UN ชี้กองทัพเมียนมาเข้าข่ายก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647704

วันที่ 12 มี.ค. 2564 เวลา 16:30 น.UN ชี้กองทัพเมียนมาเข้าข่ายก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนจากองค์การสหประชาชาติเผยกองทัพเมียนมามีแนวโน้มก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ

เมื่อวันที่ 12 มี.ค. เอเอฟพีรายงานว่าโทมัส แอนดรูส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนจากองค์การสหประชาชาติกล่าวต่อคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติในเจนีวา โดยระบุว่ากองทัพเมียนมามีแนวโน้มก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติหลังจากที่มีการใช้ความรุนแรงปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐประหารจนล่าสุดมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 70 ราย และผู้ถูกจับกุมอีกกว่า 2,000 รายนับตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.

แอนดรูส์ระบุว่าเมียนมากำลังถูกควบคุมโดยระบอบการปกครองที่ขัดต่อกฎหมายและมีแนวโน้มว่าจะก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติอันเนื่องมาจากการสังหารประชาชน ทำให้สูญหาย การข่มเหงและทรมาน ซึ่งดำเนินการภายใต้ผู้นำทางทหารระดับสูงรวมถึงมิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐประหาร ขณะที่นานาประเทศกำลังกดดันให้ยุติการใช้ความรุนแรงต่อกลุ่มผู้ชุมนุม

อย่างไรก็ตามการปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุมในเมียนมายังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายงานว่ากองกำลังรักษาความปลอดภัยเข้าบุกค้นพี่ทักของประชาชน มีการใช้อาวุธรวมถึงระเบิดมือ และกระสุนจริง ซึ่งมีผู้ชุมนุมจำนวนมากถูกสังหารโดยการยิงที่ศีรษะ

ยิ่งไปกว่านั้น ชาวบ้านในพื้นที่เปิดเผยว่าพวกเขาไม่สามารถรับศพได้เนื่องจากทีมกูภัยก็ตกเป็นเป้าหมายของเจ้าหน้าที่เมียนมาด้วยเช่นกัน

ตามรายงานของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล หรือองค์การนิรโทษกรรมสากลระบุว่ากองทัพเมียนมาใช้อาวุธต่อกลุ่มผู้ชุมนุมมือเปล่าและทำการสังหารโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

Photo by STR / AFP

Twitter เตรียมปล่อยฟีเจอร์ใหม่ท้าชน Clubhouse #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647694

วันที่ 12 มี.ค. 2564 เวลา 14:30 น.Twitter เตรียมปล่อยฟีเจอร์ใหม่ท้าชน Clubhouseคลับเฮาส์สั่นสะเทือนเมื่อทวิตเตอร์เล็งเปิดให้บริการห้องสนทนาด้วยเสียงภายในเดือนเมษายนนี้

ทวิตเตอร์เผยฟีเจอร์ใหม่ “Spaces” (สเปซ) เตรียมให้บริการภายในเดือนเมษายนนี้ หลังจากที่ทดลองให้บริการกับผู้ใช้ 1,000 คนในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

สเปซ คือฟีเจอร์ใหม่จากทวิตเตอร์ซึ่งให้บริการห้องสนทนาด้วยเสียงในรูปแบบเรียลไทม์ ซึ่งผู้ใช้สามารถสร้างห้องสนทนาของตัวเองได้เช่นเดียวกับคลับเฮาส์ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในช่วงเดือนที่ผ่านมาหลังจากที่คนดังในหลายแวดวงรวมถึงอีลอน มัสก์ ร่วมสนทนาในคลับเฮาส์ด้วย

ทั้งนี้ ผู้ใช้สเปซสามารถเลือกได้ว่าจะสร้างห้องสนทนาในรูปแบบสาธารณะหรือจำกัดเฉพาะผู้ที่เราเชิญหรือกำลังติดตามอยู่เท่านั้น โดยผู้พูด (Speaker) จำกัดอยู่ที่ 10 คนเท่านั้นซึ่งต้องได้รับการอนุมัติจากเจ้าของห้องเช่นเดียวกับคลับเฮาส์

อย่างไรก็ตามหนึ่งจุดแข็งของสเปซคือทวิตเตอร์ยืนยันว่าฟีเจอร์ดังกล่าวรองรับการใช้งานทั้งในระบบปฏิบัติการไอโอเอสและแอนดรอยด์

Photo by Lionel BONAVENTURE / AFP

นายกฯ ออสเตรเลียไม่หวั่น ไฟเขียวแอสตราเซนากาตามเดิม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647687

วันที่ 12 มี.ค. 2564 เวลา 12:30 น.นายกฯ ออสเตรเลียไม่หวั่น ไฟเขียวแอสตราเซนากาตามเดิมเช่นเดียวกับอีกหลายประเทศ อาทิ ฝรั่งเศส เม็กซิโก ฟิลิปปินส์ และเยอรมนีซึ่งยืนยันจะฉีดวัคซีนของแอสตราเซเนกาให้กับประชาชนต่อไป

เมื่อวันที่ 12 มี.ค. สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่าสก็อตต์ มอร์ริสัน นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียยืนยันการจัดฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ของแอสตราเซเนกาในประเทศจะเป็นไปตามกำหนดเดิม เนื่องจากยังไม่พบหลักฐานที่ชัดเจนว่าวัคซีนดังกล่าวเชื่อมโยงกับการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันแม้ว่าหลายประเทศในยุโรปจะระงับชั่วคราว

โดยรัฐบาลออสเตรเลียระบุว่าหน่วยงานกำกับดูแลกำลังตรวจสอบกรณีดังกล่าว โดยเบื้องต้นยังไม่มีการระงับวัคซีนแอสตราเซเนกาแต่อย่างใดและจะดำเนินการฉีดให้ประชาชนในประเทศต่อไปตามกำหนดเดิม

ทั้งนี้ ออสเตรเลียได้รับวัคซีนของแอสตราเซเนกาประมาณ 54 ล้านโดส โดยตั้งเป้าฉีดวัคซีนเข็มแรกให้กับผู้ใหญ่ทุกคนในประเทศภายในสิ้นเดือนตุลาคมนี้

ขณะนี้ออสเตรเลียได้ฉีดวัคซีนให้กับประชาชนไปแล้วราว 150,000 คน โดยนายกรัฐมนตรีได้รับการฉีดวัคซีนของแอสตราเซเนกาเมื่อวันที่ 21 ก.พ. ที่ผ่านมา

Photo by SAEED KHAN / AFP

อียูยัน ‘แอสตรา’ ไม่เกี่ยวลิ่มเลือดอุดตันหลังหลายประเทศแห่ระงับ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647677

วันที่ 12 มี.ค. 2564 เวลา 10:47 น.อียูยัน 'แอสตรา' ไม่เกี่ยวลิ่มเลือดอุดตันหลังหลายประเทศแห่ระงับองค์การยาแห่งสหภาพยุโรปไม่พบข้อบ่งชี้วัคซีนต้านโควิด-19 ของแอสตราเซเนกาส่งผลให้เกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน

องค์การยาแห่งสหภาพยุโรป (EMA) ยืนยันว่าไม่พบข้อบ่งชี้ว่าวัคซีนต้านโควิด-19 ของแอสตราเซเนกา (AstraZeneca) เชื่อมโยงกับการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันในผู้ที่ได้รับวัคซีน

หลังจากที่หลายประเทศแห่ระงับการใช้วัคซีนดังกล่าวเนื่องจากพบว่าประชาชนจำนวนหนึ่งเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันหลังได้รับวัคซีนของแอสตราเซเนกา และยังมีรายงานว่าชาวอิตาลีวัย 50 ปีเสียชีวิตจากภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำหลังได้รับวัคซีน

โดย EMA ระบุว่ายังไม่พบข้อบ่งชี้ว่าภาวะลิ่มเลือดอุดตันเป็นผลข้างเคียงมาจากการฉีดวัคซีน อย่างไรก็ตามประโยชน์ของวัคซีนยังคงมีมากกว่าความเสี่ยงและยืนยันว่าวัคซีนดังกล่าวยังสามารถใช้งานต่อไปได้ ขณะที่กำลังเร่งตรวจสอบกรณีของอาการลิ่มเลือดอุดตันที่เกิดขึ้น

ด้านแอสตราเซเนกากล่าวว่าวัคซีนดังกล่าวได้รับการศึกษาทดลองโดยมั่นใจว่ามีมาตรฐานด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยซึ่งได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ ในบรรดาชาวยุโรปที่ได้รับการฉีดวัคซีนของแอสตราเซเนกาทั้งหมด 5 ล้านคน มีเพียง 30 คนเท่านั้นที่เกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน

Photo by JOEL SAGET / AFP

ส่องสายมูฮ่องกง ธุรกิจรับสาปแช่งทางออกยุคโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647564

วันที่ 11 มี.ค. 2564 เวลา 20:00 น.ส่องสายมูฮ่องกง ธุรกิจรับสาปแช่งทางออกยุคโควิดท่ามกลางวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้หลายภาคส่วนได้รับผลกระทบไปตามๆ กัน การหันมาพึ่งไสยศาสตร์อาจเป็นหนึ่งในทางออกของพวกเขา

การตีล้างแค้น หรือ ต่าเหสี่ยวเหริน ในภาษาจีนเป็นพิธีกรรมยอดฮิตในฮ่องกงถูกจัดให้เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม หรือมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้จากยูเนสโก สืบทอดกันมาจากประเพณีโบราณในสังคมเกษตรกรรมในกวางตุ้ง

พิธีกรรมดังกล่าวมักทำโดยหญิงชรา โดยการร่ายคาถาอาคมเพื่อสาปแช่งศัตรู ปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย และโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ

Wpcpey/Wikipedia

โดยศัตรูในที่นี้หมายถึงศัตรูทั้งที่เป็นบุคคลไม่ว่าจะเป็นคู่แข่ง เจ้านาย เพื่อนร่วมงาน แฟนเก่า หรือแม้กระทั่งนักการเมือง ตลอดจนศัตรูที่มาในรูปแบบนามธรรมอย่างเช่นโชคร้ายหรือภาวะตกงานในช่วงโควิด-19

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงนี้ ท่ามกลางวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้หลายภาคส่วนได้รับผลกระทบไปตามๆ กัน การหันมาพึ่งไสยศาสตร์อาจเป็นหนึ่งในทางออกของพวกเขา

SoHome Jacaranda Lilau/Wikipedia

ในย่านคอสเวย์ เบย์ นอกจากจะเป็นย่านศูนย์กลางการค้าปลีกอันแสนคึกคักของฮ่องกงแล้วยังเป็นแหล่งทำเลทองของบรรดาแม่หมออีกด้วย

หนึ่งในนั้นคือป้าเหลียง วัย 58 ปี เธอนั่งอยู่หน้าศาลเจ้าที่เต็มไปด้วยรูปปั้นเทพเจ้าและเทพธิดาพร้อมเครื่องสักการะบูชาทั้งธูปและผลไม้นานาชนิด มือหนึ่งถือตุ๊กตากระดาษวางไว้บนแท่นอิฐ อีกมือหนึ่งถือรองเท้าเล็งไปที่ตุ๊กตาตัวนั้นและทุบตีอย่างไม่ยั้งมือพร้อมร่ายคาถาสาปแช่งเป็นภาษาจีนกวางตุ้ง

เธอเขียนบางอย่างลงบนกระดาษด้วยก้านธูป ร่ายคาถาพึมพำก่อนที่จะส่งให้ลูกค้าโดยกล่าวว่า “เก็บไว้ แล้วจะแคล้วคลาดปลอดภัยจากโควิด-19”

Chong Fat/Wikipedia

นอกจากนี้ยังมีป้าหยง วัย 58 ปี หนึ่งในแม่หมอในย่านคอสเวย์ เบย์ เธอกล่าวว่าในช่วงสถานการณ์ปกติเธอมีลูกค้าหลายหมื่นคน พวกเขามักขอให้เธอช่วยปัดเป่าปัญหาตกงานและปัญหาสุขภาพ

อีกคนหนึ่งคือป้าหรง เธอเล่าว่าเธอเริ่มทำอาชีพนี้มาตั้งแต่อายุ 13 แม้ว่าย่านนี้จะเต็มไปด้วยผู้คนที่เดินพลุกพล่านผ่านไปผ่านมาเพราะเป็นย่านช้อปปิ้งที่คึกคักที่สุดในฮ่องกง แต่เธอก็ยังมีลูกค้าแวะเวียนมาอยู่เสมอและยังมีลูกค้าที่อยู่ในต่างประเทศอีกด้วย

Sl/Wikipedia

ป้าหรงเผยว่าตอนนี้เธอกำลังฝึกแม่หมอรุ่นใหม่อยู่ 2 คน และพวกเขาเพิ่งอายุเพียง 20 ปีเท่านั้น ยิ่งธุรกิจรับสาปแช่งได้รับความนิยมเท่าใดก็ยิ่งสะท้อนว่าผู้คนมีความโกรธแค้นอยู่ในใจมากเท่านั้น เพราะมันเป็นทางออกที่ทำให้พวกเขาได้ระบายความคับแค้นและสบายใจขึ้นไม่มากก็น้อย

ภาพโดย Chong Fat/Wikipedia

กองทัพเมียนมากล่าวหาซูจีรับสินบนกว่า 18 ล้าน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647637

วันที่ 11 มี.ค. 2564 เวลา 18:30 น.กองทัพเมียนมากล่าวหาซูจีรับสินบนกว่า 18 ล้านรัฐบาลทหารเมียนมากล่าวหาซูจีรับสินบนกว่า 18 ล้านบาทพร้อมทองคำอีกกว่า 11 กก.

พลจัตวาซอ มิน จุน โฆษกกองทัพเมียนมาแถลงว่าในระหว่างที่ดำรงตำแหน่งนางออง ซาน ซูจีรับเงินผิดกฎหมายอย่างน้อย 6 แสนเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 18.3 ล้านบาท และทองคำอีก 11.2 กิโลกรัมระหว่างเดือนธันวาคม 2017 ถึงเดือนมีนาคม 2018 จากพิว มิ้น เต็ง หัวหน้าคณะรัฐมนตรีภูมิภาคย่างกุ้งซึ่งคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตกำลังตรวจสอบ

ด้านอดีตประธานาธิบดีวิน มยินต์ รวมถึงรัฐมนตรีคนอื่นๆ ถูกกล่าวหาในประเด็นการทุจริตเช่นกันซึ่งนับเป็นข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงที่สุดนับตั้งแต่ถูกจับกุม ขณะที่องค์กรอิสระระหว่างประเทศออกมาโต้แย้งข้อกล่าวหาดังกล่าวโดยระบุว่าไม่พบความผิดปกติหรือหลักฐานการทุจริตใดๆ

ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมยังคงเดินหน้าประท้วงต่อต้านรัฐประหารท่ามกลางการปราบปรามของเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร

โดยในวันนี้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 7 ราย รวมผู้เสียชีวิตทั้งสิ้นอย่างน้อย 60 รายนับตั้งแต่เกิดการรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

ขณะที่สหประชาชาติและนานาประเทศออกมาประณามพร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ยุติการใช้ความรุนแรงต่อกลุ่มผุ้ชุมนุมประท้วงตลอดจนปล่อยตัวผู้ที่ถูกจับกุม อย่างไรก็ตามกองทัพเมียนมายืนยันว่าเป็นเหตุการณ์ภายในไม่ควรเกี่ยวข้องกับประชาคมระหว่างประเทศ

Photo by Lillian SUWANRUMPHA / AFP

ยาเม็ด ‘โมลนูพิราเวียร์’ ความหวังใหม่สู้โควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647623

วันที่ 11 มี.ค. 2564 เวลา 17:00 น.ยาเม็ด 'โมลนูพิราเวียร์' ความหวังใหม่สู้โควิด-19บริษัทผู้ผลิตยายักษ์ใหญ่กำลังเร่งพัฒนายาเม็ดต้านโควิด-19 จากผลการทดลองระยะที่ 2 พบว่าได้ผลดีทีเดียว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า “เมอร์ค” (Merck) บริษัทผลิตยายักษ์ใหญ่จากเยอรมนีซึ่งร่วมมือกับบริษัทริดจ์แบค ไบโอเทราพิวติกส์ (Ridgeback Biotherapeutics) พัฒนายาเม็ดสำหรับต้านไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (SARS-CoV-2) ในชื่อโมลนูพิราเวียร์ (molnupiravir)

โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้แถลงเบื้องต้นว่ายาดังกล่าวประสบความสำเร็จในการทดลองระยะที่ 2 จากกลุ่มตัวอย่างซึ่งเป็นผู้ป่วยโควิด-19 จำนวน 202 รายที่มีอาการไม่รุนแรงและยังไม่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

จากการทดลองมีทั้งผู้ป่วยที่ได้รับยาหลอกและยาจริง ซึ่งพบว่าผู้ป่วยที่ได้รับยาจริงครบโดสอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 5 วันมีปริมาณเชื้อไวรัสลดลงอย่างมีนัยสำคัญโดยไม่มีผลข้างเคียงหรืออาการไม่พึงประสงค์ใดๆ และยังไม่พบปัญหาเกี่ยวกับความปลอดภัยในการใช้ยา

เวนดี เพนเทอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านการแพทย์ของริดจ์แบคข้อมูลเบื้องต้นดังกล่าวเป็นเรื่องน่ายินดีเนื่องจากยังไม่มีการค้นพบยารักษาโรคโควิด-19 มาก่อน

โดยทางบริษัทจะดำเนินการทดลองและประเมินผลต่อไปทั้งในผู้ป่วยนอกและในสถานพยาบาลเพื่อวางแผนพัฒนายาต้านโควิด-19 ที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ โดยคาดว่าผลการทดลองครั้งต่อไปจะเปิดเผยภายในไตรมาสนี้ ขณะที่ทางองค์การอาหารและยายังต้องการข้อมูลเพิ่มเติม

ทั้งนี้ โมลนูพิราเวียร์ หรือ EIDD-2801 เป็นการรักษาในรูปแบบอะนาล็อกนิวคลีโอไซด์ซึ่งออกฤทธิ์ในวงกว้างต่ออาร์เอ็นเอไวรัส (ไวรัสที่มีอาร์เอ็นเอเป็นสารพันธุกรรม) รวมถึงไวรัสไข้หวัดใหญ่ ซาร์ส และเมอร์ส

Photo by GEORGE FREY / AFP

นักลงทุนชื่อดังเกรงบิตคอยน์ดิ่งซวยถึงตลาดหุ้น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647607

วันที่ 11 มี.ค. 2564 เวลา 15:00 น.นักลงทุนชื่อดังเกรงบิตคอยน์ดิ่งซวยถึงตลาดหุ้นมาร์ก โมบิอุส นักลงทุนชื่อดังเกรงบิตคอยน์ดิ่งส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้น

มาร์ก โมบิอุส นักลงทุนรุ่นเก๋าผู้ร่วมก่อตั้ง Mobius Capital Partners กำลังกังวลว่าราคาของบิตคอยน์จะลดลงและส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้น

โมบิอุสเผยต่อ Bloomberg TV ว่า “สิ่งหนึ่งที่ผมคือการลดลงของราคาบิตคอยน์ เนื่องจากบิตคอยน์และตลาดเทคโนโลยีมีความสัมพันธ์กันอย่างยิ่ง หากราคาบิตคอยน์ลดลง หุ้นตลาดเทคโนโลยีจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง”

“ผมคาดหวังให้ราคาบิตคอยน์ยังคงขึ้น และคงอยู่ต่อไป เพื่อที่หุ้นเทคโนโลยีจะได้ฟื้นขึ้นมาได้”

ข้อมูลล่าสุดในวันที่ 11 มี.ค. ราคาบิตคอยน์อยู่ที่ 55,699 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1.7 ล้านบาท) ซึ่งลดลงจากซึ่งลดลงจากจุดสูงสุดเมื่อเดือนที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 58,332 เหรียญสหรัฐ

โดยความปั่นป่วนของบิตคอยน์ส่งผลกระทบต่อบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างเทสลา (Tesla) ซึ่งได้ทำการซื้อบิตคอยน์มูลค่า 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐเมื่อต้นเดือนก.พ. ที่ผ่านมา

ราคาบิตคอยน์ก่อนหน้านี้เคยเหวี่ยงจากประมาณ 58,000 เหรียญสหรัฐเป็น 47,400 เหรียญสหรัฐ และกลับขึ้นไปเป็น 49,000 เหรียญสหรัฐในเดือนที่ผ่านมาเพียงเดือนเดียว ซึ่งส่งผลกระทบต่อหุ้นของเทสลาลดลงถึง 8.6% ในวันที่ 22 ก.พ.

ยิ่งไปกว่านั้นโมบิอุสเสริมว่าบิตคอยน์ยังมีความสัมพันธ์กับราคาทองคำ โดยการลดลงของราคาทองคำเมื่อเร็วๆ นี้อาจเป็นผลมาจากความผันผวนของราคาบิตคอยน์

ทั้งนี้ ราคาทองคำลดลงเหลือ 1,713 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ในวันที่ 10 มี.ค. จาก 1,893 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ในช่วงต้นปี 2021

นอกจากนี้ในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาโมบิอุสให้สัมภาษณ์ต่อ Financial News โดยแสดงความกังวลว่าอาจเกิดภาวะฟองสบู่จากนักลงทุนที่แห่เข้ามาลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดคริปโตและในบางบริษัทที่ได้รับความนิยมด้วยเหตุผลบางประการแม้ว่าจะมีผลประกอบการขาดทุนอย่างต่อเนื่องก็ตาม

Photo by JACK GUEZ / AFP

ประมวลภาพสึนามิ 10 ปีผ่านไปมีอะไรเปลี่ยนแปลง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647587

วันที่ 11 มี.ค. 2564 เวลา 13:00 น.ประมวลภาพสึนามิ 10 ปีผ่านไปมีอะไรเปลี่ยนแปลงตลอด 10 ปีที่ผ่านมาบ้านเมืองได้รับการฟื้นฟูบูรณะจนแทบไม่เหลือร่องรอยความเสียหาย แต่ร่องรอยความเจ็บปวดในใจยังคงต้องใช้เวลา

วันที่ 11 มี.ค. เมื่อ 10 ปีที่แล้วเกิดโศกนาฎกรรมครั้งใหญ่ในญี่ปุ่น เหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 9 แมกนิจูดทางตอนเหนือของประเทศ ก่อให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิซัดถล่มแนวชายฝั่งจนราบเป็นหน้ากลอง คร่าชีวิตผู้คนไปเกือบ 20,000 คน สูญหายอีกเกือบ 3,000 คน

แม้เวลาจะผ่านมาถึง 10 แล้ว บ้านเมืองได้รับการฟื้นฟูบูรณะจนแทบไม่เหลือร่องรอยของความเสียหาย แต่ร่องรอยความเจ็บปวดในใจของผู้สูญเสียยังคงต้องใช้เวลาเยียวยา

ผู้คนในเมืองอิชิโนมากิ จังหวัดมิยางิ อพยพโดยเรือหลังเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งใหญ่ (ภาพบน) และพื้นที่เดียวกันในเวลาเกือบ 10 ปีต่อมา (ภาพล่าง) ภาพโดย Kazuhiro NOGI and STR / various sources / AFP
เมืองอิชิโนมากิ จังหวัดมิยางิถูกถล่มด้วยคลื่นยักษ์ ทั้งเรือและรถยนต์ถูกซัดกระจัดกระจาย อาคารพังเสียหาย เสาไฟฟ้าโค่นถล่ม (ภาพบน) และพื้นที่เดียวกันในเวลาเกือบ 10 ปีต่อมา (ภาพล่าง) ภาพโดย Philippe LOPEZ and Kazuhiro NOGI / AFP
ผู้คนในเมืองโอฟุนาโตะ จังหวัดอิวาเตะ เดินอยู่ในเมืองที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง (ภาพบน) และพื้นที่เดียวกันในอีก 10 ปีถัดมา (ภาพล่าง) ภาพโดย TOSHIFUMI KITAMURA and Kazuhiro NOGI / AFP
ผู้รอดชีวิตจากเหตุสึนามิเดินอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังในเมืองเคเซนนุมะ จังหวัดมิยางิ (ภาพบน) และพื้นที่เดียวกันเกือบ 10 ปีต่อมา (ภาพล่าง) ภาพโดย Philippe LOPEZ and Kazuhiro NOGI / AFP
ภาพเรือถูกซัดขึ้นมาบนสะพานแห่งหนึ่งในเมืองอิชิโนมากิ จังหวัดมิยางิ (ภาพบน) และพื้นที่เดียวกันในอีก 10 ปีถัดมา (ภาพล่าง) ภาพโดย Philippe LOPEZ and Kazuhiro NOGI / AFP
รางรถไฟในเมืองทางาโจ จังหวัดมิยางิ เต็มไปด้วยรถยนต์ที่ถูกซัดด้วยคลื่นยักษ์สึนามิ (ภาพบน) และพื้นที่เดียวกันในอีก 10 ปีถัดมา (ภาพล่าง) ภาพโดย TORU YAMANAKA and Kazuhiro NOGI / AFP
เรือประมงที่ถูกซัดด้วยคลื่นสึนามิจนขึ้นมาเกยบนถนนในเมืองเคเซนนุมะ จังหวัดมิยางิ (ภาพบน) และพื้นที่เดียวกันเกือบ 10 ปีต่อมา (ภาพล่าง) ภาพโดย KIM JAE-HWAN and Kazuhiro NOGI / AFP
เรือท่องเที่ยวคาตามารันที่ถูกซัดขึ้นไปอยู่บนบ้านพักนักท่องเที่ยว 2 ชั้นในเมืองโอสึจิ จังหวัดอิวาเตะ (ภาพบน) และพื้นที่เดียวกันเกือบ 10 ปีต่อมา (ภาพล่าง) ภาพโดย Yasuyoshi CHIBA and Kazuhiro NOGI / AFP
ภาพถ่ายโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะไดอิจิ (ภาพบน) ก่อนที่จะเกิดภัยพิบัตินิวเคีลยร์จากคลื่นสึนามิ (ภาพกลาง) และอีกเกือบ 10 ปีถัดมาในมุมเดียวกัน (ภาพล่าง) ภาพโดย AFP PHOTO / Satellite image ?2021 Maxar Technologies
เมืองนาโตริ จังหวัดมิยางิก่อนเกิดสึนามิ (ภาพบน) หนึ่งวันหลังเกิดแผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์สึนามิซัดถล่ม (ภาพกลาง) บริเวณเดียวกันในอีกเกือบ 10 ปีถัดมา (ภาพล่าง) ภาพโดย AFP PHOTO / Satellite image ?2021 Maxar Technologies

Photo by Philippe LOPEZ and Kazuhiro NOGI / AFP

ลูกก็โดนด้วย! สหรัฐขึ้นบัญชีดำลูกผู้นำรัฐประหารเมียนมา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647582

วันที่ 11 มี.ค. 2564 เวลา 11:00 น.ลูกก็โดนด้วย! สหรัฐขึ้นบัญชีดำลูกผู้นำรัฐประหารเมียนมาสหรัฐประกาศคว่ำบาตรลูกผู้บัญชาการทหารสูงสุดเมียนมา พร้อมธุรกิจภายใต้การบริหารอีก 6 แห่ง

หลังจากที่พลเอก อาวุโส มินอ่องหล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเมียนมา ถูกคว่ำบาตรจากสหรัฐไปก่อนหน้านี้ ล่าสุดกระทรวงการคลังของสหรัฐประกาศคว่ำบาตรลูกของเขาอีก 2 คนคือนายอ่อง แพ โซน (Aung Pyae Sone) และน.ส. ขิ่น ธีรี เต็ด มอญ (Khin Thiri Thet Mon) โดยให้เหตุผลว่าทั้งสองได้รับประโยชน์โดยตรงจากตำแหน่งและอิทธิพลที่มุ่งร้ายของบิดา

โดยกระทรวงการคลังระบุว่าห้ามมิให้ทั้งสองดำเนินธุรกิจร่วมกับพลเมืองอเมริกัน ซึ่งรวมถึงธุรกิจทั้ง 6 แห่งในมือของพวกเขา เพื่อตอบโต้การรัฐประการในเมียนมาตลอดจนการใช้ความรุนแรงต่อประชาชน และสนับสนุนผู้นำที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย

ด้านแอนโทนี บลินเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐได้แถลงการณ์ประณามการรัฐประหารและการใช้ความรุนแรงต่อประชาชนของกองกำลังความมั่นคงเมียนมา ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 50 ราย และผู้ถูกจับกุมอีกกว่า 1,700 ราย

Photo by Ye Aung THU / POOL / AFP