เล่นกับสัตว์อย่างไรให้โกยเงินหลักแสนต่อเดือน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/648337

วันที่ 19 มี.ค. 2564 เวลา 18:00 น.เล่นกับสัตว์อย่างไรให้โกยเงินหลักแสนต่อเดือนธุรกิจพี่เลี้ยงสัตว์กำลังมาแรงในประเทศจีนโดยบางคนสามารถทำรายได้สูงถึง 1,000 หยวนหรือ 4,700 บาทต่อวันเลยทีเดียว

เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์รายงานอีกหนึ่งธุรกิจที่กำลังมาแรงในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่บรรดาทาสหมา ทาสแมวจะต้องตาลุกวาวไปตามๆ กัน โดยช่วงนี้เจ้าของสัตว์บางคนไม่สามารถเดินทางกลับไปหาสัตว์เลี้ยงของพวกเขาได้ รวมไปถึงลูกค้าบางคนมักจะต้องเดินทางไปติดต่อธุรกิจหรือแฮงเอาท์กับเพื่อนฝูงแต่ไม่อยากทิ้งสัตว์เลี้ยงไว้ตามลำพังธุรกิจนี้จึงเป็นทางออก

ประกอบกับทุกวันนี้การให้บริการทางออนไลน์ได้รับความนิยมมากขึ้นหลายคนหันไปพึ่งพาคนแปลกหน้าบนอินเทอร์เน็ตแทนที่จะขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้างอย่างเพื่อนหรือครอบครัว ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามแต่นั่นทำให้ธุรกิจพี่เลี้ยงสัตว์ยิ่งได้รับความนิยมมากขึ้นไปอีก

เพราะธุรกิจนี้เจ้าของสัตว์และพี่เลี้ยงสัตว์ไม่ต้องพบหน้ากันโดยตรงแต่พวกเขาติดต่อกันทางออนไลน์ก่อนที่เจ้าของจะส่งที่อยู่และมอบกุญแจบ้านให้แก่พี่เลี้ยงซึ่งนั่นต้องใช้ความไว้ใจคนแปลกหน้าบนโลกออนไลน์มากเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตามนี่ถือเป็นงานพาร์ทไทม์ที่ค่อนข้างสะดวกสบายและรายได้ดีเพียงแค่สละเวลาครั้งละประมาณครึ่งชั่วโมงเพื่อให้อาหาร เล่นกับน้องหมาน้องแมว เก็บขยะนิดหน่อยก็สามารถคิดค่าบริการได้ 30 ถึง 50 หยวนหรือ 140 ถึง 230 บาท

Ningxia พี่เลี้ยงสัตว์วัย 25 ปีในเมืองหยินชวนกล่าวว่าเธอมีลูกค้าจำนวนมากโดยส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาวในเมืองใหญ่ที่ไม่ค่อยมีเวลาทำให้เธอรับงานนี้วันละกว่า 10 ออเดอร์

เช่นเดียวกับ Xiao Mei พนักงานในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งระบุว่าเธอรับงานในวันหยุดเพื่อหารายได้เสริม ซึ่งนอกจากจะได้เงินแล้วเธอยังบอกว่าได้มีความสุขไปกับการเล่นกับบรรดาสัตว์เลี้ยงน่ารักๆ อีกด้วย

Wang Shuixiong นักวิจัยชาวจีนกล่าวว่าธุรกิจนี้เป็นผลมาจากการที่ชาวจีนรุ่นใหม่จำนวนมากมักเดินทางไปทำงานในเมืองใหญ่ทำให้พวกเขาไม่สามารถดูแลสัตว์เลี้ยงได้ และในปัจจุบันผู้คนมีความไว้วางใจคนแปลกหน้าบนโลกออนไลน์มากขึ้นจึงหันไปพึ่งพาคนเหล่านั้นมากกว่าคนรอบข้าง

AFP PHOTO/CHINA OUT 

หารือตัวต่อตัวครั้งแรกยุคไบเดน จีน-สหรัฐโต้กันดุเดือด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/648336

วันที่ 19 มี.ค. 2564 เวลา 17:00 น.หารือตัวต่อตัวครั้งแรกยุคไบเดน จีน-สหรัฐโต้กันดุเดือดการหารือครั้งแรกระหว่าง รมว.ต่างประเทศสหรัฐและจีนครั้งแรกในยุครัฐบาล โจ ไบเดน เป็นไปอย่างตึงเครียด โต้กันไปมาดุเดือด

แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ และเจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านนโยบายความมั่นคงแห่งชาติ พบปะหารือกับ หยางเจี๋ยฉือ ประธานคณะกรรมาธิการวิเทศสัมพันธ์กลางของพรรคคอมมิวนิสต์จีน และหวางอี้ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศจีน ที่เมืองแองเคอราช รัฐอะแลสกาของสหรัฐ นับเป็นการพบปะของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทั้งสองประเทศครั้งแรกภายใต้รัฐบาลประธานาธิบดี โจ ไบเดน

แม้ว่าก่อนพบกันทั้งสหรัฐและจีนมีท่าทีว่าไม่ได้คาดหวังจากการหารือครั้งนี้มากนัก แต่เมื่อพบกันบรรยาการการพูดคุยกลับเป็นไปอย่างตึงเครียด

บลิงเคนกล่าวเปิดการประชุมว่า สหรัฐจะหารือกับจีนในประเด็นเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของจีนในซินเจียง ฮ่องกง ไต้หวัน รวมทั้งการโจมตีทางไซเบอร์ต่อสหรัฐ การบีบบังคับทางเศรษฐกิจกับบรรดาพันธมิตรของสหรัฐ เนื่องจากพฤติกรรมเหล่านี้เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของโลก ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องภายในของจีน และเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงต้องเป็นหน้าที่ของสหรัฐในการหยิบยกประเด็นเหล่านี้ขึ้นมา

ขณะที่หยางเจี๋ยฉือตอบโต้กลับว่าสหรัฐกำลังแทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่น และกล่าวหาว่าสหรัฐใช้กำลังทางทหารและความเหนือกว่าด้านการเงินข่มขู่ประเทศอื่น เพื่อแสดงความเป็นเจ้าโลก และใช้แนวคิดเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติแบบผิดๆ เพื่อขัดขวางการค้าขายอย่างเสรี ไปจนถึงยุยงให้ประเทศอื่นโจมตีจีน ดังนั้นรัฐบาลสหรัฐไม่ควรวางตัวเองว่าอยู่ในสถานะเหนือกว่า ด้วยการใช้คำว่าเป็นฝ่ายต้องการพูดกับจีน

หยางยังกล่าวอีกว่า สหรัฐไม่ใช่ตัวแทนชาวโลก แต่เป็นเพียงตัวแทนของรัฐบาลสหรัฐเท่านั้น ก่อนที่หวางอี้จะเอ่ยว่า จีนไม่ยอมรับข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลจากฝั่งสหรัฐ

ด้านซัลลิแวนตอบกลับว่า สหรัฐไม่ต้องการสร้างความขัดแย้งกับจีน แต่จะยืนหยัดกับหลักการของตัวเองเพื่อคนอเมริกันและเพื่อพันธมิตร

การตอบโต้กันไปมาอย่างตึงเครียดดำเนินไปกว่า 1 ชั่วโมง

Photo by Frederic J. BROWN / POOL / AFP

ดักเวิร์ธ ส.ว.เลือดไทย เรียกร้องหยุดปฏิบัติกับคนเอเชียแบบ ‘คนอื่น’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/648321

วันที่ 19 มี.ค. 2564 เวลา 15:30 น.ดักเวิร์ธ ส.ว.เลือดไทย เรียกร้องหยุดปฏิบัติกับคนเอเชียแบบ ‘คนอื่น’แทมมี่ ดักเวิร์ธ ส.ว.ชาวอเมริกันเชื้อสายไทย เคลื่อนไหวหลังเหตุกราดยิงชาวเอเชียในร้านสปา 3 แห่งที่เมืองแอตแลนตา

หลังจากเกิดเหตุกราดยิงร้านสปาที่รัฐจอร์เจียโดยผู้เสียชีวิต 6 ใน 8 รายเป็นชาวเอเชีย ลัดดา แทมมี่ ดักเวิร์ธ สมาชิกวุฒิสภาชาวอเมริกันเชื้อสายไทย ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ชาวอเมริกันหยุดปฏิบัติกับชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียเหมือนเป็น “คนอื่น”

ดักเวิร์ธยังระบุอีกว่า “พฤติกรรมหวาดกลัวชาวต่างชาติ (xenophobia) ที่ดำเนินมาในช่วงไม่กี่ปีมานี้ยิ่งทำให้เกิดความร้าวฉานในสหรัฐยิ่งขึ้นในช่วงเวลาที่สุขภาพของชาวอเมริกันหลายล้านคนขึ้นอยู่กับความเชื่อร่วมกันของเราในผลประโยชน์ส่วนรวมและในมนุษยชาติร่วมกันของเรา”

“คืนวันอังคารเป็นอีกหนึ่งโศกนาฏกรรมที่ไม่อาจบรรยายได้ หลังจากที่ชุมชนชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียได้รับความเดือดร้อนที่ไม่อาจประเมินได้ ไม่มีอะไรที่เราสามารถพูดได้ในวันนี้ที่จะฟังดูมีเหตุผลสำหรับโศกนาฏกรรมที่ไร้เหตุผลนี้ แต่สิ่งที่เราสามารถพูดได้ และพูดได้อย่างชัดเจนก็คือ การโทษชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียและชาวหมู่เกาะแปซิฟิก (AAPI) ว่าเป็นต้นตอของวิกฤตสาธารณสุขเป็นเรื่องที่ผิดและเป็นการเหยียดเชื้อชาติ” แถลงการณ์ระบุ 

นอกจากนี้ ดักเวิร์ธยังส่งจดหมายถึง คริสโตเฟอร์ เรย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสืบสวนสอบสวนกลาง และแมร์ริก การ์แลนด์ อัยการสูงสุดของสหรัฐ เพื่อแสดงถึงความกังวลต่อปัญหาที่ชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียถูกทำร้าย และเรียกร้องให้มีการสอบสวนและนำตัวผู้กระทำมารับโทษ

All perpetrators of these hate crimes against Asian Americans must be held accountable to the fullest extent of the law. Now is the time for immediate action from the @FBI & @TheJusticeDept#StopAsianHate pic.twitter.com/RTSqX2XeCs— Tammy Duckworth (@SenDuckworth) March 19, 2021

ภาพ: www.duckworth.senate.gov

Blockchains เล็งสร้างเมืองของตัวเองขับเคลื่อนทุกอย่างด้วยคริปโต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/648312

วันที่ 19 มี.ค. 2564 เวลา 14:00 น.Blockchains เล็งสร้างเมืองของตัวเองขับเคลื่อนทุกอย่างด้วยคริปโตจากทะเลทรายอาจกลายเป็นเมืองคริปโตโดยมีบริษัทเทคโนโลยีทำหน้าที่เป็นรัฐบาล

เจฟฟรีย์ เบิร์นส์ ซีอีโอบริษัท Blockchains LLC กำลังจะเปลี่ยนพื้นที่แห้งแล้งบนทะเลทราย 67,000 เอเคอร์ในรัฐเนวาดาให้กลายเป็นสถานที่ที่ไม่ธรรมดา

เบิร์นส์ซื้อที่ดินผืนนี้มาในราคา 170 ล้านเหรียญสหรัฐตั้งแต่ปี 2018 เพื่อหวังสร้างเมืองอัจฉริยะคริปโต (Crypto Smart City) ของตัวเองโดยมีบริษัทเทคโนโลยีเป็นรัฐบาล

หากคำร้องของเขาประสบความสำเร็จ “Painted Rock” เขตนวัตกรรมปกครองตนเองแห่งนี้จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่างเฉกเช่นเมืองทั่วไปไม่ว่าจะเป็นบ้าน โรงเรียน สาธารณูปโภค การขนส่ง และธุรกิจ แต่สิ่งที่แตกต่างคือทุกคนจะใช้จ่ายด้วยสกุลเงินดิจิทัลและการเก็บรักษาบันทึกในบล็อกเชนตลอดจนกำหนดอัตราภาษีและร่างกฎหมายเป็นของตัวเอง

นอกจากนี้ยังตั้งใจว่าภายในเมืองจะสร้างมหาวิทยาลัย Blockchains, สตูดิโอสร้างเนื้อหาสำหรับโลกออนไลน์ และสนามกีฬาอีสปอร์ต

เบิร์นส์ตั้งเป้าว่าเมืองแห่งนี้จะมีผู้อยู่อาศัยมากกว่า 36,000 คน ที่อยู่อาศัย 15,000 หลังคาเรือน และพื้นที่เชิงพาณิชย์ 11 ล้านตารางฟุต โดยประเมินว่าเมืองนี้จะสามารถสร้างรายได้ 4,600 ล้านเหรียญสหรัฐต่อไป

ด้านสตีฟ ซิโซลักผู้ว่ารัฐเนวาดาระบุว่าเขาพยายามที่จะผ่านร่างกฎหมายที่อนุญาตให้ Blockchains และบริษัทอื่นๆ สร้างเขตนวัตกรรมที่ปกครองตนเองได้ในรัฐเนวาดาโดยเร็วที่สุดซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า

ทั้งนี้ เบิร์นส์เผยว่าจุดเริ่มต้นของแนวคิดนี้นั้นเพราะเขารู้สึกว่ารัฐบาลแทรกแซงภาคธุรกิจมากเกินไปซึ่งเป็นเรื่องน่ากังวล จึงต้องการสร้างสถานที่ที่รัฐบาลไม่สามารถเข้ามายุ่งได้

Photo by JACK GUEZ / AFP

โตโยตาแจงพบบริษัทลูกในไทยละเมิดกฎหมายต้านสินบน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/648304

วันที่ 19 มี.ค. 2564 เวลา 12:30 น.โตโยตาแจงพบบริษัทลูกในไทยละเมิดกฎหมายต้านสินบนโตโยตาแจ้งทางการสหรัฐว่าบริษัทลูกแห่งหนึ่งในไทยอาจละเมิดกฎหมายต่อต้านการให้สินบน

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า บริษัท โตโยตา คอร์ป ได้รายงานต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) และกระทรวงยุติธรรมของสหรัฐว่ามีความเป็นไปได้ที่บริษัทลูกแห่งหนึ่งในไทยอาจละเมิดกฎหมายต่อต้านการให้สินบนเมื่อเดือน เม.ย.ปีที่แล้ว

ชิโรอิ ฮะชิโมะโตะ ตัวแทนจากโตยาระบุในแถลงการณ์ว่า “เมื่อปี 2020 โตโยตารายงานความเป็นไปได้ในการละเมิดกฎหมายต่อต้านการให้สินบนที่เกี่ยวข้องกับบริษัทลูกแห่งหนึ่งในไทยต่อทางการสหรัฐ และขณะนี้ทางบริษัทได้ให้ความร่วมมือกับทางการในการสอบสวนอย่างเต็มที่”

“เราให้ความสำคัญกับข้อกล่าวหาการกระทำผิดใดๆ และมุ่งมั่นที่จะตรวจสอบให้แน่ใจว่าการดำเนินธุรกิจของเราเป็นไปตามกฎระเบียบของรัฐบาลที่เหมาะสมทั้งหมด” แถลงการณ์ระบุ

การสอบสวนการละเมิดกฎหมายต่อต้านการให้สินบนอาจนำมาสู่การลงโทษทางแพ่งหรือทางอาญา รวมทั้งโทษปรับ และโทษอื่นๆ

ทั้งนี้ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์และกระทรวงยุติธรรมของสหรัฐ มีหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายต่อต้านการทุจริตในต่างประเทศของสหรัฐ ซึ่งห้ามไม่ให้บริษัทต่างๆ จ่ายสินบนให้กับเจ้าหน้าที่ต่างชาติ

การเปิดเผยดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่โตโยตาและผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นกำลังเผชิญกับปัญหาซัพพลายเชนเนื่องจากการระบาดของ Covid-19 โดยก่อนหน้านี้โตโยตาเผยว่าการขาดแคลนปิโตรเคมีทำให้โรงงานผลิตในเคนทักกีต้องหยุดการผลิต

AFP PHOTO / Kazuhiro NOGI

ปูตินท้าเผชิญหน้าไบเดน ลั่นไม่ต่างกันหลังถูกหาว่าเป็นฆาตกร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/648292

วันที่ 19 มี.ค. 2564 เวลา 11:00 น.ปูตินท้าเผชิญหน้าไบเดน ลั่นไม่ต่างกันหลังถูกหาว่าเป็นฆาตกร

ปูตินแนะไบเดนควรคุยกันอย่างเปิดเผยต่อสาธารณชนโดยด่วนหลังถูกเรียกว่าฆาตกร

หลังจากที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์เอบีซีนิวส์โดยชี้ว่าประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซียเป็นฆาตกรจากกรณีที่ถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังการวางยาพิษอเล็กเซ นาวาลนี พร้อมระบุว่าต้องรับผิดชอบต่อกรณีแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐด้วย

เมื่อเรื่องสะเทือนถึงหูผู้นำรัสเซียก็ออกตอบโต้ทันทีโดยเชิญให้ไบเดนมาร่วมพูดคุยสนทนากันอย่างตรงไปตรงมาและเปิดเผยต่อหน้าสาธารณชนซึ่งเป็นที่น่าสนใจสำหรับประชาชนรัสเซียและสหรัฐเป็นอย่างยิ่งเพราะเรื่องนี้ทำให้ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศสั่นคลอนอีกครั้ง

ปูตินระบุว่าควรมีการพูดคุยเสมือนจริงและเปิดเผยต่อสาธารณะแบบเรียลไทม์ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ซึ่งตนพร้อมพูดคุยในประเด็นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศรวมถึงความขัดแย้งในภูมิภาค ทั้งยังกล่าวว่าผู้นำสหรัฐก็ไม่ได้ดีไปกว่ากัน

ขณะที่เจน ซากี โฆษกทำเนียบขาวเผยว่าไบเดนไม่ได้เสียใจที่มองว่าปูตินเป็นฆาตกร พร้อมระบุว่าผู้นำทั้งสองประเทศเคยสนทนาทางโทรศัพท์ไปแล้วจึงไม่มีความจำเป็นจะต้องหารือกันอีกในเร็ววันนี้

Photos by Eric BARADAT and Alexey NIKOLSKY / various sources / AFP

Tencent จ่อโดนรัฐบาลจีนเช็กบิลรายต่อไป #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/648265

วันที่ 18 มี.ค. 2564 เวลา 20:15 น.Tencent จ่อโดนรัฐบาลจีนเช็กบิลรายต่อไปหลังจากจัดการกับ Alibaba ของ แจ็ก หม่า แล้ว เป้าหมายต่อไปของรัฐบาลจีนคือ Tencent ของ โพนี่ หม่า

ระยะหลังนี้ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของจีนถูกทางการไล่กดดันอย่างหนักหลังจากขยายตัวจนมีอิทธิพลกับชีวิตชาวจีนแทบจะทุกด้าน ประเดิมด้วย Alibaba (อาลีบาบา) ของ แจ็ก หม่า เมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว จู่ๆ ทางการจีนก็สั่งระงับการเสนอขายหุ้นครั้งแรกแก่ประชาชนทั่วไป (IPO) ของ Ant Group (แอนท์ กรุ๊ป) แบบฟ้าผ่าในช่วงนาทีสุดท้าย

ตามด้วยการออกกฎระเบียบใหม่ว่าด้วยการป้องกันการผูกขาดตลาด ที่ทำให้ Ant ต้องปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่เป็นบริษัทโฮลดิงและต้องอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ที่ไม่ต่างจากธนาคาร จนถึงการกดดันให้ขายหุ้นสื่อในมือ และล่าสุดคือ สั่งลบ UC Browser เว็บเบราว์เซอร์ที่พัฒนาโดย Alibaba ออกจากแอปสโตร์

ทั้งหมดทั้งมวลนี้สร้างแรงสะเทือนมหาศาลถึงขั้นทำให้ แจ็ก หม่า เสียบัลลังก์คนรวยที่สุดในประเทศจีน

ขณะนี้เกิดความกังวลว่าเป้าหมายต่อไปของรัฐบาลจีนจะเป็น Tencent (เท็นเซ็นต์) ของ โพนี่ หม่า ซึ่งเป็นคู่แข่งกับอาลีบาบา

Tencent เป็นหนึ่งในบริษัทเทคยักษ์ใหญ่ของจีน แอพพลิเคชั่น WeChat ของ Tencent มีผู้ใช้งานกว่าพันล้านคน และยังเป็นผู้เล่นหลักในตลาดการชำระเงินผ่านช่องทางดิจิทัล โดยแอพพลิเคชั่น WeChat Pay มีส่วนแบ่งการตลาดราว 40% เป็นรองเพียง AliPay ของ แจ็ก หม่า เท่านั้น WeChat Pay ยังปล่อยเงินกู้และการบริหารจัดการความมั่งคั่งเหมือน Alipay เป๊ะ แม้จะไม่ใหญ่เท่าก็ตาม

จะเห็นว่า Tencent แทบไม่ต่างจาก Alibaba ในแง่ของความทรงอิทธิพลในตลาดฟินเทค

หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าท้ายที่สุดแล้วชะตากรรมของ Tencent คงไม่ต่างจาก Alibaba คือ ต้องแยกตัวออกมาตั้งบริษัทโฮลดิงเพื่ออยู่ใต้กฎเกณฑ์ของทางการจีน

หากรัฐบาลจีนลงดาบ Tencent ด้วยวิธีการเดียวกับ Alibaba จะทำให้ Tencent ไม่สามารถปล่อยเงินกู้ยืมสำหรับรายย่อยและไม่สามารถขยับขยายกิจการได้รวดเร็วเช่นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้อีก

ด้วยเหตุนี้นักลงทุนจึงพากันทิ้งหุ้น Tencent จนเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว (12 มี.ค.) หุ้นร่วง 4.4% และเมื่อเปิดตลาดหุ้นในวันจันทร์ (15 มี.ค.) ก็ดิ่งลง 4% มูลค่าหายไปราว 62,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

2 วันดังกล่าวเกิดเหตุการณ์พลิกผันกับ Tencent หลายอย่าง โดยเมื่อวันศุกร์คณะกรรมการปราบปรามการผูกขาดตลาดสั่งปรับ Tencent  500,000 หยวน ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดของกฎหมายปัจจุบัน โทษฐานที่ Tencent เข้าไปลงทุนในแอพพลิเคชั่นเพื่อการศึกษา Yuanfudao เมื่อปี 2018 โดยไม่ได้ขออนุญาตจากทางการก่อนทำข้อตกลง ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายผูกขาดการค้า

ขณะที่เมื่อวันจันทร์ ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง สั่งให้คณะกรรมการป้องกันการผูกขาดทางการค้าเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลบรรดาบริษัทเทคโนโลยี ปราบปรามการผูกขาดทางการค้า และส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรม

และก่อนหน้านี้ยังมีการส่งสัญญาณมาจากนายกรัฐมนตรี หลี่เค่อเฉียง ว่าจะเดินหน้าควบคุมบริษัทฟินเทครายใหญ่ หลี่เค่อเฉียงประกาศกลางที่ประชุมสภาประชาชนว่า ทางการจะขยายการกำกับดูแลบริษัทฟินเทค ขจัดการผูกขาดทางการค้า และป้องกันไม่ให้เกิดการขยายการลงทุนโดยไม่สามารถควบคุมได้

บุคคลวงในที่รับรู้ความคิดของทางการจีนเผยว่า การปรับ Tencent เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น ทางการจีนยังมอง Tencent เป็นเป้าหมายที่จะต้องจัดการต่อไป หลังจากทำแบบนี้กับ Alibaba และ Ant ของ แจ็ก หม่า ไปแล้ว

ฟรานซิส ชาน นักวิเคราะห์ของ Bloomberg Intelligence ประเมินความเสียหายของ Ant หลังจากต้องยกเครื่องบริษัทกันใหม่ว่า มูลค่าจะลดลงไปถึง 60% จากที่ตั้งเป้าไว้เมื่อปีที่แล้วที่ 280,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

แต่สำหรับ Tencent นั้น Bloomberg Intelligence วิเคราะห์ว่า ฟินเทคไม่ใช่ธุรกิจที่เติบโตเร็วที่สุดและทำกำไรมากที่สุดของ Tencent ความเสียหายจึงอาจไม่มากเท่า Alibaba

ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ทั้ง Alibaba และ Tencent จะเป็นเคสตัวอย่างให้กับบริษัทฟินเทครายอื่น เพราะทางการจีนขึ้นชื่อเรื่องการเชือดบริษัทใหญ่ๆ ให้ลิงตัวอื่นๆ ทำตามกฎที่รัฐบาลตั้งขึ้นอยู่แล้ว

คนไต้หวันแห่เปลี่ยนชื่อเป็น ‘แซลมอน’ เพื่อซูชิฟรี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/648272

วันที่ 18 มี.ค. 2564 เวลา 19:20 น.คนไต้หวันแห่เปลี่ยนชื่อเป็น ‘แซลมอน’ เพื่อซูชิฟรีโปรโมชั่นของร้านอาหารแห่งหนึ่งทำให้คนไต้หวันพากันไปเปลี่ยนชื่อเป็นแซลมอน

กระทรวงมหาดไทยของไต้หวันขอความร่วมมือประชาชนหยุดการเปลี่ยนชื่อเป็น “แซลมอน” หลังจากชาวไต้หวันนับร้อยคนแห่ไปเปลี่ยนชื่อเพื่อให้ได้รับโปรโมชั่นพิเศษของร้านอาหารแห่งหนึ่ง

สื่อท้องถิ่นเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “แซลมอนโกลาหล” หลังจากชาวไต้หวันราว 150 คนซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนวัยหนุ่มสาวพากันไปที่สำนักงานของรัฐบาลในช่วงไม่กี่วันมานี้เพื่อเปลี่ยนชื่อใหม่ โดยมีต้นตอมาจากร้านซูชิแห่งหนึ่ง

ร้านซูชิที่ว่านี้ออกโปรโมชั่นเป็นเวลา 2 วันโดยจะสิ้นสุดในวันนี้ (18 มี.ค.) ว่าหากลูกค้าคนใดมีชื่อในบัตรประชาชนที่มีคำว่า “กุยหยี” (Gui Yu) ซึ่งเป็นตัวอักษรจีนที่แปลว่า ปลาแซลมอน จะได้รับประทานซูชิแบบไม่อั้นพร้อมกับเพื่อนอีก 5 คน

แม้ว่าตามกฎหมายแล้วไต้หวันจะอนุญาตให้ประชาชนเปลี่ยนชื่อได้ไม่เกิน 3 ครั้ง ทว่าทางการไม่สนุกด้วยกับปรากฏการณ์นี้

เฉินจงเยี่ยน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยเผยว่า “การเปลี่ยนชื่อในลักษณะนี้ไม่เพียงแต่ทำให้เสียเวลาเท่านั้น แต่ยังสร้างงานเอกสารที่ไม่จำเป็นด้วย” และยังขอความร่วมมือประชาชนให้ใช้ทรัพยากรของรัฐอย่างคุ้มค่า

ด้านสื่อท้องถิ่นตระเวนสัมภาษณ์คนที่รับโปรโมชั่นของร้านซูชิ โดยนักศึกษาแซ่หม่าเผยกับ TVBS ในเมืองเกาสงว่า เพิ่งเปลี่ยนชื่อเมื่อเช้าเป็น “เป้าเฉิงกุยหยี” หรือแปลว่า แซลมอนหล่อระเบิด และรับประทานซูชิรวมมูลค่า 7,000 เหรียญไต้หวัน หรือ 7,660 บาท

ส่วนหญิงแซ่ตั้งให้สัมภาษณ์กับ SET TV ว่า เปลี่ยนชื่อตัวเองเป็นแซลมอนและเพื่อนอีก 2 คนก็เปลี่ยนเช่นกัน และจะเปลี่ยนชื่อกลับในภายหลัง

นอกจากนี้ยังมีชื่อที่มีคำว่าแซลมอนอีกหลายชื่อ อาทิ เจ้าชายแซลมอน ราชาดาวตกแซลมอน และข้าวผัดแซลมอน

สำนักข่าว United Daily News รายงานว่า ชาวไต้หวันคนหนึ่งตัดสินใจเพิ่มตัวอักษรในชื่อตัวเองอีก 36 ตัว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นตัวอักษรที่เกี่ยวกับอาหารทะเล เช่น เป๋าฮื้อ ปู ล็อบสเตอร์

ภาพ: สุนันท์ ล้อสมทรัพย์

อิสราเอลพบชิ้นส่วนหนังสือเดดซีอายุนับพันปีหลายสิบชิ้น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/648270

วันที่ 18 มี.ค. 2564 เวลา 18:35 น.อิสราเอลพบชิ้นส่วนหนังสือเดดซีอายุนับพันปีหลายสิบชิ้นการค้นพบครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จที่สำคัญอีกขั้นของนักโบราณคดี เพื่อนำชิ้นส่วนเหล่านี้ไปปะติดปะต่อกับชิ้นส่วนอื่นๆ และไขปริศนาอันลึกลับของหนังสือเดดซี

สำนักข่าว AP รายงานว่าเมื่อวันอังคารที่ผ่านมานักโบราณคดีชาวอิสราเอลได้ประกาศการค้นพบชิ้นส่วนของม้วนหนังสือเดดซี (Dead Sea Scrolls)หลายสิบชิ้นในถ้ำทะเลทรายทางตอนใต้ของกรุงเยรูซาเล็มเป็นครั้งแรกในรอบ 60 ปี และเชื่อว่าชิ้นส่วนดังกล่าวซ่อนอยู่ในนั้นมาเกือบ 1,900 ปีก่อน

ทั้งนี้ ม้วนหนังสือเดดซีคือเป็นเอกสารเกี่ยวกับชาวยิวที่เขียนโดยบุคคลร่วมสมัยกับพระเยซู มีอายุประมาณ 2,000 ปี มีเอกสารที่สำคัญคือคัมภีร์ไบเบิลภาคพันธสัญญาเก่า เป็นการเปิดเผยวิถีชีวิต ความเป็นอยู่และวัฒนธรรมของชาวยิวในยุคก่อนการประสูติของพระเยซู มีทั้งคำสอนทางศาสนา เล่าประวัติความเป็นมาของชาวคุมราน กฎหมาย จารีต ประเพณี สงครามศักดิ์สิทธิ์ และอื่นๆ

ย้อนกลับไป 60 ปีก่อน (ในปี 1961) นักโบราณคดีชาวอิสราเอลได้ค้นพบชิ้นส่วนม้วนหนังสือเดดซี 9 ชิ้นในถ้ำแห่งนี้ และตั้งแต่นั้นมาก็ไม่มีการค้นพบชิ้นส่วนอื่นๆ เพิ่มอีกเลยจนกระทั่งวันนี้

โดยครั้งล่าสุดนี้นักโบราณคดีค้นพบชิ้นส่วนใหม่ประมาณ 30 ชิ้นที่มีการบันทึกข้อความเป็นภาษากรีกซึ่งแปลมาจากพระคัมภีร์ภาษาฮีบรู ชิ้นส่วนดังกล่าวค้นพบในถ้ำที่เรียกว่า “ถ้ำสยองขวัญ” (Cave of Horror) ที่ตั้งชื่อนี้เพราะเคยมีการค้นพบโครงกระดูกมนุษย์ 40 ชิ้นในถ้ำแห่งนี้เมื่อปี 1960

Photo by Ofer Sion / Israeli Antiquities Authority / AFP
Photo by MENAHEM KAHANA / AFP

เชื่อกันว่าชิ้นส่วนเหล่านั้นเป็นส่วนหนึ่งของม้วนหนังสือที่ซ่อนอยู่ในถ้ำระหว่างการปฏิวัติบาร์ ค็อคบา (Bar Kochba) ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ชาวยิวก่อจลาจลต่อต้านกรุงโรมในรัชสมัยของจักรพรรดิเฮเดรียนระหว่างปี ค.ศ. 132 ถึง 136

นอกจากนี้นักโบราณคดีได้สำรสวจถ้ำมากกว่า 500 แห่งและค้นพบโบราณวัตถุอื่นๆ อีกจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นโครงกระดูกมัมมี่เด็กอายุ 6,000 ปี, ตะกร้าสานขนาดใหญ่จากยุคหินอายุราว 10,500 ปี รวมถึงจุลินทรีย์อื่นๆ ที่ถูกเก็บรักษาไว้ในสภาพอากาศที่แห้งแล้งในถ้ำ

Photo by Clara Amit / Israeli Antiquities Authority / AFP
Photo by Yaniv Berman / Israeli Antiquities Authority / AFP

ซูจีโดนกล่าวหาอีก นักธุรกิจออกทีวีเมียนมาอ้างเป็นคนให้สินบน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/648258

วันที่ 18 มี.ค. 2564 เวลา 17:00 น.ซูจีโดนกล่าวหาอีก นักธุรกิจออกทีวีเมียนมาอ้างเป็นคนให้สินบนออง ซาน ซูจีเผชิญอีก 1 ข้อกล่าวหาหลังนักธุรกิจอ้างให้สินบนกว่า 16 ล้าน รวมแล้วอาจคุกยาว 30 ปี

เว็บไซต์ข่าวท้องถิ่นเมียนมา The Irrawaddy รายงานว่ารัฐบาลทหารกำลังเปิดการสอบสวนคดีทุจริตของนางออง ซาน ซูจี หลังจากที่ล่าสุดถูกกล่าวหาว่ารับสินบนกว่า 550,000 เหรียญสหรัฐหรือกว่า 16 ล้านบาทจากนักธุรกิจท้องถิ่น

โดยหม่อง ไวก์ (Maung Waik) นักธุรกิจชาวเมียนมากล่าวผ่านสถานีโทรทัศน์เมียวดีของรัฐบาลเมียนมาว่าตนจ่ายสินบนเป็นเงินสดให้แก่ซูจีในช่วงปี 2018 ถึง 2020 โดยไม่มีพยานรู้เห็น ทั้งยังอ้างว่าได้มอบเงินสดให้แก่รัฐมนตรีอีกหลายคน

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาซูจียังถูกกล่าวหาว่ารับสินบน 600,000 เหรียญสหรัฐหรือกว่า 18 ล้านบาทและทองคำอีกราว 12 กิโลกรัมจากพิว มิ้น เต็ง หัวหน้าคณะรัฐมนตรีภูมิภาคย่างกุ้งระหว่างเดือนธันวาคม 2017 ถึงเดือนมีนาคม 2018

นอกจากนี้ซูจียังเผชิญกับข้อหาลักลอบนำเข้าและครอบครองวิทยุสื่อสารโดยผิดกฎหมาย ละเมิดมาตรการควบคุมโควิด-19 และยุยงปลุกปั่นซึ่งมีโทษจำคุกรวม 9 ปี และหากรวมกับข้อหาคอร์รัปชันเธออาจต้องโทษจำคุกถึง 30 ปีหากถูกตัดสินว่ามีความผิดจริง

Myanmar’s junta-controlled TV presented a businessman saying he gave Daw Aung San Suu Kyi $550,000 in illegal payments. Her lawyer has dismissed corruption accusations as a joke, but charges look increasingly likely. #WhatsHappeningInMyanmar pic.twitter.com/oToy6OrfIQ— Matthew Tostevin (@TostevinM) March 17, 2021

Photo by STR / AFP