เปลือยกลางเวทีแจกรางวัล ประท้วงมาตรการโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647829

วันที่ 14 มี.ค. 2564 เวลา 12:36 น.เปลือยกลางเวทีแจกรางวัล ประท้วงมาตรการโควิดนักแสดงฝรั่งเศสไม่พอใจรัฐบาลจัดการกับการระบาด ห่อตัวมาแล้วเปลือยกลางเวทีแจกรางวัล

นักแสดงหญิงชาวฝรั่งเศส คอรีนน์ มาเซียโร (Corinne Masiero)ยืนเปลือยกายอยู่บนเวทีข้างมารินา ฟัวส์นักแสดงหญิงชาวฝรั่งเศสและพิธีการในงานระหว่างพิธีมอบรางวัล Cesar Film Awards หรือ Les Cesars ครั้งที่ 46 ที่สถานที่จัดขึ้นที่เวทีคอรเสิร์ต The Olympia ในกรุงปารีสเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2021

มาเซียโรทำแบบนี้เพื่อประท้วงการปิดโรงภาพยนตร์และโรงภาพยนตร์ของรัฐบาลเป็นเวลาหลายเดือนในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา พร้อมเขียนข้อความว่า “ไม่มีวัฒนธรรม ไม่มีอนาคต” บนหน้าอกของเธอ และ “ส่งศิลปะคืนให้เราซะ ฌอง” บนหลังของเธอวึ่งมีเจตนาจะสื่อไปถึงนายกรัฐมนตรีฌอง คาสเท็กซ์

Photo by Dominique CHARRIAU / POOL / AFP และ Bertrand GUAY / various sources / AFP

Photo by Bertrand GUAY / various sources / AFP
Photo by Dominique CHARRIAU / POOL / AFP
Photo by Bertrand GUAY / various sources / AFP
Photo by Bertrand GUAY / various sources / AFP

บิตคอยน์อย่างแรง ทะลุ 60,000 ตามด้วย 61,000 สองวันติด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647827

วันที่ 14 มี.ค. 2564 เวลา 10:38 น.บิตคอยน์อย่างแรง ทะลุ 60,000 ตามด้วย 61,000 สองวันติดบิตคอยน์ (Bitcoin) ทะลวงด่าน 60,000 เหรียญสหรัฐเป็นครั้งแรกเมื่อวันเสาร์ก่อนที่จะถีบตัวขึ้นมาไม่หยุดจนทะลุหลัก 61,000 เหรียญสหรัฐในวันเดียวกัน

บิตคอยน์ (Bitcoin) ผ่านจุด 60,000 เหรียญสหรัฐเป็นครั้งแรกในวันเสาร์โดยนักวิเคราะห์กล่าวว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของสหรัฐช่วยระกตุ้นความต้องการเงินคริปโตเคอร์เรนซี่สกุลนี้

บิตคอยน์แตะ 60,197 เหรียญสหรัฐเมื่อเวลา 12.34 น. ตามเวลามาตรฐานกรีนิชและยังคงอยู่ทะยานจาหหลัก 60,000 เหรียญสหรัฐต่อไปอีกหลังจากนั้น

จนกระทั่งเพิ่มขึ้น 6.64% สู่ 61,073.71 เหรียญสหรัฐในวันเสาร์เช่นกันโดยเพิ่มขึ้น 3,802.67 ดอลลาร์จากการปิดก่อนหน้านี้

รวมแล้วบิตคอยน์เพิ่มขึ้น 120.2% จากระดับต่ำสุดของปีที่ 27,734 บิตคอยน์ในวันที่ 4 มกราคม

บิตคอยน์มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็นสามเท่าในช่วงสามเดือนที่ผ่านมาจากมูลค่า 20,000 เหรียญสหรัฐในเดือนธันวาคมโดยได้รับแรงหนุนจากการที่บริษัทต่างๆ หันมาใช้เงินสกุลนี้

นีล วิลสันนักวิเคราะห์ของ Markets.com กล่าวว่าในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา “บิตคอยน์เพิ่มขึ้นเนื่องจากนักลงทุนรอคอยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังใกล้เข้ามา”

ตามมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ บุคคลทั่วไปในสหรัฐที่มีรายได้ 75,000 เหรียญสหรัฐจะได้รับเช็คมูลค่า 1,400 เหรียญสหรัฐนับตั้งแต่สุดสัปดาห์นี้ หลังจากประธานาธิบดีโจ ไบเดนลงนามในแผนการช่วยเหลือโควิด-19 มูลค่า 1.9 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในสัปดาห์นี้

Photo by JACK GUEZ / AFP

ทหารเมียนมายิงหญิงตั้งครรภ์ตายขณะช่วยผู้ประท้วงวัยรุ่น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647811

วันที่ 13 มี.ค. 2564 เวลา 21:55 น.ทหารเมียนมายิงหญิงตั้งครรภ์ตายขณะช่วยผู้ประท้วงวัยรุ่นนับเป็นวันที่นองเลือดที่สุดวันหนึ่ง รวมแล้วมีผู้เสียชีวิตวันนี้ถึง 10 ราย

มีรายงานที่ยังไม่ยืนยันว่ากองทัพเมียนมาได้สังหารหญิงตั้งครรภ์คนหนึ่งขณะพยายามปกป้องผู้ประท้วงวัยรุ่นในบ้านของเธอ

แหล่งข่าวท้องถิ่นรายงานรายงานระบุว่าหญิงตั้งครรภ์ถูกยิงที่หน้าผากเพราะพยายามปกป้องผู้ประท้วง

ทั้งนี้ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 คนรวมทั้งผู้หญิงและเด็กและอีกอย่างน้อย 15 คนได้รับบาดเจ็บจากการปราบปรามอย่างรุนแรงโดยรัฐบาลทหารในมัณฑะเลย์ในวันเสาร์ผู้บาดเจ็บ 5 รายอยู่ในอาการวิกฤต

ทั้งนี้ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10 คนในเมียนมาหลังจากการปราบปรามผู้ประท้วงต่อต้านรัฐประหารอย่างรุนแรงเมื่อวันเสาร์ซึ่งถือเป็นหนึ่งในวันที่นองเลือดที่สุดนับตั้งแต่รัฐบาลทหารเข้ายึดอำนาจเมื่อเดือนที่แล้ว

ตามที่ผู้ตรวจสอบสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติเกี่ยวกับเมียนมา รัฐบาลทหารได้ ‘สังหาร’ ประชาชนอย่างน้อย 70 คนนับตั้งแต่การรัฐประหารในวันที่ 1 กุมภาพันธ์

ภาพประกอบข่าว – พระภิกษุที่ถูกยิงระหว่างการประท้วงโดยผู้ประท้วงต่อต้านการรัฐประหารได้รับการรักษาพยาบาลที่ศูนย์การแพทย์ชั่วคราวในมั ณฑะเลย์เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2564 (ภาพโดย STR / AFP)

ผู้ถือหุ้นเทสลาฟ้อง ‘อีลอน มัสก์’ ทวีตละเมิดข้อตกลงก.ล.ต. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647804

วันที่ 13 มี.ค. 2564 เวลา 19:00 น.ผู้ถือหุ้นเทสลาฟ้อง 'อีลอน มัสก์' ทวีตละเมิดข้อตกลงก.ล.ต.อีลอน มัสก์ ถูกฟ้องทวีตปั่นละเมิดข้อตกลงสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่าอีลอน มัสก์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทเทสลาถูกฟ้องร้องโดยผู้ถือหุ้นรายหนึ่งโดยระบุว่าการใช้ทวิตเตอร์ของมัสก์ละเมิดข้อตกลงสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ของสหรัฐปี 2018

โดยศาลสูงเดลาแวร์เผยว่าสาเหตุของการยื่นฟ้องคือการที่มัสก์ “เอาแน่เอานอนไม่ได้” (erratic) จากการโพสต์ข้อความบนทวิตเตอร์และคณะกรรมการของบริษัทเทสลาล้มเหลวตรวจสอบให้มัสก์ปฏิบัติตามข้อตกลงข้างต้นจนส่งผลให้มีผู้ถือหุ้นขาดทุนหลายพันล้านเหรียญสหรัฐ

ในคำร้องยังอ้างถึงข้อความบนทวิตเตอร์ของมัสก์เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ปีที่แล้วซึ่งระบุว่า “ราคาหุ้นของเทสลาสูงเกินไป” ส่งผลให้มูลค่าการตลาดของเทสลาตกลงกว่า 13,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

Tesla stock price is too high imo— Elon Musk (@elonmusk) May 1, 2020

เชส การ์ริตี โจทก์ในคดีนี้กล่าวว่าการกระทำของมัสก์และการเพิกเฉยของคณะกรรมการทำให้เกิดความเสียหายทางการเงินอย่างมาก

อย่างไรก็ตามทางเทสลายังไม่แสดงความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าว

ทั้งนี้ ในปี 2018 ก.ล.ต. สหรัฐเคยยื่นฟ้องมัสก์ในข้อหาฉ้อโกงหลักทรัพย์โดยการทวีตให้ข้อมูลเท็จ ซึ่งตอนนั้นมัสก์ทวีตถึงเงินทุนที่มากเกินไปกว่าความเป็นจริงซึ่งเข้าข่ายปั่นหุ้นจนทำให้นักลงทุนเข้าใจผิด

Am considering taking Tesla private at $420. Funding secured.— Elon Musk (@elonmusk) August 7, 2018

โดยผู้พิพากษาแห่งเมืองซานฟรานซิสโกกล่าวว่าทวีตในปี 2018 ของมัสก์ถือเป็นการหลอกลวงผู้ถือหุ้นโดยเจตนา ซึ่งคดีดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการพิจารณา

Photo by Jim WATSON / AFP

ครูฮ่องกงดึง AI จับอารมณ์เด็กขณะเรียนออนไลน์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647799

วันที่ 13 มี.ค. 2564 เวลา 17:07 น.ครูฮ่องกงดึง AI จับอารมณ์เด็กขณะเรียนออนไลน์เมื่อการเรียนระยะไกลอาจทำให้ความเข้าใจระหว่างครูและนักเรียนเป็นไปได้ยากขึ้น การใช้ AI จึงเป็นทางออกที่ดี

ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด-19 หลายกิจกรรมต้องปรับสู่รูปแบบเสมือนจริงหรือออนไลน์เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสและแพร่ระบาดของไวรัส ซึ่งรวมถึงภาคการศึกษาที่ต้องปรับเข้าสู่รูปแบบการเรียนออนไลน์เช่นกัน

Ka Tim Chu รองอาจารย์ใหญ่จาก True Light College ในฮ่องกงเผยว่าก่อนที่จะเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 เขาสามารถเช็คการตอบสนองของนักเรียนได้ด้วยการจับสังเกตสีหน้าและท่าทางของนักเรียนในชั้นเรียน แต่เมื่อการเรียนการสอนต้องปรับสู่รูปแบบออนไลน์การใช้ AI เพื่อตรวจจับสีหน้าของนักเรียนให้ทราบถึงอารมณ์และความรู้สึกของเด็กๆ ก็เป็นทางออกที่ดี

แอปพลิเคชั่น “4 Little Trees” พัฒนาขึ้นโดย Viola Lam จาก Find Solution AI บริษัทสตาร์ทอัพในฮ่องกง ซึ่งกล่าวว่าการมี AI ช่วยตรวจจับอารมณ์ของนักเรียนในโรงเรียนหรือแม้กระทั่งสถานที่อื่นๆ ที่เสี่ยงต่อการเกิดความเครียดสามารถทำให้ห้องเรียนเสมือนจริงดีเทียบเท่าหรือมากกว่าห้องเรียนจริงๆ ได้

โดย AI จะวัดจุดของกล้ามเนื้อบนใบหน้าผ่านกล้องบนคอมพิวเตอร์หรือแท็บแล็ตของนักเรียน และสามารถระบุอารมณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ไม่ว่าจะเป็นความสุข เศร้า โกรธ ประหลาดใจ หรือความกลัว ซึ่งแม่นยำถึง 85% แต่จะไม่บันทึกใบหน้าของนักเรียนจึงไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว

นอกจากนี้ในระหว่างการทำแบบทดสอบหรือทำการบ้านระบบจะสามารถตรวจสอบได้ด้วยว่านักเรียนคนนั้นๆ ใช้เวลาในการตอบคำถามนานแค่ไหน พร้อมรายงานจุดแข็ง จุดอ่อน ระดับแรงจูงใจ และคาดการณ์ผลการเรียนของนักเรียนได้อีกด้วย

Viola Lam เป็นอดีตครูเธอจึงค่อนข้างเข้าใจความรู้สึกและความต้องการของนักเรียน โดยออกแบบซอฟแวร์นี้มาให้มีโปรแกรมที่สามารถปรับให้เข้ากับเป้าหมายของนักเรียนแต่ละคนรวมไปถึงนำเสนอแบบทดสอบในรูปแบบเกมเพื่อให้นักเรียนสนุกไปกับการเรียน

ยิ่งไปกว่านั้นในช่วงที่มีการเรียนการสอนแบบระยะไกลเทคโนโลยีนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งเพื่อช่วยให้คุณครูสามารถตรวจสอบอารมณ์ของนักเรียนได้แม้ว่าจะอยู่ไกลกันก็ตาม

ทั้งนี้ 4 Little Trees เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2017 ด้วยเงินทุน 5 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีโรงเรียนที่ใช้บริการเพิ่มขึ้นจาก 34 แห่งเป็น 83 แห่งในปีที่ผ่านมาท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด-19

ภาพโดย Find Solution AI

จำคุก 212 ปี พ่อแคลิฟอร์เนียฆ่าลูกออทิสติกฮุบเงินประกันเกือบ 8 ล้าน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647789

วันที่ 13 มี.ค. 2564 เวลา 14:30 น.จำคุก 212 ปี พ่อแคลิฟอร์เนียฆ่าลูกออทิสติกฮุบเงินประกันเกือบ 8 ล้านศาลสหรัฐตัดสินจำคุกชายชาวแคลิฟอร์เนีย 212 ปีข้อหาฆาตกรรมลูกชายทั้ง 2 คนและพยายามฆ่าอดีตภรรยา

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 มี.ค. ที่ผ่านมานายอาลี เอลเมซาเยน (Ali Elmezayen) วัย 45 ปี ถูกศาลพิพากษาตัดสินจำคุก 212 ปีในข้อหาฆาตกรรมลูกชายทั้ง 2 คนและพยายามฆ่าอดีตภรรยาเพื่อหวังรับเงินประกันชีวิต

โดยในปี 2012 นายอาลีเริ่มซื้อประกันอุบัติหตุและประกันชีวิตจากหลายบริษัทรวมวงเงินคุ้มครอง 3 ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 92 ล้านบาท

ต่อมาในปี 2015 นายอาลีขับรถไปกับอดีตภรรยาและลูกชาย 2 คนวัย 8 ปีและ 13 ปีไปยังบริเวณท่าเทียบเรือทางตอนใต้ของลอสแองเจลิสก่อนที่จะขับรถพุ่งลงน้ำ ด้านอดีตภรรยาได้รับความช่วยเหลือจากชาวประมงในพื้นที่แต่ลูกชายทั้ง 2 เสียชีวิต

ภายหลังการเสียชีวิตของลูกชายนายอาลีได้รับเงินประกันชีวิตไปกว่า 260,000 เหรียญสหรัฐหรือราว 7.98 ล้านบาท

จอห์น วอลเตอร์ ผู้พิพากษากล่าวว่าการกระทำของนายอาลีเป็นการก่ออาชญากรรมที่โหดเหี้ยม ความเสียใจเดียวที่จำเลยมีคือเสียใจที่เขาถูกจับได้

Photo by Sameer Al-DOUMY / AFP

ไบเดนออกโรงป้องชาวเอเชียไม่ควรถูกเหยียด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647771

วันที่ 13 มี.ค. 2564 เวลา 12:00 น.ไบเดนออกโรงป้องชาวเอเชียไม่ควรถูกเหยียดโจ ไบเดนประณามการใช้ความรุนแรงต่อชาวเอเชียไม่ใช่วิสัยของคนอเมริกัน

ในแถลงการณ์แผนนโยบายบรรเทาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เมื่อวันที่ 12 มี.ค. ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐยังได้มีการกล่าวถึงประเด็นการเหยีดเชื้อชาติชาวเอเชียในสหรัฐซึ่งยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

โดยไบเดนพูดถึงกระแสความเกลียดชังต่อชาวเอเชียน-อเมริกันที่ตกเป็นเหยื่อของการโจมตี ข่มขู่คุกคามต่างๆ นานาในสหรัฐ ระบุว่าเป็นสิ่งที่ผิด ไม่ใช่วิสัยของชาวอเมริกัน และมันจะต้องยุติลง พร้อมกล่าวว่าชาวเอเชียน-อเมริกันหลายคนกำลังเป็นแนวหน้าต่อสู้กับโควิด-19 เพื่อช่วยชีวิตทุกคนถึงกระนั้นพวกเขายังต้องอยู่อย่างหวาดกลัวไปทั้งชีวิตเพียงแค่เดินไปตามถนนในอเมริกา

จากข้อมูลของ Stop AAPI Hate พบว่ามีกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นมากกว่า 2,800 ครั้งนับตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นการโจมตีทางร่างกายหรือทางวาจาสิบเนื่องจากพฤติกรรมการเหยียดเชื้อชาติ

ตามรายงานของศูนย์ศึกษาความเกลียดชังและลัทธิหัวรุนแรงที่มหาวิทยาลัยในแคลิฟอร์เนียซึ่งตรวจสอบข้อมูลจากตำรวจใน 16 เมืองใหญ่พบว่าอาชญากรรมจากความเกลียดชังพุ่งเป้าไปที่ชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียเพิ่มขึ้น 150% ในปีที่ผ่านมา โดยมีรายงานอาชญากรรมเพิ่มขึ้นจาก 49 คดีเป็น 122 คดี

Biden on rise of hate crimes against Asians: “It’s wrong. It’s un-American. And it must stop.” pic.twitter.com/c9D2YGhyKq— Aaron Rupar (@atrupar) March 12, 2021

Photo by OLIVIER DOULIERY / AFP

อนามัยโลกแจงแล้วไม่จำเป็นต้องระงับแอสตราเซเนกา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647765

วันที่ 13 มี.ค. 2564 เวลา 10:00 น.อนามัยโลกแจงแล้วไม่จำเป็นต้องระงับแอสตราเซเนกาองค์การอนามัยโลกเผยหากยังไม่พบหลักฐานว่าวัคซีนของแอสตราเซเนกาส่งผลให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์รุนแรงก็ไม่มีความจำเป็นต้องระงับ

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าองค์การอนามัยโลก (WHO) เรียกร้องให้นานาประเทศดำเนินการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ของแอสตราเซเนกาตามเดิมหลังจากที่อย่างน้อย 10 ประเทศระงับวัคซีนดังกล่าวเนื่องจากข้อกังวลด้านความปลอดภัย

โดย Mariangela Simao ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านวัคซีนและเวชภัณฑ์ขององค์การอนามัยโลกแถลงว่าขณะนี้ผู้เชี่ยวชาญกำลังตรวจสอบรายงานภาวะการเกิดลิ่มเลือดหลังจากที่ได้รับวัคซีนของแอสตราเซเนกาซึ่งหากยังไม่พบความเชื่อมโยงที่ชัดเจนก็ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องระงับวัคซีนดังกล่าว

เช่นเดียวกับ Margaret Harris โฆษกจากองค์การอนามัยโลกระบุว่าสามารถใช้วัคซีนของแอสตราเซเนกาต่อไปได้ตามปกติ

ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับองค์การยาแห่งสหภาพยุโรป (EMA) ที่ระบุก่อนหน้านี้ว่าไม่พบข้อบ่งชี้ว่าวัคซีนต้านโควิด-19 ของแอสตราเซเนกาเชื่อมโยงกับการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันในผู้ที่ได้รับวัคซีน และยืนยันว่าวัคซีนดังกล่าวยังสามารถใช้งานต่อไปได้

โดยในบรรดาชาวยุโรปที่ได้รับการฉีดวัคซีนของแอสตราเซเนกาทั้งหมด 5 ล้านคน มีเพียง 30 คนเท่านั้นที่เกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน

ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลกพยายามสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ได้รับวัคซีนหลังเกิดข้อกังวลด้านความปลอดภัยเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาขณะที่หลายประเทศได้ระงับวัคซีนดังกล่าวหลังมีรายงานผู้เสียชีวิตและมีอาการไม่พึงประสงค์หลังได้รับวัคซีน โดยชี้ให้เห็นถึงภาวะการเกิดลิ่มเลือดที่อาจเชื่อมโยงกับวัคซีนของแอสตราเซเนกา

อย่างไรก็ตามวัคซีนที่ได้รับการอนุมัติแล้ว “ทุกยี่ห้อ” ได้รับการพิจารณาจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านและขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่ามีวัคซีนยี่ห้อใดส่งผลให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์รุนแรงถึงชีวิต

Photo by Martin BUREAU / AFP

ราชวงศ์อังกฤษกับกรณีเหยียดผิว ครั้งหนึ่งอาจมีราชินีเลือดผสมแอฟริกัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647548

วันที่ 12 มี.ค. 2564 เวลา 20:17 น.ราชวงศ์อังกฤษกับกรณีเหยียดผิว ครั้งหนึ่งอาจมีราชินีเลือดผสมแอฟริกันจากการสัมภาษณ์ที่เขย่าบัลลังก์ราชวงศ์อังกฤษของเจ้าชายแฮร์รี่กับเมแกนพระชายา

มีประเด็นหนึ่งที่ถูกพูดถึงเป็นพิเศษคือการที่เมแกนบอกว่ามีสมาชิกในราชวงศ์แสดงความกงัวลกับสีผิวของโอรสของทั้งสอง คือ อาร์ชี (เนื่องจากเมแกนเป็นลูกครึ่งผิวขาว/ผิวดำ)

ต่อมาโอปราห์ วินฟรีย์ ผู้ทำการสัมภาษณ์เผยว่าผู้ที่เอ่ยถึงเรื่องสีผิวของอาร์ชีไม่ใช่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และไม่ใช่เจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินบะระ แทนที่จะทำให้โลกโซเชียลสงบลงมันกลับทำให้กระแสคาดเดายิ่งรุนแรงหนักขึ้น เพราะแต่ละคนก็อยารู้ว่าใครที่ยกประเด็นอ่อนไหวนี้ขึ้นมา

มันยังไม่จบแค่นั้น เมื่อพ่อชาวอเมริกันของเมแกนคือ โทมัส มาร์เคิลกล่าวว่าเขาไม่คิดว่าราชวงศ์อังกฤษเหยียดผิวและคาดว่ามันเป็นเพียงคำถามโง่ๆ เท่านั้น เขาบอกกับ ITV ว่า “ผมเคารพพระราชวงศ์มากและผมไม่คิดว่าราชวงศ์อังกฤษเหยียดผิวเลย ผมไม่คิดว่าคนอังกฤษเหยียดเชื้อชาติ ผมคิดว่าลอสแองเจลิที่ๆ คนเหยียดเชื้อชาติ ที่แคลิฟอร์เนียเป็นที่ของพวกเหยียดเชื้อชาติ แต่ผมไม่คิดว่าคนอังกฤษเป็น (คนเหยียดเชื้อชาติ)”

แต่ต้องตระหนักด้วยว่าพ่อของเมแกนอาจจะไม่ได้เข้าข้างลูกของตัวเอง เพราะทั้งคู่มีเรื่องระหองระแหงกัน

หลายคนคงจะสงสัยแล้วว่าราชวงศ์อังกฤษไม่ได้เหยียดเชื้อชาติหรือไม่? คำตอบที่ชัดเจนที่สุดคงจะมาจากคนที่พูดเรื่องสีผิวของอาร์ชีเท่านั้น แต่ก่อนจะได้คำตอบเราสามารถกลับไปค้นเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์เพื่อตรวจสอบดูว่าราชวงศ์อังกฤษมีความอดทนกับความหลากหลายทางเชื้อชาติแค่ไหน?

เป็นที่ทราบกันดีว่า เมแกนมีเชื้อสายแอฟริกัน-อเมริกันจากแม่ และคอเคเซียนจากพ่อ ซึ่งเธอก็ภาคภูมิใจกับการเป็นคนเชื้อชาติผสม ด้วยความที่เธอมีเชื้อสายแอฟริกัน ทำให้มีกระแสกล่าวขวัญถึงกันว่าเธอจะเป็นว่าที่สมาชิกราชวงศ์อังกฤษคนแรกที่มีเชื้อสายคนผิวดำ

อย่างไรก็ตาม มีผู้ค้านว่าเมแกนอาจไม่ใช่เชื้อสายแอฟริกันคนแรกในราชวงศ์อังกฤษ เพราะนักประวัติศาสตร์หลายรายชี้ว่า สมเด็จพระราชินีชาร์ลอตต์ พระมเหสีในพระเจ้าจอร์จที่ 3 ซึ่งดำรงพระชนม์ชีพในช่วงปี 1744-1818 อาจทรงมีเชื้อสายชาวแอฟริกัน

ฮอเรซ วอลโพล นักเขียนและการเมืองอังกฤษร่วมสมัยของสมเด็จพระราชินีชาร์ลอตต์บอกว่าพระนางทรงมี “รูพระนาสิกกว้างเกินไป พระโอษฐ์ก็มีความผิดปกติเหมือนกัน”

นักเขียนชื่อดังในยุคนั้นคือ เซอร์ วอลเตอร์ สก็อต ถึงกับกล่าวอย่างเหยียดเชื้อชาติว่า ทรงมีพระฉวีสีเพี้ยน คือไม่ใช่ผิวขาว และครอบครัวของพระองค์เป็นคนผิวสีผิดเพี้ยน

แต่คำกล่าวอ้างนี้ถูกระบุต่อสาธารณชนครั้งแรกในหนังสือ Sex and Race: Volume I ของนักเขียนชาวจาเมกา – อเมริกันที่ชื่อ เจ เอ รอเจอร์ส ในปี 1940 ซึ่งเขาสรุปว่าสมเด็จพระราชินีชาร์ลอตต์ต้องมี “สายพันธุ์นิโกร” (Negro strain) โดยสังเกตว่า “รูพระนาสิกกว้างและริมพระโอษฐ์หนา “ดังที่ปรากฎในภาพพระฉายาลักษณ์ที่วาดขึ้นในปี 1761 โดยแอลลัน แรมซีย์

หนึ่งในผู้สนับสนุทฤษฎีนี้คือ มาริโอ เด บัลเดส อี โกกอม ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์การแพร่กระจายของชาวแอฟริกัน ซึ่งอ้างว่า สมเด็จพระราชินีชาร์ลอตต์ แม้ว่าจะประสูตรที่เยอรมนี แต่ทรงมีเชื้อสายของพระเจ้าอัลฟองโซที่ 3 แห่งโปรตุเกส กับพระสนมชาวมัวร์จากแอฟริกันชื่อ มาดรากานา ในสมัยศตวรรษที่ 13

บัลเดสระบุว่า พระเจ้าอัลฟองโซที่ 3 ทรงไปตีเมืองชื่อฟารีได้จากพวกมัวร์ (ชาวมุสลิมแอฟริกาเหนือ) และทรงได้บุตรีของเจ้าเมืองคือ มาดรากานามาเป็นพระสนมม และมีพระโอรสพระธิดาด้วยกัน 3 พระองค์ บัลเดสยังยืนยันว่า แม้ว่าช่วงเวลาระหว่างยุคของพระสนมมาดรากานากับสมเด็จพระราชินีชาร์ลอตต์จะห่างไกลกันมากโดยห่างกันถึง 15 รุ่น

แต่เมื่อพิจารณาจากการสืบสกุลหรือพงศาวลีแล้วกลับมีความใกล้ชิดกันอย่างน่าตกใจ เพราะในเวลาต่อมา พระโอรสของพระสนมมาดรากานา ชื่อว่า มาร์ติน อัลฟองโซ สมรสกับหญิงในตระกูลซูซา ซึ่งก็มีเชื้อสายแอฟริกันเช่นกัน ทั้งสองตระกูลนี้เป็นบรรพบุรุษของสมเด็จพระราชินีชาร์ลอตต์

ว่ากันว่า ในตอนแรกที่พระเจ้าจอร์จที่ 3 แห่งอังกฤษทรงได้ประสบพบพักตร์กับว่าที่พระมเหสี ถึงกับทรงตกตะลึงไปชั่วขณะ แต่ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าทรงตะลึงในพระรูปโฉมหรือตกตะลึงกับลักษณะของพระนางที่แสดงความเป็นชาวแอฟริกันอย่างเห็นได้ชัด

อย่างไรก็ตาม ทฤษฎีเรื่องสมเด็จพระราชินีชาร์ลอตต์ทรงมีเชื้อสายคนผิวดำถูกคัดค้านอย่างหนักเหมือนกัน โดยเฉพาะในหมู่นักวิชาการเกือบทั้งหมดไม่ยอมรับทฤษฎีนี้เอาเลย แต่เรื่องแบบนี้ถูกใจคนทั่วไปเป็นอย่างมากและถูกพูดถึงอย่างมากอีกครั้งเมื่อเมแกนทำพิธีหมั่นและเสกสมรสกับเจ้าชายแฮร์รี่

เช่นเดียวกับเมแกนที่มีความสัมพันธ์ไม่ดีนักกับสมาชิกราชวงศ์ สมเด็จพระราชินีชาร์ลอตต์ก็ทรงมีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีนักกับเจ้าหญิงเอากุสทา ซึ่งเป็นพระราชมารดาของพระสวามีซึ่งควบคุมพระองค์ด้วยกฎระเบียบอันเข้มงวดของราชสำนักและส่งคนใกล้ชิดไปรับใช้พระนางจนดูเหมือนจะคอยจับผิดอยู่ตลอดเวลา

เมแกนบอกในระหว่างการสัมภาษณ์กับโอปราห์ว่าต้องเผชิญกับแรงกดดันของการเป็นสมาชิกราชวงศ์จนเคยคิดฆ่าตัวตายมาแล้ว

ศิลปะคริปโตสร้างสถิติใหม่ถูกประมูลไปในราคากว่า 2 พันล้าน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647727

วันที่ 12 มี.ค. 2564 เวลา 18:30 น.ศิลปะคริปโตสร้างสถิติใหม่ถูกประมูลไปในราคากว่า 2 พันล้านภาพ JPG ภาพนี้ทำเงินกว่า 2 พันล้านบาท สูงสุดในประวัติศาสตร์ศิลปะคริปโต

Mike Winkelmann ศิลปินดิจิทัลหรือที่รู้จักกันทางออนไลน์ในนาม Beeple ได้ทุบสถิติงานศิลปะคริปโต (Crypto art) ด้วยผลงานล่าสุดที่ชื่อว่า “Everydays: The First 5000 Days” ซึ่งทำยอดขาย 69.3 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 2 พันล้านบาท นับเป็น NFT (Non-Fungible Token) ที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์

ในงานประมูลผลงานศิลปะจาก Christie’s auction house ซึ่งดำเนินไปกว่า 1 สัปดาห์และสิ้นสุดเมื่อวันที่ 11 มี.ค. ที่ผ่านมา เกิดการประมูลที่ดุเดือดจนถึงช่วงนาทีสุดท้ายด้วยผู้เสนอราคาถึง 33 ราย โดยราคาของศิลปะชิ้นนี้เพิ่มขึ้นจาก 15 ล้านเหรียญสหรัฐเป็น 69.3 ล้านเหรียญสหรัฐภายในเวลาไม่ถึง 30 นาที

Everydays: The First 5000 Days เป็นการรวบรวมภาพทั้งหมดที่ Beeple โพสต์ทางออนไลน์ทุกวันเป็นเวลา 5 พันวันตั้งแต่ปี 2007 ไม่ว่าจะเป็นภาพของโดนัลด์ ทรัมป์, ไมเคิล แจ็กสัน หรือบัซ ไลท์เยียร์

นับเป็นการส่งสัญญาณถึงความสำเร็จครั้งใหม่สำหรับตลาด NFT ที่กำลังขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ โดยในการประมูลงานศิลปะดิจิทัลเมื่อเดือนที่ผ่านมา มีม Nyan Cat ซึ่งหลายคนคุ้นหน้าคุ้นตากันดีมาตั้งแต่ปี 2011 ทำเงินไปได้ประมาณ 590,000 เหรียญสหรัฐ

ทั้งนี้ ศิลปะคริปโต (Crypto art) คืองานศิลปะดิจิทัลที่เผยแพร่บนบล็อกเชนในรูปแบบ NFT หรือโทเค็นที่มีลักษณะเฉพาะตัวไม่สามารถทำซ้ำได้ ซึ่งตลาดศิลปะคริปโตในปัจจุบันมีมูค่ามากกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐ และในเดือนที่ผ่านมา NFT ชั้นนำขายสินทรัพย์ดิจิทัลได้เกือบ 500 ล้านเหรียญสหรัฐตามข้อมูลของ CryptoSlam

Photo by Handout / CHRISTIE’S AUCTION HOUSE / AFP