เศรษฐีเอเชียขี้เหนียวเกือบจะที่สุด รวยอื้อบริจาคน้อย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/608680

  • วันที่ 08 ธ.ค. 2562 เวลา 17:30 น.

เศรษฐีเอเชียขี้เหนียวเกือบจะที่สุด รวยอื้อบริจาคน้อย

สำนักข่าว South China Morning Post รายงานโดยวิเคราะห์ข้อมูลด้านความมั่งคั่งจากบริษัท Wealth-X จากสถิติเมื่อปี 2018 พบว่า จำนวนคนรวยสุดๆ (UHNWIs) ของเอเชียมีมากถึง 80,140 คน มีทรัพย์สินรวมกันถึง 10.058 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในจำนวนนี้บริจาคเงินรวมกัน 1.88 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนเงินบริจาคต่อทรัพย์สิน 0.19%

สัดส่วนเงินบริจาคเพื่อการกุศลและงานสาธารณะต่างๆ เพียง 0.19% ถือว่าน้อยเกือบจะที่สุดเมื่อเทียบกับอภิมหาคนรวยในภูมิภาคต่างๆ ของโลก เช่น

อเมริกาเหนือ มีจำนวนคนรวยสุดๆ 96,670 คน มีทรัพย์สินรวมกันถึง 11.469 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในจำนวนนี้บริจาคเงินรวมกัน 7.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนบริจาค 0.65% ของทรัพย์สิยนทั้งหมด

ยุโรป มีจำนวนคนรวยสุดๆ 74,300 คน มีทรัพย์สินรวมกันถึง 8.670 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในจำนวนนี้บริจาคเงินรวมกัน 4.82 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนบริจาค 0.56% ของทรัพย์สินทั้งหมด

ตะวันออกกลาง มีจำนวนคนรวยสุดๆ 9,660 คน มีทรัพย์สินรวมกันถึง 1.522 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในจำนวนนี้บริจาคเงินรวมกัน 7.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนบริจาค 0.49% ของทรัพย์สินทั้งหมด

แอฟริกา มีจำนวนคนรวยสุดๆ 2,570 คน มีทรัพย์สินรวมกันถึง 3.12 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ในจำนวนนี้บริจาคเงินรวมกัน 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนบริจาค 0.32% ของทรัพย์สินทั้งหมด

ลาตินอเมริกา มีจำนวนคนรวยสุดๆ 8,150 คน มีทรัพย์สินรวมกันถึง 1.103 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในจำนวนนี้บริจาคเงินรวมกัน 1.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนบริจาค 0.09% ของทรัพย์สินทั้งหมด

จากสถิติเหล่านี้จะเห็นว่ามหาเศรษฐีเอเชียบริจาคเงินน้อยเกือบจะที่สุด โดยเป็นรองแค่คนรวยในลาตินอเมริกาเท่านั้น แต่คนรวยในลาติอเมริกามีน้อยกว่าเอเชียถึง 10 เท่า และรวยน้อยกว่า 10 เท่า

Photo by Mike CLARKE / AFP

ข้อมูลจากStingy rich Asians trail multimillionaires of North America, Europe on charitable giveaways as wealth erodes

เปิดแฟ้มสงครามโลก จีนคิดอย่างไรเมื่อไทยเป็นศัตรู

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/608661

  • วันที่ 08 ธ.ค. 2562 เวลา 13:47 น.

เปิดแฟ้มสงครามโลก จีนคิดอย่างไรเมื่อไทยเป็นศัตรู

วันนี้คือวันครบรอบ 78 ปีที่ญี่ปุ่นรุกรานประเทศไทย เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2484 ทำให้ไทยต้องตกอยู่ในสภาพ “ร่วมมือกับญี่ปุ่น”

การร่วมมือแบบแกมบังคั ทำให้เกิดความบาดหมางกับเพื่อนบ้านระดับเฮฟวี่เวทคือจีน ซึ่งถูกญี่ปุ่นรุกรานและต้องทำสงครามกับญี่ปุ่นมาหลายสิบปีแล้ว ความบาดหมางนี้ลงลึกมาถึงชาวจีนในขบวนการต่อต้านญี่ปุ่นในประเทศไทยด้วย เพราะชาวจีนในไทยถูกตั้งแง่ด้วยนโยบายชาตินิยมของจอมพลป. พิบูลสงคราม ทำให้ชาวจีนเหล่านี้เก็บความแค้นเอาไว้ ดังจะเห็นได้ว่าหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 มีชาวจีนในประเทศไทยต้องการที่จะให้กองทัพก๊กมินตั๋งยกทัพเข้ามาควบคุมไทยไว้ในฐานะผู้แพ้สงคราม แต่ไม่สมดังหวัง เพราะฝ่ายพันธมิตรอังกฤษมาดูแลไทยแทน ทำให้เกิดความวุ่นวายในหมู่คนจีนขึ้น

ดังนั้น ในช่วงใกล้สงครามจะสิ้นสุด สถานะของไทยจะไม่สู้ดีนัก เพราะนอกจากจะตกอยู่ภายใต้การยึดครองของญี่ปุ่นแล้วยังจับพลัดจับพลูเป็นฝ่ายผู้แพ้สงคราม เรียกว่าต้องเสียทั้งขึ้นทั้งล่อง และมีโอกาสสูงที่จีนจะเอาคืนไทย แต่เจียงไคเช็ก ผู้นำจีนฝ่ายก๊กมินตั๋งแสดงท่าทีมาตั้งแต่แรกแล้วว่า ไม่มองไทยเป็นศัตรู โดยในปี 2486 เจียงไคเช็กมีแถลงการณ์แสดงความเห็นใจชาวไทยที่ต้องตกอยู่ภายใต้การกดขี่ของญี่ปุ่น

ประเทศไทย. มุมมองทางอากาศของการโจมตีของพันธมิตรบนเส้นทางรถไฟพม่า – ไทย ด้านใต้เจดีย์สามองค์ในความพยายามที่จะทำลายเสบียงและการสื่อสารของญี่ปุ่น (Copyright expired – public domain)

แต่เจียงไคเช็กต้องเปลี่ยนความคิดไม่นาน เมื่อกองทัพไทยยกทัพขึ้นไปยึดบางส่วนของรัฐฉานในพม่าแล้วผนวกเป็นสหรัฐไทยเดิม ทำให้ไทยมีพรมแดนติดกับจีนโดยตรงที่มณฑลยูนนาน กลายเป็นภัยคุกคามต่อจีนไปในทันที และรัฐบาลจอมพลป. พิบูลสงครามยังไปรับรองรัฐบาลจีนกลุ่มของวังจิงเว่ย ซึ่งเป็นหุ่นเชิดของญี่ปุ่นและเป็นศัตรูร่วมชาติอันดับหนึ่งของเจียงไคเช็ก

แต่ช่วงที่จุดจบของสงครามกำลังงวดเข้ามา เจียงไคเช็ก เปลี่ยนท่าทีอีกครั้ง มีแถลงการณ์ส่วนตัวทางวิทยุจากจุงกิง (ฉงชิ่ง) มาถีงคนไทยเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2487 บอกว่า จีนไม่คิดว่าไทยเป็นศัตรู ย้ำความเป็นบ้านพี่เมืองน้อง พร้อมกับรับรองเอกราชของไทย แต่คนไทยจะต้องช่วยปลดปล่อยตัวเองด้วย นี่คือแถลงการณ์ในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานที่ช่วยให้ไทยพอที่จะหายใจหายคอได้ เพราะค่อนข้างแน่ชัดแล้วว่าญี่ปุ่นจะแพ้อย่างแน่นอน

แถลงการณ์นี้มีชื่อว่า “เพื่อนบ้านของจีนที่ถูกกดลงเป็นทาส” (China’s enslaved neighbour A message to the armed forces and people of Thailand) เนื้อหาของแถลงการณ์มีดังนี้

ภาพถ่ายทางอากาศของสะพานข้ามแม่น้ำแควประเทศไทยได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงจากการระเบิดทางอากาศ (Copyright expired – public domain)

ถึงทหารและพลเมืองของประเทศไทย: ตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม 2484 เมื่อประเทศไทยลงนามในข้อตกลงความร่วมมือกับญี่ปุ่น ผมได้แต่หวังว่าสันติสุขจะเกิดกับพวกคุณ ผมควรจะพูดให้เร็วกว่านี้ เกี่ยวกับความจริงที่ว่าประเทศไทยซึ่งเป็นเพื่อนบ้านของเราได้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับประเทศที่กำลังทำสงครามกับจีน อย่างไรก็ตาม ผมกลับไม่ได้พูด เพราะผมเข้าใจสถานการณ์ที่ยากลำบากอย่างเต็มที่ประเทศของคุณประสบในเวลานั้น ในเวลานั้นผมตระหนักถึงความยากลำบากของคุณเพราะผมรู้ว่าสถานการณ์ของคุณไม่เหมือนกับที่จีนเผชิญก่อนที่เราจะรับมือกับการรุกรานของญี่ปุ่นในปี 2480

แต่ตอนนี้สถานการณ์ทั้งหมดแตกต่างจากที่เคยเป็น การต่อสู้ทั่วโลกขณะนี้ค่อยๆ เข้าสู่ขั้นเด็ดขาด แม้จะมีความพยายามที่เพิ่มขึ้นของทหารญี่ปุ่นที่จะบีบบังคับคุณและบังคับให้คุณต่อสู้เพื่อพวกเขา แต่ประเทศฝ่ายอักษะถูกไล่ต้อนในยุโรปและในเอเชีย จากการรุกรานกลายเป็นการตั้งรับและการพ่ายแพ้ครั้งแล้วครั้งเล่าในทุกที่ วันที่คุณจะช่วยประเทศของคุณกำลังใกล้เข้ามา ขณะที่สภาพการปฏิบัติที่คุณเผชิญอยู่เมื่อปีที่แล้วเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นผมต้องการพูดกับคุณอย่างตรงไปตรงมาเพื่อช่วยให้คุณเข้าอกเข้าใจถึงความรู้สึกของจีนที่มีต่อคุณ และหลักการพื้นฐานที่เป็นแนวทางต่อชะตากรรมของจีนและนโยบายสงครามของเรา

สระบุรีประเทศไทย ก.ย. 1945 จ่าสิบเอกเซอิจิ โอคาดะ ทหารชาวญี่ปุ่นในขบวนพาเหรดเพื่อระบุตัวเชลยสงคราม (POWs) โอคาดะถูกตั้งข้อหาบังคับให้ผู้ป่วยที่ป่วยเป็นโรคไปทำงานที่หินตก ในปี 1943 ตามเส้นทางรถไฟสายไทย – พม่า และถูกตัดสินจำคุก 10 ปี เขายังเป็นที่รู้จักกันในนาม “หมอแห่งความตาย” เขาเป็นคนรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตของเชลยศึกหลายคนในพื้นที่หินตก ในขณะที่เขาเป็นแพทย์และจ่าสิบเอก (Copyright expired – public domain)

1. ความรู้สึกของจีนที่มีต่อประเทศไทย ตามความเป็นจริงในประวัติศาสตร์ ความสัมพันธ์จีน – ไทยได้ดำเนินต่อเนื่องมานานกว่าหนึ่งพันปี เรามีเพื่อนร่วมชาติไม่น้อยกว่าสามล้านคนที่อาศัยอยู่ในเขตแดนของคุณ เราถือว่าประเทศไทยเป็นบ้านพี่เมืองน้องของจีนมาโดยตลอด ชาวจีนทุกคนรู้สึกผูกพันอย่างใกล้ชิดและพึ่งพาซึ่งกันและกันระหว่างจีนและไทย จีนทุกคนปรารถนาสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองของประเทศไทย คนจีนไม่เคยยอมให้การกระทำของคุณในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมามีผลกระทบต่อมิตรภาพดั้งเดิมของพวกเขาที่มีต่อประเทศไทย สำหรับรัฐบาลจีนและประชาชนจีนต่างตระหนักในความจริงเกี่ยวกับพันธมิตรญี่ปุ่น – ไทย ซึ่งญี่ปุ่นใช้กำลังบีบบังคับเจตจำนงเสรีของทหารและประชาชนไทยเอง ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากองทัพไทยและประชาชนไทยจะสังเกตเห็นมิตรภาพจีนดังกล่าวในมุมมองที่แท้จริง รับรองได้เลยว่ามิตรภาพจีนที่ทหารไทยและชาวไทยยอมรับนับถือนั้นจะไม่เปลี่ยนแปลง

2. หลักการพื้นฐานที่นำทางชะตากรรมของจีน ความเชื่อของจีนในฐานะประชาชาตินั้นขึ้นอยู่กับหลักการสามประการของดร. ซุนยัตเซ็น ทุกประเทศในโลกควรเป็นอิสระและเท่าเทียมกันตามหลักการสามประการ ด้วยความเชื่อที่จีนมีอยู่นี้จึงเรียกร้องให้ทุกประเทศมีเสรีภาพและความเท่าเทียมกัน ด้วยความเชื่อนี้เองที่จีนได้ลงนามกับประเทศอื่นๆ อีก 25 ประเทศ ที่กรุงวอชิงตันเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2485 แถลงการณ์ร่วมอุทิศตนเพื่อการปลดปล่อยให้ทุกชาติอิสระจากในการถูกจองจำภายใต้ญี่ปุ่นเยอรมนีและประเทศฝ่ายอักษะอื่นๆ เพื่อพวกเขาจะได้อิสรภาพทางการเมืองกลับคืนมา ผมสามารถพูดอย่างจริงใจว่าจีนและพันธมิตรของจีนไม่มีความทะเยอทะยานในดินแดนในประเทศไทยและไม่ได้มีเจตนาที่จะบ่อนทำลายอำนาจอธิปไตยและอิสรภาพของไทย สิ่งนี้จะยังคงเป็นจริงในอนาคตอย่างที่เคยเป็นมาในอดีต อย่างไรก็ตามคนไทยควรตระหนักถึงความจริงที่ว่าดินแดนของพวกเขาอยู่ภายใต้การยึดครองของญี่ปุ่น คนไทยตกเป็นทาส และอำนาจอธิปไตยและความเป็นอิสระของพวกเขาถูกละเมิดโดยชาวญี่ปุ่น ในขณะที่ดินแดนและเสรีภาพของประเทศไทยจะได้กลับคืนมาก้ด้วยชัยชนะของจีนและพันธมิตรของจีน

ชุมพร ประเทศไทย 19 มีนาคม 2488 รถไฟขนส่งน้ำมันของญี่ปุ่นถูกโจมตี จนกลุ่มควันสีดำขนาดใหญ่พุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า เพื่อขัดขวางการส่งเสบียงของญี่ปุ่นไปถึงหน้าพม่า เครื่องบินทิ้งระเบิดหนักกว่าแปดสิบลำของของกองบัญชาการกองทัพอากาศกองบัญชาการกองทัพอากาศตะวันออกได้บินข้ามมหาสมุทรอินเดียเพื่อปฏิบัติการโจมตีที่ยาวนานที่สุด (Copyright expired – public domain)

3. นโยบายสงครามของจีนเห็นว่า ด้วยกองกำลังติดอาวุธและคนไทยภายใต้การปราบปรามของญี่ปุ่น เราจึงพิจารณาประเทศไทยในนโยบายสงครามของเรา เป็นเพียงแค่เป็นดินแดนที่ข้าศึกยึดครองไม่ใช่เป็นดินแดนของศัตรู ดังนั้นจึงเป็นเครื่องจักรสงครามญี่ปุ่นไม่ใช่กองทัพและประชาชนชาวไทยที่เราพิจารณาว่าเป็นเป้าหมายของเรา จีนและพันธมิตรของจีนจะทำการโจมตีอย่างรุนแรงต่อศัตรูทันทีที่มีการโจมตีเรา คาดว่าพวกญี่ปุ่นในประเทศไทยและดินแดนใกล้เคียงจะพยายามอย่างเต็มที่ในการพยายามยื้อชะตากรรมของพวกเขาออกไป ภายใต้สภาวะสงครามเช่นนี้ทุกวันที่ผ่านไปที่ญี่ปุ่นสามารถยึดครองประเทศไทยจะส่งผลให้เกิดการเสียสละชีวิตคนไทยที่บริสุทธิ์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในกรณีเช่นนี้กองทัพไทยและประชาชนควรต่อต้านกองทัพญี่ปุ่นด้วยการกระทำที่เป็นรูปธรรม ในขณะเดียวกันก็ร่วมมือกับกองทัพจีนและต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับพวกเขาเพื่อกำจัดศัตรูออกจากจีนและไทยเช่นกัน นี่คือสิ่งที่ทหารผู้รักชาติและพลเมืองไทยทุกคนควรทำเพื่อประเทศของตนเอง เพื่อเอเชียตะวันออก และเพื่อโลกทั้งมวล เรามีความชอบธรรมในการคาดหวังให้คนไทยทำเช่นนั้น

โดยสรุปแล้ว สงครามนี้เป็นการต่อสู้ระหว่างกองกำลังต่อต้านการรุกรานกับผู้รุกราน เป็นการต่อสู้ระหว่างความถูกต้องและอำนาจ ระหว่างแสงสว่างและความมืด ในขณะที่เราเข้าอกเข้าใจในสถานการณ์ที่ยากลำบากของคุณในอดีต เราคาดหวังอย่างจริงจังว่าตอนนี้คุณจะต้องทำหน้าที่ของคุณทันทีเพื่อความรอดของประเทศของคุณและโลกโดยรวม เราหวังว่าคุณจะเข้าใจและเห็นคุณค่าความรู้สึกแบบพี่น้องของคนจีนต่อคุณ เราหวังว่าคุณจะหวนกลับยืดหยัดอีกครั้งด้วยความมั่นคงและกล้าหาญ ด้วยความรักชาติที่สุจริตระหว่างประเทศของคุณที่ครั้งหนึ่งประเทศของคุณเคยมี และบรรลุถึงสิทธิในการเป็นปากเป็นเสียงให้ประเทศของคุณในครอบครัวสหประชาชาติหลังสงคราม

จบแถลงการณ์ของเจียงไคเช็ก (ต่อมาตีพิมพ์มนหนังสือ ใน The voice of China ; speeches of Generalissimo and Madame Chiang Kai-shek)

สัตหีบ ประเทศไทย 1 มิถุนายน 2488 ภาพมุมมองระดับต่ำจากหนึ่งในเครื่องบิน RAF Liberator ที่เข้าโจมตีเรือในอ่าวไทย แสดงให้เห็นมีเรือบรรทุกสินค้าขนาด 250 ฟุตเกิดเพลิงลุกไหม้ข้างหน้าพร้อมกับควันดำจำนวนหนึ่งที่พุ่งขึ้นจากลำ

หลังจากที่เจียงไคเช็กมีแถลงการณ์นี้ออกไป อีกเพียงไม่กี่วันต่อมา ประธานาธิบดีรูสเวลต์ของสหรัฐก็มีแถลงการณ์รับรองเอกราชของชาติไทยเช่นกัน และต่อมากระทรวงการต่างประเทศสหราชอาณาจักรก็เสนอต่อรัฐบาลว่าควรจะมีแถลงการณ์ในลักษณะเดียวกัน แต่นาบยกรัฐมนตรีเชอร์ชิลปัดตกไป เพราะเห็นว่าควรจะวางมาตรการบางอย่างต่อไทยไว้ก่อน (ดู Stowe หน้า 264)

อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์ของเจียงไคเช็กคือจุดเริ่มที่ฝ่ายสัมพันธมิตรยอมรับว่าไทยไม่ใช่ผู้แพ้สงคราม เพียงแต่ถูกญี่ปุ่นข่มขี่เท่านั้น และมีเอกราชกับเสรีภาพเต็มที่ ความสำเร็จนี้ต้องยกคุณความดีให้กับขบวนการเสรีไทยฝ่ายต่างๆ ทั้งสายสหรัฐและอังกฤษ รวมถึงผู้แทนลับที่รัฐบาลไทยส่งไปเจรจากับจีนด้วย

บทความพิเศษโดยกรกิจ ดิษฐาน ผู้เขียนหนังสือ “สงครามกลางเมืองจีน” 

อ้างอิง

Chiang Kai-shek. (1944). The voice of China ; speeches of Generalissimo and Madame Chiang Kai-shek between December 7, 1941, and October 10, 1943, including some recent messages to British leaders and the British people. London,: Chinese Ministery of Information, London Office.

Stowe, Judith A. (1991). Siam Becomes Thailand: A Story of Intrigue. London,: Hurst & Company.

ไต้หวัน ก้าวไกลในสากล บนรากวัฒนธรรม

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/608651

  • วันที่ 08 ธ.ค. 2562 เวลา 11:34 น.

ไต้หวัน ก้าวไกลในสากล บนรากวัฒนธรรม

แม้จะไม่ใช่ที่สุดของโลก แต่การศึกษาของคนไต้หวันก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าประเทศชั้นนำของโลกแน่นอน  เพราะจาก ผลการทดสอบความรู้นักเรียนนานาชาติ (PISA) เด็กนักเรียนไต้หวัน ก็ทำคะแนนโดดเด่นมาทุกครั้ง ส่วนหนุ่มสาวไต้หวันเกือบทั้งประเทศ ก็จบการศึกษาในระดับปริญญาตรีเกือบทั้งนั้น แถมประชากรไต้หวันประมาณ 24 ล้านคน ก็มีอัตราการรู้หนังสือสูงเกือบร้อยละ 99 ดังนั้น เรื่องการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญในสังคมไต้หวันอย่างแน่นอน

การที่ไต้หวันมีคนคุณภาพ จึงทำให้มีการคิด การพัฒนาเพื่อความก้าวหน้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยผลการรายงานจาก World Economic Forum’s Competitiveness Report ฉบับปี ค.ศ. 2018 ได้ยกให้ไต้หวัน เป็นอันดับที่ 5 ของประเทศที่ลงทุนกับการวิจัยและพัฒนามากที่สุด และเป็นอันดับที่ 2 ของประเทศที่มีการยื่นขอสิทธิบัตรมากที่สุด อีกทั้งยังเป็นอันดับที่ 4 ของประเทศที่มีความสร้างสรรค์ ทางด้านนวัตกรรมมากที่สุดอีกด้วย ซึ่งผลลัพธ์แบบนี้ จะเกิดขึ้นไม่ได้แน่ ถ้าขาดซึ่งวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล, ขาดซึ่งนโยบายที่ชัดเจน, และขาดซึ่งการลงมือปฏิบัติร่วมกันอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

การส่งเสริมงานวิจัยและพัฒนา ถูกทำควบคู่ไปกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยในแต่ละปี รัฐบาลไต้หวันจะทุ่มงบประมาณกว่า 17,000 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี เพื่อยกระดับอุตสาหกรรม ในขณะเดียวกันงบประมาณแผ่นดิน อีกร้อยละ 20 ได้จัดสรรให้กับการพัฒนาการศึกษา, การพัฒนาวิทยาศาสตร์, และการส่งเสริมวัฒนธรรม ดังนั้นยุทธศาสตร์ระดับชาติของไต้หวัน จึงมีต้องมีเรื่องการพัฒนาทั้ง 3 มิติเข้าไปรวมอยู่ด้วย

หลังหลุดพ้นจากการเป็นอาณานิคมของญี่ปุ่น ไต้หวันพยายามลบร่องรอยของวัฒนธรรมญี่ปุ่นให้หมดไป ด้วยการส่งเสริมวัฒนธรรมจีนให้ชัดเจนขึ้น โดยอย่างแรกที่รัฐบาลไต้หวันทำ ก็คือ ยกเลิกการใช้ภาษาญี่ปุ่น ที่เคยใช้ในระบบการศึกษา แล้วมาใช้ภาษาจีนแทน, เรื่องที่สอง คือ ปฏิรูปการศึกษาให้อยู่บนพื้นฐานของวัฒนธรรมจีน และเรื่องที่สาม คือ ส่งเสริมค่านิยมแบบไต้หวัน ที่เรียกว่า “สามหลักการแห่งประชาชน” (The Three Principles of People) อันเป็นปรัชญาการเมืองที่ ดร.ซุน ยัดเซ็น พัฒนาขึ้น ซึ่งประกอบไปด้วย (1) People’s rule อันหมายถึง ชาตินิยม (2) People’s right อันหมายถึงประชาธิปไตย (3) People’s livelihood อันหมายถึง ความอยู่ดีมีสุขของประชาชน และการที่แนวคิดสามหลักการแห่งประชาชน อยู่ในแบบเรียนของเด็กนักเรียนไต้หวัน ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1946 ทำให้คนไต้หวันมีความเป็นชาตินิยมสูงมาก

แต่ระบบการศึกษาของไต้หวันไม่ได้มีเป้าหมายเพียงสร้างชาตินิยมเพียงอย่างเดียว เพราะนอกจากรักชาติแล้ว ยังต้องเป็นคนเก่ง เป็นคนดี เป็นคนมีความสร้างสรรค์ อีกด้วย ดังนั้น ระบบการศึกษาของไต้หวัน จึงต้องบ่มเพาะคนที่มีคุณลักษณะดังกล่าวให้ได้

ร้อยทั้งร้อยของเด็กไต้หวัน จะเข้ารับการศึกษาระดับอนุบาล ที่จะไม่เน้นให้เด็กเรียนวิชาการ ในช่วงก่อนวัยเรียน แต่เด็กในวัยนี้จะได้เรียนรู้ผ่านการเล่น และการเรียนรู้ผ่านความหลากหลาย เช่น การจัดเด็กให้คละอายุกัน เพื่อช่วยให้เด็กที่อายุน้อยกว่า มีพัฒนาการเร็วขึ้น จากความพยายามเลียนแบบเด็กที่โตกว่า เมื่อเด็กๆได้เล่นและทำกิจกรรมร่วมกัน

ระดับชั้นประถมศึกษาของไต้หวันเป็นหลักสูตร 6 ปีเหมือนกัน แต่จะพิเศษตรงช่วง 2 ปีแรก ที่เด็กจะใช้เวลาเพียงครึ่งวัน ไปกับการเรียนเนื้อหา ส่วนอีกครึ่งวันที่เหลือ จะให้เด็กไปทำกิจกรรมเสริมทักษะด้านอื่นๆ จนกระทั่งขึ้นชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จะเน้นวิชาการอย่างจริงจัง โดยวิชาเรียนหลักๆ จะประกอบไปด้วย วิชาภาษาจีน, วิชาคณิตศาสตร์, วิชาวิทยาศาสตร์, และวิชาภาษาอังกฤษ ส่วนวิชาสังคมศึกษา จะถูกสอนตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โดยเน้นเรื่องประวัติศาสตร์ไต้หวัน เป็นสำคัญ ทั้งนี้เพื่อนำไปสู่การสร้างจิตสำนึก ความเป็นประชากรไต้หวัน

ในสังคมไต้หวัน มีความเชื่ออย่างแรงกล้าว่า ถ้าอยากมีชีวิตที่ดีขึ้น จำเป็นต้องมีการศึกษาที่ดี ผู้ปกครองจึงทุ่มเทและเคี่ยวเข็ญเด็ก เพื่อให้ประสบความสำเร็จด้านการเรียน ทำให้เด็กนักเรียนไต้หวันแต่ละคน มีเป้าหมายหลักในชีวิตอยู่ 2 เรื่องด้วยกัน คือ (1) ต้องเข้าเรียนต่อโรงเรียนมัธยมปลายในฝันให้ได้ (2) และต้องสอบเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยในฝันให้ได้

ด้วยเป้าหมายที่คล้ายกัน คือการได้รับโอกาสเข้าทำงานในบริษัทอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่ของไต้หวัน ทำให้เด็กส่วนใหญ่แข่งขันกันสอบเข้าสายวิทย์ และเรียนต่อในสาขาวิศวกรรมศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ซึ่งก็อาจจะเป็นด้วยเหตุนี้ ที่ทำให้เด็กนักเรียนไต้หวัน ทุ่มเทกับการเรียนวิชาคณิตศาสตร์และวิชาวิทยาศาสตร์มากเป็นพิเศษ

ความโดดเด่นด้านวิชาวิทยาศาสตร์ เป็นพื้นฐานสำคัญของความเข้มแข็งในการพัฒนาไต้หวัน เนื่องจากไต้หวัน มีแผนพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ที่มุ่งพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันและสนับสนุนให้มีการสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการเผยแพร่ข้อมูลแบบไร้สาย, เทคโนโลยีชีวภาพ, การแพทย์พันธุศาสตร์, นาโนเทคโนโลยี, พลังงานสีเขียว และระบบวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (System on chip)

ส่วนความโดดเด่นในวิชาคณิตศาสตร์ของเด็กไต้หวันนั้น ก็เป็นผลสืบเนื่องมาจาก การปฏิรูปการจัดการศึกษาคณิตศาสตร์ ปี ค.ศ. 1996 ทำให้เกิดหลักสูตรที่เรียกว่า The New Elementary Mathematics Curriculum ซึ่งเป็นการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ที่ตั้งเป้าหมายว่า

(1) เด็กนักเรียนต้องมีขีดความสามารถ ในการประยุกต์เอาคณิตศาตร์ เพื่อใช้แก้ปัญหาในชีวิตจริง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

(2) ต้องส่งเสริมให้เกิดความสร้างสรรค์ ด้วยการเปิดกว้าง สำหรับวิธีการแก้โจทย์ปัญหาที่หลากหลาย นั่นแปลว่า ไม่ได้มีเพียงวิธีเดียวเท่านั้นที่จะแก้ปัญหาได้

(3) ต้องกระตุ้นให้เด็กเรียนรู้อย่างอิสระด้วยตนเอง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการเรียนรู้

(4) ต้องส่งเสริมให้เกิดปฏิสัมพันธ์ทางสังคมระหว่างครูกับนักเรียน เพื่อนำไปสู่การร่วมกันหาคำตอบของแต่ละโจทย์ปัญหา

นอกเหนือจากวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ที่เด็กไต้หวันทำได้อย่างโดดเด่นอยู่แล้ว ไต้หวันยังต้องการพัฒนาทักษะวิชาภาษาอังกฤษให้มากขึ้น เพื่อก้าวสู่ความเป็นสากล และดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศให้มากยิ่งขึ้น โดยมีการตั้งเป้าว่า ไต้หวันจะต้องเป็นชาติ 2 ภาษาให้ได้ ภายในปี ค.ศ. 2030

อันที่จริงแล้ว เด็กนักเรียนไต้หวันสามารถทำข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษได้ดีเลยทีเดียว แต่ก็ยังไม่สามารถใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารได้อย่างคล่องแคล่ว เนื่องจากขาดโอกาสในการฝึกฝน ดังนั้น เมื่อมีการปฏิรูปการศึกษา การเรียนวิชาภาษาอังกฤษ จึงมุ่งเน้นไปที่การใช้งานเป็นหลัก โดยแนวทางการสอนในปัจจุบัน จะเลือกประเด็นที่เกี่ยวกับการใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน และในสถานการณ์ที่จำเป็นมาเป็นบทเรียนในการสอน

นอกจากนั้น รัฐบาลยังส่งเสริม ให้มีการจัดตั้งหมู่บ้านอังกฤษ (English Village) ขึ้น ภายในโรงเรียน โดยมีการจำลองสถานที่ และมีครูชาวต่างชาติมาเป็นผู้สอน เพื่อให้เด็กได้มีประสบการณ์จริงในการใช้ภาษามากยิ่งขึ้น

ณ วันนี้ ผลลัพธ์จากการศึกษาของไต้หวันกลายเป็นที่ยอมรับแล้วว่า มีส่วนสำคัญในการสร้างคนที่มีความเก่งด้านวิชาการ และเป็นคนที่มีความรักชาติ ส่วนการสร้างคนให้มีความสร้างสรรค์ และมีความเป็นสากลนั้น ก็อยู่ในกระบวนการส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น อีกไม่นาน คนไต้หวันจะถูกนิยามว่า เป็นทั้งคนเก่ง เป็นทั้งคนรักชาติ เป็นคนมีความสร้างสรรค์ และมีความเป็นสากล

เกาหลีเหนือไม่สนคำสั่งห้าม ทำการทดสอบครั้งสำคัญด้านขีปนาวุธ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/608645

  • วันที่ 08 ธ.ค. 2562 เวลา 10:00 น.

เกาหลีเหนือไม่สนคำสั่งห้าม ทำการทดสอบครั้งสำคัญด้านขีปนาวุธ

เกาหลีเหนือกล่าวว่าได้ทำการทดสอบที่สำคัญมากที่ไซต์ขีปนาวุธพิสัยไกล

สำนักข่าวกลางเกาหลีกล่าวว่า การทดสอบได้ดำเนินการที่ฐานยิงดาวเทียมซอแฮ (Sohae Satellite Launching Ground) ในช่วงบ่ายวันเสาร์ และบอกว่าผลการทดสอบถูกรายงานไปยังคณะกรรมการกลางของพรรคแรงงาน วึ่งเป้นหน่วยงานปกครองประเทศแล้ว

สำนักข่าวกลางเกาหลี ชี้ว่าผลการทดสอบจะมีผลกระทบที่สำคัญในการเปลี่ยนตำแหน่งเชิงยุทธศาสตร์ของเกาหลีเหนืออีกครั้งในอนาคตอันใกล้นี้

รายงานไม่ได้บอกว่าแบบทดสอบนั้นเกี่ยวกับอะไร แต่รายงานของสื่อภายนอกประเทศ ระบุว่าภาพจากดาวเทียมใหม่บ่งชี้ว่าเกาหลีเหนืออาจกำลังเตรียมที่จะเริ่มการทดสอบเครื่องยนต์ที่ใช้กับเครื่องยิงดาวเทียมอีกครั้ง

ทั้งนี้ สหประชาชาติห้ามเกาหลีเหนือยิงดาวเทียมเพราะถือเป็นการทดสอบเทคโนโลยีขีปนาวุธระยะไกล

รายงานการทดสอบเกิดขึ้นในช่วงที่จากเกาหลีเหนือกำลังกดดันสหรัฐให้ยอมรับข้อเสนอในการเจรจายุติโครงการนิวเคลียร์ที่กำลังจะถึงทางตัน เพราะทั้ง 2 ฝ่ายไม่ยอมอ่อนข้อให้กัน

หลังจากความล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า เกาหลีเหนือก็ประสบความสำเร็จในการส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรเป็นครั้งแรกในปี 2555 ในการเปิดตัวจากไซต์ยิงจรวดดังกลาว และเกาหลีเหนือประสบความสำเร็จในการยิงดาวเทียมอีกครั้งในปี 2559

จีนออกมาตรการแบบเดียวกันโต้ทูตสหรัฐ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/608626

  • วันที่ 07 ธ.ค. 2562 เวลา 17:56 น.

จีนออกมาตรการแบบเดียวกันโต้ทูตสหรัฐ

จีนเปิดเกมส์สวนสหรัฐ จำกัดความเคลื่อนไหวทูตมะกัน เช่นเดียวกับที่สหรัฐใช้มาตรการนี้กับทูตจีน

กระทรวงต่างประเทศจีนเปิดเผยว่า ทางการจีนได้ออกมาตรการจำกัดความเคลื่อนไหวของบรรดาทูตสหรับ ด้วยการให้นักการทูตและเจ้าหน้าที่ทุกคนจากสถานทูตสหรัฐในกรุงปักกิ่ง และสถานกงสุลอีก 5 แห่งทั่วประเทศจีน แจ้งต่อกระทรวงต่างประเทศจีนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 5 วัน หากมีแผนจะพบกับเจ้าหน้าที่หน่วยงานท้องถิ่นหรือนักวิชาการจีน

มาตรการนี้ของจีนถือเป็นมาตรการเดียวกันกัที่ก่อนหน้านี้ สหรัฐได้สั่งจำกัดความเคลื่อนไหวของนักการทูตจีนในสหรัฐด้วยลักษณะเดียวกัน จากการที่สหรัฐไผ่านร่างกฎหมายสองฉบับที่อนุญาตให้มีการคว่ำบาตรจีนต่อกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในฮ่องกงและซินเจียง

โฆษกหญิงกระทรวงต่างประเทศจีนกล่าวว่า “เราขอให้สหรัฐแก้ไขความผิดพลาด ด้วยการยกเลิกมาตรการดังกลาว พร้อมให้การสนับสนุนภารกิจทางการทูตแก่เจ้าหน้าที่ทูตจีนและเจ้าหน้าที่กงสุลจีนในสหรัฐ เช่นเดียวกับที่จีนให้การสนับสนุนบุคลากรสหรัฐรวมถึงนักการทูตในทุกประเทศที่อยู่ในจีน” โดยจีนมองว่ามาตรการของสหรัฐนับเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของจีนอย่างเลวร้าย และถือเป็นการตอบโต้อย่างสมน้ำสมเนื้อแล้ว

ทางการฮ่องกงไม่ยึดใบอนุญาตบิน “Hong Kong Airlines”

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/608622

  • วันที่ 07 ธ.ค. 2562 เวลา 17:35 น.

ทางการฮ่องกงไม่ยึดใบอนุญาตบิน "Hong Kong Airlines"

“Hong Kong Airlines” ได้บินต่อ หลังขอเงินกู้จีน 4 พันล้านหยวนต่อลมหายใจสายการบินไว้ได้ทัน

หน่วยงานด้านใบอนุญาตการบินฮ่องกง (ATLA) ได้มีมติไม่ลงโทษถอนใบอนุญาตของทางการสายการบินฮ่องกงแอร์ไลน์ โดยให้เหตุผลสถานะทางการเงินของบริษัทขณะนี้อยู่ในสภาพเป็นที่น่าพอใจ แต่อย่างไรก็ดีทาง ATLA จะติดตามการดำเนินงานของทางสายการบินอย่างใกล้ชิดต่อไป เนื่องจากสถานะทางการเงินของสายการบินยังถือว่าไม่มั่นคง

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ทางสายการบินได้ร่างแผนอัดฉีดเงินสดซึ่งจะทำให้สถานะทางการเงินของบริษัทอยู่ในระดับที่น่าพอใจต่อไปได้ รวมถึงแผนอัดฉีดดังกล่าวยังสามารถทำให้บริษัทจ่ายเงินเดือนพนักงานที่เลยกำหนดมาแล้วได้ อีกทั้งเป็นค่าใช้จ่า ยด้าน Operating cost ต่างๆของบริษัทในการให้บริการช่วงเทศกาลหยุดยาวคริสต์มาสและปีใหม่ซึ่งมีจำนวนการจองเที่ยวบินสูงถึงหลายพันบุ๊กกิ้งต่อวัน

แม้ว่าทางบริษัทแม่ของ Hong Kong Airlines และ ATLA จะไม่ได้เปิดเผยถึงตัวเลขของเงินที่สายการบินได้รับอัดฉีดว่ามาจากไหนและเป็นจำนวนเท่าใด แต่ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. ที่ผ่านมา มีรายงานว่า HNA Group บริษัทแม่ของสายการบินฮ่องกงแอร์ไลน์ ได้รับการอนุมัติจากธนาคารหลายแห่งของรัฐบาลจีนปล่อยเงินกู้มูลค่ารวมถึง 4 พันล้านหยวน (ราว 17,200 ล้านบาท) ในการเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินให้กับสายการบิน

ATLA กล่าวว่าทางการได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้วในการคงใบอนุญาตให้กับ Hong Kong Airlines ซึ่งเป็นสายการบินใหญ่อันดับสองของฮ่องกง เพื่อประโยชน์ต่อสาธารณะและรักษาบทบาทของฮ่องกงในฐานะศูนย์กลางการบินระหว่างประเทศ

อีลอน มัสก์ชนะคดีหมิ่นเวิร์น อันสเวิร์ธ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/608618

  • วันที่ 07 ธ.ค. 2562 เวลา 16:30 น.

อีลอน มัสก์ชนะคดีหมิ่นเวิร์น อันสเวิร์ธ

คณะลูกขุนมีมติเอกฉันท์ ตัดสินมัสก์ชนะคดีหมิ่น “อันสเวิร์ธ” กรณีทวีตข้อความ “pedo guy”

หลังจากใช้เวลาในการพิจารณาไต่สวนเกือบ 4 วัน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา คณะลูกขุนศาลแขวงนครลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ได้มีคำตัดสินให้นายอีลอน มัสก์ เจ้าพ่อTesla และผู้ก่อตั้งบริษัท SpaceX ชนะคดีที่นายเวิร์น หรือ เวอร์นอน อันสเวิร์ธ นักดำน้ำชาวอังกฤษที่ร่วมในภารกิจกู้ภัย 13 ชีวิตหมูป่าติดถ้ำหลวง จากกรณีที่นายมัสก์ทวีตข้อความหมิ่นอันสเวิร์ธว่าเป็นพวกมีรสนิยมทางเพศกับเด็กหรือ pedo guy

มัสก์กล่าวหลังออกจากห้องพิจารณาเมื่อวันศุกร์ว่า “ความเชื่อมั่นในมนุษยธรรมของเขากลับคืนมาอีกครั้ง”

คดีนี้เริ่มจากการที่อันสเวิร์ธฟ้องมัสก์เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว จากการที่นายมัสก์ทวีตข้อความหมิ่นประมาทอันสเวิร์ธผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 20 ล้านบัญชี โดยก่อนหน้านี้ระหว่างภารกิจช่วยเหลือทีมหมูป่า นายมัสก์ได้เสนอความช่วยเหลือเป็นแคปซูลขนาดเท่าเด็กตัวเล็ก เพื่อใช้ในภารกิจนำทั้ง 13 ชีวิตออกจากถ้ำ แต่อันสเวิร์ธได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นว่า แคปซูลนี้ก็เป็นเพียงแค่เครื่องมือประชาสัมพันธ์ของมัสก์เท่านั้น

ในระหว่างการไต่สวนนายมัสก์ได้กล่าวขอโทษอันเวิร์ธต่อหน้าศาลอีกครั้ง แม้ก่อนหน้านี้เขาจะลบข้อความดังกล่าว พร้อมทวีตข้อความขอโทษแล้วก็ตาม

L. Lin Wood ทนายความของอันสเวิร์ธพยายามอธิบายต่อศาลว่า ข้อความของนายมัสก์เปรียบเสมือนระเบิดนิวเคลียร์ที่ทำให้ลูกความของเขาเสียหาย ทั้งชื่อเสียงและทางจิตใจ โดยแย้งว่า นายมัสก์ตั้งใจสื่อความหมายให้อันสเวิร์ธเสียหายจากการกล่าวหาว่าเขาเป็นพวกชอบมีเพศสัมพันธ์กับเด็ก โดยอ้างหลักฐานเป็นข้อความทางอีเมล์ที่มัสก์เขียนตอบต่อสำนักข่าวแห่งหนึ่ง แม้ว่าใจความดังกล่าวมัสก์จะเรียกร้องให้หลายๆสำนักข่าวหยุดปกป้องพวกใคร่เด็กเสียที

ทนายของอันสเวิร์ธได้เรียกร้องค่าเสียหายเป็นเงินรวม 190 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แบ่งเป็นค่าความเสียหายจริง 5 ล้าน ค่าความเสียหายที่เชื่อว่าจะเกิดขึ้น 35 ล้าน และค่าความเสียหายเพื่อการลงโทษ 150 ล้าน

ซึ่งเรื่องนี้ ทนายความของมัสก์กล่าวหาอันสเวิร์ธว่าใช้การฟ้องร้องเพื่อหาชื่อเสียงและเงินทอง และเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล

Joshua Jones หนึ่งในคณะลูกขุนที่ตัดสินอธิบายว่า ทีมทนายของอันสเวิร์ธพยายามใช้ประเด็นด้านความรู้สึกดึงดูดให้ศาลมีอารมณ์ร่วมมากกว่าให้ความสำคัญกับหลักฐาน โดยทนายของอันสเวิร์ธและตัวนายอันเวิร์ธเองพยายามอธิบายว่าข้อความนั้นส่งผลต่อความรู้สึกและชื่อเสียงของเขาอย่างไร แต่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับพยานหลักฐานเท่าที่ควร

เช่นเดียวกับผู้สันทัดด้านกฎหมายมองว่า เหตุที่นายมัสก์ชนะคดีเพราะทีมทนายของมัสก์ได้พยายามอธิบายพฤติกรรมของมัสก์ หลังทวีตข้อความดังกล่าว นายมัสก์ได้ลบพร้อมทวีตขอโทษทันทีหลังทราบว่าส่งผลให้เกิดความไม่พอใจ

ด้านนายอันสเวิร์ธได้ยอมรับคำตัดสินของศาลแม้จะไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ ส่วนทนายของเขาระบุว่าคำตัดสินของศาลไม่ได้สร้างบรรทัดฐานที่ดีต่อสังคมเท่าที่ควร

คนออนไลน์เปลี่ยนพฤติกรรมห่วงข้อมูลส่วนตัวรั่วไหล

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/608609

  • วันที่ 07 ธ.ค. 2562 เวลา 15:08 น.

คนออนไลน์เปลี่ยนพฤติกรรมห่วงข้อมูลส่วนตัวรั่วไหล

ผลสำรวจความคิดเห็นเผยผู้คนเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้โลกออนไลน์เนื่องจากกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว

การสำรวจความคิดเห็นประชาชนขององค์กรนิรโทษกรรมสากล (AI) พบว่าผู้คนเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตและสังคมออนไลน์ เนื่องจากความกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว โดย 1 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสอบถามเกือบ 10,000 คนจาก 9 ประเทศ อาทิ บราซิล อินเดีย สหรัฐ อียิปต์ หลีกเลี่ยงการใช้คำค้นหาที่เฉพาะเจาะจงหรือเว็บเพจบางเว็บเพจ เพื่อไม่ให้ถูกติดตามเก็บข้อมูล

นอกจากนี้ 7 ใน 10 ของผู้ตอบแบบสอบถามยังกังวลว่าจะถูกบริษัทเทคโนโลยีเก็บข้อมูลส่วนตัวและนำไปใช้ไม่เหมาะสม ขณะที่ครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามกังวลว่าการใช้อินเทอร์เน็ตจะเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัว

ด้านสมาคมอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นตัวแทนของบริษัทเทคโนโลยี รวมทั้งเฟซบุ๊คและกูเกิล ยังไม่มีความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ๆ โดยเฉพาะผู้ให้บริการโซเชียลมีเดีย ต้องเผชิญข้อกล่าวหาว่าใช้อำนาจในทางมิชอบและไม่สามารถปกป้องข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ เช่นกรณีของเฟซบุ๊คที่ละเลยให้บริษัทเคมบริดจ์ แอนาลิติกา (Cambridge Analytica) นำข้อมูบลส่วนตัวของผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคนไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

โดยเกือบครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามยังเผยอีกว่า นับตั้งแต่เหตุการณ์ของเฟซบุ๊คก็เพิ่มความระมัดระวังในการแชร์ข้อมูลส่วนตัว เช่น อายุ เพศ รสนิยมทางเพศ และกว่า 30% เผยว่าได้ใช้เครื่องมือดิจิทัลช่วยในการจำกัดการติดตามทางออนไลน์แล้ว

นอกจากนี้ 3 ใน 4 ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าต้องการให้รัฐบาลออกกฎควบคุมบริษัทด้านเทคโนโลยี ซึ่งปัจจุบันนี้มีเพียงบางประเทศเท่านั้นที่มีการควบคุม อาทิ เยอรมนี เดนมาร์ก นอร์เวย์ และฝรั่งเศส ที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตได้รับการปกป้องจากกฎหมายคุ้มครองข้อมูลทั่วไป (GDPR) ของสหภาพยุโรป ซึ่งบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2018

ทรัมป์โวยธนาคารโลก หยุดปล่อยเงินกู้จีน

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/608604

  • วันที่ 07 ธ.ค. 2562 เวลา 14:14 น.

ทรัมป์โวยธนาคารโลก หยุดปล่อยเงินกู้จีน

“ทำไมเวิร์ลแบงก์ต้องปล่อยสินเชื่อให้จีน จีนมีเงินอยู่แล้วตั้งมากมาย ถ้าไม่มีเขาก็ปั๊มเงินเองได้”

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ( 5 ธ.ค.) ตามเวลาท้องถิ่นวอชิงตัน ดี.ซี. ธนาคารโลก หรือ World Bank ได้อนุมัติสินเชื่อเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเป็นเวลา 5 ปี จำนวน 1,000 ถึง 1,500 ล้านดอลลาร์ (ราว 30,000 ถึง 45,000 ล้านบาท) แก่ทางการจีน แม้ว่าจะมีข้อคัดค้านจากรัฐบาลสหรัฐโดยเฉพาะประธานาธิบดีทรัมป์

การปล่อยกู้แก่จีนล่าสุดของเวิร์ลแบงก์แม้จะลดลงจากปีก่อนหน้า ซึ่งเฉลี่ยแล้วก่อนหน้านี้ธนาคารโลกเคยปล่อยเงินกู้จีนที่ราว 1,800 ล้านดอลลาร์ อันเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเงินกู้ช่วยเหลือสำหรับการพัฒนาในประเทศ”รายได้ระดับต่ำถึงปานกลาง”

รายงานจากเวิร์ลแบงก์ให้เหตุผลว่า การสนับสนุนนี้เป็นไปตามคำร้องขอของรัฐบาลจีนภายใต้กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อการฟื้นฟูและการพัฒนา ด้านนายนายมาร์ติน ไรเซอร์ ผู้อำนวยการธนาคารโลกประจำประเทศจีน พูดถึงประเด็นนี้ว่า “สะท้อนพัฒนาการอันดีระหว่างความสัมพันธ์ของธนาคารโลกกับรัฐบาลจีน”

เรื่องดังกล่าว ส่งผลให้สหรัฐซึ่งเป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ของธนาคารโลกแสดงความไม่ พอใจอย่างมาก โดยส.ว.ชัค กราสลีย์ ประธานคณะกรรมาธิการด้านการคลังของสภาคองเกรสได้กล่าวกับนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐซึ่งเสนอรายงานเรื่องนี้ต่อคองเกรงว่า “ธนาคารโลกได้ใช้เงินภาษีของชาวอเมริกัน ปล่อยกู้ให้กับประเทศร่ำรวยทางเศรษฐกิจซึ่งทำการละเมิดสิทธิมนุษยชนชาวมุสลิมในซินเจียงอย่างชัดเจน รวมถึงเป็นประเทศที่พยายามควบคุมประเทศที่อ่อนแอกว่าทั้งทางทหารและเศรษฐกิจ”

เช่นเดียวกับนายมนูชิน ได้เรียกร้องให้ธนาคารโลกถอดชื่อจีนออกจากกองทุนช่วยเหลือประเทศยากจน เพื่อให้เงินเหล่านี้ช่วยเหลือประเทศยากจนอย่างแท้จริง

ด้านประธานาธิบดีทรัมป์ได้ทวีตข้อความแสดงความไม่พอใจเช่นกันโดยระบุว่า

“Victoria Falls” น้ำตกมรดกโลกในแซมเบีย แห้งเหือดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/608598

  • วันที่ 07 ธ.ค. 2562 เวลา 12:59 น.

"Victoria Falls" น้ำตกมรดกโลกในแซมเบีย แห้งเหือดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

น้ำตกวิกตอเรีย (Victoria Falls) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นไนแองการ่าแห่งแอฟริกา กำลังเผชิญภัยแล้งจนน้ำแห้งเหือดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

รอยเตอร์รายงานว่า น้ำตกวิกตอเรีย (Victoria Falls) น้ำตกขนาดใหญ่และมีหน้ากว้างมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก กำลังเผชิญกับสภาพภัยแล้งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จนระดับน้ำของน้ำตกได้ลดลงอย่างน่าตกใจ

เช่นเดียวกับน้ำตกไนแองการ่าที่ตั้งระหว่างสหรัฐและแคนาดา น้ำตกวิกตอเรียแห่งนี้ ได้ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนหลายล้านคน ให้เดินทางไปเยี่ยมชมน้ำตกแห่งนี้ซึ่งอยู่ระหว่างประเทศซิมบับเวและแซมเบียมีการสร้างโรงแรมและสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย จึงนับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งสร้างรายได้ที่สำคัญของทั้งสองชาติ

 

น้ำตกวิกตอเรียในมิถุนายน 2018

น้ำตกวิกตอเรีย ซึ่งเคยได้รับเลือกเป็นมรดกโลกในปี 1989 มีอีกชื่อท้องถิ่นว่า โมซิ-โอวา-ทุนยา แปลว่า เสียงร้องคำราม อันมาจากเสียงของสายน้ำขนาดมหึมาที่ไหลลงมาจากความสูงเกือบ 100 เมตร จากแม่น้ำทางใต้ของทวีปแอฟริกา เป็นเวลานานหลายทศวรรษ แต่กลับพบว่าปัจจุบันแถบไม่เหลือเสียงคำรามเหล่านั้น โดยสภาพของน้ำตกในปัจจุบันมีสภาพไม่ต่างจากโขดหินผาขนาดใหญ่เท่านั้น

@EdgarCLungu President of the Republic of Zambia

 

ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาทั้งแซมเบียและซิมบับเว เผชิญความแห้งแล้งเลวร้ายที่สุดในรอบศตวรรษ จนส่งผลให้แม่น้ำแซมบีซี ซึ่งเป็นสายน้ำต้นทางของน้ำตกแห่งนี้มีสภาพแห้งเหือดไม่ต่างกัน แม้ว่าโดยทั่วไปแล้วระดับน้ำของแม่น้ำจะลดลงบ้างเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูแล้ง แต่เจ้าหน้าที่กล่าวว่าปีนี้ระดับน้ำลดลงอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน

ภาพ : AFP

 

Dominic Nyambe หนึ่งในผู้ค้าขายของที่ระลึกใกล้น้ำตกเผยว่า ปีที่แล้วก็น้ำก็เคยแห้งแล้ง แต่ไม่เท่ากับครั้งนี้ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่เขาเคยเห็น

“มันมีผลกระทบต่อเราเพราะ ลูกค้าไม่เห็นความยิ่งใหญ่ของน้ำตก นักท่องเที่ยวจึงลดลงอย่างเห็นได้ชัด”

นอกจากความแห้งแล้งแล้ว ทั้งซิมบับเว และแซมเบียต่างก็ได้รับผลกระทบจากไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้อย่างเพียงพอ จากการที่ระดับในแม่น้ำแห้งจนแทบไม่สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้

 

@EdgarCLungu President of the Republic of Zambia

 

ผู้เชี่ยวชาญหลายคนอธิบายว่า ปัจจัยเหตุที่ทำให้แม่น้ำแห้งเหือดมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ โดยพบว่าปัจจุบันระดับน้ำในแม่น้ำลดต่ำลงมากที่สุดนับตั้งแต่ที่มีการเก็บข้อมูลในปี 1995

อย่างไรก็ดีแม้ว่าจะมีปัจจัยด้านการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ แต่นักวิทยาศาสตร์บางคนยังคงไม่สามารถหาข้อสรุปที่ชัดเจนได้ว่า เหตุที่แม่น้ำแห้งนั้นเป็นเพราะการเปลี่ยนแปลงของอากาศโลก หรือเป็นเพราะความแปรผันตามฤดูกาลในแอฟริกาซึ่งมักเกินขึ้นเป็นวงรอบหลายทศวรรษ

Photo : @EdgarCLungu / AFP