จีนส่งกองทัพเป็ดช่วยเขมือบฝูงตั๊กแตนรุกรานเพื่อนบ้าน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/616144

วันที่ 27 ก.พ. 2563 เวลา 20:31 น.

จีนส่งกองทัพเป็ดช่วยเขมือบฝูงตั๊กแตนรุกรานเพื่อนบ้าน

รัฐบาลของปากีสถานยังกระตุ้นให้ประชาชนกินตั๊กแตนด้วยเช่นกัน โดยแนะว่าประชาชนควรใช้ประโยชน์จากสถานการณ์โดยจับฝูงตั๊กแตนมาปิ้งย่างหรือทำแกงกะหรี่

จีนเตรียมส่งกองทัพเป็ดไปยังปากีสถานซึ่งเป็นเพื่อนบ้าน เพื่อต่อสู้กับตั๊กแตนอันเป็นศัตรูพืชกินพืชผลที่คุกคามความมั่นคงด้านอาหารของภูมิภาค จากการรายงานของสำนักข่าว Bloomberg

Lu Lizhi นักวิจัยอาวุโสจากสถาบันวิทยาศาสตร์การเกษตรของมณฑลเจ้อเจียงกล่าวว่ าเป็ดอย่างน้อย 100,000 ตัวจะถูกส่งไปปากีสถานในช่วงต้นของครึ่งปีหลัง เพื่อต่อสู้กับการระบาดของตั๊กแตนในทะเลทราย เพราะเป็ดถือเป็น “อาวุธชีวภาพ” และมีประสิทธิภาพมากกว่ายาฆ่าแมลง โดย Lu Lizhi ผู้รับผิดชอบโครงการนี้ควบคู่กับมหาวิทยาลัยในปากีสถานกล่าว

“เป็ดตัวหนึ่งสามารถกิน ตั๊กแตนได้มากกว่า 200 ตัวต่อวัน” ลูกล่าวในการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์เมื่อวันพฤหัสบดีโดยอ้างถึงผลการทดลองเพื่อทดสอบความสามารถของเป็ดในการค้นหาและการทำลายศัตรูพืช

การทดลองจะเริ่มขึ้นในเขตตะวันตกของซินเจียงของจีนในปลายปีนี้ ก่อนที่เป็ดจะถูกส่งไปปากีสถาน

ฝูงตั๊กแตนทะเลทรายได้แพร่กระจายไปยังประเทศต่างๆ ตั้งแต่แอฟริกาตะวันออกไปจนถึงเอเชียใต้ ทำลายพืชผลและทุ่งหญ้าอย่างรวดเร็ว

นอกจากตั๊กแตนแล้วยังมีโรคระบาด, ศัตรูพืชอื่นๆ รวมถึงฝนที่ไม่ตกต้องตามฤดูกาลและการระบาดของเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพต่ำได้เข้าทำลายพืชผลสำคัญในภูมิภาคเกษตรที่ใหญ่ที่สุดของปากีสถาน ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจที่เปราะบางอยู่แล้ว และตอนนี้ตั๊กแตนยังบุกไปยังอินเดียด้วย

การปกป้องเพื่อนบ้านจากฝูงตั๊กแตนยังมีความสำคัญต่อจีนซึ่งมีพรมแดนติดกับปากีสถานและอินเดีย อย่างไรก็ตาม จีนมีภูเขาหิมาลัยเป็นกำแพงกั้นระหว่างอนุทวีปอินเดียและที่ราบสูงทิเบต เสมือนเกราะป้องกันจากฝูงตั๊กแตน

กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตรของจีนเดินทางมาเยือนปากีสถานในสัปดาห์นี้ เพื่อช่วยควบคุมการระบาดของตั๊กแตน ในขณะที่การรุกรานกำลังเคลื่อนไปทางทิศตะวันออกตาม

ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น รัฐบาลของปากีสถานยังกระตุ้นให้ประชาชนกินตั๊กแตนด้วยเช่นกัน โดยแนะว่าประชาชนควรใช้ประโยชน์จากสถานการณ์โดยจับฝูงตั๊กแตนมาปิ้งย่างหรือทำแกงกะหรี่

อากาศแปรปรวนเกินไปแล้ว! ออสเตรเลียเจอหิมะตกหน้าร้อน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/616093

วันที่ 27 ก.พ. 2563 เวลา 19:31 น.

อากาศแปรปรวนเกินไปแล้ว! ออสเตรเลียเจอหิมะตกหน้าร้อน

ในขณะที่ฤดูร้อนของออสเตรเลียยังไม่ทันสิ้นสุดลง ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้กลับมีหิมะตกในรัฐแทสมาเนียทางตอนใต้ของประเทศ

ผู้ประกาศข่าวพยากรณ์อากาศเผยว่า แม้ว่าพื้นที่บนภูเขาของรัฐอาจมีหิมะตกได้ตลอดเวลา เนื่องจากได้รับอิทธิพลความเย็นที่พัดมาจากทวีปแอนตาร์กติกา แต่ก็ไม่มีใครคาดว่าหิมะจะมาในช่วงฤดูร้อน

ส่วนในเฟซบุ๊คของ Tasmanian Rover Ski Club ผู้ให้บริการสกีรีสอร์ทชื่อดังที่โพสต์คลิปหิมะตกถึงกับมีผู้ใช้โซเชียลคอมเม้นต์เข้ามาถามว่า “เฮ้พวก หลอกกันใช่มั้ย”

ปรากฏการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าธรรมชาติเริ่มแปรปรวน เพราะช่วงฤดูร้อนปีนี้ออสเตรเลียต้องเผชิญทั้งไฟป่า น้ำท่วม รวมทั้งหิมะที่มาก่อนเวลา

คลิปวิดีโอนี้ถ่ายจาก Ben Lomomd Snow Sports ผู้ให้บริการเช่นอุปกรณ์สกีทางตะวันออกเฉียงเหนือของรัฐ

ภาพ : เฟซบุ๊ค : Tasmanian Rover Ski Club, Ben Lomond Snow Sports

จีนมั่นใจควบคุมไวรัสได้ภายในเดือนหน้า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/616104

วันที่ 27 ก.พ. 2563 เวลา 18:01 น.

จีนมั่นใจควบคุมไวรัสได้ภายในเดือนหน้า

จงหนานซาน ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบทางเดินหายใจ มั่นใจว่าจะควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสในจีนได้ภายในปลายเดือน เม.ย.

“แม้ว่าในเมืองอู่ฮั่นจะมีการระบาดครั้งใหญ่ แต่เรายังไม่พบการระบาดครั้งใหญ่ในเมืองอื่น ก่อนหน้าหน้าเราคาดว่าจุดสูงสุดของการระบาดจะเกิดขึ้นช่วงกลางหรือปลายเดือน ก.พ.” จงหนานซานกล่าว

จงยังกล่าวอีกว่า หลังจากวันที่ 15 ก.พ. ตัวเลขผู้ติดเชื้อเริ่มลดลง และจีนเชื่อมั่นว่าจะควบคุมโรคได้ภายในเดือน เม.ย.

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญรายนี้ยังเอ่ยถึงการคาดการณ์ตัวเลขผู้ติดเชื้อของผู้เชี่ยวชาญต่างชาติว่า ผู้เชี่ยวชาญบางรายที่พยากรณ์ว่าจะมีผู้ติดเชื้อกว่า 160,000 รายไม่ได้นำมาตรการควบคุมรับมือของรัฐบาลจีนไปพิจารณาเพื่อคำนวณตัวเลข

ทั้งยังระบุเพิ่มเติมว่างานวิจัยของทีมของเขาที่คาดว่าจะมีผู้ติดเชื้อราว 70,000 รายที่ส่งไปยังวารสารวิชาการระดับนานาชาติกลับถูกปฏิเสธ

ทั้งนี้ เมื่อวันอังคารที่ 25 ที่ผ่านมาถือเป็นวันที่ 7 ติดต่อกันที่จำนวนผู้ติดเชื้อรายวันในแต่ละวันเพิ่มขึ้นไม่เกิน 1,000 ราย และเป็นวันที่ 8 ติดต่อกันที่ตัวเลขผู้ที่รักษาหายมีมากกว่าผู้ติดเชื้อรายใหม่

ข่าวด่วน ญี่ปุ่นจะปิดโรงเรียนทั้งหมดป้องกันไวรัสระบาด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/616132

วันที่ 27 ก.พ. 2563 เวลา 16:47 น.

ข่าวด่วน ญี่ปุ่นจะปิดโรงเรียนทั้งหมดป้องกันไวรัสระบาด

ขณะนี้ญี่ปุ่นมีผู้ติดเชื้อ 207 ราย เสียชีวิต 4 ราย ระบาดหนักสุดในอันดับที่ 3 ของโลกยกเว้นจีน

สำนักข่าว Kyodo รายงานด่วนว่า รัฐบาลญี่ปุ่นจะขอให้โรงเรียนทุกแห่งในญี่ปุ่นปิดทำการเรียนการสอน เนื่องจากความกลัวเรื่องโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่กำลังลุกลามอย่างรวดเร็ว

นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า รัฐบาลจะขอให้โรงเรียนระดับประถม, มัธยมต้น, และมัธยมปลายทั้งหมดในญี่ปุ่นปิดทำการตั้งแต่วันจันทร์ (2 มีนาคม 2563) โดยขณะนี้ญี่ปุ่นยังพบผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง

“รัฐบาลถือว่าสุขภาพและความปลอดภัยของเด็กเหนือสิ่งอื่นใด” อาเบะกล่าว

“เราขอให้โรงเรียนประถม มัธยมต้น และมัธยมปลายทั้งหมด … ทั่วประเทศปิดทำการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคมในสัปดาห์หน้าจนกว่าจะถึงการปิดเทอมฤดูใบไม้ผลิ”

ทั้งนี้ โรงเรียนญี่ปุ่นจะปิดเทอมฤดูใบไม้ผลิในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนมีนาคม

ก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วโมง ทางการเมืองโอซาก้าประกาศว่าจะปิดโรงเรียนประถม มัธยมต้น และโรงเรียนอนุบาลในเมืองเป็นการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 13 มีนาคม โดยในระหว่างการปิดเรียนโรงเรียนจะรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสภาวะสุขภาพของนักเรียนจากผู้ปกครองและรายงานต่อคณะกรรมการการศึกษาหากพบข้อกังวลใดๆ เช่น มีไข้

ส่วนโรงเรียนบางแห่งในส่วนอื่นๆ ของประเทศได้ตัดสินใจที่จะปิดหรือลดการทำกิจกรรมลง ขณะที่โรงเรียนภาคบังคับ 1,600 แห่งบนเกาะฮอกไกโดปิดทำการในวันพฤหัสบดีเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ หลังพบการระบาดในระดับชุมชน

อย่างไรก็ตาม คำสั่งปิดโรงเรียนตามภูมิภาคต่างๆ อาจต้องปฏิบัติตามคำสั่งของส่วนกลางจากรัฐบาล ที่เพิ่งประกาศว่าจะปิดโรงเรียนทุกระดับชั้นทั่วประเทศโดยมีกำหนดพร้อมกันวันที่ 2 มีนาคม 2563

เรามีดวงจันทร์อีกดวง? นักดาราศาสตร์พบ “มินิมูน” โคจรรอบโลก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/616106

วันที่ 27 ก.พ. 2563 เวลา 16:08 น.

เรามีดวงจันทร์อีกดวง? นักดาราศาสตร์พบ "มินิมูน" โคจรรอบโลก

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมินิมูนจะสามารถเปิดเผยได้ในอีกไม่กี่สัปดาห์และหลายเดือนหลังจากนี้ เพราะนักดาราศาสตร์ยังคงสังเกตการณ์มันอยู่

นักดาราศาสตร์ค้นพบดวงจันทร์ขนาดจิ๋ว หรือ “มินิมูน” ที่กำลังโคจรรอบโลก มันคือดาวเคราะห์น้อยขนาดเล็กซึ่งมีชื่อว่า CD3 2020 ถูกตรวจพบโดยนักดาราศาสตร์ในเมืองทูซอน รัฐแอริโซนาเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์

Kacper Wierzchos นักวิจัยของโครงการCatalina Sky Survey ที่ห้องทดลอง Lunar and Planetary Lab ของมหาวิทยาลัยแอริโซนเผยผ่านทวิตเตอร์ว่า “โลกจับวัตถุที่อาจจะเป็นมินิมูนดวงใหม่เอาไว้ชั่วคราว เรียกว่า 2020 CD3 ในคืนวันที่ 15 กุมภาพันธ์ เพื่อนร่วมทีม Catalina Sky Survey ของผม Teddy Pruyne และผมค้นพบวัตถุขนาด 20 แมกนิจูด”

Wierzchos กล่าวว่าวัตถุนั้นมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1.9 – 3.5 เมตรและมันเข้าสู่วงโคจรของโลกเมื่อสามปีก่อน หลังจากตรวจสอบมาระยะหนึ่งพบว่าไม่ใช่วัตถุที่มนุษย์สร้างขึ้น (เช่น ดาวเทียม) ดังนั้นจึงอาจเรียกได้ว่ามันเป็นดาวบริวารหรือดวงจันทร์อีกดวงของโลกก็ว่าได้ แต่มีสถานะชั่วคราวและมีขนาดเล็กมาก จึงเรียกว่า ดาวบริวารชั่วคราว (Temporary satellite)

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมินิมูนจะสามารถเปิดเผยได้ในอีกไม่กี่สัปดาห์และหลายเดือนหลังจากนี้ เพราะนักดาราศาสตร์ยังคงสังเกตการณ์มันอยู่

สหพันธ์ดาราศาสตร์สากล (IAU) กล่าวว่าวัตถุนี้ถูกแรงโน้มถ่วงหน่วงเหนี่ยวไว้กับวงโคจรของโลกเป็นการชั่วคราว และทำการขึ้นทะเบียนมันเอาไว้แล้ว

นี่คือดาวเคราะห์น้อยดวงที่ 2 ที่เข้ามาโคจรรอบโลกเท่าที่ทราบกัน อีกดวงคือ RH120 ซึ่งถูกค้นพบเมื่อปี 2549 เป็นหินอวกาศซึ่งโคจรรอบดวงอาทิตย์และผ่านเข้ามาใกล้โลกทุกๆ 2 – 3 ทศวรรษ แต่มันถูกแรงโน้มถ่วงของโลกดูดเข้ามาในเดือนมิถุนายน 2549 และคงอยู่จนถึงราวเดือนกันยายน 2550 ก่อนที่มันจะพุ่งออกจากโลกแล้วไปเข้าหาระบบสุริยะ

Catalina Sky Survey ซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับทุนจากองค์การนาซ่ามีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบจักรวาลเพื่อค้นหาและติดตามวัตถุใกล้โลกโดยเฉพาะสิ่งที่อาจเป็นภัยคุกคามต่อโลก

https://twitter.com/WierzchosKacper/status/1232460436634656769

ผู้ป่วย Covid-19 ในกวางตุ้งที่หายแล้ว 14% กลับมาเป็นซ้ำ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/616084

วันที่ 27 ก.พ. 2563 เวลา 13:29 น.

ผู้ป่วย Covid-19 ในกวางตุ้งที่หายแล้ว 14% กลับมาเป็นซ้ำ

ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าขณะที่แพทย์อนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาล ผู้ป่วยอาจยังไม่ฟื้นตัวจากอาการปอดติดเชื้อ 100%

ซ่งเทีย รองผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคประจำมณฑลกวางตุ้งของจีนเผยว่า 14% ของผู้ป่วย Covid-19 ในมณฑลกวางตุ้งที่อาการหายดีและออกจากโรงพยายาลแล้วกลับมาติดเชื้ออีกครั้ง

การค้นพบครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาจนหายขาดแล้วอาจต้องได้รับการเฝ้าสังเกตอาการต่ออีกระยะหนึ่ง แม้จะตรวจไม่พบเชื้อ 2 ครั้งตามแนวทางปฏิบัติของหน่วยงานสาธารณสุขแล้วก็ตาม

ซ่งเทียยังชี้แจงกับสื่อมวลชนอีกว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปทางวิทยาศาสตร์ว่าเหตุใดผู้ป่วยบางรายจึงกลับมาติดเชื้ออีกครั้ง

ทว่า จากการประเมินเบื้องต้น ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าขณะที่แพทย์อนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลผู้ป่วยอาจยังไม่ฟื้นตัวจากอาการปอดติดเชื้อ 100% โดยมีเคสผู้ป่วยกลับมาติดเชื้อซ้ำในมณฑลอื่นด้วย

ทั้งนี้ แนวทางปฏิบัติของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีนระบุว่า ผู้ป่วยที่จะออกจากโรงพยาบาลได้จะต้องตรวจไม่พบเชื้อโคโรนาไวรัส 2 ทั้งสองครั้ง แต่ละครั้งห่างกันอย่างน้อย 1 วัน

หลังจากนี้ทางมณฑลกวางตุ้งเตรียมเฝ้าระวังอาการผู้ป่วยที่กลับมาติดเชื้อซ้ำอย่างใกล้ชิด และขอความร่วมมือโรงพยาบาลให้ติดตามอาการของผู้ป่วยที่ออกจากโรงพยาบาลแล้วต่ออีกอย่างน้อย 2 สัปดาห์

สื่อนอกชี้ตลาดหุ้นไทยตอนนี้แย่ที่สุดในโลก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/616078

วันที่ 27 ก.พ. 2563 เวลา 13:27 น.

สื่อนอกชี้ตลาดหุ้นไทยตอนนี้แย่ที่สุดในโลก

รวมแล้วทุนต่างชาติถอนเงินออกไป 11,000 ล้านเหรียญสหรัฐในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาตามข้อมูลที่รวบรวมโดย Bloomberg

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า จำนวนผู้ป่วยโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่เพิ่มขึ้นในประเทศไทย ทำให้ภาพรวมของการท่องเที่ยวยากที่จะฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ดัชนีหุ้นของประเทศอยู่ในอันดับที่แย่ที่สุดในโลก

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ของประเทศไทยร่วงลง 5.1% ในวันพุธซึ่งรุนแรงในรอบ 6 ปีมาหลังจากที่รัฐบาลเผยว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสเพิ่มขึ้น 3 คนมาอยู่ที่ 40 คนทำให้เกิดความกลัวว่าจะมีการแพร่กระจายมากขึ้น

ดัชนีหุ้นไทยลดลง 14% แล้วในปีนี้ ซึ่งลดลงต่ำที่สุดในโลก และเปลี่ยนจากระดับสูงสุดเมื่อเร็วๆ นี้กลายเป็นภาวะตลาดหมีหรือภาวะขาลง

Bloomberg ชี้ว่า การระบาดของไวรัสส่งผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างหนัก เพราะไทยต้องพึ่งพาการท่องเที่ยว และนักท่องเที่ยวชาวจีนซึ่งเป็นแหล่งรายได้ท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของประเทศได้หายไป รายได้จากการท่องเที่ยวซึ่งคิดเป็นประมาณ 5 ใน 5 ของเศรษฐกิจร่วงลงเมื่อเดือนที่แล้ว

ปัญหานี้ยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง จากเดิมที่ไทยต้องเผชิญกับภัยคุกคามจากภัยแล้งที่รุนแรง ความล่าช้าในการผ่านงบประมาณของรัฐบาล และการส่งออกที่ตกต่ำ

“ปัจจัยพื้นฐานและการประเมินมูลค่าไม่มีความสำคัญแล้วในขณะนี้ เนื่องจากตลาดมีความกลัว การท่องเที่ยวเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญและนักท่องเที่ยวชาวจีนเป็นผู้ใช้จ่ายรายใหญ่ ตอนนี้ยังไม่เห็นว่าการระบาดจะสิ้นสุดลง” Namchai Techaratanawiroj หัวหน้าฝ่ายวิจัยของบริษัทหลักทรัพย์ LH Securities Co. ในกรุงเทพฯ กล่าว

ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อื่นๆ ก็เสียหายอย่างหนักเช่นกัน ดัชนีตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ดิ่งลง 11% ในปีนี้ ดัชนีคอมโพสิตจาการ์ตาลดลง 10% ทำให้ดัชนีหุ้นของทั้ง 2 ประเทศอยู่ในอันดับที่แย่ที่สุดในโลกในปี 2563 ขณะที่ดัชนี KLCI ของมาเลเซีย ร่วงลงมาเป็นครั้งแรกหลังจากติดอยู่ในตลาดกระทิงนาน 12 ปี

นักลงทุนต่างชาติได้ถอนเงิน 1,180 ล้านเหรียญสหรัฐจากตลาดหุ้นไทยไปแล้วในปีนี้ รวมแล้วทุนต่างชาติถอนเงินออกไป 11,000 ล้านเหรียญสหรัฐในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาตามข้อมูลที่รวบรวมโดย Bloomberg

เปิดเบื้องหลังลัทธิชินชอนจี ต้นตอการแพร่ระบาดเชื้อโคโรนาในเกาหลีใต้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/616026

วันที่ 27 ก.พ. 2563 เวลา 12:00 น.

เปิดเบื้องหลังลัทธิชินชอนจี ต้นตอการแพร่ระบาดเชื้อโคโรนาในเกาหลีใต้

ชาวเกาหลีใต้ไม่พอใจลัทธิชินชอนจีอย่างหนัก เนื่องจากเป็นต้นเหตุของการแพร่ระบาดเป็นวงกว้าง จนเกิดการล่ารายชื่อกว่า 552,000 รายชื่อ เรียกร้องให้รัฐบาลยุบลัทธิ

ลัทธิความเชื่อทางศาสนาในเกาหลีใต้กลายเป็นจุดสนใจของชาวโลกหลังจากพบว่ากว่าครึ่งหนึ่งของผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสในเกาหลีใต้เป็นสาวกของลัทธิชินชอนจี

ชื่อเสียงฉาวโฉ่ของลัทธิชินชอนจี เกิดขึ้นเพราะความไม่รับผิดชอบของคุณป้าวัย 61 ปีจากเมืองแทกู ซึ่งตอนนี้ได้รับการขนานนามว่า “ผู้ป่วยรายที่ 31” (patient 31)

คุณป้ามหาภัยรายนี้ไม่ยอมบอกแพทย์ว่าเคยเดินทางไปเมืองอู่ฮั่นของจีน และปฏิเสธการตรวจหาเชื้อหลายครั้งทั้งๆ ที่แพทย์แนะนำให้ตรวจ และผลการเอกซ์เรย์ปอดก็พบว่าเป็นโรคปอดบวมอย่างชัดเจน

อีกทั้งระหว่างที่รักษาตัวในโรงพยาบาลก็แอบหนีออกไปทำพิธีทางศาสนาที่โบสถ์ของลัทธิในเมืองแทกูอย่างน้อย 4 ครั้ง ทำให้มีสาวกในโบสถ์ติดเชื้อหลายร้อยราย

อีโฮยอน อดีตสาวกของลัทธิเผยว่า ระหว่างประกอบพิธีสาวกต้องนั่งบนพื้นและนั่งชิดกันชนิดศอกชนศอกเข่าชนเข่า และถูกสั่งห้ามไม่ให้สวมหน้ากากอนามัยหรือแว่นตา บางคนยังมาที่โบส์ทั้งที่ไม่สบาย

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคเกาหลีใต้ (KCDC) เผยว่าสภาพแวดล้อมเช่นนี้ทำให้เชื้อแพร่ในกลุ่มสาวกอย่างรวดเร็ว

ลัทธิชินชอนจี แปลว่า ดินแดนและสวรรค์แห่งใหม่ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1984 โดยอีแมนฮี เจ้าลัทธิวัย 88 ปี ที่อ้างตัวว่าเป็นพระเยซูที่เสด็จกลับมาบนโลกอีกครั้ง (second coming) และจะนำพาสาวก 144,000 คนขึ้นสวรรค์ไปด้วยในวันพิพากษาโลก รวมทั้งอ้างว่าคัมภีร์ไบเบิลเขียนโดยใช้อุปมาอุปไมย มีเพียงเจ้าลัทธิคนเดียวเท่านั้นที่ตีความได้อย่างถูกต้อง

เจ้าลัทธิยังอ้างว่าตัวเองมีสายเลือดของกษัตริย์ ทั้งที่ความจริงแล้วเขาเป็นลูกชายของครอบครัวยากจนครอบครัวหนึ่งในเมืองช็องโดเท่านั้น และก่อนที่จะมาเป็นเจ้าลัทธิชินชอนจี เขาเคยเป็นสาวกของลัทธิ Olive Tree ที่ได้รับความิยมในช่วงปี 1950-1960

ลัทธิชินชอนจีมีสาวกราว 300,000 คนกระจายอยู่ตามโบสถ์ราว 600 แห่งใน 29 ประเทศ อาทิ แอฟริกาใต้ คองโก คอสตาริกา เกาหลีใต้ และจีนซึ่งมีทั้งหมด 7 โบสถ์ในปักกิ่ง เทียนจิน เซี่ยงไฮ้ รวมถึงเมืองอู่ฮั่นศูนย์กลางการระบาดของโรค Covid-19

เว็บไซต์ของลัทธิระบุว่า ลัทธิเพิ่งเปิดสาขาที่เมืองอู่ฮั่นเมื่อปีที่แล้ว แต่หลังจากเกิดกรณีคุณป้ามหาภัยคนไข้รายที่ 31 ในเกาหลีใต้ ก็ไม่พบข้อความดังกล่าวในเว็บไซต์แล้ว

หลังจากทางการเกาหลีใต้เปิดเผยว่ายังไม่สามารถตามตัวสาวกลัทธิชินชอนจีเพื่อนำตัวมาตรวจสอบการติดเชื้ออีกเกือบ 1,000 ราย ก็ยิ่งสร้างความไม่พอใจต่อลัทธินี้ จนมีการล่ารายชื่อส่งไปยังทำเนียบประธานาธิบดีเพื่อให้ยุบลัทธิชินชอนจีแล้วกว่า 552,000 รายชื่อ

ทั้งนี้ เกาหลีใต้เป็นแหล่งปฏิบัติการณ์ของลัทธิความเชื่อต่างๆ มากมาย บางลัทธิสามารถความมั่งคั่งและเพราะสร้างอิทธิพลในประเทศ

เหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้ชาวเกาหลีใต้ช็อกทั้งประเทศคือ โศกนาฏกรรมเรือเซวอลล่มเมื่อปี 2014 ที่มีผู้เสียชีวิตกว่า 300 คน เพราะมีการเปิดเผยว่าบริษัทเจ้าของเรือลำนี้ควบคุมโดยเจ้าลัทธิที่ถูกตราหน้าว่าเป็นคนนอกรีต

หรือในกรณีของอดีตประธานาธิบดี พัคกึนเฮ ที่เป็นเพื่อนกับ ชเวซุนซิล ลูกสาวของเจ้าลัทธินอกรีตลัทธิหนึ่ง

เพื่อนสนิทรายนี้และพ่อของเธอเคยอ้างอำนาจพิเศษล่อลวง พัคชองฮี อดีตผู้นำประเทศซึ่งเป็นบิดาของพัคกึนเฮ และตัวอดีตผู้นำหญิงเองจนหลงเชื่อหัวปักหัวปำ ถึงขนาดชเวซุนซิลเข้ามาก้าวก่ายการตรวจทานปรับแก้ร่างสุนทรพจน์ของพัคกึนเฮ ยุ่มย่ามการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี และสั่งปิดเขตอุตสาหกรรมแกซองในเกาหลีเหนือ

รวมทั้งแอบอ้างอำนาจพิเศษของผู้นำประเทศกอบโกยผลประโยชน์เข้าตัว จนทั้งพ่อเจ้าลัทธิและลูกสาวถูกขนานนามว่าเป็น “รัสปูติน” ของเกาหลีใต้

ส่วนลัทธิชินชอนจีก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากการรุกเร้าเชิญชวนชาวเกาหลีใต้เข้าลัทธิโดยเฉพาะอย่างยิ่งวัยรุ่น โดยใช้วิธีทำนายดวงชะตาและการติวหนังสือเพื่อตีสนิท อีกทั้งโบสถ์คริสต์ที่อยู่ในกระแสหลักยังขึ้นป้ายเตือนไม่ให้สาวกชินชอนจีแฝงเข้ามาร่วมการประกอบพิธีกรรม

นอกจากนี้ ในปี 2016 ทางคริสตจักรแห่งอังกฤษ (Church of England) ยังออกคำเตือนไปยังโบสถ์อื่นๆ ทั่วอังกฤษกว่า 500 แห่งให้ระมัดระวังการทำกิจกรรมของลัทธิพาราคริสโต (Parachristo) ซึ่งเป็นสาขาของลิทธิชินชอนจี

ปี 2019 คริสตจักรแบ็บติสต์ในรัฐมณีปุระของอินเดียยังเตือนผู้นับถือว่าลัทธิชินชอนจีอวดอ้างเกินจริง เช่น อ้างว่าเจ้าลัทธิสามารถเข้าถึงเนื้อหาของคัมภีร์ไบเบิลที่บาทหลวงของคริสตจักรอื่นเข้าไม่ถึง และจะเข้าถึงพระเจ้าได้เพียงทางเดียวคือเชื่อฟังคำสั่งสอนของลัทธิชินชอนจี

ลัทธินี้ยังบิดเบือนเนื้อหาของคัมภีร์ไบเบิลเพื่อล่อลวงคนหนุ่มสาว จนหมกมุ่นอยู่กับกิจกรรมของลัทธิ ไม่สนใจครอบครัวหรือคนรอบข้าง

สถานทูตไทยในญี่ปุ่นแนะคนไทยเลี่ยงปลาดิบป้องกันCOVID-19 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/616062

วันที่ 27 ก.พ. 2563 เวลา 10:52 น.

สถานทูตไทยในญี่ปุ่นแนะคนไทยเลี่ยงปลาดิบป้องกันCOVID-19

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ประชาชนนิยมรับประทานปลาดิบ เช่น ซูชิและซาชิมิรูปแบบต่างๆ

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โพสต์คำแนะนำลงในเฟซบุ๊คของสถานทูต โดยแนะนำให้คนหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่ยังไม่ผ่านการปรุงสุก เพื่อป้องกันโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ประชาชนนิยมรับประทานปลาดิบ เช่น ซูชิและซาชิมิรูปแบบต่างๆ และคนไทยนิยมรับประทานอาหารประเภทนี้เช่นเดียวกับคนญี่ปุ่น

เนื้อหาของโพสต์มีใจความดังนี้

เชื้อไวรัส COVID-19 ไม่ทนความร้อน และถูกทำลายได้ด้วยวิธีการประกอบอาหารที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส

องค์การอนามัยโลก (WHO) จึงแนะนำให้ (1) หลีกเลี่ยงการบริโภคผลิตภัณฑ์อาหารจากสัตว์ที่ดิบหรือปรุงไม่สุก และ (2) จัดการกับเนื้อสัตว์ดิบ นมดิบ หรืออวัยวะของสัตว์ด้วยความระมัดระวังเพื่อป้องกันการปนเปื้อนเข้าสู่ผลิตภัณฑ์อาหารที่รับประทานสด

ญี่ปุ่นมีการรับประทานปลาดิบ เนื้อสดกันเยอะ ช่วงนี้เลี่ยงการรับประทานปลาดิบ เนื้อสด ของดิบไปก่อนนะคะ

ผู้ป่วยชาวญี่ปุ่นรักษาไวรัสหายแล้วเมื่อต้นเดือนกลับมาเป็นอีก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/616061

วันที่ 27 ก.พ. 2563 เวลา 10:49 น.

ผู้ป่วยชาวญี่ปุ่นรักษาไวรัสหายแล้วเมื่อต้นเดือนกลับมาเป็นอีก

เจ้าหน้าที่เชื่อว่ามีความเป็นไปได้ 2 กรณีคือยังมีไวรัสเหลืออยู่ในตัวผู้หญิงคนนี้และทวีคุณูขึ้นมา หรืออาจเป็นได้ว่าผู้หญิงคนนี้ติดเชื้อซ้ำ

สำนักข่าว NHK รางานอ้างเจ้าหน้าที่ของจังหวัดโอซาก้าทางตะวันตกของญี่ปุ่น กล่าวว่ามีผู้หญิงวัย 40 ปีติดเชื้ออีกครั้ง หลังได้รับการรักษาให้หายขาดจากอาการของโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่และออกจากโรงพยาบาลเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

ผู้หญิงคนนี้เป็นไกด์นำเที่ยวที่อาศัยอยู่ในเมืองโอซาก้า เธออยู่บนรถบัสที่มีนักท่องเที่ยวจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ในช่วงกลางเดือนมกราคมและเมื่อตรวจสอบพบผลเป็นบวกเมื่อวันที่ 29 มกราคม

ผู้หญิงดังกล่าวได้รับการรักษาจนหายขาดและปล่อยตัวจากสถาบันการแพทย์ท้องถิ่นเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์และได้รับการยืนยันว่าปลอดไวรัสเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์

แต่เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์เธอรู้สึกเจ็บคอและหน้าอก หลังจากไปพบแพทย์หลายครั้งเธอก็ถูกตรวจสอบไวรัสอีกรอบ ผลปรากฎว่าหนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้นผลตรวจออกมาเป็นบวกอีกครั้ง

มีรายงานว่าผู้หญิงรายนี้สวมหน้ากากตลอดและพักอยู่ที่บ้านตัวเองตลอด หลังจากออกจากสถาบันการแพทย์

เธอไม่ได้ไปทำงานและไม่ได้ติดต่อกับใคร ตอนนี้เธอเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลของจังหวัด

เจ้าหน้าที่เชื่อว่ามีความเป็นไปได้ 2 กรณีคือยังมีไวรัสเหลืออยู่ในตัวผู้หญิงคนนี้และทวีคูณขึ้นมา หรืออาจเป็นได้ว่าผู้หญิงคนนี้ติดเชื้อซ้ำ

NHK ได้สัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อที่มหาวิทยาลัยโอซาก้าซึ่งกล่าวว่าผู้ที่ติดเชื้อจะพัฒนาแอนติบอดี ดังนั้นผู้ป่วยจึงมักจะสามารถหลีกเลี่ยงการติดเชื้อซ้ำด้วยไวรัสตัวเดียวกันได้

อย่างไรก็ตามหากมีแอนติบอดีไม่เพียงพอ บุคคลนั้นอาจมีแนวโน้มที่จะติดเชื้อซ้ำหรืออาจมีไวรัสที่ตรวจไม่พบในร่างกายได้ทวีคูณ