เมืองโบราณถูก “เพลิงอวกาศ” ระเบิดจนหลอมเหลว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/664090

วันที่ 26 ก.ย. 2564 เวลา 13:49 น.เมืองโบราณถูก "เพลิงอวกาศ" ระเบิดจนหลอมเหลวการทำลายล้างเมืองโบราณจากการระเบิดของหินจากอวกาศอาจเป็นต้นเค้าของจากเรื่องราวการทำลายล้างในพระคัมภีร์ไบเบิล

นักวิจัยพบว่า ภัยพิบัติที่ทำลายเมืองทัลล์ เอล-ฮัมมัม (Tall el-Hammam) ซึ่งเป็นเมืองยุคสำริดในหุบเขาจอร์แดน เกิดขึ้นจากดาวหางหรืออุกกาบาตที่พุ่งเข้าใส่เมือง และคาดว่าเกิดขึ้นประมาณ 1,650 ปีก่อนคริสตศักราช

ทัลล์ เอล-ฮัมมัม เป็นโบราณสถานในจอร์แดน ตั้งอยู่ทางตะวันออกของหุบเขาจอร์แดนตอนล่างใกล้กับปากแม่น้ำจอร์แดน ไซต์โบราณสถานดังกล่าวมีซากโบราณสถานมากมายตั้งแต่ยุคทองแดง (ราว 5000 ปีก่อนคริสตศักราช) จนถึงยุคเหล็ก (1200 – 550 ปีก่อนคริสตศักราช)

นักโบราณคดีบางคนเชื่อว่าเมืองแห่งนี้คือเมืองโซดอมและกอมมอราห์ที่ปรากฏในคัมภีร์ไบเบิล (บางครั้งเรียกว่าเมืองโสโดมและเมืองโกโมราห์) และเป็นสองเมืองที่พระเจ้าทำลายเพราะความชั่วร้ายของผู้คน โดยเมืองนี้ตั้งอยู่ในหุบเขาแม่น้ำจอร์แดนตอนใต้ประมาณ 14 กิโลเมตร (9 ไมล์) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของทะเลเดดซี

ที่ผ่านมา มีผู้เชื่อว่าเมืองแห่งนี้คือเมืองโสโดมและเมืองโกโมราห์คัมภีร์ไบเบิล เช่น สตีเวน คอลลินส์ ( Steven Collins)เป็นผู้กำกับการขุดค้นซึ่งเริ่มในปี 2006 เขาเป็นศาสตราจารย์ชาวอเมริกันที่วิทยาลัยโบราณคดีและคณบดีผู้บริหารมหาวิทยาลัยทรินิตี้ เซาธ์เวสต์ ที่ไม่ได้รับการรับรอง ตั้งอยู่ในเมืองอัลบูเคอร์คี รัฐนิวเม็กซิโก มหาวิทยาลัยทรินิตี้ เซาธ์เวสต์เน้นที่การเชื่อถือคัมภีร์ไบเบิลเป็นพิเศษ

สาเหตุที่สตีเวน คอลลินส์เชื่อเมืองทัลล์ เอล-ฮัมมัมคือเมืองโสโดมและเมืองโกโมราห์ ก็เพราะจากการสืบค้นทางโบราณคดีนี้พบซากเมืองที่มีป้อมปราการซึ่งถูกทำลายไปประมาณ 1850–1650 ปีก่อนคริสตศักราช

เมื่อปี 2016 มีรายงานว่านักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ มัลคอล์ม เลอคอมต์ (Malcolm LeCompte) ได้ระบุหลักฐานที่สนับสนุน “การระเบิดของวัตถุจากจักรวาล” ที่ร้อนมากพอที่จะละลายเหล็กได้ซึ่งเกิดขึ้นที่ไซต์ทัลล์ เอล-ฮัมมัมในจอร์แดนเมื่อประมาณ 3,700 ปีก่อน เลอคอมต์สังเกตเห็นความคล้ายคลึงกันในรูปแบบความเสียหายแบบเดียวกันนี้ในรัสเซียจากเหตุการณ์ภัยพิบัติที่การระเบิดที่ตุงกุสคาเมื่อเดือนมิถุนายน 1908 เลอคอมต์ ซึ่งเป็นผลมาจากการระเบิดของดาวตกทางอากาศ ดังนั้น เรื่องราวในพระคัมภีร์เกี่ยวกับการทำลายเมืองโสโดมอาจเมีสาเหตุมาจากอุกกาบาตที่ระเบิดในอากาศ

ปัจจุบันซากของทัลล์ เอล-ฮัมมัมยังปรากฏอาคารอิฐโคลนสูงขนาดตึก 5 ชั้น ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นักโบราณคดีที่ตรวจสอบซากปรักหักพังของโครงสร้างได้พบหลักฐานของเหตุการณ์ที่อุณหภูมิสูงและการทำลายล้างอย่างกะทันหัน เช่น ชิ้นส่วนเครื่องปั้นดินเผาที่หลอมละลายด้านนอกแต่ภายในไม่ได้ถูกแตะต้อง

ล่าสุด นักวิจัยได้ตีพิมพ์การศึกษาในวารสาร Nature Scientific Reports ตรวจสอบสาเหตุที่เป็นไปได้ของการทำลายล้างตามบันทึกทางโบราณคดี นักวิจัยสรุปว่าการสู้รบ ไฟไหม้ ภูเขาไฟระเบิด หรือแผ่นดินไหวไม่น่าจะเป็นต้นเหตุ เนื่องจากเหตุการณ์เหล่านี้ไม่สามารถก่อให้เกิดความร้อนที่รุนแรงพอที่จะทำให้เกิดการละลายของวัตถุต่างๆ ที่ค้นพบในซากเมือง

ดังนั้นจึงเหลือความเป็นไปได้คืออุกกาบาตที่พุ่งเข้าใส่เมืองจนเกิดความร้อนรุนแรง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญไม่พบหลุมอุกกาบาตที่ทัลล์ เอล-ฮัมมัม พวกเขาจึงสันนิษฐานว่าการทำลายล้างเกิดขึ้นจากจากการระเบิดทางอากาศที่เกิดขึ้นเมื่ออุกกาบาตหรือดาวหางเดินทางผ่านชั้นบรรยากาศด้วยความเร็วสูง ไม่ใช่การตกกระแทกเข้าใส่พื้นโลก

คริสโตเฟอร์ อาร์. มัวร์ (Christopher R. Moore) ผู้เขียนร่วมศึกษาด้านการศึกษา นักโบราณคดีแห่งมหาวิทยาลัยเซาท์แคโรไลนา เขียนว่า อุกกาบาตหรือดาวหางจะระเบิดได้สูงกว่าเมืองประมาณ 2.5 ไมล์ ซึ่งมีพลังมากกว่าระเบิดปรมาณูที่ใช้ในฮิโรชิมา 1,000 เท่า

ไม่กี่วินาทีหลังจากการระเบิด คลื่นกระแทกเข้าซัดทำลายเมืองด้วยความเร็วประมาณ 740 ไมล์ต่อชั่วโมง ซึ่งเร็วกว่าพายุทอร์นาโดที่เลวร้ายที่สุดที่เคยบันทึกไว้ อาคารของเมืองเหลือแต่ฐานรากและซากปรักหักพัง ดละเป็นผลให้เกิดการปลอมละลลายของวัตถุต่างๆ ที่พบในไซต์โบราณคดี

นักโบราณคดียังค้นพบเกลือที่มีความเข้มข้นสูงในชั้นดินของยุคสมัยที่เกิดทำลายล้าง ซึ่งอาจมาจากผลกระทบของการระเบิดที่มีต่อทะเลเดดซีหรือชายฝั่งทะเลเดดซีที่เป็นทะลสาบมีความเค็มสูงที่สุดในโลก การระเบิดอาจทำให้เกลือกระจายไปทั่วพื้นที่ อาจก่อให้เกิดดินที่มีความเค็มสูง ซึ่งทำให้พืชไม่สามารถเติบโตได้ และส่งผลให้เมืองต่างๆ ตามหุบเขาจอร์แดนตอนล่างถูกละทิ้งไปเป็นเวลาหลายศตวรรษ

ภาพจาก Deg777 (wikipedia.org)

แกะรอยจีนล้างบางคริปโต จะส่งผลสะเทือนแค่ไหน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/664083

วันที่ 26 ก.ย. 2564 เวลา 11:59 น.แกะรอยจีนล้างบางคริปโต จะส่งผลสะเทือนแค่ไหนมีอะไรใหม่ในการปราบปราม crypto ของจีน? หลังการประกาศให้ crypto เป็นสิ่งผิดกฎหมาย

หน่วยงานกำกับดูแลที่มีอำนาจมากที่สุดของจีนได้เพิ่มการปราบปรามคริปโตเคอร์เรนซี่ (cryptocurrencies) ของประเทศด้วยการห้ามทำธุรกรรมคริปโตและการขุดคริปโตทั้งหมด

การเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้ Bitcoin และเหรียญสำคัญอื่นๆ มีมูลค่าลดลง รวมถึงการกดดันหุ้นที่เกี่ยวข้องกับคริปโตและบล็อคเชน (blockchain)

จีนมีมาตรการอะไรใหม่

หน่วยงานของจีน 10 แห่ง รวมทั้งธนาคารกลางและการธนาคาร หลักทรัพย์ และหน่วยงานกำกับดูแลการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ได้ให้คำมั่นว่าจะทำงานร่วมกันเพื่อขจัดกิจกรรมคริปโตเคอร์เรนซี่ที่ “ผิดกฎหมาย”

ในขณะที่จีนได้ใช้กฎเกณฑ์ที่เข้มงวดมากขึ้นเกี่ยวกับสกุลเงินเสมือนมาโดยตลอด แต่ตอนนี้ได้สั่งให้กิจกรรมทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับคริปโตเคอร์เรนซี่ กับผิดกฎหมายและส่งสัญญาณแสดงเจตนาถึงแผนที่จะบังคับใช้กฎที่เข้มงวดยิ่งขึ้น

ธนาคารประชาชนแห่งประเทศจีนกลางของจีน (PBOC) กล่าวว่าการอำนวยความสะดวกในการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลเป็นสิ่งผิดกฎหมาย และมีแผนลงโทษอย่างรุนแรงต่อผู้ที่กระทำการดังกล่าว รวมถึงผู้ที่ทำงานในแพลตฟอร์มในต่างประเทศจากภายในประเทศจีน

สภาพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ (NDRC) กล่าวว่าจะเปิดตัวการปราบปรามการขุดคริปโตเคอร์เรนซี่ทั่วประเทศ โดยเป็นความพยายามกวาดล้างเซคเตอร์นี้ทั้งหมด

เกิดอะไรขึ้นก่อนหน้า?

ประเทศจีนไม่ยอมรับคริปโตเคอร์เรนซี่เป็นเงินที่ถูกกฎหมาย และระบบธนาคารไม่ยอมรับคริปโตเคอร์เรนซี่หรือให้บริการที่เกี่ยวข้อง

ในปี 2013 รัฐบาลกำหนด bitcoin เป็นสินค้าเสมือนจริง และกล่าวว่าบุคคลได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมการค้าออนไลน์ได้อย่างอิสระ

อย่างไรก็ตาม ต่อมาในปีนั้น หน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงิน ซึ่งรวมถึง PBOC ได้สั่งห้ามธนาคารและบริษัทชำระเงินไม่ให้ให้บริการที่เกี่ยวข้องกับ bitcoin

ในเดือนกันยายน 2017 จีนสั่งห้ามการเสนอขายเหรียญเริ่มต้น (ICO) เพื่อปกป้องนักลงทุนและลดความเสี่ยงทางการเงิน

กฎ ICO ยังห้ามแพลตฟอร์มการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลจากการแปลงสกุลเงินตามกฎหมายเป็นสกุลเงินดิจิทัลและในทางกลับกัน

ข้อจำกัดดังกล่าวทำให้แพลตฟอร์มการซื้อขายส่วนใหญ่ปิดตัวลงโดยมีการย้ายออกจากประเทศไปเทรดแบบออฟชอร์จำนวนมาก

กฎ ICO ยังห้ามบริษัทการเงินและบริษัทชำระเงินไม่ให้ให้บริการ ICO และสกุลเงินดิจิทัล รวมถึงการเปิดบัญชี การลงทะเบียน การซื้อขาย การหักบัญชี และการชำระบัญชี

ภายในเดือนกรกฎาคม 2018 แพลตฟอร์มการซื้อขายสกุลเงินเสมือน 88 แห่งและแพลตฟอร์ม ICO จำนวน 85 แห่งได้ถอนตัวออกจากตลาดแล้ว PBOC กล่าว

เหตุใดจึงทำให้กฎเกณฑ์เข้มงวดขึ้น

ราคาที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมากใน bitcoin และเหรียญอื่นๆ ในปีที่ผ่านมาได้ฟื้นการซื้อขายสกุลเงินดิจิตอลในประเทศจีน โดยนักลงทุนหาแนวทางเทรดให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติตามกฎระเบียบที่มีอยู่ แต่เรื่องนี้เกิดขึ้นในขณะที่จีนกำลังพยายามพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลอย่างเป็นทางการ กลายเป็นประเทศเศรษฐกิจหลักกลุ่มแรกที่พัฒนาเงินจิทัลของตนเอง

เมื่อต้นปีนี้ หน่วยงานกำกับดูแลของจีนได้เข้มงวดกับข้อจำกัดที่ห้ามสถาบันการเงินและบริษัทชำระเงินจากการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินดิจิทัล คำสั่งหนึ่งกล่าวว่าการซื้อขาย bitcoin เพื่อเก็งกำไรฟื้นตัวขึ้นมาและกำลังละเมิด “ความปลอดภัยของทรัพย์สินของผู้คนและขัดขวางความสงบเรียบร้อยทางเศรษฐกิจและการเงินตามปกติ”

นักลงทุนชาวจีนจำนวนมากกำลังซื้อขายบนแพลตฟอร์มที่เป็นบริษัทแลกเปลี่ยนของจีนที่ย้ายไปต่างประเทศ รวมถึง Huobi และ OKEx ในขณะเดียวกัน ตลาดซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลแบบโดยตรงของ (over-the-counter) จีนก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง ในขณะที่กลุ่มคริปโตเคอร์เรนซี่ในโซเชียลมีเดียได้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกด้วย

บริษัทแลกเปลี่ยนเน้นประเทศจีนซึ่งรวมถึง Binance และ MXC ทำให้บุคคลชาวจีนสามารถเปิดบัญชีออนไลน์ได้ ซึ่งเป็นกระบวนการที่ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที พวกเขายังอำนวยความสะดวกในข้อตกลงแบบ peer-to-peer ในตลาด OTC ที่ช่วยแปลงหยวนจีนเป็นคริปโตเคอร์เรนซี่

ธุรกรรมดังกล่าวทำผ่านธนาคารหรือช่องทางการชำระเงินออนไลน์ เช่น Alipay หรือ WeChat Pay โดยองค์กรเหล่านี้จะสัญญาว่าจะดำเนินการตรวจสอบสถานะลูกค้าและตั้งค่าระบบการตรวจสอบที่กำหนดเป้าหมายไปยังเว็บไซต์และบัญชีที่สำคัญเพื่อตรวจจับธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับคริปโตเคอร์เรนซี่ที่ผิดกฎหมาย

นักลงทุนรายย่อยยังซื้อ “พลังประมวลผล” จากผู้ขุดคริปโตเคอร์เรนซี่ซึ่งออกแบบแผนการลงทุนต่างๆ ที่ให้ผลตอบแทนที่รวดเร็วและเต็มไม้เต็มมือมากขึ้น

ผลกระทบของการปราบปรามคืออะไร?

ในขณะที่คริปโตเคอร์เรนซี่ร่วงลงในวันศุกร์ การร่วงลงนั้นเด่นชัดน้อยกว่าที่เห็นในเดือนพฤษภาคม เมื่อสภาแห่งรัฐหรือคณะรัฐมนตรีของจีน ให้คำมั่นว่าจะปราบปรามการขุด bitcoin

ตลาดจะจับตาว่าจีนสามารถค้นหาและลงโทษแพลตฟอร์มและผู้ฝ่าฝืนกฎได้หรือไม่

นักวิเคราะห์บางคนกล่าวว่าพิจารณาจากสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในจีน นักลงทุนที่แน่วแน่ยังคงมีแนวโน้มที่จะหาวิธีในการซื้อขายจนได้

“ในขณะที่เทรดเดอร์รายย่อยในจีนอาจไม่สามารถเข้าถึงแพลตฟอร์มการแลกเปลี่ยนออนไลน์ที่ตอนนี้ผิดกฎหมายได้อีกต่อไป แต่กองทุนคริปโตอาจสามารถย้ายการจัดการกองทุนของพวกเขาไปต่างประเทศได้” Ganesh Viswanath Natraj ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านการเงินที่ Warwick Business School กล่าวกับ Reuters

Photo by STR / AFP

สิงคโปร์ต้านไม่ไหวยอดพุ่งกระฉูด สั่ง WFH อีกรอบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/664073

วันที่ 26 ก.ย. 2564 เวลา 10:02 น.สิงคโปร์ต้านไม่ไหวยอดพุ่งกระฉูด สั่ง WFH อีกรอบการอยู่ร่วมกับโควิดของสิงคโปร์ดูท่าจะไปไม่รอดหลังยอดติดเชื้อพุ่งเร็วจนต้องสั่งใช้มาตรการควบคุมทางสังคมอีกครั้ง

กระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์มีประาศว่าพนักงานที่สามารถทำงานจากที่บ้านได้ หรือ WFH ก็ควรจะทำงานที่บ้านต่อไป ตามที่รัฐบาลได้ประกาศมาตรการควบคุมการระบาดของโลกอีกครั้ง จากการายงานของ The Strait Times

โดยมาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันจันทร์ที่จะถึงนี้ (27 ก.ย.) ถึง 24 ต.ค. ในระหว่างนี้ จะมีการระงับการอนุญาติให้หยุดทำงานจากที่บ้านเป็นการชั่วคราว ซึ่งคำสั่งดังกล่าวเพิ่งประกาศใช้เมื่อต้นเดือนนี้ และการชุมนุมทางสังคมในสถานที่ทำงานจะยังคงไม่ได้รับอนุญาต

นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุข ยังระบุในถ้อยแถลงว่า ไม่ควรมีการสั่งให้พนักงานเดินทางไปทำงานสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันในออฟฟิศต่างๆ

ทั้งนี้ สิงคโปร์รายงานผู้ป่วยโควิด-19 จำนวน 1,443 รายเมื่อวันที่ 25 ก.ย. เทียบกับผู้ติดเชื้อ 1,650 รายในวันก่อนหน้า

Photo by Roslan RAHMAN / AFP

ผลทดลอง ‘วัคซีนจีน’ ตัวใหม่ ต้านโควิด-19 และเดลตา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/664070

วันที่ 26 ก.ย. 2564 เวลา 09:43 น.ผลทดลอง ‘วัคซีนจีน’ ตัวใหม่ ต้านโควิด-19 และเดลตาบริษัทจีนจะเสนอข้อมูลการทดลองดังกล่าวเพื่อขออนุมัติแบบมีเงื่อนไขกับองค์การอนามัยโลก (WHO) รวมถึงฝ่ายกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องในจีนและยุโรปในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2021

ปักกิ่ง, 25 ก.ย. (ซินหัว) — เมื่อไม่นานนี้ สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่าวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ตัวใหม่ ซึ่งพัฒนาโดยโคลเวอร์ ไบโอฟาร์มาซูติคัลส์ (Clover Biopharmaceuticals) ของจีน มีประสิทธิภาพป้องกันโรคโควิด-19 ราวร้อยละ 67 และเชื้อไวรัสฯ ชนิดกลายพันธุ์ สายพันธุ์เดลตา ราวร้อยละ 79 ในการทดลองทางคลินิกขนานใหญ่

รายงานข่าวของรอยเตอร์สเมื่อวันพุธ (22 ก.ย.) อ้างอิงแถลงการณ์จากโคลเวอร์ฯ ระบุว่าวัคซีนตัวดังกล่าวมีประสิทธิภาพป้องกันโรคโควิด-19 ราวร้อยละ 67 ในทุกระดับอาการ และเชื้อไวรัสฯ ชนิดกลายพันธุ์ สายพันธุ์เดลตา ราวร้อยละ 79 ในการทดลองขนาดใหญ่

นอกจากนั้นวัคซีนตัวดังกล่าวมีประสิทธิภาพป้องกันอาการป่วยปานกลางถึงรุนแรงราวร้อยละ 83.7 มีประสิทธิภาพป้องกันอาการป่วยปานกลางถึงรุนแรงราวร้อยละ 81.7 ในผู้ติดเชื้อไวรัสฯ สายพันธุ์เดลตา และมีประสิทธิภาพร้อยเปอร์เซ็นต์ในการป้องกันการเข้าโรงพยาบาลและอาการป่วยรุนแรงจากโรคโควิด-19

รายงานข่าวเสริมว่าบริษัทจีนจะเสนอข้อมูลการทดลองดังกล่าวเพื่อขออนุมัติแบบมีเงื่อนไขกับองค์การอนามัยโลก (WHO) รวมถึงฝ่ายกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องในจีนและยุโรปในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2021

ทั้งนี้ เว็บไซต์ของโคลเวอร์ฯ ระบุว่าการทดลองขนาดใหญ่ดำเนินการกับผู้เข้าร่วมวัยผู้ใหญ่และผู้สูงอายุจาก 31 พื้นที่ใน 5 ประเทศ ได้แก่ ฟิลิปปินส์ บราซิล โคลอมเบีย แอฟริกาใต้ และเบลเยียม จำนวนมากกว่า 30,000 คน

เนื้อหาข่าวและภาพด้วยความรวมมือกับสำนักข่าวซินหัว

พบ 142 ไวรัสโคโรนาจากค้างคาวในจีน แต่ไม่เชื่อมโยงโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/664045

วันที่ 25 ก.ย. 2564 เวลา 17:00 น.พบ 142 ไวรัสโคโรนาจากค้างคาวในจีน แต่ไม่เชื่อมโยงโควิด-19วิจัยพบเชื้อไวรัสโคโรนาในค้างคาว 142 ชนิดที่เกี่ยวโยงกับโรคซาร์ส แต่ไม่มีความเชื่อมโยงกับเชื้อไวรัสที่ก่อโรค Covid-19

South China Morning Post รายงานว่า การศึกษาของจีนชิ้นหนึ่งเผยว่ามีเชื้อไวรัสโคโรนาในค้างคาวจำนวน 142 ชนิดที่มีความเกี่ยวโยงกับไวรัสที่ก่อให้เกิดการระบาดของโรคซาร์สเมื่อเกือบ 2 ทศวรรษก่อน แต่เชื้อไวรัสเหล่านี้กลับไม่มีความเชื่อมโยงกับเชื้อไวรัสที่ก่อโรค Covid-19

การศึกษาที่ตีพิมพ์ล่วงหน้าบนรีเสิช สแควร์ (Research Square) แพลตฟอร์มข้อมูลการศึกษาก่อนตีพิมพ์ เมื่อวันจันทร์ (20 ก.ย.) อ้างถึงคณะนักวิจัยจากสถาบันชีววิทยาจุลินทรีย์ก่อโรค (Institute of Pathogen Biology) ในกรุงปักกิ่ง ว่าพวกเขาได้เก็บรวบรวมและทดสอบตัวอย่างจากค้างคาวมากกว่า 4,700 ตัวในภูมิภาคต่างๆ ทั่วจีน ตั้งแต่เดือนมกราคม 2020 และมีหลายพันตัวที่ถูกทดสอบเชื้อตั้งแต่ปี 2016

การศึกษาล่าสุดเกี่ยวกับค้างคาว ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นสัตว์ต้นกำเนิดของเชื้อไวรัส มุ่งเน้นไปที่ตัวอย่างที่เก็บรวบรวมจากค้างคาว 56 สายพันธุ์ใน 14 มณฑลของจีนตั้งแต่ปี 2016 จำนวนมากกว่า 13,000 ตัว

กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ชี้ว่าเชื้อไวรัสที่ถือว่าใกล้เคียงกับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (Sars-CoV-2) ซึ่งก่อโรค Covid-19 มากที่สุดนั้น “หายากมาก” ในหมู่ค้างคาวในประเทศจีน

“นับตั้งแต่ Covid-19 อุบัติขึ้น นี่เป็นตัวอย่างแรกๆ ที่ผมเห็นจากกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ชาวจีนที่มีชื่อเสียง เกี่ยวกับเชื้อไวรัสโคโรนาในค้างคาวในจีนที่มีความเกี่ยวพันกับโรคซาร์ส” หนังสือพิมพ์อ้างคำพูดปีเตอร์ แดสแซค นักนิเวศวิทยาด้านโรคติดเชื้อ ซึ่งในปีนี้เคยได้เข้าร่วมการศึกษาชิ้นหนึ่งขององค์การอนามัยโลก (WHO) ในประเทศจีน

ด้านลีโอ พูน จากมหาวิทยาลัยฮ่องกง (University of Hong Kong) เผยว่าการศึกษาชิ้นนี้เป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้คณะนักวิจัยจำกัดขอบเขตและสายพันธุ์ของค้างคาวที่อาจเป็นแหล่งรังโรคของบรรดาเชื้อไวรัสที่มีความใกล้เคียงมากยิ่งขึ้น

Photo by NOEL CELIS / AFP

บริษัทรถยนต์ไฟฟ้าในเครือ Evergrande ส่อแววเบี้ยวหนี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/664044

วันที่ 25 ก.ย. 2564 เวลา 16:00 น.บริษัทรถยนต์ไฟฟ้าในเครือ Evergrande ส่อแววเบี้ยวหนี้บริษัทลูกของ Evergrande ที่ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแย้มอาจหาเงินมาจ่ายหนี้ไม่ทัน

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า China Evergrande New Energy Vehicle Group (Evergrande NEV) บริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในเครือของ Evergrande Group บริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ของจีนที่กำลังเผชิญวิกฤตหนี้สิน ยื่นหนังสือต่อตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงว่า บริษัทไม่รับประกันว่าบริษัทจะหาเงินมาชำระหนี้ได้หรือไม่ โดยขณะนี้บริษัทกำลังมองหานักลงทุนเพื่ออัดฉีดเงินทุนเข้าบริษัท

“บริษัทกำลังประสบปัญหาขาดแคลนเงินทุนอย่างหนัก เนื่องจากแรงกดดันด้านสภาพคล่อง บริษัทจึงระงับการจ่ายค่าใช้จ่ายในการดำเนินการบางส่วน และซัพพลายเออร์บางรายได้ระงับการจัดหาวัสดุอุปกรณ์ในหลายโครงการ” หนังสือชี้แจงระบุ

หนังสือชี้แจงดังกล่าวเป็นการยืนยันรายงานก่อนหน้านี้ของ Bloomberg ที่ว่า Evergrande NEV ผิดนัดจ่ายเงินเดือนพนักงานบางส่วน และค้างชำระเงินค่าอุปกรณ์แก่ซัพพลายเออร์อีกก้อนหนึ่ง

การขาดสภาพคล่องของบริษัทหมายความว่า Evergrande NEV ที่ต้องการแซงหน้า อีลอน มัสก์ แห่ง Tesla ในวงการรถยนต์ไฟฟ้า อาจพลาดเป้าหมายที่จะเริ่มส่งมอบรถยนต์จำนวนมากในปีหน้า

Evergrande NEV ระบุอีกว่า กำลังเจรจากับนักลงทุนที่มีศักยภาพเกี่ยวกับการขายโครงการดูแลผู้สูงอายุและทรัพย์สินในต่างประเทศเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพโดยรวมของบริษัทและเพื่อเพิ่มเงินทุนหมุนเวียน ทว่ายังไม่แน่ใจว่าจะสำเร็จหรือไม่

บริษัทซึ่งก่อตั้งอย่างเป็นทางการหลังจาก Evergrande Health เปลี่ยนชื่อเป็น Evergrande NEV เมื่อเดือน ก.ค.ปีที่แล้ว ระบุว่าตัวเองเป็นผู้ผลิตรถยนต์ ทว่ารายได้ส่วนใหญ่ของบริษัทยังมาจากธุรกิจให้บริการด้านสุขภาพและบ้านพักผู้สูงอายุ

ทั้งนี้ เดือนที่แล้ว Evergrande NEV รายงานว่าในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาซึ่งนับจนถึงสิ้นเดือน มิ.ย. บริษัทขาดทุน 4,800 ล้านหยวน และมีรายได้ 6,920 ล้านหยวน โดยรายได้ส่วนใหญ่คือ 6,890 ล้านหยวน มาจากธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพและผู้สูงอายุ

เมื่อวันศุกร์ (24 ก.ย.) หุ้นของ Evergrande NEV ร่วงถึง 25.8% โดยรวมทั้งปีมูลค่าลดลงแล้ว 93% ขณะที่ในช่วงที่หุ้นมีมูลค่าสูงสุดนั้น Evergrande NEV ซึ่งยังไม่ได้ผลิตรถยนต์สักคัน มีมูลค่ามากกว่า Ford Motor และ General Motors สองบริษัทผลินรถยนต์ยักษ์ใหญ่

REUTERS/Aly Song/File Photo

โดนอีกหนึ่ง! จีนรวบ 2 ผู้บริหารบริษัทโลจิสติกส์ยักษ์ใหญ่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/664037

วันที่ 25 ก.ย. 2564 เวลา 15:00 น.โดนอีกหนึ่ง! จีนรวบ 2 ผู้บริหารบริษัทโลจิสติกส์ยักษ์ใหญ่ทางการจีนจับกุมตัว 2 ผู้บริหารบริษัทโลจิสติกส์ยักษ์ใหญ่ที่เพิ่งยื่นล้มละลาย

บริษัท HNA Group ยักษ์ใหญ่ด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ของจีนออกแถลงการณ์ว่า เฉินเฟิง ประธานบริษัท และอดัม ตัน ซีอีโอของ HNA Group ถูกตำรวจมณฑลไห่หนานทางตอนใต้ของจีนซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัทควบคุมตัวเมื่อวันศุกร์ (24 ก.ย.) เนื่องจากต้องสงสัยว่ากระทำความผิดอาญา แต่ทางบริษัทไม่ได้ระบุว่าข้อหาอะไร

HNA Group ซึ่งเป็นเจ้าของสายการบิน Hainan Airlines หนึ่งในสายการบินใหญ่ของจีน และยังเป็นกลุ่มบริษัทการบินเอกชนที่ใหญ่ที่สุดของจีน ยื่นขอล้มละลายเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการที่ควบคุมโดยรัฐบาลท้องถิ่น หลังจากประสบวิกฤตหนี้สิน

รูปแบบการทำธุรกิจของ HNA Group คล้ายกับ Evergrande คือ ขยายอาณาจักรธุรกิจด้วยการกู้ยืมเงินมหาศาล

เฉินก่อตั้ง Hainan Airlines เมื่อปี 1993 และเติบโตจากสายการบินระดับภูมิภาคไปสู่กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ และเคยเข้าถือหุ้นในกิจการระดับโลกอย่างเครือโรงแรม Hilton และ Deutsche Bank จากนั้นขยับขยายสู่ธุรกิจการบิน การท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ การเงินจากการเข้าซื้อกิจการเป็นว่าเล่น

ปี 2017 รัฐบาลจีนเริ่มเข้ามาควบคุมการขยายตัวไปสู่ระดับโลกอย่างดุเดือดของ HNA Group เนื่องจากเริ่มมีหนี้สินจำนวนมาก จนบริษัทต้องลดขนาดธุรกิจเหลือเฉพาะธุรกิจสายการบินและธุรกิจท่องเที่ยว

ช่วงต้นปี 2020 หลังจาก Covid-19 กระทบธุรกิจการบิน รัฐบาลไห่หนานได้ส่งคณะทำงานเข้ามาช่วย HNA Group จัดการปัญหาสภาพคล่อง

ในวันเดียวกันสำนักข่าว Xinhua ยังรายงานว่า หยวนเริ่นกั๋ว อดีตประธาน Kweichow Moutai Group ผู้ผลิตแอลกอฮอล์สำหรับตลาดระดับไฮเอนด์ ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตในข้อหารับสินบนกว่า 17 ล้านเหรียญสหรัฐ

ทั้งสองกรณีเกิดขึ้นในช่วงที่รัฐบาลจีนเดินหน้าปราบปรามบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มองว่าจะเป็นอันตรายต่อเศรษฐกิจของประเทศ

Photo by Mark Schiefelbein / POOL / AFP

Bitcoin ร่วงอีกหลังจีนประกาศให้ธุรกิจคริปโตผิดกฎหมาย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/664029

วันที่ 25 ก.ย. 2564 เวลา 12:30 น.Bitcoin ร่วงอีกหลังจีนประกาศให้ธุรกิจคริปโตผิดกฎหมาย Bitcoin และคริปโตอื่นๆ ร่วงตามกันหลังรัฐบาลจีนล้างบางธุรกิจทุกชนิดที่เกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัล 

หน่วยงานรัฐบาลจีน รวมทั้งคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และธนาคารแห่งชาติจีน ออกแถลงการณ์กำหนดให้ ธุรกิจทุกชนิดที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินดิจิทัลเป็นสิ่งผิดกฎหมาย และยังประกาศว่าจะปราบปรามกิจกรรมผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินดิจิทัลด้วย 

นอกจากนี้ ยังระบุว่า การแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลในต่างประเทศจะถูกปิดกั้นไม่ให้ให้บริการแก่ชาวจีนผ่านทางอินเทอร์เน็ต

ประกาศดังกล่าวส่งผลให้ Bitcoin ร่วงลง 5% ขณะที่ Ethereum ร่วงถึง 9%

ขณะที่คณะกรรมการด้านการพัฒนาและปฏิรูปออกแถลงการณ์อีกฉบับหนึ่งว่า ทางการจีนจะพัฒนา “ระบบใหม่” เพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่เกิดจากสกุลเงินดิจิทัล และจะค่อยๆ ปิดเหมืองขุดคริปโต รวมทั้งจะไม่อนุญาตให้เปิดเหมืองใหม่ ซึ่งถือเป็นมาตรการปราบปรามสกุลเงินดิจิทัลล่าสุดจากทางการจีน

เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา รองนายกรัฐมนตรี หลิวเหอ เผยกับเจ้าหน้าที่ด้านการเงินของจีนว่า รัฐบาลจะปราบปรามเหมือง Bitcoin และการซื้อขายแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล เพื่อสร้างสเถียรภาพทางการเงิน

ส่วนคณะกรรมการกำกับดูแลด้านการเงินและการธนาคารเผยว่า สถาบันการเงินและบริษัทให้บริการชำระเงินไม่ควรรับทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินดิจิทัล หรือให้บริการเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัลแก่ลูกค้า 

ทั้งนี้ นอกจากความกังวลเรื่องความเสี่ยงทางการเงินแล้ว รัฐบาลจีนยังเป็นห่วงเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วย เนื่องจากการทำเหมืองคริปโตสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าจำนวนมาก

REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo

จีนปล่อย 2 พลเมืองแคนาดาหลังลูกสาว Huawei ได้อิสรภาพ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/664027

วันที่ 25 ก.ย. 2564 เวลา 11:30 น.จีนปล่อย 2 พลเมืองแคนาดาหลังลูกสาว Huawei ได้อิสรภาพพลเมืองแคนาดา 2 คนที่ถูกจีนจับกุมเมื่อเกือบ 3 ปีก่อนได้รับการปล่อยตัวหลังทายาท Huawei บรรลุข้อตกลงกับสหรัฐและได้อิสรภาพคืน

นายกรัฐมนตรี จัสติน ทรูโด ของแคนาดาเผยว่า ทางการจีนปล่อยตัว ไมเคิล คอฟริก อดีตนักการทูต และไมเคิล สเปเวอร์ นักธุรกิจ 2 พลเมืองแคนาดาออกจากเรือนจำแล้ว และทั้งคู่กำลังเดินทางกลับคานาดาโดยคาดว่าจะถึงบ้านเกิดในวันเสาร์นี้

ทั้งของไมเคิลถูกทางการจีนจับกุมในข้อหาจารกรรมข้อมูลเมื่อปี 2018 ไม่นานหลังจากทางการแคนาดาจับกุมตัวเมิ่งหว่านโจว ประธานเจ้าหน้าที่การเงินของ Huawei และบุตรสาวของเหรินเจิ้งเฟยผู้ก่อตั้งบริษัท ตามคำขอของทางการสหรัฐ

คอฟริกและสเปเวอร์ถูกดำเนินคดีเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา และเมื่อเดือน ส.ค. สเปเวอร์ถูกตัดสินจำคุก 11 ปี ส่วนคดีของคอฟริกยังไม่มีคำพิพากษา

ในขณะนั้นเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าจีนจับกุมพลเมืองแคนาดาทั้งสองคนเพื่อแก้แค้นที่แคนาดาจับกุมเมิ่งหว่านโจว และเพื่อนำมาใช้เป็นตัวแลกเปลี่ยนทางการเมือง ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่จีนปฏิเสธมาตลอด

ด้าน แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศสหรัฐกล่าวถึงการปล่อยตัวพลเมืองแคนาดาทั้งสองคนว่า สหรัฐพอใจกับการเคลื่อนไหวของจีนและยืนหยัดร่วมกับประชาคมระหว่างประเทศในการต้อนรับการตัดสินใจของสาธารณรัฐประชาชนจีนในการปล่อยตัวชาวแคนาดา

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ ศาลในเมืองแวนคูเวอร์ของแคนาดาสั่งยุติกระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดนและยกเลิกเงื่อนไขประกันตัวเมิ่งหว่านโจว และอนุญาตให้เธอเดินทางกลับจีนเป็นครั้งแรกหลังถูกจับกุมตัวที่สนามบินแวนคูเวอร์ตามคำขอของรัฐบาลสหรัฐเมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 2018 หลังจากเมิ่งหว่านโจวบรรลุข้อตกลงกับอัยการสหรัฐ

Photos by WANG Zhao and Julie DAVID DE LOSSY / various sources / AFP

แคนาดาปล่อยลูกสาว Huawei หลังบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/664024

วันที่ 25 ก.ย. 2564 เวลา 10:50 น.แคนาดาปล่อยลูกสาว Huawei หลังบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐศาลแคนาดาสั่งปล่อยตัวลูกสาว Huawei หลังเจ้าตัวบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐเกี่ยวกับคดีละเมิดมาตรการคว่ำบาตรกับอัยการสหรัฐ

เมิ่งหว่านโจว ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ Huawei และบุตรสาวของเหรินเจิ้งเฟยผู้ก่อตั้งบริษัท บรรลุข้อตกลงกับอัยการสหรัฐเพื่อชะลอการฟ้องร้องดำเนินคดีกับเมิ่งไปจนถึงปี 2022 ซึ่งทำให้ศาลในเมืองแวนคูเวอร์ของแคนาดามีคำสั่งปล่อยตัวเธอ และอาจเป็นการสิ้นสุดการฟ้องร้องดำเนินคดีที่ยืดเยื้อเกือบ 3 ปีจนทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐ จีน และแคนาดาตึงเครียด

การดำเนินคดีในศาลสหรัฐพุ่งเป้าไปที่การพิจารณาว่าเมิ่งหว่านโจวทำให้ธนาคาร HSBC เข้าใจผิดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของ Huawei กับบริษัท Skycom ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ Huawei ในอิหร่าน หรือไม่ ซึ่งสหรัฐกล่าวหาว่าอาจทำให้ธนาคาร HSBC เสี่ยงต่อการละเมิดมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านของสหรัฐ

เมิ่งหว่านโจวซึ่งปรากฏตัวต่อศาลในเมืองบรูคลินของสหรัฐผ่านวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ปฏิเสธข้อหาสมรู้ร่วมคิดในการฉ้อโกงธนาคาร ฉ้อโกงธนาคาร

แต่ในข้อตกลงของเมิ่งหว่านโจวเพื่อแลกกับการชะลอฟ้องเมิ่งยอมรับว่าทำให้ธนาคาร HSBC เข้าใจผิดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของ Huawei กับ Skycom หากเมิ่งหว่านโจวพูดหรือบอกเป็นนัยเป็นอย่างอื่นที่ผิดไปจากนี้อาจเป็นการละเมิดข้อตกลงซึ่งจะทำให้เธอถูกดำเนินคดี

ทั้งนี้ คำแถลงข้อเท็จจริงที่เมิ่งหว่านโจวยอมรับอาจทำให้สหรัฐนำมาใช้ในการดำเนินคดีที่ค้างอยู่กับ Huawei ได้

ภายใต้ข้อตกลงชะลอฟ้องกระทรวงยุติธรรมสหรัฐจะถอนฟ้องข้อกล่าวหาทั้งหมดภายในวันที่ 1 ธ.ค. 2022 หากเมิ่งปฏิบัติตามเงื่อนไขทั้งหมดอย่างเคร่งครัดภายในระยะเวลาดังกล่าว และสหรัฐยังเตรียมเพิกถอนคำร้องต่อรัฐบาลแคนาดาที่ให้ส่งตัวเมิ่งหว่านโจวในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน

หลังได้รับการปล่อยตัวเมิ่งหว่านโจวเดินทางออกจากแคนาดากลับไปยังเมืองเซินเจิ้นซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของ Huawei 

เมิ่งหว่านโจวถูกทางการแคนาดาจับกุมตัวที่สนามบินแวนคูเวอร์เมื่อเดือน ธ.ค. 2018 ภายใต้คำร้องของของรัฐบาลสหรัฐ

REUTERS/Taehoon Kim