สหรัฐเตือนพลเมืองให้ออกจากอินเดียเร็วที่สุด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/651606

วันที่ 29 เม.ย. 2564 เวลา 12:10 น.สหรัฐเตือนพลเมืองให้ออกจากอินเดียเร็วที่สุด  สหรัฐสั่งพลเมืองออกจากอินเดียเร็วที่สุดหลังสถานการณ์ Covid-19 ในแดนภารตะแย่ลง  

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐยกระดับคำแนะนำด้านการเดินทางในอินเดียเป็นระดับ 4 ซึ่งเป็นระดับสูงสุด และเตือนให้พลเมืองสหรัฐงดเดินทางไปอินเดียหรือออกจากอินเดียทันทีที่ทำได้อย่างปลอดภัย โดยมีเที่ยวบินตรงระหว่างสหรัฐและอินเดียวันละ 14 เที่ยวบิน หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ Covid-19 ในอินเดียแย่ลง  

ขณะนี้ทางการอินเดียและโรงพยาบาลพยายามอย่างหนักในการรับมือกับตัวเลขผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสและผู้เสียชีวิตที่ทุบสถิติรายวัน โดยข้อมูลจากทางการเมื่อวันพุธ (28 เม.ย.) มีผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 360,960 ราย เสียชีวิต 3,293 ราย สูงที่สุดนับตั้งแต่เกิดการระบาดระลอกสอง และอินเดียยังเป็นประเทศที่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเร็วที่สุดในโลกด้วย   

ภาพที่ปรากฏแก่สายตาชาวโลกคือ เชิงตะกอนที่ใช้เผาร่างผู้เสียชีวิตรวมกันเป็นจำนวนมาก รถพยาบาลที่ต่อแถวเรียงรายนอกโรงพยาบาลที่แออัดไปด้วยผู้ป่วย และการร้องขอออกซิเจนในโลกโซเชียลมีเดีย  

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ออสเตรเลียสั่งห้ามเที่ยวบินทุกเที่ยวจากอินเดียเข้าประเทศ ส่วนสหราชอาณาจักรห้ามไม่ให้ผู้ที่มีประวัติการเดินทางในอินเดียภายใน 10 ก่อนเดินทางเข้าประเทศ และพลเมืองอังกฤษหรือไอร์แลนด์ที่เดินทางกลับจากอินเดียต้องกักตัวในโรงแรม

Photo by Prakash SINGH / AFP

ไบเดนประกาศกร้าวสหรัฐจะชนะจีนในศตวรรษที่ 21 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/651594

วันที่ 29 เม.ย. 2564 เวลา 11:43 น.ไบเดนประกาศกร้าวสหรัฐจะชนะจีนในศตวรรษที่ 21ไบเดนแถลงครั้งแรกต่อสภาคองเกรส เนื้อหาสำคัญยังเน้นไปที่การแข่งขันกับจีน  

ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐแถลงต่อสภาคองเกรสเป็นครั้งแรกในโอกาสที่ทำงานครบ 100 วัน สำหรับนโยบายกับต่างประเทศนั้นเน้นไปที่คู่แข่งสำคัญอย่างจีน โดยกล่าวว่า “เรากำลังแข่งขันกับจีนและประเทศอื่นเพื่อคว้าชัยชนะในศตวรรษที่ 21”

ไบเดนกล่าวอีกว่า ประธานาธิบดี สีจิ้นผิงกระตือรือร้นอย่างหนักที่จะทำให้จีนกลายเป็นประเทศที่สำคัญที่สุดในโลก และยังเอ่ยถึงคำพูดก่อนหน้านี้อีกว่าตัวเขาเชื่อว่าสหรัฐและจีนจะสามารถร่วมมือกันได้ เช่น การรับมือกับภาวะโลกร้อน แต่ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงความขัดแย้งได้

นอกจากนี้ยังเอ่ยถึงการแข่งขันทางเศรษฐกิจกับจีนว่า จีนและประเทศอื่นขยับเข้าใกล้สหรัฐมากขึ้น เนื่องจากขณะนี้สหรัฐใช้เงินเพียง 1% ของจีดีพีในการวิจัยและพัฒนา และย้ำว่าจีนต้อง “เล่นด้วยกฎเดียวกัน” กับประเทศมหาอำนาจเศรษฐกิจอื่น ไม่ว่าจะเป็นการค้าไปจนถึงค่าเงิน นโยบายด้านอุตสาหกรรม และการลงทุนเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ

“สหรัฐจะไม่ทนกับการทำการค้าที่ไม่เป็นธรรมที่แย่งงานและอุตสาหกรรมของคนอเมริกัน อาทิ การอุดหนุนรับวิสาหกิจ และการขโมยเทคโนโลยีและทรัพย์สินทางปัญญาของคนอเมริกัน” ไบเดนกล่าว

ผู้นำสหรัฐเผยอีกว่า สหรัฐจะคงปฏิบัติการทางทหารไว้ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกเช่นที่ทำกับนาโตในยุโรปเพื่อป้องกันความขัดแย้งไม่ใช่สร้างความขัดแย้ง

สำหรับกิจการภายในของสหรัฐ ไบเดนกล่าวถึงเรื่องสำคัญหลายเรื่อง อาทิ ความสำเร็จในการฉีดวัคซีนและการอัดฉีดงบประมาณ 1.9 ล้านล้านเหรียญสหรัฐช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจาก Covid-19

ส่วนการเก็บภาษีไบเดนกล่าวว่า “ผมจะไม่ขึ้นภาษีคนที่มีรายได้น้อยกว่า 400,000 เหรียญสหรัฐต่อปี ถึงเวลาที่บริษัทอเมริกันและเศรษฐีอเมริกัน 1% ต้องจ่ายในส่วนที่เหมาะสม” เพื่อนำภาษีเหล่านี้มาลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน การศึกษา และช่วยคนที่มีรายได้น้อยถึงปานกลาง

อีกประเด็นที่สำคัญคือ กฎหมายปฏิรูปตำรวจ โดยไบเดนเรียกร้องให่สภาคองเกรสผ่านร่างกฎหมายปฏิรูปตำรวจให้แล้วเสร็จภายในเดือนหน้าซึ่งตรงกับวันครบรอบ 1 ปีที่ จอร์จ ฟลอยด์ ชายผิวสีเสียชีวิตเพราะถูกตำรวจใช้เข่ากดคอขณะจับกุม นับเป็นครั้งแรกที่ผู้นำสหรัฐกำหนดเส้นตายเกี่ยวกับกฎหมายนี้

Photo by Melina Mara / POOL / AFP

ญี่ปุ่นไฟเขียวร่วม RCEP ข้อตกลงการค้าเสรีที่ใหญ่สุดในโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/651591

วันที่ 29 เม.ย. 2564 เวลา 11:00 น.ญี่ปุ่นไฟเขียวร่วม RCEP ข้อตกลงการค้าเสรีที่ใหญ่สุดในโลกรัฐบาลญี่ปุ่นคาดความตกลง RCEP จะช่วยเพิ่ม GDP ของประเทศ 2.7% และสร้างงานถึง 570,000 ตำแหน่ง

เมื่อวันที่ 28 เม.ย. รัฐสภาญี่ปุ่นอนุมัติให้ญี่ปุ่นมีส่วนร่วมในความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ซึ่งเป็นข้อตกลงการค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดในโลก คาดว่าจะครอบคลุมเศรษฐกิจการค้าและประชากรเกือบ 1 ใน 3 ของโลกซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในต้นปี 2022

RCEP ประกอบด้วยสมาชิก 15 ประเทศจากประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ และประเทศคู่เจรจาอีก 5 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ญี่ปุ่นจะมีส่วนร่วมในข้อตกลงการค้าที่เกี่ยวข้องกับประเทศคู่ค้ารายใหญ่อย่างจีนและเกาหลีใต้

โดยรัฐบาลญี่ปุ่นคาดว่าความตกลง RCEP จะช่วยเพิ่ม GDP ของประเทศ 2.7% และสร้างงานให้แก่ประชาชนได้ถึง 570,000 ตำแหน่ง

ข้อตกลงดังกล่าวซึ่งลงนามโดย 15 ประเทศเมื่อเดือนพ.ย. ที่ผ่านมาจะมีผลบังคับใช้ 60 วันหลังจากที่มีการให้สัตยาบันของ 6 ประเทศสมาชิกอาเซียน และอีก 3 ประเทศ โดยเมื่อวันพุธที่ผ่านมาสิงคโปร์และจีนได้เสร็จสิ้นขั้นตอนการให้สัตยาบันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยกระทรวงพาณิชย์ของจีนระบุว่าประเทศที่ลงนามทั้งหมดต่างแสดงเจตจำนงและจะผลักดันกระบวนการให้สัตยาบันให้เสร็จสิ้นภายในปีนี้เพื่อให้ความตกลงมีผลบังคับทันวันที่ 1 ม.ค. 2022

ทั้งนี้ ข้อตกลงดังกล่าวจะสามารถขจัดภาษีการค้าระหว่างประเทศสมาชิกไปได้ถึง 91% และยังมีกฎระเบียบที่สอดคล้องกันเกี่ยวกับการลงทุนและทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อส่งเสริมการค้าเสรี

Photo by Yuichi Yamazaki / POOL / AFP

Whitney Wolfe Heard เศรษฐีนีผู้สร้างตัวเองที่อายุน้อยสุดในโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/651557

วันที่ 28 เม.ย. 2564 เวลา 19:00 น.Whitney Wolfe Heard เศรษฐีนีผู้สร้างตัวเองที่อายุน้อยสุดในโลกรู้จัก Whitney Wolfe Heard เจ้าของแอปพลิเคชันหาคู่ ผู้หญิงที่สร้างตัวเองจนติดโผร่ำรวยที่สุดในอเมริกา

แอปพลิเคชันหาคู่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 เนื่องด้วยข้อจำกัดในการพบปะทำให้ผู้คนหันไปติดต่อการทางออนไลน์ โดยหนึ่งในแอปพลิเคชันที่เติบโตอย่างรวดเร็วคือ Bumble

แอปพลิเคชันที่ก่อตั้งโดย Whitney Wolfe Heard ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วในการเป็นแอปหาคู่อันดับต้นๆ ในแอปสโตร์ ซึ่งทำให้เธอไปอยู่ในลิสต์ของผู้ประกอบการและผู้บริหารหญิงที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในอเมริกา ประจำปี 2020 ของนิตยสาร Forbes และได้รับการเสนอชื่อให้เป็นหนึ่งในสุดยอดผู้ประกอบการอายุต่ำกว่า 30 ปีในปี 2017 และ 2018 อีกด้วย

นอกจากนี้เธอยังติดอันดับที่ 39 จาก 100 อันดับแรก “ผู้หญิงที่สร้างตัวเองที่ร่ำรวยที่สุดในอเมริกา”

ช่วงเวลาอันยิ่งใหญ่ของเธอเกิดขึ้นเมื่อแอปพลิเคชัน Bumble เสนอขายหุ้นต่อสาธารณะ (IPO) เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาส่งผลให้ราคาหุ้นของ Bumble เพิ่มขึ้นถึง 67% โดยเธอมีสัดส่วนในการถือหุ้นถึง 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐในขณะนั้น

นั่นทำให้ Wolfe Heard กลายเป็นมหาเศรษฐีที่สร้างตัวเองที่มีอายุน้อยที่สุดในโลกด้วยวัย 31 ปี ซึ่งไม่เพียงแต่กลายเป็นซีอีโอหญิงที่อายุน้อยที่สุดของบริษัทสาธารณะเท่านั้นแต่ยังเป็นมหาเศรษฐีหญิงที่สร้างตัวเองที่อายุน้อยที่สุดอีกด้วย

โดยตามดัชนีมหาเศรษฐีของบลูมเบิร์กพบว่ามหาเศรษฐีที่สร้างตัวเองที่เป็นผู้หญิงนั้นมีจำนวนไม่ถึง 5% จากทั้งหมด 500 อันดับของโลก

เส้นทางของซีอีโอหญิงแกร่งกับแนวคิดช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์

Wolfe Heard เกิดและเติบโตในซอลต์เลกซิตี นครในยูทาห์ เป็นลูกสาวของเศรษฐีนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชาวยิว เธอเริ่มต้นธุรกิจเมื่ออายุได้ 20 ปีในระหว่างการเป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัยโดยการขายกระเป๋าไม้ไผ่เพื่อนำเงินไปช่วยเหลือในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการรั่วไหลของน้ำมันดิบในอ่าวเม็กซิโกเมื่อปี 2010 โดยได้รับความร่วมมือจาก Patrick Aufdenkamp สไตล์ลิสต์ชื่อดังในการเพื่อตัวองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร “Help Us Project”

หลังจากนั้นไม่นานเธอและ Aufdenkamp ได้เริ่มธุรกิจที่ 2 ในชื่อ “Tender Heart” ซึ่งเป็นเสื้อผ้าที่สร้างความตระหนักเกี่ยวกับการค้ามนุษย์และการค้าที่เป็นธรรม จนกระทั่งเรียนจบเธอจึงเดินทางมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และทำงานกับสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า

ตอนอายุได้ 22 ปีเธอร่วมทำงานกับบริษัท Hatch Labs ก่อนที่จะทำงานในบริษัทสตาร์ทอัพ Cardify ซึ่งเป็นโครงการที่นำโดย Sean Rad เมื่อโครงการถูกทิ้งร้างไป เธอ, Sean Rad และ Chris Gulczynski จึงร่วมกันเริ่มต้นก่อตั้งแอปพลิเคชันหาคู่ที่ชื่อว่า Tinder

จาก Tinder สู่ Bumble

ก่อนที่จะมาเป็นผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Bumble เธอเป็นผู้ร่วมก่อตั้งแอปหาคู่ยอดนิยมอย่าง Tinder ด้วย โดยในปี 2012 หลังจากที่เธอจบการศึกษาจาก Southern Methodist University เธอก็ได้ดำรงตำแหน่งรองประธานฝ่ายการตลาดของ Tinder

แต่อีก 2 ปีถัดมาเธอก็ตัดสินใจลาออกหลังจากที่ยื่นฟ้องบริษัทของเธอเองโดยระบุถึงการคุกคามและล่วงละเมิดทางเพศรวมถึงการเลือกปฏิบัติทางเพศ จาก Justin Mateen อดีตเจ้านายและแฟนเก่าของเธอเอง

ในปีเดียวกันนั้นเองเธอได้ร่วมมือกับ Andrey Andreev ผู้ก่อตั้งแอปพลิเคชัน Badoo โดยทั้งคู่ร่วมกันก่อตั้งแอปพลิเคชันหาคู่ขึ้นมาใหม่จนเกิดเป็น Bumble ในปี 2014

ทั้ง Bumble และ Badoo ได้รับแรงหนุนจากสมาชิกรายเดือนหลายสิบล้านคนในกว่า 150 ประเทศ

เพื่อนหญิงพลังหญิง

Wolfe Heard ให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมทางเพศและสิทธิสตรีเป็นอย่างยิ่ง โดยหนึ่งสาเหตุที่แอป Bumble ได้รับความนิยมและความไว้วางใจเนื่องจากมันให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้ใช้ฝ่ายหญิงหรือที่กล่าวกันว่าเป็นแอปหาคู่ที่ต้องการให้สิทธิ์ในโลกอินเทอร์เน็ตกับผู้หญิง

นอกจากนี้เธอยังเป็นไอดอลของผู้หญิงจำนวนมากซึ่งนอกจากจะได้แสดงให้เห็นถึงพลังของผู้หญิงในโลกของธุรกิจโดยการเป็นสุดยอดซีอีโอขององค์กรแล้ว Wolfe Heard ยังแสดงพลังในโลกของตลาดหุ้นด้วยซึ่งอย่างที่ทราบกันดีว่าในจุดที่เธอยืนอยู่นี้ส่วนใหญ่นักธุรกิจชื่อดังก็มักจะเป็นผู้ชายเสียมากกว่า

ส่งผลให้แวดวงธุรกิจจับตามองการเดินทางของเธอซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงอนาคตใหม่สำหรับแบรนด์และองค์กรต่างๆ ที่ดำเนินการโดยผู้หญิง

ภาพโดย TechCrunch/Wikipedia

ทายาทซัมซุงงัดศิลปะล้ำค่าจ่ายภาษีมรดกก้อนใหญ่สุดในโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/651562

วันที่ 28 เม.ย. 2564 เวลา 18:00 น.ทายาทซัมซุงงัดศิลปะล้ำค่าจ่ายภาษีมรดกก้อนใหญ่สุดในโลกทายาทซัมซุงเผยแผนการชำระภาษีมรดกกว่า 3 แสนล้านบาทรวมถึงบริจาคผลงานศิลปะสุดล้ำค่าให้ประเทศ

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่ากลุ่มบริษัทซัมซุงออกแถลงการณ์ถึงแผนการชำระภาษีมรดกมูลค่ากว่า 12 ล้านล้านวอนหรือกว่า 3 แสนล้านบาทสืบเนื่องจากการเสียชีวิตของอี ค็อน-ฮี ประธานบริษัทซัมซุง ซึ่งนับเป็นการจ่ายภาษีมรดกที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก

โดยรายงานระบุว่าอี ค็อน-ฮีทิ้งมรดกทรัพย์สินต่างๆ ไว้ทั้งในรูปแบบของเงินสด หุ้น อสังหาริมทรัพย์ โบราณวัตถุ และผลงานศิลปะรวมกว่า 20,000 ชิ้น จากศิลปินผู้มีชื่อเสียงหลายคนรวมถึงปาโบล ปิกัสโซ, โคลด โมเนต์ และซัลบาโด ดาลี รวมมูลค่ากว่า 22 ล้านล้านวอนหรือประมาณ 6.2 แสนล้านบาท

บริษัทซัมซุงกล่าวในแถลงการณ์ว่า “ครอบครัวจะชำระภาษีมรดกมูลค่ากว่า 12 ล้านวอนซึ่งมากกว่าทรัพย์สินครึ่งหนึ่งของประธานผู้ล่วงลับ โดยจะผ่อนชำระเป็น 6 งวดเริ่มตั้งแต่เดือนนี้เป็นต้นไป”

ทั้งนี้ การชำระภาษีมรดกส่วนหนึ่งจะชำระในรูปแบบของการบริจาคโบราณวัตถุและผลงานศิลปะที่มีค่าราว 23,000 ชิ้นรวมถึงภาพวาดของโมเนต์, ปิกัสโซ แลศิลปินผู้มีชื่อเสียงอีกหลายคนให้แก่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเกาหลีเพื่อเป็นสมบัติของชาติสืบต่อไป

นอกจากนี้ยังเผยว่าจะบริจาคเงิน 1 ล้านล้านวอนสำหรับสร้างโรงพยาบาลเพื่อสนับสนุนสาธารณสุขของประเทศ

ทั้งนี้ เกาหลีใต้กำหนดอัตราภาษีมรดกอยู่ที่ 50% ซึ่งสูงเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากญี่ปุ่นซึ่งกำหนดอัตราภาษีมรดกไว้ที่ 55%

Photo by Jung Yeon-je / AFP

อินโดฯ ยึดพาสปอร์ตอินฟลูเอนเซอร์เพนต์หน้าแทนแมสก์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/651553

วันที่ 28 เม.ย. 2564 เวลา 17:30 น.อินโดฯ ยึดพาสปอร์ตอินฟลูเอนเซอร์เพนต์หน้าแทนแมสก์  สองอินฟลูเอนเซอร์ถูกยึดพาสปอร์ตหลังทำคอนเทนต์เพนต์หน้าแทนแมสก์เดินห้างในบาหลี 

จอช เพเลอร์ ยูทูบเบอร์ที่มีคนติดตามถึง 3 ล้านคนและเลอา ชวนกันถ่ายคลิปแกล้งคนขณะเดินในซูเปอร์มาร์เก็ตบนเกาะบาหลีของอินโดนีเซีย โดยที่เลอาทาสีฟ้าลงบนใบหน้าของตัวเองให้ดูเหมือนว่าเธอสวมหน้ากากอนามัย เพื่อสังเกตปฏิกิริยาของผู้คนที่เดินซื้อของ

หลังจากคลิปนี้กลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์ทั้งคู่ก็ถูกวิจารณ์อย่างหนักจนทางการอินโดนีเซียทราบเรื่อง โดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองอินโดนีเซียยืนยันว่าได้ยึดพาสปอร์ตของทั้งคู่แล้ว และแจ้งว่าจอชมีสัญชาติไต้หวัน ส่วนเลอามีสัญชาติรัสเซีย

ด้าน สุรญา ธรรมา โฆษกสำนักงานส่วนภูมิภาค กระทรวงกฎหมายและสิทธิมนุษยชนเผยว่า หน่วยงานความสงบเรียบร้อยของสังคมจะสอบสวนอินฟลูเอนเซอร์ทั้งคู่ และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะพิจารณาต่อไปว่าจะเนรเทศทั้งคู่ออกจากประเทศหรือไม่

หลังเจอกระแสดรามา จอชและเลอาได้อัคคลิปวิดีโอขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยอ้างว่าทำขึ้นโดยมีเจตนาเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ไม่ได้ตั้งใจฝ่าฝืนมาตรการสวมหน้ากากอนามัย หรือบอกให้คนอื่นไม่สวมหน้ากากอนามัย และจะให้เกิดเหตุการณ์ทำนองนี้อีกในอนาคต

ทั้งนี้ ชาวต่างชาติที่ไม่สวมหน้ากากอนามัยจะถูกปรับ 1 ล้านรูเปียห์ หรือ 2,161 บาทในครั้งแรก หากทำผิดครั้งที่ 2 จะถูกเนรเทศ

ไขปริศนาชิ้นส่วนเท้ามนุษย์เกยตื้นชายหาดซ้ำๆ หลายสิบครั้ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/651539

วันที่ 28 เม.ย. 2564 เวลา 16:00 น.ไขปริศนาชิ้นส่วนเท้ามนุษย์เกยตื้นชายหาดซ้ำๆ หลายสิบครั้ง ในที่สุดปริศนาชิ้นส่วนเท้ามนุษย์เกยตื้นซ้ำๆ กว่า 20 ครั้งที่ชายหาดของสหรัฐและแคนาดาช่วงกว่าสิบปีที่ผ่านมาก็ได้รับความกระจ่าง 

จุดเริ่มต้นของปริศนานี้เริ่มขึ้นเมื่อเดือน ส.ค. 2007 เมื่อเด็กหญิงคนหนึ่งพบรองเท้าสนีกเกอร์ข้างหนึ่งบนเกาะเจดีไดอาห์ รัฐบริติชโคลัมเบียของแคนาดา เมื่อมองเข้าไปข้างในรองเท้าคู่นั้นเธอก็พบกับเท้ามนุษย์ที่กำลังเน่าเปื่อย  

10 ปีหลังจากนั้นก็มีคนพบชิ้นส่วนเท้ามนุษย์ลอยมาเกยตื้นที่ชายหาดเรื่อยมา โดยส่วนใหญ่จะพบพร้อมกับรองเท้าสนีกเกอร์ นำมาซึ่งการคาดเดากันไปต่างๆ นานาถึงสาเหตุและที่มาที่ไป บางคนก็ว่าเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรม หรือถูกมาเฟียตัดเท้า หรือล้ำถึงขั้นว่าเกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตจากนอกโลก 

หลังจากมีคนพบชิ้นส่วนเท้าในรองเท้าอีกครั้ง แกร์รี ค็อกซ์ ตำรวจแคนาดาประจำเกาะแวนคูเวอร์เผยกับ CBC ว่า “เราได้รับการแจ้งว่าชิ้นส่วนเท้าทั้งสองชิ้นหลุดออกมาจากร่างกายเนื่องจากการสลายตัวตามธรรมชาติ เป็นไปได้ว่าตอนแช่อยู่ในน้ำ” และ โรส แสตนตัน เจ้าหน้าที่ชันสูตรของเกาะแวนคูเวอร์ก็ยืนยันอย่างเดียวกัน

นอกจากนั้น ในเดือน ส.ค. 2011 มีคนพบรองเท้าผู้ชายข้างหนึ่งและเท้ามนุษย์ลอยอยู่ใกล้กับท่าจอดเรือพลาซา เนชันส์ ปากน้ำฟอลส์ครีกใจกลางเมืองแวนคูเวอร์ โดยชิ้นส่วนเท้ายังมีกระดูกเท้าส่วนล่างที่หลุดออกมาจากหัวเข่าเนื่องจากถูกน้ำซัดใส่ติดอยู่

และในปี 2014 ยังพบเท้ามนุษย์ 1 ข้างอยู่ในรองเท้ายี่ห้อ New Balance ที่สวนสาธารณะเซ็นเท็นเนียลพาร์คตามแนวชายฝั่งของอ่าวเอลเลียตในรัฐวอชิงตันของสหรัฐ

รวมแล้วตั้งแต่ปี 2007-2019 พบชิ้นส่วนเท้ามนุษย์ลอยมาเกยตื้นที่ชายหาดทั้งหมด 21 ชิ้น โดยกว่า 10 ปีที่ผ่านมานั้นก็ไม่มีใครให้คำตอบได้เลยว่าเหตุใดจึงมีแต่เท้าและรองเท้าที่ลอยมาเกยตื้น

แต่ในที่สุดปริศนานี้ก็ได้รับการไขจนกระจ่างโดย บาร์บ แม็คลินท็อค เจ้าหน้าที่ชันสูตร โดยเจ้าตัวเผยกับ Natioonal Post ว่า “เรารู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับเท้าปริศนาเหล่านี้ ไม่มีเคสไหนเลยที่บ่งบอกว่าเป็นการฆาตกรรม…ทุกเคสมีคำอธิบายที่สมเหตุสมผล”

แม็คลินท็อคอธิบายว่า ทั้งหมดนี้เกี่ยวกับเทคโนโลยีรองเท้าวิ่งที่ถูกปรับปรุงให้ดีขึ้นๆ ก่อนหน้านี้รองเท้าพวกนี้มักจะจมลงใต้ทะเล ไม่เคยเกยตื้นเลยจนกระทั่งโลกมีรองเท้าวิ่งที่ลอยตัวได้ดี

ส่วนชิ้นส่วนเท้าก็เชื่อว่ามาจากคนที่ตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง หรือจมน้ำเนื่องจากอุบัติเหตุ เนื่องจากพบร่างกายจมอยู่ใต้น้ำ เมื่อเกิดการย่อยสลายเท้าจึงหลุดออกมาแล้วลอยขึ้นเหนือน้ำแล้วเกยตื้นตามชายหาดจนมีคนพบเห็น

REUTERS/Lucy Nicholson

อดีตนายพลฝรั่งเศสขู่รัฐประหารเพื่อยุติสงครามกลางเมือง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/651521

วันที่ 28 เม.ย. 2564 เวลา 14:30 น.อดีตนายพลฝรั่งเศสขู่รัฐประหารเพื่อยุติสงครามกลางเมืองนายทหารเกษียณอายุในฝรั่งเศสร่วมเขียนจดหมายเตือนรัฐบาลอาจต้องรัฐประหารหากยังไม่สามารถจัดการกับปัญหาความขัดแย้งระหว่างชาวมุสลิม

เว็บไซต์ข่าว Daily Mail รายงานว่านายทหารชั้นนายพลที่เกษียณอายุราชการแล้ว 20 นาย พร้อมด้วยนายทหารเกษียณอายุอีก 80 นายร่วมลงนามเขียนจดหมายเปิดผนึกก่อนที่จะถึงกำหนดเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งถัดไปในปีหน้า โดยเรียกร้องให้ฝรั่งเศสมีการปกครองด้วยระบอบทหารหากประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ยังไม่สามารถจัดการกับปัญหาความขัดแย้งระหว่างฝรั่งเศสกับชาวมุสลิมได้

จดหมายดังกล่าวยังสามารถล่ารายชื่อจากอดีตนายทหารเกษียณอายุที่เห็นด้วยได้อีกนับพันรายชื่อ โดยมีการตีพิมพ์จดหมายเปิดผนึกบนนิตยสารข่าว Valeurs Actuelles ของฝรั่งเศสระบุว่า “อาจต้องทำรัฐประหารเพื่อยุติสงครามกลางเมืองในฝรั่งเศส” ก่อนที่จดหมายดังกล่าวจะถูกประณามโดยรัฐบาลของมาครงโดยอ้างถึงความพยายามในการก่อรัฐประหารที่ล้มเหลวในสมัยอดีตประธานาธิบดีชาร์ล เดอ โกล เมื่อ 60 ปีก่อน

ผู้ลงนามหลักบนจดหมายคือนายพลคริสเตียน ปิเกมัล วัย 80 ปี อดีตผู้บังคับบัญชากองทหารต่างชาติซึ่งเคยถูกจับกุมขณะเข้าร่วมการประท้วงต่อต้านศาสนาอิสลามในปี 2016

ข้อความส่วนหนึ่งบนจดหมายระบุว่า “ฝรั่งเศสกำลังตกอยู่ในอัตรายร้ายแรงหลายอย่างที่กำลังคุกคามประเทศ แม้พวกเราจะเกษียณแต่ก็ยังคงเป็นทหารของฝรั่งเศส และในสถานการณ์ปัจจุบันเราไม่อาจนิ่งเฉยยอมรับชะตากรรมของประเทศที่สวยงามของพวกเราได้…ต้องแยกตัวออกจากชาวมุสลิมในเขตชานเมืองที่กำลังแบ่งแยกดินแดนและขัดต่อรัฐธรรมนูญของพวกเรา”

“ประเทศจะเข้าสู่สงครามกลางเมืองหากรัฐบาลยังนิ่งเฉยซึ่งจะส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก”

พร้อมวิพากษ์วิจารณ์ประธานาธิบดีมาครงและรัฐบาลที่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงเสื้อกั๊กเหลืองอย่างโหดร้ายทารุณ พร้อมด้วยมารีน เลอ แปง นักการเมืองฝ่ายขวาร่วมให้การสนับสนุนแนวคิดดังกล่าว

ขณะที่ฟลอเรนซ์ ปาร์ลี รัฐมนตรีกลาโหมแย้งว่าจดหมายได้รับการลงนามโดยทหารเกษียณอายุซึ่งไม่มีหน้าที่ใดๆ ในกองทัพอีกต่อไป ความเป็นกลางและความภักดีเป็นหลักการสำคัญสองประการในการปฏิบัติทางทหาร

ทั้งนี้ มีประชาชนชาวมุสลิมประมาณ 5 ล้านคนอาศัยอยู่ในฝรั่งเศสซึ่งเป็นชุมชนที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปตะวันตก

AFP PHOTO / JOEL SAGET

WTO เตือนสหรัฐ-ญี่ปุ่น-อียูอย่าใช้ศึกการค้ากดดันจีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/651508

วันที่ 28 เม.ย. 2564 เวลา 13:15 น.WTO เตือนสหรัฐ-ญี่ปุ่น-อียูอย่าใช้ศึกการค้ากดดันจีนองค์การการค้าโลกเตือนประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่าใช้กฎระเบียบการค้าโลกเล่นงานจีน

บรรดาประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ อาทิ สหรัฐ ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป (EU) กำลังผลักดันให้มีกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นเกี่ยวกับการอุดหนุนอุตสาหกรรมต่างๆ ในเวทีการค้าโลก รวมทั้งเปิดเผยบทบาทหน้าที่ของรัฐวิสาหกิจต่อเศรษฐกิจ เพื่อรับมือกับจีน

สหภาพยุโรปกำลังจะเผยแพร่สมุดปกขาวว่าด้วยการอุดหนุน ขณะที่เมื่อปีที่แล้วญี่ปุ่นและสหรัฐออกแถลงการณ์ไตรภาคีในประเด็นที่ถูกมองว่าเป็นการโจมตีนโยบายอุตสาหกรรมของจีน

และเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา วัลดิส โดมโบรฟสกิส คณะกรรมาธิการยุโรปด้านการค้าเผยว่า “เรากังวลว่าโมเดลเศรษฐกิจและสังคมของจีนจะบิดเบือนการค้าโลก บิดเบือนในระดับสำคัญ อาทิ การอุดหนุนอุตสาหกรรม ความโปร่งใสในการอุดหนุนอุตสาหกรรม”

ด้วยเหตุนี้ เอ็นโกซี โอคอนโจ-อิเวียลา ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (WTO) จึงเตือนสหรัฐ ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรปว่า การพุ่งเป้าไปที่จีนโดยตรงอาจไม่ได้ผล เนื่องจากจีนเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก และยังเป็นหนึ่งในประเทศสมาชิกที่มีอิทธิพล แผนการปฏิรูปการค้าโลกต่างๆ อาจไม่ได้รับความเห็นชอบจากจีน

“แต่หากเราเสนอด้วยวิธีที่เหมาะสมพร้อมกับข้อเท็จจริงเพื่อให้จีนได้เห็นผลกระทบของนโยบายของตัวเอง และแสดงให้ (จีน) เห็นว่าพวกเราพยายามทำอะไรบางอย่างกับการอุดหนุนทางการค้ารูปแบบอื่น ฉันคิดว่าเราอาจมีความคืบหน้า” ผู้อำนวยการ WTO กล่าว

Photo by Mark Schiefelbein / POOL / AFP

อินเดียเร่งนำเข้าถังออกซิเจนจากไทยมากู้วิกฤต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/651512

วันที่ 28 เม.ย. 2564 เวลา 12:29 น.อินเดียเร่งนำเข้าถังออกซิเจนจากไทยมากู้วิกฤตเมืองหลวง ‘อินเดีย’ เร่งนำเข้าโรงผลิต-ถังเก็บออกซิเจนจากฝรั่งเศส-ไทย

นิวเดลี, 28 เม.ย. (ซินหัว) — เมื่อวันอังคาร (27 เม.ย.) รัฐบาลท้องถิ่นกรุงเดลี เมืองหลวงของของอินเดีย ประกาศแผนการนำเข้าโรงผลิตออกซิเจนพร้อมใช้งานจากฝรั่งเศส จำนวน 21 แห่ง เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาขาดแคลนออกซิเจนทางการแพทย์ ขณะยอดผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) พุ่งสูง

“เราจะนำเข้าโรงผลิตออกซิเจนพร้อมใช้งานจากฝรั่งเศส ซึ่งจะถูกนำไปติดตั้งตามโรงพยาบาลต่างๆ เพื่อช่วยแก้ไขวิกฤตขาดแคลนออกซิเจนในโรงพยาบาลเหล่านั้น” อาร์วินด์ เกจริวัล หัวหน้ามุขมนตรีกรุงเดลีแถลงข่าว

เกจริวัลระบุว่ารัฐบาลกรุงเดลีจะนำเข้าถังออกซิเจนจากกรุงเทพ จำนวน 18 ถัง เพื่อใช้ขนส่งออกซิเจนทางการแพทย์ชนิดเหลวไปยังโรงพยาบาลต่างๆ โดยถังออกซิเจนจะเริ่มถูกจัดส่งมาถึงเดลีในวันพรุ่งนี้ด้วยความช่วยเหลือจากเครื่องบินกองทัพอากาศอินเดีย

สำหรับปัญหาขาดแคลนออกซิเจนเมื่อสัปดาห์ก่อน เกจริวัลระบุว่าเดลีได้ดำเนินการแก้ไขและสถานการณ์ดีขึ้นอย่างมากในช่วง 2 วันที่ผ่านมา พร้อมกล่าวรับรองว่าช่วงเดือนหน้า เดลีจะมีโรงผลิตออกซิเจน 44 แห่ง ติดตั้งโดยรัฐบาลกลาง 8 แห่ง และโดยรัฐบาลกรุงเดลี 36 แห่ง

ปัจจุบันยอดผู้ป่วยโรคโควิด-19 ของอินเดียพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง ขณะโรงพยาบาลทั่วประเทศเผชิญปัญหาขาดแคลนออกซิเจนและกระตุ้นรัฐบาลกลางจัดหาออกซิเจนเพิ่มเติม

นอกจากนำเข้าออกซิเจนจากต่างประเทศแล้ว รัฐบาลอินเดียยังนำรถไฟและเครื่องบินของกองทัพอากาศมาขนส่งออกซิเจนที่มีความสำคัญยิ่งไปยังรัฐที่เกิดการแพร่ระบาดหนัก เพื่อแก้ไขวิกฤตการณ์ที่ยังดำเนินอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ เมื่อวันอังคาร (27 เม.ย.) กระทรวงสาธารณสุขของอินเดียระบุว่ายอดผู้ป่วยโรคโควิด-19 พุ่งขึ้น 323,144 ราย มีผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่ม 2,771 ราย ในระยะเวลา 24 ชั่วโมง

(แฟ้มภาพซินหัว : ชาวอินเดียยืนอยู่ข้างถังออกซิเจนทางการแพทย์ที่ว่างเปล่า เพื่อรอเติมออกซิเจนสำหรับผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่โรงผลิตออกซิเจนแห่งหนึ่งในเมืองปัฏนาของอินเดีย วันที่ 27 เม.ย. 2021)

อนุเคราะห์เนื้อหาข่าวโดยสำนักข่าวซินหัว