หุ้นพุ่ง! Xiaomi รอดหลังศาลสหรัฐสั่งห้ามรัฐบาลแบน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647889

วันที่ 15 มี.ค. 2564 เวลา 11:06 น.หุ้นพุ่ง! Xiaomi รอดหลังศาลสหรัฐสั่งห้ามรัฐบาลแบน หลังจากที่หลายแบรนด์หลายธุรกิจของจีนถูกรัฐบาลสหรัฐสั่งแบนไปในสมัยของทรัมป์ ล่าสุด Xiaomi ได้ข่าวดีเป็นรายแรกของปี

หุ้นของ Xiaomi Corp. พุ่งขึ้นในฮ่องกงหลังผู้พิพากษาสหรัฐสั่งให้ Xiaomi (เสียวหมี่) ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนของจีนถูกถอดออกจากบัญชีดำของรัฐบาลชั่วคราว ซึ่งเป็นคำสั่งของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ที่กำหนดมาเพื่อสั่งห้ามชาวอเมริกันลงทุนในบริษัทจีนรายนี้ และยังใช้มาตรการเดียวกันกับบริษัทจีนรายอื่นๆ ด้วย

หุ้นของผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รายนี้เพิ่มขึ้นมากถึง 12% ในวันจันทร์ซึ่งเป็นผลกำไรระหว่างวันที่มากที่สุดในรอบเกือบหนึ่งเดือน

ทั้งนี้ 6 วันก่อนที่โดนัลด์ ทรัมป์จะออกจากตำแหน่งเมื่อปีที่แล้ว รัฐบาลของเขาได้ทิ้งระเบิดไว้ให้รัฐบาลโจ ไบเดนด้วยการทำให้สงครามการค้ากับจีนรุนแรงขึ้นด้วยการประกาศกำหนดข้อห้ามบริษัทจีนหลายรายรวมถึง Xiaomi และ CNOOC ยักษ์ใหญ่ด้านน้ำมันของรัฐ รวม TikTok โซเชียลมีเดียยอดนิยม

Xiaomi เป็นหนึ่งใน 9 บริษัทที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐจัดอยู่ในประเภท “บริษัททหารของจีนคอมมิวนิสต์” ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงด้านความมั่นคงและห้ามอเมริกันลงทุนกับบริษัทประเภทนี้

แต่ล่าสุดเมื่อวันศุกร์ตามเวลาสหรัฐ รูดอล์ฟ คอนเทรรัส ผู้พิพากษาเขตวอชิงตัน มีคำตัดสินว่าการที่กระทรวงกลาโหมและกระทรวงการคลัง”ใช้ข้ออ้างเรื่องความมั่นคงแห่งชาติ มิได้ถือว่ามีเหตุผลอันควร” ที่จะสั่งแบน Xiaomi

ผู้พิพากษาจึงออกคำสั่งห้ามเบื้องต้นให้ Xiaomi พ้นจากบัญชีดำและพ้นจากคำสั่งระงับการห้ามนักลงทุนอเมริกันซื้อหลักทรัพย์ของบริษัทแห่งนี้

ทั้งนี้ ในการยื่นอุทธรณ์เมื่อเดือนมกราคมเพื่อคัดค้านการขึ้นบัญชีดำ Xiaomi (ซึ่งแซงหน้า Apple เมื่อปีที่แล้วจนกลายเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่อันดับสามของโลก) ได้กล่าวว่ากาคำสั่งของรัฐบาลสหรัฐนั้น “ไม่ถูกต้อง” และ “ทำให้บริษัทไม่อาจทำนิติกรรมได้”

Photo by GREG BAKER / AFP

ภาพสะเทือนใจ ผู้ประท้วงถือโล่บังกระสุนข้างร่างสหายที่ถูกยิง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647885

วันที่ 15 มี.ค. 2564 เวลา 10:12 น.ภาพสะเทือนใจ ผู้ประท้วงถือโล่บังกระสุนข้างร่างสหายที่ถูกยิงการต่อต้านเผด็จการทหารที่ย่างกุ้งเมื่อยันอาทิตย์เป็นวันที่นองเลือดที่สุดวันหนึ่ง และสื่อสามารถจับภาพที่น่าสะเทือนใจนี้เอาไว้ได้

สำนักข่าว Kyodo รายงานอ้างข้อมูลกลุ่มสิทธิมนุษยชนว่ากองกำลังความมั่นคงของเมียนมาสังหารผู้คนอย่างน้อย 38 คนระหว่างการประท้วงต่อต้านการรัฐประหารเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ขณะที่มีการประกาศกฎอัยการศึกใน 2 เขตในเมืองย่างกุ้งที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ

รายงานผู้เสียชีวิตในวันอาทิตย์โดยสมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมืองเท่ากับจำนวนผู้เสียชีวิตในวันที่ 3 มีนาคมซึ่งเป็นวันที่นองเลือดที่สุดนับตั้งแต่การรัฐประหารในวันที่ 1 กุมภาพันธ์

ภาพที่ 1

ภาพที่ 1 ช่างภาพที่ทำงานให้กับสำนักข่าว STR / AFP จับภาพผู้ประท้วงขณะที่กำลังจับเสื้อของเพื่อนที่ล้มลงหลังถูกเจ้าหน้าที่ยิงใส่ในระหว่างการปราบปรามโดยกองกำลังความมั่นคงต่อการประท้วงต่อต้านการรัฐประหารในเขตแลงตายาในเมืองย่างกุ้งเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2021 ( ภาพโดย STR / AFP)

ภาพที่ 2

ภาพที่ 2 ผู้อยู่อาศัยในพื้นที่การปะทะซึ่งได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวไปที่ปลอดภัย ระหว่างการปราบปรามโดยกองกำลังความมั่นคงต่อการประท้วงของผู้ประท้วงต่อต้านการรัฐประหาร ในเขตแลงตายาในเมืองย่างกุ้งเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2021  ( ภาพโดย STR / AFP)

ภาพที่ 3

ภาพที่ 3 อีกหนึ่งประชาชนชาวเมียนมาที่ถูกกองกำลังความมั่นคงทำร้าย (คาดว่าถูกยิง) ระหว่างการประท้วงต่อต้านการรัฐประหารในเขตแลงตายาในเมืองย่างกุ้งเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2021 ( ภาพโดย STR / AFP)

ภาพที่ 4

ภาพที่ 4 ภาพเอกซเรย์ของศีรษะ เชล เย วินซึ่งถูกยิงด้วยกระสุนจริงเข้าที่ใบหน้าระหว่างการปราบปรามโดยกองกำลังความมั่นคงต่อผู้ประท้วงต่อต้านการรัฐประหาร ภาพนี้ถ่ายที่เมืองมัณฑะเลย์เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2021 ( ภาพโดย STR / AFP)

ภาพที่ 5

ภาพที่ 5 ผู้คนวิ่งผ่านเครื่องกีดขวางชั่วคราวที่ผู้ประท้วงตั้งขึ้นในระหว่างการปราบปรามโดยกองกำลังความมั่นคงในการประท้วงต่อต้านการรัฐประหารในเขตแลงตายาฝั่งตรงข้ามเมืองย่างกุ้งเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2021 (ภาพโดย STR / AFP)

ประกาศกฎอัยการศึกหลังปะทะหนักที่ย่างกุ้ง-โรงงานจีนถูกเผา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647884

วันที่ 15 มี.ค. 2564 เวลา 09:58 น.ประกาศกฎอัยการศึกหลังปะทะหนักที่ย่างกุ้ง-โรงงานจีนถูกเผาทหารเมียนมาใช้ไม้แข็ง หลังเกิดความวุ่นวายในบางพื้นที่ของย่างกุ้งอย่างหนักต่อเนื่องจากวันอาทิตย์

รัฐบาลทหารของเมียนมาร์ประกาศ “กฎอัยการศึกเต็มรูปแบบ” เมื่อช่วงดึกของวันที่ 14 มีนาคม (ประมาณ 11.00 น. ตามเวลาไทย) โดยประกาศใช้ในบางพื้นที่ของย่างกุ้งซึ่งเป็นเมืองหลวงการค้าหลังจากการปะทะกันทำให้มีผู้เสียชีวิตมากขึ้นและธุรกิจของจีนถูกวางเพลิงเผา

คำสั่งกฎอัยการศึกมีผลบังคับใช้กับสองเมืองที่มีประชากรหนาแน่นในย่างกุ้ง ได้แก่เขตแลงตายา และเขตชเว ปยี ตา มาตรการนี้ให้อำนาจผู้บัญชาการกองทัพเขตย่างกุ้งสามารถใช้อำนาจได้เพื่อ “ธำรงความปลอดภัย หลักนิติธรรม และสันติภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น”

สำนักข่าว AFP รายงานว่าในเขตแลงตายาตำรวจและทหารปะทะกันอย่างรุนแรงกับผู้ประท้วงที่ถือไม้และมีดซึ่งซ่อนตัวอยู่หลังเครื่องกีดขวางชั่วคราว

ผู้ประท้วงใช้ถังขยะที่ถูกตัดออกทำเป็นเกราะป้องกันเพื่อดึงผู้ประท้วงที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อกองกำลังความมั่นคงเปิดฉากยิง แต่แพทย์บอกว่าไม่สามารถเข้าถึงได้ทั้งหมด

“ฉันสามารถยืนยันได้ว่ามีผู้เสียชีวิตแล้ว 15 ราย” แพทย์หญิงบอกกับ AFP พร้อมเสริมว่าเธอทำการรักษาประมาณ 50 คนและคาดว่าผู้เสียชีวิตจะเพิ่มขึ้น

กลุ่มตรวจสอบสมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมืองซึ่งตรวจสอบการจับกุมและการเสียชีวิตนับตั้งแต่การรัฐประหารได้รับการยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิตสูงกว่านี้ บางรายงานระบุว่าอาจถึง 30 คน

นอกจากการปะทะนแล้วยังมีการวางเพลิงโครงงานของชาวจีนในพื้นที่ดังกล่าวและพื้นที่อื่นๆ ด้วย

“เราขอเรียกร้องให้ทางการเมียนมากำหนดมาตรการที่มีประสิทธิภาพเพื่อยุติการกระทำที่รุนแรงทั้งหมดและสอบสวนและลงโทษผู้กระทำผิดตามกฎหมาย” สถานทูตจีนในเมียนมากล่าวในแถลงการณ์เมื่อเย็นวันอาทิตย์

ด้าน Global Times ซึ่งเป็นสื่อแท็บลอยด์ที่ดำเนินการโดยพรรคคอมมิวนิสต์จีนกล่าวในบทบรรณาธิการเมื่อวันจันทร์ว่า “ผู้ที่สร้างความเสื่อมเสียให้กับจีนและยุยงให้โจมตีโรงงานจีน” ต้องได้รับ “บทลงโทษอย่างรุนแรง”

Photo by STR / AFP

ฝรั่งเศสยังระบาดหนัก ยอดติดโควิดพุ่งเกือบ3หมื่นในวันเดียว! #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647878

วันที่ 15 มี.ค. 2564 เวลา 09:02 น.ฝรั่งเศสยังระบาดหนัก ยอดติดโควิดพุ่งเกือบ3หมื่นในวันเดียว!ฝรั่งเศสยังเผชิญโควิดระบาดหนัก แม้เริ่มฉีดวัคซีนป้องกันแล้ว พบผู้ติดเชื้อใหม่เกือบ 3 หมื่นรายในวันเดียว ขณะที่ผู้ป่วยที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ฝรั่งเศสยังเผชิญตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มสูงขึ้น แม้จะมีการเริ่มฉีดวัคซีนป้องกันโควิด19ไปแล้วก็ตาม โดยเมื่อวันที่ 14 มี.ค. 64 หน่วยงานด้านสาธารณสุขของฝรั่งเศสรายงานว่า พบผู้ติดเชื้อโควิด 19 รายใหม่ 29,759 รายในรอบ 24 ชั่วโมง ส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมเพิ่มเป็น 4,045,319 ราย

ขณะที่ ผู้เสียชีวิตจากโควิด เพิ่มขึ้น 174 รายในรอบ 24 ชั่วโมง ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 90,315 ราย

มีผู้ป่วยโควิด-19 ที่ยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 24,671 ราย โดยจำนวนผู้ป่วยที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจเพิ่มขึ้นเป็นวันที่สามติดต่อกัน โดยเพิ่มขึ้น 37 รายในรอบ 24 ชั่วโมง แตะ 4,070 ราย ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพ.ย. 2563

ขณะที่ รัฐบาลฝรั่งเศสได้เปิดเผยว่า ประชาชนราว 4.85 ล้านคน หรือ 7.2% ของประชากรทั้งหมดในฝรั่งเศส ได้รับการฉีดวัดซีนป้องกันโควิดเข็มแรก และ 2.2 ล้านคนได้รับวัคซีนครบสองเข็มแล้ว

ด้าน Worldometer ซึ่งเป็นเว็บไซต์รายงานข้อมูลล่าสุดที่มีการรวบรวมจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขทั่วโลก ระบุว่า ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกขณะนี้อยู่ที่ 120,123,556 ราย และยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 2,661,035 ราย

สหรัฐมียอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สูงสุดในโลก (30,043,662) รองลงมาคือบราซิล (11,439,250), อินเดีย (11,359,048), รัสเซีย (4,390,608), สหราชอาณาจักร (4,253,820), ฝรั่งเศส (4,045,319), อิตาลี (3,201,838) และสเปน (3,183,704)

ประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากกว่า 2 ล้านราย ได้แก่ ตุรกี เยอรมนี โคลอมเบีย อาร์เจนตินา และเม็กซิโก

ส่วนประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากกว่า 1 ล้านราย ได้แก่ โปแลนด์ อิหร่าน แอฟริกาใต้ ยูเครน อินโดนีเซีย เปรู สาธารณรัฐเช็ก และเนเธอร์แลนด์

นอกจากนี้ สหรัฐยังเป็นประเทศที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตสูงสุดในโลก (546,605) ตามมาด้วยบราซิล (277,216), เม็กซิโก (194,490), อินเดีย (158,642) สหราชอาณาจักร (125,464) และอิตาลี (101,881)

ภาพ เอเอฟพี

ประท้วงลุกลามใหญ่ เผาโรงงานของจีนในเมียนมา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647867

วันที่ 14 มี.ค. 2564 เวลา 22:23 น.ประท้วงลุกลามใหญ่ เผาโรงงานของจีนในเมียนมาจีนเรียกร้องเมียนมายุติความรุนแรงหลังโจมตีโรงงาน โดยแสดงท่าทีผ่านสำนักข่าวของรัฐบาลจีนคือ CGTN

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า จีนเรียกร้องให้เมียนมาหยุดความรุนแรงและปกป้องบริษัทและบุคลากรของจีนหลังจากเกิดเหตุโจมตีโรงงานที่ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากจีนที่เมียนมา

สำนักข่าว CGTN ที่ดำเนินการโดยรัฐของจีนรายงานเรื่องนี้และระบุว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายคน แต่ยังไม่มีการยืนยันตัวตนของผู้ลอบวางเพลิง

“จีนเรียกร้องให้เมียนมาใช้มาตรการที่มีประสิทธิภาพเพิ่มเติม เพื่อหยุดการกระทำที่รุนแรง ลงโทษผู้กระทำผิดตามกฎหมายและรับรองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของบริษัทและบุคลากรของจีนในเมียนมาร์” CGTN กล่าวโดยอ้างคำแถลงของสถานทูตจีน

อย่างไรก็ตาม ตามเพจเฟซบุ๊คของชาวเมียนมาบางแห่งเผยว่ายังไม่สามารถระบุได้ว่าโรงงานที่ถูกเผาเป็นโรงงานของชาวจีนหรือไม่

โดยมีรายงานว่าโรงงานที่ถูกเผาอยู่ในเขตแลงตายา ในเมืองย่างกุ้งซึ่งในระหว่างที่มีรายงานนี้เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจเมียนมาได้ทำร้ายประชาชนที่ปักหลักต่อต้านอยู่ในบริเวณนั้นจนมีผู้เสียชีวิตป็นจำนวนมาก

ด้านสำนักข่าว Eleven Media Group ในเมียนมารายงานว่า เกิดไฟไหม้โรงงานผลิตเสื้อผ้าหลายแห่งในเขตแลงตายาและเขตชเว ปยี ตา

ในเขตแลงตายาเกิดเพลิงไหม้โรงงานผลิตเสื้อผ้า Wai Kyal โรงงานปุ๋ย Shwe Na Gar รวมถึงโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าอื่นๆ อีกหลายแห่งและโรงเก็บสินค้า ส่วนในเขตชเว ปยี ตาเกิดไฟไหม้ขึ้นที่โรงงานผลิตเสื้อผ้า Myanmar Solar Moda

นอกจากนี้ชาวบ้านยังบอกอีกว่าโรงงานใกล้สะพานเขตชเว ปยี ตาและโรงงานใกล้กับวาตายาก็ถูกไฟไหม้เช่นกัน ในเขตอิเส่งโรงงานผลิตเสื้อผ้าแห่งหนึ่งถูกไฟไหม้และมีการกล่าวกันว่านักดับเพลิงประสบปัญหาในการเดินทางไปยังสถานที่ดังกล่าวเนื่องจากมีสิ่งกีดขวางบนถนนตลอดทาง

ทั้งนี้ หลังการทำรัฐประหารของกองทัพเมียนมา ได้เกิดกระแสต่อต้านประเทศจีนมากขึ้นเรื่องจากชาวเมียนมาเข้าใจว่าจีนอยู่เบื้องหลังหรือสนับสนุนการทำรัฐประหาร และบางส่วนไม่พอใจจีนที่ไม่แสดงท่าทีคัดค้านหรือประณามการทำรัฐประหารในที่ประชุมสมัชชาฯ สหประชาชาติ

Photo by STR / AFP

ย่างกุ้งนองเลือด ทหารบุกยิงประชาชนอาจมีคนตายหลายสิบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647866

วันที่ 14 มี.ค. 2564 เวลา 22:01 น.ย่างกุ้งนองเลือด ทหารบุกยิงประชาชนอาจมีคนตายหลายสิบสถานการณ์ในย่างกุ้งเดือดอย่างมาก มีการนองเลือดเมื่อทหารล้อมยิงประชาชนอาจมีคนตายนับสิบ

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานด่วนว่า มีผู้ประท้วงชาวเมียนมาอย่างน้อย 14 คนถูกสังหารในเขตแลงตายาของเมืองย่างกุ้ง แต่บางกระแสข่าวเช่นจากเพจเฟซบุ๊คของชาวเมียนมาระบุว่าอาจมีผู้เสียชีวิตถึง 30 คน 

สำนักข่าวรอยเตอร์อ้างสำนักข่าว Myanmar Now ระบุว่าในขณะที่สื่อในประเทศอื่นๆ ระบุว่ามีผู้เสียชีวิตสูงกว่านี้

Myanmar Now กล่าวว่าข้อมูลดังกล่าวมาจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยและโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้กับเขตอุตสาหกรรมที่เกิดการปะทะกัน

ก่อนหน้านี้ ประชาชนในเขตดังกล่าวปักหลักต้านทานทหารและตำรวจ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่เปิดฉากยิงผู้ประท้วง สถานการณ์ยังคงดำเนินอยู่

ด้านเจ้าหน้าที่พบกับความสูญเสียเช่นกัน สถานีโทรทัศน์ของรัฐ MRTV ระบุว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเมียนมาเสียชีวิต 1 นายและบาดเจ็บอีก 3 คนในระหว่างการประท้วงในวันอาทิตย์

MRTV กล่าวว่าตำรวจได้รับบาดเจ็บในเมืองบาโกหรือพะโค (หงสาวดี) ทางตอนกลางของเมียนมา โดยกล่าวหาว่าผู้ประท้วงขว้างก้อนหินและใช้เครื่องยิงและยังพยายามตรวจสอบว่าผู้ประท้วงใช้ปืนหรือไม่ 

Photo by STR / AFP

“โยเดีย” ในสายตาทหารเมียนมา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647861

วันที่ 14 มี.ค. 2564 เวลา 19:03 น.

"โยเดีย"ในสายตาทหารเมียนมา

PostToday Podcast The Expert : “โยเดีย”ในสายตาทหารเมียนมา

PostToday Podcast The Expert : “โยเดีย”ในสายตาทหารเมียนมา

ติดตาม PosttToday Podcast ได้ที่ https://soundcloud.com/posttoday 

https://w.soundcloud.com/player/?url=https%3A//api.soundcloud.com/tracks/1006572178&color=%23ff5500&auto_play=false&hide_related=false&show_comments=true&show_user=true&show_reposts=false&show_teaser=true&visual=true

PostToday · “โยเดีย”ในสายตาทหารเมียนมา

กลาโหมสหรัฐหวังผูกมิตรเอเชียเพื่อต้านจีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647859

วันที่ 14 มี.ค. 2564 เวลา 18:56 น.กลาโหมสหรัฐหวังผูกมิตรเอเชียเพื่อต้านจีนรัฐมนตรีกลาโหมและต่างประเทศของสหรัฐเดินทางเยือนเอเชีย เดินเกมประสานพันธมิตรเพื่อรุกจีน

ลอยด์ ออสตินรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐกล่าวเมื่อวันเสาร์ว่าเขากำลังเดินทางไปเอเชียเพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางทหารกับพันธมิตรอเมริกันและส่งเสริมการสร้างแนวร่วม “ที่เป็นไปได้เพื่อทำการยับยั้ง” จีน

ออสตินเริ่มต้นที่ฮาวายซึ่งเป็นที่ตั้งของหน่วยบัญชาการทหารอเมริกันภาคพื้นอินโด-แปซิฟิกซึ่งเป็นการเยือนต่างประเทศครั้งแรกในฐานะหัวหน้าเพนตากอน หรือกระทรวงกลาโหมสหรัฐ

“ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของพันธมิตรและความร่วมมือ” เขากล่าวกับผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับการเดินทางเยือนเอีย ซึ่งรวมการพบปะกับพันธมิตรสำคัญในโตเกียว นิวเดลี และโซล

“มันเกี่ยวกับการเพิ่มขีดความสามารถด้วย” เขากล่าวเสริมโดยชี้ว่าก่อนหน้านี้ในขณะที่สหรัฐให้ความสำคัญกับการต่อสู้เพื่อต่อต้านกลุ่มเคร่งศาสนาหัวรุนแรงในตะวันออกกลาง จีนใช้เวลาดังกล่าวปรับปรุงกองทัพให้ทันสมัยอย่างรวดเร็ว

“ความได้เปรียบในการแข่งขันที่เราเคยมีได้เสื่อมถอยลงไป” เขากล่าว “เรายังคงรักษาความได้เปรียบนั้นไว้เราจะเพิ่มความได้เปรียบนั้นต่อไป”

“เป้าหมายของเราคือเพื่อให้แน่ใจว่าเรามีขีดความสามารถและแผนการดำเนินงาน … เพื่อให้สามารถยับยั้งจีนหรือใครก็ได้ที่มีความเป็นไปได้ว่าต้องการท้าทายสหรัฐ” เขากล่าวเสริม

ทั้งนี้ ลอยด์จะไปร่วมกับแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐที่เดินทางมาเชื่อมพันธมิตรในเอเชียเช่นกัน ทั้งสองจะร่วมหารือกับพันธมิตรในญี่ปุ่นและเกาหลีใต้

“สิ่งหนึ่งที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและตัวผมต้องการทำคือเริ่มเสริมสร้างพันธมิตรเหล่านั้น” เขากล่าว “เราจะฟังและรู้รับมุมมองของพวกเขาเพิ่มเติม”

การเดินทางมาขยังเอเชียของหัวหน้าฝ่ายการทูตและฝ่ายการป้องกันประเทศสหรัฐครั้งนี้เพื่อร่วมการประชุมสุดยอดของ “Quad” ซึ่งเป็นพันธมิตรอย่างไม่เป็นทางการเพื่อถ่วงดุลกับจีนที่เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไบเดนจะหารือกับจีนด้วย โดยบลิงเคนและเจค ซัลลิแวนที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของประธานาธิบดีไบเดนจะพบกับหวางอี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของจีนและหยางเจี๋ยฉือ ผู้อำนวยการคณะกรรมาธิการการต่างประเทศกลางของพรรคคอมมิวนิสต์จีนในวันที่ 18 มีนาคม ที่เมืองแองเคอเรจ รัฐอะแลสกา

Photo by MANDEL NGAN / AFP

รัสเซียโวยสหรัฐ-พันธมิตรดิสเครดิตวัคซีนสปุตนิก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647831

วันที่ 14 มี.ค. 2564 เวลา 16:39 น.รัสเซียโวยสหรัฐ-พันธมิตรดิสเครดิตวัคซีนสปุตนิกสื่อเผย ‘สหรัฐฯ-พันธมิตร’ วางอุบาย ‘บิดเบือนข้อมูล’ โจมตีวัคซีนโควิด-19 ฝีมือรัสเซีย

สำนักข่าวซินหัวรายงานอ้างสำนักข่าวทาสส์ของรัสเซียรายงานว่าสหรัฐฯ และพันธมิตรกำลังวางอุบาย “บิดเบือนข้อมูล” เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของสปุตนิก วี (Sputnik V) วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ที่พัฒนาโดยรัสเซีย

รายงานข่าวเมื่อวันศุกร์ (12 มี.ค.) อ้างอิงแหล่งข่าวจากทำเนียบเครมลิน ระบุว่าแคมเปญบิดเบือนข้อมูลเป็นฝีมือองค์กรที่ไม่ใช่รัฐบาลและสื่อมวลชนในตะวันตก มุ่งทำลายความน่าเชื่อถือของวัคซีนจากรัสเซียด้วยการสร้างข้อมูลเท็จเกี่ยวกับความด้อยประสิทธิภาพและอันตรายต่อชีวิต

อนึ่ง รัสเซียได้ขึ้นทะเบียนวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แล้ว 3 ตัว ได้แก่ สปุตนิก วี (Sputnik V) เอพิวัคโคโรนา (EpiVacCorona) และโควิแวค (CoviVac)

ประชาชนในรัสเซียได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ครบสองโดสมากกว่า 2 ล้านคน และได้รับวัคซีนโดสแรกอีก 2 ล้านคน นับตั้งแต่เริ่มต้นการฉีดวัคซีนขนานใหญ่เมื่อต้นเดือนธันวาคมจนถึงวันที่ 4 มี.ค. ที่ผ่านมา

Photo by FETHI BELAID / AFP

อนุเคราะห์ข่าวโดยสำนักข่าวซินหัว “สื่อเผย ‘สหรัฐฯ-พันธมิตร’ วางอุบาย ‘บิดเบือนข้อมูล’ โจมตีวัคซีนโควิด-19 ฝีมือรัสเซีย

รัฐบาลพลเรือนใต้ดินปลุกระดม การปฏิวัติประชาชนโค่นทหาร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647843

วันที่ 14 มี.ค. 2564 เวลา 14:28 น.รัฐบาลพลเรือนใต้ดินปลุกระดม การปฏิวัติประชาชนโค่นทหารนักการเมืองเมียนมาที่หลบหนีการจับกุมตัวของกองทัพมีแถลงการณ์ครั้งแรก แม้ประเทศจะมืดมน แต่ประชาชนทุกคนต้องลุยต่อ

รักษาการผู้นำรัฐบาลพลเรือนของเมียนมาซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยฝ่ายนิติบัญญัติหลังการรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 ก. พ. กล่าวต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกเมื่อวันเสาร์ระหว่างการหลบซ่อนตัวและสาบานว่าจะดำเนินการ “ปฏิวัติ” เพื่อโค่นล้มรัฐบาลทหาร

“มาน วิน แคง ทาน” ซึ่งอยู่ระหว่างการหลบหนีพร้อมกับเจ้าหน้าที่อาวุโสส่วนใหญ่จากพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) กล่าวกับสาธารณชนผ่านเฟซบุ๊กว่า “นี่เป็นช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดของชาติและก็เป็นช่วงเวลาใกล้รุ่งอรุณเช่นกัน”

“มาน วิน แคง ทาน” ได้รับการแต่งตั้งเมื่อสัปดาห์ที่แล้วให้ดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีโดยผู้แทนของฝ่ายนิติบัญญัติของเมียนมาทั่ถูกทหารโค่นล้มไป คือคณะกรรมการตัวแทนของ “ปยีดองซุลุตอ” (CRPH) ซึ่งปยีดองซุลุตอหมายถึงรัฐสภาของเมียนมา และขบวนการนี้กำลังผลักดันให้สาธารณชนยอมรับว่าเป็นรัฐบาลที่ชอบธรรม

รัฐบาลเงาหรือรัฐฐาลใต้ดินของ “มาน วิน แคง ทาน” ได้ประกาศความตั้งใจที่จะสร้างประชาธิปไตยแบบสหพันธรัฐและผู้นำของรัฐบาลได้พบกับตัวแทนขององค์กรติดอาวุธชาติพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดของเมียนมาซึ่งมีอำนาจควบคุมพื้นที่มากมายทั่วประเทศอยู่แล้ว บางคนให้คำมั่นว่าจะสนับสนุน

“เพื่อที่จะสร้างประชาธิปไตยแบบสหพันธรัฐซึ่งพี่น้องชาติพันธุ์ทุกคนที่ได้รับความทุกข์ทรมานจากการกดขี่จากระบอบเผด็จการมานานหลายทศวรรษต้องการอย่างแท้จริง การปฏิวัติครั้งนี้เป็นโอกาสที่เราจะได้ร่วมแรงร่วมใจกัน” มาน วิน แคง ทาน กล่าว

“นี่เป็นช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดของประเทศและแสงสว่างก่อนรุ่งสางจะใกล้เข้ามา นี่เป็นช่วงเวลาทดสอบพลเมืองของเราด้วยว่าเราสามารถต้านทานช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดเหล่านี้ได้มากแค่ไหน”

รัฐบาลทหารได้ประกาศว่า CRPH เป็นกลุ่มผิดกฎหมายและกล่าวว่าใครก็ตามที่เกี่ยวข้องอาจถูกตั้งข้อหากบฏซึ่งมีโทษประหารชีวิต

Photo by STR / AFP