ยูเครนอาจตกลงสันติภาพกับรัสเซียได้ใน 1-2 สัปดาห์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678199

วันที่ 15 มี.ค. 2565 เวลา 15:32 น.ยูเครนอาจตกลงสันติภาพกับรัสเซียได้ใน 1-2 สัปดาห์

ที่ปรึกษาของเซนเลรสกี ประธานาธิบดียูเครนเผยว่าการพูดคุยกับฝ่ายรัสเซียออกมาใน “เชิงสร้างสรรค์” มากขึ้น

สำนักข่าว RT รายงานว่า อเล็กเซย์ อาเรสโตวิช (Alexey Arestovich) ที่ปรึกษาประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครนกล่าวว่า รัฐบาลมอสโกและรัฐบาลเคียฟสามารถลงนามในข้อตกลงสันติภาพในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

“ผมเชื่อว่า เป็นไปได้มากว่าเราจะมีข้อตกลงสันติภาพภายในเดือนพฤษภาคม ต้นเดือนพฤษภาคม หรืออาจจะเร็วกว่านั้นด้วยซ้ำ เราจะมาดูกันว่ามันจะเป็นอย่างไร” อาเรสโตวิช กล่าวเมื่อวันจันทร์ขณะปรากฏตัวในช่อง YouTube ของ Mark Feygin ซึ่งเป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมือง

อาเรสโตวิชเสริมว่าในกรณีที่ดีที่สุด ข้อตกลงเกี่ยวกับการถอนทหารรัสเซียสามารถทำได้ภายใน ” 1 – 2 สัปดาห์”

ที่ปรึกษาของประธานาธิบดียูเครนกล่าวว่าการเจรจารอบที่ 4 ซึ่งดำเนินการในวันจันทร์ผ่านลิงก์วิดีโอนั้นค่อนข้าง “สร้างสรรค์” มากขึ้น

ก่อนหน้านี้คณะผู้เจรจาตกลงกันเกี่ยวกับเส้นทางอพยพพลเรือนจากเมืองที่มีการต่อสู้ เช่น มาริอูปอล เมืองท่าชายฝั่งทะเลอาซอฟที่ล้อมรอบด้วยกองทหารรัสเซียและกองกำลังของสาธารณรัฐประชาชนโดเนตสค์ อย่างสมบูรณ์

Photo – Yulia Vigrinyak จากเมือง Mykolaiv ร้องไห้ขณะที่เธออุ้มสุนัขของเธอหลังจากที่พวกเขามาถึงโดยเรือข้ามฟากหลังจากหนีจากการรุกรานยูเครนของรัสเซียที่จุดผ่านแดน Isaccea-Orlivka ประเทศโรมาเนีย 14 มีนาคม 2022 REUTERS / Stoyan Nenov 

จีนต้องการเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678186

วันที่ 15 มี.ค. 2565 เวลา 14:02 น.จีนต้องการเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐ

ทางการจีนไม่ต้องการได้รับผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐกรณีสงครามยูเครน

Bloomberg รายงานว่า หวังอี้ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศจีนเผยว่า จีนต้องการหลีกเลี่ยงผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐจากการทำสงครามของรัสเซีย นับเป็นหนึ่งในถ้อยแถลงที่ชัดเจนที่สุดของปักกิ่งเกี่ยวกับบทลงโทษของสหรัฐที่ทำให้เกิดการเทขายในตลาดครั้งประวัติศาสตร์

“จีนไม่ใช่คู่กรณีในวิกฤตนี้ และไม่ต้องการให้การคว่ำบาตรกระทบจีน” หวังเผยระหว่างการพูดคุยทางโทรศัพท์กับ โฮเซ มานูเอล อัลบาเรส รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสเปนเพื่อหารือเกี่ยวกับสงครามยูเครน “จีนมีสิทธิที่จะปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ที่ชอบด้วยกฎหมายของตัวเอง”

Bloomberg ระบุว่า บรรดานักลงทุนพากันกังวลว่าบริษัทสัญชาติจีนจะถูกสหรัฐคว่ำบาตรหลังจากเจ้าหน้าที่สหรัฐเผยว่ารัสเซียขอความช่วยเหลือด้านการทหารและการเงินจากจีน โดยบุคคลที่ทราบเรื่องเผยว่า สหรัฐเตือนพันธมิตรในยุโรปว่ารัสเซียร้องขอโดรนติดอาวุธจากจีนเมื่อช่วงปลายเดือน ก.พ.

จีนโต้กลับรายงานที่บอกว่ารัสเซียขออาวุธว่าเป็นการบิดเบือนข้อมูล ส่วนรัสเซียปฏิเสธว่าไม่ได้ขอความช่วยเหลือจากจีน ทว่าทั้งสองประเทศยังไม่มีปฏิกิริยากับเรื่องโดรนติดอาวุธซึ่งจีนขายให้กับหลายประเทศ อาทิ ซาอุดีอาระเบีย ปากีสถาน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

China Daily via REUTERS

บก.รัสเซียแฉกลางรายการสด สื่อของรัฐโกหกประชาชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678168

วันที่ 15 มี.ค. 2565 เวลา 13:00 น.บก.รัสเซียแฉกลางรายการสด สื่อของรัฐโกหกประชาชน

“อย่าไปเชื่อ พวกเขากำลังโกหก” บก.ชูป้ายประท้วงต่อต้านสงครามกลางรายการข่าวรัสเซีย

The Guardian รายงานว่ามารินา ออฟไซยานิโควา (Marina Ovsyannikova) บรรณาธิการข่าวจากสถานีโทรทัศน์ Channel One ของรัฐบาลรัสเซียเรียกเสียงฮือฮาไปทั่วโลกหลังจากที่เธอบุกเข้าไปในฉากขณะที่กำลังมีการถ่ายทอดสดรายการข่าวในช่วงเย็นวันจันทร์ (14 มี.ค.) ที่ผ่านมา และชูป้ายข้อความ “อย่าไปเชื่อโฆษณาชวนเชื่อ พวกเขากำลังโกหกคุณอยู่” “ชาวรัสเซียไม่เอาสงคราม”

พร้อมตะโกนว่า “หยุดสงคราม ไม่เอาสงคราม”

แม้ว่าผู้ประกาศข่าวจะพยายามอ่านข่าวต่อไปให้ดังขึ้นเพื่อกลบเสียงของออฟไซยานิโควา แต่การประท้วงของเธอออกสู่สายตาสาธารณชนเป็นเวลาหลายวินาที ก่อนที่ทางช่องจะตัดภาพออกไป

ออฟไซยานิโควายังได้เปิดเผยผ่านกลุ่มสิทธิมนุษยชน OVD-Info โดยระบุว่าเธอละอายใจที่ต้องทำงานให้กับ Channel One และเผยแพร่โฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาลรัสเซีย

“มันช่างน่าเศร้า เป็นเวลาหลายปีแล้วที่ฉันทำงานให้กับ Channel One และโฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาลรัสเซีย ตอนนี้ฉันรู้สึกละอายใจมาก ละอายใจที่ต้องบอกเล่าเรื่องโกหกผ่านหน้าจอโทรทัศน์ ละอายใจที่ยอมให้คนรัสเซียกลายเป็นซอมบี้ เมื่อความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้นในปี 2014 เราก็เงียบ เมื่อนาวัลนี (แกนนำฝ่ายค้าน) ถูกรัฐบาลวางยาพิษเราก็ไม่ได้ออกมาพูด”

“เรากำลังเฝ้าดูระบอบการปกครองที่ต่อต้านมนุษย์อย่างเงียบๆ และตอนนี้โลกได้หันหลังให้กับเรา อีก 10 รุ่นต่อไปก็ยังไม่สามารถชำระล้างความอัปยศของสงครามนี้ได้” “สิ่งที่เกิดขึ้นในยูเครนคืออาชญากรรม และรัสเซียคือผู้รุกราน ความรับผิดชอบของการรุกรานครั้งนี้อยู่บนบ่าของคนคนเดียวคือ วลาดิมีร์ ปูติน”

ในแถลงการณ์ทางวิดีโอ ออฟไซยานิสวมสร้อยคอสีน้ำเงิน-เหลือง สีธงชาติยูเครนโดยกล่าวว่าพ่อของเธอเป็นชาวยูเครน และแม่ของเธอเป็นชาวรัสเซีย

เธอเรียกร้องให้เพื่อนชาวรัสเซียเข้าร่วมการประท้วงต่อต้านสงครามเพื่อยุติความขัดแย้ง “มีเราเพียงเท่านั้นที่จะหยุดความบ้าคลั่งทั้งหมดนี้ ไปประท้วง อย่าไปกลัว พวกเขาไม่สามารถขังเราทุกคนได้หรอก”

ด้านประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนกล่าวเมื่อคืนวันจันทร์ว่า “ขอบคุณชาวรัสเซียที่ไม่หยุดความพยายามที่จะเปิดเผยความจริง และต่อสู้กับการบิดเบือนข้อมูล” โดยกล่าวถึงออฟไซยานิโควาที่บุกเข้าไปในสตูดิโอถ่ายทอดสดพร้อมชูป้ายต่อต้านสงครามด้วย

อย่างไรก็ตาม OVD-Info กล่าวว่าออฟไซยานิโควาถูกจับกุมไม่นานหลังจากที่เธอออกมาประท้วงกลางรายการสด โดยรายงานระบุว่าเธออาจต้องรับโทษจำคุกฐานเผยแพร่ “ข่าวปลอม” เกี่ยวกับกองทัพรัสเซีย ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุด 15 ปี และอาจมีความผิดฐานยุยงปลุกปั่นให้เกิดความไม่สงบ จากการปลุกระดมให้ชาวรัสเซียออกมาประท้วง หรือความผิดฐานกระทำในที่สาธารณะเพื่อทำลายชื่อเสียงของกองกำลังติดอาวุธของรัสเซีย

ทั้งนี้ นับตั้งแต่เริ่มสงครามเมื่อเดือนที่ผ่านมา รัสเซียได้ดำเนินการปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วง สำนักข่าวอิสระ และเครือข่ายโซเชียลมีเดียต่างประเทศอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน โดยรายงานระบุว่าประชาชนเกือบ 15,000 คนรวมทั้งเด็กและผู้สูงอายุถูกควบคุมตัวเนื่องจากการประท้วงต่อต้านสงคราม

ขณะที่โทรทัศน์ของรัฐยังคงเป็นแหล่งข่าวหลักสำหรับชาวรัสเซียหลายล้านคน ท่ามกลางข้อครหาว่ามีการเผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือนและโฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาล

Photo by Channel One/via REUTERS

UN เตือนเป็นไปได้ว่าจะเกิดสงครามนิวเคลียร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678170

วันที่ 15 มี.ค. 2565 เวลา 12:17 น.UN เตือนเป็นไปได้ว่าจะเกิดสงครามนิวเคลียร์

เลขาธิการสหประชาชาติเตือนเป็นไปได้ว่าสงครามรัสเซีย-ยูเครนจะลงเอยด้วยสงครามนิวเคลียร์

อันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (UN) ส่งสัญญาณเตือนเกี่ยวกับการยกระดับความพร้อมของกองกำลังนิวเคลียร์หลักบุกยูเครน โดยกูเตร์เรสเรียกว่าเป็น “ความเคลื่อนไหวที่หนาวไปถึงกระดูก”

“โอกาสของความขัดแย้งทางนิวเคลียร์ซึ่งครั้งหนึ่งไม่สามารถจินตนาการได้ ขณะนี้กลับมาอยู่ในขอบเขตของความเป็นไปได้”

กูเตร์เรสเตือนอีกว่า สงครามที่กำลังลุกลามบานปลายในยูเครนไม่ว่าจะโดยอุบัติเหตุหรือโดยตั้งใจจะเป็นภัยคุกคามต่อมนุษยชาติทั้งมวล

“ถึงเวลาแล้วที่จะหยุดสร้างความสยองขวัญให้กับประชาชนของยูเครน และกลับเข้าสู่เส้นทางของการทูตและสันติภาพ” กูเตร์เรสกล่าว

นอกจากนี้ยังเตือนว่า “สงครามนี้จะไม่มีผู้ชนะ มีแต่ผู้แพ้เท่านั้น” โดยเฉพาะคนยากคนจนจะได้รับผลกระทบจากราคาอาหารที่สูงขึ้น เนื่องจากเฉพาะยูเครนประเทศเดียวจัดหาข้าวสาลีให้กับโครงการอาหารโลกกว่าครึ่ง และรัสเซียกับยูเครนรวมกันมีน้ำมันจากเมล็ดทานตะวันในสัดส่วนครึ่งหนึ่งของซัพพลายทั้งโลก และข้าวสาลีอีก 1 ใน 3

“สงครามนี้กระทบไปไกลกว่ายูเครน ดาบของแดโมคลีส (การลงโทษ-ผู้เขียน) ปักอยู่บนเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศกำลังพัฒนา”

เลขาธิการ UN ยังเรียกร้องให้รักษาความปลอดภัยของโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ซาโปริซเซียซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดของยุโรปที่เกิดไฟไหม้และถูกรัสเซียยึด

กูเตร์เรสเผยอีกว่า UN จะจัดหางบประมาณ 40 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อจัดหาอาหาร ความช่วยเหลือ และเงินไปยังประชาชนยูเครนที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม

REUTERS/Mohamed Azakir/File Photo

รัสเซียลั่นรู้ที่มั่นแล้ว จะถล่มทหารรับจ้างต่างชาติในยูเครนอย่างไม่ปรานี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678156

วันที่ 15 มี.ค. 2565 เวลา 10:58 น.รัสเซียลั่นรู้ที่มั่นแล้ว จะถล่มทหารรับจ้างต่างชาติในยูเครนอย่างไม่ปรานี

รัสเซียประกาศกร้าวรู้ฐานทัพของทหารอาสาต่างชาติทั้งหมดในยูเครนและจะโจมตีต่อไปอย่างไม่ปรานี

สำนักข่าว RT ของรัสเซียรายงานว่าอิกอร์ โคนาเชนคอฟ โฆษกกระทรวงกลาโหมรัสเซียกล่าวถึงบรรดาทหารอาสานานาชาติที่ช่วยยูเครนรบกับรัสเซียว่า กองทัพรัสเซียรู้ที่ตั้งของพวกเขาทั้งหมดในยูเครนและจะโจมตีพวกเขาต่อไปโดยไม่ปรานี

“เรารู้ฐานทัพของของทหารรับจ้างต่างชาติในยูเครน เราขอเตือนพวกคุณอีกครั้ง จะไม่มีความปรานีสำหรับทหารรับจ้าง ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ไหนในดินแดนของยูเครน” โคนาเชนคอฟกล่าว

“การโจมตีแบบกำหนดเป้าหมายจะดำเนินต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโจมตีด้วยขีปนาวุธบนฐานทัพทหารในยาโวรอฟและสตาริชิในยูเครนตะวันตก”

โดยเสริมว่ารัฐบาลตะวันตกบางประเทศสนับสนุนให้พลเมืองของตนออกมาร่วมสู้รบกับกองทัพรัสเซียในฐานะทหารรับจ้าง ดังนั้น ความรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตของพลเมืองเหล่านี้ในยูเครนขึ้นอยู่กับผู้นำประเทศเหล่านี้เท่านั้น

ตามรายงานของทางการรัสเซียระบุว่าการระดมยิงด้วยขีปนาวุธได้ทำลายเครื่องมืออุปกรณ์ของกองกำลังต่างชาติเพื่อปกป้องดินแดนยูเครน (International Legion of Territorial Defense of Ukraine) และสังหารทหารอาสาต่างชาติไปมากถึง 180 คน

ขณะที่เจ้าหน้าที่ยูเครนกล่าวว่ามีผู้เสียชีวิต 35 คนและบาดเจ็บ 130 คนในการโจมตีฐานทัพทหารใกล้กับเมืองยาโวรอฟ ซึ่งเป็นที่ที่ NATO ใช้ฝึกกองทัพยูเครนมาหลายปีแล้ว

อย่างไรก็ตาม ทางการยูเครนยืนยันว่าไม่มีทหารต่างชาติถูกสังหาร แต่แหล่งข่าวอังกฤษหลายแห่งรายงานว่าอดีตหน่วยปฏิบัติการพิเศษของสหราชอาณาจักร 3 คนเสียชีวิตที่ยาโวรอฟ ทว่า ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจากทางการอังกฤษ ในขณะเดียวกันรัฐบาลสหรัฐยืนยันว่าไม่มีกองทหารสหรัฐ ทหารรับจ้าง หรือเจ้าหน้าที่รัฐอยู่ที่ยาโวรอฟ

ทั้งนี้ รัสเซียส่งกองกำลังทหารไปยังยูเครนเมื่อเดือนที่แล้วโดยอ้างถึงความล้มเหลวของทางการยูเครนในการดำเนินการตามข้อกำหนดของข้อตกลงมินสค์ และสร้างสันติภาพกับภูมิภาคโดเนตสค์และลูกันสค์ ขณะที่รัสเซียยอมรับทั้งสองเป็นรัฐอิสระเมื่อไม่นานมานี้ ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากนานาชาติ ขณะที่กล่าวโทษว่ารัสเซียโจมตียูเครนโดยปราศจากการยั่วยุ

Photo by Russian Defence Ministry/Handout via REUTERS

สหรัฐกังวลรัสเซีย-จีน ส่อแววเป็นแนวร่วมกัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678148

วันที่ 15 มี.ค. 2565 เวลา 10:06 น.สหรัฐกังวลรัสเซีย-จีน ส่อแววเป็นแนวร่วมกัน

สหรัฐฯ แสดง ‘ความกังวลอย่างลึกซึ้ง’ เกี่ยวกับ ‘แนวร่วม’ ระหว่างรัสเซีย-จีน

สหรัฐฯ แสดงความกังวลเกี่ยวกับ “แนวร่วม” (alignment) ระหว่างรัสเซียและจีน หลังจากที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ และจีนพบกันเป็นเวลา 7 ชั่วโมงเกี่ยวกับสงครามยูเครนและปัญหาด้านความมั่นคงอื่นๆ

“เรามีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับการเป็นแนวร่วมของจีนกับรัสเซีย” เจ้าหน้าที่อาวุโสของสหรัฐฯ กล่าวกับผู้สื่อข่าว โดยไม่ได้เปิดเผยชื่อ พร้อมเสริมว่า (การหารือระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐและจีน) “เป็นการสนทนาที่ตรงไปตรงมามาก”

เจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ และหยางเจี๋ยฉือ หัวหน้านักการทูตของพรรคคอมมิวนิสต์จีน พบกันที่โรงแรมในกรุงโรม ซึ่งทำเนียบขาวระบุว่าการพบปะกันครั้งนี้เป็นช่วงที่ “สำคัญ”

ทำเนียบขาวกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ทั้งสองยัง “เน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาแนวการสื่อสารที่เปิดกว้างระหว่างสหรัฐฯ และจีน”

มอสโกและปักกิ่งเริ่มแนบชิดกันมากขึ้น ซึ่งรัฐบาลวอชิงตันมองว่าเป็นพันธมิตรของมหาอำนาจนิวเคลียร์ระบอบเผด็จการกันมากขึ้นเรื่อยๆ และเป็นปฏิปักษ์ (ต่อชาติตะวันตก) มากขึ้นเรื่อย

เจ้าหน้าที่สหรัฐกล่าวว่าแผนการประชุมระหว่างซัลลิแวนกับนักการทูตระดับสูงของจีนมีขึ้นเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน แต่การพบปะดังกล่าวมีนยสำคัญขึ้นมาอีกหลังจากประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ทำการโจมตีเมืองต่างๆ ของยูเครน

เจ้าหน้าที่ยังได้พบปะกันหนึ่งวันหลังจากสื่อของสหรัฐฯ รายงานว่ารัสเซียได้ขอความช่วยเหลือด้านการทหารและเศรษฐกิจจากจีน ขณะที่กองทหารของรัสเซียพยายามดิ้นรนเพื่อสร้างฐานที่มั่นในยูเครน และเศรษฐกิจของประเทศรัสเซียกำลังเผชิญกับความหายนะจากการคว่ำบาตรจากตะวันตก

หนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์กไทมส์ โดยอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ที่ไม่เปิดเผยชื่อ กล่าวว่าไม่มีข้อบ่งชี้ว่าจีนตอบรับคำร้องขอจากรัสเซียหรือไม่ แต่จนถึงตอนนี้จีนได้ส่งสัญญาณที่หลากหลายเกี่ยวกับการบุกรุกของรัสเซีย และเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กล่าวว่ายังคงต้องจับตากันต่อไปว่าปักกิ่งจะดำเนินการอย่างไร

– ‘การยกระดับ’ ของจีนในรัสเซีย –

รัฐบาลวอชิงตันหวังว่ารัฐบาลปักกิ่งจะสามารถใช้อิทธิพลของตนกับปูตินได้ และในขณะที่รัฐบาลปักกิ่งไม่สนับสนุนการคว่ำบาตรจากตะวันตก ทำเนียบขาวกำลังกดดันจีนว่าอย่างน้อยที่สุดก็ให้ละเว้นจากการช่วยเหลือรัสเซียจากการผิดนัดชำระหรือการส่งอาวุธที่อาจเกิดขึ้น

“เราได้สื่อสารไปยังรัฐบาลปักกิ่งอย่างชัดเจนแล้วว่าเราจะไม่นิ่งเฉย” เน็ด ไพรซ์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าว “เราจะไม่อนุญาตให้ประเทศใดๆ ชดเชยความสูญเสียของรัสเซีย”

“เรากำลังจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่า… (จีน) หรือประเทศอื่นใดสำหรับเรื่องนั้นให้การสนับสนุนทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนด้านวัตถุ การสนับสนุนทางเศรษฐกิจ” เขากล่าว

ไพรซ์ยังเน้นย้ำถึง “อำนาจมหาศาล” ของจีนที่มีต่อรัสเซีย และกล่าวว่า “จีนสามารถทำได้มากกว่าประเทศอื่นๆ อีกหลายประเทศที่จะยุติความรุนแรงที่ไร้สตินี้ เพื่อความโหดร้ายนี้ ต่อสงครามที่ปูตินได้ไตร่ตรองไว้ล่วงหน้า”

รัฐบาลปักกิ่งปฏิเสธที่จะกล่าวถึงรายงานดังกล่าวโดยตรง แต่กลับกล่าวหาวรัฐบาลอชิงตันว่าเผยแพร่ “ข้อมูลเท็จ” อย่างมุ่งร้ายต่อบทบาทของจีนในสงครามยูเครน

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน จ้าวลี่เจี้ยน บอกกับนักข่าวเมื่อวันจันทร์ว่า จีน “มีบทบาทที่สร้างสรรค์ในการเรียกร้องสันติภาพและเรียกร้องให้มีการเจรจา”

เจ้าหน้าที่อาวุโสของสหรัฐฯ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่านอกจากประเด็นยูเครนแล้ว ซัลลิแวนและหยางยังได้หารือเกี่ยวกับเกาหลีเหนือ ซึ่งกำลังเพิ่มการทดสอบขีปนาวุธ และความตึงเครียดต่อไต้หวันซึ่งปกครองโดยประเทศเอกราช แต่ถูกจีนอ้างสิทธิ์

เจ้าหน้าที่อธิบายว่าการเจรจาดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึง “ความรุนแรง” ของบรรยากาศในปัจจุบัน และสิ่งสำคัญคือต้องมี “การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา”

“เราเชื่อว่าการรักษาแนวการสื่อสารที่เปิดกว้างระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่เราไม่เห็นด้วย” เจ้าหน้าที่กล่าว

© Agence France-Presse

Photo – เจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของทำเนียบขาวสหรัฐฯ พูดกับสื่อข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์ในยูเครนระหว่างการแถลงข่าวประจำวันที่ทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565 REUTERS/Leah Millis

โจมตีประเทศอื่นตามใจชอบ นาโตทำได้ คนอื่นทำไม่ได้!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678110

วันที่ 14 มี.ค. 2565 เวลา 21:23 น.โจมตีประเทศอื่นตามใจชอบ นาโตทำได้ คนอื่นทำไม่ได้!

ปฏิบัติการนาโตทิ้งระเบิดยูโกสลาเวียเป็นกรณีที่อื้อฉาวที่สุดครั้งหนึ่ง griktนาโตดำเนินปฏิบัติการทางทหารโดยไม่ได้รับอนุญาตจากสหประชาชาติ

1. การรุกรานยูเครนของรัสเซียถูกสื่อตะวันตกประโคมว่าเป็นความขัดแย้งในยุโรปที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งนี่ไม่ใช่ความจริง และสะท้อนว่าโลกตะวันตก “ความจำสั้น” เมื่อเอ่ยถึงเรื่องการรุกรานซึ่งตัวเองก็ทำมาก่อนกับความขัดแย้งที่นองเลือดยิ่งกว่านี้และเกิดขึ้นประชิดยุโรปตะวันตกยิ่งกว่านี้เสียอีก นั่นคือ “สงครามกลางเมืองยูโกสลาเวีย” ซึ่งในสงครามครั้งนั้นโลกตะวันตก/นาโต ใช้ “อำนาจบาตรใหญ่” โจมตีประเทศอื่นตามอำเภอใจมาแล้ว

2. เบื้องหลังของเหตุการณ์นี้เริ่มขึ้นในช่วงทศวรรษ 1990 สหพันธ์สาธารณรัฐยูโกสลาเวีย ซึ่งมีคนส่วนใหญ่เป็นชาวเซิร์บทำกดขี่ชนกลุ่มน้อยชาวแอลเบเนียที่อาศัยในจังหวัดโคโซโวอย่างหนัก กีดกันชาวโคโซโวจากหน้าที่การงานและโอนมันให้กับชาวเซิร์บ (ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ) ทั้งยังเกิดการสังหารหมู่ชาวโคโซโว ทำให้ชาวโคโซโวคับแค้นใจต้องลุกฮือจับอาวุธขึ้นสู้ในที่สุดในปี 1996 และเกิดการปะทะกันเรื่อยมา

3. องค์การนาโตพยายามไกล่เกลี่ยให้หยุดยิงแต่ไม่สำเร็จ นาโตพยายามให้แต่ละฝ่ายบรรลุข้อตกลงรังบุยเลต์ (Rambouillet Agreement) ในต้นปี 1999 ซึ่งจะเปิดทางให้มีกองกำลังรักษาสันติภาพของนาโตจำนวน 30,000 นายในโคโซโว ให้สิทธิแก่กองทหารนาโต้เข้ามาในในดินแดนยูโกสลาเวียอย่างไม่จำกัด สิทธิการใช้ถนนในท้องถิ่น ท่าเรือ ทางรถไฟ และสนามบิน โดยไม่ต้องชำระเงินและเรียกขอสิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณะโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และต้องให้ภูมิคุ้มกันของนาโต้ไม่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายยูโกสลาเวีย

4. ข้อตกลงนี้เท่ากับทำให้นาโตมี “สิทธิสภาพนอกอาณาเขต” เหนือประเทศยูโกสลาเวีย เป็นข้อเรียกร้องที่เหมือนกับประเทศนักล่าอาณานิคมเมื่อศตวรรษที่แล้ว แถมยังขูดเลือดขูดเนื้อจากเจ้าบ้านอย่างไม่เกรงใจ แน่นอนว่ายูโกสลาเวียไม่ยอมลงนามในข้อตกลงนี้ และเป็นเหตุให้นาโตอ้างความชอบธรรมที่จะส่งกำลังทหารไปประจำการในประเทศยูโกสลาเวียโดยการขู่เข็ญ และเหนือสิ่งอื่นใดอ้างเป็นเหตุให้ส่งกำลังโจมตียูโกสลาเวียเสียเลย

5. วันที่ 23 มีนาคม 1999 ไม่กี่ชั่วโมงก่อนการประกาศว่าการเจรจาล้มเหลว ยูโกสลาเวียประกาศทางโทรทัศน์แห่งชาติว่าได้ประกาศภาวะฉุกเฉินโดยอ้างถึง “ภัยคุกคามจากสงครามที่ใกล้เข้ามา … ต่อยูโกสลาเวียโดยนาโต” และเริ่มระดมกำลังพลและทรัพยากรจำนวนมาก จนเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 1999 เวลา 22:17 น. เวลา UTC ฮาเวียร์ โซลานา เลขาธิการนาโตก็ประกาศว่าเขาได้สั่งการผู้บัญชาการสูงสุดของฝ่ายพันธมิตรยุโรป (SACEUR) คือนายพลเวสลีย์ คลาร์ก ให้ “เริ่มปฏิบัติการทางอากาศในสหพันธ์สาธารณรัฐยูโกสลาเวีย”

6. การโจมตีครั้งนี้ใช้เครื่องบิน 1,000 ลำที่ปฏิบัติการจากฐานทัพอากาศในอิตาลีและเยอรมนี และเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Theodore Roosevelt ของสหรัฐลอยลำอยู่ในทะเลเอเดรียติก วันที่ 24 มีนาคม เวลา 19.00 น. เวลา UTC นาโตเริ่มการทิ้งระเบิดโจมตียูโกสลาเวีย ในช่วงสิบสัปดาห์ของความขัดแย้ง เครื่องบินของนาโตทำการบินกว่า 38,000 เพื่อปฏิบัติหน้าที่ในภารกิจการต่อสู้ โดยเน้นที่เป้าหมายด้านการทหารของยูโกสลาเวีย

7. แต่การโจมตีนี้มีปัญหาเรื่องความชอบธรรมอย่างมาก ขณะที่นาโตอ้างว่าต้องส่งกำลังเข้าไปและทำการโจมตียูโกสลาเวียเพื่อป้องกันหายนะด้านมนุษยธรรม แต่กลุ่มเฝ้าระวังสื่อ Accuracy in Media กล่าวหาว่านาโตการบิดเบือนสถานการณ์ในโคโซโวและโกหกเกี่ยวกับจำนวนพลเรือนที่เสียชีวิตเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับสหรัฐฯ เพื่อเข้าร่วมในความขัดแย้งครั้งนี้ ข้อหานี้ยังถูกสื่อต่างๆ โจมตีรัฐบาลคลินตันด้วย กล่าวหาว่าปั่นตัวเลขผู้เสียชีวิตชาวโคโซโวที่ถูกชาวเซิร์บฆ่า

8. ที่สำคัญการโจมตีครั้งนี้ไม่ได้รับไฟเขียวจากสหประชาชาติเลย ประเทศในกลุ่มนาโตพยายามขออนุญาตจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ในการดำเนินการทางทหาร แต่ถูกจีนและรัสเซียคัดค้าน ทำให้นาโตต้องโจมตียูโกสลาเวียโดยไม่ได้รับอนุมัติจากสหประชาชาติโดย “เลี่ยงบาลี” ด้วยการระบุว่าเป็นการแทรกแซงด้านมนุษยธรรม

9. ประเด็นการโจมตีแต่ฝ่ายเดียวนี้ถูกนำเข้าสู่ที่ประชุม UNSC โดยรัสเซีย ในร่างมติมีหัวใจหลักคือเพื่อจะยืนยันว่า “การใช้กำลังฝ่ายเดียวดังกล่าวถือเป็นการละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติอย่างโจ่งแจ้ง” จีน นามิเบีย และรัสเซียโหวตให้มตินี้ สมาชิกคนอื่นๆ ไม่เห็นด้วย มติจึงไม่ผ่าน

10. จีนนั้นนอกจากจะคัดค้านการรุกรานแต่ฝ่ายเดียวของนาโตแล้วยังตกเป็นเหยื่อการโจมตีของนาโตด้วย เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม สหรัฐได้ทิ้งระเบิดสถานทูตจีนในกรุงเบลเกรด ส่งผลให้นักข่าวชาวจีนเสียชีวิต 3 คน รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐอ้างสาเหตุของข้อผิดพลาดว่า “เพราะคำสั่งวางระเบิดอิงตามแผนที่ที่ล้าสมัย” แต่รัฐบาลจีนไม่ยอมรับคำอธิบายนี้ และกรณีนี้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างจีน-สหรัฐเสื่อมทรามลงทั้งในระดับรัฐบาลและประชาชน

11. และมีรายงานว่าสถานทูตจีนในกรุงเบลเกรดถูกกำหนดเป้าหมายโดย CIA นอกระบอบการกำหนดเป้าหมายของนาโตตามปกติ จอร์จ เทเนต์ ผู้อำนวยการ CIA ในขณะนั้นให้การต่อหน้าคณะกรรมการรัฐสภาว่าเหตุระเบิดสถานทูตจีนเป็นผลงานของ CIA จริง และเกิดจากการระบุพิกัดที่ไม่ถูกต้องเพราะคิดว่าเป็นเป้าหมายทางทหารของยูโกสลาเวียที่ตั้งบนถนนสายเดียวกัน

12. แต่ในเดือนตุลาคม 1999 หรือ 5 เดือนหลังจากการทิ้งระเบิด The Observer สื่ออังกฤษพร้อมด้วย Politiken สื่อเดนมาร์กได้ตีพิมพ์ผลการสอบสวนโดยอ้างแหล่งข่าวนิรนามซึ่งกล่าวว่าเหตุระเบิดเป็นความตั้งใจจริง เพราะสถานทูตจีนเป็นตัวกลางส่งผ่านการสื่อสารกองทัพยูโกสลาเวีย แต่ในเดือนเมษายน 2000 The New York Times ของสหรัฐได้ตีพิมพ์ผลการสอบสวนระบุว่า “การสอบสวนไม่มีหลักฐานว่าเหตุระเบิดที่สถานทูตเป็นการกระทำโดยเจตนา”

13. นอกจากจีนแล้ว อีกชาติหนึ่งที่คัดค้านการโจมตียูโกสลาเวียคือรัสเซีย รัฐบาลรัสเซียวิพากษ์วิจารณ์การโจมตียูโกสลาเวียว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและเป็นการท้าทายสถานะของรัสเซีย เพราะรัสเซียมีความเกี่ยวพันแนบแน่นกับชาวเซิร์บ แต่รัสเซียมีอิทธิพลต่อการเมืองโลกน้อยมากในเวลานั้น เพราะยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่หลังจากการล่มสลายของอดีตสหภาพโซเวียต

14. สิ่งที่รัสเซียทำได้คือ ในวันที่การทิ้งระเบิดเริ่มขึ้น รัสเซียได้เรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติประชุมเพื่อพิจารณา “สถานการณ์ที่อันตรายอย่างยิ่งซึ่งเกิดจากการปฏิบัติการทางทหารฝ่ายเดียวขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ต่อสหพันธ์สาธารณรัฐยูโกสลาเวีย” อย่างไรก็ตาม ร่างมติที่รัสเซีย เบลารุส และอินเดียร่วมกันเสนอให้เรียกร้องให้ “ยุติการใช้กำลังกับสหพันธ์สาธารณรัฐยูโกสลาเวียทันที” ต้องตกไป

15. ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีบางทัศนะอ้างว่าการที่มติประณามของรัสเซียที่ถูกตีตกไป เท่ากับสหประชาชาติเห็นชอบปฏิบัติการของนาโตโดยปริยาย และยังมีการอ้างกันว่าการที่สหประชาชาติจัดตั้ง “ภารกิจการบริหารชั่วคราวของสหประชาชาติในโคโซโว” (UNMIK) โดยมติคณะมนตรีความมั่นคงที่ 1244 เท่ากับยอมรับการโจมตีของนาโตโดยเป็นการมอบสถานะความชอบธรรมทางกฎหมายหลังการกระทำได้ผ่านพ้นไปแล้ว

16. รัสเซียจึงได้แต่ทำตัวเป็นคนกลางไกล่เกลี่ย โดยร่วมทีมกับฟินแลนด์ ทุกฝ่ายตกลงที่จะหยุดยิงมีข้อตกลงใหม่คือข้อตกลงคูมาโนโว (Kumanovo Agreement) ซึ่งคราวนี้ยูโกสลาเวียยอมรับเพราะต่างจากข้อตกลงคราวก่อนที่ไม่มีบทบัญญัติให้นาโตมีสิทธิสภาพนอกอาณาเขตเหนือยูโกสลาเวีย อันเป็นเหตุให้เจ้าของประเทศไม่ยอมรับข้อตกลงนั้น และเป็นเหตุให้นาโตอ้างการโจมตียูโกสลาเวีย

17. สงครามสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน และพลร่มรัสเซียได้ยึดสนามบินสลาตินาในฐานะเป็นกองกำลังรักษาสันติภาพกลุ่มแรกในเขตสงคราม เหตุการณ์นี้นับว่าสร้างความอับอายให้แก่นาโตไม่น้อยเพราะรัสเซียเดินทางมาถึงก่อนฝ่ายตนที่ลงทุนโจมตีทางอากาศมาโดยตลอด เมื่อมาถึงแล้วชาวเซิร์บพากันยินดีกับการมาถึงของรัสเซีย เพราะมันสะท้อนว่าต่อจากนี้เป็นปฏิบัติการของสหประชาชาติแล้ว ไม่ใช่ปฏิบัติการของนาโต

18. ผลของการทิ้งระเบิดของนาโต คร่าชีวิตสมาชิกกองกำลังความมั่นคงยูโกสลาเวียไปประมาณ 1,000 นาย นอกจากนี้ยังมีพลเรือน 489 ถึง 528 คนเสียชีวิต Amnesty International ออกรายงานซึ่งระบุว่ากองกำลังนาโตจงใจมุ่งเป้าไปที่เป้าหมายพลเรือน และได้ทิ้งระเบิดเป้าหมายที่พลเรือนต้องถูกสังหารอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่นาโตปฏิเสธว่ารายงานดังกล่าว “ไม่มีมูลและมีสมมติฐานที่แย่”

19. นอม ชอมสกี (Noam Chomsky) นักวิชาการชาวอเมริกันที่มีชื่อเสียงก้องโลก ตำหนิการโจมตีครั้งนี้ของนาโตอย่างมาก โดยเฉพาะการโจมตีเป้าหมายที่มิใช่ด้านการทหาร ตามทัศนะของชอมสกี เขาเชื่อว่าวัตถุประสงค์หลักของการแทรกแซงของนาโต้คือการทำให้ยูโกสลาเวียแตกเป็นประเทศย่อยๆ แล้วให้หันมาใช้ระบบเศรษฐกิจเสรีนิยมใหม่แบบตะวันตก เนื่องจากเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคที่ยังคงท้าทายอำนาจของตะวันตกในเวลานั้น

20. ในเวลานั้นรัสเซียยังคงมีอำนาจจำกัดในเวทีโลก แต่เหตุการณ์นี้ไม่มีวันเลืมเลือนไปจากใจของว่าที่ผู้นำรัสเซียในอนาคต คือ วลาดิมีร์ ปูติน ในเวลาต่อมาปูตินทำให้รัสเซียแข็งแกร่งขึ้นอีกครั้ง จนกระทั่งเป็นภัยคุกคามต่อนาโต และเขาเองก็มองนาโตเป็นภัยคุกคาม จนกระทั่งโลกตะวันตกและรัสเซียปะทะกันในที่สุดในกรณียูเครนเมื่อปี 2014 ในการปราศรัยเกี่ยวกับแหลมไครเมียในเดือนมีนาคม 2014 ปูตินกล่าวถึงการโจมตียูโกสลาเวียของนาโตว่า “เราจำปี 1999 ได้เป็นอย่างดี”

21. ปูตินกล่าวว่า “พันธมิตรตะวันตกของเราซึ่งนำโดยสหรัฐอเมริกาไม่ต้องการให้กฎหมายระหว่างประเทศมาชี้นำในนโยบายที่ใช้กันจริงๆ แต่โดยกฎของปืน พวกเขาเชื่อในความพิเศษและความเป็นเอกเทศเฉพาะตัวของพวกเขา…เรื่องนี้เกิดขึ้นในยูโกสลาเวีย เราจำปี 1999 ได้เป็นอย่างดี เป็นเรื่องยากที่จะเชื่อ…มีมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติในเรื่องนี้หรือไม่ ซึ่งอนุญาตให้ดำเนินการเหล่านี้ได้? ไม่มีอะไรแบบนั้นเลย”

22. หลังจากที่นาโตได้สมาชิกใหม่เป็นอดีตเครือประเทศสหภาพโซเวียตหลายประเทศและยังพยายามขยายอิทธิพลมายังยูเครนและจอร์เจีย ซึ่งรัสเซียประกาศมิให้นาโตแตะต้องมาโดยตลอด ในที่สุด 24 กุมภาพันธ์ 2022 วลาดิมีร์ ปูติน ส่งกองทัพรุกรานยูเครน

23. ก่อนหน้านั้นไม่กี่วัน (15 กุมภาพันธ์) ปูตินกล่าวว่าความทรงจำของเขายังคงชัดเจนจนถึงวันนี้จากสงครามที่นาโตเริ่มในยุโรปเพื่อต่อต้านยูโกสลาเวียและการทิ้งระเบิดที่เบลเกรด ปูตินกล่าวว่า “มันเกิดขึ้น โดยไม่มีมาตรการคว่ำบาตรจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เป็นตัวอย่างที่น่าเศร้ามาก แต่เป็นความจริงที่ชัดเจน”

24. หลังการรุกรานยูเครน รัสเซียถูกคว่ำบาตรอย่างเต็มที่จากทั้งนาโตและพันธมิตรชาติตะวันตกทั้งในยุโรปและบางชาติในเอเชีย ราวกับต้องการให้รัสเซียถูกโดดเดี่ยวจากประชาคมโลก

โดย กรกิจ ดิษฐาน

Photo – เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์แห่งสหราชอาณาจักร (ซ้าย) พบกับผู้บัญชาการสูงสุดของนาโต เวสลีย์ คลาร์ก และพลโท เซอร์ ไมเคิล แจ็คสัน หัวหน้ากองกำลังรักษาสันติภาพโคโซโว (ขวา) ที่สนามบินปริสตินาก่อนจะสิ้นสุดการเยือนโคโซโวในวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2542 เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์มาถึงโคโซโวเพื่อสังเกตการณ์โดยตรงในสถานที่ที่ถูกทำลายจากสงครามและเยี่ยมชมกองกำลังอังกฤษที่ร่วมภารกิจรักษาสันติภาพที่นำโดย NATOAFP PHOTO / HAZIR REKA (ภาพโดย POOL / AFP)

รัสเซียขายน้ำมัน-ปุ๋ยถูกสุดขีด อินเดียใจกล้าเตรียมคว้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678107

วันที่ 14 มี.ค. 2565 เวลา 17:34 น.รัสเซียขายน้ำมัน-ปุ๋ยถูกสุดขีด อินเดียใจกล้าเตรียมคว้า

ขณะที่น้ำมันโลกพุ่งไม่หยุด แต่เพราะมาตรการคว่ำบาตร รัสเซียจึงตองขายน้ำมันถูกๆ ให้กับประเทศที่กล้าซื้อ ซึ่งอินเดียอาจเป็นหนึ่งในนั้น

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า อินเดียกำลังพิจารณาที่จะรับข้อเสนอของรัสเซียเพื่อซื้อน้ำมันดิบและสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ ในราคาลดพิเศษด้วยการชำระเงินผ่านธุรกรรมรูปี – รูเบิล ท่ามกลางการคว่ำบาตรของชาติตะวันตกต่อรัสเซียจากการรุกรานยูเครน

อินเดีย ซึ่งนำเข้าน้ำมัน 80% มักจะซื้อน้ำมันประมาณ 2% ถึง 3% จากรัสเซีย แต่ด้วยราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นถึง 40% ในปีนี้ รัฐบาลจึงคิดจะเพิ่มการนำเข้าจากรัสเซียหากสามารถช่วยลดค่าพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นได้

“รัสเซียเสนอน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ ในราคาลดพิเศษ เรายินดีที่จะรับมัน เรามีปัญหาบางอย่างที่จะต้องได้รับการแก้ไข เช่น เรือบรรทุกน้ำมัน ประกัน และการผสมน้ำมันเมื่อเรา (แก้ปัญหา) ได้แล้ว เราจะรับข้อเสนอส่วนลด” ของเจ้าหน้าที่รัฐบาลอินเดียกล่าวว่า

ผู้ค้าต่างประเทศบางรายหลีกเลี่ยงน้ำมันของรัสเซียเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกคว่ำบาตร แต่เจ้าหน้าที่ของอินเดียกล่าวว่าการคว่ำบาตรไม่ได้ขัดขวางไม่ให้อินเดียนำเข้าเชื้อเพลิง

เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการจัดตั้งกลไกการค้ารูปีรูเบิลเพื่อใช้ชำระค่าน้ำมันและสินค้าอื่นๆ

เจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิเสธที่จะระบุตัว ไม่ได้บอกว่ามีน้ำมันให้เท่าไรหรือมีส่วนลดอะไรบ้าง

รัสเซียเรียกร้องประเทศที่เป็นมิตรรักษาความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุน อินเดียมีความสัมพันธ์ในการป้องกันประเทศกับรัสเซียมาอย่างยาวนานและงดออกเสียงในที่ประชุมองค์การสหประชาชาติเพื่อประณามการบุกรุก แม้ว่ารัฐบาลที่นิวเดลีจะเรียกร้องให้ยุติความรุนแรงก็ตาม

บริษัท Surgutneftegaz ของรัสเซียอนุญาตให้ผู้ซื้อชาวจีนได้รับน้ำมันโดยไม่ต้องให้หนังสือค้ำประกันการชำระเงินด้วยเลตเตอร์ออฟเครดิต (LC) เพื่อเลี่ยงการคว่ำบาตร แหล่งข่าวกล่าวกับรอยเตอร์

อินเดียอาจจะต้องนำเข้าน้ำมันเพิ่ม 50,000 ล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณที่เริ่มในเดือนเมษายนรัฐบาลอินเดียกำลังมองหาวัตถุดิบที่ถูกกว่าจากรัสเซียและเบลารุสสำหรับการผลิตปุ๋ยเนื่องจากต้นทุนของโครงการอุดหนุนพุ่งสูงขึ้น

รัฐบาลอินเดียซึ่งได้เพิ่มร่างพระราชบัญญัติเงินอุดหนุนเป็นสองเท่าสำหรับปีงบประมาณจนถึงวันที่ 31 มีนาคม ได้จัดสรรเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมอีก 149,000 ล้านรูปีอินเดีย (1,940 ล้านดอลลาร์) ในวันจันทร์

รัฐบาลอินเดียคาดว่าร่างพระราชบัญญัติเงินอุดหนุนปุ๋ยจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 2 แสนล้านเป็น 3 แสนล้านรูปีในปีงบประมาณหน้า จากประมาณการปัจจุบันที่ 1.05 ล้านล้านรูปี เจ้าหน้าที่ทั้งสองกล่าว

“ถ้าเราสามารถซื้อปุ๋ยราคาถูกจากรัสเซียได้ เราก็จะทำ มันจะช่วยคลายความกังวลด้านการคลัง” เจ้าหน้าที่คนหนึ่งกล่าว

Source – Reuters

Photo – ผู้สนับสนุนและนักเคลื่อนไหวของฮินดู เสนา กลุ่มฮินดูฝ่ายขวา เข้าร่วมเดินขบวนเพื่อสนับสนุนรัสเซียระหว่างความตึงเครียดระหว่างรัสเซีย-ตะวันตกในยูเครน ที่กรุงนิวเดลี เมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2565 (ภาพโดย Sajjad HUSSAIN / AFP)

นิวซีแลนด์ประกาศลดค่าโดยสาร-ภาษีน้ำมันนาน 3 เดือน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678107

วันที่ 14 มี.ค. 2565 เวลา 18:41 น.นิวซีแลนด์ประกาศลดค่าโดยสาร-ภาษีน้ำมันนาน 3 เดือน

“เราไม่สามารถควบคุมสงครามในยูเครน หรือความผันผวนของราคาน้ำมันได้ แต่เราสามารถดำเนินการเพื่อลดผลกระทบต่อชาวนิวซีแลนด์ได้” นายกฯ นิวซีแลนด์กล่าว

วันนี้ (14 มี.ค.) บลูมเบิร์กรายงานว่านายกรัฐมนตรีจาซินดา อาร์เดิร์น ของนิวซีแลนด์กล่าวว่าจะลดค่าโดยสารขนส่งสาธารณะลงครึ่งหนึ่งตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. หลังราคาน้ำมันพุ่งท่ามกลางสงครามรัสเซีย-ยูเครน

“เราไม่สามารถควบคุมสงครามในยูเครน หรือความผันผวนของราคาน้ำมันได้ แต่เราสามารถดำเนินการเพื่อลดผลกระทบต่อชาวนิวซีแลนด์ได้” อาร์เดิร์นกล่าว “วิกฤตพลังงานโลกรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นเหตุผลที่รัฐบาลต้องก้าวเข้ามาจัดการ”

นอกจากนี้ยังประกาศว่าจะลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันลง 25 เซนต์ต่อลิตร เป็นเวลาอย่างน้อย 3 เดือนโดยมีผลตั้งแต่วันนี้ เวลา 23.59 น. ตามเวลาท้องถิ่น

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันเบนซินในนิวซีแลนด์พุ่งขึ้นเหนือ 3.20 เหรียญนิวซีแลนด์ต่อลิตร หรือเกือบ 73 บาท ซึ่งอาร์เดิร์นกล่าวว่าการลดภาษีน้ำมันจะช่วยลดต้นทุนในการเติมน้ำมันเต็มถึงขนาด 40 ลิตรไปได้ประมาณ 11 เหรียญนิวซีแลนด์ และถังขนาด 60 ลิตรประมาณ 17 เหรียญนิวซีแลนด์

แกรนต์ โรเบิร์ตสัน รัฐนตรีว่าการกระทรวงการคลังกล่าวว่านโยบายดังกล่าวคาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 350 ล้านเหรียญนิวซีแลนด์ ซึ่งจะถูกจัดลำดับความสำคัญใหม่จากการใช้จ่ายอื่นๆ

“เราต้องยอมรับว่าราคาน้ำมันอาจสูงขึ้นอีก การรุกรานยูเครนของรัสเซียยังคงทำให้ตลาดพลังงานทั่วโลกสั่นคลอน ประกอบกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่โลกประสบเนื่องจากการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานอันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ช่างน่าเศร้า เรื่องนี้มันยังไม่จบ”

Photo by REUTERS/File Photo/File Photo

เปิดใจคนรัสเซีย พวกเขาต้องการสงครามหรือไม่?

วันที่ 14 มี.ค. 2565 เวลา 16:10 น.เปิดใจคนรัสเซีย พวกเขาต้องการสงครามหรือไม่?

เข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 ชาวรัสเซียคิดอย่างไรกับสงครามยูเครน

เป็นเวลาเกือบหนึ่งเดือนแล้วที่รัสเซียเปิดปฏิบัติการทางทหารในยูเครน ขณะที่โลกกำลังจับตาไปที่ความเคลื่อนไหวของบรรดาผู้นำประเทศหรือเจ้าหน้าที่ระดับสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่าทีของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย แต่จริงๆ แล้วประชาชนชาวรัสเซียมีความคิดเห็นอย่างไรต่อสงคราม และพวกเขาต้องการสงครามหรือไม่ ช่อง 1420 บนยูทูบได้ตระเวนสัมภาษณ์ชาวรัสเซียในประเด็นต่างๆ

ชาวรัสเซียต้องการสงครามหรือไม่?

โดยส่วนใหญ่แล้วชาวรัสเซียที่ให้สัมภาษณ์ต่างตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า “ไม่” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่เพิ่งจะผ่านพ้นวิกฤตโรคระบาดไม่มีใครต้องการให้เกิดสงคราม

“ทำไมต้องมีสงคราม ฉันไม่คิดว่ามันจำเป็นนะ” “ผมคิดว่าไม่มีใครต้องการหรอก” “เราจะต้องการสงครามไปทำไม เรามีอาณาเขตกว้างขวางพอแล้วนะ”

“ผมเคยได้ยินว่า ไม่มีผู้ชนะในสงคราม” ชาวรัสเซียส่วนหนึ่งมองว่าการทำสงครามไม่ได้อะไรนอกจากทำลายประเทศของตัวเอง

ขณะที่ชาวรัสเซียบางคนมองว่าในความเป็นจริงแล้ว รัสเซียแค่ปกป้องตัวเองเท่านั้น มันเป็นเรื่องของประวัติศาสตร์ของพวกเขา

เมื่อถามว่าใครเป็นผู้ครอบครองไครเมียระหว่างรัสเซียหรือยูเครน ส่วนใหญ่ตอบว่ารัสเซีย ขณะที่บางคนกลับมองว่า “ไม่มีใครเลย” ไครเมียเป็นของทุกคน ใครๆ ก็ไปที่นั่นได้ และอีกคนกล่าวว่า “ชาวไครเมียไง”

แต่เมื่อถามว่าดินแดนโดเนตสก์-ลูฮันสก์เป็นของใครส่วนใหญ่ตอบว่ายูเครน

คิดอย่างไรเมื่อเกิดสงคราม?

ในวันที่เกิดสงครามขึ้นจริงๆ 1420 ได้ทำการสัมภาษณ์ชาวรัสเซียที่เดินผ่านไปผ่านมาตามท้องถนน ส่วนใหญ่ยังมีความสับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น “ฉันคิดว่าสงครามเกิดขึ้นระหว่างรัฐบาลไม่ใช่ประชาชน แล้วเราต้องทำอย่างไรล่ะ?”

“ผมยังไม่เห็นสงครามเลย มันไม่มีสงครามสำหรับผม ถ้าระเบิดลงมาตรงนี้เมื่อไรค่อยคุยกัน” “ถ้าลูกกระสุนยังไม่เข้าหน้าต่างบ้านคุณก็ไม่ต้องตื่นตระหนก “ชาวรัสเซียยังคงดำเนินชีวิตไปตามปกติ

ขณะที่บางส่วนค่อนข้างกังวลกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น “ผมคิดว่ามันจบไม่สวยแน่ เพราะประชาชนล้มตาย” และมีเพียงไม่กี่คนที่กล่าวว่าจะเข้าร่วมกับกองทัพ อีกส่วนหนึ่งส่งกำลังใจให้ยูเครนโดยมองว่าพวกเขาคือครอบครัวเดียวกันและไม่ต้องการสงคราม

เมื่อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 ของสงคราม?

ชาวรัสเซียได้รับผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรจากนานาชาติหรือไม่ เมื่อสัปดาห์ที่สองของสงครามผ่านพ้นไป ชาวรัสเซียส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับผลกระทบจากการคว่ำบาตร แต่บางคนมองว่าน่าจะใกล้เข้ามาแล้วและมีความกังวลระดับหนึ่ง ส่วนอีกด้านยังคงเชื่อมั่นในการบริหารของรัฐบาล ว่าจะสามารถป้องป้องประชาชนได้และไม่ทิ้งประชาชน

ขณะที่อีกด้านหนึ่งกล่าวว่าได้รับผลกระทบบ้าง อย่างการชำระเงิน หรือในส่วนของชาวรัสเซียที่ทำงานในองค์กรข้ามชาติ ขณะที่บางคนต้องออกจากงานฝ่ายการตลาดถูกลดขนาดลง

“ผ่านมา 2 สัปดาห์แล้ว พูดตรงๆ นะผมไม่สามารถแสดงความคิดเห็นกับเรื่องนี้ได้ ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่นั่น (ยูเครน) ไม่รู้สิ มันไม่ได้กระทบอะไรผมนะ มันพูดยากเหมือนกัน”

“ผมคิดว่าผมยังได้รับข้อมูลไม่เพียงพอ มันมีโฆษณาชวนเชื่อเต็มไปหมด”

“ผมเป็นกลางนะ มันยากที่จะพูดว่าเกิดอะไรขึ้นจริงๆ มันเป็นสงครามข้อมูลด้วยเหมือนกัน”

“ผมไม่อยากพูดเรื่องนี้เลย ใครผิดใครถูกผมไม่รู้หรอก แต่สูญเสียกันทั้งสองฝ่าย”

“วิกฤตเศรษฐกิจ ช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจน หรือการเปลี่ยนแปลงการปกครองของวลาดิมีร์ ปูติน” ชาวรัสเซียคนหนึ่งกล่าวถึงสิ่งที่คิดว่าจะเกิดขึ้นในรัสเซียหลังจากนี้

“ฉันคิดว่าในอนาคตรัสเซียจะเลิกพึ่งพาชาติตะวันตก เงินจากตะวันตก หรือซัพพลายเออร์จากตะวันตก และหวังว่าเศรษฐกิจของประเทศจะเติบโตขึ้นเร็วๆ นี้”

อยากได้ยูเครนหรือเปล่า?

เมื่อถูกถามว่าต้องการให้ยูเครนมาเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียหรือไม่ ชาวรัสเซียบางคนตอบว่าไม่ เขาไม่ได้มองว่ายูเครนเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย บ้างก็มองว่ารัสเซียเป็นประเทศที่ใหญ่มากๆ อยู่แล้ว บ้างก็ไม่ต้องการเพราะไม่ชอบการเมืองการปกครองของยูเครน

“ยูเครนมีอธิปไตยของตัวเอง เราคนละประเทศกัน ทำไมต้องอยากให้มาเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียด้วยล่ะ” “มันคนละประเทศกัน เราจะไปเอาประเทศอื่นมาได้อย่างไร”

ขณะที่อีกด้านหนึ่งมองว่าท้ายที่สุดยูเครนจะเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย ทั้งสองจะรวมเป็นหนึ่งเดียวกันด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง ซึ่งชาวรัสเซียบางคนมองว่าจริงๆ แล้วยูเครนก็เป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย

เมื่อถามว่าพวกเขาคิดอย่างไรต่อยูเครน ชาวรัสเซียก็ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่ายูเครนเป็นประเทศที่ดี “ผมคิดว่ายูเครนเป็นประเทศที่ดีนะ ผมไปที่นั่นหลายครั้ง ผู้คนก็ดีมากๆ แต่ตอนนี้ทุกอย่างกำลังกลายเป็นความโกลาหล กลายเป็นสงคราม”

“ผมชอบยูเครนนะ มีเพื่อนจากยูเครนหลายคนเลย…ผมแค่หวังว่าเราจะมีความสัมพันธ์ที่สงบสุขกับยูเครน”

อยากจะทิ้งระเบิดใส่สหรัฐไหม?

ชาวรัสเซียส่วนหนึ่งตอบอย่างไม่ต้องคิดเลยว่า “ไม่” ขณะที่บางคนก็ตอบในทางตรงกันข้าม หรือบางคนมองว่าเขาไม่ได้ต้องการโจมตีสหรัฐ เพียงแต่อยากจะลงโทษพวกที่ชอบยั่วยุบางคน

Photo by REUTERS/Evgenia Novozhenina