รัสเซียเล็งเป้าหมายเด็ดหัวทหารต่างชาติ ลั่นจะสังหารต่อไป

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678070

วันที่ 14 มี.ค. 2565 เวลา 13:25 น.รัสเซียเล็งเป้าหมายเด็ดหัวทหารต่างชาติ ลั่นจะสังหารต่อไป

กระทรวงกลาโหมรัสเซียแถลงผ่านเฟซบุ๊คของกระทรวงเมื่อวันที่ 13 มีนาคม ดังนี้

ในเช้าวันที่ 13 มีนาคม อาวุธระยะไกลยิงโจมตีศูนย์ฝึกอบรมของกองทัพยูเครนในเขตสตาริชิ (ใกล้ชายแดนโปแลนด์) และที่ฐานทัพยาโวรอฟสกี

เกี่ยวกับเป้าหมายเหล่านี้ที่ระบอบการปกครองของเคียฟ (หมายถึงรัฐบาลยูเครน) นำไปใช้คือ ใช้เป็นจุดฝึกอบรมและการต่อสู้ที่รวบรวมทหารรับจ้างต่างประเทศก่อนที่จะส่งไปยังพื้นที่ทำสงครามกับทหารรัสเซียรวมถึงฐานการจัดเก็บอาวุธที่ได้รับจากการร่วมมือกัลต่างประเทศและอุปกรณ์ทางทหาร

จากการโจมตีครั้งนี้ ทหารรับจ้างต่างชาติมากถึง 180 นายและอาวุธต่างประเทศจำนวนมากถูกทำลาย การทำลายทหารรับจ้างต่างชาติที่มาถึงยูเครนจะดำเนินต่อไป

ข้างต้นคือส่วนหนึ่งของแถลงข่าวของกระทรวงกลาโหมรัสเซีย พร้อมเผยว่่าระหว่างปฏิบัติการ โครงสร้างพื้นฐานทางทหารของยูเครนถูกทำลาย 3,736 แห่ง เป็นเครื่องบิน 100 ลำ, เครื่องบินโดรน 139 ลำ, รถถัง 1234 คัน และยานเกราะอื่นๆ, ระบบขีปนาวุธไอพ่น 122 ระบบ, ปืนใหญ่สนามและปืนครก 452 กระบอก, อุปกรณ์ยานยนต์พิเศษ 1,013 หน่วย

ด้านอเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโก ประธานาธิบดีเบลารุสเตือนว่ามีทหารรับจ้างต่างชาติในการทำสงครามยูเครนซึ่งกำลังทำให้เบลารุสเสี่ยง

“มีทหารรับจ้างต่างชาติเคลื่อนตัวไปตามชายแดนเบลารุสไปยังโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิล” ลูกาเชนโกกล่าว “และสิ่งที่พวกเขาต้องการจะทำกับเชอร์โนบิล เรายังต้องหาคำตอบ” แต่เขาเตือนถึงผลกระทบของภัยพิบัตินิวเคลียร์ที่อาจเกิดขึ้น เนื่องจากสถานที่ต่างๆ รวมถึงเชอร์โนบิล

Photo – REUTERS/Alexander Ermochenko

“เยอะจนไม่น่าเชื่อ” ศพทหารรัสเซียถูกขนขึ้นรถไฟส่งกลับบ้านเกิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678067

วันที่ 14 มี.ค. 2565 เวลา 12:00 น."เยอะจนไม่น่าเชื่อ" ศพทหารรัสเซียถูกขนขึ้นรถไฟส่งกลับบ้านเกิด

ห้องเก็บศพในเบลารุสกำลังเต็มไปด้วยร่างของทหารรัสเซียที่เสียชีวิตในสนามรบ

ประชาชนในพื้นที่กล่าวกับ Radio Free Europe / Radio Liberty ( RFE/RL ) บรรยายถึงความสยดสยองเมื่อเห็นขบวนรถไฟบรรทุกศพของทหารรัสเซียที่เสียชีวิตจากการสู้รบในยูเครน ผ่านเมืองมาซีร์ของเบลารุสเพื่อส่งกลับไปยังรัสเซีย

ชาวเบลารุสเผยว่าทหารรัสเซียที่เสียชีวิตในสนามรบจะถูกเคลื่อนย้ายโดยรถบรรทุกไปยังห้องเก็บศพในเบลารุส ก่อนที่จะถูกส่งกลับรัสเซีย ประเทศบ้านเกิด โดยรถไฟหรือเครื่องบิน

ชาวบ้านในเมืองมาซีร์เผยต่อ RFE/RL ว่าจำนวนศพมีมากอย่างไม่น่าเชื่อ ผู้คนที่สถานีรถไฟมาซีร์ต่างตกตะลึงกับจำนวนศพที่ถูกนำขึ้นรถไฟ

ชาวบ้านในพื้นที่ระบุว่าในเมืองกอเมลและนารูเลียก็เต็มไปด้วยร่างของทหารรัสเซียเช่นกัน

รายงานยังระบุว่าแพทย์ในเบลารุสถูกขู่ว่าจะโดยไล่ออกหากถูกจับได้ว่าเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับทหารรัสเซียที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ

ขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐคาดการณ์ว่ามีทหารรัสเซียเสียชีวิตหลายพันคนหลังสงครามเริ่มขึ้นได้ 2 สัปดาห์

Photo by REUTERS/Stringer

‘ไม่เคยได้ยินมาก่อน’ จีนโต้หลังสหรัฐอ้างรัสเซียขอความช่วยเหลือ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678054

วันที่ 14 มี.ค. 2565 เวลา 10:56 น.'ไม่เคยได้ยินมาก่อน' จีนโต้หลังสหรัฐอ้างรัสเซียขอความช่วยเหลือ

ทูตจีนเผยไม่เคยได้ยินมาก่อนว่ารัสเซียขอความช่วยเหลือในการบุกยูเครน ยันช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ยูเครนต่อไป

สืบเนื่องจากเจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติของทำเนียบขาว กล่าวกับ CNN ว่ารัสเซียได้ขอความช่วยเหลือทางทหารในการปฏิบัติการในยูเครนจากจีน ซึ่งจะเป็นความช่วยเหลือที่สำคัญในการรุกรานของรัสเซีย และอาจสามารถล้มกองกำลังยูเครนได้

เมื่อเช้าวันนี้ (14 มี.ค.) Reuters รายงานว่าหลิว เผิงหยู โฆษกสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงวอชิงตัน ปฏิเสธรายงานดังกล่าวที่อ้างว่ารัสเซียขอความช่วยเหลือด้านยุทโธปกรณ์ทางทหารจากจีนในการรุกรานยูเครนนั้น “ตนไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน”

พร้อมแสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในยูเครนขณะนี้ และกล่าวว่าจีนจะให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ยูเครนต่อไป

“สิ่งสำคัญอันดับแรกในตอนนี้คือการป้องกันไม่ให้สถานการณ์ตึงเครียดทวีความรุนแรงขึ้นหรือควบคุมไม่ได้…สถานการณ์ในตอนนี้น่าอึดอัดจริงๆ จีนเรียกร้องให้ใช้ความยับยั้งชั่งใจสูงสุด และป้องกันวิกฤตด้านมนุษยธรรมครั้งใหญ่” เผิงหยูกล่าว

ด้านจ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน กล่าวว่า สหรัฐกำลังเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนที่มุ่งร้ายด้วยเจตนาร้าย พร้อมยืนยันว่าจุดยืนของจีนในประเด็นยูเครนมีชัดเจน และจีนมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการเจรจาสันติภาพ โดยเรียกร้องให้ทุกฝ่ายไม่เติมเชื้อเพลิงลงในกองไฟ

ก่อนหน้านี้ Financial Times และ Washington Post อ้างคำพูดของเจ้าหน้าที่สหรัฐซึ่งกล่าวว่ารัสเซียขอให้จีนช่วยจัดหายุทโธปกรณ์ทางทหารนับตั้งแต่เปิดปฏิบัติการทางทหารในยูเครนเมื่อวันที่ 24 ก.พ.

ขณะที่ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซียกล่าวว่ารัสเซียไม่ได้ขอความช่วยเหลือทางทหารจากจีน และมีอิทธิพลทางการทหารเพียงพอที่จะบรรลุเป้าหมายทั้งหมดในยูเครนได้ทันเวลาและครบถ้วน

Photo by REUTERS/Alexander Ermochenko

สหรัฐอ้างรัสเซียขอความช่วยเหลือจากจีน ถึงขั้นอาจล้มกองทัพยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678051

วันที่ 14 มี.ค. 2565 เวลา 10:41 น.สหรัฐอ้างรัสเซียขอความช่วยเหลือจากจีน ถึงขั้นอาจล้มกองทัพยูเครน

สหรัฐชี้รัสเซียกำลังขอความช่วยเหลือจากจีน ท่ามกลางมาตรการคว่ำบาตรจากนานาชาติ

เจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติของทำเนียบขาว กล่าวกับซีเอ็นเอ็นว่ารัสเซียได้ขอความช่วยเหลือทางทหารในการปฏิบัติการในยูเครนจากจีน ซึ่งจะเป็นความช่วยเหลือที่สำคัญในการรุกรานของรัสเซีย และอาจสามารถล้มกองกำลังยูเครนได้ ขณะที่จีนปฏิเสธคำกล่าวอ้างดังกล่าว

ซัลลิแวนกล่าวว่าสหรัฐกำลังจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่าจีนให้การสนับสนุนด้านวัตถุหรือการสนับสนุนทางเศรษฐกิจแก่รัสเซียหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวลมาก และสหรัฐได้แจ้งต่อทางการจีนแล้วว่าเราจะไม่ยอมให้ประเทศใดๆ ชดเชยความสูญเสียของรัสเซียจากการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ

“จีนจะต้องเผชิญผลที่ตามมาอย่างเด็ดขาด หากช่วยรัสเซียหลบเลี่ยงการคว่ำบาตรครั้งใหญ่ต่อสงครามในยูเครน เราจะทำให้แน่ใจว่าจีนหรือใครก็ตามไม่สามารถชดเชยความสูญเสียเหล่านี้ให้กับรัสเซียได้…เรากำลังสื่อสารกับจีนโดยตรงเป็นการส่วนตัวว่าจะมีผลตามมาอย่างแน่นอนสำหรับการพยายามหลบเลี่ยงการคว่ำบาตรหรือการสนับสนุนรัสเซีย เราจะไม่ยอมให้สิ่งนั้นดำเนินต่อไปและปล่อยให้รัสเซียมีรอดจากการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจจากประเทศใดๆ ก็ตามในโลก” ซัลลิแวนกล่าว

ทั้งนี้ ซัลลิแวนมีกำหนดพบกับหยาง เจียฉี นักการทูตระดับสูงของจีนในกรุงโรมในวันจันทร์นี้

Photo by REUTERS/Kevin Lamarque

รัสเซียหวังพึ่งจีน หลังเงินสำรองเกือบครึ่งถูกอายัด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678023

วันที่ 13 มี.ค. 2565 เวลา 20:14 น.รัสเซียหวังพึ่งจีน หลังเงินสำรองเกือบครึ่งถูกอายัด

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า รัสเซียกล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่ากำลังพึ่งพาจีนที่ในอันที่จะช่วยให้พวกเขาทนต่อผลกระทบต่อเศรษฐกิจจากการคว่ำบาตรจากตะวันตก ซึ่งอายัดทองคำและสำรองเงินตราต่างประเทศเกือบครึ่งหนึ่ง

“เรามีทองคำสำรองและแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศบางส่วนในสกุลเงินจีนเป็นหยวน และเราเห็นแล้วว่าประเทศตะวันตกกำลังกดดันจีนเพื่อจำกัดการค้าร่วมกับจีน แน่นอนว่า มีแรงกดดันที่จะจำกัดการเข้าถึงเงินสำรองเหล่านั้น” อันตน ซิลูนอฟ รัฐมนตรีคลังของรัสเซียกล่าว

“แต่ผมคิดว่าการเป็นหุ้นส่วนของเรากับจีนจะยังช่วยให้เรารักษาความร่วมมือที่เราได้รับ ไม่เพียงแต่รักษาไว้ แต่ยังเพิ่มขึ้นในขณะตลาดตะวันตกกำลังจะปิดตัวลง”

ประเทศตะวันตกได้กำหนดมาตรการคว่ำบาตรอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนต่อระบบองค์กรและระบบการเงินของรัสเซีย นับตั้งแต่บุกโจมตียูเครนเมื่อวันที่ 24 ก.พ. 

ความเห็นของ ซิลูนอฟ ในการสัมภาษณ์ทางทีวีถือเป็นคำแถลงที่ชัดเจนที่สุดจากมอสโกว่าพวกเขาจะขอความช่วยเหลือจากจีนเพื่อลดผลกระทบ

ทั้งสองประเทศได้กระชับความร่วมมือขึ้นในช่วงไม่นานนี้ เนื่องจากทั้งสองประเทศอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างแข็งขันจากตะวันตกเรื่องสิทธิมนุษยชนและประเด็นอื่นๆ

เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ได้พบปะกันที่ปักกิ่งและประกาศความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่พวกเขากล่าวว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อตอบโต้อิทธิพลของสหรัฐอเมริกา และชี้ว่าเป็นมิตรภาพที่ไร้ขีดจำกัด

การคว่ำบาตรเงินสำรองของรัสเซียได้กลายเป็นหนึ่งในมาตรการที่เจ็บปวดที่สุดต่อเศรษฐกิจรัสเซีย

เมื่อเดือนที่แล้ว ซิลูนอฟกล่าวว่ารัสเซียจะสามารถทนต่อการคว่ำบาตรได้เนื่องจากมีเงินสำรองจำนวนมากและยังพิจารณาที่จะเสนอ Eurobonds ให้กับนักลงทุนต่างชาติเมื่อความผันผวนของตลาดลดลง

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เขากล่าวว่ามาตรการคว่ำบาตรอายัดเงินสำรองราว 300,000 ล้านดอลลาร์จาก 640,000 ล้านดอลลาร์ที่รัสเซียมีในรุปของทองคำและในรูปเงินตราต่างประเทศ

ซิลูนอฟยังกล่าวอีกว่ารัสเซียจะปฏิบัติตามภาระผูกพันด้านหนี้ของรัฐและจะจ่ายเงินรูเบิลให้กับผู้ถือหนี้ของตนจนกว่าเงินสำรองของรัฐจะไม่ถูกระงับ

Photo – REUTERS/Evgenia Novozhenina/Pool/File Photo

หมดเวลาช่วยฟรี รัสเซียเตือนตะวันตกส่งอาวุธให้ยูเครนมีสิทธิ์ถูกโจมตี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678001

วันที่ 13 มี.ค. 2565 เวลา 14:58 น.หมดเวลาช่วยฟรี รัสเซียเตือนตะวันตกส่งอาวุธให้ยูเครนมีสิทธิ์ถูกโจมตี

หลังจากที่ชาติตะวันตกและนาโตส่งอาวุธให้ยูเครนไม่หยุด แต่ล่าสุดรัสเซียไม่อดอทนอีกต่อไปแล้ว

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย เซอร์เก รีอับคอฟ (Sergey Ryabkov) ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ Channel One ของรัสเซีย โดยออกคำเตือนไปยังประเทศตะวันตกถึงเหตุการณ์ที่อาจนำไปสู่การเผชิญหน้าโดยตรงระหว่างรัสเซียและนาโต (NATO)

“เราเตือนสหรัฐฯ ว่าการอัดฉีดยูเครนด้วยอาวุธจากหลายประเทศที่ชักใยโดยพวกเขา ไม่ได้เป็นเพียงการเคลื่อนไหวที่อันตราย แต่เป็นการกระทำที่จะเปลี่ยนขบวนรถดังกล่าวให้เป็นเป้าหมายที่จะถูกโจมตีโดยชอบธรรม” สำนักข่าวของรัฐ TASS รายงานอ้างคำพูดของ รีอับคอฟ

รีอับคอฟกล่าวว่า การส่งมอบ (อาวุธ) อย่างไร้ความคิด ของตะวันตกให้กับรัฐบาลยูเครน เช่น อาวุธเช่นระบบขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานแบบพกพาและระบบขีปนาวุธต่อต้านรถถังซึ่งทั้งสองอย่างนี้ได้รับการจัดหาให้ยูเครนโดยสมาชิก NATO หลายประเทศรวมทั้งสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร การทำเช่นนี้ “อาจมีผลที่ตามมา”

ด้านกระทรวงกลาโหมของสหราชอาณาจักร กล่าวว่ารัสเซียต้องเสียหายอย่างหนักมากต่อรุกคืบแต่ละครั้ง เนื่องจากกองกำลังติดอาวุธของยูเครนยังคงทำการต่อต้านอย่างแข็งขันทั่วประเทศ

ทั้งนี้ แม้จะขู่โจมตีขบวนรถของชาติตะวันตก แต่ Gazprom บริษัทก๊าซธรรมชาติของรัสเซีย กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 มี.ค. ว่า บริษัทกำลังดำเนินการจัดส่งก๊าซผ่านยูเครนอย่างต่อเนื่อง โดยมีปริมาณอยู่ที่ 109.6 ล้านลูกบาศก์เมตร เพิ่มขึ้นจาก 109.5 ล้านลูกบาศก์เมตรในวันก่อนหน้า

Photo – REUTERS/Alexander Ermochenko

รัสเซียเริ่มถล่มชายแดนตะวันตก ยูเครนมีอาหารพอไม่กี่เดือนข้างหน้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678004

วันที่ 13 มี.ค. 2565 เวลา 15:34 น.รัสเซียเริ่มถล่มชายแดนตะวันตก ยูเครนมีอาหารพอไม่กี่เดือนข้างหน้า

ศึกที่วัดความอึดว่าใครจะทนได้ในระยะยาวกว่ากัน ล่าสุด ดูเหมือนว่าเสบียงอาหารของยูเครนจะได้รับผลกระทบเสียแล้ว

เดนิส ชมือฮัล (Denys Shmygal) นายกรัฐมนตรียูเครนกล่าวว่ายูเครนมีปริมาณผลิตภัณฑ์อาหารพื้นฐานเพียงพอสำหรับช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้าจากการรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์

รัฐบาลยูเครนจึงเสนอแผนสนับสนุนแคมเปญการระดมปลูกพืชเพื่อพยายามที่จะปกป้องเสบียงอาหารท่ามกลางการรุกรานของรัสเซีย

ชมือฮัลกล่าวว่ายูเครนมีปริมาณผลิตภัณฑ์อาหารพื้นฐานเพียงพอในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า “แต่เราต้องคิดถึงอนาคตด้วย ดังนั้น รัฐบาลจึงกำลังดำเนินการตามแผนสนับสนุนการรณรงค์การปลูกพืช ซึ่งควรเริ่มโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” เขากล่าวในแถลงการณ์

รัสเซียเริ่มการโจมตีทางอากาศบนฐานทัพทหารยูเครน ในเมืองยาโวริฟทางตะวันตกของประเทศใกล้ชายแดนโปแลนด์ เป็นการโจมตีทางตะวันตกสุดนับตั้งแต่เกิดสงคราม

“ผู้ยึดครองได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศที่ศูนย์ระหว่างประเทศเพื่อการรักษาสันติภาพและความมั่นคง ตามข้อมูลเบื้องต้น พวกเขายิงขีปนาวุธไป 8 ลูก” คณะบริหารทหารระดับภูมิภาคลวิฟ ระบุในถ้อยแถลง

“ตามข้อมูลเบื้องต้นพบว่าไม่มีผู้เสียชีวิต แต่ข้อมูลเกี่ยวกับผู้บาดเจ็บและผู้บาดเจ็บกำลังได้รับการชี้แจง” มิโรโนวิชกล่าวเสริม

สถานที่ฝึกทหาร ซึ่งใหญ่ที่สุดในภาคตะวันตกของประเทศ และเป็นสถานที่ฝึกซ้อมร่วมกับ NATO อยู่ห่างจากชายแดนโปแลนด์ไม่ถึง 25 กม.

นายกเทศมนตรีของอิวาโน-ฟรังกิวสก์ อีกเมืองทางตะวันตกของยูเครนกล่าวว่ากองทหารรัสเซียยังคงโจมตีสนามบินในวันอาทิตย์ ตามรายงานเบื้องต้นไม่มีผู้บาดเจ็บล้มตาย

ต่อมาไล่ๆ กันผู้ว่าการภูมิภาคลวีฟของยูเครนกล่าวว่ารัสเซียได้ยิงจรวด 30 ลูกถล่มโครงสร้างทางทหารของยูเครนตะวันตก มีผู้เสียชีวิต 9 คน บาดเจ็บ 57 คน

ขณะเดียวกัน กระทรวงกลาโหมของสหราชอาณาจักรกล่าวว่ากองกำลังรัสเซียกำลังพยายามที่จะล้อมกองกำลังของยูเครนไว้ทางตะวันออกของประเทศ และกองกำลังรัสเซียที่กำลังรุกคืบจากไครเมียกำลังพยายามอ้อมเมืองมายโคลาอิฟ โดยกำลังมุ่งตะวันตกสู่เมืองท่าออแดซา

ด้าน โฆษกกระทรวงกลาโหมของรัสเซีย อิกอร์ คานาเชนโก(Igor Konashenkov) เผยว่ากองทหารรัสเซียได้ทำลายสิ่งอำนวยความสะดวกด้านโครงสร้างพื้นฐานทางทหารของยูเครนไปแล้ว 3,687 แห่ง

รัสเซียมีอาวุธเคมีมากแค่ไหนและใช้กับยูเครนจริงหรือไม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/677981

วันที่ 13 มี.ค. 2565 เวลา 14:10 น.รัสเซียมีอาวุธเคมีมากแค่ไหนและใช้กับยูเครนจริงหรือไม่

เป็นอีกครั้งที่ฝ่ายตะวันตกชี้ว่ารัสเซียใช้อาวุธที่ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ หลังจากที่รัสเซียอ้างว่าพบสหรัฐช่วยเหลือยูเครนพัฒนาอาวุธชีวภาพ

เยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการ NATO  กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่ารัสเซียอาจใช้อาวุธเคมีหลังจากการรุกรานยูเครน และการเคลื่อนไหวดังกล่าวจะเป็นอาชญากรรมสงคราม ตามการสัมภาษณ์ในหนังสือพิมพ์เยอรมัน Welt am Sonntag

ข้อกล่าวหาของ NATO  

“ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เราได้ยินคำกล่าวอ้างที่ไร้สาระเกี่ยวกับห้องปฏิบัติการอาวุธเคมีและอาวุธชีวภาพ” สโตลเทนเบิร์กกล่าวในการรายงานโดยสื่อเยอรมัน Welt am Sonntag พร้อมเสริมว่ารัสเซียกำลังประดิษฐ์ข้ออ้างเท็จเพื่อพิสูจน์สิ่งที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้

“ตอนนี้ที่มีการกล่าวอ้างเท็จเหล่านี้แล้ว เราต้องระมัดระวังตัวอยู่เสมอ เพราะเป็นไปได้ว่ารัสเซียเองก็สามารถวางแผนปฏิบัติการอาวุธเคมีภายใต้การหลอกลวงนี้ได้ นั่นจะเป็นอาชญากรรมสงคราม” สโตลเทนเบิร์กกล่าว

เขาเสริมว่าแม้ว่าชาวยูเครนจะต่อต้านการรุกรานของรัสเซียด้วยความกล้าหาญ แต่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้ามีแนวโน้มที่เกิดความยากลำบากมากยิ่งขึ้น

อาวุธเคมีใช้สารที่เป็นอันตรายได้รับการออกแบบมาเพื่อทำให้บาดเจ็บ ทำให้ไร้ความสามารถ หรือฆ่ากองกำลังของฝ่ายตรงข้าม หรือสกัดกั้นการใช้พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง 

ทั้งนี้ ภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยอาวุธเคมี (1992) มีผลผูกพันทางกฎหมาย ห้ามทั่วโลกในการผลิต กักตุน และใช้อาวุธเคมีและสารตั้งต้น อย่างไรก็ตาม อาวุธเคมีจำนวนมากยังคงมีอยู่ โดยปกติแล้วจะเป็นการป้องกันไว้ก่อนที่อาจเป็นไปได้โดยผู้รุกราน

รัสเซียมีอาวุธเคมีหรือไม่?

รัสเซียเข้าร่วมอนุสัญญาว่าด้วยอาวุธเคมี (CWC) พร้อมประกาศว่ามีคลังอาวุธเคมีที่ใหญ่ที่สุด อย่างไรก็ตาม ภายในปี 2010 รัสเซียได้ทำลายอาวุธเคมี ณ สถานที่ทำลายโดยเฉพาะจำนวน 18,241 ตันที่ตั้งในพื้นที่ต่งๆ เช่น อยู่ในอร์นี (แคว้นปกครองตนเองซาราตอฟ) และคัมบาร์กา (สาธารณรัฐอุดมูร์ต) เป็นต้น 

รัสเซียทำลายอาวุธเคมีประมาณ 25,000 ตัน หรือ 62% ของคลังอาวุธ 40,000 ตัน ณ วันที่ 29 เมษายน 2012 ซึ่งเป็นเส้นตายที่กำหนดโดยอนุสัญญาว่าด้วยอาวุธเคมีเพื่อการทำลายคลังแสงโดยสมบูรณ์ รัสเซียคาดว่าปี 2020 จำทำลายได้ทั้งหมด 

ภายในปี 2016 รัสเซียได้ทำลายอาวุธเคมีประมาณ 94% โดยวางแผนจะทำลายคลังอาวุธที่เหลืออยู่ให้หมดภายในสิ้นปี 2018 เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2017 รัสเซียประกาศทำลายอาวุธเคมีชุดสุดท้ายจนครบจำนวนโดยเป็นการทำลายคลังอาวุธเคมีก่อนกำหนด 

สารพิษลอบสังหารสายลับ

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลข้างต้นอาจจะต้องฟังหูไว้หู เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2018 รัสเซียถูกกล่าวหาว่าทำการโจมตีด้วยอาวุธเคมีในเมืองซอลส์บรี สหราชอาณาจักร ซึ่งทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 คน รวมทั้งผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นเป้าหมายของการโจมตี นั่นคือ เซอร์เก สกริปัล (Sergei Skripal)อดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองทางทหารของรัสเซีย ซึ่งทำหน้าที่เป็นสายลับสองหน่วยสำหรับหน่วยข่าวกรองของสหราชอาณาจักรในช่วงทศวรรษ 1990 และต้นทศวรรษ 2000

ในเดือนธันวาคม 2004 เขาถูกจับโดยสำนักข่าวความมั่นคงแห่งรัฐบาลกลาง (FSB) ของรัสเซียและต่อมาถูกพิจารณาคดี ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานกบฏ และถูกตัดสินจำคุก 13 ปี ต่อมาหลังจากการแลกเปลี่ยนสายลับ เขาได้รับอิสรภาพและตั้งรกรากอยู่ในสหราชอาณาจักรในปี 2010 โดยถือสัญชาติรัสเซียและอังกฤษ 

แต่เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2018  เขาและลูกสาวของเขาคือ ยูเลีย ซึ่งเป็นพลเมืองรัสเซียที่เดินทางมาเยี่ยมเขาจากมอสโก ถูกวางยาพิษด้วยสารทำลายประสาท “Novichok” ที่พัฒนาโดยรัสเซีย และเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลเขตซอลส์บรีด้วยอาการวิกฤต หน่วยข่าวกรองอังกฤษสอบสวนเรื่องการวางยาพิษในฐานะเป็นเป็นคดีการพยายามฆ่า

การลอบสังหารด้วยสารเคมีครั้งนั้นยังกระทบผู้อื่นด้วย  เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอังกฤษได้ตรวจหาอาการของเจ้าหน้าที่หน่วยฉุกเฉิน 21 รายและประชาชนทั่วไป พบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นายมีอาการแต่ได้รับการรักษาตามอาการเพียงเล็กน้อย โดยระบุว่ามีอาการคันตาและหายใจมีเสียงหวีด ขณะที่จ่านักสืบนิค เบลีย์ซึ่งถูกส่งไปยังบ้านของ สกริปัล มีอาการร้ายแรง

เป้าหมาย Novichok คือ NATO

Novichok คือกลุ่มของสารทำลายประสาท ได้รับการพัฒนาขึ้นที่สถาบันวิจัยเคมีแห่งรัฐ GosNIIOKhT โดยสหภาพโซเวียตและรัสเซียระหว่างปี 1971 และ 1993 สาร Novichok  นักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซียที่พัฒนาสารมันขึ้นมาอ้างว่าเป็นสารที่อันตรายที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยบางสายพันธุ์อาจมีศักยภาพมากกว่าสารพิษทำลายประสาท VX ถึงห้าถึงแปดเท่า แลที่มีฤทธิ์รุนแรงกว่าสารพิษทำลายประสาท Soman ถึงสิบเท่า นอกจากรัสเซียแล้วยังเป็นที่ทราบกันดีว่า Novichok ผลิตในอิหร่านด้วย

สารพิษ Novichok ได้รับการออกแบบมาเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์สี่ประการ คือ 1. สร้างสารพิษที่ตรวจไม่พบโดยใช้อุปกรณ์ตรวจจับสารเคมีมาตรฐานของ NATO ในยุค 1970 และ 1980 2. เพื่อทำลายอุปกรณ์ป้องกันสารเคมีของ NATO 3. เพื่อความปลอดภัยในการจัดการ และ 4. เพื่อผลิตสารใหม่ที่สามารถหลีกเลี่ยงรายการห้ามของอนุสัญญาว่าด้วยอาวุธเคมีว่าด้วยสารตั้งต้นที่ควบคุม

สเตฟานี ฟิตซ์แพทริก (Stephanie Fitzpatrick) ที่ปรึกษาด้านภูมิรัฐศาสตร์ชาวอเมริกัน อ้างว่าสถาบันวิจัยเคมีในนูกุส สาธารณรัฐอุซเบกิสถานของสหภาพโซเวียต คือที่ผลิตสาร Novichok และ The New York Times รายงานว่าเจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ กล่าวว่าไซต์ดังกล่าวเป็นไซต์วิจัยและทดสอบหลักของสาร Novichok

หลังจากการวางยาพิษสกริปัล อดีตหัวหน้าแผนกรักษาความปลอดภัย GosNIIOKhT Nikolay Volodin ยืนยันในการให้สัมภาษณ์กับ Novaya Gazeta ว่ามีการทดสอบที่นูกุสจริง และกล่าวว่ามีการใช้สุนัขด้วย

Novichok มันร้ายแค่ไหน?

ผลกระทบต่อมนุษย์ Novichok เห็นได้จากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับอันเดรย์ เชเลนซยาคอฟ (Andrei Zheleznyakov) นักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา Novichok ซึ่งเขาสัมผัสกับสารตกค้างของสาร Novichok ที่ไม่ระบุรายละเอียดขณะทำงานในห้องปฏิบัติการในมอสโกในเดือนพฤษภาคม 1987

เชเลนซยาคอฟได้รับบาดเจ็บสาหัสและใช้เวลาสิบวันในการ ฟื้นคืนสติหลังเกิดเหตุการณ์ เขาสูญเสียความสามารถในการเดินและรับการรักษาที่คลินิกลับในเลนินกราดเป็นเวลาสามเดือนหลังจากนั้น สาร Novichok  ก่อให้เกิดอันตรายอย่างถาวร โดยมีผลรวมถึง “แขนขาอ่อนแรงเรื้อรัง ตับอักเสบเป็นพิษที่ก่อให้เกิดโรคตับแข็ง โรคลมบ้าหมู ภาวะซึมเศร้าอย่างรุนแรง และไม่สามารถอ่านหรือมีสมาธิจดจ่อกับมันจนหมดสภาพในการทำงานโดยสิ้นเชิง”

เชเลนซยาคอฟไม่เคยฟื้นตัวและหลังจากสุขภาพทรุดโทรมยาวนาน 5  ปี เขาก็เสียชีวิตในเดือนกรกฎาคม 1992

Photo – REUTERS/Alexander Ermochenko

เวเนฯ ลั่นยังเป็นพันธมิตรรัสเซีย แต่ยอมขายน้ำมันให้สหรัฐ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/677989

วันที่ 13 มี.ค. 2565 เวลา 12:05 น.เวเนฯ ลั่นยังเป็นพันธมิตรรัสเซีย แต่ยอมขายน้ำมันให้สหรัฐ

พร้อมเผยว่าเวเนซุเอลามีกำลังการผลิตน้ำมัน 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน

เฟลิกซ์ ปลาสเซนเซีย (Felix Plasencia) รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของเวเนซุเอลา กล่าวว่า รัฐบาลเวเนซุเอลาจะพร้อมที่จะขายน้ำมันให้กับสหรัฐฯ อีกครั้ง แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคง “ภักดี” ต่อรัฐบาลรัสซีย

ปลาสเซนเซียบอกกับสำนักข่าว Anadolu ของตุรกีเมื่อวันเสาร์ว่าในงาน Antalya Diplomacy Forum 2022 (ADF) ว่ามันไม่ใช่ “ความสัมพันธ์ที่แปลกประหลาด” ที่รัฐบาลสหรัฐและรัฐบาลเวเนซุเอลาจะทำงานร่วมกันในด้านน้ำมัน เนื่องจากเวเนซุเอลา “ทำธุรกิจน้ำมันกับชาวอเมริกันมาเป็นเวลานานแล้ว”

ปลาสเซนเซีย แย้งว่า มันจะ “ดีสำหรับทุกคน” หากการส่งออกพลังงานของเวเนซุเอลาไปยังสหรัฐฯ “กลับมาเป็นเหมือนเดิม” และเสริมว่าชาวอเมริกันยินดีต้อนรับในประเทศนี้ ตราบใดที่พวกเขา “เคารพอธิปไตย” ของเวเนซุเอลาและยอมรับประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ในฐานะ “หัวหน้ารัฐบาลเพียงคนเดียวและถูกกฎหมายของเวเนซุเอลา”โดยย้ำว่าเวเนซุเอลามีเพียงรัฐบาลดียว (เนื่องจากที่ผ่านมาสหรัฐและชาติตะวันตกรับรองฝ่ายค้านว่าเป็นรัฐบาลที่ชอบธรรมด้วย) 

ปลาสเซนเซียกล่าวว่าเขาหวังว่าการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ต่อภาคอุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซุเอลาจะถูกยกเลิก โดยตอนนี้ เวเนซุเอลามีกำลังการผลิตน้ำมัน 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน และ “เรากำลังดำเนินการเพื่อผลิต 2 ล้านบาร์เรลต่อวันในปีนี้”

อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีย้ำว่าเวเนซุเอลายังคงเป็น “พันธมิตรที่ภักดีของรัฐบาลรัสเซีย” และกล่าวว่าเวเนซุเอลามองว่าประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน “เป็นหัวหน้ารัฐบาลที่มีความรับผิดชอบ”

“เราเคารพเขา (ปูติน) ในฐานะสมาชิกของประชาคมระหว่างประเทศ เราเชื่อว่าเขาจะทำให้ดีที่สุดเพื่อประชาชนของเขา” ปลาสเซนเซียกล่าวสรุป

Photo –  REUTERS/Leonardo Fernandez Viloria

จีนยึดโควิดเป็นศูนย์ทำท่าจะไม่ไหว ประชาชนเริ่มหงุดหงิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/677979

วันที่ 13 มี.ค. 2565 เวลา 10:14 น.จีนยึดโควิดเป็นศูนย์ทำท่าจะไม่ไหว ประชาชนเริ่มหงุดหงิด

โลกเริ่มอยู่กับโควิด แต่จีนเจอระบาดหนักสุดรอบ 2 ปี ไล่นายกเทศมนตรี 2 คน สั่งปิดเมืองใหญ่ ผู้คนเริ่มหวั่นไหว และไล่ข้าราชการออกไม่ช่วยอะไร

1. ณ  วันที่ 13 มี.ค. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าจีนรายงานผู้ป่วยโควิด-19 ได้รับการยืนยันรายใหม่ 1,938 รายในวันที่ 12 มีนาคม หน่วยงานด้านสุขภาพแห่งชาติของประเทศกล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 588 ในวันก่อนหน้า เป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในรอบ 2 ปีของการระบาดในจีน โดยมณฑลจี๋หลินทางตะวันออกเฉียงเหนือรายงานผู้ป่วยในพื้นที่ 1,412 ราย มณฑลซานตงทางเหนือมี 175 ราย และมณฑลกวางตุ้งทางใต้รายงาน 62 ราย

2. แต่วิธีการแก้ปัญหาของจีนยังยึดมั่นกับนโยบาย “โควิดเป็นศูนย์” หรือ “dynamic zero” นั่นคือการกำจัดการติดเชื้อให้หมดโดยเร็ว ทำการทุ่มทรัพยากรและกำลังคนในการติดตามการติดเชื้อ ซึ่งวิธีนี้มีประสิทธิภาพกับเชื้อเดลตา แต่มันอาจจะไม่ได้ผลกับโอเมกา วึ่งติดเชื้อได้ง่ายแต่อาการไม่รุนแรง จนทำให้หลายประเทศเริ่มใช้โนบายเปลี่ยนผ่านไปสู่ภาวะโรคประจำถิ่นแล้ว รวมถึงประเทศไทย

3. จีนยังใช้วิธี “เชือดไก่ให้ลิงดู” ด้วยการไล่ข้าราชการระดับสูงของพื้นที่ที่มีการระบาดหนักๆ ออกไป ซึ่งเคยใช้มาแล้วเมือ่ปีที่แล้ว ล่าสุด เมื่อเกิดการระบาดอย่างรวดเร็งครั้งใหญ่จีนยังบใช้วิธีการเดิม แต่คราวนี้ไล่นายกเทศมนตรีของเมืองที่เกิดการระบาดหนักรวดเดียวถึง 2 คน คือ นายกเทศมนตรีเมืองจี๋หลินและเขตจิ่วไถของเมืองฉางชุน ต่างก็ถูกไล่ออก สำนักข่าวซินหัวของรัฐประกาศเมื่อวันเสาร์ โดยไม่ได้ระบุแน่ชัดว่าการไล่ออกจ้างเกิดขึ้นเมื่อใด โดยทั้งสองแห่งมีการระบาดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

4. ฉางชุน ซึ่งมีประชากร 9 ล้านคน ถูกล็อกดาวน์บางส่วนเมื่อวันศุกร์ โดยแต่ละครัวเรือนอนุญาตให้ส่งสมาชิกเพียงคนเดียวเพื่อซื้อเสบียงวันเว้นวัน เมืองจี๋หลินซึ่งมีผู้ป่วยมากกว่า 1,000 รายในช่วง 10 วันที่ผ่านมา มีการระบาดอย่างต่อเนื่องที่มหาวิทยาลัยเกษตรในท้องถิ่น

4. สัญญาณหนึ่งที่แสดงว่าจีนเริ่มจะไม่ไหวกับการใช้ทรัพยากรบุคคลในกระบวนการตรวจสอบอยา่งมากตามนโยบายโควิดเป็นศูนย์คือ เมื่อวันที่ 12 มี.ค. จีนได้อนุมัติชุดแอนติเจนสำหรับไวรัสโควิด-19 จำนวน 5 ชุดที่ผลิตโดยบริษัทในท้องถิ่นเพื่อให้ประชาชนใช้ในการทดสอบตัวเอง สถานีโทรทัศน์ CCTV ของรัฐกล่าวเมื่อวันเสาร์ 

5. การอนุมัติมีขึ้นหลังจากหน่วยงานกำกับดูแลด้านสุขภาพของประเทศเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมากล่าวว่าจะอนุญาตให้ประชาชนทั่วไปซื้อชุดทดสอบแอนติเจนไวรัสโควิด-19 ในร้านค้าและทางออนไลน์เป็นครั้งแรก หลังจากที่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ในเมืองต่างๆ ของจีนเป็นฝ่ายทำหน้าที่เช็ดจมูกและลำคอประชาชนหลายแสนรายการให้เสร็จภายในไม่กี่วันหลังจากพบผู้ป่วยเพียงไม่กี่ราย โดยใช้การทดสอบกรดนิวคลีอิกที่ต้องใช้ห้องปฏิบัติการเพื่อประมวลผลตัวอย่าง การทุ่มเทขนาดนี้ทำใฝห้การระบาดถูกคุมไว้ได้ แต่มันไม่ตลอดไป

6. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าผู้เชี่ยวชาญบางคนกล่าวว่ากลยุทธ์ดังกล่าวมีความท้าทายมากขึ้นในการติดตามการแพร่กระจายของโอไมครอน จำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศที่เพิ่มขึ้นรายวันของจีนพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 ปีในสัปดาห์นี้ โดยพบผู้ติดเชื้อที่เป็นพาหะที่ไม่แสดงอาการจำนวนมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่จีนบอกว่าเป็นเพราะจีนมีอัตราการฉีดวัคซีน 90%

7. แต่การระบาดครั้งนี้สร้างความหวั่นไหวให้กับผู้คนมากที่สุดครั้งหนึ่งโดยเฉพาะในเมืองใหญ่ๆ เช่น เซี่ยงไฮ้ ซึ่งมีการสั่งปิดโรงเรียนและสถานที่ชุมชุนใหญ่ๆ เช่น ดิสนีย์แลนด์เซี่ยงไฮ้ ทำให้เกิดข่าวลือว่าจะมีการล็อคดาวน์ทั้งเมือง สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า มีสัญญาณว่าหลังจากต่อสู้กับโรคระบาดมานานกว่าสองปี ประชาชนก็เริ่มที่จะฉุนเฉียว

8. ผู้พักอาศัยในเซี่ยงไฮ้รายหนึ่งชื่อเหยียนถูกกักตัวในมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์หลังจากมีการพบผู้ป่วยหลายรายที่นั่น “ผมไม่ได้คาดหวังว่าสถานการณ์จะเลวร้ายขนาดนี้ ผมเลยเอาของเล็กๆ น้อยๆ ไปใช้ในชีวิตประจำวันเท่านั้น” เหยียนกล่าว “ผมคิดว่าการกักกันจะใช้เวลาเพียงหนึ่งวันหรือมากกว่านั้น” และบอกว่า “เนื่องจากผมมีสำนักงานของตัวเอง ผมสามารถนอนคนเดียวได้ แต่เพื่อนร่วมงานอีก 7-8 คนต้องนอนในห้องใหญ่ห้องเดียว” เขากล่าวเสริม

9. ชาวเซี่ยงไฮ้ยังใช้แพลตฟอร์มไมโครบล็อก Weibo ที่เหมือน Twitter ของจีนเพื่อบ่นเกี่ยวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับสัตว์เลี้ยงของพวกเขาหากพวกเขาถูกกักตัวโดยไม่มีคำเตือน พนักงานธนาคารบอกกับรอยเตอร์ว่าพวกเขาได้นำกระเป๋าเดินทางไปที่สำนักงานเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการล็อคดาวน์แล้ว

10. ในขณะที่ผู้จัดการที่โรงเรียนนานาชาติในเซี่ยงไฮ้กล่าวว่าเขาได้รับการร้องขอจากนายจ้างให้เก็บเสบียงอาหารในสำนักงานของเขาเป็นเวลาสองสัปดาห์ “ทำไมไม่เพียงแค่ขอให้คนทำงานจากที่บ้านจนกว่าจะพ้นช่วงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น” เขากล่าว “มันเริ่มดูเหมือนว่ามาตรการเหล่านี้เป็นการแสดงละครและสำหรับการแสดง – บริษัท และองค์กรต้องการแสดงให้เห็นว่าพวกเขามีส่วนร่วมกับ ‘การต่อสู้กับ COVID’ อย่างไร”

11. “โอ๊ย ทำไมมันถึงเป็นปี 2020 อีกล่ะ” ผู้อาศัยที่ผิดหวังคนหนึ่งโพสต์บน Weibo ภายใต้ชื่อผู้ใช้ ChineseRock “มันน่ารำคาญมาก เมื่อเร็ว ๆ นี้เซี่ยงไฮ้ดูเหมือนว่าจะมีการกักบริเวณพื้นที่หรือสำนักงานทุกวัน”

Photo – cnsphoto via REUTERS ATTENTION EDITORS