Wolf Culture วัฒนธรรมองค์กรที่ Huawei ใช้โค่นยักษ์ใหญ่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/648633

วันที่ 23 มี.ค. 2564 เวลา 20:00 น.Wolf Culture วัฒนธรรมองค์กรที่ Huawei ใช้โค่นยักษ์ใหญ่หมาป่าขึ้นชื่อว่าจมูกไว ออกล่าเป็นฝูง และทรหดอดทน เหรินเจิ้งเฟย ผู้ก่อตั้ง จึงนำลักษณะนิสัยเหล่านี้มาเป็นวัฒนธรรมองค์กร ปลูกฝังให้พนักงานกลายเป็นหมาป่าสำหรับฝูงที่มีชื่อว่า Huawei

บริษัท Huawei (หัวเว่ย) เป็นตัวอย่างคลาสสิกของกิจการที่เริ่มต้นจากศูนย์ กว่า 30 ปีที่แล้ว เหรินเจิ้งเฟย เริ่มปลุกปั้น Huawei ขึ้นมาจากพนักงานเพียง 3 คน และเงินทุนเพียง 5,000 เหรียญสหรัฐ ด้วยการจำหน่ายอุปกรณ์ชุมสายโทรศัพท์ของบริษัทอื่น ก่อนจะขยับขยายจนสามารถแซงหน้ายักษ์ใหญ่อย่างแอปเปิลและซัมซุงขึ้นเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่ที่สุดของโลกได้สำเร็จเมื่อปีที่แล้ว แม้จะถูกทางการสหรัฐจำกัดซัพพลายเชนก็ตาม

แล้วอะไรที่ทำให้ Huawei ประสบความสำเร็จ

Photo by Kenzo TRIBOUILLARD / AFP

Huawei ขึ้นชื่อว่าเป็นองค์กรที่มีวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็งมาก หนึ่งในนั้นที่ขึ้นชื่อก็คือ Wolf Culture หรือ หลางเหวินฮั่ว ในภาษาจีน ซึ่งแปลว่า “วัฒนธรรมหมาป่า” ที่แม้แต่แผ่นดินไหว ภัยก่อการร้าย หรือที่ที่มีออกซิเจนต่ำสุดอย่างเทือกเขาเอเวอเรสต์ก็ไม่สามารถทำให้พนักงานของ Huawei ที่ผ่านการปลูกฝังวัฒนธรรมนี้ย่อท้อ

วัฒนธรรมหมาป่าของเหรินเจิ้งเฟยก็คือการนำลักษณะนิสัยเด่นๆ ของหมาป่ามาปลูกฝังพนักงานในองค์กร นั่นก็คือ กระหายเลือด ทรหดอดทน และออกล่าเป็นฝูง เพื่อนำมาสู่ผลลัพธ์สุดท้ายคือความสำเร็จขององค์กร

แคมป์ฝึกพนักงาน

พนักงานทุกคนที่เข้ามาทำงานกับ Huawei จะได้รับการปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรข้อนี้ด้วยการเข้าค่ายอบรม ซึ่งการใช้ค่ายอบรมลักษณะนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นทั่วไปในโลกธุรกิจของจีน แต่ Huawei มีวิธีการของตัวเองที่แตกต่างไป

พนักงานใหม่ของ Huawei ทุกคนจะต้องเข้าค่ายคล้ายกับค่ายฝึกทหารที่ศูนย์ฝึก Huawei University ที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทในเมืองเซินเจิ้นเป็นเวลา 2 สัปดาห์

ตลอด 2 สัปดาห์นี้ทุกคนต้องเข้าพักในหอพักและตื่นตี 5 ทุกวันเพื่อวิ่งจ๊อกกิ้งและออกกำลังกายร่วมกันในชุดยูนิฟอร์มสีขาวแดงที่ทางบริษัทจัดไว้ให้ จากนั้นก็ต้องเข้าห้องเรียนประวัติศาสตร์บริษัท สินค้าและบริษัท และวัฒนธรรมองค์กรของบริษัทที่ปลูกฝังให้พนักงานมีลักษณะนิสัยเหมือนหมาป่า รวมทั้งปลูกฝังความมุ่งมั่นและการบริการลูกค้าในสภาพแวดล้อมที่ยากลำบาก อาทิ เขตสู้รบ

แจกผ้าห่ม เบาะนอน

เหรินเจิ้งเฟยมองว่า Huawei ต้องต่อสู้กับคู่แข่งทุกคนอยู่ตลอดเวลาเพื่อความอยู่รอด ดังนั้นการดำเนินงานของ Huawei จึงมีความเข้มข้นประหนึ่งบริษัทกำลังอยู่ในสนามรบ และหนึ่งในสโลแกนที่เหรินเจิ้งเฟยชื่นชอบในช่วงที่กำลังก่อร่างสร้างบริษัทก็คือ “หากเราจะต้องแพ้ เราต้องสู้ให้ถึงที่สุดจนกว่าเราทุกคนจะสิ้นชีพ”

ด้วยเหตุนี้จึงไม่แปลกที่ในช่วงเวลานั้นทุกคนต้องทำงานหนัก พนักงานใหม่ทุกคนจะได้รับแจกผ้าห่มและเบาะนอนแบบเดียวกับที่ทหารใช้ โดยพนักงานส่วนใหญ่จะทำงานกันจนดึกดื่นแล้วนอนที่ออฟฟิศ ตื่นเช้าขึ้นมาก็ทำงานต่อ หรืออาจใช้งีบเอาแรงในช่วงพักกลางวัน

ปัจจุบันนี้ แม้ว่าเบาะนอนแบบพับได้จะถูกเปลี่ยนมาเป็นที่สำหรับพักงีบช่วงกลางวัน แต่พนักงาน Huawei ก็ยังทำงานหามรุ่งหามค่ำเหมือนเดิม

อีกหนึ่งความทุ่มเทก็คือ หลักการทำงานแบบ 996 ซึ่งเป็นที่นิยมในบริษัทยักษ์ใหญ่ของจีน รวมทั้งอาลีบาบาของ แจ็ก หม่า พนักงานทุกคนต้องทำงานตั้งแต่ 9 โมงเช้าจนถึง 3 ทุ่ม 6 วันต่อสัปดาห์ แต่ที่ Huawei เข้มข้นถึงขั้นจนเกิดเรื่องเล่าลือว่า พนักงานชายจากญี่ปุ่นซึ่งขึ้นชื่อว่าทุ่มเททำงานอย่างหนัก ยังทำงานกับ Huawei ได้เพียง 3 เดือนเท่านั้น เพราะทนไม่ไหวกับการทำงานหามรุ่งหามค่ำ

แม้จะไม่สามารถยืนยันว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แต่ตำนานนี้ก็ยังถูกเล่าต่อๆ กันมาจนถึงปัจจุบัน

เอลเลียต แซกแมน ผู้เชี่ยวชาญด้านการแนะแนวผู้บริหารและนักเขียนที่สนใจเรื่อง Huawei และบริษัทสัญชาติจีนเผยว่า ปัจจุบันนี้พนักงานของ Huawei ยังถูกขอร้องให้เซ็นเอกสารยินยอมว่าจะไม่ใช้สิทธิ์ลาพักร้อนและไม่รับค่าทำงานล่วงเวลาด้วย

Photo by STR / AFP

เข้มงวดเพราะเคยเป็นทหาร

เชื่อกันว่าเหตุผลของความเข้มงวดในการขับเคลื่อนองค์กรมาจากการที่เหรินเจิ้งเฟยเคยเป็นทหารฝ่ายวิศวกรรมในกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนมากว่า 20 ปี จึงซึมซับวิธีการของทหารติดตัวมา โดยอดีตพนักงานคนหนึ่งของ Huawei เขียนถึง Huawei ไว้ในเว็บไซต์ Kanzhun สำหรับให้พนักงานเขียนรีวิวนายจ้างไว้ว่า “ระบบบริหารของ Huawei เข้มงวดมาก อาจเพราะประธานบริษัทเคยเป็นทหารมาก่อน ดังนั้นผู้ใต้บังคับบัญชาจึงไม่มีสิทธิ์และไม่สามารถโต้แย้งผู้บังคับบัญชาได้ ต้องทำตามคำสั่งเท่านั้น”

งานมีประสิทธิภาพ

วัฒนธรรมองค์กรที่เหรินเจิ้งเฟยปลูกฝังให้พนักงานไม่เคยย่อท้อต่อปัญหาที่เกิดขึ้น อาทิ การเข้าไปติดตั้งสถานีสื่อสารไร้สายในจุดที่อยู่สูงที่สุดในโลกบนเทือกเขาเอเวอรเรสต์ที่สูง 6,500 เมตรซึ่งมีออกซิเจนเบาบาง การเดินหน้าทำงานต่อแม้จะตกอยู่ท่ามกลางสถานการณ์ก่อการร้ายที่เมืองมุมไบ หรือแผ่นดินไหวในแอลจีเรีย

สาวก Huawei ต่อแถวเพื่อจองสมาร์ทโฟน Huawei Mate40 เมื่่อวันที่ 23 ต.ค. 2020 ที่สาขาใหญ่ในเมืองเซี่ยงไฮ้ Photo by HANDOUT / HUAWEI / AFP

ทำไมพนักงานยอมถวายหัว 

นอกจากค่าตอบแทนจะสูงแล้ว Huawei ยังใช้ระบบสร้างแรงจูงใจด้วยการแบ่งหุ้นให้พนักงาน เนื่องจาก Huawei ไม่ใช่บริษัทมหาชน และเหรินเจิ้งเฟยมีหุ้นในบริษัทเพียง 1.4% เท่านั้น ส่วนที่เหลือเป็นของพนักงาน 104,572 คน (จากรายงานประจำปี 2019)

ที่มาที่ไปของแนวคิดนี้ก็คือ เหรินเจิ้งเฟย ต้องการแบ่งปันทั้ง “ความรับผิดชอบ” และ “ผลประโยชน์” ให้กับพนักงาน ผู้ก่อตั้งวัย 76 ปียังเชื่อว่า มีเพียงคนกลุ่มเล็กๆ เท่านั้นที่จะร่ำรวยจากการเสนอขายหุ้นให้กับมหาชน แต่กลับทำให้คนส่วนใหญ่ในบริษัทสูญเสียแรงจูงใจ ระบบนี้จึงช่วยให้บริษัทรักษาจิตวิญญาณของการสู้ไปด้วยกันได้อย่างเข้มแข็ง

Photo by HANDOUT / HUAWEI / AFP

ความหมายที่แท้จริง Wolf Culture

หลังจากถูกคนนอกตีความคำว่า Wolf Culture ไปต่างๆ นานาด้วยความเข้าใจผิดบ้างถูกบ้าง เมื่อปีที่แล้วเหรินเจิ้งเฟยจึงถือโอกาสอธิบายความหมายที่แท้จริงของวัฒนธรรมองค์กรนี้ผ่านสำนักข่าว South China Morning Post โดยบอกว่า ความจริงแล้ว Wolf Culture ประกอบด้วย 3 ประการ

ประการแรก จมูกไว เหรินเจิ้งเฟยอธิบายว่า หมาป่ามีจมูกที่ไวมาก พนักงานของ Huawei ต้องมีความไวต่อข้อมูลการตลาด ต้องรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร  และต้องรู้ว่าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะไปในทิศทางใดในอีก 10 หรือ 20 ปีข้างหน้า

ประการที่สอง หมาป่าออกล่าเป็นฝูงซึ่งบางบอกถึงการทำงานเป็นทีม แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกัน และประการที่สาม หมาป่ามีความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว ข้อนี้พนักงานของ Huawei จะต้องไม่กลัวความยากลำบากและต้องมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้าไม่ว่าความยากลำบากนั้นจะซับซ้อนเพียงใด

แม้ว่า Wolf Culture จะสุดโต่งมาก แต่ก็พิสูจน์แล้วว่าวัฒนธรรมนี้นำพา Huawei มาสู่ความสำเร็จจนกลายเป็นบริษัทเทคโนโลยีสัญชาติจีนยักษ์ใหญ่ที่โกยรายได้ในต่างประเทศเป็นกอบเป็นกำและผงาดเป็นผู้นำตลาด เพราะหากไม่มีแพสชั่นเหล่านี้ หากไม่ใช่เพราะความพยายามอย่างหนักที่ผ่านมา คงไม่มี Huawei อย่างทุกวันนี้

Photo by JESSICA YANG / AFP

iQIYI แพลตฟอร์มสตรีมมิงระดับโลกผู้อยู่เบื้องหลัง “ดราม่าดัง” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/648627

วันที่ 23 มี.ค. 2564 เวลา 18:45 น.iQIYI แพลตฟอร์มสตรีมมิงระดับโลกผู้อยู่เบื้องหลัง "ดราม่าดัง"แพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิงที่เคยทุบสถิติระดับประเทศ สร้างปรากฏการณ์ระดับโลก แต่ทำไมมีคนมองว่าอาจถึงทางตันของ iQIYI

สืบเนื่องจากประเด็นดราม่าของ “ลิซ่า BLACKPINK” ที่มีชาวเน็ตส่วนหนึ่งออกมาแสดงความไม่พอใจว่าเธอล้อเลียนรูปลักษณ์ของผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่งในรายการเรียลลิตี Youth With You Season 3 ของประเทศจีนที่เธอนั้นทำหน้าที่เป็นเมนเทอร์ในรายการ

จนทำเอาแฮชแท็ก #LisaApologizeToLiangSen ซึ่งเป็นแฮชแท็กที่เรียกร้องให้ลิซ่าออกมาขอโทษผู้เข้าแข่งขันคนดังกล่าวติดเทรนด์ทวิตเตอร์ในชั่วข้ามคืน ขณะเดียวกันด้านแฟนคลับฝั่งจีนก็ได้ออกมาสยบข่าวว่าทางนั้นไม่ได้มีประเด็นดราม่าแต่อย่างใด

แม้ว่าจะมีหลายคนรู้จักและได้ชมรายการนี้อยู่แล้วแต่ก็มีอีกหลายคนเช่นกันที่เริ่มรู้จักรายการนี้จากกรณีดราม่าดังกล่าว โดยรายการ Youth With You ซึ่งขณะนี้ดำเนินมาถึงซีซันที่ 3 แล้วออกอากาศผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิงออนไลน์ iQIYI (อ้ายฉีอี้) ซึ่งเป็นบริษัทแยักษ์ใหญ่ในประเทศจีนจนได้ชื่อว่า “Netflix เมืองจีน” เลยทีเดียว

We love every moment of this! ??Catch #YouthWithYou3 FIRST on #iQiyi: Vote ONLY on https://t.co/HDqMsiLlpVhttps://t.co/SMXm5C2Nfu DL: https://t.co/Zt9oDC4883 Watch: https://t.co/dx1wKeIlaz#???? #YouthWithYou3iQiyi #LiangSen pic.twitter.com/nznFMcJYwM— iQIYI (@iQIYI) March 23, 2021

ย้อนประวัติ iQIYI

iQiyi ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2010 เป็นบริษัทลูกของ Baidu (ไป่ตู้) ซึ่งเป็นบริษัทเสิร์ชเอนจินอันดับหนึ่งของประเทศจีน โดยมี Yu Gong เป็นผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซึ่งขณะนี้กำลังเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มสตรีมมิงออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีผู้ใช้บริการมากกว่า 500 ล้านคนรวมเกือบ 6 พันล้านชั่วโมงต่อเดือน

ด้วยคอนเทนต์วิดีโอที่น่าสนใจและหลากหลายส่งผลให้ iQiyi เป็นแพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิงเจ้าแรกที่มีจำนวนผู้ติดตาม (Subscriber) ในจีนทะลุ 100 ล้านคน แซงหน้าคู่แข่งสัญชาติเดียวกันอย่าง WeTV จาก Tencent และ Youku จาก Alibaba

นอกจากนี้ในปี 2018 iQiyi ยังสร้างสถิติช็อกวงการสตรีมมิงด้วยละครย้อนยุคเรื่องเหยียนสี่กงเลวี่ย (Story of Yanxi Palace) ที่สามารถดึงดูดผู้ชมได้ถึง 530 ล้านครั้งภายในวันเดียว ซึ่งคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรจีนที่มีราว 1,300 ล้านคน

ในปีเดียวกัน iQiyi ตัดสินใจเสนอขายหุ้น IPO เข้าตลาดหุ้นวอลล์สตรีทและสามารถระดมทุนไปได้กว่า 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีผลประกอบการในไตรมาสแรกหลังเข้าตลาดหุ้นอยู่ที่ 778 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 57% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ซีอีโอ Yu Gong ฉลองการเสนอขายหุ้น IPO ภาพโดย Spencer Platt/Getty Images/AFP

ฟอร์มดีไม่มีตก?

สำหรับผลประกอบการในไตรมาสที่ 3 ของปี 2020 ที่ผ่านมา iQiyi ทำเงินไปได้กว่า 1,100 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยรายได้จากการสมัครสมาชิกคิดเป็นกว่า 600 ล้านเหรียญสหรัฐซึ่งเติบโตขึ้น 7% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อนหน้า และมียอดผู้ติดตามอยู่ที่ 104.8 ล้านคน ขณะที่รายได้จากโฆษณาอยู่ที่ประมาณ 276 ล้านเหรียญสหรัฐ

นอกจากนี้หุ้นของ iQiyi ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 มีนาคม อยู่ที่ 28.04 เหรียญสหรัฐซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในรอบ หลายปีนับตั้งแต่เดือนกันยายนปี 2018 ทั้งนี้ทั้งนันหุ้นของ iQiyi เคยขึ้นถึงจุดพีคสุดถึง 40.16 เหรียญสหรัฐในเดือนมิถุนายน 2018

อย่างไรก็ตามซีอีโอ Yu Gong กล่าวกับนักลงทุนว่าควมาขาดแคลนของเนื้อหาใหม่ๆ มีผลอย่างยิ่งต่อยอดผู้ติดตามที่ลดลงในช่วงปลายปี 2020 และฝ่ายบริหารคาดการณ์ว่ายอดผู้ติดตามจะยังคงลดลงในไตรมาสนี้เนื่องจากสภาวะที่ท้าทายในตลาดประเทศจีนแต่มั่นใจว่าธุรกิจจะสามารถฟื้นตัวได้ในไตรมาสต่อๆ ไป

ตีตลาดไทยและทั่วโลก

iQiyi เริ่มมีการนำเสนอเนื้อหาในภาษาอื่นๆ นอกจากภาษาจีนเมื่อ 2019 ก่อนที่จะเปิดตัว iQIYI International อย่างเป็นทางการในปลายปีที่แล้วเพื่อให้บริการผู้ชมต่างชาติ อาทิ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม แคนาดา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และไทย โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่สิงคโปร์

พร้อมแสดงความมุ่งมั่นที่จะตีตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยมีการนำเสนอเนื้อหาที่นำมาจากต่างประเทศมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นซิทคอมไทย ซีรีส์เกาหลี ภาพยนตร์เกาหลี หรือการ์ตูนญี่ปุ่น เป็นต้น

ซึ่งความพยายามในการตีตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ประสบความสำเร็จมากที่เดียวโดยอัตราการเติบโตของ iQiyi ในภูมิภาคนี้ประจำไตรมาสที่ 2 ของปี 2020 เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกอยู่ที่ 147% ซึ่งเป็นตัวเลขที่มาแรงแซงทุกแพลตฟอร์ม ตามมาด้วย WeTV อยู่ที่ 68% และ Netflix อยู่ที่ 59%

นอกจากนี้ iQiyi เริ่มจับมือกับธุรกิจอุตสาหกรรมสื่อของไทยหลายแห่งเพื่อนำเนื้อหาจากไทยเข้าสู่แพลตฟอร์มด้วย อย่างล่าสุดละครฟอร์มยักษ์เรื่อง “วันทอง” ก็มีให้ชมย้อนหลังได้บนแอปพลิเคชัน iQiyi ด้วยเช่นกัน

ละครไทยบนแพลตฟอร์ม iQIYI

อาจไม่ใช่คำตอบของ Baidu อีกต่อไป

Leo Sun ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีมองว่าอาจถึงเวลาแล้วที่ Baidu จะต้องทิ้งหุ้น iQiyi 56% ที่อยู่ในมือเนื่องจาก iQiyi เติบโตมาจนถึงจุดสูงสุดแล้วและในไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมารายได้จากผู้สมัครสมาชิกลดลง 5% ประกอบกับรายได้จากการโฆษณาก็ลดลงส่งผลให้ผลประกอบการโดยรวมลดลง 1%

แม้ว่ารายได้รวมทั้งปีจะเพิ่มขึ้นแต่นั่นเป็นเพราะการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้ผู้คนมีเวลาว่างและหันมารับชมสตรีมมิงออนไลน์กันมากขึ้น

นอกจากนี้การให้บริการแบบ “freemium” คือมีทั้งผู้ใช้ฟรีและผู้ใช้ที่เสียเงินเพื่อเนื้อหาพรีเมียมอาจเป็นจุดเสียเปรียบในด้านการทำกำไรเมื่อเทียบกับ Netflix ซึ่งให้บริการต่อเมื่อสมาชิกเสียเงินค่าบริการเท่านั้น

รวมถึงยังมีรายงานว่า Baidu เจรจาขายหุ้น iQiyi ให้ Alibaba และ Tencent เมื่อปีที่ผ่านมาแต่การสอบสวนต่อต้านการผูกขาดของรัฐบาลจีนส่งผลให้การเจรจานั้นต้องถูกเลื่อนออกไป

กองทัพเมียนมาเผยร่วมมือกับเพื่อนบ้าน 5 ประเทศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/648623

วันที่ 23 มี.ค. 2564 เวลา 17:10 น.กองทัพเมียนมาเผยร่วมมือกับเพื่อนบ้าน 5 ประเทศทหารเมียนมาร่วมมือกับเพื่อนบ้าน 5 ประเทศ เผยกองทัพเมียนมาเคารพและให้ความสำคัญกับประเทศเหล่านี้

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สภาทหารปกครองเมียนมากำลังร่วมมือกับห้าประเทศเพื่อนบ้านและให้คุณค่าและเคารพคำพูดของประเทสเหล่านี้รวมถึงประเทศใดๆ ที่เคารพเสถียรภาพของเมียนมา

พลจัตวา ซอ มิน ตุน ( Zaw Min Tun) โฆษกทหารกล่าวว่า จีนเป็นเพื่อนกับเมียนมา แต่ไม่ได้ระบุประเทศอื่นหรือขอบเขตของความร่วมมือ เขากล่าวว่า มิน อ่อง หล่าย (Min Aung Hlaing) ผู้นำคณะรัฐบาลทหารได้แสดงออกว่าเขาต้องการที่จะเป็นเพื่อนกับประชาคมระหว่างประเทศต่อไป

ทั้งนี้ เมียนมามีพรมแดนติดกับ 5 ประเทศคือ ไทย จีน ลาว บังกลาเทศ และอินเดีย

กองทัพของเมียนมายังกล่าวว่าเป็นเรื่องน่าเศร้าที่มีผู้เสียชีวิตจากการปราบปรามการประท้วงต่อต้านรัฐประหารอย่างโหดเหี้ยม แต่สาบานว่าจะกดดันการต่อต้านที่พวกเขาเรียกว่าเป็น “อนาธิปไตย” ต่อไป

ในการแถลงข่าวในเมืองหลวงเนปยีดอ โฆษกของรัฐบาลทหารพลจัตวา ซอ มิน ตุนระบุว่ามีผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 164 คน

และกล่าวว่า “ผมเสียใจเพราะผู้ก่อการร้ายที่เสียชีวิตเหล่านี้เป็นคนชาติของเรา” เขากล่าว

ซอ มิน ตุนยังปกป้องการใช้กำลังรุนแรงต่อประชาชนโดยกล่าวว่ากองกำลังความมั่นคงกำลังจัดการกับ “ผู้ก่อความไม่สงบที่ถืออาวุธ เราต้องปราบปรามอนาธิปไตย มีประเทศใดในโลกที่ยอมรับอนาธิปไตยบ้าง?”

เขายังกล่าวว่าขณะนี้ยังไม่มีแผนที่จะกู้คืนเครือข่ายข้อมูลมือถือ พร้อมกับกล่าวว่า กองทัพเคารพสื่อมวลชนและแม้ว่าจะอนุญาตให้รายงานการประท้วงได้ แต่การนำชี้นำให้เกิดการประท้วงถือการก่ออาชญากรรม

Photo by Thet AUNG / AFP

สหรัฐตราหน้าจีน “กองกำลังป่วนทะเล” ก่อกวนฟิลิปปินส์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/648610

วันที่ 23 มี.ค. 2564 เวลา 16:45 น.สหรัฐตราหน้าจีน "กองกำลังป่วนทะเล" ก่อกวนฟิลิปปินส์พร้อมกับหนุนหลังฟิลิปปินส์ในกรณีพิพาทน่านน้ำทะเลจีนใต้

สหรัฐแสดงความกังวลเกี่ยวกับการที่มีเรือประมงของจีนมากกว่า 200 ลำเข้าใกล้แนวปะการังในทะเลจีนใต้โดยกล่าวว่าปักกิ่งใช้ “กองกำลังทางทะเลเพื่อข่มขู่ยั่วยุและคุกคามชาติอื่นๆ”

กรณีนี้เกิดขึ้นจากการที่เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาฟิลิปปินส์ระบุว่ามีเรือกองกำลังติดอาวุธมากกว่า 200 ลำถูกพบเห็นที่แนวปะการังวิตซัน (Whitsun Reef) ประมาณ 320 กิโลเมตร (175 ไมล์ทะเล) ทางตะวันตกของเกาะปาลาวัน ทางตะวันตกของฟิลิปปินส์

รัฐบาลมะนิลาเรียกร้องให้จีน “นำเรือเหล่านี้ออกไปในทันที เพราะเรือละเมิดสิทธิทางทะเลของเราและรุกล้ำเข้ามาในดินแดนอธิปไตยของเรา”

แต่รัฐบาลปักกิ่งโต้แย้งข้อเรียกร้องดังกล่าวโดยกล่าวว่า “เป็นเวลานานแล้วที่เรือประมงของจีนทำการประมงในน่านน้ำใกล้แนวปะการัง” ซึ่งระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะสแปรตลีย์ที่จีนและนานาประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อ้างกรรมสิทธิ์

สถานการณ์เริ่มซับซ้อนเมื่อสหรฐเข้ามายุ่งเกี่ยวด้วย โดยสถานทูตสหรัฐฯในฟิลิปปินส์กล่าวในแถลงการณ์ว่า เรือจีน “จอดเรือในบริเวณนี้มาหลายเดือนแล้วโดยมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่คำนึงถึงสภาพอากาศ” เป็นการตอบโต้จากก่อนหน้านี้ที่จีนกล่าวว่าเรือของตนทอดสมอใกล้แนวปะการัง Whitsun Reef เพราะกำลังหลบกระแสลม

“เรายืนหยัดกับฟิลิปปินส์ซึ่งเป็นพันธมิตรที่เก่าแก่ที่สุดในเอเชียของเรา” สถานทูตสหรัฐกล่าว ขณะที่รฐบาลฟิลิปินส์ได้ยื่นประท้วงทางการทูตกับจีนและเรียกร้องให้เรือของจีนออกจากน่านน้ำดังกล่าวในทันทีเพราะฟิลิปปินส์ถือว่าเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษของตน แต่จีนก็อ้างสิทธิ์เหนือน่านน้ำดังกล่าวเช่นกัน

ในขณะที่สหรัฐแสดงท่าทีแข็งกร้าว แต่ แฮร์รี โรเกโฆษกประธานาธิบดีฟิลิปปินส์กล่าวเมื่อวันอังคารว่าประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เตจะหารือเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้กับทูตจีนประจำกรุงมะนิลา ขณะที่ย้ำว่าทั้งสองชาติสามารถพูดคุยกันได้ในฐานะเพื่อน

อย่างไรก็ตาม กองทัพฟิลิปปินส์กล่าวหลังจากออกลาดตระเวนในพื้นที่เมื่อวันจันทร์ว่ากองเรือมากกว่า 180 ลำของจีนยังคงอยู่ใกล้แนวปะการัง

ภาพประกอบ – ภาพเอกสารแจกที่ไม่ระบุวันที่ซึ่งถ่ายโดยหน่วยยามฝั่งฟิลิปปินส์ (PCG) และได้รับจากสำนักงานปฏิบัติการการสื่อสารของฟิลิปปินส์ (PCOO) เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2021 แสดงให้เห็นเรือเดินทะเลของจีนที่ทอดสมออยู่ที่แนวปะการังวิตซันประมาณ 320 กิโลเมตร (175 ไมล์ทะเล) ทางตะวันตกของบาตาราซา บนเกาะปาลาวัน ในทะเลจีนใต้ – Photo by Handout / various sources / AFP

ยักษ์ยานยนต์สะดุดถ้วนหน้า วิกฤตชิปขาดแคลนทำโรงงานผลิตชะงัก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/648596

วันที่ 23 มี.ค. 2564 เวลา 15:15 น.ยักษ์ยานยนต์สะดุดถ้วนหน้า วิกฤตชิปขาดแคลนทำโรงงานผลิตชะงักการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้ทั่วโลกกำลังเผชิญกับวิกฤตขาดแคลนชิปเซมิคอนดักเตอร์โดยเฉพาะอย่างในอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ทั่วโลกโดยเฉพาะโรงงานในอเมริกาเหนือ

AlixPartners บริษัทที่ปรึกษาระดับโลกกล่าวว่าการขาดแคลนชิปทั่วโลกอาจส่งผลให้ผู้ผลิตรถยนต์ต้องเสียเงินถึง 61,000 ล้านเหรียญสหรัฐสำหรับยอดขายที่จะหายไปในปีนี้และอาจส่งผลให้การฟื้นตัวของผลผลิตในไตรมาสที่ 2 ล่าช้าออกไปอีก

สถานการณ์การขาดแคลนชิปส่งผลให้การผลิตรถยนต์ของผู้ผลิตหลายรายต้องหยุดชะงัก อาทิ

Toyota Motor Corp.

เมื่อวันที่ 21 มี.ค. Toyota กล่าวว่ากำลังเร่งประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นหลังเกิดเพลิงไหม้ที่โรงงานเซมิคอนดักเตอร์ นอกจากนี้ยังประสบปัญหาขาดแคลนปิโตรเคมีซึ่งส่งผลกระทบต่อผลผลิตทั้ง 10 รุ่นที่ผลิตในโรงงานในรัฐเคนตักกี้ มิสซิสซิปปี เท็กซัส เวสต์เวอร์จิเนีย และเม็กซิโก

Tesla Inc.

กล่าวเมื่อวันที่ 8 ก.พ. ที่ผ่านมาว่า “ความต้องการอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ส่วนบุคคลที่เพิ่มขึ้นทำให้อุปทานของไมโครชิปขาดแคลนและยังไม่ทราบว่าเราจะได้รับผลกระทบอย่างไร”

Ford Motor Co.

ประกาศหยุดการผลิตรถยนต์ในเมืองเอวอนเลค รัฐโอไฮโอ โดยมีแผนจะกลับมาผลิจอีกครั้งในวันที่ 29 มี.ค. นอกจากนี้ยังได้ลดการผลิตที่โรงงานในรัฐเคนตักกี้จนถึงวันที่ 29 มี.ค. เช่นเดียวกัน

Nissan Motor Co.

หยุดการผลิตในรัฐโอไฮโอและเทนเนสซีตั้งแต่วันที่ 19 มี.ค. โดยคาดว่าจะกลับมาเริ่มผลิตใหม่อีกครั้งในวันที่ 23 มี.ค. รวมถึงยกเลิกการผลิตในโรงงานในอากวัสกาเลียนเตส ประเทศเม็กซิโก ขณะที่โรงงานในรัฐมิสซิสซิปปีถูกระงับไปตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม

Honda Motor Co.

เมื่อวันที่ 17 มี.ค. มีการระงับการผลิตในโรงงานบางแห่งทั่วสหรัฐอเมริกา อาทิ รัฐแอละแบมา รัฐอินดีแอนา และรัฐโอไฮโอ รวมถึงรัฐออนแทรีโอ ประเทศแคนาดา โดยระบุว่าการขาดแคลนชิปเป็นผลกระทบที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และสภาพอากาศในฤดูหนาวที่รุนแรง

ในวันที่ 22 มี.ค. บริษัทกล่าวว่ากำลังดำเนินการเพื่อรับมือกับผลกระทบที่เกิดขึ้นและปรับการผลิตตามความจำเป็นโดยไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม

Photo by JIM YOUNG / AFP

นายกฯ จีนมั่นใจเศรษฐกิจประเทศโตเกินคาด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/648580

วันที่ 23 มี.ค. 2564 เวลา 12:30 น.นายกฯ จีนมั่นใจเศรษฐกิจประเทศโตเกินคาด  หลี่ เค่อเฉียงแสดงความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจจีนปีนี้อาจขยายตัวสูงกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้

นายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียงของจีนกล่าวในการประชุม China Development Forum ที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันที่ 22 มี.ค. ว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนอาจเกินกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้อยู่ที่ 6% จากความพยายามผลักดันเศรษฐกิจของรัฐบาลและการขยายตัวของอัตราการจ้างงาน

หลี่ เค่อเฉียงระบุว่ารัฐบาลต้องทำงานหนักมากขึ้นเพื่อเพิ่มความต้องการและการบริโภคในประเทศ ทั้งนี้จำเป็นต้องสร้างความสมดุลระหว่างการเติบโต, รายได้ และการจ้างงาน โดยไม่สามารถผลักดันให้เศรษฐกิจเติบโตท่ามกลางการใช้พลังงานและการปล่อยมลพิษอย่างหนักได้

การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นในรูปแบบเสมือนจริงโดยมีผู้บริหารจากบริษัทชั้นนำของโลกเข้าร่วมด้วย อาทิ อีลอน มัสก์ จาก Tesla Inc., เรย์ ดาลิโอ จาก Bridgewater Associates LP และโทมัส ก็อทชไตน์ จาก Credit Suisse Group AG

ทั้งนี้ ในการประชุมประจำปีของสภาประชาชนแห่งชาติจีนที่จัดขึ้นในวันที่ 4 ถึง 11 มีนาคมที่ผ่านมา หลี่ เค่อเฉียง ประกาศคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจีนจะเติบโตขึ้น 6% และเผยแผนสร้างอาชีพในเมืองกว่า 11 ล้านตำแหน่งเพื่อลดอัตราการว่างงานในเมืองจาก 6% มาอยู่ที่ 5.5%

ขณะที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาว่าตัวเลขเศรษฐกิจของจีนปีนี้จะอยู่ที่ +8.1%

หลังจากไตรมาสแรกของปี 2020 เศรษฐกิจจีนหดตัวถึง -6.8% เนื่องจากเผชิญกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างไรก็ตามเศรษฐกิจจีนกลับมาฟื้นฟูอีกครั้งในช่วงหลังของปีทำให้เศรษฐกิจจีนขยายตัว 2.3% เมื่อเทียบกับปี 2019 ส่งผลให้เป็นประเทศมหาอำนาจเศรษฐกิจแห่งเดียวในโลกที่เศรษฐกิจขยายตัวในปี 2020

AFP PHOTO / FRED DUFOUR

อียู-สหรัฐอนุมัติคว่ำบาตรมินอ่องหล่าย-ทหารเมียนมา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/648564

วันที่ 23 มี.ค. 2564 เวลา 11:15 น.อียู-สหรัฐอนุมัติคว่ำบาตรมินอ่องหล่าย-ทหารเมียนมาสหภาพยุโรปและรัฐบาลสหรัฐอเมริกาประกาศมาตรการคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่และนายทหารระดับสูงของเมียนมาที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรัฐประหารในเมียนมาซึ่งส่งผลให้มีผู้ถูกจับกุมมากกว่า 2,600 คนและเสียชีวิตอย่างน้อย 250 คนแล้ว

ในที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศจาก 27 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) ที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียมเมื่อวันที่ 22 มี.ค. ที่ผ่านมามีมติให้ดำเนินมาตรการคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่เมียนมา 11 คนที่อยู่เบื้องหลังการก่อรัฐประหารและปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงซึ่งส่วนใหญ่เป็นนายทหารระดับสูง

หนึ่งในนั้นรวมถึงพลเอก อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเมียนมาและประธานคณะมนตรีการปกครองแห่งรัฐ โดยให้เหตุผลว่า “เป็นผู้รับผิดชอบในการบ่อทำลายประชาธิปไตยและหลักนิติธรรมในเมียนมา”

นอกจากนี้สหภาพยุโรปยังออกมาตรการคว่ำบาตรต่อนายทหารระดับสูงอีก 9 นายและหัวหน้าคณะกรรมการการเลือกตั้งของเมียนมา

ขณะที่กระทรวงการคลังหรัฐในกรุงวอชิงตันออกแถลงการณ์มาตรการคว่ำบาตรผู้บัญชาการตำรวจเมียนมา ผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษ และนายทหารระดับสูงอีก 2 นายโดยระบุว่า “ตำรวจพม่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้ความรุนแรงอย่างโหดเหี้ยมต่อผู้ประท้วงเพื่อประชาธิปไตย”

พร้อมกันนี้ยังกำหนดมาตรการคว่ำบาตรต่อหน่วยงานอีก 2 แห่ง ได้แก่ กองพันทหารราบอาวุธเบาที่ 33 และ 77 กองทัพบกเมียนมา

แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐเผยว่า “มาตรการคว่ำบาตรของสหภาพยุโรปและสหรัฐครั้งล่าสุดนี้เป็นการส่งสัญญาณอย่างหนักแน่นว่าเราจะดำเนินการกับผู้นำรัฐประหารและผู้ที่ก่อความรุนแรงต่อไป”

Photo by STR / AFP

Carver จุดเริ่มต้นของ Surf Skate ก่อนจะมาแรงไม่หยุดฉุดไม่อยู่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/648531

วันที่ 22 มี.ค. 2564 เวลา 20:00 น. Carver จุดเริ่มต้นของ Surf Skate ก่อนจะมาแรงไม่หยุดฉุดไม่อยู่กระแสที่กำลังมาแรงในช่วงนี้ต้องยกให้ Surf Skate ที่กำลังฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมืองเรียกได้ว่าไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็ต้องเจอทั้งยังมีคนอัพรูปไถสเก็ตกันเต็มหน้าฟีด และยังสร้างปรากฏการณ์สินค้าขาดตลาดจนราคาพุ่งสูงปรี๊ดอีกด้วย

จุดเริ่มต้นของ Surf Skate

ย้อนกลับไปในช่วงฤดูร้อนปี 1996 ในเมืองเวนิส รัฐแคลิฟอร์เนีย Greg Falk และ Neil Stratton สองผู้ก่อตั้ง Carver Skateboards ตั้งใจจะไปเล่นเซิร์ฟที่ทะเลที่พวกเขามักจะไปเล่นอยู่เป็นประจำแต่กลับพบว่าไม่มีคลื่น และ Skateboards (สเก็ตบอร์ด) ทั่วไปก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนกับการเล่นเซิร์ฟ

ทั้งคู่จึงเกิดแนวคิดที่จะดัดแปลง Skateboards ให้มีล้อที่สามารถหักเลี้ยวได้หลายทิศทางมากกว่าเดิมจนเกิดเป็น Surf Skate (เซิร์ฟสเก็ต) ซึ่งมีความใกล้เคียงกับการเล่นเซิร์ฟในทะเลมากขึ้น

Carver Skateboards

Carver เคลมว่าเป็นแบรนด์ต้นแบบของ Surf Skate ทั่วโลก หลังจากที่ลองผิดลองถูกมาหลายครั้ง มีการออกแบบระบบล้อรูปแบบต่างๆ เพื่อให้การเล่นสเก็ตบนบกมีความเหมือนกับการเล่นเซิร์ฟมากที่สุดจนสุดท้ายพวกเขาก็ได้ Surf Skate ที่สมบูรณ์แบบและกลายเป็นแบรนด์สเก็ตชั้นนำของโลกจนถึงทุกวันนี้แม้ว่าจะมีคู่แข่งแบรนด์อื่นๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

Carver ผลิตสเก็ตมาแล้วกว่า 30 รุ่น และยังมีอุปกรณ์อื่นๆ ทั้งเสื้อผ้า ล้อสเก็ต และอุปกรณ์อะไหล่อื่นๆ และจุดแข็งอย่างหนึ่งของ Carver คือระบบทรัคที่มีประสิทธิภาพและทนทานมากที่สุดแบรนด์หนึ่งในตลาดซึ่งกว่าจะมาถึงวันนี้พวกเขาใช้เวลาหลายปีกว่าที่จะได้รับสิทธิบัตร แม้ว่าจะเป็นแบรนด์ชั้นนำที่มีราคาค่อนข้างสูงแต่ก็คุ้มค่าที่จะจ่าย

Surf Skate ยอดนิยม

นอกจากนี้ยังมีแบรนด์อื่นๆ ที่เป็นแบรนด์ยอดนิยมสำหรับ Surf Skate อีกหลายแบรนด์ อาทิ SwellTech โดย Colin Newton ซึ่งมีแนวคิดคล้ายๆ กับ Carver ด้วยความต้องการสร้างสเก็ตที่ให้ความรู้สึกเสมือนกับการเล่นเซิร์ฟจนกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ยอดนิยมไปทั่วโลก

รวมถึง SmoothStar, Yow, Geele, Rare Ant, Penny และอีกหลายๆ แบรนด์ที่ไม่ได้กล่าวถึง

โควิดกับ Surf Skate

จากที่เคยเป็นที่นิยมเฉพาะกลุ่มแต่ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 การปิดกั้นการท่องเที่ยวหลายแห่งรวมถึงทะเลส่งผลให้ทั้งนักกีฬาโต้คลื่นและกลุ่มนักเล่นเซิร์ฟไม่สามารถโต้คลื่นได้เหมือนอย่างเคยจึงต้องหันมาพึ่งเจ้า Surf Skate ซึ่งมีความใกล้เคียงกับการเล่นเซิร์ฟในทะเลแทน จากนั้นก็เริ่มมีเหล่าบรรดาเซเลบดาราเริ่มหันมาเล่น Surf Skate พร้อมทั้งโชว์ลีลาถ่ายรูปอัพลงโซเชียลเก๋ๆ จนกลายมาเป็นกระแสที่แรงไม่หยุดฉุดไม่อยู่จนถึงทุกวันนี้ ไม่เพียงแต่ในประเทศไทยเท่านั้นแต่งานวิจัยระบุว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 จะส่งผลต่อการเติบโตของตลาดสเก็ตทั่วโลก

Photo by NOAH BERGER / AFP

Toyota กับค่ายรถญี่ปุ่นกระอักวิกฤตชิป หลังโรงงาน Renesas ไฟไหม้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/648534

วันที่ 22 มี.ค. 2564 เวลา 18:31 น.Toyota กับค่ายรถญี่ปุ่นกระอักวิกฤตชิป หลังโรงงาน Renesas ไฟไหม้วิกฤตชิปรุนแรงขึ้นไปอีก หลังจากที่ตลาดขาดแคลนหนัก ยังต้องมาเจอกับปัญหาใหม่สดๆ ร้อนๆ เมื่อโรงงานผลิตในญี่ปุ่นเกิดเพลิงไหม้

ประธานบริษัทผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของญี่ปุ่น Renesas Electronics Corp. กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่าการระงับการผลิตโรงงานบางส่วนในภาคตะวันออกของญี่ปุ่นเนื่องจากไฟไหม้เมื่อเร็วๆ นี้อาจส่งผลให้อุปทานชิปลดลงอย่างมาก ส่งผลกระทบต่อลูกค้าต่างๆ รวมถึงผู้ผลิตรถยนต์

ฮิเดโทชิ ชิบาตะ (Hidetoshi Shibata) ประธานและซีอีโอของ Renesas กล่าวในการแถลงข่าวออนไลน์ว่า จากเหตุไฟไหม้เมื่อวันศุกร์ที่โรงงาน Naka ในจังหวัดอิบารากิอาจมี “ผลกระทบอย่างมาก” ต่อความสามารถในการจัดหาชิปให้กับผู้ผลิตรถยนต์ซึ่งกำลังต่อสู้กับปัญหาการขาดแคลนชิปทั่วโลก

ในเวลานี้บริษัทกำลังพิจารณาเพิ่มการผลิตชิปที่โรงงานอื่นๆ เพื่อชดเชยผลผลิตที่สูญเสียไปที่โรงงาน Naka ชิบาตะกล่าวว่า “เราหวังว่าจะกลับมาดำเนินการ (ที่โรงงานที่ต้องหยุดชะงัก) ได้ภายในหนึ่งเดือน”

Renesas กล่าวว่าอุปกรณ์การชุบและเคลือบในสายการผลิตที่อยู่อาศัยของอาคารแห่งหนึ่งที่โรงงานเกิดไฟลุกไหม้เนื่องจากกระแสไฟฟ้าลัดวงจร ทำให้โรงงานถูกเผาผลาญไป 600 ตารางเมตรหรือประมาณ 5% ของพื้นที่ห้องปลอดเชื้อ (Cleanroom) ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อรักษาระดับอนุภาคให้ต่ำมาก เช่น มีปริมาณฝุ่น สิ่งมีชีวิตในอากาศหรืออนุภาคที่กลายเป็นไอต่ำมาก

ในเวลานี้ชิปกำลังขาดตลาดในระยะสั้นทั่วโลกเนื่องจากความต้องการใช้ในผลิตภัณฑ์ดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นทำให้ผู้ผลิตรถยนต์บางรายต้องลดการผลิตลง

หลังจากที่มีข่าวเพลิงไหม้ที่ Renesas เมื่อเปิดตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ที่ญี่ปุ่นในวันจันทร์ ปรากฎว่าหุ้นของค่ายรถยนต์ได้รับผลกระทบในทันที โดยหุ้นของ Renesas ลดลงมากถึง 5.4% ในขณะที่ลูกค้าใหญ่ๆ เช่น โตโยต้า (Toyota Motor Corp.) ไปจนถึงฮอนด้า (Honda Motor Co.) และนิสสัน (Nissan Motor Co.) ก็ลดลงในการซื้อขายช่วงแรกวันจันทร์

Toyota กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่ากำลังพยายามประเมินผลเสียจากการหยุดชะงักที่ไม่คาดคิด ซึ่งอาจส่งแรงกระเพื่อมไปทั่วอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ต้องดิ้นรนเอาตัวรอดอยู่แล้วในช่วงที่ขาดแคลนชิปอย่างรุนแรง และไฟไหม้ที่ Renesas มีแนวโน้มที่จะเลวร้ายลง

ความต้องการชิปอย่างหนักเป็นผลมาจากความต้องการอุปกรณ์สำหรับใช้ในบ้านและที่ทำงานที่เฟื่องฟูในช่วงการระบาดของโรค โดยคาดว่าเมื่อต้นปีนี้จะทำให้ผู้ผลิตรถยนต์ทั่วโลกเสียเงินไปประมาณ 61,000 ล้านดอลลาร์จากยอดขายที่หายไปในปี 2021

นอกจากผลกระทบจาก Renesas แล้ว Toyota เตือนด้วยว่าสภาพอากาศหนาวเย็นและการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ ทำให้ต้องระงับการผลิตที่โรงงานในสาธารณรัฐเช็กเป็นเวลาสองสัปดาห์ ตัวแทนของ Toyota กล่าวว่ากำลังตรวจสอบผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการหยุดชะงักของ Renesas

AFP PHOTO / TOSHIFUMI KITAMURA

ทหารพม่ายังหวังให้ชาติเอเชียยังคงลงทุนหลังรัฐประหาร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/648522

วันที่ 22 มี.ค. 2564 เวลา 16:52 น.ทหารพม่ายังหวังให้ชาติเอเชียยังคงลงทุนหลังรัฐประหารรัฐบาลทหารของเมียนมาคาดว่าการลงทุนจากประเทศในเอเชียจะดำเนินต่อไป แม้จะมีเสียงประณามมากขึ้นจากการรัฐประหารและตามด้วยการปราบปรามการประท้วงเพื่อประชาธิปไตยอย่างรุนแรง

อ่อง นายง์ อู (Aung Naing Oo) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการลงทุนและความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจต่างประเทศของสหภาพแรงงานกล่าวในการให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับสำนักข่าว Bloomberg ว่า “เมื่อพิจารณาถึงสถานการณ์ เราคาดว่านักลงทุนดั้งเดิมจะยังคงทำธุรกิจที่นี่ รัฐบาลของพวกเขาไม่ได้บอกให้ บริษัทของพวกเขาไม่ลงทุนหรือทำธุรกิจในเมียนมา ดังนั้นเราจึงคาดหวังว่านักลงทุนจากประเทศเหล่านี้จะยังคงมาที่นี่ต่อไป”

ในขณะที่สหรัฐและพันธมิตรกำลังดำเนินการคว่ำบาตรต่อกองทัพและบริษัทบางแห่งลดขนาดการดำเนินงานในเมียนมาลง แต่เพื่อนบ้านในเอเชียส่วนใหญ่ละเว้นที่จะถอนตัวจากเมียนมา และทหารผู้กุมอำนาจยังว่าพันธมิตรในภูมิภาคจะยังคงมีส่วมร่วมกับเมียนมาต่อไปในระยะยาว

เมียนมาไม่ได้เพิ่งจะมาถูกคว่ำบาตรหลังการรัฐประหาร แต่ความสนใจในการลงทุนจากตะวันตกลดลงหลังจากรัฐบาลลพเรือนของเมียนมาและกองทัพถูกกล่าวหาเรื่องการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ต่อชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมโรฮิงญาตั้งแต่ปี 2560 หลังจากนั้นเมียนมาได้มุ่งเน้นไปที่ประเทศต่างๆ ในเอเชีย เช่น สิงคโปร์และจีนเพื่อแสวงหาการลงทุนจากต่างประเทศ

อ่อง นายง์ อูซึ่งดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงในสมัยรัฐบาลพลเรือนมาตั้งแต่ต้นปี 2016 และรับตำแหน่งรัฐมนตรีในช่วงรัฐประหารกล่าวว่ารัฐบาลรัฐประหารคาดว่าจะเห็น “ผลกระทบเล็กน้อย” ต่อการลงทุนจากต่างประเทศ แต่ได้พิจารณาแล้วก่อนที่จะมีการยึดอำนาจทางทหาร

“ที่จริงเราคาดการณ์ไว้แล้ว และเคยประสบกับความกดดันเช่นนี้ในอดีต มีแรงกดดันจากนานาชาติมีต่อเมียนมาในช่วงรัฐบาลก่อนหน้านี้แม้กระทั่งในรัฐบาลที่นำโดยพรรค NLD” ซึ่ง NLD คือพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยที่นำโดยอองซานซูจี

ความคิดเห็นของอ่อง นายง์ อูเกิดขึ้นเมื่อกองทัพเผชิญหน้ากับการประท้วงของข้าราชการและประชาชนทั่วไปซึ่งทำให้บริการสาธารณะและการเติบโตทางเศรษฐกิจต้องหยุดชะงัก วิกฤตดังกล่าวส่งผลให้บริษัท ต่างชาติบางแห่งยกเลิกการดำเนินการในเมียนมา ขณะที่กองทัพประกาศ “กฎอัยการศึกเต็มรูปแบบ” ในย่างกุ้งหลังจากมีรายงานว่าโรงงานกว่า 30 แห่งที่สร้างด้วยการลงทุนของจีนถูกทำลาย

“การประกันความปลอดภัยและการคุ้มครองโครงการลงทุนเป็นสิ่งสำคัญของเรา นั่นคือเหตุผลที่กองกำลังรักษาความปลอดภัยถูส่งไปในเขตอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบเหล่านั้นเพื่อความปลอดภัยที่ดีขึ้น เราจะปกป้องพวกเขาไม่ให้ถูกทำลาย” อ่อง นายง์ อู กล่าว

ทั้งนี้ ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2016-17 จนถึงเดือนมกราคม 2021 การลงทุนจากสหรัฐและยุโรปมีมูลค่า 2,000 ล้านดอลลาร์หรือน้อยกว่า 8% ของ FDI ที่ไหลเข้ามาในประเทศเมียนมาทั้งหมด การลงทุนที่ใหญ่ที่สุดในช่วงเวลานั้นคือ 45% มาจากสิงคโปร์ตามด้วยจีนที่ 14%

Photo by STR / AFP