อาวุธของกองทัพประเทศไหนปล้นง่ายยิ่งกว่าธนาคาร? #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/614416

วันที่ 10 ก.พ. 2563 เวลา 19:24 น.

อาวุธของกองทัพประเทศไหนปล้นง่ายยิ่งกว่าธนาคาร?

ไม่ว่ามันจะปล้นจากคลังแสง จากกองรักษาการ หรือจากมือของเจ้าหน้าที่ผู้เสียสละ แต่เรื่องนี้ไม่ใช่เหตุผลที่เราจะวิจารณ์กองทัพไม่ได้ในเรื่องการดูแลอาวุธ

ข้อเท็จจริงหนึ่งเกี่ยวกับเหตุกราดยิงที่ จ. นครราชสีมา คนร้ายไม่ได้ปล้นคลังแสง แต่นำอาวุธมาจากกองรักษาการ

ดังนั้น เราจึงไม่อาจข้อตำหนิเรื่องความบกพร่องในการรักษาอาวุธของกองทัพได้อย่างเต็มปากเต็มคำ และคงไม่มีประเทศไหนที่จะปล่อยให้คลังแสงเปิดอ้าซ่าให้ใครหน้าไหนเข้ามาปล้นหรือหยิบฉวยอาวุธร้ายแรงออกไปง่ายๆ

แต่เรื่องนี้ไม่ใช่เหตุผลที่เราจะวิจารณ์กองทัพไม่ได้ในเรื่องการดูแลอาวุธ ไม่ว่ามันจะปล้นจากคลังแสง จากกองรักษาการ หรือจากมือของเจ้าหน้าที่ผู้เสียสละ

เราต้องตั้งข้อสงสัยไว้ก่อน หากมีประเทศใดประเทศหนึ่งเกิดเหตุปล้นอาวุธจากกองทัพบ่อยครั้งเกินไป เกินกว่าจะให้อภัยได้

เกือบทุกครั้งที่มีการปล้นอาวุธในประเทศนั้นจะเกิดพร้อมกับการตายของเจ้าหน้าที่ หรืออาจนำไปสู่การสังหารครั้งใหญ่โดยใช้อาวุธจากคลัง

ประเทศนั้นคือประเทศไหน?

ก่อนที่เราจะไปค้นหาคำตอบ ขอให้ย้อนกลับไปในช่วงทศวรรษที่ 90 หลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียต หลังจากนั้นมีภาพยนต์จากฮอลลีวูดหลายเรื่องที่ใช้ฉากการปล้นคลังแสงของอดีตสหภาพโซเวียตและนำอาวุธร้ายแรงออกมาขายในตลาดมืดเป็นจำนวนมาก

เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่ามันมีเหตุการณ์เช่นนั้นจริง (เพราะมันเกิดขึ้นจริงๆ) เมื่อเกิดการล่มสลายของประเทศหนึ่งๆ ย่อมเดาได้ว่าสิ่งที่ตามมาคือความโกลาหลและโอกาสที่จะเอาตัวรอดจากการขโมยทุกสิ่งทุกอย่างที่พอจะหาได้เพื่อนำไปขายเลี้ยงชีวิต

แต่ความจริงก็คือมันไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไป

Siegfried Hecker ศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์การจัดการและวิศวกรรมที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ประเทศสหรัฐเปิดเผยว่า หลังการล่มสลายของประเทศหลังม่านเหล็ก มีความเสี่ยงที่อาวุธร้ายแรงในคลังแสงของสหภาพโซเวียตจะตกไปอยู่ในมือผู้ก่อการร้าย อาชญากร หรือประเทศที่คิดร้าย

แต่เพราะรัสเซียร่วมมือกับสหรัฐทำการป้องกันคลังแสงเอาไว้อย่างเหนียวแน่น เพราะต่างก็ทราบดีว่าหากปล่อยให้คลังแสงรั่วโดยเฉพาะคลังแสงอาวุธนิวเคลียร์ ทั้งรัสเซียและสหรัฐก็จะไม่รอดเหมือนกัน

คลังแสงนิวเคลียร์ของอดีตสหภาพโซเวียตรอดเงื้อมมือคนร้ายมาได้ แต่อาวุธเล็กๆ ต่างก็ถูกลักลอบออกไปขายตามระเบียบ กระนั้น แม้จะมีการปล้นอาวุธไปขาย สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในรัสซียขณะนั้นทำให้เราพอจะเข้าใจได้ว่าทำไมมันถึงเกิดขึ้น

สถานการณ์แบบเดียวกันยังเกิดขึ้นกับอดีตยูโกสลาเวียหลังสงครามแยกประเทศ และเกิดกับยูเครนในช่วงสงครามกลางเมือง มีรายงานว่าอาวุธจำนวนมากถูกปล้นออกมาขายในตลาดมืด

ในรายงานของสำนักข่าว Reuters เกี่ยวกับการค้าอาวุธที่ปล้นมาในยูเครน ได้สัมภาษณ์ Olena Hitlyanska โฆษกหญิงของฝ่ายความมั่นคงแห่งรัฐยูเครนหรือ SBU ที่ยอมรับว่า “แน่นอนว่าทุกคนที่มีความประสงค์และมีวิธีการ ก็สามารถเข้ามาในธุรกิจ (ค้าอาวุธ) ได้ กลุ่มองค์กรอาชญากรมีการซื้อขายอาวุธอยู่เสมอ”

จากคำสัมภาษณ์นี้เท่ากับว่า แค่ตั้งใจและมีวิธีการคุณก็สามารถปล้นอาวุธเอามาขายได้ง่ายๆ

ย้ำอีกครั้งว่า นี่คือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศที่แตกเป็นเสี่ยงๆ

แต่การปล้นอาวุธในประเทศที่ยังไม่ล่มสลายเป็นเรื่องที่เหนือความเข้าใจของเราจริงๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมันเกิดขึ้นบ่อยครั้งจนผู้คนเริ่มจะชาชิน

ในประเทศเรา เหตุการณ์ปล้นอาวุธส่วนใหญ่เกิดขึ้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ โดยมีเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดคือเมื่อวันที่ 4 ม.ค. 2547 ที่กองพันพัฒนาที่ 4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ จ.นราธิวาส คนร้ายปล้นปืนไป 413 กระบอก

ในครั้งนั้นนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร บอกว่าเจ้าหน้าที่มีส่วนแน่ “เพราะการลงมือ มันง่าย สะดวกเกินไปจนเหมือนกับว่าบ้านถูกโจรบุกเข้ามา แต่ว่าไม่มีรอยงัด แสดงว่าคนใช้เปิดประตูให้ วางแผนทำได้รวดเร็วผิดปกติ เกลือเป็นหนอนมีแน่นอนอยู่แล้ว แต่ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ระดับไหนยังพูดไม่ได้”

แต่เหตุการณ์ผ่านไปจนถึงบัดนี้เรายังไม่รู้ว่าปืนหายไปเพราะใคร เพราะผู้ก่อความไม่สงบ หรือเพราะเกลือเป็นหนอน ทักษิณ ชินวัตรกล่าวถูกต้องหรือไม่ หรือว่าเขาเอ่ยคำรแรงๆ ออกไปเพราะขัดแย้งกับกองทัพเท่านั้น?

หลังจากนั้นปืนของทัพในภาคใต้ก็ถูกปล้นอีกครั้ง 19 ม.ค. 2554 มีเหตุปล้นปืนที่ฐานปฏิบัติการชุดเฉพาะกิจนราธิวาส 38 คนร้ายได้อาวุธปืนเอ็ม 16 ประมาณ 50 กระบอก กระสุนปืนเอ็ม 16 จำนวน 5,000 นัด

เมื่อวันที่ 12 ม.ค. 2563 นี้เอง มีคนร้ายโจมตีฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครอง จ.นราธิวาส และขโมยอาวุธปืนเอ็ม.16 เอ.1 จำนวน 1 กระบอก อาวุธปืน HK 33 จำนวน 3 กระบอก และอาวุธปืนพกยี่ห้อชิกซาวเออร์ จำนวน 1 กระบอก รวมทั้งสิ้น 5 กระบอก

แต่เหตุการณ์ในภาคใต้นั้นเราตำหนิเจ้าหน้าที่ไม่ได้ทั้งหมด เพราะพื้นที่นั่นคือสงครามย่อยๆ

แต่สิ่งที่เราอยากจะ “วอนขอ” ต่อกองทัพได้คือ ช่วยหาทางป้องกันเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในแนวหน้าให้พวกเขาได้ปลอดภัยทั้งชีวิตและสามารถรักษาอาวุธของหลวงอันเป็นภาษีประชาชนไม่ให้ตกอยู่ในมือคนร้ายอีกต่อไป

เช่นเดียวกับชีวิตของเจ้าหน้าที่ทหารที่สูญเสียไป จากการโจมตีและปล้นอาวุธจากหมวดรักษาการณ์กองพันสรรพาวุธกระสุนที่ 22 กองบัญชาการช่วยรบที่ 2 จนนำมาสู่โศกนาฏกรรมโคราช

ไม่เฉพาะทหารเท่านั้น ตำรวจเองก็มีกรณีปล้นปืนด้วย แต่เป็นคนในนำปืนหลวงไปขายถึง 49 กระบอกจากสภ.ท่าหิน จ.ลพบุรี โดยคนลงมือก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นด.ต.ชรินทร์ บุตรดี แห่งสภ.ท่าหินนั่นเอง ที่นำปืนไปขายใช้หนี้พนัน

ในสหรัฐและสหราชอาณาจักรก็มีกรณีปล้นอาวุธจากค่ายทหาร แถมยังนำออกขายใน eBay แต่ต้องบอกว่าเป็นแค่ 2 – 3 กรณีเท่านั้น ไม่ได้ถี่แบบบ้านเรา

แม้จะเกิดกรณีกราดยิงโดยทหารในค่ายทหารเอง เช่น กรณี Fort Hood shooting ที่สหรัฐเมื่อปี 2009 ทหารนายนั้นก็ไม่ได้ปล้นอาวุธจากค่าย แต่ไปซื้อปืนจากร้านมาก่อเหตุเอง

บางคนอาจจะรู้สึกว่า อาวุธของหลวงบ้านเรามันปล้นง่ายพอๆ กับแดนมิคสัญญีอย่างยูเครนหรืออดีตสหภาพโซเวียตเลยทีเดียว

วาคีน ฟินิกซ์ “เรากำลังพูดถึงการต่อสู้กับความอยุติธรรม” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/614404

วันที่ 10 ก.พ. 2563 เวลา 17:43 น.

วาคีน ฟินิกซ์ "เรากำลังพูดถึงการต่อสู้กับความอยุติธรรม"

เมื่อเราให้คำแนะนำแก่กันและกันเพื่อปลดเปลื้องตัวเองจากความผิดพลาด นั่นคือสิ่งที่ดีที่สุดของมนุษยชาติ

หลังจากวาคีน ฟินิกซ์คว้ารางวัลออสการ์สาขานักแสดงยอดเยี่ยมจากเรื่อง Joker เขาขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ที่กินใจมาก และถูกเผยแพร่ในโลกโซเชียลในวงกว้าง

ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะบทบาทของเขาในเรื่อง Joker มีส่วนคล้ายคลึงกับสุนทรพจน์ที่เขาขึ้นกล่าวรับรางวัล ซึ่งกล่าวถึงความยุติธรรม ความเท่าเทียม แต่สิ่งที่ต่างออกไป คือเขาจบลงด้วยการเอ่ยถึงความรัก ความเห็นอกเห็นใจ และการช่วยเลหือกันและกัน ไม่ใช่การทำร้ายกันเอง

โพสต์ทูเดย์ได้แปลสุนทรพจน์ทั้งหมดดังนี้

สวัสดี ว่าไง? สวัสดี พระเจ้า ตอนนี้ผมรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณมาก และผมยังไม่รู้สึกว่าตัวเองสูงส่งกว่าผู้ได้รับการเสนอชื่อหรือใครก็ตามในห้องนี้ เพราะเราแบ่งปันความรักแบบเดียวกัน ความรักในภาพยนตร์ และการแสดงออกในรูปแบบนี้มอบชีวิตที่พิเศษที่สุดให้กับผม

ผมไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร แต่ผมคิดว่าของกำนัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่มอบให้ผมและพวกเราหลายคนในห้องนี้ คือโอกาสที่จะใช้ปากเสียงของเราแทนผู้ที่ไม่ปากเสียง ผมกำลังคิดหนักเกี่ยวกับปัญหาที่น่าวิตกบางอย่างที่เรากำลังเผชิญอยู่ร่วมกัน และผมคิดว่าบางครั้งเรารู้สึก หรือถูกทำให้รู้สึกว่าเรามุ่งเอาชนะเป้าหมายที่แตกต่างกัน

แต่สำหรับผม ผมเห็นคนธรรมดาสามัญ ผมคิดว่าไม่ว่าเรากำลังพูดถึงความไม่เท่าเทียมกันทางเพศหรือการเหยียดเชื้อชาติ หรือสิทธิความหลากหลายทางเพศ หรือสิทธิของชนพื้นเมือง หรือสิทธิสัตว์ เรากำลังพูดถึงการต่อสู้กับความอยุติธรรม เรากำลังพูดถึงการต่อสู้กับความเชื่อที่ว่าประเทศหนึ่ง คนกลุ่มหนึ่ง เผ่าพันธุ์หนึ่ง เพศหนึ่ง หรือสปีซีส์หนึ่ง มีสิทธิ์ที่จะครอบครอง ควบคุม และใช้ และตักตวงประโยชน์จากคนอื่นโดยไม่ต้องรับโทษ

ผมคิดว่าเราแยกตัวออกจากโลกธรรมชาติและพวกเราหลายคน สิ่งที่เราผิดก็คือโลกทัศน์ที่ไร้เดียงสาความเชื่อที่ว่าเราเป็นศูนย์กลางของจักรวาล เรามุ่งสู่โลกธรรมชาติและปล้นมันเพื่อแสวงหาทรัพยากร เราคิดว่าตัวเรามีสิทธิ์ที่จะผสมเทียมวัว และเมื่อวัวให้กำเนิดเราขโมยลูกของมันมาถึงแม้ว่าเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของมันจะดังเข้าหูเราอยู่จะๆ ก็ตาม จากนั้นเราก็นำนมของมันซึ่งมีไว้เพื่อลูกของมันเอง แล้วเราก็เทมันลงในกาแฟและซีเรียลของเรา

และผมคิดว่าเรากลัวความคิดที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง เพราะเราคิดว่าเราต้องเสียสละบางสิ่งบางอย่างและยอมเสียบางอย่างไป แต่มนุษย์นั้นในแง่ที่ดีที่สุดคือมีความคิดแปลกใหม่ และมีความสร้างสรรค์ และมีความหลักแหลมอย่างมาก และผมคิดว่าเมื่อเราใช้ความรักและความเห็นอกเห็นใจเป็นหลักการชี้นำของเรา เราจะสามารถพัฒนาและใช้ความเปลี่ยนแปลงที่เป็นระบบให้เป็นประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวิตทั้งหลายและสิ่งแวดล้อม

ตอนนี้ ผมเคยเป็น – ที่ผ่านมาในชีวิตผมเคยเป็นวายร้าย ผมเห็นแก่ตัว ผมโหดร้ายหลายๆ ครั้ง ยากที่จะทำงานด้วยและผมรู้สึกขอบคุณในเรื่องนี้ แต่พวกคุณหลายคนในห้องนี้ได้ให้โอกาสครั้งที่สองกับผม และผมคิดว่านั่นเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับเราเมื่อเราสนับสนุนซึ่งกันและกัน ไม่ใช่เมื่อเราหันหลังให้กันและกันเพราะความผิดพลาดในอดีต

แต่เมื่อเราช่วยเหลือซึ่งกันและกันเพื่อเติบโต เมื่อเราให้ความรู้ซึ่งกันและกัน เมื่อเราให้คำแนะนำแก่กันและกันเพื่อปลดเปลื้องตัวเองจากความผิดพลาด นั่นคือสิ่งที่ดีที่สุดของมนุษยชาติ

ผมแค่ – ผมต้องการ – เมื่อคุณ – ตอนที่เขาอายุ 17 พี่ชายของผมเขียนเนื้อเพลงนี้ เขาบอกว่า “รีบวิ่งไปช่วยเหลือด้วยความรัก และสันติสุขจะตามมา” (Run to the rescue with love and peace will follow)

ขอบคุณ

จุดพีคของการระบาดอาจมีผู้ติดเชื้อไวรัสถึง5แสนคนในอู่ฮั่น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/614378

วันที่ 10 ก.พ. 2563 เวลา 14:19 น.

จุดพีคของการระบาดอาจมีผู้ติดเชื้อไวรัสถึง5แสนคนในอู่ฮั่น

หากแนวโน้มในปัจจุบันยังคงดำเนินต่อไป เราคาดการณ์ว่าจะถึงจุดสูงสุดในช่วงกลางเดือนถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า อาจมีติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่อย่างน้อย 500,000 คนในอู่ฮั่น เมื่อการระบาดมาถึงจุดสูงสุดในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

จากการประเมินโดยการสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์เบื้องต้นของ London School of Hygiene & Tropical Medicine (วิทยาลัยลอนดอนด้านสุขอนามัยและเวชศาสตร์เขตร้อน) ทำการคำนวณการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ 2019-nCoV พบว่า ตัวเลขการระบาดจะถึงจุดสูงสุดในเร็วๆ นี้

อดัม คูชาร์สกี้ รองศาสตราจารย์ด้านระบาดวิทยาโรคติดเชื้อกล่าวผ่านอีเมลมาถึง Bloomberg เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า “หากแนวโน้มในปัจจุบันยังคงดำเนินต่อไป เราคาดการณ์ว่าจะถึงจุดสูงสุดในช่วงกลางเดือนถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์”

คูชาร์สกี้ ยังชี้ว่าตอนนี้มีความไม่แน่นอนอยู่มาก ดังนั้นเขาจึงระมัดระวังเกี่ยวกับการเลือกค่าประเมินเดียวสำหรับจุดสูงสุดของการระบาด แต่ก็เป็นไปได้โดยอ้างอิงกับข้อมูลชุดปัจจุบัน โดยจากการประเมินนี้ ช่วงจุดสูงสุดจะมีการติดเชื้อเพิ่มสูงกว่า 5%

หมายความว่าอย่างน้อย 1 ใน 20 คนจะติดเชื้อในเมืองอู่ฮั่นในช่วงที่การระบาดถึงจุดสูงสุด กระนั้นก็ตาม คูชาร์สกี้เตือนว่า ตัวเลขประเมินอาจเปลี่ยนแปลงได้ หากการระบาดชะลอตัวลง ปัจจัยที่คูชาร์สกี้นำมาประเมินคือ ระยะฟักตัว 5.2 วัน ระยะเวลายืนยันติดเชื้อติดเชื้อที่ช้ากว่าปกติ 6.1 วัน และจำนวนประชากรประมาณ 10 ล้านคนกำลังเสี่ยงต่อการติดเชื้อในอู่ฮั่น

จากการประเมินนี้ได้ตัวเลขความเสี่ยง 5% เท่ากับผู้ติดเชื้อประมาณ 500,000 ราย หรือมากกว่าตัวเลขจนถึงเที่ยงคืนของวันอาทิตย์ที่ 16,902 ราย ตามการรายงานของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขระดับมณฑล

มานูเอล บัตเตอเกย์ และคณะแห่ง University of Basel ในสวิตเซอร์แลนด์กล่าวในการศึกษาที่ตีพิมพ์เมื่อวันศุกร์ว่า จำนวนผู้ที่เสี่ยงติดเชื้อที่แท้จริงในอู่ฮั่นต่ำกว่าความเป็นจริงมาก เพราะไปเน้นที่ผู้มีอาการหนัก ทำให้ละเลยผู้ที่ยังไม่แสดงอาการ ผู้ที่มีอาการเล็กน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงนี้เป็นฤดูการระบาดของไข้หวัดประจำฤดูกาล

ครั้งแรกในรอบ92ปีของออสการ์ Parasite คว้าหนังยอดเยี่ยม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/614368

วันที่ 10 ก.พ. 2563 เวลา 13:07 น.

ครั้งแรกในรอบ92ปีของออสการ์ Parasite คว้าหนังยอดเยี่ยม

กลายเป็นภาพยนตร์ที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษเรื่องแรกที่ได้รางวัล “ภาพยอดเยี่ยม”

Parasite ภาพยนตร์เรตื่องดังจากเกาหลีใต้สร้างประวัติศาสตร์ คว้ารางวัล Academy Awards หรือออสการ์ถึง 4 สาขาหลัก กลายเป็นภาพยนตร์ที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษเรื่องแรกที่ได้รางวัล “ภาพยอดเยี่ยม” อันเป็นเกียรติยศของผู้ที่รับรางวัลออสการ์และเป็นรางวัลที่คนทำหนังทุกคนปรารถนา

นอกจากนี้ Parasite ยังเป็นภาพยนต์จากเอเชียเรื่องแรกที่ได้รางวัลบทภาพยนต์ยอดเยี่ยม และยังเป็นครั้งแรกของภาพยนต์จากเกาหลีที่ได้รางวัลออสการ์โดยครั้งแรกก็ควารางวัลใหญ่ถึง 4 รางวัลเลยทีเดียว หนึ่งในนั้นคือรางวัลภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม ซึ่งเป็นไปตามที่คาดไว้ แต่รางวัลอื่นๆ ได้มาอย่างเหนือความคาดหมาย

นับเป็นเรื่องบังเอิญที่ในปี 2019 ที่ภาพยนต์เรื่องนี้ออกฉายยังเป็นวาระครบรอบ 100 ปีของภาพยนตร์เกาหลีอีกด้วย

“ผมรู้สึกว่าผมเพิ่งตื่นขึ้นมาเพื่อพบว่ามันเป็นความฝัน มันเป็นความรู้สึกที่วิเศษมาก” พงจุนโฮ ผู้กำกับภาพยนตร์กล่าว โดยเขายังได้รับรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมจากเวทีประวัติศาสตร์อีกด้วย

ภาพยนตร์เอเชียเรื่องแรกที่ทำได้ Parasite คว้าออสการ์บทยอดเยี่ยม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/614347

วันที่ 10 ก.พ. 2563 เวลา 09:24 น.

ภาพยนตร์เอเชียเรื่องแรกที่ทำได้ Parasite คว้าออสการ์บทยอดเยี่ยม

Parasite กลายเป็นภาพยนตร์เอเชียเรื่องแรกที่คว้ารางวัลบทภาพยนต์ยอดเยี่ยมจากการประกาศรางวัล

Parasite กลายเป็นภาพยนตร์เอเชียเรื่องแรกที่คว้ารางวัลบทภาพยนต์ยอดเยี่ยมจากการประกาศรางวัล

ภาพยนตร์จากเกาหลีใต้ Parasite หรือในชื่อไทยว่า “ชนชั้นปรสิต” เป็นเรื่องราวของสมาชิกของครอบครัวที่ยากจนซึ่งวางแผนที่จะเข้าไปเป็นลูกจ้างของครอบครัวที่ร่ำรวยพร้อมๆ กัน โดยแต่ละคนอำพรางตัวเองเป็นคนที่มีคุณสมบัติเลอเลิศ และทำเป็นไม่รู้จักกัน

Parasite  กำกับโดย พง จุน-โฮ ผู้กำกับชื่อดังคนหนึ่งของประเทศ เขากล่าวในตอนขึ้นรับรางวัลว่า “เราไม่ได้เขียนเรื่องนี้เพื่อสะท้อนประเทศของเรา แต่เป็นเรื่องที่เฉพาะตัวมากๆ ในเกาหลีใต้”

ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในภาพยนตร์เกาหลีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยสร้างมา และเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ดีที่สุดของทศวรรษที่ 2010

Parasite  ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ครั้งที่ 92 จำนวน 6 สาขา รวมถึงสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และ ภาพยนตร์ต่างชาติยอดเยี่ยม ถือเป็นภาพยนตร์เกาหลีใต้เรื่องแรกที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลเหล่านี้ และในที่สุดคว้าบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมมาครอง กลายเป็นภาพยนตร์เอเชียเรื่องแรกที่ทำได้

ทั้งนี้ Parasite ไม่ใช่ภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศเรื่องแรกที่ชนะรางวัลออสการ์สาขาบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ผู้ชนะก่อนหน้าในหมวดนี้ได้แก่ Divorce Italian Style, A Man และ a Woman และ Talk to Her แต่ Parasite เป็นภาพยนตร์เอเชียเรื่องแรกที่ได้รับรางวัลนี้

สิงคโปร์ตื่นไวรัส กักตุนสินค้าเกลี้ยงซูเปอร์มาร์เก็ต #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/614332

วันที่ 09 ก.พ. 2563 เวลา 21:37 น.

สิงคโปร์ตื่นไวรัส กักตุนสินค้าเกลี้ยงซูเปอร์มาร์เก็ต

ทางการสิงคโปร์เรียกร้องให้ประชาชนเพลาๆ การกว้านซื้อสิ่งของจำเป็นจนสินค้าเกลี้ยงซุเปอร์มาร์เก็ต

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ทางการสิงคโปร์เรียกร้องให้ประชาชนเพลาๆ การกว้านซื้อสิ่งของจำเป็นจนสินค้าเกลี้ยงซุเปอร์มาร์เก็ต โดยทางการยืนยันว่าปริมาณการผลิตและจำหน่านสินค้ายังไม่ได้ถูกคุกคามจากการระบาด แม้ว่าภัยคุกคามจากการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่จะรุนแรงขึ้นในสิงคโปร์ก็ตาม

จากการรายงานของสำนักข่าวต่างๆ พบว่าชาวสิงคโปร์พากันกักตุนข้าว บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป กระดาษชำระและผลิตภัณฑ์สุขอนามัย ไม่ว่าจะในซุปเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านขายของชำออนไลน์ทำให้สินค้าหมดไปอย่างรวดดเร็ว แม้แต่ Amazon.com Inc. และ RedMart Ltd. กล่าวว่าพวกเขามีช่องทางจัดส่งที่จำกัดหรือไม่มีเลย

เมื่อวันอาทิตย์ ห้าง NTUC FairPrice ซุปเปอร์มาร์เก็ตในสิงคโปร์กำหนดให้ลูกค้าซื้อได้จำนวนจำกัด เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าคนอื่นๆ สามารถเข้าถึงรายการสินค้าที่มีความต้องการสูงได้มากขึ้น โดยผู้ซื้อแต่ละคนสามารถซื้อผลิตภัณฑ์กระดาษชำระได้มากถึงสี่ชุด ข้าวสองถุง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสี่ห่อใหญ่ และผักมูลค่ารวม 50 ดอลลาร์สิงคโปร์ (36 ดอลลาร์)

ทั้งนี้ สิงคโปร์ยกระดับการตอบสนองต่อการระบาดของไวรัสโคโรนามาเป็นระดับสีส้มเมื่อ วันศุกร์ซึ่งเป็นระดับเดียวกับในช่วงที่โรคซาร์สระบาด หมายถึงลักษณะของโรคนั้นรุนแรงและแพร่กระจายได้ง่ายจากคนสู่คน

เจ้าหน้าที่รายงานว่ามีอีก 7 รายที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อไวรัสเมื่อปลายวันเสาร์ ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมดในสิงคโปร์ถึง 40 รายซึ่งเป็นการติดเชื้อที่มากที่สุดนอกประเทศจีน ยกเว้นกรณีของเรือสำราญที่ถูกกักกันในญี่ปุ่น ผู้ติดเชื้อ 4 รายอยู่ในสภาพวิกฤติและอีกรายต้องใช้เครื่องช่วย ผู้ป่วยรายใหม่ทั้งหมดเป็นพลเมืองสิงคโปร์หรือผู้พำนักถาวรและไม่มีผู้ใดเคยเดินทางไปจีน

Photo by Roslan RAHMAN / AFP

ฮ่องกงหวั่นกินหม้อไฟร่วมกันอาจติดทั้งครอบครัว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/614327

วันที่ 09 ก.พ. 2563 เวลา 19:50 น.

ฮ่องกงหวั่นกินหม้อไฟร่วมกันอาจติดทั้งครอบครัว

ครอบครัวนี้มีสมาชิกมารวมตัวกัน 19 คนและร่วมรับประทานอาหารหม้อไฟในช่วงวันตรุษจีนปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา

เจ้าหน้าที่ฮ่องกงเผยเมื่อวันอาทิตย์ว่า สมาชิก 9 คนในครอบครัวฮ่องกงอาจจะติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หลังจากรับประทานหม้อไฟร่วมกัน

สมาชิกในครอบครัว 2 คนซึ่งเป็นชายอายุ 24 ปีและคุณยายของเขาซึ่งอยู่ในช่วงอายุ 90 ปี ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อไวรัสใน ขณะที่อีก 7 คนมีผลตรวจเบื้องต้นเป็นบวกหมายความว่ามีแนวโน้มสูงมากที่จะติดเชื้อ

สำนักข่าว AFP รายงานว่า ยังมีญาติอีก 2 คนกำลังรอผลตรวจของพวกเขาอยู่

เจ้าหน้าที่กล่าวว่า ครอบครัวนี้มีสมาชิกมารวมตัวกัน 19 คนและร่วมรับประทานอาหารหม้อไฟในช่วงวันตรุษจีนปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน ผู้คนหลายพันคนที่ติดค้างบนเรือสำราญ World Dream ในฮ่องกงเป็นเวลา 5 วัน ในที่สุดก็ได้รับอนุญาตให้ขึ้นฝั่งได้ในวันอาทิตย์ หลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบพบว่าลูกเรือทั้ง 1,800 คนไม่มีเชื้อไวรัส

เรือสำราญ World Dream นำผู้โดยสารจีน 3 คนไปยังเวียดนามระหว่างวันที่ 19 และ 24 มกราคม ซึ่งต่อมาถูกพบว่าติดเชื้อไวรัส ทำให้ทางการฮ่องกงต้องกักกันเรือลำนี้เอาไว้เมื่อเดินทางมาถึงฮ่องกงเมื่อวันพุธที่ผ่านมา

สื่อหลัก-สื่อโซเชียลยิ่งแชร์ยิ่งรายงานซ้ำ การฆ่าหมู่ยิ่งเกิดขึ้นบ่อย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/614309

วันที่ 09 ก.พ. 2563 เวลา 16:32 น.

สื่อหลัก-สื่อโซเชียลยิ่งแชร์ยิ่งรายงานซ้ำ การฆ่าหมู่ยิ่งเกิดขึ้นบ่อย

บทเรียนจากต่างประเทศทำให้เราทราบว่าการราบงานของสื่อกระแสหลักและโซเชียลทำให้เกิดการลงมือเกิดขึ้นบ่อยครั้ง

“พฤติกรรมเลียนแบบ” เป็นคำที่เราคุ้นกันดี มักจะนำมาใช้อธิบายว่าเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นเพราะเลียนแบบผู้ที่ทำไว้ก่อนหน้านี้ และคำๆ นี้ก็นำมาใช้อธิบายการกราดยิง/การสังหารหมู่เช่นกัน

แต่นักสังคมวิทยาที่ David Phillips บอกว่ามันไม่ใช่แค่การเลียนแบบเพราะเห็นแล้วอยากทำตาม แต่เป็นผลกระทบจากการรายงานอย่าง “ใกล้ชิดเกิดไป” ของสื่อในเหตุการณ์ฆาตรกรรมบางเหตุการณ์ แล้วทำให้ผู้ติดตามรายงานข่าวบางคนรู้สึกอยากจะทำตามบ้าง

สิ่งนี้เรียกว่า “อาการติดต่อของการกราดยิง” (Mass shooting contagion)

ในงานวิจัยเรื่อง “เหตุการณ์กราดยิงและผลจากการรายงานของสื่อ” (Mass Shootings and the Media Contagion Effect) ได้นำข้อมูลการวิจัยต่างๆ มานำเสนอ ทำให้เราเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้นว่า สื่อที่หมกมุ่นกับการรายงานเหตุสังหารหมู่มากเกินไปจะส่งผลให้คนที่เสพสื่อทำพฤติกรรมเลียนแบบตามมา

เช่น ในสหรัฐ อัตราการยิงสังหารหมู่โดยเฉลี่ยเกิดขึ้นทุก ๆ 12.5 วัน และการยิงโรงเรียนเกิดขึ้นโดยเฉลี่ยทุก 31.6 วัน และทุกๆ 3 กรณีจะมีการเลียนแบบการฆ่าลักษณะนี้เกิดขึ้นภายใน 13 วัน หรือจะให้ชัวร์ขึ้นไปอีกก็คือจะมีอย่างน้อย 1 เหตุการณ์ทุกๆ 13 วันที่กราดยิงเพราะเลียนแบบกรณีที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น

ที่สำคัญก็คือ นอกเหนือจากสื่อมวลชนกระแสหลักแล้ว ข่าวการกราดยิงยังเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ด้วย ดังนั้นเราจะโทษสื่อหลักอย่างเดียวไม่ได้

จากการศึกษาของ Garcia Bernardo et al. (2015) ทำการเชื่อโยงโซเชียลมีเดียที่ทำให้คนเลียนแบบการกราดยิงฆ่าหมู่ โดยมีการวิเคราะห์ทวิตเตอร์ 57,000 ทวีต ในจำนวนนี้มี 72 ล้านทวีตมีคำว่า shooting (ยิง) อยู่ในเนื้อหาก และมีข้อความ 2 ล้านทวีตที่มีคำว่า school shooting (กราดยิงในโรงเรียน) และ mass murder (ฆ่าหมู่)

นักวิจัยได้เปรียบเทียบข้อมูลโซเชียลมีเดียกับฐานข้อมูลของเหตุการณ์การยิง เช่น วันและสถานที่ก่อเหตุ จนพบความเชื่อมโยงที่หนักแน่น นั่นคือ เมื่อทวีตเกี่ยวกับการยิงของโรงเรียนเกินกว่า 100% ต่อล้านทวีต ความน่าจะเป็นที่จะเกิดการยิงกันที่โรงเรียนในอีก 8 วันถัดไปก็สูงถึง 50%

ถ้าทวีตเกิน 100% ต่อล้านในช่วง 19 วันหลังจากการยิง ความน่าจะเป็นที่จะเกิดการยิงอีกครั้งไปจะมากถึ ง85%

หากทวีตเกินกว่า 10% ต่อล้านใน 35 วันหลังจากการยิง ก็จะมีความเป็นไปได้เกือบ 100% ที่จะเกิดการกราดยิงอีกครั้งเกิดขึ้น

ทีมนักวิจัยจึงสรุปว่า การยิงในโรงเรียนนั้นได้รับอิทธิพลจากสื่อสังคมออนไลน์มากกว่าการก่อเหตุกราดยิงยิงแบบอื่นๆ และโซเชียลมีเดียยังสามารถทำนายได้ว่า 10 วันแรกหลังจากการกราดยิงครั้งก่อน จะมีอัตราการ “ติดต่อ” ที่ทำให้เกิดการกราดยิงครั้งต่อมาในระดับสูง

อาการติดต่อ (contagion) เกิดจากอะไร?

อาการติดต่อจนทำให้เกิดการเลียนแบบเป็นเพราะคนๆ นั้นได้รับอิทธิพลอย่างต่อเนื่อง อิทธิพลที่ว่านี้มาจากเทคโนโลยีของสื่อมวลชนเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมของผู้กระทำความผิด กระตุ้นทำให้ความรู้สึกอยากกระทำความผิดรุนแรงขึ้น และสร้างแรงจูงใจให้เกิดการลงมือ

อาการติดต่อเพราะสื่อต่างจากการเลียนแบบพฤติกรรม (Copy-cat) เพราะอาการติดต่อมันไม่ใช่แค่การตั้งใจเลียนแบบอย่างหยาบๆ แต่เป็นผลกระทบจากการติดตามสื่อแบบต่อเนื่อง จนกระทบต่อจิตสำนึกและจิตใต้สำนึกให้ลงมือแบบเดียวกัน

ไม่เฉพาะสื่อโซเชียลเท่านั้นที่ทำให้เกิดอาการติดต่อ สื่อกระแสหลักก็มีส่วนอย่างมาก เพราะมักจะรายงานกันทุกแง่มุมจนมากเกินไป เช่นการกราดยิงที๋โรงเรียนโคลัมไบน์เมื่อปี 1999 ผู้ก่อเหตุลงมือเพราะอยากทำลายสถิติการสังหารหมู่ให้มียอดคนยายมากที่สุดในประวัติศาสตร์ และยังอยากจะมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ในครั้งนั้นสื่อหลักมียทความรายงานเหตุการณ์นี้ถึง 10,000 บทความ มีรายการทีวีถึง 319 รายการ และ CNN ออกอากาศแถลงการของฆาตกรถึง 6 ชั่วโมงซ้ำไปซ้ำมา

การวิจัยในปี 2015 พบว่ากรณีกราดยิงที่โรงเรียนโคลัมไบน์เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการกราดยิงเลียนแบบอย่างน้อย 21 ครั้งที่ลงมือทำไปแล้ว และวางแผนที่จะเลียนแบบ 53 ครั้ง ในระยะ 15 ปี ระหว่าง 1999 – 2015

ด้วยเหตุนี้ ทำให้ในปี 2017 กลุ่ม Dear Members of the Media เรียกร้องให้ผู้สื่อข่าวรายงานหยุดการเผยแพร่ชื่อ ภาพถ่าย และบัตรประจำตัวในรูปแบบอื่นๆ เพื่อจำกัดโอกาสในการเกิดอาการติดต่อของการสังหารหมู่

วิธีการแก้ปัญหามีหรือไม่?

Jennifer Johnston, Ph.D. เสนอว่า “หากสื่อมวลชนและผู้ติดตามโซเชียลมีเดียทำพันธสัญญาที่จะไม่แชร์ ทำซ้ำ หรือทวีตชื่อ ใบหน้าประวัติ รายละเอียด หรือแถลงการณ์ของฆาตกร เราจะเห็นการกราดยิงลดลงอย่างมากของในช่วงหนึ่งถึงสองปี แม้จะคำนวณแบบเคร่งครัดที่สุด หากการมีการสกัดอาการติดต่อและการคำนวณโมเดลอาการติดต่อนั้นถูกต้อง เราควรเห็นการกราดยิงลดลงอย่างน้อยหนึ่งในสามในกรณี”

ดังนั้น ไม่ใช่แค่สื่อกระแสหลักที่จะต้องเพลาๆ มือลง แต่สื่อโซเชียลก็ต้องเบามือลงด้วย

UPDATE เผยยอดผู้รักษาหายจากโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/614295

วันที่ 09 ก.พ. 2563 เวลา 13:43 น.

UPDATE เผยยอดผู้รักษาหายจากโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่

ผู้ที่รักษาหายในจีน 2,374 คน และประเทศที่มีผู้รักษาตัวจนหายมากที่สุดนอกจากจีนคือไทย ที่ 9 คน

สถานการณ์การระบาดของโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ (2019-nCoV) วันที่ 9 มกราคม ตัวเลขล่าสุดในประเทศจีน มีผู้ติดเชื้อ 37,211 คน ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อ 37,567 คน และเสียชีวิต 813

นอกประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ มีรายงานการติดเชื้อมากกว่า 350 รายในเกือบ 30 ประเทศ/ดินแดน นอกจากนี้ยังมีผู้เสียชีวิต 2 ราย รายหนึ่งในฟิลิปปินส์และอีกรายในฮ่องกง

อย่างไรก็ตาม จนถึงทุกวันนี้มียอดผู้รักษาหายจากโรคแล้ว 2,408 คน โดยแบ่งเป็นผู้ที่รักษาหายในจีน 2,374 คน และประเทศที่มีผู้รักษาตัวจนหายมากที่สุดนอกจากจีนคือไทย ที่ 9 คน

ประเทศที่มีผู้รักษาหายมากรองจากไทยคือออสเตรเลีย 5 ราย ญี่ปุ่น 4 ราย เวียดนามและสหรัฐ 3 ราย สิงคโปร์และมาเลเซีย 2 ราย

ฟิลิปปินส์ กัมพูชา ไต้หวัน สวีเดน เกาหลีใต้ ฟินแลนด์ และศรีลังกา รักษาหายแล้ว 1 ราย

ต่อไปนี้คือข้อมูลการระบาดโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่

– จีน –

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 มกราคม มีผู้ติดเชื้อ 37,211 คนทั่วประเทศจีน ส่วนใหญ่อยู่ในเมืองอู่ฮั่นและพื้นที่โดยรอบรอบ

มีผู้เสียชีวิต 804 คนในประเทศจีนส่วนใหญ่อยู่ในแถบอู่ฮั่น/มณฑลหูเป่ย แต่เจ้าหน้าที่ยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิตหลายรายจากที่อื่นๆ ด้วยรวมถึงในกรุงปักกิ่งด้วย โดยผู้เสียชีวิตมในจีนยังรวมถึงพลเมืองสหรัฐ ซึ่งเชื่อว่าเป็นชาวต่างชาติคนแรกที่ยืนยันว่าเสียชีวิตจากไวรัสตัวนี้ในจีน

– ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก –

เรือสำราญ Diamond Princess ที่จอดเทียบท่าที่ญี่ปุ่นมีผู้ติดเชื้อ 64 คน

  1. ญี่ปุ่น: 25 คน บวกกับ 64 คนบนเรือเรือสำราญ รักษาหาย 4 คน
  2. สิงคโปร์: 40 คน รักษาหาย 2 คน
  3. ประเทศไทย: 32 คน รักษาหาย 9 คน
  4. ฮ่องกง: 26 รวมถึงเสียชีวิต 1 คน รักษาหาย 0 คน
  5. เกาหลีใต้: 25 คน รักษาหาย 1 คน
  6. ไต้หวัน: 17 คน รักษาหาย 1 คน
  7. ออสเตรเลีย: 15 คน รักษาหาย 5 คน
  8. มาเลเซีย: 16 คน รักษาหาย 2 คน
  9. เวียดนาม: 13 คน รักษาหาย 3 คน
  10. มาเก๊า: 10 รักษาหาย 0 คน
  11. อินเดีย: 3 คน รักษาหาย 0 คน
  12. ฟิลิปปินส์: 3 คนรวมถึงเสียชีวิต 1 คน รักษาหาย 1 คน
  13. เนปาล: 1 คน รักษาหาย 0 คน
  14. ศรีลังกา: 1 คน รักษาหาย 1 คน
  15. กัมพูชา: 1 คน รักษาหาย 1 คน

– อเมริกาเหนือ –

  1. สหรัฐอเมริกา: 12 คน รักษาหาย 3 คน
  2. แคนาดา: 7 คน รักษาหาย 0 คน

– ยุโรป –

  1. เยอรมนี: 14 คน รักษาหาย 0 คน
  2. ฝรั่งเศส: 11 คน รักษาหาย 0 คน
  3. สหราชอาณาจักร: 3 คน รักษาหาย 0 คน
  4. อิตาลี: 3 คน รักษาหาย 0 คน
  5. รัสเซีย: 2 คน รักษาหาย 0 คน
  6. ฟินแลนด์: 1 คน รักษาหาย 1 คน
  7. สเปน: 1 คน รักษาหาย 0 คน
  8. สวีเดน: 1 คน รักษาหาย 0 คน
  9. เบลเยี่ยม: 1 คน รักษาหาย 0 คน

– ตะวันออกกลาง –

  1. สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์: 7 คน รักษาหาย 0 คน

“ไทยเป็นเพื่อนแท้ของเรา สู้ๆ ประเทศไทย” จีนแห่ให้กำลังใจคนไทยหลังเหตุเศร้า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/614285

วันที่ 09 ก.พ. 2563 เวลา 11:33 น.

"ไทยเป็นเพื่อนแท้ของเรา สู้ๆ ประเทศไทย" จีนแห่ให้กำลังใจคนไทยหลังเหตุเศร้า

มีชาวจีนคนหนึ่งบอกว่า “ฉันเดินทางไปประเทศไทยทุกปี หวังว่าทุกคนจะปลอดภัย”

สำนักข่าวในจีนต่างรายงานเหตุการณ์กราดยิงใน จ. นครราชสีมาและมีชาวจีนติดตามอย่างใกล้ชิด จนข่าวนี้ติดเทรนดิ้งในโซเชียลเน็ตเวิร์กเวยปั๋วของจีนในประเภทที่เป็นข่าวฮ็อต และติดท้อป 10 เมื่อคืนนี้

ในเช้าวันนี้อันดับแม้จะลดลงมาอยู่ที่ 15 แต่ก็ยังถือเป็นประเด็นร้อนที่ชาวจีนติดตามมากที่สุดในประเด็นข่าวต่างประเทศ พอๆ กับข่าวการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ของในประเทศของพวกเขา รวมแล้วมีผู้ติดตามข่าวนี้ถึง 1.3 ล้านคน

ในรายงานสดเช้านี้ของสำนักข่าว CCTV มีผู้เข้ามาแสดงความเห็นอย่างมาก ในลักษณะเสียใจ ตกใจ และรู้สึกผิดหวังที่เริ่มปีนี้เพียง 2 เดือนก็มีเหตุการณ์ที่น่าเศร้าเกิดขึ้นมากมาย

ชาวจีนที่ดูไลฟ์สดใน CCTV บอกว่า “ขอให้ประเทศไทยปลอดไทย ประเทศไทยเป็นเพื่อนแท้ของเรา สู้ๆ ประเทศไทย”

และรายหนึ่งบอกว่า “ไทยเป็นประเทศที่เป็นมิตรมาก หวังว่าประเทศไทยจะพบแต่เรื่องดีๆ”

หนึ่งในความเห็นบอกว่า “ฉันเพิ่งจะกลับจากประเทศไทย หวังว่าทุกคนจะปลอดภัย”

อีกความเห็นบอกว่า “การยิงผู้บริสุทธิ์เป็นเรื่องที่แย่มาก ขอให้ทุกคนปลอดภัย”

มีชาวจีนคนหนึ่งบอกว่า “ฉันเดินทางไปประเทศไทยทุกปี หวังว่าทุกคนจะปลอดภัย”

และบางคนบอกว่า “ทหารควรเป็นผู้ที่ปกป้องประชาชน ไม่ใช่คนที่ไล่ยิงประชาชน”

ด้านเวยปั๋วของสำนักข่าวซินหัวมีผู้เข้ามาแสดงความเห็นเช่นกัน หลังจากที่มีการวิสามัญฯ ผู้ลงมือได้แล้ว

ชาวจีนบอกว่า “คนไทยวางใจได้แล้ว” (หลังการวิสามัญ)

บางคนบอกว่า “เยี่ยมมาก ตัวประกันได้รับการช่วยเหลือแล้ว”

และ “ขอให้คนไทยทุกคนปลอดภัย ปลอดภัยมากๆ”