‘เดาลัตเดีย’ หนึ่งในซ่องที่ใหญ่ที่สุดในโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647366

วันที่ 08 มี.ค. 2564 เวลา 20:07 น.'เดาลัตเดีย' หนึ่งในซ่องที่ใหญ่ที่สุดในโลกมันคือ “ซิน ซิตี้” ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และเมื่อเจอเขากับโควิดชีวิตของคนในนี้ยิ่งยากลำบากมากขึ้น

เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ บังกลาเทศได้เริ่มฉีดวัคซีนโคโรนาไวรัสของ AstraZeneca ให้กับผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปเกือบสามล้านคน แต่บังกลาเทศได้ยกเลิกข้อจำกัดด้านอายุสำหรับผู้ที่อยู่ในเมืองเดาลัตเดีย (Daulatdia) ทางตะวันตกของประเทศ

ทำไมถึงต้องปฏิบัติกับคนเมืองนี้เป็นพิเศษ? นั่นก็เพราะเดาลัตเดียเป็นซ่องที่ใหญ่ที่สุดของประเทศซึ่งเป็นเพิงพักอาศัยของโสเภณีราว 1,900 คน อาซีฟ มาฮ์มูด หัวหน้าสาธารณสุขเมืองเดาลัตเดียบอกกับ AFP

ว่า “จำเป็นมากที่จะต้องฉีดวัคซีนให้กับผู้ขายบริการทางเพศ … ผู้คนหลายพันคนไปเที่ยวซ่องทุกวันและผู้ให้บริการทางเพศที่ซ่องใหญ่เสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสมากที่สุด”

Photo by Munir UZ ZAMAN / AFP

แต่เดาลัตเดียไม่ใช่แค่ซ่องที่ใหญ่ที่สุดในบังกลาเทศ มันยังเป็นหนึ่งซ่องที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วย ตัวเลขของผู้ให้บริการทางเพศอาจจะมากกว่า 1,900 คน (บางแห่งระบุว่ามีราว 2,000 คน) ส่วนผู้ชายที่มาเที่ยวซ่องแห่งนี้มีมากถึง 3,000 คนต่อมา พวกเขาไม่ได้มาแค่ซื้อบริการทางเพศ แต่ยังมาใช้สารเสพติด และมาเล่นการพนัน

เดาลัตเดียจึงไม่ใช่แค่ซ่องและเพราะมันใหญ่พอๆ กับเมืองหนึ่งมันจึงเป็น Sin city ของบังกลาเทศ และเพราะเรื่องติดขัดทำให้ไม่สามารถจัดงานศพตามหลักศาสนาให้กับหญิงค้าบริการที่นี่ได้ เพราะผู้นำศาสนาไม่อนุญาติเนื่องจากเห็นว่าการค้าประเวณีเป็นเรื่องผิดศีลธรรม เมื่อพวกเธอตายจึงต้องฝังทั้งๆ ที่ไม่มีพิธีและยังเป็นหลุมศพที่ไร้ชื่อเสียงเรียงนาม

AFP รายงานว่าจนกระทั่งเมื่อปีที่แล้วมีผู้หญิงค้าบริการคนแรกที่นี่ที่ได้รับการจัดพิธีศพตามหลักศาสนา หลังจากแนวร่วมผู้ค้าประเวณีวิงวอนให้ตำรวจไปเจรจากับผู้นำศาสนาเพื่อเปิดโอกาสให้พวกเธอได้รับโอกาสทางศาสนา เมื่อตำรวจไปถามอิหม่ามว่ามีหลักศาสนาข้อไหนที่ทำพิธีละหมาดญะนาซะห์ (ละหมาดศพ) ใหกับหญิงค้าบริการหรือไม่ อิหม่ามตอบว่าไม่มี

Photo by Munir UZ ZAMAN / AFP

ความจริงก็คือคนที่อยู่ที่นี่ทุกคนไม่ใช่คนบาป หลายคนต้องมาขายบริการทางเพศเพราะสถานการณ์ชีวิตบีบบังคับ และการที่การค้าประเวณีในบังกลาเทศไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย มันจึงเป็นทางออกเพียงไม่กี่ทางสำหรับผู้หญิงบางคน

แต่ไม่ใช่ว่าเดาลัตเดียจะไม่มีเรื่องอื้อฉาว เพราะแม้ว่ากฎหมายจะอนุญาตให้หญิงสาวที่ค้าประเวณีมีอายุ 18 ปีขึ้นไป แต่หลายคนที่เดาลัตเดียมีอายุแค่ 14 ปี บางคนอายุแค่ 10 ขวบด้วยซ้ำ!

เด็กหญิงและหญิงสาวหลายคนถูกขายเข้าซ่องในราคาประมาณ 250 เหรียญสหรัฐ ทุกคนต้องพลีร่างเพื่อรับเงินแล้วจ่ายเงินให้กับแม่เล้าซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงที่มีอายุมากหรือที่เรียกว่า “มาดาม”

Photo by Munir UZ ZAMAN / AFP

บังกลาเทศเป็นหนึ่งในประเทศมุสลิมเพียงไม่กี่ประเทศที่การค้าประเวณีเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายและมีสถานบริการอย่างน้อย 11 แห่งทั่วประเทศที่มีจำนวน 168 ล้านคน แต่เห็นได้ชัดว่าซ่องแค่ 11 แห่งไม่เพียงพอที่จะรองรับประชากรชายที่มีมากมายหลายล้าน ซ่องแต่ละแห่งจึงไม่ใช่แค่ตึกเล็กๆ แต่เป็นเมืองขนาดใหญ่เลยทีเดียว

นอกจากเดาลัตเดียแล้ว บังกลาเทศยังมีซ่องขนาดใหญ่เท่าเมือง เช่น กันดาปารา ซ่องที่ใหญ่ที่สุดอันดับสองและเป็นซ่องที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศมีอายุถึง 200 ปี แต่ทางการสั่งปิดและรื้อถอนก่อนที่มันจะกลายเป็นซ่องที่ใหญ่ที่สุด แต่เรื่องนี้ถูกกลุ่มเอ็นจีโอสิทธิมนุษยชนคัดค้าน และกลุ่มนี้ช่วยสร้างซ่องขึ้นมาใหม่ๆ

Photo by Munir UZ ZAMAN / AFP

เดาลัตเดียก็ถูกปิดเหมือนกันเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2020 เมืองซ่องได้รับคำสั่งให้ปิดตัวลงเพื่อรับมือกับการระบาดของโควิด -19 ในบังกลาเทศ แต่เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2020 ผู้ขายบริการทางเพศได้ยื่นอุทธรณ์ต่อรัฐบาลบังกลาเทศเพื่อขอเงินช่วยเหลือฉุกเฉิน

การปิดซ่องส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการดำรงชีวิตของผู้ให้บริการทางเพศจำนวนมากและครอบครัวของพวกเขา ทำให้บางคนต้องพึ่งพาการแจกอาหารเพื่อยังชีพ หลายคนออกจากซ่องไปทำงานตามท้องถนน แต่การฉีดวัคซีนให้กับคนในซ่องน่าจะช่วยทำให้ชีวิตของคนเหล่านี้กลับมาลืมตาอ้าปากได้อีกครั้ง

ถูกไล่ออกจากมหาลัยในวันนั้น กลายเป็นมหาเศรษฐีในวันนี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647324

วันที่ 08 มี.ค. 2564 เวลา 18:09 น.ถูกไล่ออกจากมหาลัยในวันนั้น กลายเป็นมหาเศรษฐีในวันนี้หวงอี้เมิ่ง (Huang Yimeng) มหาเศรษฐีจีนคนใหม่ที่ได้รับโชคจากความไม่ลงรอยของ Huawei และ Tencent

หวงอี้เมิ่ง (Huang Yimeng) วัย 38 ปี กลายเป็นมหาเศรษฐีจีนคนใหม่หลังจากที่บริษัท XD Inc. ของเขาซึ่งเป็นบริษัทเกมที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักเติบโตขึ้นเป็นประวัติการณ์เนื่องจาก Huawei นำเกมของ Tencent Holdings Ltd. ค่ายเกมยักษ์ใหญ่ออกจาก AppGallery ชั่วคราวด้วยข้อโต้แย้งเรื่องส่วนแบ่งรายได้

ส่งผลให้ผู้ลงทุนหันไปหา TapTap ชุมชนเกมของบริษัท XD Inc. ที่มีผู้ใช้งานมากกว่า 20 ล้านคนต่อเดือน และเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาหุ้นของบริษัทพุ่งขึ้นเป็นประวัติการณ์ถึง 24% และเพิ่มขึ้นประมาณ 470% นับตั้งแต่จดทะเบียนในฮ่องกงเมื่อปลายปี 2019 ผลักดันให้มูลค่าหลักทรัพย์ทะลุ 3,700 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นของหวงอี้เมิ่งราว 1,300 ล้านเหรียญสหรัฐด้วยหุ้นในมือ 35%

ขณะที่ TapTap ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเกมของจีนที่เพียงไม่กี่รายที่ไม่ได้พึ่งพา Tencent เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยความสามารถในการดึงดูดผู้ลงทุนยักษ์ใหญ่รวมถึง ByteDance มาร่วมลงทุนด้วย

เส้นทางการเป็นซีอีโอของหวงเริ่มต้นอย่างไม่น่าเชื่อ โดยความพยายามในการเป็นผู้ประกอบการครั้งแรกของเขาทำให้เขาต้องถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัย

หวงเป็นอดีตนักกีฬาบาสเก็ตบอล ที่เริ่มธุรกิจแรกด้วยเครือข่ายการดาวน์โหลดแบบเพียร์ทูเพียร์ที่เรียกว่า “VeryCD” ซึ่งเต็มไปด้วยเนื้อหาละเมิดลิขสิทธิ์

ในปี 2003 มีกรณีคลิปโป๊ที่กระจายในเครือข่ายซึ่งแพร่หลายใน VeryCD ที่เขาสร้างขึ้นมา แต่เขาปฏิเสธที่จะลบคลิปดังกล่าว โดยกล่าวว่าแพลตฟอร์มออนไลน์ของเขาไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบเนื้อหา ทำให้เขาต้องถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัย

หวงอี้เมิ่งยืนยันว่าเขาไม่เสียใจในการตัดสินใจครั้งนั้นเพราะเขาโชคดีที่ได้ออกจากมหาวิทยาลัยจึงมีโอกาสเข้าสู่การทำงานด้านเว็บไซต์เร็วขึ้น

เขามีประสบการณ์กว่า 14 ปีในอุตสาหกรรมเกม โทรคมนาคม เทคโนโลยี และอินเทอร์เน็ต โดยมีประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการมากมายในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีรวมถึงดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Shanghai Weixi Network Technology Co. , Ltd. ตั้งแต่ปี 2005 ถึง 2007 และประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Shanghai Shaosi Network Technology Co., Ltd. ตั้งแต่ปี 2007 ถึง 2011

ก่อนที่จะดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการของ XD ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2011 ปัจจุบันยังดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทย่อยหลายแห่ง ได้แก่ PRC Consolidated Affiliated Entities และ Relevant Entities

TapTap ก่อตั้งขึ้นในปี 2016 และเปิดให้ใช้งานได้ฟรีตั้งแต่เริ่มแรก โดยบริษัทของหวงยังคงสร้างรายได้ส่วนใหญ่จากการขายไอเท็มเสมือนจริงในเกม

ยอดขายโฆษณาผ่าน TapTap คิดเป็นน้อยกว่าหนึ่งในห้าของรายได้ทั้งหมด 205 ล้านเหรียญสหรัฐของ XD Inc. ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2020 ซึ่งหวงอี้เมิ่งคาดว่า TapTap จะมีส่วนช่วยในสัดส่วนที่มากขึ้นเนื่องจากแพลตฟอร์มยังคงเพิ่มช่องโฆษณาอย่างต่อเนื่อง

ในเดือนเมษายน 2020 หวงอี้เมิ่งออกจดหมายถึงผู้ถือหุ้นโดยมุ่งเน้นไปที่มูลค่าระยะยาวของบริษัท หวงอี้เมิ่งเชื่อว่า XD จะเปลี่ยนไปสู่รูปแบบใหม่ และนำเสนอเนื้อหาระดับพรีเมี่ยมและพิเศษที่สุดสำหรับ TapTap เพื่อส่งมอบเนื้อหาที่มีคุณภาพมากขึ้นและเพิ่มอัตราการเติบโตของ TapTap อย่างต่อเนื่อง

“กลยุทธ์หลักของเราจะเน้นไปที่การปรับปรุงความสามารถในการวิจัยและพัฒนามากกว่าการเพิ่มรายได้ และเน้นการเติบโตของผู้ใช้มากกว่าการเพิ่มขึ้นของผลกำไร บริษัทเราให้ความสำคัญกับ “มูลค่า” ในระยะยาวของ XD แทนที่จะเป็นเพียง “ราคา” ของหุ้นระยะสั้น ความรับผิดชอบที่สำคัญที่สุดของเราคือการเปิดเผยข้อมูลต่อนักลงทุนของเราอย่างโปร่งใสที่สุด” หวงอี้เมิ่งกล่าวในส่วนหนึ่งของจดหมาย

Photo – Huang Yimeng/Weipo and XD Inc./Facebook

https://www.bloomberg.com/multimedia/api/embed/iframe?id=6dcf9b24-7c72-4ca5-975a-bb2df2f2f904

แอปยอดนิยมของจีนเป็นบริษัทใหญ่รายแรกที่ซื้อ Ether #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647329

วันที่ 08 มี.ค. 2564 เวลา 15:49 น.แอปยอดนิยมของจีนเป็นบริษัทใหญ่รายแรกที่ซื้อ Etherคริปโตเคอร์เรนซี่กำลังฮ็อตขึ้นมาเรื่อยๆ ไม่เฉพาะแค่บิตคอยน์เท่านั้น แต่คริปโตฯ สกุลอื่นๆ ก็เริ่มได้รับความสนใจมากขึ้นจากนักลงทุนสถาบัน

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่าบริษัท Meitu Inc. (เหม่ยถู) ของจีนเดินตามรอยบริษัท Tesla Inc. ด้วยการกลายเป็นบริษัทล่าสุดที่ลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลเนื่องจากมูลค่าของเงินดิจิทัลกำลังพุ่งทะยานไม่หยุด

Meitu ซึ่งสร้างแอปที่ช่วยปรับแต่งรูปภาพโปรไฟล์ผู้ใช้เปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ว่า บริษัทซื้อเงินดิจิทัล Ether 15,000 หน่วยในราคา 22.1 ล้านเหรียญสหรัฐและซื้อเงินดิจิทัล Bitcoins จำนวน 379.1 หน่วยในราคา 17.9 ล้านเหรียญสหรัฐเมื่อวันที่ 5 มีนาคม

การเข้าซื้อคริปโตเคอร์เรนซี่เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนโดยรวมของบริษัทที่จะใช้เงินสดสะสมมากถึง 100 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อเป็นทุนในการซื้อคริปโตฯ เพราะเชื่อว่าราคาจะเพิ่มสูงขึ้นและคริปโตฯ สามารถกระจายพอร์ตการลงทุนได้

จนถึงวันนี้ ยังไม่มีบริษัทขนาดใหญ่รายใดประกาศความตั้งใจที่จะลงทุนอย่างมีนัยสำคัญในอีเธอร์ หรืออีเธอเรียม (Ether/Ethereum) ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลกรองจากบิตคอยน์ (Bitcoin) แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาไฮเหวินเซิ่ง (Cai Wensheng) ประธานของ Meitu และเป็นผู้ที่ชื่นชอบคริปโตฯ ได้เริ่มแสดงความสนใจในเทคโนโลยีบล็อกเชน

ปรากฎว่าราคาหุ้นของ Meitu เพิ่มขึ้นมากถึง 14% ในวันจันทร์ซึ่งเป็นผลกำไรระหว่างวันที่มากที่สุดในรอบสองสัปดาห์ ส่วนมูลค่าของอีเธอร์เพิ่มขึ้นมากถึง 5.3% ในวันจันทร์และแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบสองสัปดาห์เช่นกัน

Photo AFP PHOTO / John MACDOUGALL

หวั่นเจอจีนเชือด? ฟินเทคของ JD.com อาจเลิกขาย IPO #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647320

วันที่ 08 มี.ค. 2564 เวลา 13:15 น.หวั่นเจอจีนเชือด? ฟินเทคของ JD.com อาจเลิกขาย IPO  บริษัทฟินเทคในเครือของบริษัท JD มีแนวโน้มที่จะถอนการเสนอขายหุ้นครั้งแรกจากการายงานของสำนักข่าว SCMP ทำให้ความกังวลเรื่องบรรยาการควบคุมธุรกิจการเงินในจีนยิ่งชัดเจนมากขึ้น

รายงานจาก South China Morning Post ระบุว่า JD Technology ซึ่งเป็นสาขาฟินเทคของบริษัทอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของจีน JD.com Inc. มีแนวโน้มที่จะถอนคำร้องสำหรับการเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะครั้งแรก หรือ IPO ในตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ เป็นสัญญาณล่าสุดที่แสดงให้เห็นถึงความกลัวการควบคุมอย่างเข้มงวดของรัฐบาลจีนต่ออุตสาหกรรมการเงินออนไลน์ที่กำลังเติบโต และความกลัวนี้ทำให้ตลาดหุ้นของจีนมีปฏิกริยาด้านลบไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ก่อนที่สัญญาณจะเป็นรูปธรรมในสัปดาห์นี้

SCMP กล่าวโดยอ้างถึงแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยตัวตน 2 รายวว่า JD Technology (ชื่อเดิมเรียกว่า JD Digits) กำลังพิจารณาที่จะถอนตัวจาก IPO เนื่องจาก “สถานการณ์ทางธุรกิจที่เปลี่ยนไป” หลังจากที่จีนสกัดกั้นการเสนอขายหุ้นของบริษัท Ant Group Co.ของแจ็ค หม่า ในเดือนพฤศจิกายน ทำให้การขายหุ้นครั้งแรกของฟินเทคที่ใหญ่ที่สุดต้องสะดุดลง พร้อมกับที่แจ็ค หม่าเก็บตัวเงียบและตามด้วยการที่รัฐบาลจีนประกาศมาตรการควบคุมการผูกขาดของบริษัทต่างๆ

รายงานของ SCMP ระบุว่า JD Technology ต้องการระดมทุนประมาณ 20,000 ล้านหยวน (3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ) และอาจส่งคำร้องขายหุ้นครั้งใหม่อีกครั้งในอนาคต หุ้น JD.com ลดลง 5% ในฮ่องกงเมื่อวันจันทร์

อุตสาหกรรมฟินเทคของจีนเผชิญกับการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เข้มงวดมากขึ้นจากรัฐบาลนับตั้งแต่มีการเปิดตัวกฎระเบียบใหม่เกี่ยวกับการปล่อยสินเชื่อของผู้บริโภคในเดือนพฤศจิกายนซึ่งนำไปสู่การระงับการเสนอขายหุ้นของบริษัท Ant Group Co.ของแจ็ค หม่า อย่างกะทันหันที่วางแผนไว้ว่าจะระดมทุน 35,000 ล้านเหรียญสหรัฐในตลาดหุ้นฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้

การตั้งกฎระเบียบใหม่บังคับให้บริษัทฟินเทคต้องทบทวนการเสนอขายหุ้น IPO ของตนใหม่และระดมเงินเพื่อปฏิบัติตามกฎที่กำหนดให้บริษัทให้กู้ยืมออนไลน์จัดหาเงินทุน 30% สำหรับเงินกู้ ก่อนหน้านี้ บริษัท อย่าง Ant Group Co. ของแจ็ค หม่า และ Lufax Holding Ltd. ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านฟินเทคของ Ping An Insurance Group Co. มีสัดส่วนความเสี่ยงด้านเครดิตเพียง 2%

ต่อมา Lufax Holding Ltd. ซึ่งจดทะเบียนในตลาดนิวยอร์กเมื่อปลายเดือนตุลาคมก่อนที่รัฐบาลจีนจะเปิดตัวการปราบปราม ได้เตือนนักลงทุนก่อนการเสนอขายหุ้น IPO ว่ามีแผนที่จะเพิ่มสัดส่วนความเสี่ยงด้านเครดิตเป็น 20% จาก 2 % เนื่องจากแนวโน้มที่รัฐบาลจีนจะควบคุมอย่างเข้มงวดมากขึ้น

Photo by WANG Zhao / AFP

ประชาชนเมียนมานัดหยุดงาน ตัดท่อน้ำเลี้ยงทหาร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647316

วันที่ 08 มี.ค. 2564 เวลา 12:19 น.ประชาชนเมียนมานัดหยุดงาน ตัดท่อน้ำเลี้ยงทหารแกนนำชี้ ถ้าทำงานและค้าขายต่อไปจะเป็นประโยชน์ต่อกองทัพ จนมีกำลังที่จะปราบปรามพลังของชาวเมียนมา

ผู้ประท้วงต่อต้านรัฐประหารรวมตัวกันทั่วเมียนมาในวันจันทร์ตอบรับการเรียกร้องของสหภาพแรงงานที่ขอให้ประชาชนให้หยุดงานทั่วประเทศหลังกองทัพทำการบุกค้นและจับกุมในช่วงกลางคืนวันอาทิตย์ พร้อมกับบุกเข้าไปควบคุมสถาบันการศึกษาและโรงพยาบาล

การประท้วงที่เกิดขึ้นหลังการรัฐประหารยังไม่มีทีท่าว่าจะอ่อนแรงลงแต่ตำรวจและทหารตอบโต้ด้วยการปราบปรามผู้ชุมนุมที่โหดเหี้ยมมากขึ้นโดยมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 50 คนและถูกจับกุมเกือบ 1,800 คน

แม้จะมีความเสี่ยงแต่ผู้ประท้วงได้รวมตัวกันในบางส่วนของเมืองย่างกุ้ง เมืองมัณฑะเลย์ที่ใหญ่เป็นอันดับสองและเมืองอื่นๆ ทั่วประเทศ ตามคำเรียกร้องของสหภาพแรงงาน

“การดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจและธุรกิจตามปกติ … จะเป็นประโยชน์ต่อกองทัพในขณะที่พวกเขาปราบปรามพลังของชาวเมียนมา” สหภาพแรงงาน 18 แห่งระบุในแถลงการณ์ “ถึงเวลาดำเนินการเพื่อปกป้องประชาธิปไตยของเราแล้ว”

อย่างไรก็ตาม กองทัพและหน่วยงานด้านความมั่นคงของเมียนมาทำการปราบปรามหนักขึ้น สื่อของรัฐรายงานเมื่อวันจันทร์ว่า กองกำลังความมั่นคงของเมียนมากำลัง “รักษา” โรงพยาบาลและมหาวิทยาลัยในที่ต่างๆ ของประเทศ

รายงานดังกล่าวมีขึ้นหลังจากสื่อท้องถิ่นระบุว่าทหารยึดครองสถาบันต่างๆ ในเมียนมา

The Irrawaddy รายงานว่า กองกำลังความมั่นคงของเมียนมาได้ควบคุมตัวนักเคลื่อนไหวฝ่ายค้านอย่างน้อย 10 คนใน 8 เขตของย่างกุ้งเมื่อคืนวันเสาร์รวมถึงสมาชิกพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ผู้นำการประท้วง และพลเรือนคนอื่นๆ

ปรากฏว่า อู ขิ่น มอง ลัต ชาวมุสลิมอายุ 58 ปีประธานเขตพรรค NLD ในเขตปาเบดันเมืองย่างกุ้งถูกทรมานจนเสียชีวิตหลังจากตำรวจและทหารพาเขาออกจากบ้าน โดยครอบครัวของเขาไปรับศพของเขาจากโรงพยาบาลทหารมิงกลาดอนเมื่อวันอาทิตย์

Photo by STR / AFP

แฮร์รี-เมแกน เปิดหมดเปลือกชีวิตกดดันในราชวงศ์อังกฤษ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647314

วันที่ 08 มี.ค. 2564 เวลา 12:11 น.แฮร์รี-เมแกน เปิดหมดเปลือกชีวิตกดดันในราชวงศ์อังกฤษเจ้าชายแฮร์รีและเมแกน มาร์เคิล เปิดเผยเรื่องราวในราชวงศ์อังกฤษกับทอล์กโชว์อเมริกันชื่อดัง

เจ้าชายแฮร์รี และเมแกน มาร์เคิล ดยุคและดัชเชสแห่งซัสเซกส์ให้สัมภาษณ์พิเศษในรายการโทรทัศน์ชื่อดังของ โอปราห์ วินฟรีย์ ในสหรัฐเมื่อคืนวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมา เวลา 20.00 น. – 22.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ถึงสาเหตุการยุติบทบาทในฐานะพระราชวงศ์ชั้นสูง ท่ามกลางการจับตามองจากทั่วโลกโดยเฉพาะสำนักพระราชวังบักกิงแฮมและชาวอังกฤษ โดยทั้งคู่ได้กล่าวไว้ในส่วนหนึ่งของการสัมภาษณ์ดังนี้

1. เคยคิดฆ่าตัวตาย

เมแกนยอมรับว่าในช่วงที่ยังคงมีบทบาทเป็นสมาชิกระดับสูงของราชวงศ์อังกฤษ เธอเห็นราชวงศ์ถูกประโคมข่าวตลอดเวลาและหลายครั้งก็เป็นเรื่องราวของเธอ เมแกนเผยว่ามันเป็นความคิดที่น่ากลัวมากและเธอไม่สามารถอยู่คนเดียวได้ เธอพยายามของให้ทางสำนักพระราชวังช่วยเหลือแต่ก็ถูกปฏิเสธเนื่องจากจะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของราชวงศ์ เธอยังบอกว่าเธอได้ติดต่อกับพระสหายคนหนึ่งของเจ้าหญิงไดอานาด้วย

2. งานแต่งลับๆ

เจ้าชายแฮร์รีและเมเกนเผยว่าพวกเขาจัดพิธีแต่งงานกันแบบส่วนตัวโดยไม่มีแขกและครอบครัว มีเพียงอาร์ชบิชอปแห่งแคนเทอร์เบอรี 3 วันก่อนที่จะมีพระราชพิธีเสกสมรส (Royal Wedding) ที่ถ่ายทอดสดไปทั่วโลก

3. ผิดหวังในตัวพ่อ

ส่วนหนึ่งของการสัมภาษณ์เจ้าชายแฮร์รีพูดถึงเจ้าชายชาลส์ เจ้าชายแห่งเวลส์ว่า “เราผ่านอะไรบางอย่างที่คล้ายกัน พระองค์รู้ว่าความเจ็บปวดเป็นอย่างไร และอาร์ซีก็เป็นหลานของพระองค์ มันมีความเจ็บปวดเกิดขึ้นมากมาย แต่เราจะพยายามทำต่อไปเพื่อรักษาความสัมพันธ์เอาไว้และเราจะรักพระองค์ตลอดไป”

นอกจากนี้ยังกล่าวถึงเจ้าชายวิลเลียมด้วยว่า “เรารักกันมากแต่เราอยู่คนละเส้นทางกัน”

4. ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

เจ้าชายแฮร์รีกังวลว่าเมแกนจะเผชิญชะตากรรมเดียวกับเจ้าหญิงไดอานา ท่ามกลางปมปัญหาทางเชื้อชาติและคำพูดต่างๆ บนโซเชียลมีเดีย “เราเคยเสียแม่ไปเนื่องจากผลกระทบที่เจ็บปวดจากการรายงานข่าวที่รุกล้ำข้อมูลส่วนบุคคล และตอนนี้ภรรยากำลังตกเป็นเหยื่อในสถานการณ์เช่นเดียวกัน”

5. ไม่รู้เรื่องราชวงศ์อังกฤษมาก่อนเลย

เมแกนเผยว่าาก่อนที่เธอจะได้แต่งงานเธอไม่เคยค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับเจ้าชายแฮร์รีและไม่เคยรู้เรื่องเกี่ยวกับราชวงศ์อังกฤษมาก่อนเลย แต่เจ้าชายแฮร์รีเป็นคนบอกทุกอย่างที่เธอจำเป็นต้องรู้ ซึ่งเธอมองว่านั่นเป็นเรื่องดีเพราะการไม่พยายามค้นคว้าอะไรทำให้เธอไม่กังวลเมื่อพบกับราชินีและสมาชิกคนอื่นๆ ในราชวงศ์อังกฤษครั้งแรก

6. นางเอก-นางร้าย

เมแกนเผยว่าหลายครั้งที่แท็บลอยด์อังกฤษพยายามนำเสนอข่าวโคมลอยโจมตีราชวงศ์ อย่างเช่นกรณีที่มีรายงานว่าเจ้าหญิงเคททำเธอร้องไห้เพราะเรื่องชุดเดรสลายดอกไม้ ซึ่งมันไม่เป็นความจริง หลายครั้งที่ข่าวลือในแท็บลอยด์สร้างขึ้นเพื่อพยายามให้เกิดการแบ่งฝ่ายระหว่างฮีโร่และวายร้าย ซึ่งทุกคนในราชวงศ์รู้เรื่อจริงและเลือกที่จะไม่พูด

7. อาร์ชีต้องปลอดภัย

เมแกนเผยว่าความกังวลที่เกิดขึ้นเมื่อทราบว่า ‘อาร์ชี’ ลูกชายคนโตจะไม่ได้เป็นเจ้าชายนั้นไม่ใช่เรื่องยศใดๆ แต่เธอห่วงความปลอดภัยของลูกโดยเฉพาะอย่างยิ่งท่ามกลางการโจมตีของแท็บลอยด์

นอกจากนี้ยังเล่าว่าราชวงศ์อังกฤษเคยพูดคุยกันว่าอาร์ชีจะเกิดมาตัวดำไหม ซึ่งเธอรับไม่ได้อย่างยิ่ง แต่ไม่บอกว่าเป็นใครเพราะจะสร้างความเสียหายแก่พวกเขามาก

ทั้งยังบอกว่าราชวงศ์อังกฤษไม่ได้ปกป้องพวกเขาเลย เพราะหากพวกเขาได้รับการปกป้องคงไม่ต้องออกจากราชวงศ์

8. ยินดีต้อนรับลูกสาว

หลังจากที่เคยแท้งไปก่อนหน้านี้ เจ้าชายแฮร์รีและเมแกนประกาศว่าลูกคนที่สองของพวกเขาที่กำลังจะลืมตาดูโลกในอีกไม่นานนี้เป็นผู้หญิง แต่ยังไม่ได้บอกชื่อแต่อย่างใด

AFP PHOTO/ HARPO PRODUCTIONS – Joe PUGLIESE

บิตคอยน์อาจแตะ 1 ล้านดอลหรือมากกว่านั้น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647275

วันที่ 07 มี.ค. 2564 เวลา 19:39 น.บิตคอยน์อาจแตะ 1 ล้านดอลหรือมากกว่านั้น เจส พาวเวลล์ ซีอีโอของบริษัท Kraken ซึ่งเป็นผู้นำด้านการแลกเปลี่ยนคริปโตเคอร์เรนซี่มีความคาดหวังไปไกลกับเงินคริปโตฯ ที่ร้อนแรงที่สุดในเวลานี้

ในการสัมภาษณ์ของ Bloomberg Television เจส พาวเวลล์กล่าวว่าบิตคอยน์ (Bitcoin) สามารถทำราคาได้สูงถึง 1 ล้านเหรียญสหรัฐในทศวรรษหน้าและกล่าวเสริมว่าผู้สนับสนุนเงินสกุลนี้เชื่อว่าในที่สุดบิตคอยน์จะสามารถแทนที่สกุลเงินหลักๆ ทั้งหมดได้

“เราสามารถคาดเดาได้เท่านั้น แต่เมื่อคุณประเมินมันกับเงินดอลลาร์คุณต้องคิดว่ามันจะ (ทำราคา) ไม่มีที่สิ้นสุด ผู้เชื่อที่เชื่ออย่างแท้จริงจะบอกคุณว่ามันกำลังพุ่งทะลุฟ้าทะลอวกาศและในที่สุดก็จะเป็นเงินตราของโลก”

พาวเวลล์กล่าวว่าคนที่เชื่อในกระแสกระทิงของบิตคอยน์เห็นว่าสักวันหนึ่งมันจะมีมูลค่าเกินมูลค่าตลาดรวมของดอลลาร์ ยูโร และสกุลเงินอื่นๆ

เขาบอกว่า เงินดอลลาร์มีอายุเพียง 50 ปีและมันแสดงให้เห็นถึงความอ่อนแออย่างรุนแรงแล้วและเขาคิดว่าผู้คนจะเริ่มเทียบราคาของสิ่งต่างๆ ด้วยมูลค่าของบิตคอยน์

ซีอีโอของบริษัท Kraken ยังกล่าวอีกว่า กำลังพิจารณาที่จะเข้าตลาดหุ้นในปีนหน้าด้วย ทั้งนี้ Kraken ได้รับประโยชน์จากราคาบิตคอยน์ที่สูงขึ้นเนื่องจากได้รับค่าธรรมเนียมจากการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น โดย Bloomberg รายงานเมื่อเดือนที่แล้วว่า Kraken อยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อระดมทุนใหม่ซึ่งจะเพิ่มมูลค่าของบริษัทเป็นสองเท่าเป็นมากกว่า 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

ในส่วนของความผันผวนในตลาด เจส พาวเวลล์บอกว่าเขารับทราบถึงโอกาสที่ราคาของบิตคอยน์จะแกว่งตัวรุนแรงโดยกล่าวว่าราคาสามารถ “ขยับขึ้นหรือลง 50% ในวันใดก็ได้”

ความผันผวนแบบนี้ถือเป็นหนึ่งในด้านลบของบิตคอยน์มานานแล้วและเป็นการผลักดันตลาดไปสู่การเก็งกำไรมากกว่าการทำธุรกิจอย่างจริงจัง

ซึ่ง พาวเวลล์บอกว่าหากซื้อบิตคอยน์โดยหวังจะเก็งกำไร ก็ควรตั้งเป้าที่จะถือครองเป็นเวลา 5 ปี และผู้ลงทุนแบบนี้จะต้องมีความตั้งใจจริงอย่างมาก

Photo by NICOLAS TUCAT / AFP

ทหารเมียนมาเดิมเกมคุยสหรัฐฯ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647276

วันที่ 07 มี.ค. 2564 เวลา 18:18 น.

ทหารเมียนมาเดิมเกมคุยสหรัฐฯ

PostToday Podcast The Expert : ทหารเมียนมาเดิมเกมคุยสหรัฐฯ

PostToday Podcast The Expert : ทหารเมียนมาเดิมเกมคุยสหรัฐฯ

ติดตาม PostToday Podcast ได้ที่ https://soundcloud.com/posttoday 

https://w.soundcloud.com/player/?url=https%3A//api.soundcloud.com/tracks/1000287313&color=%23ff5500&auto_play=false&hide_related=false&show_comments=true&show_user=true&show_reposts=false&show_teaser=true&visual=true

PostToday · ทหารเมียนมาเดิมเกมคุยสหรัฐฯ

จีนเปิดทางให้ “ผู้รักชาติ” มาบริการฮ่องกง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647244

วันที่ 07 มี.ค. 2564 เวลา 16:31 น.จีนเปิดทางให้ "ผู้รักชาติ" มาบริการฮ่องกงจีนเล็งปรับปรุง ‘ระบบเลือกตั้ง’ รับรอง ‘ผู้รักชาติ’ บริหารฮ่องกง

สำนักซินหัวรายงานว่าการประชุมสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติจีน (NPC) ชุดที่ 13 ครั้งที่ 4 ระหว่างวันที่ 5-11 มี.ค. จะพิจารณาร่างการตัดสินใจปรับปรุงระบบการเลือกตั้งของเขตบริหารพิเศษฮ่องกงของจีน เพื่อรับรองว่าศูนย์กลางการเงินแห่งเอเชียแห่งนี้จะถูกบริหารโดยผู้รักชาติ

เมื่อวันพฤหัสบดี (4 มี.ค.) จางเย่ซุ่ย โฆษกการประชุมข้างต้น แถลงข่าวว่าสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติจีน ซึ่งเป็นสภานิติบัญญัติระดับสูงสุดของจีน มีอำนาจและหน้าที่ตัดสินใจตามรัฐธรรมนูญเพื่อปรับปรุงและพัฒนาระบบการเลือกตั้งของเขตบริหารพิเศษฮ่องกง

จางกล่าวว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พิสูจน์ว่าระบบการเลือกตั้งอันเป็นส่วนสำคัญของโครงสร้างทางการเมืองฮ่องกง จำต้องถูกปรับปรุงอย่างเป็นขั้นตอนตามยุคสมัย เพื่อรับรองการดำเนินตามนโยบาย “หนึ่งประเทศ สองระบบ” และหลักการ “ผู้รักชาติบริหารปกครองฮ่องกง”

บรรดาผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายและที่ปรึกษาทางนโยบายเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดต่างๆ เพื่ออุดช่องโหว่ของระบบการเลือกตั้งในฮ่องกง โดยเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ เซี่ยเป่าหลง เจ้าหน้าที่อาวุโสด้านกิจการฮ่องกง ชี้ว่าฮ่องกงต้องถูกบริหารปกครองโดย “ผู้รักชาติที่จงรักภักดี”

เซี่ย ผู้เป็นรองประธานคณะกรรมการแห่งชาติประจำสภาที่ปรึกษาทางการเมืองแห่งประชาชนจีน (CPPCC) เตือนความเสี่ยงกลุ่มผู้ก่อกวนต่อต้านจีน กลุ่มสนับสนุน “เอกราชฮ่องกง” และกลุ่มแบ่งแยกหัวรุนแรงอื่นๆ เข้าสู่สถาปัตยกรรมการบริหารปกครองของฮ่องกงผ่านการเลือกตั้ง

“สมาชิกคณะบริหาร สภานิติบัญญัติ และหน่วยงานตุลาการของเขตบริหารพิเศษฮ่องกง และหัวหน้าเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานตามกฎหมายที่สำคัญของฮ่องกง ต้องเป็นผู้รักชาติอย่างแท้จริง” เซี่ย ผู้เป็นหัวหน้าสำนักงานกิจการฮ่องกงและมาเก๊าแห่งคณะรัฐมนตรีจีนด้วยกล่าว

อนึ่ง หลักการ “ผู้รักชาติบริหารปกครองฮ่องกง” ถูกประกาศชัดเจนครั้งแรกโดยอดีตผู้นำจีนผู้ล่วงลับอย่าง “เติ้งเสี่ยวผิง” ในช่วงทศวรรษ 1980

“ต้นตอหนึ่งของความวุ่นวายที่ส่งผลกระทบต่อสังคมและการเมืองฮ่องกงคือหลักการ ‘ผู้รักชาติบริหารปกครองฮ่องกง’ ยังไม่ถูกบังคับใช้อย่างเต็มที่” ความเห็นจากผู้เข้าร่วมการสัมมนาเมื่อไม่นานนี้ ซึ่งจัดโดยหน่วยงานกลางเพื่อรับฟังทัศนะการปรับปรุงระบบต่างๆ เกี่ยวกับหลักการ

การประชุมสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติจีนประจำปี 2020 ได้ตัดสินใจ “จัดตั้งและปรับปรุงระบบกฎหมายและกลไกบังคับของฮ่องกงเพื่อคุ้มครองความมั่นคงของชาติ” หลังเหตุประท้วงนานหลายเดือนฉุดฮ่องกงเผชิญสถานการณ์ “เลวร้ายที่สุด” นับตั้งแต่กลับคืนสู่มาตุภูมิในปี 1997

วันที่ 30 มิ.ย. 2020 คณะกรรมการถาวรประจำสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติจีน ได้รับรองกฎหมายคุ้มครองความมั่นคงของชาติในเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ซึ่งถูกประกาศใช้และตราเป็นกฎหมายท้องถิ่นโดยรัฐบาลฮ่องกงในเวลาต่อมา

เหล่านักกฎหมายจากฮ่องกงที่เข้าร่วมการประชุมสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติจีนประจำปี 2021 ต่างยกย่องกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติเพื่อคุ้มครองความมั่งคั่งและเสถียรภาพในฮ่องกง ชี้ว่ากฎหมายนี้ช่วยฟื้นฟูความสงบสุขและความมั่นคงของสังคมฮ่องกงอย่างค่อยเป็นค่อยไป

“การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเป็นบทพิสูจน์ให้เห็นความจำเป็นและนัยสำคัญของกฎหมายคุ้มครองความมั่นคงของชาติ” ถันเย่าจง (Tam Yiu-chung) สมาชิกคณะกรรมการถาวรประจำสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติจีนกล่าว

ต่อมาวันอาทิตย์ (7 มี.ค.) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่าหวังอี้ มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีนกล่าวว่า การปรับปรุงระบบการเลือกตั้งของเขตบริหารพิเศษฮ่องกงของจีนและการใช้หลักการ “ผู้รักชาติที่บริหารปกครองฮ่องกง” นั้นเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ถูกกฎหมาย มีความชอบธรรม และสมเหตุสมผล

หวังย้ำว่าความรักต่อฮ่องกงนั้นหมายถึงความรักต่อจีน เนื่องจากฮ่องกงเป็นเขตบริหารพิเศษของจีนและเป็นส่วนหนึ่งของสาธารณรัฐประชาชนจีน

จีนมีความตั้งใจอันหนักแน่นที่จะดำเนินนโยบาย “หนึ่งประเทศ สองระบบ” ต่อไป ซึ่งเป็นนโยบายที่ทำให้ประชาชนในเขตบริหารพิเศษฮ่องกงมีอิสระในการบริหารตนเองในระดับสูง

“เรามีความมั่นใจในการสร้างหนทางสู่อนาคตที่สดใสของฮ่องกง” หวังกล่าว

อนุเคราะห์ข่าวโดยสำนักข่าวซินหัว

ภาพ อเล็กซานดรา หว่อง นักเคลื่อนไหวที่รู้จักกันในชื่อคุณยายหว่องโบกธงยูเนียนแจ็คของอังกฤษนอกศาลสูงในฮ่องกงเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2021 เพื่อสนับสนุนผู้เคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย 11 คนที่ถูกตั้งข้อหา “สมรู้ร่วมคิด เพื่อโค่นล้มรัฐบาล” ตามกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฉบับย่อที่รัฐบาลจีนบังคับใช้กับฮ่องกงในปี 2020 Photo by ISAAC LAWRENCE / AFP 

เปิดมหกรรมแจกเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ ช่วยเหลืออเมริกัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/647257

วันที่ 07 มี.ค. 2564 เวลา 14:30 น.เปิดมหกรรมแจกเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ ช่วยเหลืออเมริกันนี่คือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์สหรัฐ

ร่างกฎหมายบรรเทาทุกข์โควิด-19 มูลค่า 1.9 ล้านล้านเหรียญสหรัฐของประธานาธิบดีโจ ไบเดนได้ผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภาแล้วด้วยคะแนนเสียงเฉียดฉิว 50-49 หลังจากการลงคะแนนเสียงแก้ไขเพิ่มเติมมาราธอนกว่า 25 ชั่วโมงเสร็จสิ้นลงหลัง

มาตรการดังกล่าวซึ่งมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “พระราชบัญญัติแผนการช่วยเหลือชาวอเมริกัน” (American Rescue Plan Act of 2021) โดยจะมีการส่งกลับไปลงคะแนนเสียงในชั้นสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้งในวันอังคารซึ่งไม่น่าจะมีปัญหาแล้ว เพราะคะแนนเสียงส่วนใหญ่ในสภาล่างเป็นของพรรคเดโมแครตฝ่ายเดียวกับโจ ไบเดน

กฎหมายนี้มุ่งเน้นไปที่ผู้มีรายได้น้อยและชาวอเมริกันชนชั้นกลาง และนี่คือการออกกฎหมายกระตุ้นเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ของสหรัฐ จะส่งผลให้โจ ไบเดนได้รับชัยชนะครั้งแรกในสภาและจะช่วยวางรากฐานการรผลักดันมาตรการโครงสร้างพื้นฐานและการกระตุ้นภาคการผลิตขนาดใหญ่และโจ ไบเดนจะผลักดันภายในช่วงไตรมาส 1 – 2 ของปีนี้

ส่วนสำคัญของกฎหมายฉบับนี้จะช่วยเหลือชาวอเมริกันอย่างไรบ้าง?

1. จ่ายโดยตรง 1,400 เหรียญสหรัฐให้กับประชาชนทุกคน ยกเว้นบุคคลทั่วไปผู้เสียภาษีที่ทำเงินได้ 80,000 เหรียญสหรัฐ พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ทำรายได้ 120,000 เหรียญสหรัฐ ครัวเรือนที่ทำรายได้ 160,000 เหรียญสหรัฐกลุ่มนี้จะไม่ได้รับการจ่ายเงิน

2. ให้เงินช่วยเหลือบุคคลว่างงาน 300 เหรียญสหรัฐต่อสัปดาห์ไปจนถึงวันที่ 6 กันยายน 2021 หากครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำกว่า 150,000 เหรียญสหรัฐได่เงินช่วยเหลือการว่างงานร่วมแล้วก้อนแรกเป็นเงิน 10,200 หรียญสหรัฐจะไม่ต้องเสียภาษี

3. จ่ายค่าลาฉุกเฉินให้กับชาวอเมริกันกว่า 100 ล้านคน โดยให้มาตรการช่วยเหลือทางภาษีจนถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2021 แก่นายจ้างที่เลือกที่จะเสนอมาตรการลาป่วยหรือมาตรการลาหยุดงานเพื่อช่วยเหลือคนในครอบครัวกับลูกจ้างและยังจ่ายเงินค่าจ้างให้ลูกจ้างนั้นๆ

3. มาตรการช่วยเหลือธุรกิจขนาดย่อม มีดังนี้

  • เงิน 15,000 ล้านเหรียญสหรัฐสำหรับเงินกู้จากภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (โครงการเงินกู้ระยะยาวดอกเบี้ยต่ำที่ออกให้โดยสำนักงานบริหารธุรกิจขนาดเล็ก) โดยกองทุนจะให้ความสำคัญกับ “ผลกระทบอย่างรุนแรงกับธุรกิจขนาดเล็กที่มีคนงานน้อยกว่า 10 คน”
  • เงิน 25,000 ล้านเหรียญสหรัฐสำหรับโครงการให้ทุนใหม่สำหรับร้านอาหารและบาร์เพื่อให้ธุรกิจเหล่านี้มีเงินพอที่จะทำบัญชีเงินเดือนและค่าใช้จ่ายอื่นๆ
  • เงินเพิ่มอีก 7,000 ล้านเหรียญสหรัฐ สำหรับโครงการปกป้องการจ่ายเงินลูกจ้าง และการขยายเกณฑ์คุณสมบัติไปยังองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรบางแห่งที่ไม่ได้รับการยกเว้นจากโครงการก่อนหน้านี้
  • เงิน 175ล้านเหรียญสหรัฐสำหรับโครงการ Community Navigator เพื่อเข้าถึงธุรกิจที่มีสิทธิ์ได้รับผลประโยชน์จากมาตรการต่างๆ

4. จ่ายเงินช่วยเหลือมากถึง 25,000 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อช่วยเหลือผู้เช่าที่ยังไม่ได้ชำระหนี้ให้กับเจ้าของบ้าน และเงินทุนช่วยเหลือสาธารณูปโภค เงินทุนการป้องกันการเป็นคนไร้บ้าน (เนื่องมาจากไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าบ้าน)

มาตรการเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของตัวกฎหมายเท่านั้น ยังมีเงินช่วยเหลือการรับมือกับการระบาดของโควิด-19, มาตรการลดหย่อนด้านภาษี, มาตรการช่วยเหลือผ่านบัตรอาหาร หรือ Food Stamp Program, เงินสนับสนุนด้านการศึกษา และเงินช่วยเหลือรัฐบาลระดับมลรัฐและท้องถิ่นที่ขาดแคลนเงิน เป็นต้น

Photo by SAUL LOEB / AFP