ยักษ์อสังหาฯ จีนส่อเค้าเจอวิกฤตการเงินอีกเจ้า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/666853

วันที่ 30 ต.ค. 2564 เวลา 16:29 น.ยักษ์อสังหาฯ จีนส่อเค้าเจอวิกฤตการเงินอีกเจ้าYango Group บริษัทอสังหาริมทรัพย์จีนพยายามขอพักชำระหนี้เพราะกังวลว่าจะไม่มีเงินจ่ายคืน

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า Redd ผู้ให้บริการข่าวกรองทางการเงินระบุว่า บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ Yango Group ของจีนขอพักชำระหนี้กับผู้ถือตราสารหนี้ประเภท ABS เป็นเวลา 1 ปี เนื่องจากกังวลว่าบริษัทจะไม่สามารถชำระคืนได้

ตราสารหนี้ประเภท ABS มูลค่า 198 ล้านเหรียญสหรัฐของ Yango Group จะครบกำหนดไถ่ถอนในเดือน พ.ย. 2022 แต่ทางบริษัทให้สิทธิ์ผู้ถือตราสารหนี้ดังกล่าวไถ่ถอนได้ในเดือนหน้า

Redd รายงานโดยอ้างแหล่งข่าว 4 คนที่ไม่เปิดเผยชื่อว่า Yango Group แจ้งความประสงค์ดังกล่าวต่อนักลงทุนในการประชุมเป็นการภายในของบริษัทที่มีผู้บริหารระดับอาวุโสเข้าร่วมเมื่อวันศุกร์ (29 ต.ค.)

รายงานของ Redd ระบุอีกว่า Yango Group ไม่มีแผนจะเพิ่มความน่าเชื่อถือด้านเครดิต (credit enhancements) เพื่อโน้มน้าวให้เจ้าหนี้ขยายเวลาการชำระหนี้คืนให้ และผู้บริหาร Yango Group ชี้ว่า บริษัทอาจมีปัญหาในการจ่ายเงินหากเจ้าหนี้ปฏิเสธขยายเวลาชำระหนี้คืนตามที่บริษัทร้องขอ ซึ่งไม่มีเจ้าหนี้รายใดอนุมัติข้อเสนอดังกล่าวหลังจบการประชุม

การขอพักชำระหนี้ของ Yango Group เกิดขึ้นหลังจากปัญหาสภาพคล่องของ Evergrande สร้างความกังวลในหมู่นักลงทุนทั่วโลกเกี่ยวกับภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีนที่มีหนี้สินรุมเร้ารวมกันถึง 5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จีนเข้าถึงแหล่งเงินทุนยากขึ้น

ขณะที่ Evergrande รอดพ้นจากการผิดนัดชำระหนี้ครั้งที่ 2 ในนาทีสุดท้ายวานนี้ (29 ต.ค.) ก่อนที่ระยะเวลาผ่อนผัน 30 วันจะสิ้นสุดลงในวันนี้ (30 ต.ค.)

นอกจากนี้ จากข้อมูลของ Refinitiv Yango Group ยังมีหนี้พันธบัตรสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐที่ต้องชำระอีก 8 ฉบับรวมมูลค่า 2,240 ล้านเหรียญสหรัฐ และพันธบัตรสกุลเงินหยวนอีก 14 ฉบับมูลค่ารวม 13,100 ล้านหยวน

Photo by Noel Celis / AFP

ครูไต้หวันหัวใสสอนเลขใน Pornhub คนดูหลักล้าน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/666847

วันที่ 30 ต.ค. 2564 เวลา 14:25 น.ครูไต้หวันหัวใสสอนเลขใน Pornhub คนดูหลักล้านการเรียนไม่จำกัดเฉพาะในห้องเรียนอีกต่อไปเมื่อครูไต้หวันหันมาสอนคณิตศาสตร์บน Pornhub

ทุกคนรู้จัก Pornhub ในฐานะแหล่งรวมคลิปวิดีโอสำหรับผู้ใหญ่ แต่ครูหนุ่มชาวไต้หวันลบล้างความเชื่อเดิมๆ ด้วยการใช้แพลตฟอร์มที่ใครๆ ก็รู้จักนี้สอนวิชาคณิตศาสตร์ซึ่งตรงข้ามกับบทบาทของ Pornhub โดยสิ้นเชิง แต่ปรากฏว่าได้ผลตอบรับล้นหลาม

ครูคนนี้มีชื่อว่า จางซู วัย 34 ปีซึ่งมีดีกรีปริญญาโทด้านคณิตศาสตร์และมีประสบการณ์การสอนวิชาคณิตศาสตร์ออนไลน์ในไต้หวันมานานกว่า 15 ปี

Mel Magazine รายงานว่า จางซูโพสต์คลิปสอนคณิตศาสตร์ในยูทูบก่อนจะเพิ่งเปิดเว็บไซต์สอนออนไลน์ของตัวเองเมื่อปีที่แล้ว

ครูชาวไต้หวันรายนี้เริ่มสอนใน Pornhub เมื่อเดือน พ.ค.ปีที่แล้ว เพราะเชื่อว่าจะมีคนดูและติดตามมากขึ้นจากแพลตฟอร์มนี้

“เพราะยังไม่ค่อยมีใครสอนคณิตศาสตร์ในแพลตฟอร์มวิดีโอสำหรับผู้ใหญ่ และเพราะมีคนเข้าชมเว็บไซต์นี้มากมาย ผมเลยคิดว่าถ้าผมโพสต์คลิปลงในนี้จะทำให้มีคนเห็นเยอะขึ้น” จางซูเผย

ปรากฏว่าไอเดียนี้ได้รับเสียงตอบรับดีมาก มีคนเข้ามาดูคลิปของเขากว่า 1.6 ล้านครั้ง และช่วยเพิ่มรายได้ให้กับธุรกิจสอนออนไลน์ได้เป็นกอบเป็นกำ

“นักเรียนหลายคนที่มองหาครูสอนคณิตศาสตร์ก็รู้จักผมผ่าน Pornhub นี่แหละ และบางคนยังควักเงินซื้อคอร์สของผมด้วย” ครูจางเล่า

ปัจจุบันนี้ธุรกิจสอนออนไลน์ของจางซูสร้างรายได้ปีละกว่า 7.5 ล้านเหรียญไต้หวัน หรือราว 8.9 ล้านบาท

คลิปของจางซูที่ใช้ชื่อชาแนลว่า Changhsumath666 ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากทางชุมชน Pornhub ส่วนตัวเขาเองได้ขยับขึ้นเป็นสมาชิกระดับ verified

ยังคุมไม่อยู่ ยอดติดเชื้อจีนพุ่งสูงสุดในรอบเกือบ 2 เดือน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/666831

วันที่ 30 ต.ค. 2564 เวลา 12:15 น.ยังคุมไม่อยู่ ยอดติดเชื้อจีนพุ่งสูงสุดในรอบเกือบ 2 เดือนCovid-19 จีนลามหนัก ตัวเลขผู้ติดเชื้อพุ่งสูงสุดในรอบเกือบ 2 เดือน

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสรายวันของจีนพุ่งสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย. หรือในรอบกว่า 6 สัปดาห์ โดยการแพร่ระบาดรอบล่าสุดส่วนใหญ่อยู่ในมณฑลทางตอนเหนือของประเทศ อาทิ เฮยหลงเจียง มองโกเลียใน กานซู่ เขตปกครองตนเองหนิงเซี่ย และกรุงปักกิ่ง

วันศุกร์ (29 ต.ค.) จีนพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 78 ราย เพิ่มขึ้นจากวันพฤหัสบดีที่อยู่ที่ 64 ราย และยังพบผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการอีก 24 รายซึ่งทางการจีนไม่ได้นำไปรวมกับยอดผู้ติดเชื้อรายวัน

แม้ว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อของจีนจะน้อยกว่าในประเทศอื่น แต่จีนไม่ได้นิ่งนอนใจกับการแพร่ระบาดรอบล่าสุด ทางการท้องถิ่นสั่งใช้มาตรการเข้มงวดทันที รวมทั้งการล็อกดาวน์และตรวจหาเชื้อเชิงรุก

ด้าน China Daily รายงานว่า ทางการท้องถิ่นเมืองเอ๋อจี้น่าในเขตปกครองตนเองมองโกเลียในซึ่งเป็นพื้นที่ระบาด หนักเตรียมส่งนักท่องเที่ยวที่ติดค้างในพื้นที่กว่า 9,400 คนไปยังพื้นที่เสี่ยงต่ำเร็วๆ นี้

Photo by Noel Celis / AFP

เกาหลีเหนือแนะประชาชนกินเนื้อหงส์แก้อาหารขาดแคลน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/666824

วันที่ 30 ต.ค. 2564 เวลา 10:50 น.เกาหลีเหนือแนะประชาชนกินเนื้อหงส์แก้อาหารขาดแคลนเกาหลีเหนือกำลังเผชิญวิกฤตขาดแคลนอาหารจนทางการแนะนำให้ชาวบ้านกินเนื้อหงส์แก้ปัญหา

หนังสือพิมพ์โรดองซินมุนของเกาหลีเหนือรายงานว่า ทางการเกาหลีเหนือแนะนำให้ประชาชนหันมารับประทานหงส์ดำ โดยระบุว่าเนื้อหงส์ดำอร่อยและมีสรรพคุณทางการแพทย์ อีกทั้งการเพาะพันธุ์หงส์ดำในระดับอุตสาหกรรมจะช่วยพัฒนาชีวิตของผู้คนให้ดีขึ้น

และยังมีรายงานที่อ้างแหล่งข่าวในเกาหลีเหนือว่า ธนาคารกลางของเกาหลีเหนือต้องพิมพ์คูปองใช้แทนเงินสดมูลค่า 1 เหรียญสหรัฐ เนื่องจากปัญหาขาดแคลนธนบัตรเงินวอนเกาหลีเหนือ โดยเว็บไซต์ริมจินกังที่ดำเนินงานโดยผู้แปรพักตร์ชาวเกาหลีเหนือที่อยู่ในญี่ปุ่นระบุว่า เกาหลีเหนือใช้คูปองดังกล่าวมาตั้งแต่เดือน ส.ค. เนื่องจากขาดแคลนกระดาษและหมึกสำหรับพิมพ์ธนบัตรที่ต้องนำเข้าผ่านทางจีน

เกาหลีเหนือประสบวิกฤตขาดแคลนอาหารมานานแล้ว และเมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา คิมจองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือยอมรับต่อสาธารณชนว่า เกาหลีเหนือกำลังเผชิญวิกฤตขาดแคลนอาหารอย่างหนัก

Photo by STR / KCNA VIA KNS / AFP

ซีอีโอเกาหลีวัย 17 ปี เจ้าของธุรกิจที่มียอดขาย 30 ล้านบาทในปีเดียว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/666804

วันที่ 29 ต.ค. 2564 เวลา 18:40 น.ซีอีโอเกาหลีวัย 17 ปี เจ้าของธุรกิจที่มียอดขาย 30 ล้านบาทในปีเดียวจากเด็กที่เคยถูกบูลลี่ ตอนนี้กลายเป็นซีอีโอวัย 17 ปี เจ้าของแบรนด์แฟชั่นยอดขายกว่า 30 ล้านบาทในปีเดียว และธุรกิจสมาร์ทวอทช์อักษรเบรลล์สำหรับผู้พิการทางสายตาก็กำลังไปได้สวย

Sukone Hong เจ้าของธุรกิจชาวเกาหลีใต้ที่อายุเพียง 17 ปี ถูกพูดถึงตามสื่อต่างประเทศหลายสำนักเมื่อแบรนด์แฟชั่นของเขามียอดขายสูงถึง 1.2 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 30 ล้านบาทในปีนี้ และตอนนี้เขาได้เปิดตัวสมาร์ทวอทช์อักษรเบรลล์สำหรับผู้พิการทางสายตา ที่มีคำสั่งซื้อหลายพันรายการ

กว่าจะมาถึงจุดนี้

Hong เล่าว่าในตอนที่เขาเรียนอยู่ที่โรงเรียนเขาเคยถูกรังแกและตกเป็นเหยื่อของการบูลลี่ของเพื่อนๆ

“สำหรับผมมันยากมากที่จะมีส่วนร่วมกับโรงเรียนและเข้ากับเพื่อนร่วมชั้น ผมถูกรังแก และต้องหาสิ่งที่จะสามารถเปลี่ยนชีวิตผมได้”

Hong เริ่มเข้าสู่เส้นทางการเป็นเจ้าของธุรกิจเมื่อ 4 ปีก่อน ตอนที่เรียนมัธยมศึกษาตอนต้น (เกรด 8) เขาเริ่มขายเสื้อผ้าบน Naver แพลตฟอร์มออนไลน์ของเกาหลีใต้ โดยมีรายได้เริ่มต้นอยู่ที่ 150 เหรียญสหรัฐ จึงทำให้เขาต้องคิดปรับเปลี่ยนกลยุทธ์

ด้วยเงินสนับสนุนจากครอบครัวจำนวน 5,000 เหรียญสหรัฐ และได้รับความช่วยเหลือจากธุรกิจด้านการพิมพ์แห่งหนึ่ง เขาจึงเริ่มสร้างเว็บไซต์ขายเสื้อผ้าของตัวเองในชื่อแบรนด์ Olaga โดยเสนอชุดลำลองแบบ unisex ด้วยการออกแบบที่เรียบง่ายและสนุกสนาน และต้องการสร้างจุดขายที่ไม่เหมือนใคร

ทว่า หลังจากเปิดตัวออกไปแล้วทุกอย่างนิ่งเงียบไปเป็นสัปดาห์ ก่อนที่จะค่อยๆ มีออเดอร์เข้ามาในสัปดาห์ถัดมา Hong เผยว่าเมื่อเขาตื่นเช้ามาก็พบว่ามีออเดอร์เข้าประมาณ 15 รายการ ตอนเที่ยง 50 รายการ และตอนเย็นอีก 80 รายการ รวมๆ แล้วสัปดาห์นั้นเขาขายเสื้อผ้าไปได้ประมาณ 300 ตัว

3 ปีที่ผ่านมา Olaga โด่งดังในตลาดเอเชีย และอยู่ในอันดับต้นๆ ของหมวดหมู่เสื้อยืดบนเว็บไซต์ Style Share ด้วยยอดขาย 1.2 ล้านเหรียญสหรัฐในระยะเวลา 1 ปี

ทำให้ Hong มีเงินพอที่จะสามารถจ้างพนักงานได้ 12 คน และจ่ายคืนให้พ่อแม่สำหรับค่าเล่าเรียนโรงเรียนนานาชาติในกรุงโซล ซึ่งเป็นที่ที่ทำให้เขาเกิดแรงบันดาลใจในการลงทุน

สมาร์ทวอทช์อักษรเบรลล์

Hong กล่าวว่า ในตอนแรกเขาคิดเพียงแค่ว่าธุรกิจทำให้เขาหาเงินได้จำนวนมาก แต่ครูของเขาแนะนำว่าเขาสามารถใช้ความรู้และประสบการณ์ที่มีเพื่อสร้างธุรกิจที่จะสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้ด้วย ทำให้เขาฉุกคิดและตัดสินใจที่จะพัฒนา “สมาร์ทวอทช์อักษรเบรลล์” เพื่อให้ผู้พิการทางสายตาได้รับข้อมูลแบบเรียลไทม์ เช่น ข้อความจากสมาร์ทโฟน

โพสต์ที่แชร์โดย Paradox Computer Inc. (@paradox_korea)

แต่ด้วยต้นทุนที่สูง ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะสูงกว่า 300 เหรียญสหรัฐอาจทำให้ผู้พิการจำนวนมากเข้าถึงผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้ Hong ตระหนักถึงความไม่เท่าเทียมกันและตัดสินใจว่าจะต้องมีทางเลือกอื่นที่เหมาะสมกว่า

เขาจึงออกเดินทางเพื่อทำความเข้าใจตลาด พูดคุยกับผู้พิการทางสายตาเพื่อขอคำแนะนำและข้อเสนอแนะในการพัฒนาสมาร์ทวอทช์อักษรเบรลล์ ให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับความต้องการของผู้พิการทางสายตามากขึ้น และพูดคุยกับวิศวกรเพื่อหาวิธีแก้ไข

6 เดือนต่อมา สมาร์ทวอทช์อักษรเบรลล์ Paradox Computers ราคา 80 เหรียญสหรัฐมียอดขายหลายร้อยรายการ และมีคำสั่งซื้อล่วงหน้าอีก 3,000 รายการ

ไม่ทิ้งการเรียน

แม้ว่า Hong จะประสบความสำเร็จบนเส้นทางการเป็นนักธุรกิจ แต่เขายังคงมุ่งมั่นที่จะเรียนหนังสือต่อไป

“เมื่อธุรกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว ผมเคยมีความคิดที่จะไม่เรียนหนังสือต่อแล้ว แต่เมื่อได้พูดคุยกับซีอีโอหลายๆ คน พวกเขาทุกคนแนะนำว่าผมควรเรียนต่อมหาวิทยาลัย” Hong กล่าว

ที่มา: CNBCYahoo Finance

ภาพ: Sukone Hongolaga_officialparadox_korea

พบรูปปั้นสมัยโรมันอายุ 2,000 ปีในอังกฤษ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/666803

วันที่ 29 ต.ค. 2564 เวลา 17:42 น.พบรูปปั้นสมัยโรมันอายุ 2,000 ปีในอังกฤษนักโบราณคดีพบรูปปั้นอายุสมัยโรมันอายุราว 2,000 ปีขณะกำลังสร้างทางรถไฟในอังกฤษ

Daily Mail รายงานว่า ทีมนักโบราณคดีของบริษัททางรถไฟ HS2 ของอังกฤษพบรูปปั้นครึ่งตัวสมัยโรมันอายุราว 2,000 ปี 3 ชิ้นฝังอยู่ใต้โบสถ์เซนต์แมร์รีเก่าที่ถูกรื้อทิ้งไปเมื่อปี 1966 ในเมืองสโตคแมนเดวิลล์ มณฑลบักกิงแฮมเชอร์ของอังกฤษขณะกำลังก่อสร้างทางรถไฟ

รูปปั้นหิน 3 ชิ้นที่พบเป็นรูปปั้นของผู้ชายและผู้หญิงอย่างละ 1 ชิ้น ซึ่งทั้งสองชิ้นมีศีรษะแยกต่างหากจากส่วนร่างกาย และอีกชิ้นหนึ่งเป็นส่วนศีรษะของเด็กโดยไม่มีชิ้นส่วนร่างกาย

นอกจากนี้ ยังพบเหยือกแก้วรูปทรงหกเหลี่ยมยุคโรมันที่ถูกรักษาไว้เป็นอย่างดี โดยชิ้นส่วนชิ้นใหญ่ของเหยือกยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ รวมทั้งกระเบื้องหลังคา และผนังปูนปลาสเตอร์ทาสี

นักโบราณคดียังได้ทราบข้อมูลสำคัญของโบสถ์นอร์มันแห่งนี้ด้วย อาทิ แรกเริ่มเดิมทีนั้นบริเวณดังกล่าวดูเหมือนจะเป็นเนินดินธรรมชาติซึ่งต่อมาถูกสร้างเพิ่มเติมโดยการเพิ่มดินเข้าไป ซึ่งอาจเป็นสุสานยุคสำริด

หลังจากนั้นจึงมีสิ่งก่อสร้างรูปทรงสี่เหลี่ยมยุคโรมันซึ่งหากดูจากความหรูหราแต่มีน้อยของวัตถุที่พบนักโบราณคดีคิดว่าน่าจะเป็นหลุมฝังศพ

อีกทฤษฎหนึ่งคือ ทีมนักโบราณคดีคาดว่าสิ่งก่อสร้างดังกล่าวอาจถูกดัดแปลงในสมัยแซ็กซอน (จากการค้นพบเครื่องปั้นดินเผาและเหรียญแซ็กซอน) ก่อนจะถูกรื้อถอนโดยชาวนอร์มันเพื่อสร้างโบสถ์เซนต์แมร์รีบนพื้นที่ดังกล่าว

สำหรับรูปปั้นสมัยโรมันและโบราณวัตถุที่ขุดพบจะถูกส่งต่อไปยังห้องปฏิบัติการที่เชี่ยวชาญโดยเฉพาะเพื่อตรวจสอบและทำความสะอาดต่อไป

ภาพ: HS2 

Zephyr PRO RGB เม้าส์ติดพัดลมในตัวกันเหงื่อออกฝ่ามือ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/666792

วันที่ 29 ต.ค. 2564 เวลา 16:45 น.Zephyr PRO RGB เม้าส์ติดพัดลมในตัวกันเหงื่อออกฝ่ามือ หากคุณเป็นคนที่เหงื่อออกที่ฝ่ามือเมื่อต้องจับเม้าส์นานๆ Zephyr PRO RGB คือตัวช่วยที่ตอบโจทย์สุดๆ

คอเกมออนไลน์ที่ฮิตๆ ไม่ว่าจะเป็น Fortnite หรือ Call Of Duty หรือ Apex Legends คงจะเคยประสบปัญหาเหงื่อออกที่ฝ่ามือเมื่อต้องจับเม้าส์นานๆ แม้ว่าจะนั่งอยู่ในห้องแอร์เย็นฉ่ำจนเสียอรรถรสในการเล่นกันมาบ้าง บางคนอาจจะต้องเปิดพัดลมเป่ามือโดยเฉพาะอีกตัวหนึ่งซึ่งยุ่งยากไปอีก

กลุ่มเกมเมอร์และคนหัวกะทิด้านเทคโนโลยีในฮ่องกงจึงรวมตัวกันคิดค้นเม้าส์เกมมิง Zephyr PRO RGB เม้าส์ที่มีพัดลมตัวเล็กๆ แต่ทรงพลังอยู่ในตัวเพื่อตอบโจทย์นี้ โดยตัวเม้าส์ถูกออกแบบให้เป็นรูคล้ายรังผึ้งเพื่อปล่อยลมจากภายในออกมา และยังเลือกได้ว่าจะใช้ความเร็วระดับไหนตั้งแต่ 4,000-10,000 รอบต่อนาที

เรื่องเสียงรบกวนจากพัดลมก็หายห่วง เพราะแม้จะเปิดพัดลมที่ความเร็วรอบสูงสุดก็ยังเงียบเพียง 30 เดซิเบล ไม่เสียสมาธิในการวางแผนเกมแน่นอน

เม้าส์ Zephyr PRO RGB ยังมีน้ำหนักเบาเพียง 68 กรัม ส่วนตัวสายทำจากเชือกไนลอนคุณภาพสูงที่มีความยืดหยุ่น ลากเปลี่ยนตำแหน่งได้รวดเร็วไม่สะดุด ให้ความรู้สึกไม่ต่างจากเม้าส์ไร้สาย

นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับเซ็นเซอร์ Pixart 3389 ที่ปรับความไวต่อสัมผัสของเม้าส์ได้ตั้งแต่ 400-16,000 DPI ซึ่งมีไฟบ่งบอกระดับของความไว ซึ่งทีมผู้คิดค้นบอกว่า “ฟังก์ชันนี้ไม่ได้ช่วยให้เล่นเกมได้โปรขึ้น แต่ทำให้เม้าส์ดูดีขึ้นเป็นบ้าเลย”

แน่นอนว่าเมื่อเป็นเม้าส์เกมมิงก็ต้องออกแบบความโค้งนูนมาเพื่อรองรับตำแหน่งนิ้วมือที่อยู่ในตำแหน่งที่สบายที่สุด และยังเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูงอย่างสวิตช์ OMRON ของญี่ปุ่นที่สามารถคลิกได้ถึง 50 ล้านครั้ง

อินเดียทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีป โจมตีได้เกือบทุกส่วนของจีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/666789

วันที่ 29 ต.ค. 2564 เวลา 15:40 น.อินเดียทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีป โจมตีได้เกือบทุกส่วนของจีนอินเดียทดสอบขีปนาวุธยิงไกล 5,000 กม. ท่ามกลางความตึงเครียดกับจีน

รัฐบาลอินเดียประกาศความสำเร็จในการทดสอบขีปนาวุธ อัคนี-5 (Agni-5) ขีปนาวุธข้ามทวีปซึ่งสามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ ความยาว 17.5 เมตร หนัก 50 ตัน พิสัยทำการ 5,000 กิโลเมตร หรือสามารถโจมตีได้เกือบทุกส่วนของประเทศจีน ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างจีนและอินเดีย

โดยวันที่ 27 ต.ค. ที่ผ่านมากองทัพอินเดียได้ทำการทดสอบยิงขีปนาวุธออกจากฐานยิงบนเกาะอับดุลคาลัม ทางตะวันออกของรัฐโอริศา และตกลงสู่อ่าวเบงกอล ด้วยความแม่นยำระดับสูงมาก

ซึ่งกระทรวงกลาโหมอินเดียออกแถลงการณ์ถึงความสำเร็จครั้งนี้ว่าสอดคล้องกับนโยบายของอินเดียที่ต้องการยกระดับการป้องกันที่มีศักยภาพ ภายใต้คำมั่นว่าจะไม่เป็นฝ่ายโจมตีก่อน

ทั้งนี้ อินเดียทดสอบขีปนาวุธดังกล่าวมาหลายหลายครั้งแต่นี่เป็นครั้งแรกที่ยิงขีปนาวุธตอนกลางคืน

ซึ่งสื่อท้องถิ่นกล่าวว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจเป็นการส่งสัญญาณบางอย่างไปยังรัฐบาลจีน ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่าง 2 ประเทศ จากกรณีความขัดแย้งบริเวณพรมแดนเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งมีทหารอินเดียเสียชีวิตไป 20 นายจากเหตุปะทะเมื่อปีที่แล้ว

รวมถึงการที่จีนขยายอิทธิพลทางทหารและเศรษฐกิจในแถบมหาสมุทรอินเดียในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

โดยนักวิเคราะห์ชี้ว่าพิสัยทำการของขีปนาวุธสามารถโจมตีได้เกือบทุกส่วนของประเทศจีน และประเทศเพื่อนบ้านอย่างปากีสถาน

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าอินเดียกำลังพัฒนาขีปนาวุธอัคนีรุ่นที่ 6 ซึ่งคาดว่าจะมีพิสัยทำการไกลถึง 11,000 ถึง 12,000 กิโลเมตร

โครงการขีปนาวุธของอินเดียถูกพัฒนามานานกว่า 10 ปี ในตอนแรกตั้งขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการโจมตีจากปากีสถาน ประเทศเพื่อนบ้านที่มีความขัดแย้งบ่อยครั้ง และเคยก่อสงครามกับอินเดียมาแล้ว 3 ครั้ง ด้านปากีสถานเองก็มีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครองเช่นเดียวกัน

ขณะที่นักวิเคราะห์เชื่อว่าปัจจุบันอินเดียกำลังเตรียมขีปนาวุธเพื่อป้องกันประเทศของตนจากประเทศจีน และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาดูเหมือนว่าอินเดียกำลังพยายามยกระดับอานุภาพกองทัพอินเดียให้ทัดเทียมกับกองทัพจีน

นอกจากนี้ อินเดียได้กระชับความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศกับประเทศตะวันตกในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รวมถึงการเข้าร่วมพันธมิตรจตุภาคี (Quad) กับสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย

Apple ยังฟันกำไรอื้อแม้ซัพพลายเชนสะดุด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/666781

วันที่ 29 ต.ค. 2564 เวลา 14:32 น.Apple ยังฟันกำไรอื้อแม้ซัพพลายเชนสะดุดApple เดินหน้าโกยรายได้และกำไรอื้อซ่าแม้ว่าจะมีปัญหาขาดแคลนชิป

Apple ซึ่งขึ้นแท่นเป็นบริษัทมหาชนที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลกยังคงโกยรายได้เป็นกอบเป็นกำแม้ว่าจะมีปัญหาขาดแคลนชิปในการผลิตสมาร์ทโฟน โดยบริษัทเผยว่ายอดขายของไตรมาสล่าสุดเพิ่มขึ้น 29% และกำไรพุ่งขึ้นถึง 62%

Apple เปิดเผยว่า บริษัททำรายได้อยู่ที่ 83,300 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีกำไรอยู่ที่ 20,500 ล้านเหรียญสหรัฐในไตรมาสที่ 4 ซึ่งน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์ของวอลล์สตรีทคาดไว้เล็กน้อย ยอดขายของไตรมาสนี้เติบโตน้อยกว่าของไตรมาสก่อนซึ่งอยู่ที่ 36%

ทิม คุก ซีอีโอของ Apple เผยระหว่างประชุมรายงานผลประกอบการว่า ตัวเลขรายได้ของไตรมาสล่าสุดเป็นผลมาจากปัญหาซัพพลายเชนซึ่งเกี่ยวเนื่องกับการแพร่ระบาดของ Covid-19 ที่ใหญ่กว่าที่คาดการณ์ไว้

คุกเผยอีกว่า การขาดแคลนชิปและการหยุดชะงักของการผลิตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อันเนื่องจาก Covid-19 ส่งผลให้บริษัทสูญเสียรายได้ราว 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐในไตรมาสนี้ และคาดว่ายอดขายของ Apple จะลดลงอีกในช่วงวันหยุดยาวปลายปีเนื่องจากปัญหาซัพพลายเชนแม้ว่าความต้องการซื้อจะสูงก็ตาม

iPhone ยังเป็นสินค้าที่ทำรายได้ได้สูงที่สุดในไตรมาสนี้ โดยโกยเงินได้ถึง 38,800 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 47% จากปีก่อนหน้า แต่ลดลงจากยอดขายในไตรมาสก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 39,500 ล้านเหรียญสหรัฐ

ในการเปิดเผยผลประกอบการเมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา Apple คาดว่าการขาดแคลนชิปทั่วโลกจะกระทบกับยอดขาย iPhone และ iPad ถึงอย่างนั้น Apple ยังเติบโตสูงเป็นประวัติการณ์ทั่วโลก โดยยอดขายในจีนเพิ่มขึ้นเร็วที่สุดคือ เพิ่มขึ้น 84% จากปีก่อนหน้ามาอยู่ที่ 14,500 ล้านเหรียญสหรัฐ

คุกเผยอีกว่า รายได้เกือบ 1 ใน 3 ของบริษัทมาจากประเทศตลาดเกิดใหม่ โดยในอินเดียและเวียดนามรายได้เติบโตเป็น 2 เท่า

Photo by Handout / Apple Inc. / AFP

ส่องยุทธศาสตร์เกาหลีใต้ ก้าวแรกของการอยู่ร่วมกับโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/666773

วันที่ 29 ต.ค. 2564 เวลา 13:30 น.ส่องยุทธศาสตร์เกาหลีใต้ ก้าวแรกของการอยู่ร่วมกับโควิดเกาหลีใต้ปูทางสู่การกลับไปใช้ชีวิตปกติ หลังฉีดวัคซีนเกินเป้า 70%

รัฐบาลเกาหลีใต้ประกาศแผนยุทธศาสตร์ “อยู่ร่วมกับโควิด-19” ระยะที่หนึ่ง เพื่อปูทางสู่การกลับไปใช้ชีวิตตามปกติหลังบรรลุเป้าหมายในการฉีดวัคซีนได้ 70% ของประชากรทั้งหมด 52 ล้านคน โดยจะมีผลบังคับใช้เป็นเวลา 1 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.

หลังจากที่ชาวเกาหลีใต้กว่า 40 ล้านคนหรือเกือบ 80% ได้รับวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 โดส โดยมีผู้ที่ได้รับวัคซีนครบโดสแล้วราว 37 ล้านคน หรือคิดเป็นประมาณ 72%

ทางการเกาหลีใต้จึงเผยแผนการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ โดยจะมีการยกเลิกจำกัดเวลาเปิดทำการร้านอาหาร และแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนเพื่อเข้าสถานที่เสี่ยงสูง อาทิ โรงยิม ซาวน่า และบาร์

โดยเบื้องต้นระบุว่าแผนยุทธศาสตร์อยู่ร่วมกับโควิด-19 ระยะที่หนึ่ง จะมีผลบังคับใช้เป็นเวลา 1 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. ที่จะถึงนี้ และมีแผนที่จะยกเลิกข้อจำกัดทั้งหมดภายในเดือนก.พ.

ขณะนี้เกาหลีใต้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่วันละกว่า 2 พันคน แต่จำนวนผู้ป่วยอาการหนักและผู้เสียชีวิตอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งขณะที่สมาคมการแพทย์แห่งเกาหลี (KMA) และผู้เชี่ยวชาญได้เตือนว่าแผนยุทธศาสตร์อยู่ร่วมกับโควิด-19 อาจส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น

ขณะที่เจ้าหน้าที่กล่าวว่าจะมุ่งเน้นไปที่ผู้ป่วยหนักที่ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลและอัตราการเสียชีวิตมากกว่า

ทั้งนี้ เกาหลีใต้ไม่เคยใช้มาตรการล็อกดาวน์ แต่เผชิญกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกที่ 4 ตั้งแต่เดือนก.ค. ที่ผ่านมา ส่งผลให้รัฐบาลต้องบังคับใช้มาตรการที่เข้มงวด รวมถึงข้อจำกัดในการรวมกลุ่มและการเว้นระยะห่างทางสังคม

โดยก่อนหน้านี้ การแข่งขันกีฬากลางแจ้งอนุญาตให้มีผู้ชมได้ 50% ขณะที่งานดนตรีหรือคอนเสิร์ตให้มีผู้เข้าชมได้ไม่เกิน 100 คน ส่วนโรงภาพยนตร์ และสถานที่เสี่ยงสูงอื่นๆ อาทิ โรงยิม ซาวน่า บาร์ คาราโอเกะ อนุญาตเฉพาะผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้วหรือมีผลตรวจเชื้อเป็นลบเท่านั้น

Photo by KIM Won Jin / AFP