เยอรมนียังไร้ที่ทิ้งกากกัมมันตรังสีล้านปี หลังเตรียมปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั่วประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/607947

  • วันที่ 30 พ.ย. 2562 เวลา 19:05 น.

เยอรมนียังไร้ที่ทิ้งกากกัมมันตรังสีล้านปี หลังเตรียมปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั่วประเทศ

เยอรมนีมีแผนปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั่วประเทศในปี 2022 แต่ยังไม่พบที่เหมาะสมสำหรับทิ้งกากกัมมันตรังสีล็อตใหญ่ในอีก 1 ล้านปีข้างหน้า

ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า หลังจากที่รัฐบาลเยอรมนีตัดสินใจลดปริมาณการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์ โดยมีแผนตั้งเป้าปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทุกแห่งทั่วประเทศภายในปี 2022 รวมทั้งบรรลุเป้าหมายเปลี่ยนไปใช้พลังงานหมุนเวียนให้ได้ 65% ของพลังงานทั้งหมดภายในปี 2030

แม้ว่าเรื่องดังกล่าวจะเป็นผลดีต่อการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาด แต่มันก็ได้สร้างปัญหาใหญ่อีกปัญหา เนื่องจากขณะนี้เหลือเวลาอีกไม่ถึง 3 ปี ที่เยอรมนีจะต้องหาวิธีจัดการกับขยะนิวเคลียร์และกากกัมมันตรังสีปริมาณมหาศาลถึง 28,000 ลูกบาศก์เมตร ในระยะยาว .. แต่ระยะยาวที่ว่านี่คือเวลาในอีก 1 ล้านปีข้างหน้า

ศาสตราจารย์ Miranda Schreurs หนึ่งในทีมนักวิชาการที่ต้องค้นหาสถานที่สำหรับเก็บกากกัมมันตรังสีเหล่านี้ในระยะยาว เผยผ่านซีเอ็นเอ็นว่า สิ่งที่ทีมผู้เชี่ยวชาญกำลังมองหาคือ สถานที่สำหรับฝังกากนิวเคลียร์จำนวน 2,000 ตู้ ซึ่งสถานที่ดังกล่าวต้องตั้งอยู่บนชั้นหินแข็ง ไม่มีแหล่งน้ำใต้ดิน หรือจะต้องไม่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว เพื่อให้แน่ใจว่าจะมีเกิดการรั่วไหลของกัมมันตรังสีในอนาคต แต่ทว่าพื้นส่วนใหญ่ของเยอรมนีไม่ได้มีลักษณะเช่นนั้น

ความท้าทายยังไม่หมดแค่นั้น ทีมของด็อกเตอร์ Schreurs ยังต้องหาทางออกของการขนส่งกากนิวเคลียร์เหล่านี้ รวมถึงต้องหาวัสดุห่อหุ้มในระยะยาวเพื่อให้แน่ใจว่ามันจะไม่รั่วไหล รวมถึงการสื่อสารกับมนุษย์ในอนาคตถึงอันตรายต่อสถานที่เก็บ แต่สิ่งที่ท้าทายที่สุดคือการที่ต้องค้นหาว่าจะมีชุมชนใดยอมให้มีการสร้างบ่อขยะนิวเคลียร์ใกล้กับชุมชนของพวกเขา

เหตุที่เยอรมนีตัดสินใจหาทางออกเกี่ยวกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศนั้น เป็นผลสืบเนื่องจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวใหญ่ในญี่ปุ่นเมื่อปี 2011 จนเป็นเหตุใหโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะระเบิด จากความกังวลด้านความปลอดภัย รัฐบาลนางแมร์เคิลจึงตัดสินใจบรรลุแผนการใช้พลังงานหมุนเวียนมากขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินด้วย แม้ว่าจะมีความกังวลจากหลายฝ่ายเกี่ยวกับความต้องการไฟฟ้าที่อาจไม่เพียงพอในอนาคต

 

ปัจจุบันเยอรมนีมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 7 โรงที่ยังคงเปิดทำการอยู่ แต่มีกำหนดปิดทั้งหมดภายในปี 2022

รัฐบาลเยอรมนีจะต้องหาสุสานขยะนิวเคลียร์เหล่านี้ให้ได้ก่อนกำหนดเส้นตายในปี 2031 โดยเป้าหมายของกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานของเยอรมนีคือการ “มอบความปลอดภัย และความมั่นคงที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในเวลาหลายล้านปีข้างหน้า” โดยเยอรมนีไม่มีแผนการส่งออกขยะนิวเคลียร์เหล่านี้ไปทิ้งในประเทศอื่น พวกเขาจะจัดการในประเทศเองทั้งหมด

ทีมนักวิทยาศาสตร์คาดว่าจะสามารถระบุพิกัดของสถานที่เก็บขยะนิวเคลียร์เหล่านี้ได้ภายในปีหน้า ก่อนจะเริ่มดำเนินการตามขั้นตอนอีกหลายขั้นตอนซึ่งกินเวลาเกินชั่วอายุคน สุดท้ายแล้วคาดว่าเยอรมนีจะสามารถปิดผนึกกากกัมมันตรังสีทั้งหมดไว้ในที่ปลอดภัยได้ภายในปีค.ศ. 2130 ถึง 2170 ซึ่งเมื่อถึงคราวนั้น ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาจะต้องหาวิธีการสื่อสารให้มนุษย์รุ่นต่อไปในอนาคตอีกหลายพันปีจากนี้ว่าไม่ควรรบกวนสถานที่เก็บกัมมันตรังสีเหล่านี้

ผู้นำบราซิลโทษลีโอนาร์โดทำให้เกิดไฟป่าแอมะซอน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/607935

  • วันที่ 30 พ.ย. 2562 เวลา 16:30 น.

ผู้นำบราซิลโทษลีโอนาร์โดทำให้เกิดไฟป่าแอมะซอน

ประธานาธิบดีบราซิลกล่าวหา ลีโอนาร์โด ดิแคปริโอ พระเอกฮอลลีวูดชื่อดัง ว่ามีส่วนในการบริจาคเงินสนับสนุนการลักลอบเผาป่าแอมะซอน ทั้งที่ไม่มีหลักฐานยืนยัน

ประธานาธิบดี ชาอีร์ โบลโซนารู ของบราซิล กล่าวสั้นๆ กับผู้สื่อข่าวว่า “ดิแคปริโอดูเท่มากเลยใช่ไหมที่จ่ายเงินให้คนมาเผาป่าแอมะซอน”

โดยก่อนหน้านี้ 1 วัน ผู้นำบราซิลได้เข้าไปแสดงความคิดเห็นในโซเชียลมีเดีย อ้างว่ากองทุนสัตว์ป่าโลก (WWF) ซึ่งเป็นองค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ จ่ายเงินจ้างอาสาสมัครดับไฟป่าให้ถ่ายภาพป่าแอมะซอนที่ถูกไฟไหม้ เพื่อนำภาพมาใช้ในการระดมเงินทุน รวมทั้งเงินบริจาคจำนวน 500,000 เหรียญสหรัฐจากดิแคปริโอ

ในเวลาต่อมา ตัวแทนจาก WWF ปฏิเสธว่าไม่ได้รับเงินจากพระเอกชื่อดัง และยืนยันว่าไม่ได้จ่ายเงินให้อาสาสมัครถ่ายภาพไฟป่า ขณะที่ดิแคปริโอออกแถลงการณ์ยืนยันว่าไม่เคยบริจาคเงินให้กับ WWF และชื่นชมชาวบราซิลที่ช่วยกันต่อสู้เพื่อรักษาธรรมชาติและมรดกทางวัฒนธรรม

ทั้งนี้ องค์การ Earth Alliance ที่ร่วมก่อตั้งโดยดิแคปริโอได้บริจาคเงิน 5 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อช่วยปกป้องป่าแอมะซอน หลังไฟป่าครั้งรุนแรงปะทุขึ้นเมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา

การกล่าวหานักแสดงฮอลลีวูดโดยไร้หลักฐานเกิดขึ้นไล่เลี่ยกับการบุกตรวจค้นที่ทำการขององค์กรไม่แสวงกำไร 2 แห่งในรัฐปาราและการจับกุมอาสาสมัครดับไฟป่า 4 ราย ที่ทางการบราซิลอ้างว่าลักลอบจุดไฟป่าเพื่อขอรับเงินบริจาค ก่อนทั้งหมดจะได้รับการปล่อยตัว

อย่างไรก็ดี การกล่าวหาดิแคปริโอสร้างความไม่พอใจให้บรรดานักเคลื่อนไหวและนักการเมืองฝ่านค้าน อาทิ แรนดอล์ฟ โรดริเกส วุฒิสมาชิกจากรัฐอามาปาทวีตว่า “ช่างน่าผิดหวังนัก ประธานาธิบดีที่ไร้ความสามารถและมักง่ายของพวกเราที่ต้องรับผิดชอบกับการทำลายป่าไม้ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ กลับโทษดิแคปริโอ แต่ไม่โทษรัฐบาลตัวเองที่ไม่ว่าจะขยับตัวทำอะไรก็สร้างแต่ความเสียหาย”

และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผู้นำบราซิลโจมตีนักเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อม นับตั้งแต่รับตำแหน่งเมื่อต้นปีที่ผ่านมา โบลโซนารูแสดงออกชัดเจนหลายครั้งว่าเป็นปฏิปักษ์กับนักเคลื่อนไหวหรือองค์กรไม่แสวงกำไรและผู้นำต่างชาติที่ประกาศตัวปกป้องป่าแอมะซอนและวิจารณ์จุดยืนด้านสิ่งแวดล้อมของเขา

นอกจากนี้ ประธานาธิบดีบราซิลยังประกาศชัดว่าจะขับไล่นักเคลื่อนไวและองค์กรไม่แสวงกำไรด้านสิ่งแวดล้อมออกจากประเทศให้เร็วที่สุด

สเปนจับเรือดำน้ำขนยาเสพติดได้เป็นครั้งแรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/607933

  • วันที่ 30 พ.ย. 2562 เวลา 15:52 น.

สเปนจับเรือดำน้ำขนยาเสพติดได้เป็นครั้งแรก

ตำรวจสเปนจับแก๊งยาใช้เรือดำน้ำขนโคเคน 3 ตัน มูลค่า 3,300 ล้านบาทได้เป็นครั้งแรก

เจ้าหน้าที่ตำรวจสเปนแถลงเปิดเผยเมื่อวานนี้ (29 พ.ย.) โดยระบุว่าสามารถจับกุมแก๊งค้ายาเสพติดที่ใช้เรือดำน้ำขนาดเล็กขนโคเคนจำนวน 3 ตัน เป็นมูลค่าสูงถึง 100 ล้านยูโร หรือกว่า 3,300 ล้านบาท เมื่อวันเสาร์ของสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกชายฝั่งแคว้นกาลิเซียทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ

ตำรวจระบุว่า การจับกุมนี้ถือเป็นครั้งแรกของยุโรปที่พบวิธีการใช้เรือดำน้ำขนยาเสพติด เพราะโดยปกติแล้ววิธีนี้มักถูกใช้ในบรรดาแก๊งค้ายาในแถบอเมริกากลางเพื่อขนยาเข้าสหรัฐ

เหตุที่ตำรวจเพิ่งสามารถแถลงการจับกุมหลังผ่านไปเป็นเวลาราวสัปดาห์นั้นเนื่องจาก เพิ่งสามารถทำให้เรือลอยขึ้นมาบนผิวน้ำได้อีกครั้งเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ก่อนลากมาเก็บหลักฐานยังท่าเรืออัลเดนในแคว้นกาลิเซีย

จากการตรวจค้นพบว่าภายในเรือมีหีบห่อบรรจุโคเคนจำนวน 152 ถุง น้ำหนักรวม 3 ตัน ถูกบรรจุอยู่ในเรือดำน้ำขนาด 20 เมตร จากขีดความสามารถบรรทุกได้ถึง 5ตัน ตำรวจเชื่อว่าเรือลำนี้ถูกสร้างมาเพื่อใช้ในภารกิจขนยาของแก๊งค้ายาเสพติดโดยเฉพาะ คาดว่ามีมูลค่าในการต่อเรือถึง 3 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเชื่อว่าเรือดำน้ำลำนี้ถูกสร้างขึ้นในประเทศกายอานา ทางตอนเหนือของทวีปอเมริกาใต้

 

ตำรวจสเปนได้จับกุมคนบนเรือได้ 2 คน ซึ่งเป็นชาวเอกวาดอร์ขณะพยายามหลบหนีจากเรือ ส่วนอีก 1 รายหนีรอดไปได้ พร้อมทั้งขยายผลการจับกุมผู้ต้องสงสัยได้อีก 1 รายที่เมือง Vigo ในแคว้นกาลิเซีย โดยเชื่อว่าทำหน้าที่เป็นฝ่ายสนับสนุนภาคพื้นดิน อำนวยความสะดวกการขนยาเข้ายุโรป

ทั้งนี้ สำหรับชายฝั่งแคว้นกาลิเซียของสเปนมีลักษณะเป็นเวิ้งอ่าวกระจายตัวตลอดแนวชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก ส่งผลให้ง่ายต่อการหลบซ่อนเพื่อลักลอบขนยาเสพติดขึ้นฝั่งเพื่อเป็นประตูเข้ากระจายยาเสพติดสู่ยุโรป อย่างไรก็ รายงานไม่ได้ระบุว่าว่าต้นทางของยาเสพติดเหล่านี้ถูกขนมาจากประเทศใด

บริษัทแม่ “Benz” จ่อเลิกจ้าง 10,000 ตำแหน่งทั่วโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/607918

  • วันที่ 30 พ.ย. 2562 เวลา 13:51 น.

บริษัทแม่ "Benz" จ่อเลิกจ้าง 10,000 ตำแหน่งทั่วโลก

“Daimler” เตรียมเลย์ออฟ 10,000 ตำแหน่งทั่วโลกใน 3 ปี เปลี่ยนผ่านผลิตรถEV

Daimler AG บริษัทแม่ของผู้ผลิตรถยนต์ Mercedes-Benz แถลงเมื่อวันที่ 29 พ.ย. ที่ผ่านมาว่า มีความจำเป็นต้องปรับลดต้นทุนเพื่อเตรียมเปลี่ยนผ่านไปสู่การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น ด้วยการปรับลดพนักงานลงอย่างน้อย 10,000 ตำแหน่งตัวโลกภายในปี 2022

จำนวนของพนักงานที่ถูกปรับลดดังกล่าวคิดเป็นอัตราส่วน 3% ของจำนวนแรงงานทั้งหมดของบริษัท โดยการประกาศปรับลดครั้งนี้มีขึ้นหลังบริษัทบรรลุข้อตกลงกับสหภาพแรงงานแล้ว

ความเคลื่อนไหวนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการลดค่าใช้จ่ายบริษัทซึ่งคาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ถึง 1,400 ล้านยูโร เพื่อนำเงินดังกล่าวไปลงทุนในโครงการวิจัยและพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าให้มากขึ้น

ปัจจุบัน เดมเลอร์มีพนักงานอยู่ทั่วโลกเกือบ 300,000 คนในโรงงาน 17 แห่งทั่วโลก ซึ่งเดมเลอร์นับเป็นรายล่าสุดในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ของเยอรมนี หลังจากไม่กี่วันก่อนหน้าที่ Audi ค่ายรถหรูในเครือ volkswagen ประกาศปรับลดพนักงานในเยอรมนี 9,500 คน ภายในปี 2025 ด้วยเหตุผลเดียวกันคือเพื่อลดคอสต์ในองค์กรเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตรถยนต์ไฟฟ้า

เดนมาร์กเผยจีนกำลังรุกคืบอาร์กติกอย่างมี”นัยยะซ่อนเร้น”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/607915

  • วันที่ 30 พ.ย. 2562 เวลา 12:54 น.

เดนมาร์กเผยจีนกำลังรุกคืบอาร์กติกอย่างมี"นัยยะซ่อนเร้น"

ข่าวกรองเดนมาร์กเผย จีนใช้กลยุทธ์รุกอาร์กติกด้วยการส่งทหารสวมรอยในคราบนักวิทยาศาสตร์สำรวจขั้วโลกเหนือ

หน่วยสืบราชการลับเดนมาร์กได้เผยรายงานเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ระบุว่า พบกิจกรรมความเคลื่อนไหวของจีนในแถบขั้วโลกเหนือมากขึ้น จากการที่จีนใช้กลยุทธ์ส่งทหารที่แฝงตัวในคราบทีมวิจัยทางวิทยาศาสตร์ลงสำรวจพื้นที่ในแถบอาร์กติกมากขึ้นเรื่อยๆ

รายงานหน่วยข่าวกรองเดนมาร์ก ระบุว่า อนาคตพื้นที่ในแถบขั้่วโลกเหนือจะกลายเป็นหนึ่งในสมรภูมิการเมืองโลกมากขึ้น โดยเฉพาะกับบรรดาชาติมหาอำนาจทั้งฝั่งสหรัฐ รัสเซีย รวมถึงจีน ซึ่งเหตุที่พื้นที่แถบอาร์กติกอยู่ในการจับตาของชาติมหาอำนาจนั้น เนื่องจากผลกระทบจากสภาวะโลกร้อน ส่งผลให้น้ำแข็งในแถบอาร์กติกลดระดับลง ทำให้การเข้าถึงแหล่งทรัยพากรธรรมชาติอันมหาศาลที่ยังไม่ถูกค้นพบทำได้ง่ายมากขึ้น

เมื่อช่วงต้นปี 2018 ที่ผ่านมา “จีน” ได้กำหนดสถานะของตนเองในฐานะ “รัฐใกล้อาร์กติก” (Near-Arctic State) พร้อมตีพิมพ์สมุดปกขาวที่ระบุถึงกลยุทธ์ทางสายไหมอาร์กติก (Polar Silk Road) ซึ่งจีนใช้วิธีเดียวกันนี้ในการแผ่ขยายอิทธิไปยังหลายประเทศทั่วโลกผ่านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และโครงการวิจัยทางวิทยาศาสตร์

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาจีนลงทุนอย่างหนักในการวิจัยด้านอาร์กติก แต่หัวหน้าหน่วยข่าวกรองด้านการป้องกันประเทศของเดนมาร์ก Lars Findsen กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า การสำรวจวิจัยของจีนในแถบอาร์กติกไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่ยังแฝงนัยยะซ้อนเร้นอย่างสำคัญไว้

“เรากำลังจับตาดูกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ของจีนในแถบอาร์กติก และพบว่ากองกำลังจีนกำลังแสดงความสนใจในพื้นที่บริเวณนี้มากขึ้น”

อย่างไรก็ดี หัวหน้าหน่วยข่าวกรองเดนมาร์กปฏิเสธที่จะเผยถึงชื่อโครงการสำรวจของจีน ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว

ทั้งนี้ สำหรับพื้นที่แถบอาร์กติกได้กลายเป็นประเด็นความสนใจระดับโลกเมื่อช่วงไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ หลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์เปรยว่าสหรัฐต้องการซื้อดินแดนกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นเขตปกครองตนเองภายใต้รัฐบาลเดนมาร์ก กระทั่งส่งผลให้กลายเป็นข้อพิพาททางการทูตระหว่างผู้นำสหรัฐกับนายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก

แม้ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่เคยพูดถึงเหตุผลที่ชัดเจนของความต้องการกรีนแลนด์ของเขา แต่หลายฝ่ายเชื่อว่าเกี่ยวข้องโดยตรงกับเหตุผลด้านภูมิรัฐศาสตร์และทรัพยากรธรรมชาติอันมหาศาลที่ยังไม่ถูกค้นพบ

Usman Khan ชายผู้ก่อเหตุไล่แทงบนสะพานลอนดอน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/607907

  • วันที่ 30 พ.ย. 2562 เวลา 10:46 น.

Usman Khan ชายผู้ก่อเหตุไล่แทงบนสะพานลอนดอน

เผยคนร้ายเหตุไล่แทงบนสะพานลอนดอน เป็นอดีตนักรบญิฮาดหัวรุนแรง

จากเหตุการณ์ที่คนร้ายเป็นชายสวมเสื้อกั๊กติดระเบิดพร้อม ไล่แทงผู้คนบนสะพานลอนดอนบริดจ์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ช่วงบ่ายตามเวลาในกรุงลอนดอนจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตสองรายและบาดเจ็บสามราย รวมถึงตัวคนร้ายถูกตำรวจยิงเสียชีวิตนั้น ภายมีการเปิดเผยว่าผู้ก่อเหตุคือนาย Usman Khan อดีตนักรบญิฮาดหัวรุนแรงซึ่งเคยถูกจำคุกฐานสมคบคิดก่อการร้ายมาแล้ว

เหตุดังกล่าวเริ่มจากที่ทางตำรวจลอนดอนได้รับแจ้งว่า มีคนร้ายสวมเสื้อกั๊กติดระเบิดปลอม ไล่แทงผู้คนบนสะพานลอนดอนบริดจ์ ทางตำรวจจึงรุดไปยังที่เกิดเหตุ จากนั้นสั่งอพยพประชาชนที่สัญจรไปมาบนสะพานให้ออกที่เกิดเหตุพร้อมปิดกั้นพื้นที่ ก่อนจะมีเสียงปืนดังขึ้นตามมา

ภายหลังเหตุดังกล่าว ฝ่ายต่อต้านก่อการร้ายกองบัญชาการตำรวจนครบาลลอนดอน กล่าวเหตุการณ์นี้ ซึ่งเป็นชายวัย 28 ปี ที่ชื่อว่า Usman Khan เป็นผู้ลงมือก่อเหตุใช้มีดไล่แทงผู้คนที่เดินไปมาบนสะพาน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย เป็นชายหนึ่ง หญิงหนึ่ง และมีเหยื่ออีกสามรายเป็นชายหนึ่งหญิงสองได้รับบาดเจ็บ

เหตุการณ์ดังกล่าวยุติลงเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมทั้งพลเมืองดีที่อยู่ในเหตุการณ์ช่วยกันสกัดคนร้าย โดยเสียงปืนที่ได้ยินคือเสียงปืนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยิงเพื่อสกัดคนร้าย เป็นเหตุให้คนร้ายเสียชีวิต ขณะที่ตำรวจไม่พบว่ามีคนร้ายรายอื่นร่วมก่อเหตุด้วย

เรื่องดังกล่าวส่งผลให้ด้านนาย ซาดิก ข่าน นายกเทศมนตรีลอนดอน กล่าวยกย่องตำรวจและพลเมืองดีที่ช่วยการระงับเหตุ ซึ่งนับเป็นความร่วมมืออย่างดีระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังลอนดอนเคยเผชิญเหตุก่อการร้ายรุนแรงครั้งล่าสุดเมื่อปี 2017 จากการที่มีคนร้าย 3 คนไล่แทงผู้คนบริเวณสะพานจนมีผู้เสียชีวิตถึง 8 ราย บาดเจ็บ 48 ราย

สำหรับประวัติของนาย Usman Khan พบว่าเขาเคยขังอยู่ในเรือนจำ หลังตำรวจพบหลักฐานที่เชื่อมโยงกับกลุ่มก่อการร้ายอัลกอิดะห์ในปี 2012 จากการที่พบหลักฐานซึ่งเชื่อได้ว่าเขาและผู้สมรู้ร่วมคิดอีกสองคน มีแผนทำการก่อการร้าย ก่อนจะถูกตัดสินจำคุก 16 ปี แต่ว่าเขาได้รับการลดหย่อนโทษเหลือจำคุก 8 ปี กระทั่งได้รับการปล่อยตัวออกมาเมื่อปีที่แล้ว พร้อมกับมีการติดกำไลอีเอ็มที่ข้อเท้าเพื่อติดตามตัว

ครั้งหนึ่งในระหว่างการพิจารณาคดี ผู้พิพากษาเคยเตือนว่า เขาเป็นญิฮาดหัวรุนแรงที่ไม่ควรได้รับการปล่อยตัวในขณะที่เขาอาจเป็นภัยคุกคามต่อสาธารณะได้ทุกเมื่อ

แวนคูเวอร์ขานรับกระแสเตรียมแบนถุง-หลอดพลาสติกต้นปีหน้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/607863

  • วันที่ 29 พ.ย. 2562 เวลา 19:00 น.

แวนคูเวอร์ขานรับกระแสเตรียมแบนถุง-หลอดพลาสติกต้นปีหน้า

เมืองแวนคูเวอร์ของแคนาดาเริ่มแบนหลอดและถุงพลาสติกต้นปีหน้า เพื่อลดปัญหาขยะพลาสติก

ทางการเมืองแวนคูเวอร์ของแคนาดาประกาศห้ามใช้หลอดพลาสติกนับตั้งแต่วันที่ 22 เม.ย. ปีหน้า ตามด้วยถุงพลาสติก รวมทั้งถุงที่สามารถย่อยสลายได้ โดยเริ่มแบนตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2021 เพื่อลดการใช้ถุงพลาสติกและพลาสติกชนิดใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง นับเป็นเมืองหลักของแคนาดาเมืองแรกๆ ที่มีนโยบายดังกล่าว และเป็นไปตามกระแสโลกที่หันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาขยะพลาสติก

และเมื่อกฎดังกล่าวใช้บังคับแล้ว ทางการอนุญาตให้ร้านค้าคิดเงินค่าถุงกระดาษ 0.15 เหรียญแคนาดา หรือ 3.41 บาท ในปีแรก และหลังจากนั้นคิด 0.25 เหรียญแคนาดา หรือ 5.69 บาท ส่วนแก้วที่สามารถย่อยสลายได้และช้อนส้อมพลาสติกไม่ห้ามใช้ แต่จะคิดค่าใช้จ่ายใบละ 0.25 เหรียญแคนาดานับตั้งแต่เดือน ม.ค. 2021 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ผลการศึกษาของรัฐบาลแคนาดาเมื่อต้นปีพบว่า แต่ละปีชายหาดในเมืองแวนคูเวอร์มีคนทิ้งขยะถุงพลาสติกและหลอดพลาสติกราว 3% ของขยะทั้งหมด และเกือบ 90% ของขยะพลาสติกในแคนาดาไปจบลงที่หลุมฝังกลบขยะและสิ่งแวดล้อม

ตำรวจพบระเบิดเพลิง 4,000 ขวด ซุก”โพลียูฮ่องกง”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/607872

  • วันที่ 29 พ.ย. 2562 เวลา 17:44 น.

ตำรวจพบระเบิดเพลิง 4,000 ขวด ซุก"โพลียูฮ่องกง"

ตำรวจฮ่องกงเข้าเคลียร์พื้นที่ “โพลียู” พบระเบิดขวดพร้อมใช้เกือบ 4,000 ขวด-คันธนูพร้อมลูกดอกราว 200 ดอก

หลังจากเหตุการณ์ความรุนแรงระหว่างผู้ประท้วงกับเจ้าหน้าที่ปราบจลาจลที่มหาวิทยาลัยโพลีเทคนิคฮ่องกง หรือ โพลียู (Poly-U) ยุติลง เมื่อวานนี้ (28 พ.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยพิสูจน์หลักฐานได้เข้าตรวจสอบภายในมหาวิทยาลัย พร้อมระบุว่าได้ทำการยึดระเบิดขวด (Molotov cocktail) ที่บรรจุน้ำมันก๊าดพร้อมใช้งานเป็นจำนวนมากถึงเกือบ 4,000 ขวดภายในมหาวิทยาลัย

 

 

รายงานระบุว่า ทางการฮ่องกงได้ส่งทีมเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบในพื้นที่มหาวิทยาลัยโพลียู เพื่อรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ และเก็บกู้วัตถุอันตรายและอาวุธร้ายแรง โดยตำรวจพบว่ามีระเบิดขวดพร้อมใช้งานถึง 3,989 ขวด จำนวนนี้มี 100 ลูกที่ขวดถูกผูกกับกระป๋องก๊าซเพื่อเพิ่มแรงระเบิดและรัศมีการทำลายล้าง

ของเหลวที่มีฤทธิ์กัดกร่อน 601 ขวด สารเคมีตั้งต้นทำระเบิด และสิ่งเทียมอาวุธ 573 ชิ้น โดยจำนวนนี้รวมถึงคันธนูที่ถูกยึดได้เป็นจำนวนมาก พร้อมลูกดอก 200 ลูก ระหว่างตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ฮ่องกงได้ยึดสารเคมีอันตรายในปริมาณมาก มีทั้งระเบิดขวดไฮโดรเจนปิโตรเลียมเหลว วัตถุไวไฟเกือบ 500 ลิตร และสารพิษอันตรายอีก 80 ลิตร

 

 

หลังการเข้าตรวจสอบเสร็จสิ้น ทางตำรวจฮ่องกงได้ส่งมอบพื้นที่กลับคืนสู่ฝ่ายบริหารของมหาวิทยาลัยแล้ว

ทั้งนี้ ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้ประท้วงหลายรายซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักศึกษา ได้ยอมจำนนต่อการจับกุม ขณะที่บางส่วนสามารถหลบหนีออกไปได้ โดยจากเหตุความรุนแรงที่โพลียูนั้น ทางตำรวจได้สรุปยอดของผู้ถูกจับกุมถึง 1,377 คน 810 คนถูกจับขณะพยายามหลบหนีจากมหาวิทยาลัย พร้อมๆอีก 567 คนในบริเวณใกล้เคียง และอีก 318 คนที่มาอายุต่ำกว่า 18 ปี

“ศรีลังกา-ปาปัวฯ” ความเหมือนที่แตกต่างต่อกับดักหนี้จีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/607853

  • วันที่ 29 พ.ย. 2562 เวลา 16:30 น.

"ศรีลังกา-ปาปัวฯ" ความเหมือนที่แตกต่างต่อกับดักหนี้จีน

ศรีลังกาต้องการฉีกสัญญาจีนเช่าท่าเรือ ส่วนปาปัวฯกำลังเจอหนี้เงินกู้จีนท่วมหัว

ศรีลังกาประเทศเกาะขนาดเล็กในมหาสมุุทรอินเดียที่เพิ่งได้รัฐบาลชุดใหม่ นำโดยประธานาธิบดี โกตาพญา ราชปักษา ต้องการยกเลิกสัญญาที่รัฐบาลชุดก่อนทำร่วมกับจีนในการเช่าท่าเรือแฮมบันโตตา ทางใต้ของประเทศเป็นเวลา 99 ปี โดยเขาอ้างเหตุผลเพื่อต้องการรักษาผลประโยชน์ของชาติ

เมื่อปี 2017 อดีตนายกรัฐมนตรีรานิล วิกรามาสิงหะ ได้ลงนามในข้อตกลงพัฒนาท่าเรือน้ำลึกร่วมกับจีนเป็นมูลค่ากว่า 1,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 33,200 ล้านบาท) โดยให้จีนควบคุมและพัฒนาท่าเรือน้ำลึกในเมืองแฮมบันโตตา

รัฐบาลชุดก่อนเชื่อว่า เงินจำนวน1,100 ล้านดอลลาร์ที่จีนให้ศรีลังกากู้ จะช่วยให้ศรีลังกาชำระเงินกู้จากต่างประเทศได้ โดยภายใต้ข้อตกลงนี้รวมไปถึงการให้สิทธิบริษัท China Merchants Port Holdings Co. ใช้ประโยชน์จากท่าเรือแห่งนี้เป็นเวลา 99 ปี และพื้นที่ใกล้เคียงราว 6,000 ไร่ทำเขตอุตสาหกรรม เพื่อแลกกับการที่ศรีลังกาไม่ชำระใช้หนี้เงินกู้จีน

ประธานาธิบดี โกตาพญา ราชปักษา (น้อยชาย) และนายกรัฐมนตรี มหินทา ราชปักษา (พี่ชาย)

ท่าเรือแฮมบันโตตาถูกมองว่าจะเป็นหนึ่งในท่าเรือสำคัญของโครงการเส้นทางสายไหมใหม่ของจีนที่จะมีบทบาทต่อการขนส่งสินค้าในอนาคต

ทว่าดูเหมือนรัฐบาลศรีลังกาชุดปัจจุบันภายใต้การบริหารของนายกรัฐมนตรี มหินทา ราชปักษา ผู้เป็นพี่ชายของประธานาธิบดีโกตาพญา และเป็นอดีตประธานาธิบดีศรีลังกาเช่นกัน ต้องการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขดังกล่าว

“เราต้องการให้พวกเขาคืน(ท่าเรือ)ให้เรา” Ajith Nivard Cabraal อดีตผู้ว่าการแบงก์ชาติศรีลังกา และเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของนายกรัฐมนตรีมหินทา กล่าวผ่านสื่อโดยระบุว่า “เรื่องดังกล่าวไม่มีอะไรซับซ้อน คือจีนมอบท่าเรือให้เรา แล้วเราจะชำระเงินกู้1,100 ล้านดอลลาร์แทน”

ท่าเรือแฮมบันโตตา

ท่าเรือแห่งนี้เป็นหนึ่งในโครงการหนึ่งแถบหนึ่งทางตามดำริของประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ซึ่งได้กลายเป็นข้อถกเถียงในหลายประเทศ ตั้งแต่เคนย่าไปจนถึงเมียนมา จากกรณีกับดักหนี้จากการลงทุนของจีน

ท่าทีของประธานาธิบดีโกตาพญา ผู้เป็นอดีตรัฐมนตรีกลาโหม ได้แสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงสัญญาที่ถูกมองว่าเป็นการบ่อนทำลายความมั่นคงของชาติ

อย่างไรก็ดี เรื่องดังกล่าวทางการจีนได้ส่งแถลงการณ์ไปยังรัฐบาลศรีลังกาว่า “ความร่วมมือระหว่างจีน-ศรีลังกาในโครงการท่าเรือแฮมบันโตตา มีขึ้นบนพื้นฐานความเสมอภาคและการให้คำปรึกษาต่อกัน … จีนรอคอยจะร่วมมือกับศรีลังกาในการทำให้ท่าเรือแฮมบันโตตากลายเป็นศูนย์กลางการขนส่งแห่งใหม่ในมหาสมุทรอินเดียและช่วยพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น”

 

ภาพ : AFP

ความเหมือนที่(เกือบ)แตกต่าง

โดยปาปัวนิวกินีซึ่งเป็นประเทศหมู่เกาะขนาดใหญ่ในแถบโอเชเนีย กำลังเผชิญกับปัญหาตัวเลขขาดดุลงบประมาณที่สูงขึ้นเรื่อยๆจนอาจสูงได้ถึง 25% ภายในปี 2023 ตามรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์

ปาปัวนิวกินี ประเทศที่อยู่กึ่งกลางระหว่างสองยักษ์ใหญ่มหาอำนาจทั้งสหรัฐและจีน ได้ตำหนิการใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือยของรัฐบาลชุดก่อนหน้าที่่กู้เงินทุนจากต่างชาติมาใช้จ่ายด้านต่างๆ ส่งผลให้ยอดหนี้คงค้างของปาปัวฯสูงขึ้นจากปีงบประมาณก่อนหน้าถึงร้อยละ 10 คิดเป็นยอดขาดดุลต่อจีดีพีถึง 42%

แต่เดิมปาปัวนิวกินี เป็นชาติพันธมิตรกับทั้งสหรัฐและออสเตรเลีย เนื่องจากเป็นชาติในเครือจักรภพ แต่ทว่าช่วงที่อดีตนายกรัฐมนตรี Peter O’Neill บริหารประเทศ ได้นำพาปาปัวนิวกินีเข้าหาทางรัฐบาลปักกิ่งมากขึ้น

แม้ว่าจากข้อมูลงบประมาณที่ทางการปาปัวฯเปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดี (28 พ.ย.) ที่ผ่านมาจะไม่ได้ระบุว่าประเทศแห่งนี้เป็นหนี้จีนอยู่เท่าไหร่ แต่ตารางการชำระหนี้แสดงให้เห็นว่าจีนได้กลายเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของปาปัวฯแล้ว โดยคาดว่าจะมียอดที่ต้องชำระถึงสูงถึง 67 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2023 เพิ่มขึ้นถึง 25%

ภาพ : AFP

Ian Ling-Stuckey รมว.คลังปาปัวฯ ยอมรับว่า ยอดหนี้ที่เพิ่มขึ้นนั้น ส่วนหนึ่งมาจากความหน้าใหญ่ของรัฐบาลชุดก่อนที่ใช้จ่ายเงินไปกับการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมเอเปก ดังจะสังเกตได้จากการที่อดีตนายกรัฐมนตรีปาปัวฯ สั่งซื้อรถยนต์หรูมาเซราติ รุ่น Quattroporte จำนวน 40 คันมาใช้รับส่งคณะผู้นำต่างชาติที่เดินทางมาร่วมประชุมดังกล่าว

ปัจจุบันปาปัวฯ มีนายกรัฐมนตรีคนใหม่คือนาย James Marape ซึ่งเขามารับตำแหน่งต่อจากนาย Peter O’Neill หลังจากที่เขาถูกสภาโหวตไม่ไว้วางใจ

สำหรับปีงบประมาณ 2020 ปาปัวมียอดงบฯขาดดุลสูงถึง 18,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่รายรับของประเทศอยู่ที่ 14,100 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ประเทศหมู่เกาะแห่งนี้ต้องเผชิญกับการขาดดุลมากที่สุดที่เคยมีมา

เยอรมนีเข้มคุ้มครองบริษัทไฮเทค หวั่นทุนจีนเทคโอเวอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/607827

  • วันที่ 29 พ.ย. 2562 เวลา 13:12 น.

เยอรมนีเข้มคุ้มครองบริษัทไฮเทค หวั่นทุนจีนเทคโอเวอร์

หวั่นจีนก๊อบปี้เทคโนโลยี เยอรมนีเล็งออกกฎหมายคุมเข้มต่างชาติเข้าซื้อกิจการ

เอเอฟพีรายงาน กระทรวงเศรษฐกิจของเยอรมนีเผยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า มีแผนเตรียมออกกฎระเบียบที่เข้มงวดมากขึ้นเกี่ยวกับบริษัทต่างชาติที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดสหภาพยุโรป (non-EU firms) เข้ามาซื้อกิจการของบริษัทด้านเทคโนโลยีสัญชาติเยอรมัน หลังพบสัญญาณว่ากลุ่มทุนจากจีนหลายแห่งกำลังรุกคืบเข้ามาซื้อกิจการธุรกิจในยุโรป รวมถึงในเยอรมนี

ทางการเยอรมนีระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างกำลังร่างบทแก้ไขเพิ่มเติมในบัญญัติระเบียบการค้าต่างประเทศ ซึ่งจะทำให้รัฐบาลมีอำนาจในการเข้าทบทวนหรือสั่งห้ามบริษัทต่างชาติที่มีแผนจะเข้าซื้อหุ้นอย่างต่ำร้อยละ 10% ของกิจการบริษัทด้านเทคโนโลยีชั้นสูงในเยอรมนี

ร่างบทแก้ไขฉบับนี้ จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อ บริษัทเทคโนโลยีชั้นสูงของเยอรมนี โดยเฉพาะด้านหุ่นยนต์, ปัญญาประดิษฐ์, เซมิคอนดักเตอร์, ไบโอเทคโนโลยี และ เทคโนโลยีควอนตัม

คำแถลงของกระทรวงเศรษฐกิจเยอรมนีระบุว่า “การแก้ไขครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายห้ามการซื้อขายกิจการ แต่เป็นเรื่องการเข้าไปตรวจสอบในกรณีการซื้อขายกิจการที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสำคัญให้มากขึ้น”

ความคืบหน้านี้มีขึ้นหลังจากช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บริษัทจีนหลายแห่งได้เข้ากลายเป็นผู้ถือหุ้น หรือเทคโอเวอร์กิจการบริษัทด้านเทคโนโลยีหลายแห่ง รวมถึงบริษัทด้านการขนส่งทั้งสนามบิน ท่าเรือ ในสหภาพยุโรป

เมื่อปี 2016 Kuka ซึ่งเป็นบริษัทด้านหุ่นยนต์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยีออโตเมชั่น ได้ถูกบริษัท Midea ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าสัญชาติจีนเข้าซื้อกิจการ ส่งผลให้หลายฝ่ายหวั่นว่าเทคโนโลยีสำคัญของเยอรมนีกำลังถูกขายให้บริษัทจีน

เรื่องดังกล่าวส่งผลให้นายกรัฐมนตรีหลี่ เค้อเฉียง ของจีนได้กล่าวระหว่างการเยือนกรุงเบอร์ลินเมื่อเดือนก.ค.ปีที่แล้ว เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า การลงทุนของจีนในเยอรมนี ไม่ได้เป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคง พร้อมย้ำว่าบริษัทจีนต้องการเรียนรู้จากประสบการณ์และเทคโนโลยีของเยอรมนี

File Photo : AFP