ทรัมป์ลั่นสหรัฐหลีกเลี่ยงการระบาดได้ แต่พบติดเชื้อในประเทศแล้ว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/616055

วันที่ 27 ก.พ. 2563 เวลา 09:47 น.

ทรัมป์ลั่นสหรัฐหลีกเลี่ยงการระบาดได้ แต่พบติดเชื้อในประเทศแล้ว

กรณีล่าสุดพบในรัฐแคลิฟอร์เนียไม่มีประวัติการเดินทางไปยังพื้นที่ระบาดหรือติดต่อต่อผู้ป่วยที่รู้จักกันคนอื่น

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐแถลงข่าว แสดงความเชื่อมั่นว่าโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่จะไม่ระบาดในสหรัฐ และกล่าวว่าเขากำลังพิจารณาจำกัดการเดินทางไปอิตาลีและเกาหลีใต้ และแต่งตั้งรองประธานมารับมือกับปัญหานี้

“ผมไม่คิดว่ามันหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผมคิดว่ามีโอกาสที่มันจะแย่ลงมีโอกาสที่มันจะแย่ลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่ไม่มีอะไรที่หลีกเลี่ยงไม่ได้” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาว

ทั้งนี้ เนื่องจากคำพูดของทรัมป์ค่อนข้างสับสนเราจึงขอเรียบเรียงใหม่ โดยคำพูดของทรัมป์หมายความว่าแม้จะมีการระบาดในสหรัฐและสถานการณ์อาจจะแย่ลง แต่มันสามารถหลีกเลี่ยงได้ เพราะว่าไม่มีอะไรที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

นอกจากนี้เขายังกล่าวว่า “เพราะสิ่งที่เราทำ ช่วยทำให้ความเสี่ยงต่อประชาชนชาวอเมริกันยังคงอยู่ในระดับต่ำมาก” และ “ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเราก็พร้อมเต็มที่”

การมองโลกในแง่ดีของทรัมป์เกี่ยวกับการควบคุมไวรัสขัดแย้งโดยสิ้นเชิงกับเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านสาธารณสุขในรัฐบาลของเขาเอง เพราะเพิ่งจะพบผู้ติดเชื้อในสหรัฐซึ่งไม่ได้เดินทางไปไหน เป็นการติดเชื้อในประเทศครั้งแรก

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) เรียกร้องให้ชาวอเมริกันเตรียมพร้อมที่จะยกเลิกการชุมนุมและเร่งให้โรงเรียนและธุรกิจต่างๆ เตรียมแผนการทำงานจากที่บ้าน

“เราไม่ควรถามว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป แต่ควรจะถามว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไร” Nancy Messonnier จาก CDC กล่าว

ณ วันพุธตามเวลาท้องถิ่น หรือวันพฤหัสบดีในเวลาประเทศไทย สหรัฐมีผู้ป่วย 60 รายในจำนวนนี้ 15 คนถูกตรวจพบในประเทศ และ 45 คนถูกส่งตัวจากต่างประเทศทั้งจากเรือสำราญนอกชายฝั่งญี่ปุ่นหรือจากอู่ฮั่น

CDC กล่าวในภายหลังว่ากรณีล่าสุดพบในรัฐแคลิฟอร์เนียไม่มีประวัติการเดินทางไปยังพื้นที่ระบาดหรือติดต่อต่อผู้ป่วยที่รู้จักกันคนอื่น หมายความว่าอาจเป็นการแพร่กระจายของโรคในระดับชุมชนในปรเทศ กรณีแรกในสหรัฐ

เกาหลีใต้ติดเชื้อเกิน1,500คน สหรัฐยังไม่ห้ามไปแต่แนะคิดให้ดี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/616047

วันที่ 27 ก.พ. 2563 เวลา 09:09 น.

เกาหลีใต้ติดเชื้อเกิน1,500คน สหรัฐยังไม่ห้ามไปแต่แนะคิดให้ดี

ด้านกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกายกระดับการแจ้งเตือนการเดินทางไปยังเกาหลีใต้

เกาหลีใต้รายงานว่ามีผู้ป่วยโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่เพิ่มขึ้น 334 รายในวันพฤหัสบดีรวมเป็น 1,595 ราย ถือเป็นการเพิ่มจำนวนผู้ติดเชื้อมากที่สุดในวันเดียวเท่าที่เก็บสถิติกันมาในประเทศ

ทั้งนี้ เกาหลีใต้ยังคงเป็นประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากที่สุดในโลกนอกประเทศจีน

อย่างไรก็ตาม ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคของเกาหลีใต้กล่าวในแถลงการณ์ว่าในวันนี้ยังไม่มีรายงานการเสียชีวิตเพิ่มขึ้น

ด้านกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกายกระดับการแจ้งเตือนการเดินทางไปยังเกาหลีใต้ โดยแนะให้ผู้ที่ต้องเดินทางไป “ทบทวนการเดินทาง” โดยที่ยังไม่สั่งห้าม

ด้านสายการบิน Delta Air Lines จะลดเที่ยวบินไปและกลับจากเกาหลีใต้เป็นการชั่วคราวโดยอ้างถึงความกังวลเรื่องสุขภาพจากการะบาดของไวรัส ส่วน Hawaiian Airlines กล่าวว่าจะระงับการให้บริการ 5 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ระหว่างโฮโนลูลูและโซล – อินชอนโดยเริ่มตั้งแต่วันจันทร์ถึง 30 เมษายน

นอกจากนี้ สหรัฐและเกาหลีใต้จะเลื่อนการฝึกซ้อมทางทหารร่วมกันในช่วงฤดูใบไม้ผลิออกไปจนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม เนื่องจากการแพร่กระจายของไวรัส

คณะเสนาธิการร่วมกล่าวว่าคำสั่งการเลื่อนมีขึ้นเพื่อความปลอดภัยของทหาร หลังจากที่ประเทศยกสถานะการแจ้งเตือนภัย COVID-19 มาอยู่ที่ระดับสูงสุด

ทำไมการลดดอกเบี้ยจึงไม่ช่วยแก้โรคเศรษฐกิจยุคไวรัสอาละวาด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/616002

วันที่ 27 ก.พ. 2563 เวลา 08:51 น.

ทำไมการลดดอกเบี้ยจึงไม่ช่วยแก้โรคเศรษฐกิจยุคไวรัสอาละวาด

นี่คือความซับซ้อนของเศรษฐกิจยุคไวรัสอาละวาด เพราะบางทีคำถามตอนนี้ไม่ใช่ว่าควรจะลดเท่าไร แต่ควรถามว่าลดแล้วจะได้ผลหรือไม่?

เมื่อปีที่แล้วธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หั่นดอกเบี้ยถึง 3 ครั้งในช่วงที่สงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐกำลังคุกกรุ่น รวมแล้วดอกเบี้ยหายไป 0.75%

แต่พอถึงเดือนมกราคม 2563 เฟดกลับคงดอกเบี้ยไว้เท่าเดิม 1.5% และ 1.75% ซึ่งดูเหมือนจะเป็นสัญญาณที่ดีเพราะประจวบเหมาะกับที่เวลานั้นจีนเพิ่งได้ดีลกับสหรัฐในเรื่องสงครามการค้า

แต่การประชุมเฟดเมื่อวันที่ 28 – 29 มกราคมเกิดขึ้นในช่วงที่โลกมีภัยคุกคามอย่างใหม่ นั่นคือการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ และเฟดยังมองไม่เห็นถึงภัยคุกคามจาอไวรัส

จากบันทึกการประชุมเมื่อเดือนมกราคมที่เพิ่งจะปล่อยอกมาในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ เฟดยังมองว่าแนวโน้มเศรษฐกิจแข็งแกร่งขึ้นจากเมื่อเดือนธันวาคม 2562 และเศรษฐกิจจะขยายตัวปานกลางต่อไป และ “ความไม่แน่นอนทางการค้าบางอย่างลดลงไปแล้วเมื่อเร็วๆ นี้”

เป็นธรรมปฏิบัติแต่ไรมาที่เฟดจะเปิดเผยบันทึกการประชุม หรือ minutes หลังจากการประชุมนานนับเดือน แต่ธรรมเนียมนี้ไม่ทันการณ์เสียแล้ว เพราะสถานการณ์ตอนนี้กับตอนนี้ต่างกันราวฟ้ากับเหว

ในบันทึกการประชุมเมื่อเดือนมกราคม เฟดเองก็ยังได้กลิ่นตุๆ โดยบอกว่า “อย่างไรก็ตาม ยังมีความไม่แน่นอนของแนวโน้ม (ทางเศรษฐกิจ) รวมถึงที่มาจากการระบาดของโคโรนาไวรัส”

แม้จะมองเห็นภัยคุกคามอยู่ไกลๆ แต่การระบาดเมื่อปลายเดือนมกราคมกับปลายเดือนกุมภาพันธ์ต่างกันมาก ในตอนนี้การระบาดยังคงจำกัดวงในจีน ส่วนประเทศใกล้เคียงระบาดไม่รุนแรงมากนัก หากสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ สหรัฐและโลกก็อาจประเมินผลเสียหายได้ง่ายหน่อย

แต่ตอนนี้การระบาดกำลังจะกลายเป็น Pandemic ที่กระจายตัวไปทั่วโลก ความรุนแรงจึงเทียบกันไม่ติด

ไม่น่าแปลกใจที่ ผู้คร่ำหวอดด้านเศรษฐกิจจะเริ่มส่งสัญญาณว่า “ควรจะลดดอกเบี้ย”

เช่น Narayana Kocherlakota อดีตประธานเฟดสาขามินิอาโพลิส ที่บอกว่า เฟดควรจะจัดประชุมด่วนในทันทีก่อนที่จะถึงกำหนดการประชุมวันที่ 18 – 19 มีนาคม และควรจะหั่นดอกเบี้ยลงอีก 0.25% และหากเป็นไปได้ควรลดลงอีก 0.50% ด้วยซ้ำ

Ben Emons จะต้องมองผลกระทบจากการะบาดเหมือนตอนที่โลกกำลังเผชิญกับสงครามการค้า เพราะตอนนี้การค้าการเดินทางถูกจำกัด เหมือนกับประเทศต่างใช้นโนบายกีดกันการค้าไปโดยปริยาย ในสถานการณ์ของสงครามการค้านั้น การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกคาดว่าจะหายไปถึง 1.5%

อย่างไรก็ตาม Richard Clarida รองประธานเฟดบอกว่า ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินว่าการระบาดกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐแค่ไหน

ส่วน Robert Kaplan ประธานเฟดสาขาดัลลัสก็เช่นกันที่บอกว่า ตอนนี้สถานการณ์ยังไม่นิ่งพอที่เฟดจะลดดอกเบี้ยเพื่อรับการระบาดของโควิด และบอกว่ายังต้องรออีกหลายสัปดาห์กว่าจะประเมินได้ว่าการระบาดส่งผลต่อนโยบายการเงินอย่างไร

ทัศนะของ Kaplan ตรงกับนักวิคราะห์บางคนที่เห็นว่าการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับตลาดการเงิน แต่เกี่ยวข้องกับภาวะช็อคของอุปทานการผลิต (Supply shock) มากกว่า

เพราะตอนนี้ประเทศวัตถุดิบ ผู้ผลิตชิ้นส่วสน ผู้ผลิตสินค้า และการกระจายสินค้าได้รับผลกระทบจากการระบาดทั้งสิ้น โดยที่เอเชียซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญของกลไกการผลิตของโลกแทบจะกลายเป็นอัมพาตไปแล้ว

บางทีคำถามตอนนี้ไม่ใช่ว่าควรจะลดเท่าไร แต่ควรถามว่าลดแล้วจะได้ผลหรือไม่?

จากตัวเลขความเชื่อมั่นผู้บริโภคในสหรัฐช่วงเดือนกุมภาพันธ์และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของเขตยูโรโซนบ่งชี้ว่าอุปสงค์ยังคงแข็งแกร่ง แต่อุปทานมีปัญหา

นโยบายเศรษฐกิจและการเงินที่ผ่านๆ มา เน้นกระตุ้นอุปสงค์ คือการลงทุนและการบริโภค แต่การที่จะแก้ปัญหาภาวะสะดุดในอุปทานการผลิตนั้นไม่ค่อยมี

ในเมื่อการลดดอกเบี้ยมีจุดประสงค์หลักก็เพื่อกระตุ้นอุปสงค์ ดังนั้นการจะลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจตอนนี้อาจะเป็นการให้ยาผิดประเภทก็เป็นได้

ในสถานการณ์ตอนนี้การลดอกเบี้ยอาจทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น แทนที่จะแก้ปัญหากลับจะเป็นการสร้างปัญหาเพราะทำให้อำนาจการซื้อของผู้บริโภคลดลง หมายความว่าคนซื้อจะจับจ่ายใช้สอยน้อยลง

กระนั้นก็ตาม เมื่อเกิด Supply shock บางทีก็อาจนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อเพราะสินค้าแพงขึ้นเรื่องจากปริมาณสินค้าในตลาดลดลงก็เป็นได้

นี่คือความซับซ้อนของสถานการณ์

และนี่อาจเป็นเหตุผลให้เฟดต้องรอดูสถานการณ์ไปก่อน อันที่จริงเฟดยังมีอาวุธอย่างอื่นที่จะใช้แก้ปัญหาอีก เช่น การซื้อตราสารหนี้ระยะยาว หรือการซื้อพันธบัตรบาล หรือมาตรการ QE เพื่ออัดฉีดเงินเข้าระบบโดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

แต่สำหรับธนาคารกลางแห่งอื่นๆ อาจะใช้สูตรต่างๆ กันออกไปแล้วแต่เงื่อนของแต่ละประเทศ

ธนาคารกลางจีนใช้วิธีอัดฉีดเงินเข้าไปช่วยพยุงภาคธุรกิจ ส่วนธนาคารกลางเกาหลีใต้ “อาจจะ” หั่นดอกเบี้ยลงมาต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์อยู่ที่ 1% ตามทัศนะของนักวิเคราะห์ต่างๆ

แต่ปัญหาของเกาหลีใต้ก็เป็นเรื่องของ Supply shock มากกว่าปัญหาของภาคการเงิน บางทีการลดดอกเบี้ยอาจจะช่วยอะไรไม่ได้มากนัก

ดังนั้นในการประชุมวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) จึงยังคงดอกเบี้ยเอาไว้ที่ 1.25%

แต่กับญี่ปุ่น ดูเหมือนสถานการณ์จะวิกฤตกว่าเพื่อน เพราะมีการติดเชื้อในสถาบันการเงินชั้นนำ แลับางแห่งมีคำสั่งให้พนักงานทำงานที่บ้านแล้ว ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จึงเรียกประชุมธนาคารชั้นนำของประเทศเพื่อเตรียมรับมือกับการระบาด

ไม่ต้องแปลกใจที่ BOJ ไม่ส่งสัญญาณว่าจะทำอะไรกับดอกเบี้ย เพราะตอนนี้ดอกเบี้ยของญี่ปุ่นก็ต่ำที่สุดในโลกอยู่แล้ว คือ 0.1% ถึง -0.1% มานานถึง 20 กว่าปีแล้ว

ถึงจะหั่นเหลือ 0 แต่เศรษฐกิจญี่ปุ่นก็ยังไม่ดีขึ้น เป็นตัวอย่างหนึ่งที่บอกกับเราว่าการลดดอกเบี้ยไม่ใช่ยาครอบจักรวาลเสมอไป

กรีซพบผู้ป่วยไวรัสรายแรก ติดเชื้อจากอิตาลีอีกแล้ว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/616015

วันที่ 26 ก.พ. 2563 เวลา 19:36 น.

กรีซพบผู้ป่วยไวรัสรายแรก ติดเชื้อจากอิตาลีอีกแล้ว

กระทรวงสาธารณสุขของกรีซได้จัดสรรโรงพยาบาล 13 แห่งทั่วประเทศเพื่อจัดการกับการระบาดไวรัส

เมื่อเวลา 18.00 น. ตามเวลาประเทศไทย มีรายงานมาจากประเทศกรีซว่ามีพบผู้ป่วยเป็นไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่รายแรก โดยผู้ติดเชื้อเป็นหญิงที่เพิ่งเดินทางไปอิตาลีตอนเหนือ

โฆษกกระทรวงสาธารณสุขกรีศกล่าวว่า ขณะนี้หญิงวัย 38 ปีดังกล่าวอยู่ในโรงพยาบาลเมืองเทสซาโลนีกีและมีอาการไม่น่าเป็นห่วง รัฐบาลกรีซเผยว่า จะสั่งปิดพื้นที่สาธารณะบางส่วนและใช้มาตรการจำกัดการเดินทางในกรณีที่มีการระบาดของโรคในวงกว้าง

โดยมาตรการที่อาจจะนำมาใช้นั้นรวมถึงการห้ามเดินทางชั่วคราวไปและกลับจากประเทศที่มีการติดเชื้อจำนวนมาก และรัฐบาลสามารถขอเตียงจากโรงแรมและคลินิกเอกชนเพื่อรองรับผู้ติดเชื้อ

“เราพร้อมที่จะทำทุกสิ่งที่จำเป็นเพื่อปกป้องสุขภาพของประชาชน” Stelios Petas โฆษกรัฐบาลกล่าวกับผู้สื่อข่าว

กระทรวงสาธารณสุขของกรีซได้จัดสรรโรงพยาบาล 13 แห่งทั่วประเทศเพื่อจัดการกับการระบาดไวรัส

ขณะนี้ยุโรปตะวันตกพบการติดเชื้อเกือบทุกประเทศแล้ว ยกเว้นโปรตุเกส ไอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก นอร์เวย์ และรัฐขนาดเล็กต่างๆ เช่น โมนาโก

ขณะที่ยุโรปกลางและยุโรปตะวันออกพบประเทศที่ติดเชื้อเพียง 3 ประเทศคือออสเตรีย โครเอเชีย และกรีซ

WHO ปัด Covid-19 ยังไม่เป็นโรคที่ระบาดไปทั่วโลก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/616014

วันที่ 26 ก.พ. 2563 เวลา 19:30 น.

WHO ปัด Covid-19 ยังไม่เป็นโรคที่ระบาดไปทั่วโลก

แม้เชื้อโคโรนาไวรัสจะระบาดไปในหลายประเทศแล้ว แต่องค์การอนามัยโลกยืนยันยังไม่จำเป็นต้องประกาศให้เป็นโรคที่ระบาดไปทั่วโลก

เทโรส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (WHO) เผยว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสที่เพิ่มขึ้นทั้งในเกาหลีใต้ อิตาลี และอิหร่านถือเป็นเรื่องน่ากังวล แต่ยังสามารถควบคุมได้ จึงยังไม่ประกาศยกระดับให้ Covid-19 เป็นโรคที่ระบาดไปทั่วโลก (pandemic)

“การใช้คำว่า pandemic พร่ำเพรื่อไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ที่เป็นรูปธรรม มีแต่จะก่อให้เกิดความกลัวโดยไม่จำเป็นและทำให้ระบบต่างๆ เป็นอัมพาต ทั้งยังเป็นการส่งสัญญาณว่าเราไม่สามารถรับมือเชื้อโคโรนาไวรัสได้แล้ว ซึ่งไม่เป็นความจริง” เกเบรเยซุสกล่าว

พูดอีกนัยหนึ่งก็คือ Covid-19 ยังเป็นเพียง epidemic หรือโรคที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นผิดปกติ

แล้วเมื่อใดโรค Covid-19 จึงจะเป็น pandemic เพราะขณะนี้เชื้อโคโรนาไวรัสได้ระบาดไปแทบจะทั่วโลกแล้ว

ไมเคิล ไรอัน ผู้อำนวยการฝ่ายฉุกเฉินของ WHO เผยว่า WHO นิยามคำว่า pandemic ว่า สถานการณ์ที่ประชากรโลกทั้งหมดเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และมีแนวโน้มว่าผู้คนจำนวนหนึ่งจะมีอาการป่วย

ทั้งนี้ หากยึดตามระบบเตือนภัยแบบเก่า ซึ่งมีทั้งหมด 6 ระดับ ขณะนี้ถือว่าเชื้อโคโรนาไวรัสเป็น pandemic เรียบร้อยแล้ว

ทว่า ทาริค ฮาซาเรวิช โฆษก WHO แย้งว่า การให้คำจำกัดความและคำศัพท์เป็นเรื่องหนึ่ง แต่คำแนะนำขององค์การอนามัยโลกยังคงเดิม

แต่สำหรับ บารัต แพนคาเนีย จากมหาวิทยาลัย Exeter Medical School ในอังกฤษ Covid-19 ถือเป็น pandemic แล้วเพียงแต่ยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการเท่านั้น

ภาคเหนืออิตาลีพื้นที่อันตราย พบระบาดหนักพุ่ง 374 ราย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/616006

วันที่ 26 ก.พ. 2563 เวลา 18:46 น.

ภาคเหนืออิตาลีพื้นที่อันตราย พบระบาดหนักพุ่ง 374 ราย

อิตาลีติดเชื้อเพิ่มต่อเนื่องรวมเด็กเล็กด้วย แคว้นลอมบาร์ดีนครมิลานจุดระบาดหลัก – กรีซเจอป่วยโควิดคนแรก

สถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในอิตาลี ณ วันที่ 26 ก.พ.พบว่ามีผู้ป่วยเพิ่มกว่า 30 ราย รวมแล้วทั้งประเทศติดเชื้อสะสม 374 เสียชีวิตแล้ว 12 คน

จำนวนผู้ติดเชื้อ 374 คน กระจายอยู่ใน 9 ภูมิภาคทั่วประเทศ แต่พบว่าส่วนใหญ่เป็นผู้ติดเชื้อในแถบภูมิภาคเหนือดังนี้ ..

แคว้นลอมบาร์ดี หรือ ลอมบาร์เดีย อันเป็นที่ตั้งของนครมิลาน พบผู้ป่วยติดเชื้อทั้งสิ้น 259 คน (เพิ่มจากเมื่อวานที่ 240) ตามด้วยแคว้นเวนีโต อันเป็นที่ตั้งของเมืองเวนีส แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของอิตาลี 58 ราย แคว้นเอมีเลีย-โรมัญญา 26 ราย และกรุงโรม (ภูมิภาคลาซิโอ) 3 ราย

ในจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ของแคว้นลอมบาร์ดีพบว่า มีเด็กเยาวชน 4 ราย เป็นเด็ก 10 ขวบสองราย, 15ปีหนึ่งราย และ 4 ขวบอีกหนึ่งราย

ส่วนยอดเสียชีวิตอยู่ที่ 12 ราย โดยผู้เสียชีวิตรายล่าสุดเป็นชายวัย 69 ปีจากเมืองLodiในแคว้นลอมบาร์ดีเช่นกัน

ด้านนายกรัฐมนตรีจูเซปเป้ คอนติ ของอิตาลี เผยว่าอาจเตรียมใช้มาตรการควบคุมข่าวสารในสื่อของรัฐบาล เนื่องจากเห็นว่าการรายงานข่าวอาจทำให้ผู้ตนตื่นตระหนกจนเกินเหตุ

แคว้นลอมบาร์ดี ถือว่าได้กลายเป็นจุดการแพร่ระบาดหลักของอิตาลีและยุโรปไปแล้ว เนื่องจากก่อนหน้านี้ ที่รีสอร์ทบนเกาะเตเนรีฟ ในหมู่เกาะคาเนรี่ อันเป็นแหล่งพักผ่อนชื่อดังของสเปน ก็พบหนึ่งในแขกของโรงแรม เป็นนักท่องเที่ยวชาวอิตาลี ป่วยติดเชื้อโควิดเช่นกัน จนส่งผลให้ทางการท้องถิ่นสั่งกักกันโรคแขกในโรงแรมถึง 1,000 คน

ที่บราซิล ซึ่งเพิ่งได้พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายแรกของประเทศและภูมิภาคละตินอเมริกา ซึ่งพบว่าผู้ติดเชื้อรายแรกของประเทศวัย 61 ปีรายนี้ มีประวัติเพิ่งเดินทางกลับจากการท่องเที่ยวในแคว้นลอมบาร์ดีของอิตาลีเมื่อช่วงกลางเดือนก.พ.ที่ผ่านมา

ส่วนกรีซ ประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงของอิตาลี เจอคนป่วยเชื้อโควิดคนแรกของประเทศเช่นกัน เป็นหญิงวัย 38 ปี เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลที่เมือง Thessaloniki โดยเธอมีประวัติเพิ่งเดินทางกลับจากท่องเที่ยวในแถบทางเหนือของอิตาลีเช่นกัน

แอลจีเรียพบผู้ติดเชื้อรายแรก เป็นนักท่องเที่ยวจากอิตาลี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/616000

วันที่ 26 ก.พ. 2563 เวลา 18:13 น.

แอลจีเรียพบผู้ติดเชื้อรายแรก เป็นนักท่องเที่ยวจากอิตาลี

แอลจีเรียเป็นประเทศที่ 2 ในภูมิภาคแอฟริกาเหนือต่อจากอียิปต์ที่พบผู้ติดเชื้อ

อับเดอราห์เมน เบ็นบูซิด รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขแอลจีเจียประกาศว่า พบผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสรายแรกของประเทศ โดยผู้ป่วยเป็นชาวอิตาลีที่เดินทางมาถึงแอลจีเรียเมื่อวันที่ 17 ก.พ.ที่ผ่านมา ส่งผลให้แอลจีเรียเป็นประเทศที่ 2 ในภูมิภาคแอฟริกาเหนือที่พบผู้ติดเชื้อต่อจากอียิปต์

ด้านองค์การอนามัยโลก (WHO) เตรียมส่งทีมผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่แอลจีเรียเพื่อสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น

ขณะที่ มัทชิดิโซ โมทิ ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกภูมิภาคแอฟริกาเผยว่า แอลจีเรียเป็นหนึ่งใน 13 ประเทศที่องค์การอนามัยโลกยกให้เป็นประเทศที่ต้องเตรียมมาตรการรับมือเป็นอันดับแรก เนื่องจากมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงและรับนักท่องเที่ยวจีนเข้าประเทศจำนวนมาก

สอดคล้องกับรายงานที่ตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ Lancet ที่ระบุว่าแอลจีเรีย อียิปต์ แอฟริกาใต้ เป็นประเทศเสี่ยงเกิดการแพร่เชื้อโคโรนาไวรัสมากที่สุดในทวีปแอฟริกา

ด้านสถานการ์ล่าสุดในฝรั่งเศสพบชาวฝรั่งเศสเสียชีวิตจากโรค Covid-19 เป็นรายแรกในประเทศ เป็นชายวัย 60 ปีที่อาศัยอยู่ในกรุงปารีส

ลามทั้งโลกครบทุกทวีป! บราซิลเจอติดโควิดรายแรก พบเพิ่งกลับจากอิตาลี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/615998

วันที่ 26 ก.พ. 2563 เวลา 17:43 น.

ลามทั้งโลกครบทุกทวีป! บราซิลเจอติดโควิดรายแรก พบเพิ่งกลับจากอิตาลี

รัฐบาลบราซิลพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายแรกของละตินอเมริกา ส่งผลให้การระบาดของไวรัส ครบทุกทวีปทั่วโลกแล้ว

เมื่อวันที่ 26 ก.พ. รอยเตอร์รายงานว่า แหล่งข่าวในรัฐบาลบราซิลได้ยืนยันถึงการพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 คนแรกของประเทศ และเป็นผู้ติดเชื้อคนแรกของอเมริกาใต้

รายงานระบุว่า ผู้ป่วยวัย 61 ปีรายนี้ได้รับการยืนยันติดเชื้อหลังเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลนครเซา เปาโล โดยพบว่ามีประวัติเพิ่งเดินทางกลับจากท่องเที่ยวในแคว้นลอมบาร์ดี ทางตอนเหนือของอิตาลี ช่วงระหว่างวันที่9 ก.พ.-21 ก.พ.

สำหรับแคว้นลอมบาร์ดีซึ่งมีเมืองมิลานเป็นศูนย์กลางนั้น เป็นพื้นที่ซึ่งพบการระบาดของไวรัสโควิดมากที่สุดของอิตาลีในขณะนี้

อย่างไรก็ดี รัฐบาลบราซิลยังไม่ได้เปิดเผยถึงรายละเอียดของผู้ติดเชื้อคนดังกล่าว แต่การพบผู้ป่วยครั้งนี้ส่งผลให้การระบาดของไวรัสโควิด-19 กระจายครบทุกทวีปทั่วโลกแล้ว

เผยลูกเรือ korean air ติดเชื้อโควิด บินให้บริการผู้โดยสารไกลครึ่งโลก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/615982

วันที่ 26 ก.พ. 2563 เวลา 16:36 น.

เผยลูกเรือ korean air ติดเชื้อโควิด บินให้บริการผู้โดยสารไกลครึ่งโลก

แอร์สาวที่ติดเชื้อรายนี้ให้บริการผู้โดยสารทั้งไฟล์ทอิสราเอล และลอสแองเจลิส ไม่น้อยกว่า 200 คน

สื่อท้องถิ่นลอสแองเจลิส รายงานว่า จากกรณีที่พบลูกเรือหญิงของสายการบินโคเรียนแอร์รายหนึ่ง เป็นผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จากการตรวจสอบประวัติการให้บริการ ของหน่วยควบคุมและป้องกันโรคเกาหลี (KCDC) เบื้องต้นพบว่า ลูกเรือสาวรายนี้ให้บริการผู้โดยสารในสองเที่ยวบินคือ วันที่ 16 ก.พ.เที่ยวบินระหว่างนครเทลอาวีฟ อิสราเอล กับสนามบินอินชอน กรุงโซล ทั้งขาไปและขากลับ

และเที่ยวบิน KE017,KE012 เส้นทางระหว่างกรุงโซลกับสนามบินนานาชาตินครลอสแองเจลิส (LAX) ระหว่างวันที่ 19-20 ก.พ.ที่ผ่านมมา ก่อนจะถูกตรวจพบการติดเชื้อ

สำหรับเที่ยวบินอิสราเอลนั้น พบว่าในไฟล์ทขากลับจากเทลอาวีฟมายังกรุงโซล มีกลุ่มผู้แสวงบุญชาวเกาหลีใต้ราว 200 คนเดินทางมายังเที่ยวบินเดียวกับลูกเรือสาว โดยในคณะผู้แสวงบุญกลุ่มนี้ KCDC พบว่าราว 30 คนได้รับการยืนยันติดเชื้อไวรัสโควิดแล้ว ส่วนที่เหลือถูกให้กักตัวเพื่อสังเกตอาการโรค

หลังการให้บริการในเที่ยวบินอิสราเอล พนักงานหญิงรายนี้ ได้ให้บริการต่อในเที่ยวบินทั้งขาไป-กลับ ระหว่างกรุงโซลกับนครลอสแองเจลิส แต่อย่างไรก็ดี ทางท้องถิ่นลอสแองเจลิสยังไม่ได้รับรายงานว่าพบหนึ่งในผู้โดยสารบนเที่ยวบินดังกล่าวที่เดินทางมายัง LAX ติดเชื้อไวรัส แต่ไม่ได้ปรากฎข้อมูลจำนวนผู้โดยสารเที่ยวบินแอลเอทั้งสองไฟล์ทว่าเป็นจำนวนเท่าใด

ด้านเว็บไซต์ของสายการบินโคเรียนแอร์ออกประกาศเผยว่า ขณะนี้ทางสายการบินได้ออกมาตรการให้พนักงานต้อนรับบนเครื่อง สวมหน้ากากาอนามัย และถุงมือพลาสติกในการให้บริการผู้โดยสาร ทุกเส้นทาง รวมถึงมีการเตรียมอุปกรณ์ป้องกันเชื้อบนเครื่องอย่างเพียงพอ เพื่อเตรียมการับมือการติดเชื้อที่อาจเกิดขึ้นระหว่างเที่ยวบิน

สิงคโปร์เอาผิดสามีภรรยาจีนปกปิดข้อมูลโคโรนาไวรัส #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/615973

วันที่ 26 ก.พ. 2563 เวลา 15:23 น.

สิงคโปร์เอาผิดสามีภรรยาจีนปกปิดข้อมูลโคโรนาไวรัส

ทางการสิงคโปร์บังคับใช้กฎหมายควบคุมการแพร่ระบาดของโรค Covid-19 เข้มงวด ล่าสุดมีคนถูกลงดาบแล้วอย่างน้อย 3 ราย

หูจวิน ชายชาวจีนจากเมืองอู่ฮั่นวัย 38 ปี และซือซา ภรรยาชาวจียวัย 36 ปีที่อาศัยอยู่ในสิงคโปร์ ถูกดำเนินคดีตามกฎหมายโรคติดเชื้อของสิงคโปร์ เนื่องจากให้ข้อมูลเท็จแก่เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข และขัดขวางการติดตามผู้สัมผัสโรค ท่ามกลางการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัส

หูเดินทางเข้าสิงคโปร์เมื่อวันที่ 22 ม.ค. และได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อโคโรนาไวรัสเมื่อวันที่ 31 ม.ค. ส่วนซือภรรยาถูกระบุว่าเป็นผู้ที่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยและถูกกักตัวควบคุมโรคตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.

ทว่าทั้งคู่กลับปกปิดข้อมูลการเดินทางและที่อยู่ระหว่างวันที่ 22-29 ม.ค. ส่วนภรรยายังให้ข้อมูลผิดๆ กับเจ้าหน้าที่ระหว่างที่ถูกกักตัว

หากผิดจริง ทั้งคู่อาจถูกลงโทษปรับไม่เกิน 10,000 เหรียญสิงคโปร์หรือราว 228,196 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ

ขณะที่ชายวัย 45 ปีอีกรายหนึ่งถูกเพิกถอนสถานะ “ผู้พำนักถาวร” ในสิงคโปร์หลังจากฝ่าฝืนคำสั่งกักตัวภายในบ้านเพื่อเฝ้าระวังการติดเชื้อโคโรนาไวรัสเป็นเวลา 14 วันที่ทางการสิงคโปร์ประกาศตั้งแต่วันที่ 18 ก.พ. เพื่อลดจำนวนผู้ป่วยที่รับเชื้อมาจากที่อื่นแล้วเดินทางเข้ามาในประเทศ (imported case)