จะดีกว่ามั้ย หากผ้าอนามัยไม่เสียภาษี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/609358

  • วันที่ 17 ธ.ค. 2562 เวลา 12:35 น.

จะดีกว่ามั้ย หากผ้าอนามัยไม่เสียภาษี

หลายประเทศรวมถึงบางรัฐในสหรัฐพิจารณายกเลิกภาษีผ้าอนามัย เพราะถือเป็นสินค้าอุปโภคจำเป็นสำหรับสตรี

จากกรณีที่มีกระแสในโลกโซเชียลถึงการเก็บภาษีผ้าอนามัยของสตรีนั้น แม้ทางกรมสรรพสามิตจะออกมายืนยันว่าภาครัฐไม่มีนโยบายเก็บภาษีดังกล่าว เนื่องจากเป็นสินค้าจำเป็นสำหรับการดำรงชีพ โดยมีเพียงการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT7%) เฉกเช่นสินค้าทั่วไปอยู่แล้ว

อย่างไรก็ดี เรื่องดังกล่าวได้มีการพูดถึงประเด็นเรื่องความจำเป็นของผ้าอนามัยซึ่งเป็นสิ่งของจำเป็นสำหรับสตรี ที่มีการเสนอว่า จะดีกว่ามั้ยหรือเป็นไปได้หรือไม่ หากมีการยกเว้นภาษี(มูลค่าเพิ่ม)สำหรับผ้าอนามัย

เรื่องนี้ในต่างประเทศเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันมาหลายชาติแล้ว โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 13 ธ.ค.ที่ผ่านมา ในรัฐยูทาห์ของสหรัฐ เพิ่งมีการผ่านกฎหมายในการยุติเก็บภาษีผ้าอนามัย (Tampon Tax) โดยถือเป็นหนึ่งนโยบายยกเครื่องระบบภาษีของรัฐที่เตรียมส่งให้ผู้ว่าการรัฐลงนามก่อนจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการภายในสิ้นปีนี้

รัฐยูทาห์เป็นรัฐล่าสุดจากทั้งหมด 32 รัฐก่อนหน้าจากตลอดช่วงสี่ปีที่ผ่านมาที่มีการหยิบยกประเด็นยกเว้นภาษีผ้าอนามัยแบบถาวร แต่จำนวนนี้มีเพียง 7 รัฐที่ยกเลิกการเก็บภาษีผ้าอนามัยอย่างถาวรคือ คอนเน็กติกัต ฟลอริด้า อิลลินอยส์ นิวยอร์ก โอไฮโอ เนวาดา และโรดไอแลนด์ ขณะที่แคลิฟอร์เนียคาดว่าจะเป็นรัฐต่อไปในการพิจารณาเรื่องดังกล่าว

นอกจากสหรัฐแล้ว บางประเทศอย่างในเยอรมนี ก็เพิ่งมีการผ่านกฎหมายยกเว้นภาษีผ้าอนามัยเช่นกัน จากเดิมที่เยอรมนีเคยจัดประเภทผ้าอนามัยอยู่ในหมวดสินค้าฟุ่มเฟือย โดยเตรียมจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคมปีหน้า ซึ่งจะส่งผลให้ผ้าอนามัยที่จำหน่ายในเยอรมนีจากเดิมเก็บภาษีสูงถึง 19% ในฐานะสินค้าฟุ่มเฟือย เหลือเพียง 7% ซึ่งเทียบเท่าภาษีสินค้าทั่วไปเท่านั้น

เช่นเดียวกับในรวันดาก็เป็นอีกหนึ่งประเทศ ที่มีการถกเถียงเรื่องภาษีผ้าอนามัย โดยระบุว่าไม่ว่าผ้าอนามัยแบบสอดหรือแบบแผน ล้วนเป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐานที่ไม่ควรเสียภาษีใดๆทั้งสิ้น ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้เมื่อวันที่ 11 ธันวาคมที่ผ่านมา รัฐบาลรวันดาได้ยกเว้นการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สำหรับผ้าอนามัย จากเดิมที่เคยเก็บภาษีสูงถึง 18% ในฐานะสินค้าฟุ่มเฟือย เพื่อช่วยเหลือเด็กผู้หญิงและสตรีที่มีฐานะยากจนซึ่งเป็นพลเมืองส่วนใหญ่ของประเทศ ให้สามารถเข้าถึงสินค้าอุปโภคจำเป็นเหล่านี้ได้

ขณะที่เคนย่า ถือเป็นประเทศแรกๆของโลกที่ยกเว้นการเก็บภาษีผ้าอนามัยไปตั้งแต่ปี 2004 แล้ว

กรณีของทั้งรัฐยูทาห์ และรวันดานั้นน่าสนใจตรงที่ว่า แม้แต่รัฐที่มีความต่างด้านความเท่าเทียมทางเพศมากที่สุดของสหรัฐ หรือประเทศที่ประชาชนเผชิญความยากจนที่สุด ยังผลักดันการยกเว้นภาษีผ้าอนามัยได้เป็นผลสำเร็จ โดยยึดหลักการที่ว่าผ้าอนามัยเป็นสินค้าอุปโภคจำเป็นสำหรับการดำรงชีพต่อสตรี ทั้งนี้ทั้งนั้น “ผ้าอนามัย”ไม่ควรเป็นสินค้าชนิดเดียวเท่านั้นที่ได้รับการจัดว่าเป็นสินค้าอุปโภคจำเป็น ยังมีสินค้าอีกหลายประเภทที่ควรได้รับการพิจารณาตามความเหมาะสมเช่น

โบอิ้งยุติผลิต 737MAX ชั่วคราว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/609331

  • วันที่ 17 ธ.ค. 2562 เวลา 10:25 น.

โบอิ้งยุติผลิต 737MAX ชั่วคราว

โบอิ้งหยุดสายการผลิตเครื่อง 737MAX “อย่างไม่มีกำหนด” เซ่นยังแก้ปัญหาความปลอดภัยไม่ได้

โบอิ้ง ผู้ผลิตเครื่องบินพาณิชย์ของสหรัฐประกาศว่า ทางบริษัทจะหยุดสายพานการผลิตเครื่องบินรุ่น 737MAX เป็นการชั่วคราวในเดือนมกราคมปีหน้า หลังจากยังไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องความปลอดภัยในเครื่องรุ่นดังกล่าวได้นับตั้งแต่เหตุของ ไลอ้อนแอร์ตกทะเลชวาของอินโดนีเซีย และเหตุเอธิโอเปียนแอร์ไลน์ตกหลังบินขึ้นเพียงไม่กี่นาที เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตรวมกว่า 300 คน

ก่อนหน้านี้ โบอิ้งหวังว่าเครื่อง737MAX จะสามารถเทคออฟให้บริการให้อีกครั้งภายในปีนี้ แต่ทว่า FAA ซึ่งกำกับดูแลด้านการบินของสหรัฐ ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า เครื่อง737MAX จะยังไม่ได้การรับรองด้านความปลอดภัยภายในปีนี้อย่างแน่นอน เนื่องจากยังคงคลุมเคลือในการแก้ปัญหาเชิงเทคนิคด้านความปลอดภัยของเครื่องบิน

ผลวิเคราะห์ของ FAA ชี้ให้เห็นว่าอาจมีปัญหาอีกหลายสิบปัญหาที่อาจเกิดขึ้นตลอดอายุการใช้งานของเครื่องบิน เว้นเสียแต่โบอิ้งต้องยกเครื่องดีไซน์ของ 737MAX ใหม่ทั้งหมด ทั้งนี้โบอิ้งกำลังอยู่ระหว่างออกแบบระบบควบคุมอัตโนมัติ(MCAS)ใหม่ ซึ่งหลายฝ่ายเชื่อว่าเป็นสาเหตุของการตกทั้งสองครั้งการประกาศยุติสายการผลิตชั่วคราวในเดือนมกราคมปีหน้า อย่างไม่มีกำหนดนี้ โบอิ้งระบุว่าจะไม่กระทบต่อพนักงงานโดยจะไม่มีการปลดคนงานในโรงงานที่เรนตัน ซึ่งมีอยู่ราว 12,000 ออกแต่อย่างใด และพนักงานยังคงรับเงินเดือนตามปกติ

ในเดือนมิ.ย. ที่ผ่านมา ได้ปรากฎภาพของเครื่อง737MAX นับร้อยลำค้างสต็อกที่โรงงานโบอิ้งในเรนตัน แม้ว่าก่อนหน้านี้โบอิ้งจะประกาศลดกำลังการผลิตเครื่องรุ่นดังกล่าวที่ 42 ลำ จากเดิมที่สามารถผลิตได้ 52 ลำต่อเดือน

ปีนี้ปีทอง คนจนในจีน95%จะหลุดพ้นจากความยากจน

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/609311

  • วันที่ 16 ธ.ค. 2562 เวลา 19:36 น.

ปีนี้ปีทอง คนจนในจีน95%จะหลุดพ้นจากความยากจน

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ภายในสิ้นปี 2562 คาดว่าจะมีประชากรจีนกว่า 10 ล้านคนหลุดพ้นจากความยากจน

หลิวหย่งฝู (Liu Yongfu) ผู้อำนวยการสำนักงานนำร่องเพื่อบรรเทาความยกจนและการพัฒนาของรัฐบาลจีนเปิดคาดว่า 95% ของประชากรที่ยากจนของจีนจะสามารถหลุดพ้นจากความยากจนได้ในปีนี้ และกว่า 90% ของมณฑลที่ยากจนคาดว่าจะถูกลบออกสถานะความยากจนภายในสิ้นปีนี้เช่นกัน

แม้จะประสบความสำเร็จอย่างงดงาม แต่หลิวกล่าวว่าจะต้องมีความพยายามต่อไปเพื่อให้มั่นใจว่าการต่อสู้กับความยากจนจะได้รับชัยชนะอย่างครอบคลุมในปีหน้าตามที่วางแผนไว้

หลิวกล่าวเสริมว่า สำหรับขั้นตอนต่อไป รัฐบาลจะประสานงานลดความยากจนในภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบจากความยากจนขั้นรุนแรง จากนั้นจึงค่อยสรุปยอดความสำเร็จของการรณรงค์เพื่อบรรเทาความยากจน

หลิวกล่าว ยังกล่าวว่า การณรงค์เพื่อบรรเทาความยากจนไม่เพียงแต่เป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลเท่านั้น แต่ยังเป็นงานของทั้งสังคมทั่วไป เขาจึงเรียกร้องให้องค์กรทางสังคมเข้ามามีส่วนร่วมด้วย

เช่น องค์กรเพื่อสังคมของจีนที่มีเป้าหมายบรรเทาความยากจน ได้ให้คำมั่นที่จะช่วยเหลือผู้ป่วยต้อกระจกที่ลงทะเบียนประมาณ 300,000 คนและผู้ป่วย 20,000 คนที่มีปัญหาความยากจนตั้งแต่ระดับปานกลางจนถึงระดับรุนแรงเพื่อรับการรักษาในปี 2563

ยิ่งเล่นยิ่งถูกกิน แล้วทำไมคนจนยังลงทุนกับหวยแบบสุดตัว

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/609295

  • วันที่ 16 ธ.ค. 2562 เวลา 16:31 น.

ยิ่งเล่นยิ่งถูกกิน แล้วทำไมคนจนยังลงทุนกับหวยแบบสุดตัว

นี่เป็นคำถามโลกแตก เพราะเราเชื่อว่าหลายคนซื้อหวยด้วยความหวังว่าจะถูกรางวัลเข้าสักวัน แต่จนแล้วจนรอดไม่ถูกสักที บางคนอาจจะมีโชคบ้างแต่เมื่อคิดสะระตะแล้ว เงินที่ซื้อหวยไปยังไม่เท่ากับรางวัลที่ได้มา

แล้วทำไมเราจึงยังฝากความหวังกับหวยอยู่อีก?

เรื่องนี้มีการวิจัยโดยคณาจารย์คณะทฤษฎีและพฤติกรรมองค์กร แห่งมหาวิทยาลัยคาร์เนกี เมลลอน ประเทศสหรัฐ ซึ่งศึกษาพฤติกรรมการเซื้อลอตเตอรี่ของคนจนในสหรัฐ ซึ่งมีพฤติกรรมเหมือนกับคนจนทั่วโลก (รวมถึงประเทศไทย) ที่มักจะเจียดเงินจำนวนไม่น้อยเพื่อเสี่ยงดวงกับเรื่องนี้ ทั้งๆ ที่ผลตอบแทนไม่คุ้มค่าเอาเลย

ในรายงานการวิจัยระบุว่า การเล่นหวยในสหรัฐมีผลตอบแทนเพียง 0.53 เซนต์ต่อเงินทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ซื้อหวยไปแต่คนก็ยังทุ่มให้กับมันโดยเฉพาะคนจน ลอตเตอรี่ของรัฐก็เป็นที่นิยมอย่างมากโดยเฉพาะในหมู่คนยากจนที่เล่นมากที่สุด แต่เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อหวยน้อยที่สุด

ทีมงานวิจัยจึงได้ทำการทดลองแล้วพบว่า คนๆ หนึ่งจะซื้อลอตเตอรี่มากขึ้นเมื่อตระหนักว่ารายได้ของตนลดลง ส่วนอีกพวกหนึ่งจะซื้อลอตเตอรี่เมื่อคิดว่าตัวเองมีโอกาสจะถูก ไม่ว่าจะรวยหรือจะจนก็ตามมีโอกาสถูกเท่าๆ กัน

การซื้อหวยยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในตัวเองของคนจนๆ เพราะทำให้พวกเขาคิดว่าตัวเองก็มีโอกาสที่จะรวย และเมื่อคนรวยและคนจนมีโอกาสเท่าเทียมกันในเกมนี้ นี่จึงเป็นโอกาสที่หาได้ยากสำหรับคนจนที่จะเกิดความรู้สึกว่าตัวเองมีศักยภาพเท่ากับคนที่มีเงินมากว่าตน นั่นคือคือศักยภาพในการซื้อ เดิมพัน และถูกรางวัล (หรือถูกกิน) เท่ากันไม่ว่าจะมาจากพื้นเพไหน

ผู้ทำการวิจัยชี้ว่า ไม่ควรจะคิดว่าคนจนเล่นหวยจนเกินตัวเพราะความไม่รู้หรือมีความบกพร่องในการประเมินผลได้ผลเสีย แต่คนจนเล่นหวยจนเกินฐานะของตัวเองก็เพราะมีเหตุผลด้านเศรษฐกิจ นั่นก็คือลอตเตอรี่ให้โอกาสกับพวกเขาในการช่วยแก้ปัญหาที่เกิดจากความยากจน (ถูกรางวัลแบบเบี้ยหัวแตก) และเป็นหนึ่งในโอกาสที่น้อยนิดสำหรับพวกเขาในการรวยแบบทันตาเห็น (ถูกรางวัลระดับแจ็คพ็อต)

บทสรุปอันแสนจะยอกย้อนของงานวิจัยนี้ก็คือ คนจนเล่นหวยก็เพราะพวกเขาตระหนักว่าตัวเองจน ยิ่งรู้สึกว่าจนก็ยิ่งจะเล่นหวย ด้วยโอกาสถูกที่น้อยนด ทุกครั้งที่พวกเขาซื้อหวยไป ก็เท่ากับผลาญ 0.47 เหรียญสหรัฐในทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ซื้อหวยไปแล้ว

พูดง่ายๆ ก็คือ นี่คือการลงทุนที่ขาดทุนทันที 47%

ยิ่งร้ายไปกว่านั้น เมื่อคนจนซื้อหวยไปม่ถูก ทำให้พวกเขายิ่งจนลง ยิ่งบีบบังคับให้พวกเขาซื้อหวยหนักขึ้นไปอีก กลายเป็นวงจรอุบาทว์แห่งการถูกหวยกินและการเป็นคนจนลงไปเรื่อยๆ

ในประเทศสหรัฐ 50% ของครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำกว่า 25,000 เหรียญสหรัฐต่อปี (ซึ่งถือเป็นคนมีรายได้ต่ำ) จะซื้อหวย และในกลุ่มนี้จะใช้เงินถึงกว่า 550 เหรียญสหรัฐต่อปีไปกับการซื้อหวย (ตัวเลขจากรายงานปี 1999)

แม้ว่ามันจะดูไม่สมเหตุสมผลที่คนจะทุ่มเทให้กับสิ่งที่เลื่อนลอย แต่ผู้วิจัยไม่คิดว่ามันคือการกระทำที่ไม่สมเหตุสมผล (irrational) เพราะการซื้อหวยเป็นการซื้อความฝันอย่างหนึ่ง และจะว่าไปแล้วจับต้องไม่ได้เหมือนกับที่เราจ่ายเงินไปกับการเสพความบันเทิงรูปแบบต่างๆ

อย่างไรก็ตาม มันเป็นการซื้อความฝันที่ไม่สมเหตุสมผลทางเศรษฐศาสตร์สักเท่าไร เมื่อทันที่เราซื้อหวย เราจะขาดทุนทันทีในสัดส่วนที่มาก (ในสหรัฐคือครึ่งหนึ่ง) ขณะที่หากเราไปลงทุนอย่างอื่น เช่น พันธบัตรที่มีดอกเบี้ยชัดเจน แม้จะได้ผลตอบแทนเพียง 0.1% ก็ยังถือว่าดีกว่าขาดทุน 47% ในทันที่ซื้อการลงทุนอย่างแน่นอน

นักเศรษฐศาสตร์บางคนกล่าวว่า การซื้อหวยเป็นการเก็บภาษีแบบหนึ่ง แต่ผู้วิจัยเสนอว่ารัฐไม่ควรจะรีดภาษีจากคนจนด้วยวิธีนี้ เพราคนเล่นหวยมักเป็นคนจน แม้ยิ่งเล่นยิ่งจน แต่ยิ่งเล่นยิ่งหลง มันคืออาการเสพติดอย่างหนึ่งที่เลิกได้ยาก โดยที่ผู้ชนะเพียงผู้เดียวคือรัฐ อันเป็นเจ้ามือรายใหญ่ที่สุด

ผู้วิจัยเสนอว่า ไม่ควรที่จะเลิกหวยรัฐ เพราะจะยิ่งทำให้มันลงใต้ดิน แต่ “เจ้ามือ” ควรจะปรับให้อัตราผลตอบแทนยุติธรรมกว่านี้ โดยลดต้นทุนการดำเนินการ ลดรางวัลใหญ่ เพื่อที่จะเกลี่ยมาเพิ่มรางวัลย่อยๆ ให้มากขึ้น เพื่อที่โอกาสที่คนเบี้ยน้อยหอยน้อยจะมีโอกาสถูกมากขึ้น

สูตรนี้เสนอโดยนักวิจัยชาวอเมริกัน แต่แน่นอนว่ามันนำมาใช้ในไทยได้เหมือนกัน

อ้างอิง

Haisley, Emily et al. “Subjective Relative Income and Lottery Ticket Purchases”. Journal of Behavioral Decision Making J. Behav. Dec. Making, 21: 283–295, (2008).

ภาพโดย

Krit Promsaka na Sakolnakorn / Post Today

สงครามจารกรรมระอุ สหรัฐไล่ทูตจีนฐานแอบสอดแนมฐานทัพ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/609277

  • วันที่ 16 ธ.ค. 2562 เวลา 13:53 น.

สงครามจารกรรมระอุ สหรัฐไล่ทูตจีนฐานแอบสอดแนมฐานทัพ

หนังสือพิมพ์ The New York Times รายงานว่ารัฐบาลสหรัฐขับไล่เจ้าหน้าที่สถานฑูตจีน 2 คนใน หลังจากที่พวกเขาขับรถไปยังฐานทัพที่มีความมั่นคงสูงในรัฐเวอร์จิเนีย จากเรื่องที่กิดขึ้น อาจเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี ที่นักการทูตจีนต้องสงสัยว่าอาจทำงานด้านจารกรรมในสหรัฐ

รายงานระบุว่า มีชาวจีน 6 คนที่เกี่ยวข้องกับการไปด้อมๆ มองๆ ฐานทัพสำคัญ หนึ่งในนั้นรวมถึงบรดาาภรรยาของเจ้าหน้าที่ทางการทูต เมื่อถูกจับได้ คนกลุ่มนี้ก็พยายามหลบเลี่ยงทหารสหรัฐที่ติดตามมา กว่าจะหยุดได้ก็เมื่อไม่สามารถไปต่อได้ เนื่องจากรถดับเพลิงปิดกั้นเส้นทางของพวกเขา

เจ้าหน้าที่สหรัฐเชื่อว่าเจ้าหน้าที่จีนอย่างน้อยหนึ่งคนเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยสืบราชการลับที่ปฏิบัติงานโดยอำพรางเป็นเจ้าหน้าที่ทางการทูต

เรื่องนี้เกิดขึ้นในเดือนกันยายนซึ่งทั้งรัฐบาลสหรัฐและรัฐบาลจีนไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ แต่กรณีนี้ยิ่งเพิ่มความกังวลอย่างมากต่อรัฐบาลทรัมป์ที่กำลังจับตามองจีนว่าอาจกำลังขยายความพยายามสอดแนมในสหรัฐ เนื่องจากทั้งสองประเทศเผชิญหน้ากันมากขึ้นในด้านยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจ และเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองสหรัฐยังกล่าวว่าจีนเป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐด้านการจารกรรมมากกว่าประเทศอื่น ๆ

เจ้าหน้าที่ของสหรัฐเผยว่า ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่ของจีนที่มีหนังสือเดินทางทางการทูตไปปรากฏตัวที่ศูนย์วิจัยหรือหน่วยงานของสหรัฐอย่างเงียบๆ หลายครั้ง โดยการเข้ามาสอดแนมฐานทัพเป็นเพียงหนึ่งในกรณีดังกล่าวเท่านั้น

การขับทูตครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สหรัฐบังคับให้พนักงานสถานทูตจีนสองคนเดินทางออกไปเมื่อปี 2530 และแสดงให้เห็นว่าฝ่ายสหรัฐใช้มาตรการที่แข้งกร้าวมากขึ้นกับผู้ต้องสงสัยชาวจีนว่าอาจจะเข้ามาจารกรรม

ในวันที่ 16 ตุลาคม ไม่กี่สัปดาห์หลังจากการบุกรุกและการขับเจ้าหน้าที่ทูตจีน กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐได้ประกาศข้อจำกัดเกี่ยวกับกิจกรรมของนักการทูตจีนในสหรัฐ ซึ่งกำหนดให้ทูตจีนต้องแจ้งให้ทราบก่อนที่จะพบกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น หรือเจ้าหน้าที่รัฐ หรือสถาบันการศึกษาและสถาบันวิจัย

ในเวลานั้น เจ้าหน้าที่อาวุโสของกระทรวงการต่างประเทศกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า กฎนี้จะใช้กับคณะทูตทั้งหมดของจีนในสหรัฐและดินแดนของสหรัฐ เพื่อเป็นการตอบโต้ต่อกฎระเบียบของจีนเมื่อหลายปีก่อน ที่บังคับให้นักการทูตสหรัฐต้องขออนุญาตหากจะเดินทางนอกที่พำนักอยู่ หรือเพื่อเยี่ยมชมสถาบันบางแห่ง

ที่ประชุมแก้ปัญหาโลกร้อนพังไม่เป็นท่า นับถอยหลังวันหายนะ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/609265

  • วันที่ 16 ธ.ค. 2562 เวลา 12:12 น.

ที่ประชุมแก้ปัญหาโลกร้อนพังไม่เป็นท่า นับถอยหลังวันหายนะ

นับเป็นความสิ้นหวังของโลกอย่างแท้จริง เมื่อการเจรจาเรื่องสภาพภูมิอากาศสิ้นสุดลงโดยไม่มีข้อตกลงใดๆ ทั้งๆ ที่มีการต่อเวลาเพื่อเจรจาถึง 2 วัน จากกำหนดเดิมที่จะจบลงในวันที่ 13 ธันวาคม แต่แม้จะขยายมาเจรจากันต่อถึงวันอาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม ก็ยังไม่ประสบผล การเจรจาสิ้นสุดลงโดยมีหลายประเทศไม่ใช้มาตการแก้ปัญหาโลกร้อนตามข้อตกลง ท่ามกลางความแตกแยกอย่างรุนแรงระหว่างประเทศต่างๆ เกี่ยวกับวิธีการต่อสู้กับภาวะโลกร้อน

การประชุมรัฐภาคีในกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 25 หรือ COP25 ที่กรุงมาดริด ประเทศสเปน ถูกเลื่อนมาแล้วถึง 2 ครั้ง โดยแต่เดิมนั้นบราซิลเป็นเจ้าภาพตั้งแต่แรก แต่กลับขอยกเลิกเพราะอ้างว่าไม่พร้อม ต่อมาชิลีรับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพแทน แต่ต้องยกเลิกไปเพราะเกิดจลาจลภายในประเทศ การประชุมจึงต้องย้ายมาจัดที่ประเทศสเปน ด้วยความหวังว่าจะต้องมีการผ่านมาตรการที่ลงมือจริงๆ จังๆ

การเจรจาที่เริ่มขึ้นในกรุงมาดริดเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม มีวัตถุประสงค์เพื่อเจรจากฎเกณฑ์สำหรับการปฏิบัติตามความตกลงปารีสเมื่อปี 2015 เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และที่ประชุมจะต้องผ่านมาตรการเพื่อปรับใช้ข้อตกล ก่อนที่จะมีผลบังคับใช้ในปีหน้า

ผู้แต่ปรากฎว่า ประเทศต่างๆ ตกลงกันไม่ได้ เช่นบราซิลยืนยันว่าว่าคาร์บอนเครดิตที่สะสมภายไว้ใต้ข้อตกลงสภาพภูมิอากาศก่อนหน้านี้ ควรถูกนับเป็นส่วนหนึ่งของภาระผูกพันภายใต้เป้าหมายของความตกลงปารีส และยังมีประเด็นอื่นๆ ที่ตกลงกันไม่ได้อีก

ประเทศที่เป็นเกาะขนาดเล็กและประเทศที่มีการพัฒนาน้อยที่สุด (ซึ่งเป็นประเทศที่จะจมน้ำก่อนใครหากโลกร้อนขึ้นและน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น) รวมถึงสหภาพยุโรป ต่างร่วมกันผลักดันเพื่อเพื่อให้ประเทศต่างๆ ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์โดยสมัครใจ

ประเทศเหล่านี้ ประณามประเทศที่ขัดขวางการลดก๊าซเรือนกระจกและขวางการผ่านฉันทามติของนานาประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐ ออสเตรเลีย และซาอุดิอาระเบีย

จีนและอินเดียซึ่งเป็นผู้ปล่อยคาร์บอนอันดับ 1 และอันดับ 4 ของโลกย้ำว่าจะไม่ปรับเพิ่มเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มเติมอีกจากกำหนดเดิมที่ 2573 และประเทศยักษ์ใหญ่ในกลุ่มตลาดเกิดใหม่เหล่านี้ ยังเน้นย้ำความรับผิดชอบทางประวัติศาสตร์ของประเทศร่ำรวยที่ทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างเลวร้ายมาก่อนประเทศกำลังพัฒนา และเรียกร้องให้ประเทศร่ำรวยจัดหาเงินทุนให้กับประเทศยากจน เพื่อชดเชยกับการสูญเสียทางเศรษฐกิจอันเกิดการการใช้มาตรการลดการปล่อยก๊าซ

ผู้สังเกตการณ์การเจรจาเรื่องสภาพภูมิอากาศของสหประชาชาติเผยกับสำนักข่าว AFP ว่ารู้สึกตะลึงงันกับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

อัลเดน เมเยอร์ (Alden Meyer) ผู้อำนวยการกลยุทธ์และนโยบายของสหภาพนักวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง กล่าวว่า เขาไม่เคยเห็นการขาดการเชื่อมโยงขนาดนี้มาก่อน ระหว่างสิ่งที่วิทยาศาสตร์ต้องการกับสิ่งที่ที่ประชุมเจรจากัน ในอันที่จะผลักดันการปรับใช้มาตรการอย่างจริงจัง

“ประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ใหญ่ที่สุดในโลกส่วนใหญ่ต่างก็แก้ปัญหาอย่างขาดๆ เกินๆ แถมยังขัดขืนที่จะยกระดับความพยายามลดการปล่อยก๊าซ” เมเยอร์ กล่าว

จีนสั่งห้ามถ่ายทอดอาร์เซนอล หลังเออซิลวิจารณ์ซินเจียง

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/609237

  • วันที่ 15 ธ.ค. 2562 เวลา 21:00 น.

จีนสั่งห้ามถ่ายทอดอาร์เซนอล หลังเออซิลวิจารณ์ซินเจียง

สโมสรอาร์เซนอลกำลังเผชิญหน้ากับผลกระทบด้านการตลาดในประเทศจีนที่อาจจะหนักหน่วงมาก หลังจาก เมซุท เออซิล ผู้เล่นดาวเด่นของทีมแสดงความเห็นที่กระทบต่อความมั่นคงของจีน เกี่ยวกับการปฏิบัติต่อชนกลุ่มน้อยอุยกูร์ในเขตปกครองตนเองซินเจียง

เออซิล ซึ่งเป็นชาวมุสลิมสัญชาติเยอรมันเชื้อสายเติร์ก โพสต์ความเห็นใน Instagram และ Twitter กล่าวหาว่าชาวมุสลิมไม่มีปฏิกิริยากับการปฏิบัติของจีนต่อชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมอุยกูร์ เขาอ้างว่า“ อัลกุรอานถูกเผา มัสยิดถูกปิด โรงเรียนของพวกเขาถูกสั่งห้าม แต่ชาวมุสลิมกลับเงียบกริบ”

สโมสรตอบโต้ท่าทีของ เออซิล ด้วยการโพสต์บน Weibo โซเชียลมีเดียของจีน ซึ่งมีผู้ติดตามมากกว่า 5 ล้านคนโดยสลัดตัวออกจากความคิดเห็นของผู้เล่น

“เนื้อหาที่เผยแพร่เป็นความเห็นส่วนตัวของโอซิล อาร์เซนอลในฐานะสโมสรฟุตบอลมักจะยึดมั่นในหลักการการไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง”

ชาวจีนจำนวนหนึ่งระบายความรู้สึกในช่องคอมมเนต์ใต้โพสต์ Weibo กล่าวว่าสโมสรต้องการดำเนินการกับเรื่องนี้ และมีชาวจีนคนหนึ่งโพสต์ภาพเสื้ออาร์เซนอลพร้อมชื่อด้วยชื่อของเออซิล ที่ถูกตัดด้วยกรรไกร

จากท่าทีของเออซิล ทำให้สถานีโทรทัศน์ CCTV ของรัฐบาลจีนจะไม่ทำการถ่ายทอดสดการแข่งขันระหว่างอาร์เซนอลกับแมนเชสเตอร์ซิตี้ในสุดสัปดาห์นี้ แม้ว่าสโมสรจะพยายามปลีกตัวจากคำพูดของสมาชิกของทีมแล้วก็ตาม

คาดว่าอาร์เซนอลจะต้องพยายามปกป้องตัวเองจากการตอบโต้ของจีน เพราะจีนเป็นตลาดฟุตบอลใหญ่ของโลก มีแฟนฟุตบอลอย่างน้อย 187 ล้านคน จากการประมาณการของบริษัท Nielsen

สูตรในการไกล่เกลี่ย “ประโยชน์ส่วนตัว กับส่วนรวม”

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/609236

  • วันที่ 15 ธ.ค. 2562 เวลา 19:38 น.

Posttoday Podcast:The Expert Ep.17 ความยุติธรรมคืออะไร? สูตรในการไกล่เกลี่ย “ประโยชน์ส่วนตัว กับส่วนรวม”

***************************

รับฟังเฉพาะเสียงได้ที่ soundcloud PostToday

ศึกนี้ยืดเยื้อ แฟลชม็อบต้านรัฐบาลป่วนฮ่องกง

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/609234

  • วันที่ 15 ธ.ค. 2562 เวลา 19:19 น.

ศึกนี้ยืดเยื้อ แฟลชม็อบต้านรัฐบาลป่วนฮ่องกง

ตำรวจฮ่องกงใช้สเปรย์พริกไทยและมีการจับกุมหลายจุดในวันอาทิตย์ที่ 12 ธันวาคม เนื่องจากกลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านประชาธิปไตยที่พร้อมใจกันสวมชุดดำ ร่วมกันทำแฟลชม็อบมาชุมนุมกันตามห้างสรรพสินค้าในเมือง ทำให้การชุมนุมในฮ่องกงที่เงียบไปพักใหญ่กลับมาดุดเดือดเลือดพล่านอีกครั้ง

การก่อกวนของแฟลชม็อบในหลายสถานที่ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์กลายเป็นการเผชิญหน้าที่รุนแรง และบีบให้ตำรวจปราบจลาจลต้องใช้สเปรย์พริกไทฉีดเข้าใส่ผู้ชุมนุมและทำการจับกุมผู้ก่อเหตุในห้างสรรพสินค้าอย่างน้อยสองแห่ง นับเป็นการปะทะรุนแรงครั้งแรกในรอบ 3 สัปดาห์

ผู้สื่อข่าว AFP ในห้างสรรพสินค้าย่านซาถิ่น เผยว่าเห็นเด็กหญิงระดับมัธยมและเด็กชายอายุ 16 ปีถูกจับพร้อมกัน และต่างพากันตะโกนออกมาขณะที่เจ้าหน้าที่พาพวกเขาออกไป

ก่อนหน้านี้ในช่วงบ่ายมีหญิงชราคนหนึ่งกระแทกจนล้มลงในห้างสรรพสินค้าเดียวกัน หลังจากเกิดการต่อสู้เกิดขึ้นเมื่อนักช้อปพยายามที่จะหยุดผู้ประท้วงจากการพ่นสีสเปรย์เขียนข้อความใส่พื้นที่ของห้างสรรพสินค้า

นอกจากนี้ ยังปรากฎนักเคลื่อนไหวสวมหน้ากากบุกเข้าไปทำลายข้าวของในร้านอาหารดำเนินการโดย Maxim’s ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ด้านธุรกิจร้านอาหาร ซึ่ง Maxim’s กลายเป็นเป้าหมายของผู้ประท้วงบ่อยครั้ง เพราะลูกสาวเจ้าของบริษัทวิจารณ์การเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย

เดือนที่ผ่านมาการชุมนุมประท้วงเริ่มลดระดับความรุนแรงและการทำล้ายข้าวของลง หลังจากฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตยชนะการเลือกตั้งในสภาท้องถิ่น และเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 ธันวาคม มีชาวฮ่องกวประมาณ 800,000 คนเดินขบวนไปตามถนนอย่างสันติเพื่อแสดงพลัง

แต่ความโกรธของสาธารณชนยังคงอยู่ ในขณะที่รัฐบาลกลางที่ปักกิ่งและแคร์รี่หลั่ม ผู้บริหารสูงสุดของฮ่องกงไม่แสดงอาการว่าจะยอมอ่อนข้อให้ฝ่ายเรียกร้องประชาธิปไตย แม้อีกฝ่ายจะประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งก็ตามา

ล่าสุด หลั่มเดินทางไปยังกรุงปักกิ่งตามกำหนดการเยี่ยมเยือนประจำปีและมีกำหนดจะพบกับประธานาธิบดีสีจิ้นผิงในวันจันทร์

วันที่ 15 ธันวาคม การท่าอากาศยานของฮ่องกงรายงานว่า จำนวนผู้โดยสารลดลงมากที่สุดในรอบทศวรรษ โดยลดลง 16% ในเดือนพฤศจิกายนเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน

ภาภประกอบหน้าปก – ในภาพนี้ ช่างภาพคนหนึ่งกำลังโต้เถียงกับตำรวจ ระหว่างการประท้วงที่ห้างสรรพสินค้า New Town Plaza ในย่านซาถิ่น ในฮ่องกงเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2019 จนถึงวันนี้ ฮ่องกงก็ยังเผชิญกับประท้วงยืดเยื้อเป็นเวลา 6 เดือน แล้วแม้จะมีการออกเสียงเลือกตั้ง ซึ่งฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตยได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลายก็ตามภาพถ่ายโดย Philip FONG / AFP

สิงคโปร์ใช้กฎหมายข่าวปลอมเล่นงานฝ่ายค้าน

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/609228

  • วันที่ 15 ธ.ค. 2562 เวลา 17:12 น.

สิงคโปร์ใช้กฎหมายข่าวปลอมเล่นงานฝ่ายค้าน

รัฐบาลสิงคโปร์ใช้กฎหมายข่าวปลอมกับฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองในที่สุด ด้วยการสั่งให้พรรคการเมืองฝ่ายค้านทำการแก้ไขสองโพสต์ในโซเชียลมีเดียและบทความบนเว็บไซต์เกี่ยวกับข้อมูลการจ้างงานในประเทศ

นี่เป็นครั้งที่ 3 ที่รัฐบาลใช้กฎหมายที่เรียกว่าพระราชบัญญัติคุ้มครองการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต (POFMA) ซึ่งมีผลบังคับใช้ประมาณสองเดือนที่ผ่านมา แต่นี่เป็นครั้งแรกที่มีการใช้เล่นงานพรรคการเมือง

เกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้นนี้ รัฐบาลได้สั่งให้พรรคประชาธิปัตย์สิงคโปร์ (SDP) แก้ไขโพสต์ที่ซื้อโฆษณาใน Facebook และโพสต์อื่นบนโซเชียลเน็ตเวิร์ก รวมถึงบทความบนเว็บไซต์เกี่ยวกับสถานการณ์ในตลาดงานของประเทศ

บทความของพรรคฝ่ายค้านกล่าวว่า ในเวลานี้ผู้ทำงานในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญ ผู้จัดการ ผู้บริหาร และช่างเทคนิคในท้องถิ่น (รู้จักกันในชื่อ PMET) กำลังสูญเสียงานของพวกเขา

แต่กระทรวงแรงงานตอบโต้ว่าการจ้างงาน ในกลุ่ม PMET เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2558

รัฐบาลจึงสั่งให้พรรคฝ่ายค้านทำการแก้ไข และยังสั่งการว่าทางพรรคต้องโพสต์ข้อความและบทความโดยระบุว่ามีเนื้อหาที่ทำให้เข้าใจผิด และมีเนื้อหาผิดไปจากข้อเท็จจริง

ในช่วงบ่ายวันอาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม พรรค SDP (ซึ่งไม่มีที่นั่งในรัฐสภา) กล่าวว่ากำลังพิจารณาเรื่องนี้ แต่ยังไม่พบว่ามีการแก้ไขโพสต์และบทความ

กลุ่มสิทธิใได้เตือนว่ากฎหมายข่าวปลอม บั่นทอนเสรีภาพในการแสดงความเห็น และนักการเมืองฝ่ายค้านกล่าวว่ารัฐบาลอาจใช้อำนาจตามกฎหมายมากเกินเพื่อหวังผลในการเลือกตั้งได้

รัฐบาลกล่าวว่า ประเทศสิงคโปร์มีความเสี่ยงจากภัยคุกคามของข่าวปลอมและข่าวที่มีข้อมูลไม่ถูกต้อง เนื่องจากมีฐานะเป็นศูนย์กลางทางการเงินระดับโลก ประกอบไปด้วยประชากรมาจากเชื้อชาติและศาสนาต่างๆ และยังมีการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในวงกว้าง

ปัจจุบันสิงคโปร์ปกครองโดยพรรคกิจประชาชน (PAP) นับตั้งแต่ได้รับเอกราชมานานกว่าครึ่งศตวรรษ และคาดว่าจะมีการเลือกตั้งภายในไม่กี่เดือน