แจ็ค หม่าเจอศึกหนัก! จีนบีบอาลีบาบาถอนหุ้นธุรกิจสื่อ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/648005

วันที่ 16 มี.ค. 2564 เวลา 14:57 น.แจ็ค หม่าเจอศึกหนัก! จีนบีบอาลีบาบาถอนหุ้นธุรกิจสื่อรัฐบาลจีนกดดันอาลีบาบาขายหุ้นสื่อในมือหวั่นมีอิทธิพลต่อสาธารณชน

บลูมเบิร์กรายงานว่ารัฐบาลจีนกำลังกดดันให้อาลีบาบา (Alibaba Group Holding Ltd.) ขายหุ้นสื่อในมือรวมถึงเซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์เนื่องจากกังวลถึงอิทธิพลของบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีต่อความคิดเห็นของสาธารณชน

แหล่งข่าวระบุว่ารัฐบาลแสดงความไม่พอใจเกี่ยวกับการถือครองหุ้นสื่อและโซเชียลมีเดียหลายแห่งของอาลีบาบา นอกจากนี้ยังมีการประชุมหลายครั้งเกี่ยวกับอิทธิพลของอาลีบาบาที่มีต่อโซเชียลมีเดียในประเทศจีน

นอกจากเซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษชั้นนำในฮ่องกงแล้ว อาลีบาบามีสัดส่วนการถือหุ้นสื่อจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นสื่อเว็บไซต์ หนังสือพิมพ์ และโทรทัศน์ รวมถึงแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศจีนอย่าง Weibo และ Youku

ทั้งนี้ รัฐบาลจีนเพ่งเล็งไปที่แจ็ค หม่า ผู้ก่อตั้งอาลีบาบาเมื่อปีที่แล้วโดยเรียกตัวเข้าพบและยังสั่งระงับการเข้าจดทะเบียนเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ของ Ant Group ตลอดจนเปิดการสอบสวนกรณีผูกขาดของอาลีบาบาอีกด้วย หลังจากที่เขาออกมาวิพากษ์วิจารณ์ระบบกำกับกฎระเบียบทางการเงินของจีน

อย่างไรก็ตามแกรี่ หลิว ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ยืนยันว่าอาลีบาบายังมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนเซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ต่อไป ขณะที่ด้านอาลีบาบายังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นใดๆ

Photo by Fabrice COFFRINI / AFP

น้องสาวคิมจองอึนเตือนไบเดน ถ้าอยากอยู่อย่างสงบก็อย่าก่อเรื่อง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647998

วันที่ 16 มี.ค. 2564 เวลา 13:21 น.น้องสาวคิมจองอึนเตือนไบเดน ถ้าอยากอยู่อย่างสงบก็อย่าก่อเรื่องคิมยอจอง น้องสาวผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือส่งสัญญาณเตือนรัฐบาลไบเดนเป็นครั้งแรก

สำนักข่าวโรดองชินมุนของเกาหลีเหนือเผยแพร่แถลงการณ์ของ คิมยอจอง น้องสาวสของคิมจองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือที่เตือนไปยังรัฐบาลประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐว่า หากต้องการอยู่อย่างสงบตลอด 4 ปีที่อยู่ในตำแหน่งก็อย่าสร้างเรื่องที่จะทำให้นอนไม่หลับตั้งแต่ต้น

คิมยอจองยังกล่าวอีกว่า ไบเดนพยายามแพร่กระจายกลิ่นดินปืนในเกาหลีเหนือ

คำเตือนนี้นับเป็นครั้งแรกที่เกาหลีเหนือแสดงท่าทีต่อรัฐบาลไบเดนแม้จะไม่เอ่ยชื่อสหรัฐโดยตรงก็ตาม และเกิดขึ้นก่อนที่ ลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม และแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐมีกำหนดเข้าหารือด้านความมั่นคงกับรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมและรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่นและเกาหลีใต้

ชินบอมชุล นักวิจัยจากสถาบันยุทธศาสตร์ชาติของเกาหลีใต้มองว่า ที่ผ่านมาคำเตือนของคิมยอจองเป็นการส่งสัญญาณว่าเกาหลีเหนือจะมีท่าทีรุนแรงขึ้น และครั้งนี้เกาหลีเหนือประเมินว่าสหรัฐจะไม่ยอมอ่อนข้อให้จึงต้องออกคำเตือนดังกล่าว และมีความเป็นไปได้สูงว่าเกาหลีเหนือจะยั่วยุทางทหารระหว่างหรือหลังจากการเยือนของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐ

Photo by JORGE SILVA / POOL / AFP

เมียนมานองเลือดดับเกือบ 200 ประชาชนทั่วไปโดนลูกหลงด้วย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647979

วันที่ 16 มี.ค. 2564 เวลา 12:00 น.เมียนมานองเลือดดับเกือบ 200 ประชาชนทั่วไปโดนลูกหลงด้วยรายงานล่าสุดระบุว่ามีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 183 รายสืบเนื่องจากการประท้วงต่อต้านรัฐประหารในเมียนมา

สำนักข่าวรอยเตอร์สระบุว่านับตั้งแต่เกิดรัฐประหารในเมียนมาเมื่อวันที่ 1 ก.พ. ทีผ่านมาส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 183 ราย โดยกองกำลังรักษาความปลอดภัยยังคงใช้แก๊สน้ำตา กระสุนยาง และกระสุนเข้าปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง

โดยสมาคมช่วยเหลือนักโทษทางการเมืองระบุว่าในวันจันทร์ที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 20 ราย ขณะที่วันอาทิตย์เป็นวันที่นองเลือดมากที่สุดนับตั้งแต่เกิดรัฐประหารโดยมีผู้เสียชีวิตถึง 74 ราย รวมถึงมีการประกาศกฎอัยการศึกใน 6 เมืองในย่างกุ้ง

ขณะที่องค์การสหประชาชาติแถลงประณามการใช้ความรุนแรงของเจ้าหน้าที่เมียนมาต่อประชาชนที่ชุมนุมประท้วงโดยสันติ รวมถึงมีการใช้ความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าผู้เสียชีวิตบางรายเป็นประชาชนที่ไม่ได้เข้าร่วมการประท้วงด้วย

Photos of dead ones hanged together in a tsp. in Yangon. Paying tribute. More than 100 pro-democracy protesters died within 6-weeks of Myanmar #militarycoup.#WhatsHappeningInMyanmar pic.twitter.com/WHZ5w5YDCj— Naung Kham (@_naungkham) March 15, 2021

Photo by STR / AFP

เผาโรงงานญี่ปุ่น ต้านทหารเมียนมาโจมตีธุรกิจต่างชาติลามใหญ่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647966

วันที่ 16 มี.ค. 2564 เวลา 10:45 น.เผาโรงงานญี่ปุ่น ต้านทหารเมียนมาโจมตีธุรกิจต่างชาติลามใหญ่หลังจากที่มีการวางเพลิงโรงงานที่ลงทุนโดยชาวจีนไปถึง 32 แห่ง ล่าสุดโรงงานญี่ปุ่น 2 แห่งเกิดเพลิงไหม้เสียหายเช่นกัน

สำนักข่าวเกียวโดรายงานเมื่อวันที่ 16 มี.ค. ว่าโรงงาน 2 แห่งในย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา ที่ดำเนินการโดยบริษัท Fast Retailing Co. ของญี่ปุ่นถูกลอบวางเพลิง

โดยบริษัทยืนยันการเกิดเพลิงไหม้แต่เบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งโรงงานทั้ง 2 แห่งที่ตกเป็นเป้าหมายของการลอบวางเพลิงในครั้งนี้ได้แก่ Uniqlo และ GU

รายงานล่าสุดจากสำนักข่าวนิเคอิระบุว่ากองกำลังความมั่นคงเมียนมาสังหารประชาชนไปแล้ว 183 คนนับตั้งแต่เกิดรัฐประหาร

โดยเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาสถานทูตจีนในเมียนมาระบุว่ามีการลอบวางเพลิงโรงงานจีน 32 แห่งในย่างกุ้งส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ซึ่งยอดรวมผู้เสียชีวิตในวันอาทิตย์ที่ผ่านมาอยู่ที่ 74 คนนับเป็นวันที่นองเลือดที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.

AFP PHOTO / FRED DUFOUR

ทำไมคนถึงกล้าซื้อบ้านที่มีประวัติฆาตกรรมสยอง? #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647814

วันที่ 15 มี.ค. 2564 เวลา 21:00 น.ทำไมคนถึงกล้าซื้อบ้านที่มีประวัติฆาตกรรมสยอง?บ้านหลายหลังต้องถูกรื้อถอนเพราะตกเป็นสถานที่ฆาตกรรมอันน่าสยดสยอง แต่ก็มีอีกหลายหลังเช่นกันที่กลับเข้ามาอยู่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ แล้วเหตุผลอะไรที่ทำให้มีคนยอมซื้อบ้านเหล่านั้น

โอเรลล์ แอนเดอร์สัน ผู้ประเมินอสังหาริมทรัพย์กล่าวว่าแม้แต่บ้านที่นองเลือดที่สุดยังสามารถดึงดูดผู้ซื้อได้ด้วยการลดราคาประมาณ 10% ถึง 15%

ยิ่งไปกว่านั้นหากเป็นสถานที่ก่ออาชญากรรมจนเป็นข่าวระดับประเทศการลดราคาอาจมากขึ้นอีกเป็น 15% ถึง 50% เลยทีเดียว

นั่นทำให้หลายคนยอมประหยัดเงินไม่กี่เหรียญโดยการซื้อบ้านฆาตกรรม

หนึ่งในนั้นคือคฤหาสน์สุดหรูของจานนี เวอร์ซาเช่ ดีไซน์เนอร์ชื่อดังชาวอิตาเลียนเจ้าของแบรนด์แฟชั่นสุดหรูอย่างเวอร์ซาเช่ (Versace)

ในปี 1992 เขาซื้อคฤหาสน์เก่าแก่ในไมอามีมาด้วยเงินหลายล้านเหรียญสหรัฐทั้งยังรื้อโรงแรมที่อยู่ติดกันเพื่อขยายคฤหาสน์สุดหรูของเขา

ภายหลังวันที่ 15 กรกฎาคม 1997 เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อจานนีกำลังเดินทางกลับบ้าน แอนดรูว์ คูนานัน ฆาตกรต่อเนื่องกำลังดักรออยู่ที่หน้าบ้านของเขาก่อนที่จะลงมือสังหารเวอร์ซาเช่อย่างโหดเหี้ยม

กระสุนถูกยิงเข้าที่หัวของเวอร์ซาเช่ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่ที่บันไดหน้าบ้านของตัวเอง

ยังไม่ทันได้มีใครรู้ว่าสาเหตุการก่อฆาตกรรมของคูนานันคืออะไรเขาก็ตัดสินใจปลิดชีวิตตัวเองไปเสียก่อน เพียง 8 วันหลังก่อเหตุเท่านั้น

ในปี 2000 ครอบครัวตัดสินใจขายบ้านหลังนี้ในราคา 19 ล้านเหรียญสหรัฐและ 13 ปีต่อมาบ้านหลังนี้ก็ถูกขายทอดตลาดในราคา 41.5 ล้านเหรียญสหรัฐ

ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของโรงแรมหรู The Villa Casa Casuarina

บ้านอีกหลังหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ The Los Feliz Mansion คฤหาสน์ขนาดใหญ่สไตล์สแปนิชซึ่งเป็นที่ตั้งของคดีฆาตกรรมที่หลอนที่สุดและได้รับการเผยแพร่สู่สาธารณชนมากที่สุดแห่งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของเมืองลอสแอนเจลิส

โดยเช้าวันหนึ่งในปี 1959 ฮาโรลด์ เพอร์เรลสัน ใช้ค้อนทุบตีภรรยาของตนจนถึงแก่ความตาย และพยายามฆ่าลูกสาววัย 18 ปีด้วยอาวุธชนิดเดียวกัน ก่อนที่เจ้าตัวจะกินยาพิษและเสียชีวิตในห้องนอนข้างศพภรรยา จนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังไม่มีใครทราบมูลเหตุจูงใจที่แท้จริงว่าอะไรทำให้เพอร์เรลสันตัดสินใจเช่นนั้น

บ้านหลังนี้ถูกเล่าขานต่อกันมาว่าเป็นสถานที่สุดเฮี้ยน โดยในช่วงหลายสิบปีต่อมาแทบไม่มีใครกล้าเข้าไปอยู่ในบ้านหลังนั้นเลย

เมื่อปลายปี 2019 บ้านหลังนี้กลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้งสนนราคาอยู่ที่ 2.5 ล้านเหรียญสหรัฐซึ่งตอนนี้อยู่ภายใต้สัญญาของผู้ซื้ออย่างแบร์เดน พอลล็อก ที่ไม่ได้หวาดหวั่นต่อประวัติของบ้านหลังนี้เลยแม้แต่น้อย

พอลล็อกกล่าวถึงประวัติอันน่าสยดสยองของบ้านหลังนี้ว่ามันไม่ได้ส่งผลกระทบใดๆ ต่อเขาเลย ทั้งยังเป็นโอกาสดีเสียด้วยซ้ำที่ได้เป็นเจ้าของคฤหาสน์หายากแบบนี้ในราคาเพียงเท่านี้

ภาพโดย Vadelmavene/Wikipedia

เอลอน มัสก์เปลี่ยนตำแหน่งจากซีอีโอเป็น “ราชันเทคโน” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647948

วันที่ 15 มี.ค. 2564 เวลา 19:11 น.เอลอน มัสก์เปลี่ยนตำแหน่งจากซีอีโอเป็น "ราชันเทคโน"นอกจากจะเป็นผู้สร้างกระแสคริปโตให้ปั่นป่วนรวมถึงสร้างแสอื่นๆ อีกหลายครั้ง ตอนนี้เขายังทำให้ตัวเองเป็นจุดสนใจใหม่อีกด้วย

เอลอน มัสก์ (Elon Musk) สร้างความประหลาดใจให้กับผู้คนอีกครั้ง เมื่อเขาเปลี่ยนตำแหน่งอย่างเป็นทางการของเขาที่บริษัท Tesla กลายเป็น “Technoking” หรือ “ราชันเทคโน” ตามข้อมูลที่ยื่นคำร้องใหม่ที่มอบให้กับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา (SEC)

คำร้องนี้ไม่ได้ระบุว่าตำแหน่งเดิมของมัสก์ที่บริษัท Tesla เป็นอย่างไรก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงเป็นราชันเทคโน แต่ในข้อมูลการจดทะเบียนระบุว่าเขาเป็นซีอีโอของบริษัท

นอกจากมัสก์แล้ว แซค เคิร์กฮอร์น (Zach Kirkhorn) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของบริษัทได้รับตำแหน่ง “Master of Coin” (เจ้าแห่งเหรียญ) อย่างเป็นทางการ

บางคนอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องล้อเล่น แต่เอกสารคำร้องของ SEC ระบุชัดเจนว่า: “มีผลตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม 2021 ชื่อของเอลอน มัสก์ และแซค เคิร์กฮอร์นได้เปลี่ยนเป็น Technoking of Tesla และ Master of Coin ตามลำดับ เอลอนและแซคจะดำรงตำแหน่งตามลำดับในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน”

ส่วนสาเหตุที่เขาเปลี่ยนชื่อตำแหน่งยังไม่เป็นที่ชัดเจน แต่เมื่อตรวจสอบบัญชีทวิตเตอร์ของเอลอนพบว่าเมื่อวันที่ 14 มีนาคม เขาทวีตว่า Homo sapiens techno: Loves raves & technology (มนุษย์โฮโม เซเปียนส์ เทคโน: รักการปาร์ตี้และเทคโนโลยี่) และหลังจากนั้นเขาทวีตเกี่ยวกับดนตรีอีกเช่น I love music. It makes my heart sing (ผมรักเสียงเพลง. มันทำให้หัวใจของผมร้องเพลง)

อาจเป็นไปได้ว่า “ราชันเทคโน” คงหมายถึงความชอบในดรตรีเทคโนและเทคโนโลยี

Photo by Odd ANDERSEN / AFP

โรงงานจีนเสียหาย 32 แห่ง รัฐบาลห่วงชีวิตคนจีนในเมียนมา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647943

วันที่ 15 มี.ค. 2564 เวลา 18:03 น.โรงงานจีนเสียหาย 32 แห่ง รัฐบาลห่วงชีวิตคนจีนในเมียนมาธุรกิจจีนในเมียนมาเริ่มเจอแรงกระแทก หลังกระแสต่อต้านจีนจากความเข้าใจว่าจีนเกี่ยวข้องกับการทำรัฐประหาร นำไปสู่การวางเพลิงโรงงานที่ลงทุนโดยชาวจีน

เว็บไซต์ข่าว Global Times ซึ่งเป็นสื่อแท็บลอยด์ที่ควบคุมโดยรัฐของจีนเปิดเผยว่ามีโรงงานที่ลงทุนโดยคนจีนรวม 32 แห่งถูกทำลายจากการโจมตีที่สื่อจีนเรียกว่าเป็นการกระทำที่ “ชั่วร้าย” ระหว่างที่เกิดการปะทะระหว่างกองกำลังความมั่นคงที่ปราบปรามประชาชนอย่างโหดร้ายที่เมืองย่างกุ้ง

Global Times เปิดเผยในโพสต์ในบัญชี Twitter โดยอ้างข้อมูลสถานทูตจีนในเมียนมาว่า มีพนักงานชาวจีน 2 คนได้รับบาดเจ็บและไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต โดยมีการสูญเสียทรัพย์สินถึง 240 ล้านหยวน (ราว 1,134 ล้านบาท)

ด้านจ้าวลี่เจียนโฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนกล่าวว่ารัฐบาลจีน “กังวลอย่างมาก” ต่อความปลอดภัยของพลเมืองในเมียนมาหลังจากโรงงานของจีนหลายแห่งถูกโจมตีท่ามกลางการปราบปรามการประท้วงเพื่อประชาธิปไตยในย่างกุ้ง

จ้าวลี่เจียนกล่าวว่าจีน “มีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับผลกระทบต่อความปลอดภัยของสถาบันและบุคลากรของจีน” และกล่าวเรียกร้องให้เมียนมาดำเนินการเพื่อ “หลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวซ้ำอีก”

ภาพ – ผู้คนขี่สกู๊ตเตอร์ผ่านซากเครื่องกีดขวางในย่างกุ้งเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2021 ท่ามกลางการปราบปรามของกองกำลังความมั่นคงอย่างหนักต่อประชาชนที่ต่อต้านการทำรัฐประหาร (ภาพโดย STR / AFP)

เหลืองทั้งฟ้า ปักกิ่งเจอพายุทรายใหญ่สุดในรอบทศวรรษ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647911

วันที่ 15 มี.ค. 2564 เวลา 15:01 น.เหลืองทั้งฟ้า ปักกิ่งเจอพายุทรายใหญ่สุดในรอบทศวรรษ กรุงปักกิ่งเมืองหวงของประเทศจีนต้องเผชิญ ‘พายุทราย’ ทัศนวิสัยต่ำกว่า 1 กม.

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่าช่วงเช้าวันจันทร์ (15 มี.ค.) สำนักอุตุนิยมวิทยากรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของจีน ประกาศเตือนภัยพายุทรายระดับสีเหลืองหรือระดับสาม หลังจากปักกิ่งถูกปกคลุมด้วยเม็ดทรายเม็ดฝุ่นจนทำให้ทัศนวิสัยการมองเห็นลดลงเหลือน้อยกว่า 1 กิโลเมตร

ท่าอากาศยานนานาชาติปักกิ่ง ต้าซิง ปรับใช้กลไกการดำเนินงานทัศนวิสัยต่ำ เนื่องจากพายุทรายทำให้ระยะการมองเห็นที่ท่าอากาศยานฯ เหลือเพียง 400-800 เมตร ส่งผลกระทบต่อหลายเที่ยวบิน ขณะสำนักอุตุฯ คาดว่าสภาพอากาศจะเป็นเช่นนี้จนถึง 20.00 น. ของวันจันทร์ (15 มี.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยมีระยะการมองเห็นดีขึ้นตามลำดับ

Photo by Noel Celis / AFP

รายงานสภาพอากาศระบุว่า เนื่องด้วยผลกระทบจากพายุไซโคลนและกระแสลมแรง พายุทรายเคลื่อนตัวมาถึงมณฑลเหอเป่ยทางตะวันตกเฉียงเหนือของปักกิ่งเมื่อคืนวันอาทิตย์ (14 มี.ค.) ก่อนเคลื่อนตัวถึงปักกิ่งซึ่งอยู่ใกล้เคียง

ศูนย์เฝ้าติดตามนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อมเทศบาลนครปักกิ่ง เปิดเผยว่าระดับความเข้มข้นของอนุภาคฝุ่นละอองขนาดเล็กพีเอ็ม10 (PM10) ในหลายพื้นที่สูงเกิน 2,000 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรในวันจันทร์ (15 มี.ค.) นอกจากนั้นยังตรวจพบความเข้มข้นสูงถึง 3,572 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรในเขตไห่เตี้ยนของปักกิ่งด้วย

Photo by NOEL CELIS / AFP

ด้านสำนักอุตุฯ ของเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน ประกาศเตือนภัยพายุทรายระดับสีส้ม ซึ่งรองจากระดับสีแดงอันเป็นระดับสูงสุด โดยพายุทรายส่งผลกระทบในพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของแคว้นอาลาซ่าน (Alxa League) รวมถึงเมืองอื่นๆ ในเอ้อเอ่อร์ตัวซือ (Ordos) และเปาโถว (Baotou) ด้วย

ด้านสำนักข่าว CGTN ของจีนรายงานว่ามีผู้เสียชีวิต 6 รายสูญหาย 81 รายหลังพายุฝุ่นถล่มมองโกเลียเมื่อวันอาทิตย์ตามรายงานของหน่วยงานภัยพิบัติท้องถิ่น

อนุเคราะห์ข่าวโดยสำนักข่าวซินหัว “ปักกิ่งเผชิญ ‘พายุทราย’ ทัศนวิสัยต่ำกว่า 1 กม.

Photo by LEO RAMIREZ / AFP
Photo by WANG Zhao / AFP
Photo by GREG BAKER / AFP

ไต้หวันสั่งให้บริษัทในเมียนมาชักธง ป้องกันเข้าใจผิดเป็นจีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647905

วันที่ 15 มี.ค. 2564 เวลา 14:15 น.ไต้หวันสั่งให้บริษัทในเมียนมาชักธง ป้องกันเข้าใจผิดเป็นจีนหลังจากที่โรงงานที่เกี่ยวข้องกับชาวจีนในเมียนมาหลายแห่งถูกวางเพลิงเผาเมื่อวันอาทิตย์

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจของไทเป หรือสถานทูตโดยพฤตินัยของไต้หวันในเมียนมาได้แนะนำให้บริษัทของชาวไต้หวันที่ดำเนินธรุกิจในประเทศเมียนมา ปักธงของไต้หวันและแขวนป้ายที่ระบุว่ามาจากไต้หวัน เพื่อหลีกเลี่ยงความสับสนกับจีนหลังจากโรงงานที่ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากจีนถูกวางเพลิงหลายแห่ง

กระทรวงต่างประเทศของไต้หวันกล่าวเมื่อวันจันทร์ว่ามีบริษัทของไต้หวันเพียงแห่งเดียวที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงโดยมีพลเมืองไต้หวัน 10 คนติดอยู่ภายในสถานที่เกิดเหตุแต่พวกเขาปลอดภัย

กระทรวงต่างประเทศของไต้หวันยังกล่าวว่าสำนักงานตัวแทนของไต้หวันในประเทศเมียนมาได้ติดต่อกับ บริษัทของไต้หวันหลังจากได้รับรายงานการโจมตีบริษัทที่ลงทุนโดยจีน

สำนักงานของไต้หวันจึง “แนะนำให้นักธุรกิจชาวไต้หวันแขวนป้ายภาษาพม่าที่บอกว่าเป็น “บริษัท ไต้หวัน “ที่โรงงานของตนและแขวนธงชาติของประเทศของไต้หวันและอธิบายให้คนงานในพื้นที่และเพื่อนบ้านทราบว่าเป็นโรงงานของไต้หวัน เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้บุคคลภายนอกสับสนและ “คิดผิด”

ด้านสถานทูตของจีนในเมียนมาระบุว่าบุคคลากรจีนจำนวนมากได้รับบาดเจ็บและติดอยู่ในสถานที่เกิดเหตุลอบวางเพลิงเมื่อวันอาทิตย์ หลังจากมีผู้ลอบโจมตีโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าในย่านเขตแลงตายา ในเมืองย่างกุ้งและได้เรียกร้องให้เมียนมาปกป้องทรัพย์สินและประชาชนของจีน

ในส่วนของญี่ปุ่น คัตสึโนบุ คาโตะเลขาธิการคณะรัฐมนตรีของญี่ปุ่นเมื่อวันจันทร์ที่ว่ารัฐบาลกำลังติดตามการรัฐประหารครั้งล่าสุดของเมียนมาและจะพิจารณาว่าจะตอบสนองต่อการพัฒนาในประเทศเมียนมาอย่างไร

“ในอนาคตญี่ปุ่นจะพิจารณาว่าจะตอบสนองต่อสถานการณ์ในเมียนมาอย่างไรในแง่ของความร่วมมือทางเศรษฐกิจและนโยบาย โดยติดตามความคืบหน้าของสถานการณ์ พร้อมทั้งคำนึงถึงการตอบสนองของประเทศต่างๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย” คาโตะกล่าวกับผู้สื่อข่าว

ท่าทีของรัฐบาลญี่ปุ่นขึ้นหลังจากเกาหลีใต้กล่าวว่าจะระงับการแลกเปลี่ยนด้านกลาโหมกับเมียนมาและห้ามส่งออกอาวุธไปยังเมียนมา

Photo by MARVIN RECINOS / AFP

จับตา Bitcoin อาจถึง $75,000 อย่างไว หลังพุ่งข้ามปี 1,000% #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647903

วันที่ 15 มี.ค. 2564 เวลา 13:49 น.จับตา Bitcoin อาจถึง $75,000 อย่างไว หลังพุ่งข้ามปี 1,000%บิตคอยน์ (Bitcoin) ยังค้างอยู่ใกล้ระดับสูงสุดเท่าที่คยทำมาแม้ว่าจะมูลค่าจะลดลงเล็กน้อย

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่าบิตคอยน์ (Bitcoin) ผ่อนคลายลงหลังจากมูลค่าพุ่งขึ้น 61,000 เหรียญสหรัฐเป็นครั้งแรกจากแรงหนุนของการใช้มาตรการการจ่ายเงินบรรเทาทุกข์บางส่วนในสหรัฐ

สกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดมีการซื้อขายที่ประมาณ 60,000 เหรียญสหรัฐในเอเชียในวันจันทร์หลังจากที่มีพุ่งขึ้นมาย 61,742 เหรียญสหรัฐในช่วงสุดสัปดาห์

ทั้งนี้ บิตคอยน์มีมูบลค่าซื้อขายเพิ่มขึ้นมากกว่า 1,000% ในปีที่ผ่านมา และมูลค่ายิ่งสูงขึ้นจากท่าทีสนใจของสถาบันและองค์กรต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นควบคู่ไปกับความต้องการเก็งกำไรตามปกติ

คริส เวสตันหัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Pepperstone Group Ltd. เขียนในบันทึกย่อบิตคอยน์อยู่ในกระแสที่ดีเพราะเทรดเดอร์จับตามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐ และบิตคอยน์จะต้องอยู่เหนือระดับสูงสุดก่อนหน้านี้ที่ 58,000 เหรียญสหรัฐเพื่อเสริมความมั่นใจให้เกิดกระแสกระทิงครั้งใหม่

เจฟฟรีย์ ฮัลลีย์ นักวิเคราะห์ตลาดอาวุโสของ Oanda Asia Pacific Pte และแมท มาลีย์ จาก Miller Tabak + Co ต่างมองเห็นศักยภาพในการทำกำไรเพิ่มเติมจากแนวโน้มความเคลื่อนไหวล่าสุด มาลีย์ถึงกับบอกว่ามันสามารถทำมูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 75,000 เหรียญสหรัฐอย่างเร็วมาก

ส่วนไมค์ แมคโลกน นักยุทธศาสตร์ด้านข่าวกรองของ Bloomberg กล่าวว่าระดับราคาที่ 100,000 เหรียญสหรัฐอาจเป็นแรงต้านต่อไปของบิตคอยน์

Photo by Ozan KOSE / AFP