โรคเบาหวาน : ภาวะน้ำตาลสูง-ต่ำ อันตรายแค่ไหน? #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/626689

วันที่ 23 มิ.ย. 2563 เวลา 12:15 น.โรคเบาหวาน : ภาวะน้ำตาลสูง-ต่ำ อันตรายแค่ไหน?รู้จักกับ “ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง-ต่ำในผู้ป่วยเบาหวาน” จับทางสัญญาณบ่งบอก วิธีสังเกตอาการ การช่วยเหลือตัวเอง และการป้องกัน

ในผู้ป่วยโรคเบาหวาน การรักษาระดับน้ำตาลในเลือดเป็นเรื่องที่ต้องระวังเป็นอย่างมาก เพราะไม่ว่าจะเป็นระดับน้ำตาลในเลือดสูง หรือระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ต่างก็ส่งผลเสียต่อร่างกายได้ทั้งนั้น โดยคนส่วนมากจะรู้จักเพียงภาวะระดับน้ำตาลในเลือดสูง เพราะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคเบาหวาน แล้วรู้หรือไม่ว่า ภาวะระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เป็นโรคเบาหวานได้เช่นกัน มาทำความเข้าใจกับภาวะระดับน้ำตาลในเลือดำให้มากขึ้น พร้อมกับลองพิจารณาดูว่าเรากำลังถูกโรคนี้คุกคามอยู่หรือไม่

ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง (Hyperglycemia) 

ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ

  1. ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงและไม่พบกรดคีโตนคั่ง ภาวะนี้พบได้ในผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ค่อยดีจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม เมื่อมีความเจ็บป่วยรุนแรงหรือร่างกายเกิดการติดเชื้อ จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงมากขึ้น อาการของภาวะน้ำตาลในเลือดสูงกระหายน้ำมาก คลื่นไส้ ปัสสาวะบ่อยและมากผิดปกติ โดยเฉพาะเวลากลางคืนอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย น้ำหนักลดตาพร่ามัวซึม อาจถึงขั้นหมดสติ หรือมีอาการชักกระตุกเฉพาะที่  
  2. ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงและมีกรดคีโตนคั่ง หมายถึง ภาวะที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงมาก ร่วมกับมีสารคีโตนคั่งในเลือดเฉียบพลัน ทำให้มีกรดเกินในกระแสเลือด ภาวะนี้ค่อนข้างอันตรายรุนแรง หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจเสียชีวิตได้ มักเกิดในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 ซึ่งสาเหตุอาจเกิดจากขาด การฉีดอินซูลิน หรือได้รับยาไม่เพียงพอ หรือภาวะเครียดจากการเจ็บป่วย อาการทีพบบ่อย คือ คลื่นไส้ อาเจียนมาก ปัสสาวะบ่อย ลมหายใจมีกลิ่นเหมือนผลไม้ หายใจเหนื่อยหอบลึก อาจช็อคหมดสติ การรักษาภาวะฉุกเฉินนี้ ดื่มน้ำมากๆ และรีบไปโรงพยาบาล เพื่อรับการรักษาอย่างเร่งด่วน

ช่วยตนเองอย่างไร? … เมื่อมีภาวะน้ำตาลในเลือดสูง

  • ดื่มน้ำเปล่ามากๆ
  • ถ้ามีเครื่องเจาะน้ำตาลปลายนิ้วที่บ้าน ควรเจาะเลือดเช็คดูระดับน้ำตาลว่าสูงเท่าใด
  • ปรับขนาดยาฉีดอินซูลินขึ้น 1-2 ยูนิต ในกรณีที่ไม่แน่ใจควรโทรปรึกษาแพทย์ หรือทีมวิทยากรเบาหวาน
  • หากมีอาการรุนแรงมากกว่านี้ ควรมาโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาอย่างเร่งด่วน

จะป้องกันอย่างไร? … ไม่ให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูง

  1. ควบคุมอาหารอย่างต่อเนื่อง และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  2. รับประทานยาหรือฉีดอินซูลินตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
  3. ตรวจเช็คระดับน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะเมื่อมีอาการผิดปกติ
  4. เมื่อมีอาการเจ็บป่วย ควรไปพบแพทย์
  5. ห้ามหยุดฉีดอินซูลิน หรือหยุดรับประทานยาเอง
  6. มาพบแพทย์ตามนัด เพื่อรับการรักษาอย่างต่อเนื่อง

ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (Hypoglycemia)

หมายถึง ภาวะที่มีน้ำตาลในเลือดต่ำกว่า 60 มก./ดล. หรือเป็นผู้เป็นเบาหวาน บางราย เมื่อมีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำกว่า 70 มก./ดล. อาจมีอาการได้ในกรณีที่มีประวัติน้ำตาลสูงมากๆ

สัญญาณบอกว่า…ว่าเกิดอาการน้ำตาลในเลือดต่ำ

  • เหงื่อออกมาก ตัวเย็น
  • ใจสั่น หัวใจเต้นแรงและเร็ว
  • หิวมาก มือสั่น
  • อารมณ์หงุดหงิดง่ายปวดศรีษะ มึนงง หน้ามืด ตาลาย
  • ถ้าอาการรุนแรงอาจชักหรือหมดสติถ้าเกิดเวลากลางคืน อาจมีอาการปวดศรีษะ มึนงง เหงื่อออกมากขณะหลับ ฝันร้าย เมื่อตื่นขึ้นมาอาจสังเกตว่าเสื้อผ้าเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ

ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำเกิดขึ้นได้อย่างไร?

  1. รับประทานอาหารน้อยกว่าปกติ จะด้วยสาเหตุใดก็ตาม เช่น คลื่นไส้ อาเจียน พลาดเวลาอาหารหลัก รับประทานอาหารไม่เป็นเวลา
  2. ฉีดอินซูลิน หรือรับประทานยามากเกินไป
  3. ออกกำลังกายหักโหม หรือทำงานหนักมากกว่าปกติ
  4. การรับประทานเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในช่วงท้องว่าง อาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำกว่าปกติได้

จะช่วยตัวเองอย่างไร?….เมื่อเกิดอาการน้ำตาลในเลือดต่ำ

ถ้าอาการไม่มาก และเกิดขึ้นใกล้เวลาอาหาร ควรรีบรับประทานทันที หรือรีบรับประทานของว่าง เช่น ขนมปัง นม ผลไม้รสหวานก่อน

กรณีที่มีอาการค่อนข้างมาก แต่ยังรู้สึกตัว ให้ดื่มน้ำหวาน ½ – 1 แก้ว หรืออมลูกอม 1-2 เม็ด หรือน้ำตาล 2 ก้อน อาการควรจะดีขึ้นภายใน 5-10 นาที แล้วรีบรับประทานข้าว หรืออาหารประเภทแป้ง แต่ถ้าสังเกตอาการตนเองแล้วยังรู้สึกไม่ดีขึ้น สามารถดื่มน้ำหวานซ้ำอีก 1 แก้ว ทันที

ถ้ามีอาการรุนแรงถึงขั้นหมดสติไม่รู้สึกตัว ห้าม ให้ลูกอม หรือดื่มน้ำหวาน เพราะอาจทำให้สำลัก รีบนำส่งโรงพยาบาล หรือคลินิกที่ใกล้ที่สุด แล้วแจ้งแพทย์ที่ดูแลด้วยว่าเป็นเบาหวาน

จะป้องกันภาวะน้ำตาลต่ำได้อย่างไร?

  1. รับประทานอาหารให้เป็นเวลา และเพียงพอกับความต้องการของร่างกาย ไม่ควรงดอาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง
  2. ฉีดยา และรับประทานยาตามแพทย์สั่ง (ทั้งปริมาณยา และเวลา)
  3. หากจำเป็นต้องออกกำลังกายนานกว่า 30 นาที ควรรับประทานอาหารว่าง เช่น นม ขนมปัง หรือผลไม้ รองท้องประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนออกกำลังกาย
  4. ปรึกษาแพทย์ในกรณีที่ต้องรับประทานยารักษาโรคอื่นๆ ร่วมด้วย เพราะยานั้นอาจมีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด
  5. แจ้งบุคคลใกล้ชิดให้ทราบว่าท่านเป็นเบาหวาน และอธิบายวิธีช่วยเหลือ เมื่อมีอาการผิดปกติควรมีลูกอม น้ำตาลก้อน หรือน้ำผลไม้พกติดตัวไว้เพื่อเดินทางยาม ฉุกเฉิน
  6. ถ้ามีเครื่องเจาะน้ำตาลปลายนิ้วที่บ้าน ควรเจาะเลือดเช็คระดับน้ำตาลอย่างสม่ำเสมอ

สมุนไพรไล่ยุง ของดีใกล้ตัวจากคำแนะนำของแพทย์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/626683

วันที่ 23 มิ.ย. 2563 เวลา 11:35 น.สมุนไพรไล่ยุง ของดีใกล้ตัวจากคำแนะนำของแพทย์ยุงลายเป็นพาหะนำโรคร้ายอย่าง “โรคไข้เลือดออก” คำแนะนำของแพทย์เรื่องสมุนไพรที่ช่วยไล่ยุง รู้ไว้ของใกล้ตัวอาจช่วยเราให้ห่างไกลจากไข้เลือดออกได้

ฤดูฝนเป็นช่วงเวลาที่พบว่ามีการระบาดของโรคไข้เลือดออกในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศไทย ซึ่งกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข รายงานสถานการณ์ปัจจุบันของโรคไข้เลือดออกคาดว่า ในปี 2563 จะมีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกประมาณ 140,000 ราย สำหรับกลุ่มเสี่ยงต่อการป่วยโรคไข้เลือดออก คือ กลุ่มเด็กวัยเรียน (อายุ 5-14 ปี) แต่กลุ่มเสี่ยงต่อการเสียชีวิตนั้น คือ วัยผู้ใหญ่ (อายุ 35 ปีขึ้นไป) โดยเฉพาะในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง

สำหรับโรคไข้เลือดออกมียุงลายเป็นพาหะนำโรค ซึ่งมีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัสเดงกี่ (Dengue virus) อาการของโรคนี้มีความคล้ายคลึงกับโรคไข้หวัดในช่วงแรกถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องโดยเฉพาะในระยะ ที่มีเลือดออก (ระยะช็อก) ก็อาจส่งผลทำให้เสียชีวิตได้ และวิธีที่ดีที่สุดในการควบคุมการระบาดของโรคไข้เลือดออก คือ การป้องกันไม่ให้ยุงกัด โดยควบคุมแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ทั้งภายในบ้าน ชุมชน รวมถึงสถานที่สำคัญต่างๆ

นายแพทย์สรรพงศ์ ฤทธิรักษา รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก แนะนำประชาชนใช้สมุนไพรพื้นบ้านช่วยไล่ยุง ป้องกันโรคไข้เลือดออกในช่วงฤดูฝน หาง่าย ใช้สะดวก เป็นที่รู้จักของคนในชุมชน มีสารสำคัญช่วยไล่ยุง ป้องกันการเกิดโรคไข้เลือดออกได้ เช่น ตะไคร้หอม มีสารสำคัญคือน้ำมันหอมระเหยง่าย (Citronella oil) ซึ่งมีประสิทธิภาพในการไล่ยุงและแมลงอื่นๆ วิธีการนำมาใช้ไล่ยุงง่าย ๆ เพียงแค่นำต้นตะไคร้หอมสดมาขยี้หรือทุบให้มีกลิ่น แล้วนำไปวางไว้บริเวณมุมอับหรือจุดที่ต้องการไล่ยุง นอกจากนี้ ยังสามารถ นำสมุนไพรชนิดอื่นมาใช้ไล่ยุงได้โดยใช้วิธีเดียวกัน ได้แก่ ตะไคร้ ผิวมะกรูด กะเพรา โหระพา ยูคาลิปตัส เป็นต้น

ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปพร้อมใช้ที่ทำมาจากตะไคร้หอม สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป หรือตามร้านสะดวกซื้อ แต่หากต้องการทำสเปรย์ตะไคร้หอมไว้ใช้ ก็มีวิธีทำง่ายๆ โดยหั่นตะไคร้หอมเป็นชิ้นเล็กๆ ปริมาณ 100 กรัม ผิวมะกรูดหั่นปริมาณ 50 กรัม ห่อด้วยผ้าขาวบาง ใส่ลงในโหลแก้วเติมเอทิลแอลกอฮอล์ ปริมาณ 1 ลิตร ใส่การบูรปริมาณ 10 กรัม ปิดฝาให้แน่นหมักไว้ 7 วัน ระหว่างทำการหมักต้องเขย่าโหลแก้วทุกวัน เมื่อครบกำหนดกรองเอาแต่น้ำนำมาบรรจุขวดสเปรย์ ให้ติดฉลากว่าสเปรย์ตะไคร้หอมกันยุง เพื่อป้องกันการหยิบใช้ผิด วิธีใช้ให้ฉีดตามผิวกายแต่ควรระวังการสัมผัสกับเยื่อบุอ่อนที่บอบบาง เพราะอาจจะทำให้เกิดการระคายเคืองได้

ข้อมูลโดย  น.พ.สมชาย แสงกิจพร เผยว่า สิ่งที่จำเป็นที่สุดขณะนี้คือการป้องกันตัวเองและคนในครอบครัวไม่ให้ยุงกัด โดยใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันยุงที่มีประสิทธิภาพดี ซึ่งประชาชนยังสามารถนำสมุนไพรไทยมาใช้ทาป้องกันยุงกัดได้ สำหรับสารออกฤทธิ์ที่เป็นสมุนไพร หากเป็นสารชนิดเดียว เช่น น้ำมันหอมระเหยจากตะไคร้หอมต้องทาซ้ำทุกครึ่งชั่วโมง เนื่องจากป้องกันยุงลายได้น้อยกว่ายุงรำคาญ และผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรต้องมีสารเสริมฤทธิ์และสารที่ช่วยให้ติดทนนาน

อย่างไรก็ตาม กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ศึกษาวิจัยแล้วว่า การใช้สมุนไพรหลายชนิดรวมกันจะให้ผลในการป้องกันยุงได้ดีกว่าการใช้สมุนไพรชนิดเดียว ซึ่งสมุนไพรส่วนที่ออกฤทธิ์เป็นน้ำมันหอมระเหยจะหมดฤทธิ์เร็วกว่าสูตรที่เป็นดีทหรือไออาร์ นอกจากนี้ ยังต้องให้ความรู้กับประชาชนอีกว่าตะไคร้หอมเพื่อป้องกันยุงกัดนั้นจะต้องนำมาสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหยและทำเป็นสูตรตำรับเฉพาะก่อนจึงจะสามารถนำไปใช้ได้ การขยี้ ตี ตำ หรือปลูกตะไคร้หอมไว้บริเวณรอบบ้านตามที่เคยเชื่อมานั้นไม่สามารถป้องกันยุงกัดได้ 

ทั้งนี้ ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่การระบาดของไข้เลือดออก ขอแนะนำให้กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย หลีกเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในสถานที่ที่ยุงชุกชุม ไม่สวมเสื้อผ้าสีทึบ และควรพกพาสเปรย์ตะไคร้หอมติดตัวไว้ไล่ยุง ทุกครั้งเพื่อป้องกันไม่ให้ยุงกัดและป้องกันโรคที่จะมากับยุงในช่วงฤดูฝนนี้ 

10 เรื่องต้องรู้ “โรคไมเกรน” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/626467

วันที่ 22 มิ.ย. 2563 เวลา 09:19 น.10 เรื่องต้องรู้ “โรคไมเกรน”รู้จักโรคไมเกรนกันดีแค่ไหน อ่านก่อนรู้ก่อน 10 เรื่องต้องรู้ “โรคไมเกรน” โดยแพทย์ด้านประสาทวิทยา

ข้อมูลโดย นพ.อดิศักดิ์  กิตติสาเรศ อายุรกรรมสาขาประสาทวิทยา จากศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เผยแพร่ความรู้สุขภาพเรื่อง 10 เรื่องต้องรู้ “โรคไมเกรน” ดังนี้

เรื่องที่ 1 ปวดศีรษะไม่ได้มีแค่ไมเกรน

การปวดศีรษะเป็น ระบบเตือนของร่างกายที่แสดงออกมา เพื่อให้เรารู้ว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นและจะได้ตรวจเพื่อหาสาเหตุ ไม่ใช่เพื่อให้รับยาแก้ปวดแล้วจบเรื่อง มีโรคที่ทำให้ปวดศีรษะได้จำนวนมาก มีหลายโรคที่มีลักษณะคล้ายการปวดของไมเกรน ดังนั้น หากท่านมีอาการปวดที่มากขึ้น ไม่แน่ใจในลักษณะอาการปวด ควรพบผู้เชี่ยว ชาญเพื่อยืนยันการวินิจฉัย

เรื่องที่ 2 ปวดศีรษะไมเกรนเป็นอย่างไร

การปวดศีรษะของไมเกรน เกิดจากความผิดปกติของระบบไฟฟ้าที่ผิวสมอง ทำให้สมองถูกกระตุ้นได้ง่ายและไวกว่าปกติ เมื่อมีการปวดแล้วจะมีการรับรู้ที่ระบบประสาทรับความรู้สึกที่เพิ่มมากกว่าปกติ ทำให้รู้สึกถึงการเต้นของหลอดเลือดเกิดอาการปวดขึ้น มักปวดบริเวณขมับร้าวไปกระบอกตา ลักษณะตุ๊บๆ เหมือนหลอดเลือดเต้น มักเป็นทีละข้างสลับไปมาได้ นอกจากนี้ยังไม่อยากได้กลิ่น ได้ยินเสียงหรือรับแสง โดยส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะพักไปนอนเพื่อให้ได้หลีกเลี่ยงจากสิ่งกระตุ้นต่างๆ ก็จะดีขึ้น อาจมีอาการร่วมอื่นๆ ที่พบบ่อย คือ การเห็นแสงเป็นเส้นซิกแซกผิดปกติการคลื่นไส้อาเจียน เมื่อมีอาการเรื้อรังจะมีความถี่และความรุนแรงเพิ่มขึ้น อาจมีลักษณะอาการปวดเปลี่ยนลักษณะและอาการแสดงอื่นๆ ร่วมได้ เช่น เจ็บที่หนังศีรษะเวลาถูกสัมผัส นอกจากนี้ยังเพิ่มความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดสมองในผู้หญิงอีกด้วย

เรื่องที่ 3 ปวดศีรษะต้องเอ็กซเรย์สมองหรือไม่

หลายคนเข้าใจว่าการปวดศีรษะจำเป็นต้องมีอะไรในศีรษะและสมองทุกกรณี ซึ่งไม่ถูกต้อง อย่างไรก็ตามหากมีอาการผิดปกติอย่างอื่นร่วมด้วย เช่น ลักษณะมีอาการปวดรุนแรงในทันที, มีอาการซึมลง, อ่อนแรงแขนขา, ชา, พูดไม่ชัด, อาการปวดที่รุนแรงและถี่มากขึ้น, อาการปวดศีรษะครั้งแรกในผู้สูงอายุ (>50 ปี) และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง อาจมีความจำเป็นในการตรวจเพิ่มเติมเพื่อแยกโรค โดยการเอ็กซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าสมอง (MRI) แล้วแต่กรณี

เรื่องที่ 4 ทำอย่างไรไม่ให้ปวดศีรษะไมเกรน

โดยส่วนใหญ่ผู้ป่วยมักมีสิ่งกระตุ้นที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ที่พบบ่อย คือ แสงแดด อากาศร้อน หนาว กลิ่นเหม็นการใช้เหล้า บุหรี่ อาหารบางชนิด การอดหลับอดนอน ภาวะเครียด การมีประจำเดือน ควรสังเกตุและหลีกเลี่ยงเพื่อไม่ให้กระตุ้นการเกิดไมเกรน

เรื่องที่ 5 ยาแก้ปวดกินอย่างไรถึงได้ผลดี

ในระยะที่มีการปวดศีรษะต้องรับประทานทันทีที่เริ่มปวดศีรษะจึงจะได้ผลดี ยาที่ใช้ได้ คือ พาราเซตามอล,ยาลดการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs), ยากลุ่มทริปแทน (Triptan) และยาที่มีส่วนผสมของเออโกทามีน(Ergotamine) การใช้ยาแต่ละชนิดมีข้อควรระวังที่ต่างกัน ต้องอ่านฉลากก่อนใช้ยา ควรได้รับคำแนะนำจากผู้ เชี่ยวชาญเพื่อความปลอดภัย

เรื่องที่ 6 ถ้าปวดถี่มากขึ้นทำอย่างไรดี

เมื่อเป็นไมเกรนที่รุนแรงถี่มากขึ้นควรปรึกษาแพทย์ เพื่อพิจารณาการรับยาป้องกันการปวดศีรษะ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ลดผลข้างเคียงจากการใช้ยาแก้ปวดที่มากเกินไป และป้องกันการเกิดภาวะปวดศีรษะจากการใช้ยาแก้ปวด (MOH) ยาที่ใช้ในการป้องกันมีหลายชนิด เช่น Amitriptyline, Nortriptyline, Topiramate, Valproic acid, Propanolol, Flunarizine การเลือกใช้ขึ้นอยู่กับลักษณะของผู้ป่วยแต่ละราย ที่สำคัญ คือ ยากลุ่มนี้ต้องรับประทานทุกวันในขนาดที่เหมาะสม

เรื่องที่ 7 กินยาป้องกันทุกวันจะอันตรายไหม

โดยทั่วไปการรับประทานต่อเนื่องในระยะเวลาที่เหมาะสมมีความปลอดภัยกว่าการรับประทานยากลุ่มแก้ปวดอย่างต่อเนื่อง เมื่ออาการดีขึ้นแล้วเป็นระยะเวลาหนึ่งสามารถหยุดได้ ทำให้คนไข้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและหายจากอาการปวดศีรษะไมเกรนได้ ยาในกลุ่มป้องกันมีหลายชนิดมีข้อควรระวังที่แตกต่างกัน ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้พิจารณา

เรื่องที่ 8 รู้จักไหม “เออร์โกทิซึม”

ในผู้ที่ใช้ยาแก้ปวดกลุ่มที่มีส่วนผสมของเออร์โกทามีน (Ergotamine) ในขนาดสูง มีความเสี่ยงที่จะเกิดกลุ่มอาการนี้ จะมีอาการคือหลอดเลือดส่วนปลายหดตัวอย่างรุนแรง ปลายนิ้วมือนิ้วเท้าเขียวคล้ำ อาจขาดเลือดจนมีการตายของเนื้อเยื่อได้, เป็นตะคริว, ปวดเกร็งท้อง, ชัก ,ความรู้สึกตัวผิดปกติ มียาหลายกลุ่มที่เมื่อรับประทานคู่กับยากลุ่มนี้แล้วเกิดความเป็นพิษได้สูง เช่น ยาฆ่าเชื้อรายต้านไวรัสกลุ่ม Prptease inhibitor, ยาฆ่าเชื้อกลุ่มMacrolideควรพิจารณาใช้อย่างระมัดระวังและควรปรึกษาแพทย์

เรื่องที่ 9 รู้ไหมการออกกำลังกายช่วยให้หายไมเกรนได้                                   

มีหลายการศึกษาที่บ่งชี้ถึงการออกกำลังกายแบบแอโรบิคในสถานที่ธรรมชาติที่มีสิ่งแวดล้อมสีเขียวและการผ่อนคลายความเครียด สามารถช่วยให้อาการปวดศีรษะไมเกรนหายได้เร็วยิ่งขึ้น จึงควรทำการออกกำลังกายเป็นประจำอย่างต่อเนื่องแล้วอาการจะดีขึ้นเกินคาด

เรื่องที่ 10 คาถารักษาไมเกรน

หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น

ร้อนก็กางร่มใส่แว่นดำ

หนาวก็หาผ้าไว้คลุมกาย

เรื่องเครียดอดนอนเราไม่ทำ

เริ่มปวดหัวแล้วรีบกินยาโดยฉับพลัน

ปวดถี่เมื่อใดหาหมอหาเหตุรับยาป้องกันแล้วกินทุกวัน

หมั่นขยันออกกำลังกาย

ขอขอบคุณ : ศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

7 ปัญหาพาองค์กรล่ม..เมื่อโลกเปลี่ยน ทำไมคนไม่ปรับ? #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/626207

วันที่ 22 มิ.ย. 2563 เวลา 08:08 น.7 ปัญหาพาองค์กรล่ม..เมื่อโลกเปลี่ยน ทำไมคนไม่ปรับ?การรับมือกับปัญหาไวรัสโควิด 19 เชิงองค์รวม : กระบวนการเรียนรู้เชิงองค์รวม ทำไมคนไม่เปลี่ยน ที่เปลี่ยนก็ไม่ยั่งยืน

โลกเปลี่ยนอย่างเป็นพลวัต ไม่แน่นอน คลุมเครือ ซับซ้อน ไม่เคยหยุดนิ่งแม้ขณะใดขณะหนึ่ง แต่ในทุกขณะกำลังปรับเข้าสู่สมดุลใหม่เทคโนโลยีก้าวกระโดดในอัตราเร่ง แต่ก็ล้าสมัยชั่วข้ามคืน สังคมอ่อนแอ ขาดพลัง การปรับตัวรุนแรง ใครตามไม่ทันต้องล่มสลาย ปัญหาเกิดขึ้นซ้ำๆ แก้กี่ครั้งก็เหมือนเดิม บางคนอยากจะเปลี่ยน บางคนไม่คิดจะเปลี่ยน บางคนพยายามจะเปลี่ยน แต่สุดท้ายก็ละความพยายาม จึงเกิดคำถามว่าเมื่อโลกเปลี่ยนแล้วทำไมคนไม่ปรับ มีที่เปลี่ยนบ้าง แต่ก็ไม่ยั่งยืน ท่านคิดว่าเพราะอะไร

ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล จากสถาบันอินทรานส์ Hipot-การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการ ศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคง ยั่งยืน ชี้ว่าหากพิจารณาในเชิงลึก ก็พบประเด็นปัญหาเหล่านี้ที่มักเกิดมาจาก

1.บุคลากรเน้นแต่การพัฒนาทักษะการบริหารจัดการ แต่ขาดทักษะชีวิต ไม่รู้ว่าองค์กรมีชีวิต ไม่สามารถทำคนให้เป็นมนุษย์ อีกทั้งไม่รู้ว่าอะไรคือองค์ประกอบของชีวิต และไม่เข้าใจว่าจะพัฒนาส่วนผสมชีวิตนั้นอย่างไรเพื่อให้ยั่งยืนการพัฒนาจึงเป็นแบบแกนๆ ขาดคุณค่าและความหมาย

2.หลายคนยังยึดติดอยู่กับกรอบความคิดแคบๆ ภาพความสำเร็จเก่าๆ มีมุมมองแบบเดิมๆ มีทัศนคตเชิงลบ ไม่พัฒนาตนเอง ไม่เล่นเชิงรุก ขาดวิสัยทัศน์ ขาดเป้าหมายชีวิต ขาดความมุ่งมั่น ขาดแรงบันดาลใจ จึงไม่สามารถพัฒนาและระเบิดศักยภาพจากภายในได้ด้วยตนเองไม่สามารถนำตนเองได้ ไม่กล้าเปลี่ยน กลัวพลาด เกาะของเดิมไว้ปลอดภัยกว่าเวลาเจอปัญหา จึงมักเน้นแต่การปรับแต่งพฤติกรรมเพียงเพื่อ “เพิ่มประสิทธิภาพ” อย่างฉาบฉวย แต่เข้าไม่ถึงฐานรากชีวิต การพัฒนาจึงไปไม่ถึงไหน การเปลี่ยนแปลงจึงไม่เกิดขึ้นจริง ความยั่งยืนยังห่างไกล

3.บุคลากรขาดแนวคิดเชิงระบบ ไม่รู้ว่าอะไรสำคัญ จับประเด็นหลักไม่ได้ เชื่อมโยงก็ไม่ถูก จึงขาดปัญญาและไม่เข้าใจว่าปัญหาต่างๆ มันถักทอ ทับซ้อนกันอย่างเป็นร่างแห ไม่อาจแยกออกจากกันได้ใช้แต่มุมมองเชิงเดี่ยว แยกส่วน จึงไม่สามารถแก้ปัญหาเชิงระบบที่ซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกทั้งขาดมุมมองเชิงองค์รวม จึงขาดความคิดที่แตกต่างที่แปลกใหม่ติดอยู่กับคำตอบที่ดีที่สุดเพียงคำตอบเดียว แต่ขาดทางเลือกที่สร้างสรรค์ คับแคบจึงไม่สามารถสร้างนวัตกรรมที่มีคุณค่าเชิงเศรษฐกิจได้

4.หลายคนมักคิดว่าชีวิตเราเกิดมาเพื่อเรียนรู้ แต่ความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ เพราะชีวิตกับการเรียนรู้ มันคือเรื่องเดียวกัน เราจึงต้องเรียนรู้ตลอดเวลา มันคือการเรียนรู้ตลอดชีวิตแต่คนส่วนใหญ่หยุดการเรียนรู้ คิดว่าพอแล้ว จึงไม่ใฝ่รู้ หยุดการค้นคว้าวิจัยหลายคนคิดไม่เป็น ต้องการแค่คำตอบสุดท้ายสำเร็จรูป แต่ขาดกระบวนการเรียนรู้จึงไม่สามารถพัฒนาองค์กรให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ได้

5.บุคลากรไม่เห็นคุณค่าตนเอง ขาดความเคารพในตนเอง คิดลบต่อตนเองจึงทำให้ขาดความเชื่อมั่น ขาดความมั่นคงทางอารมณ์ ภายในหวั่นไหวและอ่อนไหว คิดว่าชีวิตหมุนไปตามกระแสสังคมที่มีผลกระทบต่อตนเองอย่างไม่มีทางเลือกจึงไม่สามารถปลดปล่อยศักยภาพตนเองออกมาได้อย่างเต็มที่ เหมือนมีอะไรมาฉุดรั้งไว้ ทั้งๆ ที่ตนมีศักยภาพอยู่อย่างเหลือเฟือ เลยไม่รู้ว่าจะตอบสนองอย่างไรเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น สุดท้ายก็กลายเป็นเหยื่อ

6.บุคคลก็ไม่เห็นคุณค่าในความแตกต่าง ไม่เห็นคุณค่าในความเป็นมนุษย์มักเอาตนเองเป็นศูนย์กลาง จึงไม่เปิดใจกว้างรับฟัง ขาดศรัทธา ไม่เข้าใจกัน ไม่ไว้ใจกัน จึงไม่สามารถระเบิดศักยภาพทีมงานอย่างมีพลังร่วม การทำงานจึงขาดเอกภาพ

7.ผู้นำองค์กรขาดความเข้าใจว่าองค์กรคือชีวิต ไม่เข้าใจว่าคนคือมนุษย์ มีชีวิตที่ต้องการคุณค่าและความหมาย จึงไม่เห็นคุณค่าของคน เมื่อตนไม่เห็นค่าคนอื่น ตนจึงไม่ได้รับการยอมรับ ภาวะผู้นำก็ไม่เกิดองค์กรเมื่อขาดผู้นำ บุคคลก็เล่นไปคนละทิศคนละทาง เล่นไม่เป็นทีม ขาดการมีส่วนร่วม ขาดเป้าหมายร่วม ไม่เสียสละ ไม่เกื้อกูลกัน ทั้งองค์กรจึงเล่นไม่สอดคล้องไปในแนวเดียวกันอย่างเป็นเอกภาพหนึ่งเดียว

ปัญหาต่างๆ เหล่านี้มิใช่ของใหม่ มันเกิดซ้ำแล้วซ้ำอีกและจะเป็นเช่นนี้ต่อไป และเป็นความท้าทายอย่างยิ่งต่อความยั่งยืนขององค์กรท่านคิดว่ามันถึงจุดเปลี่ยนหรือยัง หรือยังทนได้อยู่ เรารู้ว่าเราต้องเปลี่ยน แต่ทำไมคนไม่เปลี่ยน มีที่เปลี่ยนบ้าง แต่ก็ไม่ยั่งยืนท่านคิดว่าอะไรคือสาเหตุ รากของปัญหามันอยู่ที่ไหน อะไรทำให้องค์กรแตกต่างกัน ท่านจะรับมือกับปัญหาเหล่านี้อย่างไรและหากปัญหานี้เป็นจริงในที่ทำงาน มันก็จริงในครอบครัวด้วย แล้วท่านจะพาคนที่ท่านรักให้อยู่รอดอย่างยั่งยืนได้อย่างไร

ท่านในฐานะผู้นำองค์กร ท่านจะนำความเข้าใจดังกล่าวไปกำหนดเป็นยุทธศาสตร์ด้านทรัพยากรบุคคลเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงองค์กรให้เข้มแข็ง มั่นคงยั่งยืนได้อย่างไรต้องเปลี่ยนทุกคนไหม แล้วควรจะเริ่มที่ใครก่อน ระดับใดต้องมีทีมผู้นำการเปลี่ยนแปลงไหม ต้องพัฒนายาวนานแค่ไหน ต้องต่อเนื่องไหม ถ้าลองเปลี่ยนแล้ว มันยังล้มเหลวอีก ท่านจะทำอย่างไร

เพราะธุรกิจคือชีวิต ความยั่งยืนคือหัวใจของความสำเร็จ การปรับตัวอย่างยืดหยุ่นคือคำตอบ

หากปรับตัวเอาชนะภาวะนั้นได้เรื่อยๆ เรียกว่า “สมดุล” หากรักษาสมดุลนั้นได้เรื่อยๆ เรียกว่า “เข้มแข็ง” หากรักษาความเข้มแข็งนั้นไว้ได้เรื่อยๆ เรียกว่า “มั่นคง” หากรักษาความมั่นคงนั้นได้เรื่อยๆ เรียกว่า “ยั่งยืน”

‘เลี่ยง ลด เลือก’ ต้องกินอย่างไรเมื่อไขมันขึ้น!! #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/626466

วันที่ 22 มิ.ย. 2563 เวลา 06:10 น.‘เลี่ยง ลด เลือก’ ต้องกินอย่างไรเมื่อไขมันขึ้น!!รู้หรือไม่! ว่าไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงมีอันตรายอย่างไร แล้วต้อง ‘เลี่ยง ลด เลือก’ การบริโภคแบบไหนไม่ให้ไขมันขึ้นสูง!!

เมื่อไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง เกิดปื้นเหลืองที่ผิวหนัง เป็นเม็ดพุพอง หากมีระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดมากกว่า 1,000 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร อาจรุนแรงถึงขั้นตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน ตับโต ม้ามโต อ่านดูแล้วไม่โก้เลยสักนิด อย่างนี้ต้องมาพิชิตไขมันไม่ดีด้วยวิธีง่ายๆ  จาก อ.พญ.นิพาวรรณ  ไวศยะนันท์ อายุรแพทย์โรคต่อมไร้ท่อ และนักกำหนดอาหาร  คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาเชียงใหม่ ดังนี้

ลดพลังงานรวมต่อวัน

เลี่ยง : อาหารที่ผ่านกระบวนการปรุงแต่งต่างๆ เช่น ไส้กรอก แฮม ขนมเค้ก เบเกอรี่ คุกกี้ มันฝรั่งทอด

ลด : ปริมาณอาหารที่จะรับประทาน ควรรับประทานอาหารหลากหลาย แต่อย่างละเล็กอย่างละน้อย

เลือก : ชิมอาหารก่อนปรุงรสทุกครั้ง ควรเลี่ยงการปรุงอาหารด้วยน้ำตาล

เลือก : อ่านฉลากโภชนาการทุกครั้งก่อนซื้อผลิตภัณฑ์อาหาร เพื่อทราบปริมาณพลังงานและส่วน ประกอบที่จะรับประทาน

เลือก : ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ (หากอ้วนควรลดน้ำหนัก) ควรมีรอบเอวไม่เกินครึ่งหนึ่งของความสูง

เพิ่มอาหารที่มีไฟเบอร์สูงทดแทนแป้งและน้ำตาล

เลี่ยง/ลด : ข้าวเหนียว ข้าวขัดสี แป้งและน้ำตาล ขนมหวานต่างๆ เช่น ขนมไทยรสหวานจัด บราวนี่ เค้ก คุกกี้ โดนัท ขนมปังเนยน้ำตาล นมข้นหวาน น้ำผึ้ง ทอฟฟี่ น้ำตาลมะพร้าว

เลี่ยง : เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง ได้แก่ นมรสหวาน นมเปรี้ยว โยเกิร์ตพร้อมดื่ม น้ำอัดลม น้ำอ้อยสด เครื่องดื่มผง 3 in 1 เครื่องดื่มชูกำลัง

เลี่ยง : ผลไม้แช่อิ่ม น้ำผลไม้ที่ผสมน้ำตาลสูง ผลไม้ที่จิ้มพริกน้ำตาลหรือน้ำปลาหวานปริมาณมาก

เลือก : รับประทานอาหารที่มีเส้นใยสูง ผัก ธัญพืช ถั่ว ขนมปังโฮลวีล ข้าวกล้องหรือข้าวขัดสีน้อยชนิดอื่นๆ

เลือก : รับประทานผลไม้สดหรือผลไม้ปั่นไม่แยกกาก แทนขนมหวานปริมาณ 3-4 จานเล็กต่อวัน (ขนาดจานรองกาแฟ)

เลือก : เครื่องดื่มน้ำตาลน้อย เช่น นมรสจืดไขมันต่ำ น้ำเปล่า กาแฟดำไม่เติมน้ำตาล น้ำสมุนไพรไม่เติมน้ำตาล เช่น น้ำใบเตย น้ำตะไคร้ น้ำขิง น้ำมะตูม

ลดอาหารมัน โดยเฉพาะไขมันจากสัตว์

เลี่ยง : เนื้อสัตว์ติดมันติดหนัง มาการีน (เนยเทียม) อาหารทอดต่างๆ เนื้อสัตว์แปรรูป (ไส้กรอก ไส้อั่ว  แหนม แฮม โบโลน่า หมูยอ)

เลือก : รับประทานปลา เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อวัว ที่ไม่ติดมันติดหนัง

เลือก : โปรตีนจากถั่วเหลือง เช่น เต้าหู้ ฟองเต้าหู้ นมถั่วเหลือง ปรุงประกอบทดแทนโปรตีนจากสัตว์ และเวย์โปรตีนในบางมื้ออาหาร อาจช่วยลดระดับไตรกลีเซอร์ไรด์

เลือก : รับประทานแหล่งโอเมก้า 3 จากปลาทะเล (ปลาซาดีน ปลาแซลมอน ปลาโอ ปลาทู ปลาทูน่า)     หรือปลาน้ำจืด (ปลาช่อน) ขนาดชิ้นประมาณเท่าฝ่ามือ อย่างน้อย 3 ครั้ง/สัปดาห์ หรือจากเมล็ดพืช เช่น เมล็ดดาวอินคา งาม้อน เมล็ดเชีย เมล็ดฟักทอง ซึ่งมีส่วนช่วยในลดไขมันไตรกลีเซอไรด์

เลือก : ไขมันจากพืช เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว น้ำมันคาโนล่า น้ำมันเมล็ดแฟล็ก น้ำมันถั่วเหลือง   (น้ำมันควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับวิธีการปรุงประกอบ)

เลือก : รับประทานถั่วเปลือกแข็ง เช่น ถั่วลิสง เม็ดมะม่วงหิมพานต์ พิตาชิโอ แมคคาเดเมีย อัลมอนด์     วอลนัท ปริมาณไม่เกิน 1 กำมือต่อวัน (30 กรัม)

เลือก : รับประทานแหล่งใยอาหารที่ละลายน้ำได้และสารพฤกษเคมีในพืช ชื่อว่า แพลนท์สเตอรอล  (plant sterols) พบในธัญพืชต่างๆ เมล็ดพืช พืชตระกูลถั่ว จมูกข้าว ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เล่ย์  รำข้าวและมะเขือม่วง อาจช่วยลดระดับไตรกลีเซอร์ไรด์

นอกจากนี้ ยังควรออกกำลังกายให้หัวใจได้สูบฉีดเลือด เพื่อสุขภาพร่างกายและกล้ามเนื้อที่แข็งแรง โดยควรออกกำลังกายอย่างน้อยครั้งละ 30 นาที 4-5 ครั้งต่อสัปดาห์ ตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล และงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เพียงแค่นี้เราก็จะมีสุขภาพการที่แข็งแรง แถมไตรกลีเซอไรด์ในเลือดไม่สูงอีกด้วย.

ที่มา : sriphat 

ลองของใหม่ Big Boy ใหญ่เป็นสองเท่า อร่อยเป็นสองเท่า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/626470

วันที่ 21 มิ.ย. 2563 เวลา 10:30 น.ลองของใหม่ Big Boy ใหญ่เป็นสองเท่า อร่อยเป็นสองเท่าฉลองครบรอบ 84 ปี Big Boy แบรนด์อเมริกันชื่อดัง พร้อมเปิดให้บริการเดลิเวอรี่ในกรุงเทพฯ แล้ว โพสต์ทูเดย์ลองของใหม่กับฟาสต์ฟู้ดที่มาพร้อมสโลแกน ‘ใหญ่เป็นสองเท่า อร่อยเป็นสองเท่า’

จะเป็นอย่างไร เมื่อเราอยากลองของใหม่เพราะสโลแกนยั่วๆ ที่ว่า “ใหญ่เป็นสองเท่า อร่อยเป็นสองเท่า” ของแบรนด์อาหารอเมริกันในชื่อ “บิ๊กบอย (Big Boy)” แบรนด์ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1936 ซึ่งกำลังจะฉลองครบรอบ 84 ขวบปีในปีนี้ กับการเข้าสู่ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มในประเทศไทยอย่างเต็มตัว พร้อมให้บริการเดลิเวอรี่อย่างเต็มรูปแบบ โดยเน้นย้ำถึงการให้บริการอาหารอเมริกันรสเยี่ยม อาทิ ปีกไก่ทอด ซิกเนเจอร์เบอร์เกอร์ มิลค์เชค และเครื่องดื่มต่างๆ สำหรับทุกคนในครอบครัว

smiley potatoes (69/109 บาท)

French fries (79 บาท)

Classic Big Boy (109/159 บาท)

Original crispy Chicken / Thai Spicy crispy Chicken (ราคาาเริ่มต้น 2 ชิ้น 89 บาท) 

นับเป็นเดสติเนชั่นอีทส์ภายใต้ เดสติเนชั่น กรุ๊ป ซึ่งเป็นผู้ดำเนินธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท อาหารและเครื่องดื่มที่เติบโตอย่างรวดเร็วในภูมิภาคเอเชีย โดยการมาถึงในครั้งนี้ Big Boy ชูสโลแกนที่ว่า ‘ใหญ่เป็นสองเท่า อร่อยเป็นสองเท่า’ ของเมนูซิกเนเจอร์บิ๊กบอย ที่ลูกค้าสามารถสั่งอาหารอมริกันอันเลื่องชื่อนี้ได้ ทั้งเบอร์เกอร์ ไก่ทอด แซนด์วิช ของกินเล่น ไอศกรีม มิลค์เชค และเครื่องดื่มต่างๆ ได้เลยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ผ่านทางโทรศัพท์ 095-807-7877 ทางเว็บไซต์ https://bigboy.co.th ทาง Line Official Account ของบิ๊กบอย ประเทศไทย @bigboythailand หรือสั่งได้กับทางพันธมิตรเดลิเวอรี่ชั้นนำในประเทศไทย

พร้อมโปรโมชั่นพิเศษช่วงเปิดตัว เมื่อลูกค้าที่สั่งยอดขั้นต่ำตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป รับฟรี!! เสื้อยืดบิ๊กบอย 1 ตัวต่อการสั่งต่อใบเสร็จ ตั้งแต่วันนี้-30 มิถุนายน 2563 หรือจนกว่าของจะหมด กรุณาดูข้อกำหนดและเงื่อนไขอื่นๆ เพิ่มเติม สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม ลูกค้าสามารถติดตามบิ๊กบอย ประเทศไทยได้ที่  Facebook : Big Boy Thailand

อยากเป็น Admin ต้องทำอย่างไรและมีคุณสมบัติอะไรบ้าง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/626468

วันที่ 21 มิ.ย. 2563 เวลา 07:40 น.อยากเป็น Admin ต้องทำอย่างไรและมีคุณสมบัติอะไรบ้างอยากรู้จักงาน Admin คืองานอะไร? แล้วผู้ที่กำลังหางานนี้อยู่ต้องเตรียมความพร้อมอย่างไรบ้าง? … ไปดูกัน

รู้จักงาน ‘Admin’ อาชีพที่ตลาดมีความต้องการเยอะ

แอดมิน หรือที่คนส่วนใหญ่เข้าใจกันปัจจุบันคือผู้ดูแลเพจเฟซบุ๊ก อาชีพนี้เกิดขึ้นราวช่วงประมาณ พ.ศ.2560 โดยส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปแบบของพนักงานบุคลากรที่มีความสามารถในการสื่อสารและเขียนเนื้อหาเชิงบวก ช่วยเสริมภาพลักษณ์ ก่อนที่จะขยับขยายออกมาเป็น ‘ฟรีแลนซ์’ คนนอกองค์กร โดยกลุ่มผู้ว่าจ้างส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดเล็กไปจนถึงขนาดกลาง ซึ่งกลุ่มของงานที่ต้องดูแลจะมีทั้งสินค้าและการบริการทุกรูปแบบ

ตามความเข้าใจในข้างต้นแอดมินจะถูกแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบใหญ่ๆ ได้แก่ ‘ดูแลเพจ’ เป็นอาชีพแอดมินที่นิยมในรูปแบบบริษัท มีหน้าที่ในการทำงานคือตอบคอมและโต้ตอบสื่อสารในการให้ข้อมูล หน้าที่ให้คำแนะนำทางช่องทางแชทข้อความส่วนตัว และแอดมิน ‘รับออเดอร์’ จะเป็นผู้จัดการในการให้บริการโต้ตอบเพื่อการขายสินค้า แจ้งข้อดีและคุณสมบัติ จำพวก ราคา พร้อมกับปิดการขายลูกค้า

จะว่าไปแล้วงาน Admin เป็นงานฝ่ายธุรการที่มีขอบข่ายและหน้าที่ความรับผิดชอบของงานที่ค่อนข้างกว้าง จนหลายคนอาจจะเข้าใจว่างานด้านนี้ มีความคล้ายคลึง และค่อนข้างเหมือนกับงานของ HR แต่หากลองวิเคราะห์จากเนื้องานแล้ว จะเป็นว่างานทั้งสองประเภทนี้ จะมีความแตกต่างกันอยู่ อีกทั้งงาน Admin นี้จะเน้นที่การประสานงานเป็นหลัก 

เนื่องจากงาน Admin เป็นงานที่มีลักษณะของการเป็นฝ่ายสนับสนุนค่อนข้างมาก เห็นได้จากผู้ที่ทำงานธุรการสามารถเข้าไปช่วยเหลืองานในฝ่ายอื่น ๆ ได้ เช่น Admin สามารถเข้าไปช่วยงานของฝ่าย HR ในด้านดูแลด้านเอกสาร หรือ ประสานงานกับพนักงาน เป็นต้น ขอบข่ายงานของ Admin จึงอยู่ที่ว่าต้องไปสังกัดอยู่กับฝ่ายไหน แต่โดยรวมแล้ว งานธุรการจะเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลงานเอกสารต่าง ๆ การติดต่อประสานงานภายใน และนอกองค์กร การจัดเก็บ และค้นหาเอกสาร การจัดเตรียมการประชุม เป็นต้น

ตำแหน่งงาน Admin ที่เปิดรับสมัคร จะมีทั้ง Admin ฝ่ายขาย Admin ฝ่ายบุคคล หรือ Admin ฝ่ายการตลาด ตำแหน่งงานต่างๆ เหล่านี้ จะมีหน้าที่และความสำคัญของงานแตกต่างกันไป ดังนั้น ก่อนจะสมัครงานในตำแหน่งนี้ ควรดูรายละเอียดของงานให้ถ้วนถี่ก่อนว่า เป็นงานที่ตรงกับความสามารถของเราหรือไม่ 

การเริ่มต้นสมัครงาน Admin นอกจากจะต้องเป็นคนที่มีทัศนคติ และแนวคิดด้านบวกในการเริ่มต้นชีวิตการทำงานแล้ว การจบการศึกษาที่ตรงกับสายงานก็มีส่วนสำคัญ ผู้หางานที่ต้องการงานด้านธุรการ คือคนที่มีความรู้ความสามารถ และเรียนจบมาจากสาขาต่างๆ ดังนี้ คณะบริหารธุรกิจ (เอกเลขานุการ) สาขาบริหารการจัดการ สาขาบริหารการตลาด สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ แต่หากมองตามหลักความเป็นจริงแล้ว สายงานนี้ค่อนข้างเปิดกว้าง ขอให้เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถตามที่ตำแหน่งงานได้กำหนดไว้ โอกาสที่จะได้งานนี้ก็มีค่อนข้างสูง

ผู้ที่ทำงาน Admin ควรมีคุณสมบัติอย่างไร

คุณสมบัติของผู้ทำงาน Admin โดยรวมแล้วต้องเป็นคนที่รับความรับผิดชอบสูง มีความอดทน มุ่งมั่นในการทำงาน อีกทั้งมีความคล่องแคล่ว มีใจรักงานบริการ ใจเย็น มีมนุษยสัมพันธ์ดี เข้ากับบุคคลอื่นได้ง่าย สามารถประสานงานระหว่างบุคคล หรือระหว่างองค์ได้เป็นอย่างดี อดทนต่อสภาวะแรงกดดันในการทำงานได้

นอกจากคุณสมบัติข้างต้นแล้ว ผู้ที่ทำงาน Admin อาจจะต้องมีทัศนคติด้านบวกเหล่านี้รวมอยู่ด้วยเพื่อเพิ่มความสุขในการทำงานให้มีมากขึ้น

  • มีความละเอียด รอบคอบ
  • สนใจรายละเอียดของงานที่ทำ ให้ผิดพลาดน้อยที่สุด
  • เปิดใจกว้างยอมรับทั้งเสียงตำหนิ และคำชมเชย เพื่อเป็นกำลังใจในการทำงาน
  • เข้าใจว่าปัญหาที่เกิดขึ้นคือสิ่งท้าทาย และเป็นสิ่งเตือนใจให้เราได้เรียนรู้มุ่งมั่นในการทำงาน เพื่อให้บรรลุสู่เป้าหมายอย่างเต็มที่
  • ภูมิใจในหน้าที่การทำงานของตนเอง ให้ระลึกเสมอว่างานที่เราทำมีคุณค่าคิดอยู่เสมอว่า ความสุขของคนที่ได้ทำงาน Admin คือการได้ช่วยเหลือคน

บทบาทและหน้าที่ของงาน Admin

งาน Admin จะมีขอบข่ายความรับผิดชอบอยู่ที่การช่วยเหลือ หรือจัดการธุระต่างๆ ให้กับบุคคลในองค์กร อาจจะมีความแตกต่างกันไปบ้างตามแผนกที่ตัวเองสังกัดอยู่ แต่งานหลักๆ ของธุรการ จะมีดังนี้ ติดต่อประสานงาน เดินเอกสารให้กับพนักงานดูแลสถานที่ หรือติดต่อกับฝ่ายอาคาร ในกรณีที่ต้องการใช้สถานที่จัดกิจกรรมต่างๆ ดูแลเอกสาร หรือส่งจดหมายให้กับพนักงานในแผนกต่างๆ ตรวจสอบ และสั่งซื้ออุปกรณ์ออฟฟิศให้กับพนักงานดูแลบริหารออฟฟิศ ด้วยการดูแล ควบคุมการทำความสะอาดของแม่บ้านดูแลพนักงานรับส่งเอกสารที่มาติดต่อกับบริษัท

เข้าใจแล้วใช่ไหมว่างาน Admin เป็นตำแหน่งงานที่สำคัญตำแหน่งหนึ่งในบริษัท แต่หน้าที่ความรับผิดชอบนั้นอาจจะต้องใช้ความอดทนอยู่บ้าง เพราะบางครั้งอาจจะต้องเจอกับพนักงานเจ้าปัญหาที่สร้างความยุ่งยากลำบากใจบ้าง แต่หากเราสามารถควบคุมดูแลงานส่วนนี้ให้ออกมาได้ดี  งานของเราก็จะออกมาเป็นดังที่คาดหวัง

5 กลุ่มอาหารไตรกลีเซอไรด์สูง ตัวการทำไขมันในเลือดพุ่ง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/626464

วันที่ 21 มิ.ย. 2563 เวลา 06:10 น.5 กลุ่มอาหารไตรกลีเซอไรด์สูง ตัวการทำไขมันในเลือดพุ่งสำรวจอาหารจานโปรดที่มีไตรกลีเซอไรด์สูง ภัยร้ายที่ซ่อนมากับความอร่อย และสาเหตุอื่นที่ทำให้ระดับไตรกลีเซอไรด์เพิ่มขึ้น

ไตรกลีเซอไรด์เป็นไขมันชนิดหนึ่งในร่างกาย เกิดขึ้นได้ทั้งจากการรับประทานไขมันจากอาหารเข้าไปโดยตรง และเกิดจากการที่ตับสังเคราะห์ขึ้นใช้เอง จากน้ำตาล ข้าว-แป้ง และแอลกอฮอล์ ไตรกลีเซอไรด์ละลายอยู่ในเลือดได้โดยรวมตัวกับโปรตีน และนำไปใช้เป็นพลังงานสำรองของร่างกาย บางส่วนถูกสะสมไว้ที่เนื้อเยื่อไขมัน บางส่วนถูกสะสมในตับ

ปัจจัยด้สนพฤติกรรมที่ทำให้ระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง   

  • การรับประทานอาหารที่มีไขมันปริมาณมาก
  • การรับประทานอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตมากเกินไป ทำให้ร่างกายได้รับพลังงานมากเกินความต้องการจึงนำไปสร้างเป็นไตรกลีเซอไรด์เพิ่มขึ้น
  • ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ในปริมาณมาก
  • มีน้ำหนักตัวเกินหรืออ้วน
  • มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคไต
  • ขาดการออกกำลังกาย

สาเหตุอื่นที่ทำให้ระดับไตรกลีเซอไรด์เพิ่มขึ้น

  • ความผิดปกติทางกรรมพันธุ์ เช่น ร่างกายขาดเอนไซม์ที่ช่วยย่อยสลายไตรกลีเซอไรด์ จึงทำให้ผู้ที่มีภาวะนี้มีปริมาณน้ำตาลในเลือดสูงกว่าคนปกติมาก บางคนอาจจะสูงถึง 800-1,000 มก./ดล. ซึ่งในคนปกติมีไตรกลีเซอไรด์ไม่เกิน 150 มก./ดล. เท่านั้น
  • ยารักษาโรค การทานยารักษาโรคบางชนิดก็ทำให้ระดับไตรกลีเซอไรด์สูงขึ้นได้ เช่น ยาคุมกำเนิด ยาปรับฮอร์โมนเพศหญิง ยาขับปัสสาวะ เมื่อหยุดทานยาเหล่านี้ ระดับไตรกลีเซอไรด์อาจจะลดลงมาเป็นปกติได้

อาหารชนิดใดบ้างที่มีไตรกลีเซอไรด์สูงๆ จนไม่ควรทาน

1. อาหารที่มีแป้งมาก ได้แก่ ข้าวขัดขาว ขนมปังขาว เส้นก๋วยเตี๋ยว ซึ่งการทานอาหารในกลุ่มนี้ก็เหมือนกับการทานน้ำตาล เพราะเมื่อย่อยแล้วแป้งจะถูกแปรรูปไปเป็นน้ำตาล หากทานมากเกินไปก็จะไปสะสมอยู่ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย หากต้องการทานคาร์โบไฮเดรตที่มีคุณภาพ แนะนำคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ขนมปังโฮลวีต ข้าวกล้อง เป็นต้น

2. อาหารที่อุดมไปด้วยน้ำตาล เช่น ขนมไทยต่างๆ อย่าง ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ผลไม้เชื่อม รวมไปถึงเครื่องดื่มสำเร็จรูปทั้งแบบผงและแบบซอง เช่น ชา กาแฟ น้ำผลไม้กล่อง นมกล่อง นมเปรี้ยว น้ำอัดลม เป็นต้น เครื่องดื่มบางขวดมีขนาดขวดที่เล็กมากแต่กลับมีน้ำตาลมากถึง 3-4 ช้อนชาเลยทีเดียว กินแค่ขวดสองขวดก็ได้น้ำตาลเกินกว่าที่ต้องการต่อวันแล้ว

3. อาหารที่มีไขมันทรานส์สูง ไขมันทรานส์เป็นไขมันที่ย่อยยากและไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย อาหารที่มีไขมันทรานส์อยู่มากส่วนใหญ่จะเป็นอาหารฟาสต์ฟู้ด และอาหารที่อยู่ในกลุ่มเบเกอรี่ เช่น โดนัท เค้ก คุกกี้ เป็นต้น

4. อาหารที่มีไขมันสูง เช่น ข้าวขาหมู ขาหมูทอด อาหารที่ปรุงจากน้ำมันหมู อาหารทอดๆ เช่น ลูกชิ้น ไส้กรอก แมลงทอด โรตี เป็นต้น

5. แอลกอฮอล์และบุหรี่ สองอย่างนี้ถึงแม้ไม่ใช่อาหารแต่จะไม่พูดถึงก็คงไม่ได้ เพราะถือว่าเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ไตรกลีเซอไรด์ในร่างกายสูงได้เช่นกัน กลไกการสร้างไตรกลีเซอไรด์ เมื่อดื่มแอลฮอล์หรือสูบบุหรี่  ตับจะถูกกระตุ้นให้ผลิตไตรกลีเซอไรด์มากยิ่งขึ้น ทั้งยังทำให้ไขมันถูกกำจัดออกจากเลือดได้ช้าลงอีกด้วย

กลไกการสร้างไตรกลีเซอไรด์

จากอาหารที่กล่าวถึงด้านบน อาหารบางอย่างไม่ได้มีไตรกลีเซอไรด์เป็นส่วนประกอบ แต่ที่ร่างกายมีไตรกลีเซอไรด์เพิ่มขึ้นเนื่องมาจากการกินอาหารที่ไม่สมดุล ไม่ถูกสัดส่วน จนทำให้ได้รับพลังงานและแคลอรี่มากเกินกว่าที่ร่างกายจะนำไปใช้ได้หมด ร่างกายมีการสร้างและย่อยสลายไตรกลีเซอไรด์อย่างผิดปกติ ไตรกลีเซอไรด์จะถูกขับเข้ากระแสเลือดมากขึ้น

La Boutique อวดโฉมคอลเลกชั่นพรีฟอล 2020 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/626276

วันที่ 18 มิ.ย. 2563 เวลา 11:00 น.La Boutique อวดโฉมคอลเลกชั่นพรีฟอล 2020ปฏิวัติวงการแฟชั่นไทยให้ก้าวไกลไปอีกขั้น กับแบรนด์ La Boutique อวดโฉมคอลเลกชั่นพรีฟอล 2020 ในชื่อ NEO RENAISSANCE แรงบันดาลใจจากเสน่ห์ยุคแห่งการฟื้นฟู สู่แฟชั่นยุคใหม่ New Normal

เรียกได้ว่าเป็นการปฏิวัติวงการแฟชั่นไทยให้ก้าวไกลไปอีกขั้น กับแบรนด์ ‘ลา บูทีคส์’ (La Boutique) ที่ครั้งนี้ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ฝีมือเฉียบ พัชรวัฒน์ ตระกาลสันติกูล พร้อมอวดโฉมคอลเลกชั่นพรีฟอล 2020 ให้เหล่าแฟชั่นนิสต้าได้สนุกกับการแต่งตัวไปกับเสื้อผ้าคอลเลกชั่นที่ชื่อว่า ‘นีโอ เรเนซองส์’ (NEO RENAISSANCE)

โดยนำเสนอแรงบันดาลใจจากยุคเรเนซองส์ยุคแห่งการปฏิวัติวัฒนธรรม การใช้ชีวิตในรูปแบบใหม่ของคนยุคกลาง สู่ยุคนิวนอร์มอลที่เป็นปรากฏการณ์ความปกติใหม่ของวิถีชีวิตในยุคปัจจุบัน ซึ่งไอเดียดังกล่าวได้ถูกนำมาถ่ายทอดลงบนเสื้อผ้าที่ช่วยสร้างความโดดเด่นอย่างมีรสนิยมให้กับหญิงสาวผู้สวมใส่ได้อย่างน่าจับตามอง

La Boutique แบรนด์แฟชั่นสตรีภายใต้คอนเซ็ปต์นีโอ โรแมนติก ที่ถ่ายทอดความงดงามทางแฟชั่นกับกลิ่นอายประวัติศาสตร์ทางศิลปะอันน่าจดจำมาผสมผสานด้วยแนวความคิดที่ร่วมสมัย หล่อหลอมผ่านมุมมองการออกแบบอันสร้างสรรค์ออกมาเป็นเครื่องแต่งกายดีไซน์ทันสมัย พร้อมการตัดเย็บสุดประณีตในแบบฉบับของห้องเสื้อชั้นสูงสไตล์ฝรั่งเศส ให้ผู้สวมใส่มีเสน่ห์โดดเด่นกว่าใครทั้งในชีวิตประจำวันจวบจนถึงกระทั่งปาร์ตี้ในยามค่ำคืน

พัชรวัฒน์ ตระกาลสันติกูล ได้กล่าวถึงแนวคิดหลักในการออกแบบเสื้อผ้าคอลเลกชั่นนี้ว่า แนวคิดหลักในการออกแบบคอลเลกชั่นนี้มาจากยุคเรเนซองส์ที่เป็นยุคของการเปลี่ยนแปลงด้านศิลปะ ดนตรีและวิถีชีวิต ถือเป็นจุดเริ่มต้นของวัฒนธรรมยุคใหม่ในสมัยนั้น ซึ่งหากเปรียบกับยุคสมัยนี้ก็คงจะเข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ที่ต้องปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตในหลายด้าน หันมาพึ่งพาเทคโนโลยีและเข้าสู่ยุคดิจิตอลมากขึ้น จึงเป็นที่มาของคอลเลกชั่นนี้ที่เราต้องการให้สาวๆ ได้ปลดปล่อยและรู้สึกผ่อนคลาย แต่ยังคงความสนุกในการแต่งตัว โดยมีไฮไลท์สำคัญที่เป็นการนำเสนอคอลเลคชั่นนีโอ เรเนซองส์ ผ่านสื่อออนไลน์ในรูปแบบใหม่ ทาง Virtual Reality หรือ VR ที่จะมาสร้างประสบการณ์ด้านแฟชั่นผ่านโลกเสมือนจริงด้วยมุมมองรอบทิศถึง 360 องศา โดยมีนางแบบสาว น้ำตาล-ชลิตา สวนเสน่ห์ มาร่วมถ่ายทอดชุดสวยๆ ผ่านทางกิจวัตรประจำวันสุดเก๋ในแบบฉบับของสาวลา บูทีคส์ ซึ่งอยากให้ทุกคนได้เข้ามาสัมผัสกับบรรยากาศ และรับชมลุคใหม่ได้ง่ายๆเพียงปลายนิ้วสัมผัส

สำหรับคอลเลกชั่นนี้ทางแบรนด์ได้หยิบยกความความคลาสสิกของเสื้อผ้าทรงหลวมและทรงโอเวอร์ไซส์ ที่สามารถสวมใส่เป็นชุดลำลองสำหรับอยู่บ้านหรือจะเป็นชุดสวยสำหรับออกเดทได้ในเวลาเดียวกัน เหมาะกับชีวิตประจำวันที่เปลี่ยนไป มีจุดเด่นด้านการเคลื่อนไหวที่คล่องตัวบนคัตติ้งที่เรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยรายละเอียด โดยมีชิ้นเด่นอย่างเสื้อเชิ้ตตัวหลวมผ้าชีฟองที่ถูกปักประดับด้วยขนนกกระจอกเทศสอดแทรกผ่านตะเข็บเสื้อผ้าเพื่อเพิ่มความพริ้วไหว ช่วยให้สาว ๆ ดูโดดเด่นยิ่งขึ้นทุกครั้งที่สวมใส่ ถัดมาที่เสื้อสูทผ้าไหมลาเม่ (Lame) ได้เพิ่มความโก้หรูด้วยการหนุนเสริมโครงบริเวณไหล่ ออกมาเป็นสูทแนวมัสคิวลิน ซึ่งสามารถแมทช์ได้ง่ายๆ กับกางเกงเจมส์ยีนส์ ยีนส์ทรงซิกเนเจอร์เอวสูงที่ปรับความยาวใหม่เพียงช่วงระดับเข่า ช่วยเก็บกระชับรูปร่างบริเวณรอบเอวและสร้างสัดส่วนให้มั่นใจได้เป็นอย่างดี ถัดมาที่เดรสทรงบูสติเย่ย์สีสุดคลาสสิกอย่างสีขาวออฟไวท์ (Off White) ได้ถูกทำให้น่าสนใจด้วยลูกเล่นระบายขนาดใหญ่บริเวณแขนเสื้อทั้งสองข้าง ซึ่งถือเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ ช่วยเสริมลุคให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

นอกจากนั้นแล้วยังมีไอเท็มชิ้นเด่นอย่างเดรสทรงเอไลน์ (A Line) และทูนิคเดรส เดรสทรงหลวมใส่สบายที่มาพร้อมเทคนิคการอัดพลีท และการสร้างเลเยอร์ให้กับชุดด้วยการเย็บแบบรูดระบาย อีกทั้งดีเทลการปักประดับตกแต่งด้วยเครื่องประดับโลหะสีทอง กระดุมวินเทจ และกระดุมคริสตัล อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะให้สาว ๆ ได้สัมผัสถึงความหรูหรา รวมถึงเสื้อคอเต่าแขนยาวประดับโมเสคคริสตัลรูปทรง LB ด้วยเทคนิครีดร้อน (Hot Fix) ช่วยเติมความระยิบระยับได้เป็นอย่างดี

สำหรับคอลเลกชั่นนี้ได้นำเนื้อผ้าบางเบาหลากหลายผิวสัมผัสรวมถึงผ้าเส้นใยธรรมชาติมาใช้สร้างสรรค์ในการผลิต เพื่อเพิ่มความพริ้วไหว ความแวววาวให้กับชิ้นงานมากขึ้น พร้อมโทนสีแนวเอิร์ธโทนที่ช่วยเพิ่มอารมณ์ผ่อนคลายทั้งสีครีม (Sand), สีเปลือกไข่ (Eggshell) และสีน้ำตาลอ่อน (Fawn) โดยเพิ่มความสนุกด้วยการแต่งเติมสีแอซิดอย่างสีชมพู (Fuchsia), สีส้ม (Coral) และสีฟ้า (Cerulean) เพื่อเพิ่มมิติให้กับคอลเลกชั่นนี้ได้โดดเด่นแบบไม่เหมือนใคร

เคล็ดลับการแต่งตัวในยุคนิวนอร์มอลให้มีเสน่ห์น่าค้นหาตามแบบฉบับสาวลาบูทีคส์

คลาสสิกและความมั่นใจเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้การแต่งตัวของผู้หญิงดูสวยมีเสน่ห์น่าประทับใจ การเลือกเสื้อผ้าที่สามารถสวมใส่ได้กับทุกสถานการณ์เป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่กำลังได้รับความนิยมในตอนนี้ อย่างเสื้อเชิ้ตตัวหลวมที่มีลูกเล่นประดับด้วยขนนก สามารถแมทช์กับกางเกงยีนส์เอวสูงซึ่งสาวๆ จะได้ลุคทะมัดทะแมง คล่องตัว หรือจะเป็นเดรสทรงเอที่ปักประดับด้วยโลหะสีทองก็จะได้ลุคสาววินเทจ ที่ดูน่าค้นหา และอาจจะลองแมทช์เสื้อคอเต่ากับกระโปรงอัดพลีทสีชมพู ซึ่งก็ได้ลุคสาวหวานที่ดูโดดเด่นไปอีกแบบ

สามารถรับชมประสบการณ์ด้านแฟชั่นในรูปแบบใหม่ ผ่านมุมมองโลกเสมือนจริง VR 360 กับคอลเลกชั่นล่าสุด NEO RENAISSANCE จาก แบรนด์ La Boutique ได้แล้ววันนี้ผ่านทาง LA BOUTIQUE และมาร่วมสร้างสไตล์ให้โดดเด่นอย่างมีรสนิยมได้ที่แฟลกชิพสโตร์ ศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน, สยามพารากอน, เซ็นทรัลเวิลด์ และทางเว็บไซต์ www.laboutiqueofficial.com

7 คำถามต้องเจอเมื่อสัมภาษณ์งานออนไลน์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/626301

วันที่ 18 มิ.ย. 2563 เวลา 10:10 น.7 คำถามต้องเจอเมื่อสัมภาษณ์งานออนไลน์เมื่อการสัมภาษณ์งานออนไลน์กลายเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยม มาเตรียมตัวให้พร้อม!! ลองตอบ 7 คำถามที่คุณจะต้องพบในการสัมภาษณ์ที่จะช่วยคุณได้อย่างแน่นอน

ในช่วงสถานการณ์วิกฤต COVID-19 นี้ ผู้สมัครงานหลายๆ คนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุสุดวิสัยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการตกงาน หรือหยุดงานโดยไม่รับค่าจ้าง รวมถึงต้อง work from home การเลือกสมัครงานในช่วงดังกล่าวถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเลือกสมัครงาน การสัมภาษณ์งานออนไลน์กลายเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยม jobsdb.com เว็บไซต์งานชั้นนำแนะนำการเตรียมตัวให้พร้อมในการสัมภาษณ์งานและการตอบคำถามให้ดีที่สุด ลองดู 7 คำถามและคำตอบที่คุณจะต้องพบในการสัมภาษณ์งานออนไลน์ที่จะช่วยคุณได้อย่างแน่นอน 

คำถามที่ 1  : ช่วยแนะนำตัวเองให้ฟังหน่อย

คำถามเปิดการสัมภาษณ์ยอดนิยมและกลายเป็นคำถามที่สร้างปัญหาแก่ผู้สมัครงานหลายๆ คน กลายเป็นว่าการตอบการสัมภาษณ์งานอย่างไม่เหมาะสมนั้นเป็นคำตอบที่ได้รับจากส่วนใหญ่ของผู้สัมภาษณ์งาน คำตอบที่ดี คือการบอกว่าทำไมคุณถึงเหมาะสมที่สุดสำหรับตำแหน่งนี้ เริ่มต้นเล่าถึงความสำเร็จและทักษะที่มีส่วนช่วยในการได้งานผ่านการสัมภาษณ์ในขณะที่คุณต้องเจอคำถามต่างๆในการสัมภาษณ์งาน

คำถามที่ 2 : คุณรู้จักตำแหน่งนี้ได้ยังไง

อีกหนึ่งคำถามที่สร้างความสนใจให้แก่ผู้สัมภาษณ์งานเพื่อการดูว่าคุณสนใจอยากทำงานตำแหน่งนี้มากแค่ไหน คำถามนี้ได้บอกถึงโอกาสที่ดีที่คุณจะได้แสดงถึงว่าคุณอยากมีแรงบันดาลใจที่อยากทำตำแหน่งมากแค่ไหน อย่าลืมนำเสนอสิ่งที่คุณภูมิใจในผลงานที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นรายชื่อผู้ติดต่อ, กิจกรรมต่างๆ, จดหมายข่าว และแมกกาซีนหรือแม้แต่บริษัทเล็กๆที่คุณเคยทำงานด้วย

คำถามที่ 3 : ทำไมคุณถึงเลือกที่จะลาออกจากงานล่าสุด

คำถามยากที่สุดในการทุกการสัมภาษณ์งาน ทุกครั้งที่คุณสัมภาษณ์งานอย่าลืมคิดถึงคำถามนี้ไว้หากคุณได้รับการสัมภาษณ์งาน ในการตอบคุณควรตอบในเชิงบวกและเลี่ยงการใช้ผู้อ้างอิงซึ่งจะอาจจะให้ข้อมูลเชิงลบแก่คุณ การใช้คำตอบที่สร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็น การที่คุณอยากได้ประสบการณ์มากขึ้นในสถานที่การทำงานหรือตำแหน่งที่ออกไปที่เหมาะสมกับทักษะของคุณมากกว่าตำแหน่งในปัจจุบันและคุณสามารถเล่าถึงความสนใจในการคว้าโอกาสที่ท้าทายเหล่านี้

คำถามที่ 4: คุณรู้จักบริษัทนี้ดีแค่ไหน?

คำถามนี้ไม่เพียงแต่เกี่ยวกับภารกิจของบริษัทหรือต้องการทดสอบความเข้าใจภารกิจแต่เกี่ยวกับเรื่องของแรงบันดาลใจและการใส่ใจที่คุณมีแก่บริษัทด้วย คำถามดังกล่าวนี้ต้องการให้คุณทำการบ้านให้รู้จักเรื่องของบริษัทในทุกๆแง่มุม ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายของบริษัท หรือชื่อต่างๆ สิ่งที่คุณต้องทำต่อก็คือการหาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทที่คุณไปสัมภาษณ์ให้พร้อม ข้อมูลเหล่านี้คุณสามารถหาได้ในโลกออนไลน์นั่นเอง

คำถามที่ 5: อะไรคือจุดแข็งและจุดอ่อนในการทำงานของคุณ?

ในการเล่าถึงข้อดีและข้อด้อยในการทำงานของคุณ สิ่งที่คุณควรเล่าและผู้สัมภาษณ์งานอยากได้ยินคือสิ่งที่เป็นตัวคุณและจุดแข็งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องงาน คำตอบสำหรับคำถามนี้ควรระบุลงไปให้ชัดเจน ส่วนข้อด้อยของคุณไม่ควรเล่าถึงสิ่งที่ทำให้คุณดูไม่ดี ควรเล่าถึงสิ่งที่คุณอยากจะปรับปรุงให้สมบูรณ์แบบจะดีกว่า

คำถามที่ 6: เงินเดือน คาดหวังอยู่ที่เท่าไหร่?

เชื่อได้ว่าคำถามนี้เป็นคำถามที่ HR ทุกคนจะต้องถามผู้สมัครงาน การเรียกเงินเดือนนั้นไม่ควรน้อยหรือสูงเกินไป (เทียบกับความสามารถของตนเอง) ลองสำรวจฐานเงินเดือนจากเว็บไซต์ต่างๆ เพื่อจะได้บวกลบกับเงินเดือนที่คุณต้องการ มีข้อแนะนำอีกอย่างคือ คุณลองเรียกเงินเดือนสูงกว่าที่ต้องการจริงๆ เล็กน้อยไว้เพื่อต่อรองเงินเดือน

คำถามที่ 7: ทำไมเราถึงควรจ้างคุณ

สำนวนไทยที่ว่า อย่าแหวกหญ้าให้งูตื่น เหมาะกับสถานการณ์หากคุณต้องเจอคำถามแบบนี้ สิ่งที่ควรทำก็คือใช้เป็นโอกาสในการขายตัวคุณเองผ่านการเล่าถึงทักษะและความเชี่ยวชาญในตำแหน่งนี้ ความมั่นใจและการตอบอย่างฉลาดจึงเหมาะสมมากกว่า คุณคือคนที่ฝ่ายบุคคลมองหา ลงตัวเหมาะกับตำแหน่งงาน และสร้างผลลัพธ์ได้ตามเป้าหมาย และเหมาะสมกับการจ้างในตำแหน่งนี้

จะเห็นได้ว่า การสัมภาษณ์งานออนไลน์นั้น คำถามที่มักถาม ก็ยังคงเป็นคำถามแบบเดียวกันกับการสัมภาษณ์งานแบบตัวต่อตัวนั่นเอง เตรียมข้อมูลมาให้พร้อมก่อนเริ่มการสัมภาษณ์งานในทุกๆ ครั้งยังคงได้ผลดีเสมอในการได้งาน