วันนองเลือด! เมียนมาใช้กระสุนจริงประชาชนอาจตายถึง 12 ราย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/646601

วันที่ 28 ก.พ. 2564 เวลา 16:48 น.วันนองเลือด! เมียนมาใช้กระสุนจริงประชาชนอาจตายถึง12รายรายงานจากสื่อต่างประเทศระบุว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย แต่จากโซเชียลมีเดียของเมียนมาระบุว่าอาจมากถึง 12 ราย

สำนักข่าว Kyodo รายงานอ้างสื่อท้องถิ่นว่าเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมากองกำลังความมั่นคงของเมียนมาได้ยิงผู้ประท้วงเสียชีวิตอย่างน้อย 4 คนระหว่างการเดินขบวนต่อต้านรัฐประหารในย่างกุ้งและเมืองทวายทางตะวันออกเฉียงใต้

รายงานระบุว่ามีผู้เสียชีวิต 1 คนด้วยกระสุนจริงในย่างกุ้งและอีก 3 คนในทวายขณะที่อีกหลายคนได้รับบาดเจ็บ ส่วนสำนักข่าว AFP รายงานยืนยันว่าที่ทวายมีผู้เสียชีวิต 3 ราย

AFP ได้ข้อมูลตามรายงานของแพทย์อาสาสมัครและสื่อท้องถิ่นระบุว่า ชาย 3 คนเสียชีวิตและอีกอย่างน้อย 20 คนได้รับบาดเจ็บเมื่อกองกำลังรักษาความปลอดภัยเคลื่อนกำลังเข้าสลายการชุมนุมในเมืองทวาย

เจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ชื่อ “ปแย ซอ เฮง” บอกกับ AFP เหยื่อทั้งสามคน”ถูกยิงตายด้วยกระสุนปืนจริง” ขณะที่ผู้บาดเจ็บถูกกระสุนยางยิง

“อาจมีผู้เสียชีวิตอีกจำนวนมากเช่นกันเนื่องจากมีผู้บาดเจ็บเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ ” เขากล่าวเสริม

สื่อท้องถิ่น Dawei Watch ยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิต 3 รายในเหตุการณ์ดังกล่าว

และมีรายงานที่ยังไม่ได้รับการยืนยันเกี่ยวกับการเสียชีวิตอื่นๆ ในประเทศรวมถึงเมืองย่างกุ้งซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ

รายงานที่ยังไม่ได้รับการยืนยันจากโซเชียลมีเดียของเมียนมาอ้างว่า มีผู้เสียชีวิตเมืองย่างกุ้ง 3 ราย เมืองทวาย 4 ราย เมืองบาโก (หรือหงสาวดี) 3 ราย เมืองมัณฑเลย์ 1 ราย เมืองปะโคะกู 1 ราย

Photo by Sai Aung Main / AFP

ค้นพบรถม้าโรมันอายุ 2,000 ปีสภาพเกือบสมบูรณ์ที่ปอมเปอี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/646588

วันที่ 28 ก.พ. 2564 เวลา 15:23 น.ค้นพบรถม้าโรมันอายุ2,000ปีสภาพเกือบสมบูรณ์ที่ปอมเปอีเป็นการค้นพบครั้งสำคัญที่ไม่เคยมีมาก่อนในประเทศอิตาลีและเป็นหลักฐานทางโบราณคดีชิ้นสำคัญของโลก

มีการค้นพบรถม้าแบบโรมันที่ “เกือบสมบูรณ์” ใกล้กับเมืองปอมเปอีเมืองโบราณสมัยโรมันของอิตาลีซึ่งโดยทางอุทยานทางโบราณคดีประกาศเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาและเรียกการค้นพบครั้งนี้ว่า “ไม่อะไรเทียบได้” ในประเทศอิตาลี

รถม้าสี่ล้อที่ใช้ในพิธีกรรมหรือที่เรียกว่า “พิเลนตุม” (Pilentum) ถูกพบในเฉลียงของคอกม้าซึ่งมีการขุดพบซากม้าสามตัวในปี 2018 ซึ่งรวมถึงอีกหนึ่งตัวที่ยังอยู่ในบังเหียนตอนที่มันล้มตายลงจากการระเบิดของภูเขาไฟ

ทั้งนี้ เมืองปอมเปอีถูกฝังอยู่ในลาวาเดือดเมื่อภูเขาไฟวิสุเวียสระเบิดในปีค. ศ. 79 คร่าชีวิตผู้คนไป 2,000 ถึง 15,000 คน

Photo by Handout / POMPEI ARCHAEOLOGICAL PARK / AFP

“รถม้าในงานพิธีขนาดใหญ่ที่มีล้อสี่ล้อพร้อมด้วยส่วนประกอบที่เป็นเหล็ก มีการตกแต่งด้วยทองสัมฤทธิ์และดีบุกอย่างสวยงาม ซากไม้ที่กลายเป็นหินและรอยประทับของวัสดุอินทรีย์ (ไม่ว่าจะเป็นบังเหียนไปจนถึงส่วนที่เหลือของชิ้นส่วนการตกแต่ด้วยดอกไม้) ได้ถูกค้นพบในสภาพเกือบจะไม่บุบสลาย” อุทยานโบราณคดีกล่าวในแถลงการณ์

“นี่คือการค้นพบที่ยอดเยี่ยม … ซึ่งไม่มีอะไรเทียบได้ในอิตาลีจนถึงขณะนี้ มันอยู่ในสภาพที่ถูกอนุรักษ์ที่ดีเยี่ยม”แถลงการณ์ระบุ

Photo by Handout / POMPEI ARCHAEOLOGICAL PARK / AFP

สถานที่ขุดค้นนี้รู้จักกันในชื่อ Civita Giuliana ซึ่งเป็นวิลลาชานเมืองที่อยู่ห่างจากเมืองปอมเปอีโบราณเพียงไม่กี่ร้อยเมตรการขุดดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการที่มุ่งต่อต้านขบวนการลักลอบขุดค้นโบราณสถานอย่างผิดกฎหมายในพื้นที่ซึ่งพวกคนร้ายขุดเข้าไปกวาดข้าวของโบราณวัตถุโบราณออกมาขาย

อุทยานโบราณคดีกล่าวพวกโจรปล้นโบราณสถานทำการขุดเจาะอุโมงค์ทั้งสองด้านของสถานการที่แห่งนี้ แต่พวกนั้นขุดเข้าไปไม่ถึงห้องที่มีรถม้าถูกทิ้งไว้เป็นเวลาเกือบ 2,000 ปี ทำให้พวกเราได้ค้นพบโบราณวัตถุที่หากได้ยากยิ่ง

Photo by Handout / POMPEI ARCHAEOLOGICAL PARK / AFP

Photo by Handout / POMPEI ARCHAEOLOGICAL PARK / AFP
Photo by Handout / POMPEI ARCHAEOLOGICAL PARK / AFP

ฉีดเข็มเดียว! จีนไฟเขียว ‘วัคซีนลูกผสมป้องกันโควิด-19’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/646569

วันที่ 28 ก.พ. 2564 เวลา 14:29 น.ฉีดเข็มเดียว! จีนไฟเขียว ‘วัคซีนลูกผสมป้องกันโควิด-19’  นอกจากนี้ยังสามารถเก็บรักษาและขนส่งที่อุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่าสำนักบริหารผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์แห่งชาติ (NMPA) ของจีนอนุมัติให้วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ชนิดลูกผสมที่ต้องฉีดเพียงครั้งเดียว เข้าสู่ตลาดแบบมีเงื่อนไข

วัคซีนดังกล่าวพัฒนาโดยทีมวิจัยที่นำโดย เฉินเวย ซึ่งเป็นนักวิชาการจากสถาบันบัณฑิตวิศวกรรมศาสตร์แห่งชาติจีน (CAE) และนักวิจัยจากสถาบันการแพทย์ทหาร สังกัดสถาบันวิทยาการทหาร (Academy of Military Sciences) เป็นวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ตัวแรกของจีนที่ใช้อะดีโนไวรัสเป็นเวกเตอร์ เพื่อส่งสไปก์ยีนของไวรัสโคโรนาเข้าสู่ร่างกาย

ทั้งนี้ วัคซีนดังกล่าวถูกผลิตให้ใช้สำหรับบุคคลที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป และสามารถเก็บรักษาและขนส่งที่อุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส

สื่อต่างๆ รายงานบทวิเคราะห์ที่เขียนขึ้นระหว่างการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 ทั่วโลก ระบุว่าวัคซีนตัวนี้มีประสิทธิภาพในการป้องกันการเกิดอาการของโรคโควิด-19 ที่ร้อยละ 65.7 และมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคไม่ให้รุนแรงที่ร้อยละ 90.98

ทั้งนี้ ข้อมูลจากการทดสอบของกลุ่มหนึ่งในปากีสถานระบุว่า วัคซีนชนิดนี้มีประสิทธิภาพในการป้องกันการเกิดอาการของโรคดังกล่าวที่ร้อยละ 74.8 และสามารถป้องกันโรคไม่ให้รุนแรงได้เต็มประสิทธิภาพ

ภาพจากสำนักข่าวซินหัว

ย่างกุ้งตายแล้วหนึ่ง ตำรวจยิงปืนเข้าใส่ประชาชน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/646583

วันที่ 28 ก.พ. 2564 เวลา 13:34 น.ย่างกุ้งตายแล้วหนึ่ง ตำรวจยิงปืนเข้าใส่ประชาชนการปราบการประท้วงในย่างกุ้งกำลังรุนแรงอย่างมาก

สำนักข่าว Kyodo รายงานว่ากองกำลังความมั่นคงของเมียนมาได้ยิงผู้ประท้วงเสียชีวิต 1 ราย ระหว่างเข้าร่วมการเดินขบวนต่อต้านรัฐประหารในย่างกุ้งซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ

สำนักข่าว Kyodo ได้อ้างรายงานข่าวเรื่องนี้จากจากสื่อท้องถิ่นและนี่เป็นครั้งแรกที่ผู้ประท้วงได้รับการยืนยันว่าถูกสังหารในย่างกุ้งนับตั้งแต่รัฐประหารเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ขับไล่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของอองซานซูจี

ด้านสำนักข่าว Frontier Myanmar รายงาน อ้างข้อมูลจากผู้ประท้วงกล่าวว่ามีชาย 1 คนเสียชีวิตตายหลังจากที่ตำรวจเปิดฉากยิงผู้คนที่หลบอยู่ในป้ายรถเมล์ที่ย่านเลดันและมีอีกหลายคนได้รับบาดเจ็บ

ตำรวจเริ่มยิงปืนเข้าใส่ประชาชนรอบเวลาประมาณ 08:45 น. “เราซ่อนตัวอยู่ที่ป้ายรถเมล์และพวกเขาก็ยิงใส่เรามีคนหนึ่งเสียชีวิตและคนอื่นๆ บาดเจ็บ” ชายคนหนึ่งที่เห็นการยิงกล่าวโดยเขาหลบหนีการโจมตีของเจ้าหน้าที่ได้สำเร็จ

หมายเหตุ – ภาพเหตุการณ์ที่ย่างกุ้งเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ (Photo by Ye Aung THU / AFP) ส่วนคลิปวิดิโอเป็นเหตุกาณ์วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 

https://www.facebook.com/plugins/video.php?height=314&href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Ffrontiermyanmar.net%2Fvideos%2F1069177130256145%2F&show_text=false&width=560

ในเวลาเดียวกันในหมู่ผู้ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กของชาวเมียนมามีการแชร์ภาพของเจ้าหน้าที่กระชากผมของผู้หญิงพลเรือนคนหนึ่ง แสดงถึงความรุนแรงที่เพิ่มมากขึ้นโดยน้ำมือของเจ้าหน้าที่เพื่อจัดการกับผู้ประท้วงที่ยังคงแสดงพลังอย่างไม่ย่อท้แม้รัฐจะใช้กำลังปราบหนักมือมากขึ้น

ไบเดนเตือนอิหร่านระวังตัวไว้หลังสหรัฐโจมตีซีเรีย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/646568

วันที่ 28 ก.พ. 2564 เวลา 12:24 น.ไบเดนเตือนอิหร่านระวังตัวไว้หลังสหรัฐโจมตีซีเรียผู้นำสหรัฐบอกไปถึงอิหร่านว่า “คุณไม่สามารถทำอะไรไปโดยไม่ต้องรับโทษได้”

ประธานาธิบดีโจ ไบเดนกล่าวเมื่อวันศุกร์ ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐ (วันเสาร์เวลาไทย) ว่าอิหร่านควรมองว่าการโจมตีทางอากาศของสหรัฐต่อกองกำลังทหารที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านในซีเรียตะวันออกเป็นคำเตือน

ผู้สื่อข่าวถามว่าการโจมตีทางอากาศมีนัยอย่างไร ไบเดนกล่าวว่า: “คุณไม่สามารถทำอะไรไปโดยไม่ต้องรับโทษได้”

“ระวังตัวไว้” เขากล่าวเสริมระหว่างที่เขาอยู่ในฮูสตันระหว่างการเดินทางเพื่อบรรเทาทุกข์หลังจากเกิดพายุฤดูหนาวครั้งใหญ่ในเท็กซัส

ก่อนหน้านี้ เจน ซากี เลขาธิการสื่อมวลชนของไบเดนเรียกการจู่โจมว่าเป็น “การส่งสัญญาณเป็นนัยๆ” ว่าไบเดน “จะทำหน้าที่ปกป้องชาวอเมริกันและเมื่อมีการคุกคามเขาก็มีสิทธิ์ที่จะดำเนินการตามเวลาและลักษณะที่เขาเลือก “

กระทรวงกลาโหมสหรัฐหรือเพนตากอนกล่าวว่าการโจมตีเมื่อวันพฤหัสบดีเป็นการตอบโต้การโจมตีด้วยจรวดหลายครั้งที่มีเป้าหมายไปยังทหารสหรัฐในอิรัก

และตามที่กลุ่มเฝ้าติดตามสงครามของซีเรียได้ข้อมูลมา การโจมตี “ตอบโต้” ของสหรัฐได้สังหารสมาชิกกลั่มติดอาวุธไป 22 คน

หนึ่งในการโจมตีเป้าหมายทางทหารของสหรัฐเกิดขึ้นในอาร์บิลเมืองหลวงของแคว้นเคิร์ดเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ได้สังหารพลเรือนและผู้รับเหมาชาวต่างชาติที่ทำงานร่วมกับกองกำลังพันธมิตรและผู้รับเหมาและทหารสหรัฐได้รับบาดเจ็บหลายคน

ซากีกล่าวว่าการตัดสินใจที่อยู่เบื้องหลังการนัดหยุดงานเป็นการทำ “โดยเจตนา” และเป้าหมายของไบเดนคือ “กิจกรรมที่ไม่พึงปรารถนาในซีเรียและอิรัก”

จอห์น เคอร์บีโฆษกเพนตากอนกล่าวว่าเครื่องบินรบ F-15E “Strike Eagles” 2 ลำทำการปล่อยอาวุธที่มีความแม่นยำสูงถึง 7 ชิ้น ทำลายอาคารทั้งหมด 9 แห่งและทำลายอาคารบางส่วน 2 แห่งของเป้าหมายที่เป็นฝ่ายศัตรู

Photo by MANDEL NGAN / AFP

ทหารเมียนมาไล่ทูตยูเอ็นชูสามนิ้วต้านยึดอำนาจ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/646562

วันที่ 28 ก.พ. 2564 เวลา 10:28 น.ทหารเมียนมาไล่ทูตยูเอ็นชูสามนิ้วต้านยึดอำนาจหลังจากทูตรายนี้กลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลกเมื่อเขาชูนิ้วแสดงสัญลักษณ์ต่อต้านการทำรัฐประหารกลางที่ประชุมสหประชาชาติ

คณะรัฐประหารของเมียนมาไล่ทูตประจำประเทศประจำสหประชาชาติออกจากตำแหน่งเมื่อวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐ เพียงหนึ่งวันหลังจากที่เขากล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติในนิวยอร์กอย่างไม่เต็มใจ โดยวิงวอนขอความช่วยเหลือจากนานาชาติในการฟื้นฟูประชาธิปไตยให้กับบ้านเกิดของเขา

สำนักข่าว The NewYork Times รายงานว่า จอ โม ตุน (Kyaw Moe Tun) เอกอัครราชทูตฯ ปิดท้ายสุนทรพจน์ที่สหประชาชาติด้วยการชูสามนิ้วแสดงท่าทางจากภาพยนตร์เรื่อง Hunger Games ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของการต่อต้านประชาธิปไตยของกลุ่มผู้ประท้วงในเมียนมาและก่อนหน้านั้นเป็นสัญลักษณ์การประท้วงในประเทศเพื่อนบ้านคือประเทศไทย

จอ โม ตุนได้รับการแต่งตั้งภายใต้รัฐบาลพลเรือนและอยู่นอกเมียนมาเมื่อเกิดรัฐประหาร

เมื่อเขามีโอกาสในการกล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมสหประชาชาติ เขาท้าทายผู้ปกครองทหารใหม่และเรียกร้องให้องค์กรโลก “ใช้วิธีการใดๆ ที่จำเป็นในการดำเนินการกับทหารเมียนมา” และนำประชาธิปไตยกลับคืนมา

ต่อมาสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลทหารเมียนมาประกาศลั่นว่าเขา “ทรยศประเทศและพูดแทนองค์กรที่ไม่เป็นทางการซึ่งไม่ได้เป็นตัวแทนของประเทศและใช้อำนาจและความรับผิดชอบของทูตในทางมิชอบ”

ด้านสำนักข่าว Reuters รายงานว่า หลังจากถูกขับจากตำแหน่ง จอ โม ตุนสาบานว่าจะต่อสู้ต่อไปโดยกล่าวว่า “ผมตัดสินใจที่จะต่อสู้เพื่อตอบโต้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้”

คริสตีน ชราเนอร์ เบิร์เกอเนอร์ (Christine Schraner Burgener) ทูตพิเศษของเลขาธิการสหประชาชาติประจำเมียนมาได้เตือนที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติที่มีสมาชิก 193 คนเมื่อวันศุกร์ว่าไม่ควรมีประเทศใดที่ควรยอมรับหรือให้ความชอบธรรมกับรัฐบาลทหารเมียนมา

Photo by – / UNITED NATIONS / AFP

อู๋ม่งต๊ะ นักแสดงฮ่องกงคู่บุญโจวซิงฉือเสียชีวิต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/646545

วันที่ 27 ก.พ. 2564 เวลา 17:15 น.อู๋ม่งต๊ะ นักแสดงฮ่องกงคู่บุญโจวซิงฉือเสียชีวิตสื่อจีนรายงาน อู๋ม่งต๊ะ นักแสดงฮ่องกงเสียชีวิตจากมะเร็งตับ

สำนักข่าว CGTN ของจีนรายงานว่า อู๋ม่งต๊ะ (Ng Man Tat) นักแสดงชาวฮ่องกงที่มักจะรับงานแสดงคู่กับ โจวซิงฉือ เสียชีวิตแล้วในวัย 68 ปี ด้วยโรคมะเร็งตับ หลังจากเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล

ก่อนหน้านี้ หลังจากที่ โจวซิงฉือ ทราบว่าอู๋ม่งต๊ะอาการทรุดหนักและต้องเข้ารับการรักษาด้วยคีโม เจ้าตัวได้ติดต่อไปสอบถามและเสนอตัวช่วยเหลือ

ทั้งนี้ ในยุค 90 ทั้งอู๋ม่งต๊ะและโจวซิงฉือแสดงภาพยนตร์ด้วยกันหลายเรื่อง อาทิ  คนเล็กนักเรียนโต คนเล็กกุ๊กเทวดา และภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายที่ทั้งคู่แสดงด้วยกันคือ นักเตะเสี้ยวลิ้มยี่ เมื่อปี 2001

กกต.เมียนมาประกาศให้ผลการเลือกตั้งเป็นโมฆะ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/646540

วันที่ 27 ก.พ. 2564 เวลา 17:00 น.กกต.เมียนมาประกาศให้ผลการเลือกตั้งเป็นโมฆะคณะกรรมการเลือกตั้งเมียนมาประกาศให้ผลการเลือกตั้งเมื่อปลายปีที่แล้วที่อองซานซูจีชนะเป็นโมฆะ

อูเต็งโซ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ได้รับการแต่งตั้งจากผู้นำรัฐประหารประกาศว่า ผลการเลือกตั้งเมื่อเดือน พ.ย.ปีที่แล้ว ที่พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ของอองซานซูจีกวาดชัยชนะเป็นโมฆะ เนื่องจากพบความบกพร่องเกี่ยวกับรายชื่อผู้มีสิทธิ์ลงคะแนน ทั้งยังมีการทุจริตเป็นวงกว้าง

อย่างไรก็ดี คณะกรรมการการเลือกตั้งไม่ได้ระบุรายละเอียดว่าบกพร่องหรือทุจริตอย่างไร

อูเต็งโซ ยังเผยอีกว่า ตัวแทนพรรคการเมืองที่เข้าร่วมประชุมต้องการให้ลงโทษรัฐบาลพลเรือนจากพรรค NLD ในข้อหาโกงการเลือกตั้ง

ด้าน ดอว์ขิ่นซานหล่าย ฝ่ายบริหารของพรรค NLD ที่ได้รับเลือกเป็นสมาชิกรัฐสภาเผยกับสำนักข่าว The Irrawaddy ว่า การประกาศว่าผลการเลือกตั้งเป็นโมฆะไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากมาจากรัฐบาลรัฐประหาร

Photo by Thet Aung / AFP

สหรัฐโชว์ภาพทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีป โวพร้อมจัดการศัตรู #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/646528

วันที่ 27 ก.พ. 2564 เวลา 15:20 น.สหรัฐโชว์ภาพทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีป โวพร้อมจัดการศัตรูกองทัพสหรัฐทดสอบยิงขีปนาวุธข้ามทวีปคาดเป็นการส่งสัญญาณไปถึงจีนกับรัสเซีย

กองทัพอากาศสหรัฐเผยความสำเร็จในการทดสอบยิงชีปนาวุธข้ามทวีป LGM-30G Minuteman III ที่ยิงจากฐานทัพอากาศแวนเดนเบิร์กในรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยสามารถโจมตีเป้าหมายที่อยู่ห่างออกไป 6,760 กิโลเมตรบนหมู่เกาะมาร์แชลในมหาสมุทรแปซิฟิก

“การทดสอบนี้แสดงให้เห็นว่าความสามารถในการทำลายอาวุธนิวเคลียร์ที่ยิงมาจากฝ่ายตรงข้ามของสหรัฐยังปลอดภัย มั่นคง เชื่อถือได้ และมีประสิทธิภาพในการจัดการกับภัยคุกคามของศตวรรษที่ 21 และทำให้พันธมิตรของเรามั่นใจ”

กองทัพอากาศจะระบุว่าการทดสอบครั้งนี้วางแผนไว้ล่วงหน้าหลายปีแล้ว และไม่ใช่เป็นการตอบโต้ความตึงเครียดในโลกหรือในภูมิภาค แต่การทดสอบนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่สหรัฐทบทวนยุทธศาสตร์นิวเคลียร์

ก่อนหน้านี้กองทัพเรือสหรัฐได้ทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีป Trident ที่ไม่ได้ติดตั้งหัวรบในมหาสมุทรแอตแลนติกโดยยิงจากเรือดำน้ำที่อยู่นอกชายฝั่งฟลอริดา

ในช่วงเวลาเดียวกัน ชาร์ลส์ ริชาร์ด ผู้บัญชาการกองบัญชาการยุทธศาสตร์ที่ควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ของสหรัฐยังเตือนว่า สงครามอาวุธนิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐกับจีนหรือรัสเซียเป็นไปได้อย่างมาก และกองทัพสหรัฐต้องดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อขจัดความเป็นไปได้นั้น โดยเขาประเมินจากขยายและยกระดับคลังอาวุธของทั้งจีนและรัสเซีย

ฐานปล่อยขีปนาวุธข้ามทวีปของสหรัฐมีพิสัยการโจมตี 9,700 กิโลเมตรเมื่อติดตั้งหัวรบ ซึ่งรัสเซียและทางตอนเหนือของจีนอยู่ในพิสัยดังกล่าวหากปล่อยจากฐานในรัฐไวโอมิง นอร์ทดาโกตา และมอนแทนา ขณะที่ชายฝั่งตะวันออกของจีนจะอยู่ในพิสัยโจมตีหากยิงจากแคลิฟอร์เนียและแปซิฟิก

โจวเฉินหมิง เชี่ยวชาญด้านกองทัพมองว่า การทดสอบขีปนาวุธครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังประเทศมหาอำนาจทางอาวุธนิวเคลียร์อื่นๆ

รมต.ตปท.อินโดฯ ยกหูคุยเลขายูเอ็นแก้วิกฤตเมียนมา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/646519

วันที่ 27 ก.พ. 2564 เวลา 13:20 น.รมต.ตปท.อินโดฯ ยกหูคุยเลขายูเอ็นแก้วิกฤตเมียนมารัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซียเดินหน้าแก้วิกฤตเมียนมาหลังเข้าพบ ดอน ปรมัตถ์วินัย

เร็ตโน มาร์ซูดี รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย โพสต์ข้อความผ่านบัญชีทวิตเตอร์ทางการของรัฐบาลอินโดนีเซียว่า ได้โทรศัพท์พูดคุยสถานการณ์ในภูมิภาคกับ อันโตนิโอ กูร์เตเรซ เลขาธิการสหประชาติ โดยกูร์เตเรซได้แสดงความชื่นชนบทบาทของอินโดนีเซียที่พยายามอย่างไม่หยุดหย่อนในการหาทางคลี่คลายวิกฤตในเมียนมา

อินโดนีเซียกำลังดำเนินมาตรการทางการทูต ที่เรียกว่า Shuttle Diplomacy พูดคุยหารือกับประชาคมอาเซียนและประชาคมโลก หาทางยุติวิกฤตในเมียนมา รวมทั้งล็อบบี้อาเซียนให้จัดประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งขณะนี้ชาติสมาชิกที่ออกเสียงสนับสนุนอย่างเป็นทางการมี 3 ประเทศคือ มาเลเซีย บรูไน และสิงคโปร์

ก่อนหน้านี้ มาร์ซูดีเผยว่า “แม้ว่าการทูตแบบ shuttle diplomacy จะไม่ง่ายดายนักในช่วงเวลาที่มีโรคระบาด แต่อินโดนีเซียต้องทำ เนื่องจากมีหลักการบางอย่างที่ต้องยึดถือ…อินโดนีเซียเลือกที่จะไม่เงียบ…การไม่ทำอะไรไม่ใช่ทางเลือก”

Good discussion with @UN Secretary General @antonioguterres yesterday on developments in the region (26/02). The UNSG conveyed appreciation on Indonesia’s tireless efforts for Myanmar.— Menteri Luar Negeri Republik Indonesia (@Menlu_RI) February 26, 2021