ถกด่วน! ยูเครนขอหารือรัสเซียภายใน 48 ชม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/675599

วันที่ 14 ก.พ. 2565 เวลา 14:24 น.ถกด่วน! ยูเครนขอหารือรัสเซียภายใน 48 ชม.

ยูเครนขอเปิดประชุมฉุกเฉินกับรัสเซีย หลังความตึงเครียดทวีความรุนแรง

วันนี้ (14 ก.พ.) สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่ายูเครนเรียกร้องให้มีการเปิดประชุมร่วมกับรัสเซียภายใน 48 ชั่วโมงข้างหน้า ท่ามกลางความตึงเครียดบริเวณชายแดนที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น

ดมีโทร คูเลอบา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของยูเครน กล่าวว่ารัสเซียไม่ยอมให้คำอธิบายเกี่ยวกับการระดมกำลังทหารกว่า 100,000 นายในพื้นที่บริเวณชายแดนยูเครน ยูเครนจึงเรียกร้องให้มีการเปิดประชุมภายใน 48 ชั่วโมงข้างหน้าเพื่อความโปร่งใสเกี่ยวกับแผนการของรัสเซีย

ขณะที่สหรัฐและอีกหลายประเทศตะวันตกต่างเตือนถึงความเป็นไปได้ที่รัสเซียจะบุกยูเครน แม้ว่ารัฐบาลรัสเซียจะปฏิเสธมาโดยตลอดว่าไม่ได้มีแผนที่จะบุกยูเครนแต่อย่างใด

ทั้งนี้ สหรัฐ สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย อิสราเอล และอีกหลายประเทศได้เรียกร้องให้พลเมืองของตนออกจากยูเครนโดยเร็วที่สุด ในขณะเดียวกันได้อพยพเจ้าหน้าที่ทางการทูตส่วนใหญ่ออกจากเมืองหลวงของประเทศ

Photos by Tiziana FABI and ludovic MARIN / AFP

บรรดามหาเศรษฐี-ผู้มีอำนาจในยูเครนเผ่นออกนอกประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/675580

วันที่ 14 ก.พ. 2565 เวลา 12:20 น.บรรดามหาเศรษฐี-ผู้มีอำนาจในยูเครนเผ่นออกนอกประเทศ

ลือบรรดามหาเศรษฐียูเครนเดินทางออกนอกประเทศ ท่ามกลางความกังวลรัสเซียบุกยูเครน

เว็บไซต์ข่าว RT ของรัสเซียอ้างรายงานจากหนังสือพิมพ์ Ukrayinska Pravda ของยูเครนซึ่งระบุว่าบรรดามหาเศรษฐี นักธุรกิจชั้นนำ และผู้มีอำนาจในยูเครน รวมถึงชายที่ร่ำรวยที่สุดของประเทศ อพยพออกจากยูเครนในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

โดยหนังสือพิมพ์ Ukrayinska Pravda ระบุว่าภายในวันที่ 13 ก.พ. เพียงวันเดียวมีเครื่องบินเช่าเหมาลำและเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวประมาณ 20 ลำเดินทางออกจากเคียฟ เมืองหลวงของประเทศ

รายงานระบุว่าเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวที่เดินทางออกจากน่านฟ้ายูเครนในวันดังกล่าว ถูกกล่าวหาว่าเป็นของรีนาท อาห์เมตอฟ มหาเศรษฐีของยูเครนเจ้าของทรัพย์สินประมาณ 7,100 ล้านเหรียญสหรัฐตามรายงานของ Forbes ส่วนเจ้าตัวนั้นออกนอกประเทศไปเมื่อวันที่ 30 ม.ค.

นอกจากนี้ยังมีวิคเตอร์ พินชุค นักธุรกิจมหาเศรษฐีผู้มั่งคั่งอันดับ 2 ของยูเครน ซึ่งได้เดินทางออกนอกประเทศไปเมื่อปลายเดือนที่แล้วเช่นกัน

ในบรรดาผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเผ่นออกจากยูเครนในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา Ukrayinska Pravda ยังกล่าวถึงวาดิม โนวินสกี นักการเมืองและนักธุรกิจชื่อดัง เจ้าของทรัพย์สินประมาณ 1,300 ล้านเหรียญสหรัฐ, โอเล็กซานเดอร์ ยาโรสลาฟสกี ชายที่ร่ำรวยที่สุดอันดับ 9 ของยูเครน, วาดิม สโตลาร์ นักการเมืองและนักธุรกิจชื่อดังของประเทศ รวมถึงอีกหลายๆ คนที่มีรายชื่ออยู่ใน 100 มหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดของยูเครน

รายงานยังระบุว่าอีกอร์ อับราโมวิช นักการเมืองและนักธุรกิจยูเครนได้จองเครื่องบินส่วนตัวสำหรับ 50 คนเพื่อเดินทางไปยังกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย

อย่างไรก็ตาม บางคนที่ถูกกล่าวถึงในรายงานดังกล่าวออกมาปฏิเสธแล้ว อาทิ โบริส โคเลสนิคอฟ นักการเมืองยูเครน อดีตรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งถูกอ้างในรายงานว่าออกจากประเทศเมื่อวันที่ 13 ก.พ. ที่ผ่านมา โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กว่ารายงานดังกล่าวเป็น “ข่าวปลอม” ซึ่งขณะนี้ตนอยู่ที่เคียฟ

ด้านโฆษกของอันเดรย์ สตาฟนิตเซอร์ ซึ่งมีชื่ออยู่ในรายงานเดียวกันกล่าวกับ Cnzor.net ว่าเจ้าตัวเดินทางออกจากยูเครนเมื่อวันที่ 13 ก.พ. จริง แต่ไปทำธุรกิจที่ดูไบ ซึ่งจะเดินทางกลับยูเครนเร็วๆ นี้

รายงานดังกล่าวมีขึ้นขณะที่ทางการตะวันตกและสื่อต่างเตือนถึงความเป็นไปได้ที่รัสเซียจะบุกยูเครน แม้ว่ารัฐบาลรัสเซียจะปฏิเสธมาโดยตลอดว่าไม่ได้มีแผนที่จะบุกยูเครนแต่อย่างใด

ทั้งนี้ สหรัฐ สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย อิสราเอล และอีกหลายประเทศได้เรียกร้องให้พลเมืองของตนออกจากยูเครนโดยเร็วที่สุด ในขณะเดียวกันได้อพยพเจ้าหน้าที่ทางการทูตส่วนใหญ่ออกจากเมืองหลวงของประเทศ

Photo by Sergey BOBOK / AFP

ไบเดนลั่นระวัง ‘สงครามโลก’ แต่อเมริกันต้องการรบกับรัสเซียหรือไม่?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/675575

วันที่ 14 ก.พ. 2565 เวลา 11:51 น.ไบเดนลั่นระวัง 'สงครามโลก' แต่อเมริกันต้องการรบกับรัสเซียหรือไม่?

ประธานาธิบดีไบเดนกล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 10 กุมภาพันธ์ ว่าเขาจะไม่ส่งกองทหารสหรัฐฯ เข้าไปในยูเครนเพื่ออพยพชาวอเมริกันหากรัสเซียรุกราน โดยกล่าวว่าการกระทำดังกล่าวอาจก่อให้เกิด “สงครามโลก”

เมื่อถูกถามในการสัมภาษณ์ทางทีวีว่ามีเหตุการณ์ที่อาจส่งผลให้เขาส่งกองทหารสหรัฐฯ ไปช่วยชาวอเมริกันที่ติดอยู่ในยูเครนหรือไม่ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐบอกกับผู้ประกาศข่าว NBC  เลสเตอร์ โฮลท์ว่า “ไม่มี นั่นจะเป็นสงครามโลกถ้าอเมริกันและรัสเซียเริ่มยิงใส่กัน”

ไบเดนบอกว่า “มันไม่เหมือนกับการที่เราจัดการกับองค์กรก่อการร้าย เรากำลังรับมือกับกองทัพที่ใหญ่ที่สุดในโลก มันเป็นสถานการณ์ที่แตกต่างกันมากและสิ่งต่าง ๆ อาจกลายเป็นเรื่องที่บ้าคลั่งไปอย่างรวดเร็ว”

แล้วชาวอเมริกันเสักกี่คนที่สนับสนุนให้ประเทศตัวเองส่งทหารไปเผชิญหน้ากับรัสเซียในกรณีที่เกิดการรุกรานยูเครน?

ผลสำรวจความเห็นชาวอเมริกันโดย YouGovAmerica พบว่า คนอเมริกันส่วนใหญ่ (55%) กล่าวว่านี่เป็นความคิดแย่ที่จะส่งทหารอเมริกันไปยูเครนเพื่อรบกับ โดยเฉพาะพรรครีพับลิกัน (62%) ที่ไม่เห็นด้วยมากที่สุด มีเพียง 13% เท่านั้นที่บอกว่าเป็นความคิดที่ดี

กับแนวทางในการส่งทหารไปยูเครนเพื่อช่วยเหลือ แต่ไม่ให้ต่อสู้ พบว่า 33% ของชาวอเมริกันเห็นด้วยกับแนวคิดนี้ ขณะที่ 34% คัดค้าน

ส่วนนโยบายใหม่ในการส่งกองทหารสหรัฐไปยังประเทศพันธมิตรในยุโรปตะวันออก ซึ่งรัฐบาลไบเดนได้ดำเนินการไปแล้ว พบว่าประชาชนที่สนับสนุนพรรคเดโมแครตสนับสนุนแนวคิดนี้ (52% กล่าวว่าเป็นความคิดที่ดี 15% กล่าวว่าเป็นความคิดที่ไม่ดี) และส่วนกลุ่มที่สนับสนุนรีพับลิกันเห็นด้วยในสัดส่วนน้อยลงมา (34% ถึง 29%)

โดยรวม 40% ถึง 23% ชาวอเมริกันกล่าวว่าเป็นความคิดที่ดีที่จะส่งกองทหารสหรัฐไปยังประเทศพันธมิตร NATO ในยุโรปตะวันออก

อย่างไรก็ตาม ชาวอเมริกันยังคงมีข้อมูลเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับยูเครน หนึ่งในสี่ไม่สามารถบอกได้ว่ายูเครนเป็นพันธมิตรหรือศัตรู และมีไม่ถึงครึ่งที่มีความคิดเห็นเกี่ยวกับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี้ของยูเครน ส่วนผู้ที่มีความเห็นกี่ยวกับผู้นำยูเครนยังมีความเห็นในแง่ไม่ดีมากกว่าแง่ดี

ชาวอเมริกันไม่เพียงแต่มองว่ารัสเซียเป็นภัยคุกคามต่อยูเครนเท่านั้น พวกเขายังมองว่าเป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐฯ โดยมากกว่า 2 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสอบถามบอกว่ารัสเซียคือภัยคุกคาม และหนึ่งในสามกล่าวว่ารัสเซียเป็นภัยคุกคามโดยตรงและในทันที

มิตรภาพที่ใกล้ชิดใหม่ระหว่างปูตินและประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีน โดยเฉพาะในโอลิมปิกฤดูหนาวที่ปักกิ่ง ตอกย้ำถึงความกังวลของชาวอเมริกัน ในการสำรวจโดย Economist/YouGov ชาวอเมริกันมองว่าผู้นำทั้งสองไม่ซื่อสัตย์และไม่น่าเชื่อถือ

รัสเซียลั่น “ไม่ให้ค่า” พันธมิตรตะวันตกขู่คว่ำบาตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/675568

วันที่ 14 ก.พ. 2565 เวลา 11:03 น.รัสเซียลั่น "ไม่ให้ค่า" พันธมิตรตะวันตกขู่คว่ำบาตร

รัสเซียไม่สนสหรัฐและพันธมิตรขู่คว่ำบาตรหากบุกรุกยูเครน

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า วิคเตอร์ ทาทารินท์เซฟ เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสวีเดนกล่าวกับหนังสือพิมพ์สวีเดนว่าประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ไม่สนที่สหรัฐและประเทศพันธมิตรขู่ว่าจะใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย หากรัสเซียบุกรุกยูเครน

“ขอโทษที่ต้องใช้คำพูดแบบนี้ แต่เราไม่ให้ค่าอะไร (give a s**t) กับมาตรการคว่ำบาตรของพวกเขาหรอก” ทาทารินท์เซฟกล่าว พร้อมเสริมว่ารัสเซียเคยถูกคว่ำบาตรมาแล้วหลายครั้ง แต่มันส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและการเกษตรของประเทศ

“เราพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น และสามารถส่งออกได้มากขึ้น เราไม่มีชีสอิตาลีหรือสวิส แต่เราเรียนรู้ที่จะทำชีสรัสเซียที่ดีโดยใช้สูตรอิตาลีและสวิส การคว่ำบาตรครั้งใหม่อาจไม่ใช่สิ่งที่ดี แต่มันก็ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่ตะวันตกคิด”

“ยิ่งตะวันตกกดดันรัสเซียมากเท่าไร ปฏิกิริยาของรัสเซียก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้น” ทาทารินท์เซฟกล่าว แต่ยืนยันว่ารัสเซียพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดสงคราม

“นั่นเป็นความปรารถนาอย่างจริงใจที่สุดของผู้นำของเรา สงครามคือทางเลือกสุดท้ายของรัสเซีย”

ขณะที่หลายประเทศแสดงความกังวลว่ารัสเซียกำลังเตรียมพร้อมที่จะบุกยูเครน โดยได้ระดมกำลังทหารมากกว่า 100,000 นายเข้าประชิดชายแดนยูเครน

โดยรัฐบาลสหรัฐเตือนว่ารัสเซียสามารถบุกยูเครนได้ทุกเมื่อ พร้อมเรียกร้องให้พลเมืองอพยพออกจากยูเครนโดยเร็วที่สุด ขณะที่แถลงการณ์จากทำเนียบขาวระบุว่า “ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ชัดเจนว่าหากรัสเซียปฏิบัติการทางทหารต่อยูเครน สหรัฐและประเทศพันมิตรพร้อมที่จะตอบโต้อย่างเด็ดขาด”

Photo by Alexey NIKOLSKY / Sputnik / AFP

รัฐบาลประเทศต่างๆ วอนให้พลเมืองตนออกจากยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/675563

วันที่ 14 ก.พ. 2565 เวลา 09:55 น.รัฐบาลประเทศต่างๆ วอนให้พลเมืองตนออกจากยูเครน

ด้วยความกลัวว่ารัสเซียจะรุกรานยูเครน หลายประเทศจึงเรียกร้องให้พลเมืองของตนออกจากที่นั่นและกำลังลดจำนวนเจ้าหน้าที่ทางการทูตของตน

– เรียกร้องให้ออกจากยูเครน –

ในบรรดาประเทศที่เรียกร้องให้พลเมืองออกจากยูเครน ได้แก่ สหรัฐอเมริกา เยอรมนี อิตาลี สหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ เบลเยียม ลักเซมเบิร์ก เนเธอร์แลนด์ แคนาดา นอร์เวย์ เอสโตเนีย ลิทัวเนีย บัลแกเรีย สโลวีเนีย ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น อิสราเอล ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

– วอนไม่ให้เดินทางไป –

ฝรั่งเศสไม่แนะนำให้ประชาชนเดินทางไปยังพื้นที่ชายแดนทางภาคเหนือและภาคตะวันออกของยูเครน แต่ยังไม่ได้แจ้งให้พลเมืองของตนเดินทางออกนอกประเทศ

โรมาเนียซึ่งมีพรมแดนติดกับยูเครน ได้แนะนำอย่างยิ่งให้พลเมืองของตนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังประเทศดังกล่าว และให้ “ประเมินความจำเป็นที่จะอยู่อีกครั้ง” หากมีอยู่แล้ว

– การลดสถานะทางการฑูต –

มอสโกได้เรียกคืนเจ้าหน้าที่ทางการทูตบางคนของตน โดยกล่าวว่าพวกเขากลัว “การยั่วยุ”

สหรัฐฯ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทางการทูตส่วนใหญ่ของตนออกจากกรุงเคียฟ โดยกล่าวว่า การโจมตีของรัสเซียสามารถเริ่มต้นได้ “ณ วันใดก้ได้” รัฐบาลสหรัฐจะเปิดสถานกงสุลในเมืองลวีฟทางตะวันตกของยูเครน

แคนาดากำลังปิดสถานทูตในกรุงเคียฟชั่วคราว ย้ายปฏิบัติการทางการทูตไปยังเมืองลวีฟ เช่นเดียวกับออสเตรเลีย

สหภาพยุโรปแนะนำบุคลากรทางการทูตที่ไม่จำเป็นในเคียฟ เดินทางออกจากประเทศยูเครนและทำงานจากต่างประเทศ

โรมาเนียได้ถอนบุคลากรที่ไม่จำเป็นออกจากสถานทูตในเคียฟแล้ว และอิสราเอลได้อพยพครอบครัวของนักการทูตและเจ้าหน้าที่ของสถานทูต

– เที่ยวบินถูกระงับ –

สายการบิน KLM ของเนเธอร์แลนด์ประกาศเมื่อวันเสาร์ว่าได้ระงับเที่ยวบินไปยังยูเครนจนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม

แต่กระทรวงโครงสร้างพื้นฐานของยูเครนกล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่าประเทศจะเปิดน่านฟ้าของตนไว้แม้จะมีความเป็นไปได้ที่รัสเซียจะรุกราน

Photo – บคลากรขององค์การว่าด้วยความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (OSCE) รวมตัวกันที่สถานีรถไฟเพื่อขึ้นรถไฟไปยังกรุงเคียฟขณะออกจากเมืองครามาตอสก์ ในภูมิภาคโดเนตสก์ ระเทศยูเครน 13 กุมภาพันธ์ 2022 REUTERS / Vyacheslav Madiyevskyy

สิ้นสุดยุคแห่งการสวมหน้ากากในสแกนดิเนเวีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/675528

วันที่ 13 ก.พ. 2565 เวลา 15:10 น.สิ้นสุดยุคแห่งการสวมหน้ากากในสแกนดิเนเวีย

นอร์เวย์กลายเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ยกเลิกมาตรการควบคุมโควิดคำสั่งการเว้นระยะห่างทางสังคมขั้นสุดท้าย

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ นายกรัฐมนตรีเมตต์ เฟรเดอริคเซ่นแห่งเดนมาร์กประกาศยกเลิกข้อจำกัดต่างๆ เช่น คำสั่งสวมหน้ากาก ความจำเป็นในการแสดงบัตรผ่านสุขภาวะจากโรคโควิด-19 เพื่อเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณะ และยกเลิกการปิดไนท์คลับ ทำให้เดนมาร์กเป็นประเทศแรกๆ ที่อยุ่ร่วมกับโควิด “จริงๆ” โดยเฉพาะการเลิกสวมหน้ากากอันเป็นสัญลักษณ์ของสิ่งที่เรียกว่า “นิวนอร์มอล” 

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ สวีเดินเดินตามรอยเดนมาร์กด้วยการ “ประกาศชัยชนะเหนือโควิด” ต่างกันตรงที่สวีเดนไม่เคยออกคำสั่งให้ผู้คนสวมหน้ากากในช่วงที่มีการระบาดใหญ่ ซึ่งแตกต่างจากที่อื่นๆ แนะนำให้ใส่เฉพาะบางสถานการณ์เท่านั้น

ล่าสุด นอร์เวย์ยกเลิกข้อจำกัดโควิดขั้นสุดท้ายเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ โดยเลิกเว้นระยะห่างทางสังคมและสวมหน้ากากในพื้นที่ที่มีผู้คนพลุกพล่าน แม้ว่าจะมีการติดเชื้อ Omicron เพิ่มขึ้น

“มาตรการกำลังหายไป เรากำลังยกเลิกคำแนะนำเกี่ยวกับการเว้นระยะห่างทางสังคม” นายกรัฐมนตรีโยนัส กาฮ์ร สเตอร์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวในงานแถลงข่าว

“ตอนนี้เราสามารถเข้าสังคมได้เหมือนเมื่อก่อน ทั้งในสถานบันเทิงยามค่ำคืน ในงานวัฒนธรรม และในโอกาสทางสังคมอื่นๆ และระหว่างทางไปและกลับจากที่ทำงานด้วยรถประจำทาง รถไฟ และเรือข้ามฟาก” เขากล่าว

นอร์เวย์ยกเลิกมาตรการควบคุมโควิดอื่นๆ เกือบทั้งหมดเมื่อต้นเดือนนี้ ซึ่งรวมถึงการทำงานทางไกล การจำกัดขนาดฝูงชน และการจำกัดการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในบาร์และร้านอาหาร

ข้อกำหนดในการแยกตัวเป็นเวลา 4 วันหลังจากการทดสอบโควิดมีผลเป็นบวก ถูกลดระดับเป็นข้อเสนอแนะเท่านั้น และไม่ต้องให้เด็กที่มีอาการระบบทางเดินหายใจตรวจหาเชื้อโควิดอีกต่อไป

นายกรัฐมนตรีโยนัส กาฮ์ร สเตอร์เน้นย้ำว่า “การแพร่ระบาดยังไม่สิ้นสุด” และแนะนำให้ผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนและผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ฝึกเว้นระยะห่างทางสังคมและสวมหน้ากากซึ่งไม่สามารถเว้นระยะห่างทางสังคมได้

สถาบันสาธารณสุขแห่งนอร์เวย์ (FHI) กล่าวว่าประเทศยังไม่เห็นจุดสูงสุดของคลื่นการระบาดจากเชื้อ Omicron แต่คาดว่าจะเกิดขึ้นในไม่ช้า

คามิลลา สตอลเทนแบร์ก ผู้อำนวยการหน่วยงานกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าจำนวนการรักษาในโรงพยาบาลจากการติดเชื้อ ได้เพิ่มขึ้น 40% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา

ณ วันศุกร์ นอร์เวย์มีผู้ป่วย 986,851 รายและเสียชีวิตจากไวรัส 1,440 ราย โดยประชากรมากกว่า 91 เปอร์เซ็นต์ได้รับวัคซีนอย่างน้อย 2 โด๊ส

FHI ประมาณการว่าสามถึงสี่ล้านคนจากประชากร 5.4 ล้านคนอาจติดเชื้อในช่วงซัมเมอร์นี้

Photo – Birk Ruud ของนอร์เวย์ฉลองการชนะการแข่งขันฟรีสไตล์สกีชาย ในรอบชิงชนะเลิศระหว่างการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2022 ที่ปักกิ่งที่ Big Air Shougang ในกรุงปักกิ่งเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2022 (ภาพโดย SEBASTIEN BOZON / AFP)

 

การรุกยูเครนจะเกิดเมื่อไร? จับตาหลังนายกเยอรมันพบปูติน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/675516

วันที่ 13 ก.พ. 2565 เวลา 11:55 น.การรุกยูเครนจะเกิดเมื่อไร? จับตาหลังนายกเยอรมันพบปูติน

มีหลายกระแสคาดการณ์ถึงการรุกรานและสงครามยูเครน-รัสเซีย สื่อเยอรมนีชี้ว่มันจะเกิดขึ้นหลังจากที่ผู้นำของพวกเขาไปพยายามโน้มน้าวไม่ให้สงครามเกิดขึ้น

สื่อของสหรัฐฯ และเยอรมันบางรายอ้างแหล่งข่าวกรองและเจ้าหน้าที่ว่า สงครามอาจเกิดขึ้นได้ ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง หลังจากที่นายกรัฐมนตรีโอลาฟ ชอลซ์ ของเยอรมนีสิ้นสุดการเจรจากับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินที่กรุงมอสโก ในวันอังคารที่ 15 กุมภาพันธ์นี้

ผู้นำเยอรมนีมีกำหนดจะเดินทางไปยังกรุงเคียฟในวันจันทร์นี้ และเดินทางไปพบปะกับปูติน ในขณะที่ยุโรปพยายามเปิดช่องทางการสื่อสารกับรัฐบาลรัสเซียเอาไว้

ตามรายงานของ Spiegel หน่วยสืบราชการลับของสหรัฐ CIA สันนิษฐานว่ารัสเซียสามารถบุกยูเครนได้เร็วที่สุดในวันพุธหน้า

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ Frankfurter Rundschau รายงานว่า หลังจากการโทรศัพท์หานักการเมืองระดับนานาชาติชั้นนำ รัฐบาลเยอรมันประเมินสถานการณ์ในยูเครนว่า “ซีเรียสมากๆ” อย่างไรก็ตาม พวกเขาต้องการยังคงพยายามเกลี้ยกล่อมรัสเซียให้ลดระดับการเผชิญหน้าด้วยความพยายามทางการทูต

เยอรมนีมีอิทธิพลสูงในการเมืองยุโรป แต่เพราะเยอรมนีเกี่ยวข้องกับรัสเซียเรื่องก๊าวธรรมชาติ ทำให้ถูกมองว่าพยายามหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า นายกรัฐมนตรีโอลาฟ ชอลซ์ กล่าวในสัปดาห์ในการประชุมสุดยอดไตรภาคีในกรุงเบอร์ลิน ผู้นำเยอรมนี ฝรั่งเศส และโปแลนด์ เรียกร้องให้มีการเจรจาเพื่อหลีกเลี่ยงการทำสงครามในยุโรป

โดยในการพบปะกับประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง และอันเดรเซย์ ดูดา นายกรัฐมนตรีโอลาฟ ชอลซ์ เรียกกองทหารรัสเซียที่ประชิดชายแดนยูเครนว่าเป็นสถานการณ์ที่ “น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง” และบอกว่า “เป้าหมายร่วมกันของเราคือการป้องกันการทำสงครามในยุโรป”

บรรดาผู้นำของยูเครนพยายามจะโน้มน้าวให้โลกอย่าคาดถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการทำสงครามแบบเบ็ดเสร็จ เนื่องจากผลกระทบที่สร้างความเสียหายจากความกลัวดังกล่าวที่มีต่อเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ของประเทศและขวัญกำลังใจสาธารณะ

แต่บรรยากาศทั่วประเทศยังคงตึงเครียด

สำนักงานนายกเทศมนตรีในเคียฟ ระบุว่า ได้เตรียมแผนอพยพฉุกเฉินสำหรับผู้อยู่อาศัยในเมืองหลวง 3 ล้านคน เพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อน

รัสเซียเรียกทูตกลับ-สหรัฐอพยพเกือบทั้งหมดออกจากยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/675507

วันที่ 13 ก.พ. 2565 เวลา 10:36 น.รัสเซียเรียกทูตกลับ-สหรัฐอพยพเกือบทั้งหมดออกจากยูเครน

รวมถึงสหราชอาณาจักร แคนาดา และออสเตรเลียก็ทำแบบเดียวกัน ขณะที่สหภาพยุโรปยังไม่ยอมถอนออกไป

เค้าลางไม่สู้ดีเริ่มชัด เมื่อรัสเซียเรียกกเจ้าหน้าที่ทางการทูตบางส่วนออกจากยูเครนเมื่อวันเสาร์

กระทรวงการต่างประเทศในกรุงมอสโกกล่าวว่า การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นจากความกลัวว่า “อาจมีการยั่วยุจากรัฐบาลยูเครน”

แต่รัฐบาลสหรัฐและประเทศต่างๆ ในยุโรปพร้อมกับอิสราเอลกล่าวถึงภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นจากการรุกรานของรัสเซีย โดยประเทศเหล่านี้เรียกร้องให้พลเมืองของตนออกจากยูเครนโดยเร็วที่สุด

อังกฤษและสหรัฐ ถอนที่ปรึกษาทางการทหารส่วนใหญ่ออกจากยูเครน ขณะที่สถานทูตสหรัฐฯ สั่งให้เจ้าหน้าที่ “เกือบทั้งหมด” ออกจากกรุงเคียฟ

ออสเตรเลีย ระบุว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สถานทูตที่เหลือทั้งหมดในเคียฟทำการอพยพ และแคนาดากล่าวว่ากำลังปิดสถานทูตชั่วคราว และย้ายการดำเนินงานไปยังเมืองลวีฟ ทางตะวันตกขอยูเครน

สายการบิน KLM ของเนเธอร์แลนด์ประกาศว่าได้ระงับเที่ยวบินพาณิชย์ไปยังยูเครนจนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม

การแห่อพยพของบุคลากรของชาติตะวันตก ทำให้รัฐบาลยูเครนต้องร้องขอต่อพลเมืองของตนให้ “อยู่ในความสงบ”

“ขณะนี้ ศัตรูที่ใหญ่ที่สุดของประชาชนคือความตื่นตระหนก” ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน กล่าวในการเยือนกองทหารที่ประจำการอยู่ใกล้คาบสมุทรไครเมียที่รัสเซียทำการผนวกไปเมื่อปี 2014

ชาวยูเครนหลายพันคนฝ่าความหนาวเหน็บเพื่อเดินขบวนแสดงพลังในกรุงเคียฟ เพื่อแสดงความสามัคคีท่ามกลางความกลัวสงครามที่เพิ่มขึ้น

“ความตื่นตระหนกไร้ประโยชน์” มาเรีย เชอร์เบนโก นักศึกษาสาวกล่าวขณะที่ฝูงชนโบกธงสีฟ้าเหลืองของยูเครนและร้องเพลงชาติ “เราต้องสามัคคีและต่อสู้เพื่อเอกราช”

ขณะที่ชาติตะวันตกอพยพผู้คนและเจ้าหน้าที่ แต่สหภาพยุโรปไม่ได้ถอนเจ้าหน้าที่การทูตจากยูเครน หลังจากที่สหรัฐฯ เตือนว่ากองกำลังรัสเซียอาจบุกรุกได้ทุกเมื่อ

“สหภาพยุโรปและประเทศสมาชิกกำลังประสานงานรับแนวโน้มของภัยคุกคามในปัจจุบันต่อยูเครน สำนักงานการทูตของเรายังไม่ปิด พวกเขายังคงอยู่ในเคียฟ และดำเนินการต่อไปเพื่อสนับสนุนพลเมืองของสหภาพยุโรปและร่วมมือกับทางการยูเครน” โจเซฟ บอร์เรลล์ หัวหน้านโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรปกล่าวในแถลงการณ์

“เราขอย้ำว่าการรุกรานทางทหารต่อยูเครนที่จะเกิดขึ้นจะมีผลกระทบอย่างใหญ่หลวงและจะมีการตอบโต้ที่มีความเสียหายสูง” บอร์เรลล์กล่าว

Photo by Sergei SUPINSKY / AFP

 

รัสเซียเผยเรือดำน้ำสหรัฐล้ำน่านน้ำ ส่งเรือรบไล่ออกไป

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/675505

วันที่ 13 ก.พ. 2565 เวลา 09:40 น.รัสเซียเผยเรือดำน้ำสหรัฐล้ำน่านน้ำ ส่งเรือรบไล่ออกไป

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นใกล้หมู่เกาะคูริลของรัสเซียในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งเป็นดินแดนที่ญี่ปุ่นอ้างสิทธิ์

ทางการรัสเซียเผยเมื่อวันเสาร์ว่า เรือพิฆาตต่อต้านเรือดำน้ำของรัสเซียขับไล่เรือดำน้ำของสหรัฐฯ ที่แล่นเข้ามาใกล้หมู่เกาะคูริล บังคับให้เรือขดำน้ำของสหรัฐต้องออกจากน่านน้ำของรัสเซีย  ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในยูเครน

อย่างไรก็ตาม กองทัพสหรัฐฯ ได้ปฏิเสธข้อมูลดังกล่าว

กระทรวงกลาโหมของรัสเซียกล่าวว่าในระหว่างการฝึกซ้อมทางทหารตามแผน เรือพิฆาต Marshal Shaposhnikov ตรวจพบเรือดำน้ำชั้นเวอร์จิเนีย (Virginia-class) ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ในน่านน้ำรัสเซียใกล้กับหมู่เกาะคูริลในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนเหนือ

เมื่อเรือดำน้ำเพิกเฉยต่อการเรียกร้องของรัสเซียให้ลอยขึ้นสู่ผิวน้ำ ลูกเรือของเรือฟริเกตรัสเซียจึง “ใช้วิธีการที่เหมาะสม”และเรือดำน้ำของสหรัฐฯ จึงต้องออกจากเรือด้วยความเร็วเต็มที่ ทางกระทรวงระบุโดยไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม

กระทรวงกลาโหมของรัสเซียระบุว่า ได้เรียกทูตกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ เข้าพบในกรุงมอสโกว เกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว

“ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดโดยเรือดำน้ำของกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่ชายแดนรัฐของสหพันธรัฐรัสเซีย ทูตกลาโหมประจำสถานทูตสหรัฐฯ ในมอสโก ถูกเรียกตัว (summoned) ไปยังกระทรวงกลาโหมรัสเซีย” กระทรวงกลาโหมรัสเซียกล่าว

อย่างไรก็ตาม ถ้อยแถลงจากกองทัพสหรัฐฯ กล่าวว่า “ไม่มีความจริงใดๆ อย่างที่รัสเซียอ้างว่าปฏิบัติการของเราล้ำน่านน้ำของพวกเขา”

กัปตันไคล์ เรนส์ โฆษกกองบัญชาการสหรัฐฯ ประจำน่านน้ำอินโด-แปซิฟิก กล่าวว่า เขาจะไม่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับตำแหน่งที่แน่นอนของเรือดำน้ำสหรัฐฯ

แต่เขาเสริมว่า “เราบิน แล่นเรือ และปฏิบัติการได้อย่างปลอดภัยในน่านน้ำสากล”

หมู่เกาะคูริลซึ่งอยู่ทางเหนือของเกาะฮอกไกโดของญี่ปุ่น ถูกควบคุมโดยรัสเซียนับตั้งแต่ถูกกองทัพโซเวียตยึดครองในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 (ทั้งนี้ สหรัฐมีฐานทัพต่างๆ ประจำการในญี่ปุ่นด้วย) 

เหตุการณ์ที่อ้างถึงนั้นเกิดขึ้นใกล้กับเกาะอูรุปของหมู่เกาะคูริลซึ่งควบคุมโดยรัสเซีย

เรื่องนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างรัสเซียและชาติตะวันตก ขณะที่รัสเซียโอบล้อมรอบยูเครนทั้งสามด้านด้วยกองกำลังมากกว่า 100,000 นาย

รัฐบาลสหรัฐเตือนว่าการบุกรุกอย่างเต็มกำลังของรัสเซียสามารถเริ่มต้นได้ “ทุกวัน”

ผู้นำรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน ประณามการกล่าวอ้างดังกล่าวว่าเป็น “การยั่วยุ”

Photo – เรือดำน้ำไฟฟ้าพลังงานดีเซลของกองทัพเรือรัสเซีย Rostov-on-Don คุ้มกันโดยเรือยามฝั่งตุรกีของกองทัพเรือตุรกี ขณะแล่นเรือในดาร์ดาแนลส์ ระหว่างทางไปยังทะเลดำ ในเมืองคานาคคาเล ประเทศตุรกี 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565 – REUTERS/Yoruk Isik

ไบเดนขู่ปูติน สหรัฐจะตอบโต้อย่างเด็ดขาดหากโจมตียูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/675503

วันที่ 13 ก.พ. 2565 เวลา 09:15 น.ไบเดนขู่ปูติน สหรัฐจะตอบโต้อย่างเด็ดขาดหากโจมตียูเครน

ทำเนียบขาวเผย ไบเดนเตือนปูตินว่าการโจมตีของยูเครนจะนำมาซึ่ง ‘ความเสียหายที่ฉับพลันและรุนแรง’

ประธานาธิบดี โจ ไบเดน เตือนประธานาธิบดีเครมลิน วลาดิมีร์ ปูติน ทางโทรศัพท์เป็นเวลานานกว่า 1 ชั่วโมงเมื่อวันเสาร์ว่า สหรัฐฯ “จะตอบโต้อย่างเด็ดขาดและตอบโต้ด้วยความเสียหายที่ฉับพลันและรุนแรง” หากรัสเซียบุกยูเครน

ไบเดนเน้นว่า “ในขณะที่สหรัฐฯ ยังคงเตรียมพร้อมที่จะมีส่วนร่วมในการทูต ด้วยการประสานงานอย่างเต็มที่กับพันธมิตรและพันธมิตรของเรา เราก็พร้อมสำหรับสถานการณ์อื่นๆ ไปพร้อมๆ กัน”

“ประธานาธิบดีไบเดนชัดเจนว่า หากรัสเซียบุกโจมตียูเครนต่อไป สหรัฐฯ ร่วมกับพันธมิตรและพันธมิตรของเราจะตอบโต้อย่างเด็ดขาดและจะตอบโต้ด้วยความเสียหายที่ฉับพลันและรุนแรงต่อรัสเซีย” คำแถลงของทำเนียบขาวระบุ

ทำเนียบขาวยังกล่าวอีกว่า ไบเดน “ย้ำ” กับปูตินว่าการโจมตียูเครน “จะก่อให้เกิดความทุกข์ทรมานต่อมนุษย์อย่างกว้างขวางและทำให้สถานะของรัสเซียตกต่ำลง”

ด้านเจ้าหน้าที่สหรัฐเผยว่าไบเดนและปูตินมีการสนทนาโดยตรงเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ ที่สหรัฐฯ ได้ประกาศต่อสาธารณะ และทั้งคู่มีการหารืออย่างเป็นรุปธรรมและอย่างเป็นมืออาชีพ แต่การหารือครั้งนี้ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในระดับพื้นฐาน

เจ้าหน้าที่รายนี้กล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐได้เสนอข้อเสนอที่จะ “เสริมสร้างความมั่นคงของยุโรปและจัดการกับข้อกังวลบางประการของรัสเซีย” ในขณะเดียวกันก็ให้คำมั่นว่าจะเคารพอธิปไตยของยูเครน

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่สหรัฐยังระบุว่า ยังคงไม่ชัดเจนหากรัสเซียเต็มใจที่จะดำเนินการทางการทูตหรือไม่ อาจดำเนินการด้วยการดำเนินการทางทหาร

“ยังไม่ชัดเจนว่ารัสเซียสนใจที่จะบรรลุเป้าหมายเหล่านี้ในเชิงการฑูตหรือไม่ แทนที่จะใช้กำลัง เรายังคงมุ่งมั่นที่จะรักษาโอกาสที่จะลดระดับความรุนแรงผ่านการทูตให้คงอยู่ได้ แต่เรายังจับตาอย่างไม่ละวางถึงแนซโน้มที่จะเกิดขึ้น จากท่าทีที่รัสเซียกำลังดำเนินการอยู่” เจ้าหน้าที่กล่าวโดยไม่เปิดเผยชื่อ

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ทางการสหรัฐฯ กล่าวว่า รัสเซียถูกโดดเดี่ยวจากโลกมากขึ้นเรื่อยๆ โดยพึ่งพาจีนมากขึ้น

Photo by Jim WATSON and Grigory DUKOR / various sources / AFP