้าจากจีนจะสะดวกยิ่งขึ้น และเกษตรกรลาวจะมีรายได้เพิ่มขึ้นตามการเข้ามาลงทุนด้านการเกษตรของบริษัทจีน ขณะจำนวนผู้มาเยือนลาวที่ขยายตัวจะช่วยสร้างเสริมรายได้อีกทางหนึ่งด้วย

จีนยังครองตำแหน่งตลาดส่งออกขนาดใหญ่ที่สุดของลาว และเป็นนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ที่สุดในลาว แต่ละปีลาวทำรายได้หลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐจากการส่งออกแร่ทองแดง ทองแดง และผลิตภัณฑ์ทองแดง ตลอดจนกลุ่มสินค้าเกษตร อาทิ กล้วย ถั่ว มันเทศ ยางพารา มันสำปะหลัง ข้าวโพดหวาน ผลไม้ (แตงโม เสาวรส และมะขาม) และไม้แปรรูป ไปยังจีน

ดาววอนเชื่อว่าจะมีบริษัทจีนสนใจมาลงทุนในภาคธุรกิจเหล่านี้ภายใต้ความร่วมมือกับผู้ประกอบการลาวเพิ่มขึ้น ขณะภาคธุรกิจอื่นๆ จะได้ประโยชน์จากทางรถไฟเช่นกัน โดยเฉพาะการท่องเที่ยวที่ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร เกสต์เฮาส์ และยานพาหนะเช่า มีแนวโน้มทำรายได้เพิ่มขึ้น รวมถึงการสื่อสาร การศึกษา และสุขภาพด้วย

ขณะเดียวกันสกุลเงินต่างประเทศจะไหลเข้าสู่ลาวมากขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ปรับลดอัตราเงินเฟ้อ และเสริมสร้างความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจลาว

“จากมุมมองส่วนตัวและในฐานะผู้ประกอบธุรกิจ ผมมั่นใจว่ารัฐบาลลาวจะออกมาตรการอันมีประสิทธิภาพเพื่อควบคุมการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) เมื่อทางรถไฟจีน-ลาวเปิดใช้งาน เพื่อเร่งการฟื้นตัวจากผลกระทบจากโรคระบาดใหญ่” ดาววอนกล่าว

ดาววอนเสนอแนะรัฐบาลลงมือทำทุกวิถีทางในการเอื้ออำนวยความสะดวกให้ธุรกิจกลับมาดำเนินการตามปกติเพื่อสนับสนุนรายได้ของผู้คนท้องถิ่น มีส่วนร่วมด้านการค้าและการลงทุนภายใต้เป้าหมายการพัฒนามากขึ้น อีกทั้งแนะนำกลุ่มผู้ประกอบการใช้โอกาสนี้ร่วมกันทำงานเพื่อพัฒนาและปรับปรุงธุรกิจให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในยุคความปกติใหม่

ดาววอนเสริมว่าทางรถไฟจีน-ลาวเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพระหว่างสองประเทศ และจะนำความสุขและความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ประชาชนสองฝ่าย

ทั้งนี้ ทางรถไฟจีน-ลาวเป็นโครงการเชื่อมต่อเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างแผนริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (BRI) ที่นำเสนอโดยจีน และยุทธศาสตร์ของลาวในการเปลี่ยนตนเองจากประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลให้เป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อทางบก

การก่อสร้างทางรถไฟโดยสารและขนส่งสินค้าที่ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าได้ประยุกต์ใช้มาตรฐานการบริหารจัดการและเทคนิคของจีนอย่างเต็มรูปแบบ โดยเริ่มก่อสร้างเมื่อเดือนธันวาคม 2016 และมีกำหนดเสร็จสิ้นพร้อมเปิดบริการในเดือนธันวาคม 2021

เนื้อหาข่าสและภาพด้วยความร่วมมือกับสำนักข่าวซินหัว