แบกแดดหิมะตกเต็มๆ ครั้งแรกในรอบ100ปี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/614545

วันที่ 11 ก.พ. 2563 เวลา 22:22 น.

แบกแดดหิมะตกเต็มๆ ครั้งแรกในรอบ100ปี

ภาพชาวอิรักในกรุงแบกแดดเล่นหิมะกันอย่างสนุกสนาน เพราะเป็นปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยครั้งนัก

เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 เกิดหิมะตกในกรุงแบกแดด เมืองหลวงของอิรัก ชาวเมืองตื่นขึ้นมาพบกับมวลหิมะปกคลุมบางๆ แต่พอที่จะปั้นมาเล่นเป็นก้อนได้

หิมะตกในแบกแดดครั้งนี้ถือเป็นปรากฏการณ์ที่หายากมากสำหรับประเทศที่มีสภาพอากาศร้อนที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยครั้งสุดท้ายที่หิมะตกในเมืองคือในปี 2551 แต่เป็นการตกเพียงเล็กน้อย และละลายอย่างรวดเร็วจนทำให้พื้นที่ของเมืองเฉอะแฉะ

หิมะตกในครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 100 ปี แต่เป็นการตกแบบเต็มที่ครั้งแรกในรอบศตวรรษ

ภาพโดย SABAH ARAR / AFP

เด็กๆ เหยื่อความรุนแรงในซีเรีย การโจมตีที่อิดลิบพลเรือนดับ12 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/614542

วันที่ 11 ก.พ. 2563 เวลา 21:39 น.

เด็กๆ เหยื่อความรุนแรงในซีเรีย การโจมตีที่อิดลิบพลเรือนดับ12

สหประชาชาติเตือนว่าเมืองอิดลิบอาจกลายเป็น “สุสาน” เพราะสถานกาณ์ที่รุนแรง

สำนักข่าว AFP รายงานว่า เกิดการโจมตีทางอากาศในเมืองอิดลิบ (Idlib) ทางตอนเหนือของซีเรีย คร่าชีวิตพลเรือนแทนที่จะเป็นเป้าหมายทางการทหาร

กองทัพอากาศซีเรียโจมตีเมืองอิดลิบ ซึ่งตั้งอยู่ในใจกลางของฐานที่มั่นกบฏกลุ่มสุดท้ายของประเทศ คร่าชีวิตพลเรือนอย่างน้อย 12 คนเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา และกลุ่มสังเกตการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนซีเรียแห่งสหราชอาณาจักรกล่าวว่า ครึ่งหนึ่งของผู้เสียชีวิตจากการโจมตีเป็นเด็กๆ

หลังการโจมตีเด็กๆ ที่รอดชีวิตต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลชั่วคราวในเมืองแห่งนี้ แต่สถานการณ์อิดลิบไม่สู้ดีนัก เพราะมีผู้อพยพลี้ภัยเข้ามาอยู่ในเมืองมากมาย แต่ในช่วงหลังการต่อสู้ในเขตนี้รุนแรงขึ้น จนประชาชนพากันหนีออกจากเมืองไป

สหประชาชาติเตือนว่าเมืองอิดลิบอาจกลายเป็น “สุสาน” เพราะสถานการณ์ที่รุนแรง

สำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรม (OCHA) กล่าวว่าชาวซีเรียเกือบ 700,000 คนหนีไปจากพื้นที่สู้รบตั้งแต่เดือนธันวาคมส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและเด็ก และอาจจะหนีออกจากเขตเมืองฐานที่มั่นอีก 280,000 คน รวมถึงจากเมืองอิดลิบ ซึ่งเต็มไปด้วยผู้คนที่หนีมาจากการสู้รบที่อื่นและยังไม่เคยเห็นการโจมตีทางทหารเต็มรูปแบบ

Photo by Abdulaziz KETAZ / AFP

โลกร้อนเกินเหตุ หิมะหายไปจากสกีรีสอร์ตที่ฝรั่งเศส #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/614540

วันที่ 11 ก.พ. 2563 เวลา 20:04 น.

โลกร้อนเกินเหตุ หิมะหายไปจากสกีรีสอร์ตที่ฝรั่งเศส

ฤดูกาล 2018-2019 มีหิมะตกน้อยที่สุดนับตั้งแต่เริ่มการวัดปริมาณหิมะเมื่อ 22 ปี

ฤดูกาลที่ผ่านมา ประมาณครึ่งหนึ่งของรีสอร์ตฝรั่งเศสต้องเลื่อนการเปิดให้บริการสกีก่อนวันหยุดคริสต์มาสเนื่องจากลมร้อนที่พัดมาจากทางใต้ทำให้ไม่มีหิมะพอ

ตามรายงานสภาพอากาศของสำนักงานอุตุนิยมวิทยาฝรั่งเศส (Meteo France) ฤดูกาล 2018-2019 มีหิมะตกน้อยที่สุดนับตั้งแต่เริ่มการวัดปริมาณหิมะเมื่อ 22 ปี

สกีรีสอร์ต Cambre d’Aze ในเมืองเอเนอ แถบเทือกเขาปีเรเน ทางตอนใต้ของฝรั่งเศสติดกับสเปน เผชิญกับวิกฤตขาดแคลนหิมะเนื่องจากภาวะโลกร้อนที่รุนแรงอย่างมากในปีนี้

ภาพที่ถ่ายไว้เมื่อวันที่ 3 มกราคาม 2563 ปรากฎว่าลานสกีของรีสอร์ตแห่งนี้แทบจะไม่มีหิมะเลย จะเห็นได้ว่ามีเพียงหิมะปกคลุมพื้นดินเบาบาง ทั้งๆ ที่เป็นฤดูหนาวและควรที่จะมีหิมะตกหนักจนหนาพอสำหรับเล่นสกี

จากการรายงานของสำนักข่าว AFP รีสอร์ตแห่งนี้มีลานสกี 23 แห่ง แต่ไม่สามารถเปิดให้บริการได้เลยแม้แต่ลานเดียว

นอกจากน้ำแข็งแล้ว ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าธารน้ำแข็งของเทือกเขาปีเรเนกำลังเผชิญกับหายนะ เพราะอาจหายไปภายใน 30 ปี เพราะอุณหภูมิสูงขึ้น

“เราไม่สามารถกำหนดวันที่แน่นอนได้ แต่ธารน้ำแข็งปีเรเนนั้นถึงวาระสุดท้ายแล้ว” ปิแอร์ เรอเน่ ผู้เชี่ยวชาญด้านธารน้ำแข็งของสมาคมการศึกษาธารน้ำแข็งเมืองโมแรนกล่าวกับ AFP

เขาประเมินว่าจุดจบจะมาถึงภายในปี 2593 จากการวัดสภาพของกลุ่มธารน้ำแข็ง 9 จากทั้งหมด 15 แห่งของเทือกเขาทางฝั่งฝรั่งเศสในช่วง 18 ปีที่ผ่านมา

เรอเน่ กล่าวว่าพื้นที่ผิวทั้งหมดของธารน้ำแข็งทั้ง 9 แห่งที่ทำการสำรวจ ล่าสุดอยู่ที่ 79 เฮกตาร์ เมื่อเทียบกับ 140 เฮคเตอร์เมื่อ 17 ปีก่อน แต่ช่วงกลางศตวรรษที่ 19 ธารน้ำแข็งกว้างใหญ่ถึง 450 เฮคตาร์

ตั้งแต่ปี 2002 ธารน้ำแข็งทั้ง 9 แห่งได้สูญเสียพื้นที่ไป 3.6 เฮกตาร์ทุกปี ซึ่งเทียบเท่ากับสนามฟุตบอล 5 แห่ง เมื่อปีที่แล้ว ธารน้ำแข็ง 5 แห่งที่โมเรนหดตัวลงโดยเฉลี่ย 8.1 เมตรในช่วงฤดูร้อนปีที่แล้ว โดยหดตัวเพิ่มขึ้นจาก อัตราที่วัดได้ 7.9 เมตรที่บันทึกไว้ในปีก่อนหน้า

Photo by RAYMOND ROIG / AFP

CDC สหรัฐฯพลาด เผลอปล่อยตัวผู้ติดไวรัสโคโรนาจากโรงพยาบาล #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/614529

วันที่ 11 ก.พ. 2563 เวลา 18:26 น.

CDC สหรัฐฯพลาด เผลอปล่อยตัวผู้ติดไวรัสโคโรนาจากโรงพยาบาล

หนึ่งในผู้อพยพสหรัฐจากเมืองอู่ฮั่น ติดเชื้อโคโรนาไวรัส แต่ CDC สหรัฐตรวจไม่พบในตอนแรก จึงปล่อยตัวจากโรงพยาบาล

ช่วงสัปดาห์ที่แล้ว สหรัฐได้ส่งเครื่องบินอีกสองลำไปอพยพพลเมืองของตนออกจากเมืองอู่ฮั่น ศูนย์กลางการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ โดยทางสหรัฐได้เตรียมศูนย์กักกันโรคไว้ที่ฐานทัพนาวิกโยธินMiramarใกล้เมืองซานดิอาโก ของรัฐแคลิฟอร์เนียเพื่อกักกันโรคเป็นเวลา 14 วัน

หนึ่งในผู้อพยพกลุ่มนี้มี 4 รายเข้าข่ายต้องเฝ้าระวังโรคที่โรงพยาบาล แต่ทว่าผลตรวจของศูนย์กักกันโรคสหรัฐ (CDD) ระบุว่าทั้ง 4 คน ปลอดจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา จึงได้รับอนุญาตออกจากโรงพยาบาลในวันอาทิตย์ 9 ก.พ. ที่ผ่านมากลับไปยังศูนย์กักกันโรคในฐานทัพตามเดิม อย่างไรก็ดี ต่อมาในวันจันทร์ทาง CDC แถลงว่าจากการตรวจเพิ่มเติมพบว่าในจำนวน 4 คนที่ปล่อยตัวกลับฐาน มี 1คนพบผลการตรวจเชื้อเป็นบวก หรือหมายถึงพบเชื้อในร่างกาย โดยทางCDCได้ส่งผู้ติดเชื้อรายนี้ไปรักษายังโรงพยาบาลUC San Diego Health แล้ว

การพบผู้ติดเชื้อรายดังกล่าวส่งผลให้ สหรัฐพบผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสแล้วทั้งสิ้น 13 ราย โดยจำนวนนี้ 11 รายเป็นผู้ที่มีประวัติเดินทางมาจากอู่ฮั่น ส่วนอีก 2 เป็นการติดจากคนสู่คน

ใครเป็นคนส่งสัญญาณไฟเขียวให้ Westerdam เข้ามาไทย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/614511

วันที่ 11 ก.พ. 2563 เวลา 16:59 น.

ใครเป็นคนส่งสัญญาณไฟเขียวให้ Westerdam เข้ามาไทย

แถลงการณ์ของบริษัทก็ไม่สามารถรายงานเป็นอย่างอื่นไปได้นอกจากเรือลำนี้ได้รับการอนุมัติเบื้องต้นจากทางการไทยเอง

เรือ Westerdam มีสภาพเหมือนเจ้าไม่มีศาล เพราะประเทศไหนก็ไม่ยอมให้เทียบท่า แม้ว่าจะดั้นด้นมาถึงไทยและมีการแจ้งว่าจะจอดที่ท่าเรือแหลมฉบังของไทย แต่ล่าสุด รัฐมนตรีว่ากระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงคมนาคมของไทยยืนยันว่าจะไม่ให้เทียบท่า

คำถามแรกก็คือ ทำไมเรือจึงตั้งใจจะมาที่ไทยและยังระบุชัดเจนว่าจะมาแหลมฉบัง เป็นไปได้หรือไม่ที่ในตอนแรกทางการไทยรับทราบหรือถึงขนาดอนุมัติ แต่เปลี่ยนท่าทีกระทันหันเพราะกระแสสังคมออกมาในทางต่อต้าน?

โพสต์ทูเดย์เอ็กซ์คลูซีฟได้ตรวจสอบข้อมูลจากบริษัท Holland America Line ซึ่งเป็นเจ้าของเรือลำนี้ ได้โพสต์ประกาศข่าวเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ เวลา 15.52 น. (เวลาประเทศไทย) ในเฟซบุ๊คของบริษัทว่า “Westerdam กำลังแล่นไปที่แหลมฉบัง (กรุงเทพมหานคร) ประเทศไทย ซึ่งเรือออกเดินทางในวันที่ 1 กุมภาพันธ์จะสิ้นสุดลงในวันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ แขกของเรือจะขึ้นท่าที่แหลมฉบังและเดินทางกลับกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางกลับบ้าน กำหนดการใหม่นี้ได้แจ้งกับแขกบนเรือแล้ว ก่อนหน้านี้เรือมีกำหนดจะเทียบท่าที่ 15 กุมภาพันธ์ที่โยโกฮาม่าประเทศญี่ปุ่น”

นี่คือข้อมูลจากเจ้าของเรือเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ทางบริษัทเปิดเผยผ่านช่องทางเดียวกันว่า “เราสามารถยืนยันได้ว่าเราได้รับการเคลียร์เบื้องต้นแบบมีเงื่อนไขเพื่อนำแขกของ Westerdam ขึ้นฝั่งจากท่าเรือ 2 แห่ง ขณะนี้เรากำลังดำเนินการตามเงื่อนไขสนับสนุนด้านลอจิสติกส์ของท่าเรือทั้ง 2 แห่ง”

คำถามที่สองก็คือท่าเรือทั้ง 2 แห่งคือที่ใด? เป็นได้หรือไม่ว่าหนึ่งในนั้นคือท่าเรือแหลมฉบัง? แม้ว่เราจะยังไม่รู้ชัดว่าเป็นท่าเรือในไทยหรือไม่ แต่สิ่งที่เรารู้ก็คือเรือลำนี้คงจะได้รับไฟเขียวในเบื้องต้นเพราะระบุว่า “ได้รับการเคลียร์เบื้องต้นแบบมีเงื่อนไข” ให้จอดเทียบท่า

จู่ๆ ไฟเขียวที่ได้รับกลายเป็นสัญญาณหลอกไปเสียอย่างนั้น

น่าคิดว่าท่าเรือประเทศไหนที่ไปให้สัญยิงสัญญากับ Westerdam แล้วกลับคำเสียอย่างนั้น

สำนักข่าว ABC ของออสเตรเลีย (ซึ่งมีพลเรือนอยู่บนเรือด้วย) ตีความไปเรียบร้อยแล้วว่า บริษัทได้รับอนุมัติจากฝ่ายไทยให้นำเรือเทียบท่าได้ ซึ่งถ้าจะอ่านแถลงการณ์ของบริษัทดูดีๆ ก็อดคิดแบบนันไม่ได้เหมือนกัน

สื่อหลายๆ แห่ง รวมถึง Bangkok Post และโพสต์ทูเดย์ได้อ่านแถลงการณ์ของบริษัทก็ไม่สามารถรายงานเป็นอย่างอื่นไปได้นอกจากเรือลำนี้ได้รับการอนุมัติเบื้องต้นจากทางการไทยเอง

เราอาจวิเคราะห์ได้ว่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในไทยอนุมัติให้เข้ามาในตอนแรก เพราะมีรายละเอียดของบริษัทระบุถึงการขนย้ายผู้โดยสารไปยังกรุงเทพฯ เพื่อต่อเครื่องกลับไปประเทศต้นทาง

แต่เมื่อข่าวนี้แพร่กระจายไปทั่วและเกิดกระแสคัดค้านตามมา ทำให้ทางการฝ่ายไทยอาจคิดว่าไม่สมควรจะให้เข้ามาเทียบท่า จึงตัดสินใจกระทันหันในวันรุ่นขึ้นเพื่อไม่ให้เรือเข้ามา

ย้ำว่า นี่คือการวิเคราะห์ของเราเท่านั้น!

คำถามต่อมา ในเมื่อไทยเราไม่ให้ Westerdam เทียบท่าแล้ว เรือลำนี้ควรจะเทียบท่าที่ไหน?

มีบางเสียงเสนอว่าทำไมเรือจึงไม่ไปจอดที่เรือจดทะเบียน?

Westerdam จดทะเบียนที่เนเธอร์แลนด์ ส่วนบริษัท Holland America Line ดำเนินการอยู่ที่เมืองซีแอตเติล ประเทศสหรัฐ หากเราจะใช้เงื่อนไขนี้ ลูกเรือนับพันชีวิตต้องลอยทะเลต่อไปอีกนับเดือนกว่าจะเดินทางไปถึงเนเธอร์แลนด์หรือสหรัฐ

ถ้าจะให้ไปจอดที่ใกล้ที่สุดในตอนนี้คือ “กวม” อันเป็นดินแดนของสหรัฐ แต่การเดินเรือจากอ่าวไทยไปยังกวมยังต้องใช้เวลาอีกประมาณ 20 กว่าวัน

ปัญหาก็คือ แม้แต่กวมก็ยังไม่ต้อนรับเรือลำนี้ เพราะก่อนหน้านี้ Westerdam ตั้งใจที่จะไปกวมแต่ถูกปฏิเสธ

ก่อนหน้าที่จะยืนยันว่าจะมาแหลมฉบัง ลูกเรือรายหนึ่งโพสต์ลงในทวิตเตอร์ว่า เรืออาจจะไปจอดที่เวียดนาม มาเลเซีย หรือไทย ตอนนี้เราทราบว่าไทยไม่ยอมให้เข้ามาแล้ว ส่วนเวียดนามไม่มีเสียงตอบรับ เหลือแต่มาเลเซียเท่านั้น

หลังจากที่มีประกาศว่า Westerdam จะเข้ามาเทียบท่าที่แหลมฉบัง แขกบนเรือคือ @Mountain_AJ โพสต์ข้อความเมื่อวันที่ 10 กุมภาพนธ์ว่า “เรากำลังมุ่งหน้าไปยังกรุงเทพฯ และจะเทียบท่าในวันพฤหัสบดี เราผ่านการตรวจอุณหภูมิแล้วตามที่เจ้าหน้าที่การท่าเรือได้เรียกร้องมา ตอนนี้กำลังวางแผนเลือกเที่ยวบินกลับ เรายังไม่รู้เวลาหรือการขนส่ง ค่าตัษวต้องแพงมากเพราะจองแค่ 2 วันล่วงหน้า พร้อมกลับบ้านแล้ว”

หลังจากที่ได้ยินข่าวการปฏิวเธจากไทย @Mountain_AJ บอกว่า “เครียดมากๆ เราอยู่ในทะเล 14 วันนับตั้งแต่วันศุกร์ เราไม่มีผู้โดยสารที่ล้มป่วยแต่อย่างใด Westerdam เป็นเรือของสหรัฐ ออสเตรเลีย อังกฤษที่ไม่มีการติดต่อกับจีนแผ่นดินใหญ่ เว้นแค่ไปจอดที่ฮ่องกงและตรงไปที่เรือของเรา”

@Mountain_AJ ยังโพสต์แสดงความรู้สึกอัดอั้นอีกว่า “ฉันเข้าใจแล้วว่าจะสิ้นหวังขนาดไหนเมื่อความหวังถูกทำลาย ฉันไม่เคยเป็นคนที่ยอมรับว่าเคยสิ้นหวังมาก่อนเลย ตอนนี้เรือของเรายังไม่ได้บอกเราว่าเราจะไม่ไปเมืองไทยเพื่อขึ้นฝั่ง เราได้ยินเสียงหัวเราะเป็นครั้งแรกในตอนเช้านี้ ตอนนี้มันเงียบลงอีกครั้ง”

แต่มีผู้เข้ามาแสดงความเห็นว่า เพราะไปจอดที่ฮ่องกงนี่เองที่อาจทำให้คนบนเรือติดเชื้อ และที่จริงเรือลำนี้ควรจอดอยู่ที่ฮ่องกงเพื่อควบคุมโรคต่อไป

ตอนนี้คนบนพื้นดินอาจจะรู้สึกโล่งใจที่เรือ “ต้องสงสัย” ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาเทียบท่า แต่ความรู้สึกของคนบนเรือคงจะต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

พวกเขายังต้องอยู่บนเรือผี (Ghost Ship) อีกนานเท่าไรไม่มีใครล่วงรู้ได้

ภาพเรือ Westerdam  จาก Master0Garfield / licensed under the Creative Commons

เรือ Westerdam เคว้งคว้างไร้จุดหมายใต้แหลมเวียดนาม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/614502

วันที่ 11 ก.พ. 2563 เวลา 16:12 น.

เรือ Westerdam เคว้งคว้างไร้จุดหมายใต้แหลมเวียดนาม

เรือ Westerdam แจงทราบสถานะห้ามเทียบท่าแหลมฉบังแล้ว ยังเคว้งคว้างไร้ความชัดเจนถึงจุดหมายปลายทางต่อไป

ทวิตเตอร์ของบริษัท Holland America Line ทวีตข้อความถึงกรณีเรือ MS Westerdam ที่ถูกทางการไทยปฏิเสธการเข้าเทียบท่าเรือแหลมฉบัง โดยระบุว่า “เราทราบถึงรายงานของสถานะเทียบท่าแหลมฉบังของเรือ Westerdam แล้ว .. เรายังคงทำงานอย่างแข็งขันในเรืองนี้ และจะแจ้งข้อมูลความคืบหน้าทันทีที่เราทราบ .. เราทราบดีว่าสิ่งนี้สร้างความสับสนให้กับแขกและครอบครัวของพวกเขา และเราขอขอบคุณที่กรุณาอดทนรอ”

ก่อนหน้านี้บริษัทเจ้าของเรือWesterdam เผยว่า เรือมีกำหนดเข้าเทียบท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อส่งแขกผู้โดยสารขึ้นฝั่งไปยังกรุงเทพในวันพฤหัสบดีที่ 13 ก.พ. เพื่อให้พวกเขาได้เดินทางกลับประเทศบ้านเกิด หลังท่าเรือหลายประเทศซึ่งอยู่ในทริปทั้งญี่ปุ่น ไต้หวัน หรือแม้แต่ท่าเรือฟิลิปปินส์ซึ่งเรือหวังจะใช้เป็นที่ส่งผู้โดยสารขึ้นฝั่งต่างก็ปฎิเสธให้เทียบท่าเช่นกัน

โพสต์ทูเดย์ได้ติดตามสถานะพิกัดของเรือผ่านเว็บไซต์ vesselfinder.com เมื่อเวลา 16.00 น. พบว่า เรือยังคงอยู่ในพิกัดเดิมเมื่อ 3 ชั่วโมงที่แล้ว บริเวณแหลมก่าเมา ในจังหวัดก่าเมาทางใต้สุดของเวียดนาม

สำหรับเรือ MS Westerdam เป็นเรือสำราญชักธงสัญชาติเนเธอร์แลนด์ พร้อมผู้โดยสาร 1,455 และลูกเรือ 802 คน ต้องรอนแรมกลางทะเลเป็นเวลานานเกินสัปดาห์แล้ว นับตั้งแต่ออกจากฮ่องกงเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ฮ่องกงพบการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

อย่างไรก็ดี ไม่มีรายงานว่าพบคนบนเรือป่วยหลังเรือออกจากท่าเรือฮ่องกง โดยผู้โดยสารบนเรือส่วนใหญ่เป็นชาวอเมริกัน อังกฤษ และออสเตรเลีย ซึ่งไม่มีประวัติติดต่อกับจีนแผ่นดินใหญ่ มีเพียงแวะที่ฮ่องกงเท่านั้น

เรือลำดังกล่าว มีกำหนดจอดเทียบท่าในท่าเรือหลายแห่งทั้งในไต้หวันและญี่ปุ่น แต่ไม่มีท่าเรือใดรับการเข้าเทียบท่าของเรือลำนี้ ซึ่งตามแผนการเดินทาง เรือมีกำหนดสิ้นสุดทริปที่ท่าเรือโยโกฮาม่าของญี่ปุ่นในวันที่ 15 ก.พ. แต่ทางการญี่ปุ่นปฏิเสธการเข้าเทียบท่า

ผู้โดยสารบนเรือบางรายได้ตอบสัมภาษณ์รอยเตอร์ทางอีเมล์ว่า คนบนเรือทุกคนได้รับการตรวจวัดอุณหภูมิอยู่ตลอดเวลา ผู้โดยสารหลายคนไม่พอใจถึงสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนของเรือว่ามีจุดหมายปลายทางที่ใด หนึ่งในนักท่องเที่ยวอเมริกันตอบว่า “ฉันหวังว่าจะมีสักประเทศให้เทียบท่า และให้พวกเขาพิสูจน์ว่าเราปลอดโคโรนาไวรัส” 

ทั้งนี้ เรือมีปริมาณอาหารและเชื้อเพลิงสำหรับให้บริการผู้โดยสารเป็นเวลา 15 วันตามหมายกำหนดการของทริปเท่านั้น

https://www.vesselfinder.com/

อดีตทูตเกาหลีเหนือ โดดเล่นการเมืองเกาหลีใต้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/614482

วันที่ 11 ก.พ. 2563 เวลา 15:14 น.

อดีตทูตเกาหลีเหนือ โดดเล่นการเมืองเกาหลีใต้

อุปทูตเกาหลีเหนือผู้แปรพักตร์ ลงสมัครเลือกตั้งพรรคฝ่ายค้านเกาหลีใต้

ยอนฮับรายงานว่า นายแท ยอง โฮ อดีตอุปทูตเกาหลีเหนือประจำกรุงลอนดอน ซึ่งแปรพักตร์ขอลี้ภัยในเกาหลีใต้ตั้งแต่ปี 2016 ประกาศลงสมัครเลือกตั้งทั่วไปในนามสมาชิกพรรคLiberty Korea Party (LKP) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านของเกาหลีใต้

นายแท ให้คำมั่นในแถลงการณ์ว่า ตนจะทุ่มเทให้ทั้งสองเกาหลีใกล้ชิดและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมากขึ้่นผ่านกิจกรรมของรัฐสภา ซึ่งการเลือกตั้งทั่วไปของกรุงโซลจะมีขึ้นในวันที่ 15 เมษายนนี้

อดีตทูตเกาหลีเหนือวัย 57 ปีเผยว่า เหตุที่ตัดสินใจลงการเมืองเกาหลีใต้ เนื่องจากเขาไม่พอใจต่อนโยบายรัฐบาลมุนแจอิน ที่เนรเทศชาวเกาหลีเหนือ2คนกลับประเทศ เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา หลังรัฐบาลโซลทราบว่า ชายเกาหลีเหนือ 2 คนนี้ ลงมือทำร้ายร่างกายลูกเรือประมล 16 คน ก่อนตัดสินใจหนีมาลี้ภัยยังเกาหลีใต้

นายแท แปรพักตร์ไปเกาหลีใต้ในปี 2016 โดยถือเป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลเปียงยางที่หลบหนีจากเกาหลีใต้ นับจากนายฮวาง จาง ยอพ อดีตสมาชิกระดับ สูงในพรรคแรงงานเกาหลี ซึ่งเคยเป็นผู้สอนหนังสือให้แก่นายคิมจองอึน ผู้นำสูงสุด

เรือ Westerdam ยังคงมุ่งหน้าอ่าวไทย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/614455

วันที่ 11 ก.พ. 2563 เวลา 12:39 น.

เรือ Westerdam ยังคงมุ่งหน้าอ่าวไทย

เรือสำราญที่ถูกห้ามเทียบท่าในหลายประเทศ และมีแผนเทียบท่าแหลมฉบัง ยังถือเข็มมุ่งหน้าอ่าวไทย ไม่ชัดเจนว่าจะเปลี่ยนเส้นทางหรือไม่ หลังไทยสั่งห้าม

กรณีที่เรือสำราญ MS Westerdam ของบริษัท Holland America Line ซึ่งก่อนหน้านี้ เรือถูกปฏิเสธเข้าเทียบท่าในหลายประเทศทั้ง ญี่ปุ่น ไต้หวัน และฟิลิปปินส สืบเนื่องจากมาตรการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ จากการที่เรือได้เดินทางออกจากฮ่องกงตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับช่วงที่มีการระบาดของไวรัสโคโรนา ก่อนจะมีกำหนดสิ้นสุดการเดินทางที่ท่าเรือโยโกฮาม่าในวันที่ 15 ก.พ. แต่ถูกทางการญี่ปุ่นปฏิเสธการเข้าเทียบท่า

บริษัทเจ้าของเรือแถลงการณ์ว่า เรือมีกำหนดเข้าเทียบท่าเรือแหลมฉบับในวันที่ 13 ก.พ. เพื่อนำส่งแขกผู้โดยสารบนเรือผ่านยังกรุงเทพ ได้เดินทางกลับประเทศบ้านเกิด หลังผู้โดยสาร 1,455 และลูกเรือ 802 คน รอนแรมกลางทะเลโดยไม่ได้ขึ้นฝั่งเทียบท่าเรือแห่งใดนานถึง 14 วันแล้ว

รอยเตอร์เผยว่า ผู้ใช้งานทวิตเตอร์รายหนึ่งซึ่งเป็นผู้โดยสารของเรือเขียนข้อความว่า “เราอยู่กลางทะเลมา 14 วันแล้ว นับจากวันศุกร์ เราไม่มีผู้โดยสารป่วยแต่อย่างใด”

เรื่องดังกล่าว โพสต์ทูเดย์ได้ตรวจสอบพิกัดของเรือผ่านเว็บไซต์ Vesselfinder เมื่อเวลา 12.20 น. พบว่า เรือ MS Westerdam ยังคงถือเข็มมายังอ่าวไทย โดยเรือกำลังแล่นอยู่นอกชายฝั่งทางใต้ของประเทศเวียดนาม แต่ยังคงไม่ชัดเจนว่าเรือจะเข้าเทียบยังท่าเรือแหลมฉบังตามกำหนด หรือเปลี่ยนเส้นทางไปยังท่าเรืออื่นหรือไม่

อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ หลังจากมีรายงานจากคำแถลงของบริษัทว่าเรือมีกำหนดเทียบท่าที่แหลมฉบัง นายอนุธิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุขได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่าถึงเรื่องดังกล่าวว่า “สั่งการแล้ว ไม่อนุญาตให้เทียบท่า”

สำหรับเรือ MS Westerdam เป็นเรือสำราญความยาว 285 เมตร เรือขึ้นทะเบียนสัญชาติเนเธอร์แลนด์ โดยในเบื้องต้นยังไม่มีการตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาบนเรือ รวมถึงเรือไม่ได้อยู่ในข่ายต้องกักกันโรค

จากคำแถลงของ Holland America ยืนยันว่า “เรายังได้รับจดหมายจากสถาบันสุขภาพและสิ่งแวดล้อมแห่งชาติของเนเธอร์แลนด์ยืนยันว่าพวกเขามีความมั่นใจอย่างเต็มที่ในการรายงานทางการแพทย์ทั้งหมดของเราและคุณภาพของบุคลากรทางการแพทย์และบริการของเราใน Westerdam โดยการประเมินนี้ทำร่วมกับกับกระทรวงสาธารณสุขของประเทศเนเธอร์แลนด์”

http://www.vesselfinder.com

 https://www.vesselfinder.com/

ยอดตายจากโคโรนาไวรัสในจีน เกิน 1,000 คน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/614444

วันที่ 11 ก.พ. 2563 เวลา 10:45 น.

ยอดตายจากโคโรนาไวรัสในจีน เกิน 1,000 คน

เรือสำราญญี่ปุ่น ยิ่งตรวจยิ่งเจอติดผู้เชื้อโคโรนา ล่าสุดพบแล้ว 136 ราย ส่วนฮ่องกงขอประชาชนอยู่แต่ในบ้าน

สถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาวันที่ 11 ก.พ. พบว่าที่จีนแผ่นดินใหญ่ยอดผู้ติดเชื้อจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ยังคงเพิ่มต่อเนื่องกว่า 42,000 คน เสียชีวิตเกิน 1,000 คน รักษาหายแล้ว 3,200 คน

ที่ญี่ปุ่นถือเป็นประเทศที่พบผู้ติดเชื้อนอกจีนแผ่นดินใหญ่มากที่สุด สืบเนื่องจากมาตรการกักกันเรือสำราญ ไดมอนด์ ปรินเซส โดยจากการตรวจคัดกรองโรคคนบนเรือจำนวน 3,700 คน ที่ทอดสมออยู่ที่เมืองท่าโยโยฮามาของญี่ปุ่น ตั้งแต่ช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา พบจำนวนผู้ติดเชื้อบนเรือเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตัวเลขล่าสุดติดเชื้อแล้ว 136 ราย

และยังคงเหลือผู้โดยสารกับลูกเรือจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับการตรวจคัดกรองว่าติดเชื้อหรือไม่

ด้านรัฐบาลฮ่องกง โดยนางแคร์รี่ แลม ได้แถลงว่าขอให้ชาวฮ่องกงพำนักอยู่แต่ในบ้านให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่ระบาดของไวรัส

คำแถลงของนางแลม มีขึ้นหลังอาคารที่พักอาศัยแห่งหนึ่งในฮ่องกง พบมีผู้อาศัย 4 ราย แสดงอาคารคล้ายไข้หวัดใหญ่ อย่างไรก็ดี เรื่องดังกล่าว รัฐบาลกำลังตรวจสอบระบบท่อภายในอาคารดังกล่าวเนื่องจากกังวลว่าไวรัสอาจแพร่กระจายไปยังผู้พักออาศัยส่วนอื่นผ่านระบบท่อของอาคาร ส่วนผู้ต้องสงสัย 4 รายอยู่ในการเฝ้าระวังโรคแล้ว

เรือที่ห้ามเทียบท่าในญี่ปุ่น ไต้หวัน ฟิลิปปินส์กำลังเดินทางมาที่ไทย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/614425

วันที่ 10 ก.พ. 2563 เวลา 23:28 น.

เรือที่ห้ามเทียบท่าในญี่ปุ่น ไต้หวัน ฟิลิปปินส์กำลังเดินทางมาที่ไทย

หลังเกิดการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ จนต้องเปลี่ยนเส้นทาง แต่แล้วกลับถูกปฏิเสธไม่ให้จอดเทียบท่าอีกหลายประเทศ

เรือสำราญ Westerdam ที่มีเป้าหมายเดินทางจะไปยังเซี่ยงไฮ้ต้องเปลี่ยนเส้นทางกระทันหัน หลังเกิดการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ จนต้องเปลี่ยนเส้นทาง แต่แล้วกลับถูกปฏิเสธไม่ให้จอดเทียบท่าอีกหลายประเทศ

เรือลำนี้เป็นเรือสำราญเส้นทางจากไต้หวัน-ญี่ปุ่น ระยะการเดินทาง 14 วัน เดินทางออกจากฮ่องกงเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์โดยมีผู้โดยสาร 1,555 คนและลูกเรือ 802 คนบนเรือ

Westerdam มีกำหนดที่จะมุ่งหน้าไปยังเกาะอิชิงากิ ต่อไปยังนาฮะ โอกินาวะ นางาซากิ และฟุกุโอกะในญี่ปุ่น ก่อนที่จะมุ่งหน้าไปโยโกฮาม่า เพื่อจอดหยุดซ่อมบำรุงในเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ เพื่อที่จะล่องเรือต่อไป โดยขะเดินทางไปยังเซี่ยงไฮ้เป็นจุดหมายสุดท้ายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ แต่ต้องเปลี่ยนเป้าหมายกระทันหัน

เมื่อเรือจะเดินทางไปโยโกฮามา การเดินทางไปโยโกฮามาถูกยกเลิกอีก หลังจากรัฐบาลญี่ปุ่นประกาศว่าจะไม่อนุญาตให้ Westerdam จอดเทียบท่าในท่าเรือใดๆ ในประเทศ

เรือจึงตั้งใจเดินทางไปที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ แต่ทางการฟิลิปปินส์ปฏิเสธที่จะปล่อยให้เรือ Westerdam เทียบท่า

ต่อมา Westerdam เดินทางไปยังไต้หวันโดยได้รับอนุญาตให้จอดเรือในตอนแรกที่เกาสง แต่แล้วก็ถูกบังคับให้เดินทางออกจากไต้หวันไปเช่นกัน

หลังจากถูกปฏิเสธผู้โดยสารบนเรือบางคนให้สัมภาษณ์กับสื่อบางแห่งว่า ยังไม่ทราบว่าเรือจะมุ่งหน้าไปที่ไหน อาจเป็นเวียดนาม กัมพูชา หรือมาเลเซีย

ล่าสุดบริษัทเดินเรือ Holland America Line ยืนยันว่าเรือสำราญ Westerdam ซึ่งไม่มีเรือยืนยันผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา ในขณะนี้กำลังแล่นไปยังแหลมฉบัง ประเทศไทย โดยเรือจะมาถึงในวันที่ 13 กุมภาพันธ์

บริษัทเดินเรือ Holland America Line แถลงว่า “แขกจะขึ้นฝั่งที่แหลมฉบังและพาไปยังกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางกลับบ้านของพวกเขา ตารางเวลาใหม่นี้ได้รับการแจ้งกับแขกบนเรือแล้ว”

นอกจากนี้ บริษัทยังประกาศการชดเชยด้วยว่า “แขกทุกคนจะได้รับเงินคืน 100% สำหรับการล่องเรือ 14 วันและเครดิตการล่องเรือในอนาคต 100% มีบริการอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์ฟรีสำหรับแขกและลูกเรือเพื่อติดต่อกับคนที่คุณรัก”

เบื้องต้นไม่มีการตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสบนเรือ Westerdam และเรือไม่ได้อยู่ในข่ายการกักกัน แต่มีข่าวลือเกี่ยวกับผู้ป่วยบนเรือ

คำแถลงของ Holland America ยืนยันว่า “เรายังได้รับจดหมายจากสถาบันสุขภาพและสิ่งแวดล้อมแห่งชาติของเนเธอร์แลนด์ยืนยันว่าพวกเขามีความมั่นใจอย่างเต็มที่ในการรายงานทางการแพทย์ทั้งหมดของเราและคุณภาพของบุคลากรทางการแพทย์และบริการของเราใน Westerdam โดยการประเมินนี้ทำร่วมกับกับกระทรวงสาธารณสุขของประเทศเนเธอร์แลนด์”