ปลดปล่อยหลังปลดล็อก ลองประสบการณ์ ‘กินหรู อยู่สุรวงศ์’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/626950

วันที่ 26 มิ.ย. 2563 เวลา 09:00 น.ปลดปล่อยหลังปลดล็อก ลองประสบการณ์ 'กินหรู อยู่สุรวงศ์'ปลดล็อกแล้วไปปลดปล่อยกับประสบการณ์ “กินหรู อยู่สุรวงศ์” ที่โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ ทานครบ 5,000 บาท รับฟรีห้องพักโรงแรม แมริออท สุรวงศ์

นักเที่ยวนักชิมไม่ควรพลาด ปลดล็อกแล้วไปปลดปล่อยกับประสบการณ์ “กินหรู อยู่สุรวงศ์” ที่โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ เพียงมาอิ่มอร่อยที่ร้านอาหารใดก็ได้ในโรงแรม และมียอดค่าใช้จ่ายครบ 5,000 บาท รับไปเลยห้องพักฟรีให้ท่านได้มาเปลี่ยนที่นอนคลายเครียดหลังปลดล็อค และพิเศษไปกว่าเดิม ใช้จ่ายครบ 8,000 บาท รับฟรีห้อง 2 Bedroom Residential Suite สำหรับเข้าพักได้ถึง 4 ท่าน เริ่มตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 กรกฎาคม 2563

เพลิดเพลินไปกับอาหารหลากหลายบนมาตรการความปลอดภัย และความสะอาดอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นจากพระยา คิทเช่น ซึ่งเป็นห้องอาหารไทยต้นตำรับหลากหลายเมนู,  เย่า เรสเตอรองท์ ห้องร้านอาหารจีนสไตล์โมเดิร์นบนชั้น 32, เย่า รูฟทอปบาร์ บาร์เปิดโล่งสไตล์เซี่ยงไฮ้พร้อมวิวกรุงเทพฯ และเดอะ ล็อบบี้ เลาจน์ เพียงใช้จ่ายถึงราคาที่กำหนด แล้วรับเวาเชอร์ห้องพักฟรี

  • รับฟรีห้องพัก 2 Bedroom Residential Suite (เรสซิเดนท์เชียล สวีท 2 ห้องนอน สำหรับเข้าพัก 4 ท่าน) 1 คืน เมื่อทานอาหารครบ 8,000++ บาท
  • รับฟรีห้องพัก Deluxe Room (สำหรับเข้าพัก 2 ท่าน) 1 คืน เมื่อทานอาหารครบ 5,000++ บาท

เริ่มตั้งแต่วันนี้ – 31 กรกฎาคม 2563 และสามารถจองเพื่อเข้าพักได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 สิงหาคม 2563 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 02 088 5666

โชว์ฟังก์ชั่นล้ำ CASIO G-SHOCK เปิดตัวเทรนนิ่งวอทช์ 2 รุ่นใหม่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/626942

วันที่ 25 มิ.ย. 2563 เวลา 19:20 น.โชว์ฟังก์ชั่นล้ำ CASIO G-SHOCK เปิดตัวเทรนนิ่งวอทช์ 2 รุ่นใหม่ควรค่าแก่การรอคอย CASIO G-SHOCK ประเดิมเปิดตัวเทรนนิ่งวอทช์ 2 รุ่นใหม่ในตระกูล G-SQUAD รุ่น GBD-H1000 และ GBD-100 Training Series ที่มาพร้อมฟังก์ชั่นล้ำๆ เกินคำบรรยาย

เอาใจคนรักสุขภาพด้วยไอเท็มใหม่มาแรงจากแบรนด์ CASIO G-SHOCK โดยบริษัท เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป จำกัด (CMG) ที่ตอบโจทย์คนฟิตด้วยการประกาศเปิดตัวเทรนนิ่งวอทช์รุ่นใหม่ฟังก์ชั่นแน่น อย่างรุ่น G-SQUAD GBD-H1000 ที่มาพร้อมเซ็นเซอร์ 5 แบบ ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลการออกกำลังกาย การเผาผลาญแคลอรี่ รวมถึงข้อมูลเส้นทางในการออกกำลังกาย และรุ่น G-SQUAD GBD-100 Training Series อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับสายรักสุขภาพที่เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในการออกกำลังกาย พร้อมความต้านทานแรงกระแทกและฟีเจอร์อัจฉริยะที่แม่นยำกว่าเดิม

G-SQUAD GBD-H1000

G-SQUAD GBD-H1000

ฟังก์ชั่น

เริ่มที่ความพิเศษกับเทรนนิ่งวอทช์รุ่นพี่ที่บอกเลยว่ามาแรงแน่ๆ อย่าง G-SQUAD GBD-H1000 นาฬิกาที่มาพร้อมระบบเซ็นเซอร์อัจฉริยะทั้งหมด 5 ตัว ได้แก่ เซ็นเซอร์อัตราการเต้นหัวใจ (HRM), เซ็นเซอร์วัดระดับความสูง (Altitude), เซ็นเซอร์วัดความกดอากาศ (Barometric Pressure Altitude Sensor), เซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิ (Thermo Sensor), เซ็นเซอร์เข็มทิศ (Compass) และเซ็นเซอร์จับความเคลื่อนไหว (Accelerometer Sensor) รวมถึงรองรับการคำนวณค่าการใช้ออกซิเจนสูงสุด (VO2max) ที่ใช้อัตราการเต้นของหัวใจและความเร็วเพื่อเป็นตัวชี้วัด บ่งบอกถึงความแข็งแรงของหัวใจและปอดของผู้สวมใส่ และมีประโยชน์อย่างยิ่งเมื่อต้องการเพิ่มความทนทานในการวิ่งและกิจกรรมการเทรนนิ่งอื่นๆ โดยการวัดค่าและวิเคราะห์ข้อมูลนี้ สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนในแบบไร้สายผ่านระบบ Bluetooth เพื่อใช้งานควบคู่กับแอปพลิเคชั่น G-SHOCK MOVE

ความพิเศษยังไม่หมดแค่นี้ เพราะยังมาพร้อมความสามารถในการรับสัญญาณ GPS ระบุตำแหน่งและพิกัดที่ได้ถูกพัฒนามาเพื่อเพิ่มความแอดวานซ์ในการทำกิจกรรมให้แก่ผู้สวมใส่ และเมื่อใช้ร่วมกับระบบจับเวลาก็จะสามารถติดตามข้อมูลการวิ่ง เช่น ระยะทาง ความเร็ว ความเร็วเฉลี่ย และอื่นๆ ได้ อีกทั้งยังมีการเก็บข้อมูลระยะทางและการก้าวเดิน (Step Counter) นานสูงสุด 12 ชั่วโมง ช่วยให้การเก็บข้อมูลของกิจกรรมเป็นไปได้อย่างง่ายดายและเรียลไทม์

ดีไซน์

ในแง่ของดีไซน์ G-SQUAD GBD-H1000 ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่สะดวกสบายอย่างแท้จริง ด้วยจอ memory-in-pixel (MIP) LCD ที่ให้ความละเอียดและค่าคอนทราสต์สูง ทำให้สามารถแสดงผลลัพธ์ได้ชัดเจนแม้ขณะทำกิจกรรมกลางแจ้งที่แสงแดดจ้าก็ตาม กรอบตัวเรือนถูกดีไซน์ให้แสดงสัญลักษณ์ของโหมดต่างๆ อย่างชัดเจน และปุ่มกันลื่นขนาดใหญ่เพื่อการใช้งานที่คล่องแคล่ว

ด้านสายนาฬิกามีส่วนผสมของวัสดุยูรีเทนให้ความกระชับรับกับข้อมือ ทำให้สวมใส่และใช้งานได้ในทุกวันและทุกสถานการณ์ เหมาะอย่างยิ่งกับการออกกำลังกายและเล่นกีฬาอย่างการวิ่ง หรือกีฬาที่มีการเคลื่อนไหวเยอะ พร้อมกันน้ำลึกได้ 200 เมตร ด้วยน้ำหนักตัวเรือนเพียง 101 กรัม

นอกจากนี้ นาฬิกา G-SQUAD GBD-H1000 ยังมีฟีเจอร์และฟังก์ชั่นที่ชาญฉลาดอีกมากมายสำหรับผู้ที่รักการออกกำลังกาย อาทิ การตั้งค่าเป้าหมายที่ต้องการและการวิเคราะห์การออกกำลังกาย โดยการบันทึกข้อมูลในแต่ละครั้งบน สมาร์ทโฟน ช่วยในการสร้างวินัยและตั้งเป้าหมายในการออกกำลังกาย รวมถึงฟังก์ชั่นการสื่อสารพื้นฐานผ่านBluetooth low energy ที่ครอบคลุมขอบเขตของสัญญาณได้สูงสุดถึง 2 เมตร

สำหรับ G-SQUAD GBD-H1000 พร้อมเปิดตัวทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีดำขาว สีดำ สีแดง สีแดงดำ ในราคา 14,900 บาท (เริ่มจำหน่ายวันที่ 27 มิถุนายน 2563) สามารถชาร์จไฟผ่าน USB และจากพลังงานแสงอาทิตย์โดยตรงเพื่อความสะดวกต่อการใช้งานในทุกๆ วัน

.

G-SQUAD GBD-100 Training Series

 G-SQUAD GBD-100 Training Series

นับเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ห้ามพลาดสำหรับคนรักการออกกำลังกายและเทรนนิ่ง สำหรับรุ่น G-SQUAD GBD-100 Training Series ที่มาพร้อมฟังก์ชั่นเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนกับเซ็นเซอร์วัดความเร่งและวัดระยะทางที่แม่นยำกว่าเดิม ผ่านระบบ GPS สะท้อนความเป็นเทรนนิ่งวอทช์ที่เหนือกว่ากับความสามารถในการวัดความเร็ว นับจำนวนก้าว (pedometer) แบบอัตโนมัติ เพื่อคำนวณการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย การจับเวลาที่สามารถแบ่งรอบได้สูงสุดถึง 5 รอบต่อหนึ่งครั้งแบบอัตโนมัติ พร้อมฟีเจอร์เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเข้ากับเซ็นเซอร์วัดความเร่งในตัวนาฬิกา โดยใช้ความแม่นยำของจีพีเอสในสมาร์ทโฟนเป็นตัววัดระยะทาง

รุ่น G-SQUAD GBD-100 Training Series สะท้อน DNA ของแบรนด์ G-SHOCK อย่างครบถ้วนในทั้งรูปลักษณ์และฟังก์ชั่น โดยสามารถทนทานต่อแรงตกกระแทกจากตึกสูง 3 ชั้น ด้วย Technology ของแผ่นครอบฝาหลังจากวัสดุเรซิน ซึ่งทำจากวัสดุคุณภาพสูงเสริมด้วยใยแก้ว รูปทรงโค้งของผิวช่วยลดการระคายเคืองเมื่อสัมผัสกับข้อมือ อีกทั้งยังสามารถกันน้ำลึกได้ถึง 200 เมตร ซึ่งซีรีย์นี้แตกต่างจากรุ่นอื่นที่มีการผลิตออกมาก่อนหน้าในด้านการเชื่อมต่อระบบ Bluetooth เข้ากับสมาร์ทโฟนผ่านแอปพลิเคชั่น G-SHOCK MOVE เพื่อรับการแจ้งเตือนเมื่อมีการโทรและข้อความเข้าได้อย่างต่อเนื่อง แม้ขณะออกกำลังกาย หน้าจอวัดผลออกกำลังกายที่เชื่อมต่อได้กับสมาร์ทโฟนผ่านระบบ Bluetooth

มาพร้อมกับความคมชัดของจอ LCD แบบ MIP ที่มีความละเอียดสูงในการแสดงข้อมูลเพื่อความสะดวกต่อการอ่าน อายุการใช้งานที่ยาวนานของแบตเตอรีถึง 2 ปีโดยไม่ต้องชาร์จ และดีไซน์ของตัวเรือนที่ได้รับการออกแบบให้ง่ายต่อการใช้งาน พร้อมสายเรซินที่สามารถปรับความกระชับได้เพื่อความสะดวกสบายในการสวมใส่

G-SQUAD GBD-100 มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สายสีดำเหลือบแดง, สายสีดำเหลือบน้ำเงิน และสายสีน้ำเงิน ในราคาเพียง 7,000 บาท

พบกับเทรนนิ่งวอทช์ 2 รุ่นใหม่ได้ที่ช้อป Casio สาขา Flagship Store @เซ็นทรัลเวิลด์, สาขาแฟชั่นไอส์แลนด์, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, ไอคอน สยาม, เซ็นทรัล ชิดลม, โรบินสัน พระราม 9 และศูนย์การค้าสยามพารากอน หรือสั่งออนไลน์จากที่บ้านชิลๆ ผ่านระบบ CHAT & SHOP @casiowatchcmg หรือ https://lin.ee/a96lBTJ รับข่าวสารและโปรโมชั่นเพิ่มเติมผ่านทางเว็บไซต์ www.casio-cmg.com และ Facebook : Casio Watches Thailand

สด สะอาด ปลอดภัย ช้อปเพลินเกินห้ามใจ @The Farm 2020 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/626938

วันที่ 25 มิ.ย. 2563 เวลา 18:10 น.สด สะอาด ปลอดภัย ช้อปเพลินเกินห้ามใจ @The Farm 2020ร่วมส่งความสุขผ่านความสด สะอาด ‘เซ็นทรัล’ ให้ทุกคนได้เลือกสรรสินค้าคุณภาพกับงาน The Farm 2020 ภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัล 13 สาขา ตั้งแต่วันนี้-18 ธ.ค. 2563

กลับมาอีกครั้งเป็นปีที่ 4 สำหรับงาน The Farm 2020 โดยบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด และบริษัท เจียไต๋โปรดิ๊วซ์ จำกัด จากแนวคิด The Greatest Farm For The Greatest Food “คัดสดจากฟาร์ม คัดสรรคุณภาพเพื่อทุกคน” ให้ทุกคนสามารถเดินช้อปปิ้งได้อย่างไร้กังวลภายใต้มาตรการเซ็นทรัล สะอาด ปลอดภัย

พบกับฟาร์มโซนต่างๆ ที่ตั้งใจคัดสรรสิ่งดีๆ เพื่อมอบความสด สะอาด ปลอดภัย และมีคุณภาพให้กับผู้บริโภค อาทิ Greatest Fresh ผักผลไม้ปลอดสารพิษ ที่คัดสดส่งตรงจากฟาร์มถึงมือ ให้นักช้อปได้เลือกกินอาหารเป็นยาต้านโรค เสริมสุขภาพ สร้างภูมิคุ้มกันได้ทุกวัน Greatest Food รังสรรค์เมนูอร่อยจากวัตถุดิบสดใหม่ รสชาติดีที่ต้องได้ลิ้มลอง Greatest Farmer ปลูกผักทานเองได้ง่ายแม้พื้นที่น้อย กับชุดปลูกผักหลากหลายชนิดที่คัดสรรมาโดยเกษตรกรตัวจริง พร้อมเปิดประสบการณ์ ลองลิ้มชิมรสไปกับ 6 ซิกเนเจอร์เมนูสุดพิเศษประจำงานนี้ อาทิ เมล่อนสดปั่น จากเจียไต๋ฟาร์ม ฟาร์มคุณภาพชั้นนำระดับประเทศ พิซซ่าเวียดนาม ไอศครีมน้ำอ้อย และน้ำอ้อย 9 สีคั้นสด จากโครงการ 1 ไร่ 1 แสน น้ำนมข้าวโพดไร่สุวรรณ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สมูทตี้และไอศกรีมเคลจาก LED FARM

เจียไต๋ฟาร์ม คัดสรรผลไม้เกรดพรีเมี่ยมจากฝีมือเกษตรกรไทย ที่ไม่ใช่แค่บ่มเพราะผลผลิต แต่ช่วยบ่มเพาะธุรกิจชุมชนไปจนถึงสิ่งแวดล้อม ด้วยกระบวนการที่มีประสิทธิภาพ กลายเป็นของขวัญสุดพิเศษที่สุขใจทั้งคนให้และคนรับ กับคุณภาพของพืชผลต่างๆ เช่น เมล่อนมรกต เมล่อนโกลเด้นสวีท ผลไม้ยอดนิยมขวัญใจผู้บริโภค มีประโยชน์ช่วงยับยั้งการสร้างสีเมลานิน ซึ่งเป็นต้นเหตุของผิวหมองคล้ำ ช่วยชะลอความแก่และเสื่อมสภาพของเซลล์ผิว แตงหอมเตยอโรมาติก เนื้อแน่น กรอบ กลิ่นหอมใบเตย ทั้งต้น ผล และดอก แตงโมทัมอัพ ฟักทองมินิบอล ข้าวโพดหวาน นานาพันธุ์ ข้าวโพดหวานม่วง อีกทั้งยังมีชุดปลูกผักโฮมการ์เด้น ปลูกง่ายแม้พื้นที่น้อย คัดเมล็ดพันธ์ที่ดีที่สุด ควบคุมการเพราะปลูกจากเกษตรกรไทย

โครงการ 1 ไร่ 1 แสน กับผลิตภัณฑ์ของกลุ่มเกษตรกร ในโครงการจากหอการค้าไทย มาพร้อมกับสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่ทำเกษตรตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรผสมผสาน พร้อมมีอาหารสดจากไร่ ส่งตรงจากเกษตกรถึงผู้บริโภค อาทิเช่น พิซซ่าเวียดนาม หน้าดอกไม้และสมุนไพร ที่มีส่วนผสมจากพืชผักสมุนไพรในโครงการ อุดมไปด้วยพืชผักมีประโยชน์ต่อสุขภาพ อีกทั้งยังมีเครื่องดื่มชื่นใจจาก น้ำตาลอ้อยออร์แกนิกสด และไอศครีมจากน้ำตาลอ้อยออร์แกนิก หลากหลายรสชาติ อาทิ ไอศครีมนมสดรักษ์โลก, ไอศครีมชาเขียว, ไอศครีมช็อคโกแลต, ไอศครีมชาไทย , อีกทั้งยังมี พันนธ์ไม้กระถาง อุปกรณ์ ปลูกผักในคอนโดให้เลือกมากมาย

Tops Supermarket นำผลไม้ตามฤดูกาลและผลไม้นำเข้าหลากหลายสายพันธุ์ พร้อมโปรโมชั่นพิเศษมาจัดจำหน่ายภายในงาน อาทิเช่น แอบเปิ้ล กีวี่ ลูกพลับสด อโวคาโด้ จากนิวซีแลนด์ สตอเบอรี่ออสเตรเรีย สตอเบอรี่เกาหลี องุ่นอเมริกา เชอรี่แดง ส้มแมนดาริน ชัยโยฟาร์ม ผักออร์แกนิคสดจากฟาร์ม สมุนไพรต่างประเทศหลากหลายชนิด และไฮไลท์ต้นไฮเดรนเยียสายพันธุ์แท้จากฝรั่งเศส และสำหรับใครที่มีเวลาน้อย แต่อยากกินผักมาก

LED FARM ได้นำเสนอผักสดที่สามารถรับประทานได้ทันทีโดยไม่ต้องล้าง เพราะปลูกแบบระบบปิด ทำให้ผักที่ได้ทั้งสด สะอาด ปลอดภัยและปลอดสารพิษ ตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่เร่งรีบของคนในปัจจุบันได้ ซื้อแล้วรับประทานได้เลย อีกทั้งยังมี Smoothie DIY Kit ชุดสมูตตี้แบบสำเร็จ ที่ทำให้คุณทำสมูตตี้เองง่ายๆ ได้ที่บ้าน

KU Milk (มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์) กับผลิตภัณฑ์มาตรฐาน สืบสานตำนานนมเกษตร และผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด ที่นำนมเกษตรแช่แข็งมาปั่นพร้อมผลไม้ เย็นสดชื่น โดยไม่ใส่น้ำแข็ง เพื่อให้ได้รสชาติเอกลักษณ์ของนมเกษตรที่ไม่เหมือนใครเพิ่มคุณค่าของผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้นด้วยผลไม้นานาชนิด ให้ลูกค้าได้ดื่มนมปั่นที่มีความเข้มข้นมากที่สุด หลากหลายรสชาติ อาทิเช่น Mix Berry Smoothie, Strawberry Delight, Honey Low fat milk และอีกมากมาย

Salad Factory หลากหลายเมนูสลัดและเมนูอาหารแสนอร่อย พร้อมเสิร์ฟแบบ on-the-go อร่อยสุขภาพดี ทำจากวัตถุดิบคุณภาพ ปริมาณเกินราคา อีกทั้งยังมี Healthy snack จากสำนักส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิสาหกิจ ชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ที่นำผลผลิตจากเกษตรกรในชุมชน มาทำเป็นสินค้าแปรรูป อาทิ Healthy snack เห็ดหอมกรอบปรุงรส บร็อกโคลี่กรอบ กระเจี๊ยบกรอบ ส่งเสริมให้ชุมชนเกิดการต่อยอดทางธุรกิจ โดยผลักดันมาจากเกษตรกร มาเป็นวิสาหกิจชุมชม นอกจากนี้ภายในงานยังมีการจำหน่ายอาหารออร์แกนิค ผัก ผลไม้ ต่างๆ อีกมากมาย

The Farm 2020 “คัดสดจากฟาร์ม คัดสรรคุณภาพเพื่อทุกคน” พร้อมส่งความสุขใกล้บ้านคุณ ภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา สาขาต่างๆ ดังต่อไปนี้

  • ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า พระราม 9 22 มิ.ย – 5 ก.ค. 2563
  • ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ 16-22 ก.ค. 2563
  • ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า พระราม 3 24-29 ก.ค. 2563
  • ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า พระราม 2 6-19 ส.ค. 2563
  • ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา รัตนาธิเบศ 27 ส.ค. – 2 ก.ย. 2563
  • ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว 10-21 ก.ย. 2563
  • ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต 24-30 ก.ย. 2563
  • ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา แจ้งวัฒนะ 7- 14 ต.ค. 2563
  • ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา บางนา 27 ต.ค. – 1 พ.ย. 2563
  • ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ 3 – 9 พ.ย. 2563
  • ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา มหาชัย 11-17 พ.ย. 2563
  • ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ปิ่นเกล้า 1-7 ธ.ค. 2563
  • ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ระยอง 12-18 ธ.ค. 2563

พลังของคนไทยใจแฟชั่น #saveTHAIwearTHAI #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/626932

วันที่ 25 มิ.ย. 2563 เวลา 17:15 น.พลังของคนไทยใจแฟชั่น #saveTHAIwearTHAI รวมพลังคนไทยใจแฟชั่น สยามเซ็นเตอร์หนุนแคมเปญ #saveTHAIwearTHAI แสดงพลังยิ่งใหญ่ปลุกกระแสอุตสาหกรรมแฟชั่นไทย

ถ้าไทยไม่ช่วยไทย ใครจะช่วยเรา ท่ามกลางวิกฤตการณ์ที่ทุกภาคส่วนล้วนได้รับผลกระทบจากภัย Covid-19 รวมไปถึงภาคอุตสาหกรรมแฟชั่นไทย เหล่าคนแฟชั่น ทั้งเบื้องหน้า เบื้องหลัง สยามเซ็นเตอร์ ในฐานะศูนย์รวมแบรนด์ไทยดีไซเนอร์ชั้นนำมากที่สุดในเมืองไทย จึงขอรวมพลังลุกขึ้นปลุกกระแสให้คนไทยหันมาสนันสนุนสินค้าไทยพร้อมแสดงพลังยิ่งใหญ่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยให้ก้าวต่อไป เพื่อสร้างอาชีพต่อยอดให้กองทัพทีมงานอีกหลายล้านชีวิตทั้งดีไซเนอร์ ช่างตัดเย็บ ช่างทอ ช่างย้อม ช่างพิมพ์ พนักงานขาย คนส่งของ นายแบบนางแบบ ช่างภาพ ช่างแต่งหน้า-ทำผม ตลอดจนพี่น้องชาวไทยทั่วประเทศเจ้าของภูมิปัญญาผู้ผลิตผ้าไทยท้องถิ่นให้ยืนหยัดผ่านพ้นไปด้วยกัน

ดีไซเนอร์ไทยระดับตำนาน ศิริชัย ทหรานนท์ เจ้าของแบรนด์ THEATRE ผู้สร้างอาชีพให้คนเบื้องหน้าและเบื้องหลังในการสร้างสรรค์ผลงานคอลเลคชั่นแฟชั่นที่สวยงามมายาวนานกว่า 30 ปี กล่าวว่า ในฐานะของดีไซเนอร์ที่ปลุกปั้น THEATRE มาอย่างยาวนาน ไม่เพียงแค่หน้าร้านเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบจากภัยโรคระบาดในครั้งนี้ แต่ยังหมายรวมถึงผู้ผลิต แรงงาน ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในภาคอุตสาหกรรมนี้ เริ่มต้นจากผู้ผลิตผ้า ซึ่ง THATRE เลือกใช้ผ้าไทยคุณภาพยอดเยี่ยม อย่างผ้าไหมจากโครงการศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ ตลอดจนผ้าฝ้ายผ้าขาวม้าจากภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวขอนแก่น ซึ่งเป็นการอุดหนุนและกระจายรายได้สู่ชาวบ้านทั่วทุกภูมิภาค สู่ช่างออกแบบและช่างตัดเย็บซึ่งเปรียบเสมือนครอบครัวใหญ่ที่อยู่คู่ THEATRE มาตลอด ก่อนจะออกมาเป็นผลงานคอลเลคชั่นสุดพิเศษที่ลูกค้าได้เห็น จะเห็นได้ว่าทุกกระบวนการครอบคลุมการสร้างอาชีพให้ผู้คนมากมาย จึงอยากให้คนไทยนึกถึงและช่วยสนับสนุนให้เราได้ผ่านช่วงเวลานี้ไปด้วยกัน นอกจากนี้ทางแบรนด์ยังได้เพิ่มบริการพิเศษ Custom Made โดยลูกค้าสามารถเลือกผืนผ้าและตัดเย็บในแบบที่ต้องการขึ้นมาเป็นพิเศษได้อีกด้วย

ชัยชน สวันตรัจฉ์ อีกหนึ่งไทยดีไซเนอร์รุ่นใหญ่เจ้าของแบรนด์ชื่อดัง GOOD MIXER กล่าวว่า สำหรับแบรนด์ Good Mixer ที่ต้องเปิดใจให้พร้อมสำหรับการปรับตัวครั้งใหญ่ โดยเฉพาะในครั้งนี้นับว่าเป็นวิกฤตที่รุนแรงที่สุด เราจึงต้องพยายามค้นหาทุกโอกาสที่ซ่อนตัวอยู่ใต้วิกฤตครั้งนี้ เพราะ Good Mixer ยังมีทีมงานอีกเกือบร้อยชีวิตที่ได้รับผลกระทบไปด้วย ทุกครั้งที่มองเห็นโอกาสเราจึงช่วยกันลงมือทันที โดยร่วมสร้างสรรค์หน้ากากผ้าคอลเลคชั่นพิเศษในสไตล์งานคราฟท์ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์หลักของแบรนด์ตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการความแตกต่างอย่างโดดเด่น ช่วยเพิ่มความอุ่นใจและเติมสีสันชีวิตชีวามากขึ้น ตอกย้ำจุดแข็งและความยูนีคของแบรนด์ที่ลูกค้าเห็นแล้วจำได้ อย่างการเพิ่มลูกเล่นไปบนหน้ากากผ้าด้วยงานปักลายเสือ ลายผีเสื้อ ลายปลาทอง เน้นความความประณีตในการเย็บที่ลงรายละเอียด ตั้งแต่การเย็บเพื่อไม่ให้แผ่นใยสังเคราะห์ด้านในที่เป็นชั้นกรองลื่นไหลซึ่งเป็นเสน่ห์ของแบรนด์ไทยที่เน้นดีเทลรายละเอียดเสมอ พร้อมการเปิดขายผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นซึ่งได้รับการตอบรับจากลูกค้าดีมาก เป็นอีกหนึ่งวิธีรับมืออย่างมีสติที่สุดเพื่อผลักดันให้ครอบครัว Good Mixer ก้าวข้ามไปได้ด้วยกัน

สไตลิสต์ระดับท้อปของวงการอย่าง อารยา อินทรา ผู้อยู่เบื้องหลังงานแฟชั่นไทยระดับทอล์คออฟเดอะทาวน์มากมาย กล่าวว่า ถ้าคนไทยไม่ช่วยคนไทยด้วยกัน แล้ว ใครจะช่วยเรา อุตสาหกรรมแฟชั่นไทย โดยคนไทย ที่ทำงานกันเป็นกองทัพที่อยู่ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง โดยต่างคนต่างทำหน้าที่ของตนอย่างสุดฝีมือในการสร้างสรรค์เสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ ทั้งขั้นตอนการผลิต ความปราณีตงดงามเพื่อหวังให้ผู้สวมใส่มีความสุขอิ่มเอมกับงานแฟชั่นที่ดีเยี่ยม และเพื่อช่วยพยุงให้ธุรกิจ เศรษฐกิจไทย ก้าวหน้า จึงขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้คนแฟชั่น และขอให้คนไทยเห็นคุณค่า สนับสนุนผลงานของคนไทยด้วยกัน

ชนิสา แก้วเรือน รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานกิจกรรมการตลาดและธุรกิจสัมพันธ์ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ ในฐานะศูนย์รวมแบรนด์ไทยดีไซเนอร์ชั้นนำมากที่สุดในเมืองไทย เดินหน้าสนับสนุนอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยในครั้งนี้ สยามเซ็นเตอร์ ร่วมกับสมาคมแฟชั่นดีไซเนอร์กรุงเทพฯ และแบรนด์ไทย- ดีไซเนอร์ชั้นนำ เล็งเห็นทุกพลังสร้างสรรค์ของทุกแบรนด์ไทยจากแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ถ่ายทอดสู่งานออกแบบที่สวยงามให้กับวงการแฟชั่นของไทยโชว์ผลงานไปทั่วโลกผ่านหลายอาชีพของคนที่อยู่เบื้องหลัง สยามเซ็นตอร์ขอเป็นอีกหนึ่งแรงใจสนุบสนุนแคมเปญ #saveTHAIwearTHAI ขอปลุกไฟปลุกพลังให้ทุกแบรนด์แฟชั่นของไทยยืนหยัดก้าวต่อไปด้วยแรงสนันสนุนจากคนไทยด้วยกัน

สยามเซ็นเตอร์พร้อมเสิร์ฟหลากหลายดีไซน์ให้คนไทยหัวใจแฟชั่นได้อินสไปร์รับพลังบวกและอินเทรนด์ได้ในทุกสถานการณ์ ผู้สนใจร่วมให้กำลังใจและเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมพิเศษได้โดยใส่ชุดแบรนด์ไทยดีไซเนอร์สุดโปรดพร้อมโพสต์ภาพลง Instagram รับฟรี Siam Gift Card มูลค่า 500 บาท โดยทุกการโพสต์ของคุณ สยามเซ็นเตอร์จะร่วมบริจาคให้กับมูลนิธิรามาธิบดีฯ 10 บาท ต่อ 1 โพสต์ ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิ.ย. 2560

Be Inspired!! ร่วมเติมเต็มพลังใจและรับแรงบันดาลใจไปกับความคิดสร้างสรรค์ฝีมือคนไทยพร้อมสนับสนุนคนไทย “ถ้าไทยไม่ช่วยไทย ใครจะช่วยเรา” ได้แล้ววันนี้ ที่ร้านไทยดีไซเนอร์ชั้นนำ ณ ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์

‘วิตามิน’ กับ ‘ยา’ ความเหมือนบนความต่าง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/626916

วันที่ 25 มิ.ย. 2563 เวลา 15:40 น.'วิตามิน' กับ 'ยา' ความเหมือนบนความต่างเภสัชกรชี้ “วิตามิน” ไม่ใช่ “ยา” ความคล้ายที่ทำให้หลายคนเข้าใจผิด พร้อมแนะใช้ให้ถูกวิธีเพื่อสุขภาพที่ดีและปลอดภัย

ร่างกายของคนเรามีสารต่างๆ ประกอบอยู่ในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นโปรตีน น้ำตาล วิตามิน และแร่ธาตุ การได้รับ “วิตามิน” ที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะวิตามินสามารถช่วยบำรุงและฟื้นฟูสุขภาพ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของตับและไต แตกต่างกับ “ยา” ซึ่งหากใช้ติดต่อกันเป็นประจำอาจส่งผลเสียต่อตับและไตได้ ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับวิตามินและยา จากทีมเภสัชกรไบโอฟาร์ม แนะนำเรื่องนี้เอาไว้ว่า

ความแตกต่างของ “วิตามิน” กับ “ยา”

หลายคนอาจเข้าใจผิดว่า ยา กับ วิตามิน เป็นสิ่งที่จำเป็นต่อร่างกายเหมือนกัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ยา คือสิ่งที่ร่างกายไม่มี ร่างกายเราไม่สามารถผลิตยาเองได้ ดังนั้น ยาจึงไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นในภาวะร่างกายปกติ ในทางกลับกัน ยามีไว้ใช้รักษาอาการผิดปกติของร่างกายที่มีอาการรุนแรง เช่น อาการปวดหัว ต้องได้รับยาพาราเซตามอลที่มีฤทธิ์ช่วยบรรเทาอาการปวดได้ ซึ่งยามีการออกฤทธิ์ที่เร็ว สามารถระงับอาการต่าง ๆ ได้ แตกต่างจากการรับประทานอาหารเสริมที่จะเข้าไปช่วยบำรุงและฟื้นฟูร่างกาย

หลักการใช้ยาที่ถูกต้อง

เมื่อเรารับประทานยาจนหายป่วยแล้ว ต้องหยุดใช้ยา หากหายแล้วยังรับประทานยาต่อไปเรื่อยๆอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ เพราะยาส่วนใหญ่ผลิตจากสารเคมี หากใช้เป็นประจำและเกินความจำเป็น ท้ายที่สุดอาจเกิดการสะสมในร่างกาย และส่งผลเสียต่อตับและไตได้

“วิตามิน” สิ่งที่ร่างกายขาดไม่ได้

วิตามิน คือสารที่มีอยู่ในร่างกายของคนเราอยู่แล้ว และเป็นสิ่งจำเป็นที่ร่างกายขาดไม่ได้ หากขาดวิตามินแล้ว ร่างกายจะแสดงความผิดปกติออกมาให้เห็นทันที และเมื่อร่างกายมีอาการผิดปกติต่างๆเกิดขึ้น สามารถตรวจเลือดเพื่อหาสาเหตุของการขาดวิตามินได้ และรับประทานวิตามินเสริมเข้าไป

วิตามินแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ

  • วิตามินที่ละลายในน้ำ ได้แก่ วิตามินบี 1 บี 2 บี 3 บี 5 บี 6 บี 7 บี 9 บี 12 และวิตามินซี โดยวิตามินชนิดนี้จะสามารถอยู่ในร่างกายได้ 2-4 ชั่วโมง ส่วนที่เหลือจากการดูดซึมไปใช้งานก็จะถูกขับออกทางไต โดยการปัสสาวะนั่นเอง ดังนั้น วิตามินชนิดที่ละลายในน้ำ จะมีโอกาสสะสมในร่างกายน้อยมาก จึงไม่ค่อยมีผลข้างเคียง
  • วิตามินที่ละลายในไขมัน ได้แก่ วิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี และวิตามินเค ซึ่งจะละลายได้ในไขมันเพื่อดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย จึงไม่สามารถขับออกทางปัสสาวะได้ หากได้รับวิตามินเหล่านี้มากเกินไป อาจเก็บสะสมไว้ในร่างกายได้ ผูที่รับประทานวิตามินชนิดนี้จึงควรมีช่วงที่หยุดรับประทานบ้าง เพื่อไม้ให้เกิดการสะสมในร่างกายมากจนเกินไป

วิตามินเป็นอาหารเสริม ไม่ใช่อาหารหลัก

แม้ว่าการได้รับวิตามินอย่างเพียงพอและเหมาะสมจะสามารถช่วยบำรุงและฟื้นฟูร่างกายได้ ช่วยเสริมในส่วนที่ร่างกายขาดได้ หากเลือกรับประทานอย่างเหมาะสม แต่การรับประทานวิตามินก็ไม่สามารถมอบสารอาหารอันหลากหลายได้เหมือนอาหารจานหลัก

สำหรับวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกายและควรได้รับทุกวัน ได้แก่ วิตามินซี และวิตามินบี ซึ่งเป็นวิตามินชนิดที่ละลายในน้ำ หลังจากดูดซึมไปใช้งานแล้วจะถูกกำจัดออกทางปัสสาวะ ไม่สะสมในร่างกาย จึงสามารถรับประทานเป็นประจำทุกวันได้อย่างปลอดภัย

ถึงแม้ว่าวิตามินจะไม่สามารถทดแทนอาหารจานหลักได้ แต่วิตามินและแร่ธาตุเสริม 1 เม็ด มักจะอัดแน่นด้วยปริมาณแร่ธาตุและสารอาหารที่คนปกติอาจไม่สามารถรับได้จากการรับประทานอาหารเพียง 1 มื้อหรือ 1 วันเพื่อให้ได้สารอาหารเหล่านั้นเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เช่น ต้องกินฟักทอง 1 ผลเพื่อให้ได้เบตาแคโรทีน 2 มิลลิกรัม เท่ากับการรับประทานเบตาแคโรทีน 1 เม็ด ซึ่งคนปกติอาจไม่สามารถรับประทานฟักทองได้ถึง 1 ผล

วิตามินเกราะป้องกันร่างกายจากอนุมูลอิสระ

สารอนุมูลอิสระ เปรียบเสมือนยาพิษ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้จากการใช้ชีวิตประจำวันที่ไม่เหมาะสม เช่น นอนดึก นอนไม่พอ สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า หรือ เจอกับมลภาวะ เช่น ฝุ่น PM 2.5 ซึ่งความน่ากลัวของอนุมูลอิสระคือ แม้จะไม่ทำให้เกิดโรคในทันที แต่ทำให้ร่างกายเกิดความเสื่อม ทำลายเม็ดเลือด ทำลายอวัยวะต่างๆ และนำมาซึ่งปัญหาสุขภาพในระยะยาว

ท้ายที่สุดแล้วการเสริมวิตามินและเกลือแร่ จะเป็นเกราะป้องกันอนุมูลอิสระชั้นดีให้กับร่างกาย แต่สิ่งที่ควรทำเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ นั่นคือ การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ หมั่นออกกำลังกาย หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงทำลายสุขภาพ ก็จะทำให้ร่างกายของเราแข็งแรง

เช็กอิน Nike Bangkok at Siam Center แฟล็กชิปสโตร์ใหม่ใหญ่ที่สุดในประเทศ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/626881

วันที่ 25 มิ.ย. 2563 เวลา 11:30 น.เช็กอิน Nike Bangkok at Siam Center แฟล็กชิปสโตร์ใหม่ใหญ่ที่สุดในประเทศเปิดแล้ว!! Nike Bangkok at Siam Center แฟล็กชิปสโตร์ใหม่ใหญ่ที่สุดในไทย ตื่นใจกับ Nike By You ให้ Customize ใส่ความเป็นคุณลงบนไอเท็มโปรด

โพสต์ทูเดย์ ชวนสัมผัสประสบการณ์ช้อปปิ้งเต็มรูปแบบ จุใจในแฟล็กชิปสโตร์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ภายใต้แบรนด์ Nike ที่ย่านใจกลางกรุงเทพฯ กับ Nike Bangkok at Siam Center แฟล็กชิปสโตร์ใหม่ที่มาในคอนเซ็ปต์ Innovative Sport จัดใหญ่ด้วยพื้นที่กว้างขวางกว่า 9,000 ตารางฟุต จัดเต็มกับสินค้า Nike พร้อมนวัตกรรมสุดล้ำทุกรูปแบบ หลากหลาย และครบครันมากที่สุดเท่าที่เคยมี

ตั้งแต่รองเท้าสปอร์ตเพอร์ฟอร์แมนซ์ สนีกเกอร์ไลฟ์สไตล์รุ่นฮิต รุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น อาทิ รองเท้าวิ่งตระกูล Vaporfly NEXT% รองเท้าบาสเกตบอล Air Jordan และ Nike Icon Clash คอลเลคชั่นล่าสุดปี 2020 ตลอดจนชุดออกกำลังกายของทั้งสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ รวมถึงเสื้อผ้าไลฟ์สไตล์แฟชั่น เสื้อยืด กระเป๋า แอคเซสซอรี่ และไอเท็มคูลๆ อีกเพียบ

ตื่นตาตื่นใจไปกับบริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟอย่าง Nike By You ครั้งแรกในประเทศไทยที่ให้ Customize ไอเท็มโปรดคู่กายแบบยูนีคไม่ซ้ำใคร  เรียกได้ว่าใส่สไตล์ความเป็นตัวเราลงในผลิตภัณฑ์ของ Nike ที่อาจมีแค่หนึ่งเดียวในโลก

พิเศษสำหรับช่วงเปิดร้านใหม่ Nike ยังมีคอลเลกชั่น Nike By You x Jirayu Koo ที่ Nike ได้นำเสนอผลงานของอิลลัสเตรเตอร์ไทย “จิรายุ คูอมรพัฒนะ” กับลวดลายกราฟิกสีสันสดใสพร้อมใส่ความสนุกสนานแบบไทยๆ ในชื่อ Bangkok Jam โดดเด่นด้วยฟอนต์ภาษาไทย อาทิ คำว่า “สยาม” “บางกอก” ที่หายากแน่นอนในอนาคต

สำหรับ Nike Bangkok at Siam Center ยังมีบริการพิเศษสำหรับลูกค้าอีกมากมาย เช่น บริการทดลองฟิตติ้งเสื้อผ้าจากไนกี้แบบหัวจรดเท้า รวมไปถึงการทดลองวิ่งหรือออกกำลังกายขณะสวมใส่รองเท้ารุ่นต่างๆ ของไนกี้ ซึ่งบริการเหล่านี้จะช่วยสร้างความผูกพันระหว่างลูกค้ากับแบรนด์ไนกี้ และเพื่อช่วยให้เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ตรงตามความต้องการอย่างแท้จริง ผู้มาใช้บริการทุกท่านยังสามารถจองช่วงเวลาสำหรับการรับบริการสไตลิ่งหรือบริการการเลือกซื้อรองเท้าวิ่งแบบตัวต่อตัวกับผู้เชี่ยวชาญด้านรองเท้าวิ่ง หรือสไตลิสต์ซึ่งประจำอยู่ที่ร้านได้ล่วงหน้าอีกด้วย 

“เรารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่ได้ร่วมมือกับไนกี้เพื่อนำเสนอประสบการณ์ที่ตื่นตาตื่นใจและไม่เหมือนใคร เพื่อยกระดับแนวคิดของการค้าปลีกไปพร้อมๆ กับการส่งเสริมให้ลูกค้าของเรามีปฎิสัมพันธ์กับไนกี้ในรูปแบบใหม่ๆ” คุณอาชวิน วาลิรัม ผู้อำนวยการบริหารของวาลิรัม กล่าว

ใครไม่อยากเอ้าท์แนะนำให้ไปสัมผัสความล้ำสมัยในคอนเซ็ปต์ Innovative Sport แล้วเลือกช้อปจุใจแบบจัดเต็มกันได้แล้ววันนี้ ที่สยามเซ็นเตอร์ ชั้น G เปิดบริการทุกวัน เวลา 10:00-21:00 น. หรือรับชมข่าวสารจากไนกี้ประเทศไทยได้ทาง LINE OFFICIAL :  @nikethailand

.

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

New Normal : ทำเรื่องยาก ให้เป็นเรื่องง่าย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 25 มิ.ย. 2563 เวลา 10:30 น.New Normal : ทำเรื่องยาก ให้เป็นเรื่องง่ายคนทำงานต้องรู้!! กูรูด้านที่ปรึกษาด้านประชาสัมพันธ์ เผย “ทำเรื่องยาก ให้เป็นเรื่องง่าย” หัวใจของงานพีอาร์ยุค New Normal

ในยุคที่สถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ต้องยอมรับว่าผลพวงหนึ่งที่ทุกคนต้องประสบพบเจอและต้องยอมรับ นั่นคือ พฤติกรรมในการใช้ชีวิตของทุกคนได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นการกิน การอยู่ และการดำเนินชีวิต หรือที่เราพูดถึงสถานการณ์ยามนี้ด้วยคำยอดฮิตติดปากว่า “New Normal” หรือ “ความปกติใหม่” 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนทำงานแล้ว คนในทุกๆ สาขาอาชีพล้วนต้องปรับตัวเพื่อให้วิถีทางในการทำงานตอบรับและสอดคล้องไปกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม รวมถึงอาชีพนักประชาสัมพันธ์ ซึ่ง ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดีซี คอนซัลแทนส์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง คอมมูนิเคชั่นส์ จำกัด กูรูด้านที่ปรึกษาด้านประชาสัมพันธ์ ได้กล่าวถึงความเปลี่ยนแปลงนี้ไว้อย่างน่าสนใจ

ภาพรวมของธุรกิจที่ปรึกษาประชาสัมพันธ์

วงการประชาสัมพันธ์ถือว่าเป็นวงการที่ได้รับผลกระทบไม่น้อยจาก ช่วงการแพร่ระบาด แต่กระนั้น หน่วยงานและองค์กรต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบ ยังเดินหน้าในการสื่อสารต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารเรื่อง มาตรการขององค์กรในการให้ความช่วยเหลือ ผู้มีส่วนได้เสียขององค์กรต่างๆ หรือ การสื่อสารเรื่อง ผลกระทบที่ได้รับก็ตามแต่ การสื่อสาร สร้างความเข้าใจกับสังคม ยังคงจำเป็นต่อทุกสถานการณ์โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาวะที่มีความเปราะบางสูงอย่างนี้ ดังนั้น ความต้องการคำปรึกษาประชาสัมพันธ์จึง ยังมีความสำคัญ แต่ว่าจะในสเกลที่เล็กลง

นักประชาสัมพันธ์จะต้องปรับตัวอย่างไรในยุค New Normal

สมัยก่อนถ้าเรามองดูพีอาร์ในยุคก่อนก็จะพบว่า มีนักประชาสัมพันธ์ สื่อมวลชน มีผู้รับข่าวสาร พอโลกดิจิตอลมา สื่อดั้งเดิม (Conventional Media) ก็ยังคงอยู่ แต่ขณะเดียวกันจะมีการเกิดขึ้นของสื่อใหม่ ๆ มากมาย สื่อภาคประชาชนก็ดี หรือว่าสื่อดั้งเดิม เช่น หนังสือพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์ที่อพยพจากแพลตฟอร์มเดิมสู่แพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น แต่สิ่งที่ยังคงสำคัญตลอดและต่อเนื่องคือการจัดการเนื้อหา ไม่ว่าการสื่อสารจะเป็นช่องทางใด สิ่งสำคัญที่สุดก็คือเนื้อหา ยุคนี้พอคนสามารถเข้าถึงสื่อออนไลน์มากขึ้น คนมีส่วนร่วมกับการบริโภคข่าวสารมากขึ้นซึ่งต่างจากเดิม อาจจะมีข่าวเรื่องของมาตรการเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจแต่เดิมคนอาจสนใจเฉพาะกลุ่ม แต่ตอนนี้มันกระทบกับทุกคนเลยคนบริโภคข่าวสารก็จะมีจำนวนมากขึ้น การบริหารจัดการเนื้อหาให้สอดคล้องกับกลุ่มผู้รับจึงมีความสำคัญเหมือนเดิม เพียงแต่รูปแบบจะต้องเร้าใจมากขึ้น ดึงดูดคนมากขึ้น เข้าใจง่ายมากขึ้น และเป็นทางการน้อยลงแบบนี้เป็นต้น

เทคนิคพร้อมแนวทางที่จำเป็นสำหรับแนวทางพีอาร์

การสื่อสารในภาวะที่การสื่อสารหลั่งไหลมาจากทุกภาคส่วน  แหล่งข่าว องค์กรต่างๆ รวมถึงการตีความของภาคประชาสังคมจนกระทั่งยากจะแยกแยะ สิ่งใด ถูกต้อง ที่มามาจากแหล่งใด เชื่อถือได้เพียงใด ทำให้ การสื่อสารที่ “ชัดเจน” เปิดช่องให้มีการตีความน้อยที่สุด มีแหล่งที่มาที่น่าเชื่อถือได้ จึงสำคัญกว่า ภาวะใดๆ  การสื่อสารแบบ “ทำเรื่องยากให้ง่าย”  “จัดลำดับความสำคัญของเนื้อหา”  สำคัญที่สุด มาก่อนเพื่อน หรือเรียกว่า “เอาใจความบรรทัดที่ 9 มาไว้เป็นบรรทัดแรก” เพราะส่วนใหญ่คนอ่านแค่ 8 บรรทัด แต่ใจความสำคัญมักอยู่บรรทัดที่ 9 และ 10 หรือ นอกจากนี้ การสื่อสารด้วย กราฟฟิก สื่อสารด้วยภาพ แผนภาพ ที่ง่ายต่อความเข้าใจ และ ถูกจริต คนไทยจะถูกนำมาใช้มากขึ้น  รวมถึงการสื่อสาร ผ่าน ระบบออนไลน์ ทีไม่จำเป็นต้องเสียเวลาเดินทางไปมาจะได้รับการยอมรับมากขึ้น ในฐานะที่เป็น New Normal

ทิศทางของธุรกิจด้านการสื่อสารและงานประชาสัมพันธ์หลังโควิด-19

หลังจากที่สถานการณ์ถูกควบคุมเอาไว้ได้ในระดับหนึ่ง จนทุกคนสามารถจะกลับมาใช้ชีวิตได้เกือบเป็นปกติ กิจกรรมต่างๆ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นสำหรับภาคเศรษฐกิจจะเกิดขึ้นอย่างมโหฬารและมีจำนวนมากจนงานด้านการตลาด งานด้านสื่อสารการประชาสัมพันธ์จะมีจำนวนมาก  การวางแผนสำหรับอนาคตอันใกล้สำหรับการแย่งพื้นที่ข่าวกันอย่างดุเดือด จะทำให้บริษัทด้านประชาสัมพันธ์ที่ยังคงเหลือรอดและแข็งแรงเพียงพอมีแต้มต่อในการเดินหน้าต่อไป

หากใครเป็นนักประชาสัมพันธ์ ยามนี้คงต้องถามตัวเองว่าพร้อมไหม?? กับการปรับตัว ปรับใจ กับการทำงานในรูปแบบใหม่ที่จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว

นัดช้อป New Normal Fair @ตลาดนัดยิ้มสยาม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/626766

วันที่ 24 มิ.ย. 2563 เวลา 10:10 น.นัดช้อป New Normal Fair @ตลาดนัดยิ้มสยามอยากช้อปต้องมา!! New Normal Fair ตลาดนัดปลอดภัย สยามพิวรรธน์จัด “ตลาดนัดยิ้มสยาม” ชวนช้อปช่วยวิกฤตการณ์โควิด-19 ณ รอยัลพารากอนฮอลล์ วันนี้-28 มิ.ย. 2563

อยากช้อปต้องมา!! สยามพิวรรธน์ ชวนทุกคนร่วมแรงร่วมใจช่วยเหลือและสนับสนุนคนไทย ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-1 ภายในงาน “ตลาดนัดยิ้มสยาม” งานออกร้านจำหน่ายสินค้าหลากหลายนานาชนิดในบรรยากาศตลาดนัดติดแอร์ เพื่อสร้างรอยยิ้มและรายได้แก่เพื่อนร่วมสังคมที่ประสบวิกฤตในรูปแบบ New Normal Fair ที่ปลอดภัยไร้กังวลด้วยมาตรการสุขอนามัยของสถานที่อย่างเคร่งครัด ระหว่างวันที่ 24–28 มิถุนายน 2563 ณ รอยัลพารากอนฮอลล์ สยามพารากอน

ที่ผ่านมาสยามพิวรรธน์ ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนคนไทยที่มีความสามารถทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการรายย่อยจากต่างจังหวัด ดีไซเนอร์ นักออกแบบไทยที่มีความสามารถ เยาวชน ผู้พิการ ผู้ทุพพลภาพ เด็กพิเศษ และผู้ด้อยโอกาส เพื่อให้เขาเหล่านั้นได้มีโอกาสทำธุรกิจ และใช้สถานที่ของสยามพิวรรธน์เป็นเวทีของการนำเสนอสินค้าและบริการในหลากหลายประเภท เช่นเดียวกับ “ตลาดนัดยิ้มสยาม” ครั้งนี้ ที่สยามพิวรรธน์ต้องการช่วยผู้ประกอบการไทยจากทั่วประเทศให้ก้าวข้ามผ่านวิกฤตครั้งนี้ และกลับมามีรอยยิ้มและความสุขอีกครั้ง ซึ่งร้านค้าที่เข้ามาขายจะผ่านการคัดเลือกมาอย่างดีเพื่อให้มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์และสินค้าที่นำมาขาย มีคุณภาพดี ราคาเป็นธรรม เพื่อส่งมอบความสุขให้กับลูกค้า สร้างความสุขใจที่ให้คนไทยได้ช่วยเหลือคนไทยด้วยกัน

สำหรับร้านค้าจากผู้ประกอบการต่างๆที่เข้าร่วม “ตลาดนัดยิ้มสยาม” มีมากมายกว่า 197 ร้านค้า อาทิ เบเกอรี่, ผัก ผลไม้, เครื่องดื่มสมุนไพร, เครื่องดื่มออร์แกนิค, ไอศกรีม, ข้าว, น้ำพริก, อาหารแห้ง, เครื่องสำอางค์, เครื่องประดับ, งานฝีมือ, หน้ากากาอนามัย, รองเท้า, ผลิตภัณฑ์รักษ์โลก, ผลิตภัณฑ์ตกแต่งบ้าน, เสื้อผ้า และอื่นๆอีกมากมาย ที่จะทำให้ทุกท่านมีความสุขในการเลือกช้อปสินค้าที่ได้ช่วยเหลือ และยังได้ของกลับบ้านมากมายอีกด้วย

ร่วมช้อป ชิม ชิล อุดหนุนผู้ประกอบการคนไทยด้วยกันได้ ระหว่างวันที่ 24-28 มิถุนายน 2563 ณ รอยัลพารากอนฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน ตั้งแต่เวลา 11.00-19.00 น. ติดต่อสอบถามได้ที่ Line Official Account @RoyalParagonHall และเตรียมพบกับตลาดนัดยิ้มสยามที่ True ICON Hall ไอคอนสยาม ระหว่างวันที่ 1-5 กรกฎาคม 2563

แพทย์ไทยปลูกถ่ายสเต็มเซลล์เร่งด่วนจากผู้ป่วยโควิด-19 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/626765

วันที่ 24 มิ.ย. 2563 เวลา 07:58 น.แพทย์ไทยปลูกถ่ายสเต็มเซลล์เร่งด่วนจากผู้ป่วยโควิด-19เคสแรกของโลก ‘หมอรามาฯ’ เผยความสำเร็จปลูกถ่ายสเต็มเซลล์เร่งด่วนจากผู้ป่วยโควิด-19

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมด้วย มูลนิธิรามาธิบดี ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เผยความสำเร็จ ในการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์อย่างเร่งด่วนเคสแรกของโลก จากเด็กชายศิลา บุญกล่อมจิตร (น้องจีโอ้) ผู้บริจาคไขกระดูกวัย 5 ขวบ ขณะติดเชื้อโควิด-19 เพื่อรักษา เด็กหญิงจินตนาการ บุญกล่อมจิตร (น้องจีน) พี่สาววัย 7 ขวบ ผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมียตั้งแต่กำเนิด ตอกย้ำความเป็นเลิศทางการแพทย์และก้าวสำคัญของรามาธิบดีในฐานะโรงเรียนแพทย์ที่พึ่งของผู้ป่วย

“เคสนี้มีความท้าทายและซับซ้อนเป็นอย่างมาก ในวันที่เราจะต้องเก็บสเต็มเซลล์น้องจีโอ้ กลับตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19 น้องจีโอ้จึงอยู่ในฐานะผู้ป่วยอีกคน อีกทั้งผู้ป่วยสองคนยังอายุน้อยด้วยกันทั้งคู่คือ 5 และ 7 ขวบ ทุกขั้นตอนจึงต้องมีความระมัดระวังเป็นพิเศษ การจัดเก็บสเต็มเซลล์จากไขกระดูกจึงมีความเสี่ยงหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงของสเต็มเซลล์ที่ได้จะมีเชื้อโควิด-19 รวมถึงขั้นตอนที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากน้องจีโอ้ต้องถูกกักโรคและส่งตัวไปรักษายังโรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ ที่เป็นศูนย์ดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ในขณะที่น้องจีนยังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลร2าธิบดี และความปลอดภัยของบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องรับมือกับความเสี่ยงขณะปฏิบัติหน้าที่อีกด้วย ซึ่งเคสนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกในโลกสำหรับการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์อย่างเร่งด่วนจากผู้ป่วยโควิด-19” ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดในเด็ก อาจารย์ประจำภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าว

นอกจากความเสี่ยงของเชื้อโควิด-19 แล้ว การทำงานของคณะแพทย์ยังต้องแข่งกับเวลา เนื่องจากน้องจีนได้เข้ากระบวนการเตรียมความพร้อมของร่างกายด้วยการรับเคมีบำบัดหรือคีโมจนครบเรียบร้อยแล้ว ร่างกายจึงมีภูมิคุ้มกันต่ำและเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต หากไม่ได้รับการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ในเวลานั้น

“การจะหาสเต็มเซลล์จากผู้บริจาคใหม่ให้พี่จีนขณะนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะการจะหาสเต็มเซลล์ที่เข้ากันได้ในผู้บริจาคที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกันทางพันธุกรรมมีน้อยมาก คิดเป็นอัตราส่วน 1 ใน 20,000-50,000 ราย ซึ่งต้องใช้เวลา ส่วนการตัดต่อยีนส์ไม่สามารถทำได้เนื่องจาก สเต็มเซลล์ของน้องจีโอ้จึงเป็นความหวังเดียว ทีมแพทย์ได้ประชุมและร่วมกันพิจารณาอย่างรอบครอบ จนมั่นใจแล้วว่าโอกาสสำเร็จในเคสนี้มีมากกว่าความเสี่ยง จึงตัดสินใจดำเนินการเจาะไขกระดูกเพื่อเก็บสเต็มเซลล์ของน้องจีโอ้ทันที วินาทีที่เราตรวจสเต็มเซลล์ที่ได้ว่าเป็นสเต็มเซลล์ปลอดเชื้อโควิด-19 และการปลูกถ่ายไปยังพี่จีนประสบผลสำเร็จ จึงไม่เพียงเป็นความน่ายินดีที่เราสามารถช่วยชีวิตคู่พี่น้องได้อย่างปลอดภัย แต่นี่ยังถือเป็นอีกก้าวหนึ่งที่สำคัญในการรักษาผู้ป่วยที่น่าภาคภูมิใจของการแพทย์ไทยอีกด้วย” รศ.นพ.อุษณรัสมิ์ อนุรัฐพันธ์ แพทย์ผู้ดำเนินการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด อาจารย์สาขาวิชาโลหิตวิทยาและมะเร็งวิทยา ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าว

โรคธาลัสซีเมีย (Thalassemia) เป็นโรคโลหิตจางทางพันธุกรรม ที่ส่งผลให้เม็ดเลือดแดงมีอายุสั้นและถูกทำลายได้ง่าย ทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการซีดเหลืองเรื้อรังและมีภาวะแทรกซ้อน นอกจากการรักษาแบบประคับประครองโดยการให้เลือดและยาขับธาตุเหล็กแล้ว ปัจจุบันพบว่าสามารถรักษาผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมียให้หายขาดได้ ด้วยวิธีการดัดแปลงพันธุกรรมของเซลล์ในร่างกายผู้ป่วยเองหรือการตัดต่อยีน หรือด้วยวิธีการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์จากไขกระดูกของบุคคลอื่นที่มีสุขภาพดีไปยังผู้ป่วย โดยทั้งผู้ให้และผู้รับต้องมีความเข้ากันได้ของเนื้อเยื่อโดยสมบูรณ์ 100% โรงพยาบาลรามาธิบดีประสบความสำเร็จในการรักษาโรคธาลัสซีเมียด้วยการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2532

“ครอบครัวเรามีความผูกพันธ์กับโรงพยาบาลรามาธิบดีฯ มากว่า 7 ปี คุณแม่ของพี่จีนและน้องจีโอ้ ฝากครรภ์ที่นี่ทั้งสองครั้ง คุณหมอตรวจพบว่าน้องจีนป่วยเป็นโรคธาลัสซีเมีย มีแนวโน้มตั้งแต่ยังอยู่ในครรภ์ของคุณแม่ ที่ผ่านมาน้องจีนเข้ารับการรักษาและอยู่ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มาโดยตลอด จนปลายปี 2561 ครอบครัวได้รับข่าวดี ว่าผลการตรวจเนื้อเยื่อของพี่จีนและน้องจีโอ้เข้ากันได้ คุณหมอบอกว่าครอบครัวเราโชคดีมากๆ เพราะโอกาสที่พี่น้องจะมีเนื้อเยื่อตรงกันนั้นมีเพียงแค่ร้อยละ 25 ครอบครัวจึงตัดสินใจให้น้องจีนเข้ารับการรักษาด้วยการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์อย่างไม่ลังเล โดยน้องจีนได้รับคิวผ่าตัดในเดือนเมษายนที่ผ่านมา” คุณพ่อน้องจีน-จีโอ้ กล่าว

“ยอมรับว่าตอนนั้น ผมแทบล้มทั้งยืน รู้สึกเหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด เมื่อใกล้ถึงวันที่พี่จีนจะได้รับการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ ความหวังรอพวกเราอยู่แล้ว แต่กลับได้รับข่าวร้ายว่าลูกชายติดเชื้อโควิด-19 ภรรยาเองก็ติดเชื้อไปด้วย ทุกคนจำเป็นต้องแยกจากกันในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุด หากเป็นในสถานการณ์อื่นผมคงมืดแปดด้านและทำอะไรไม่ถูก แต่ในความกังวลนี้ผมก็ยังรู้สึกอุ่นใจที่ครอบครัวอยู่ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มาโดยตลอด หลังทราบข่าว ทีมคุณหมอก็ได้เข้ามาพูดคุยและให้ความเชื่อมั่นว่าการผ่าตัดมีโอกาสที่จะประสบผลสำเร็จมากกว่า อีกทั้งน้องจีโอ้และคุณแม่ก็อยู่ในความดูแลของโรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ ที่เป็นศูนย์ในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 โดยครั้งนี้ทางมูลนิธิรามาธิบดีฯ ยังได้เข้ามาให้ความช่วยเหลือด้านการเงิน ซึ่งช่วยแบ่งเบาครอบครัวได้เยอะมากอีกด้วย” คุณพ่อน้องจีน-จีโอ้ กล่าว

มูลนิธิรามาธิบดีฯ ในฐานะองค์กรการกุศล มีพันธกิจในการเป็นศูนย์กลางการระดมทุน เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ทั้งทางด้านพัฒนาองค์ความรู้เพื่อการวิจัย รักษา และป้องกัน รวมไปถึงการก่อสร้างอาคาร เพิ่มจำนวนเตียงรองรับผู้ป่วย จัดซื้อเครื่องมือแพทย์ที่มีเทคโนโลยีชั้นสูงเพื่อใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา ตลอดจนการช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่ายจำเป็นต่างๆ ของผู้ป่วยอีกด้วย

“มูลนิธิรามาธิบดีฯ มุ่งมั่นจะเป็นที่พึ่งของคนไทยทุกคนให้พ้นจากความเจ็บป่วย สนับสนุนค่าใช้จ่ายการรักษาพยาบาลให้ประชาชนทุกระดับได้รับการรักษาที่มีมาตรฐานและเป็นไปอย่างทั่วถึง จึงใคร่ขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธา ร่วมสมทบทุนเพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการรักษา ตลอดจนสนับสนุนด้านการค้นคว้าและวิจัยทางการแพทย์ พัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ เพื่อเป็นรากฐานที่ยั่งยืนในการรักษา และช่วยเหลือผู้ป่วยในอนาคต” นางสาวพรรณสิรี คุณากรไพบูลย์ศิริ ผู้จัดการมูลนิธิรามาธิบดีฯ กล่าวปิดท้าย

มูลนิธิรามาธิบดีฯ เชื่อมั่นว่าการมอบสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืนคือการให้อันยิ่งใหญ่และไม่สิ้นสุด และมุ่งมั่นเป็นสื่อกลางให้ผู้มีจิตศรัทธาได้มอบ “การให้อันยิ่งใหญ่และไม่สิ้นสุด” นี้แก่สังคมไทยตลอดไป

Work from anywhere ไลฟ์สไตล์ New Normal ส่อแววเครียด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/626692

วันที่ 23 มิ.ย. 2563 เวลา 12:30 น.Work from anywhere ไลฟ์สไตล์ New Normal ส่อแววเครียดแพทย์เตือน! ไลฟ์สไตล์ New Normal เสี่ยงเครียดทำลายตับ แนะออกกำลังกายเสริมภูมิคุ้มกัน

New Normal ดูจะเป็นกระแสรูปแบบการดำเนินชีวิตที่มาแรง ในช่วงที่ทั่วโลกยังคงต้องเฝ้าระวังเรื่องการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 ด้วยมาตรการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อ ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ในเวลานี้มีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงเพื่อปกป้องตนเองจากโรคระบาด งดการเดินทาง งดกิจกรรมการพบปะ สร้างระยะห่างทางกายภาพ ซึ่งนั่นหมายรวมถึงรูปแบบการทำงาน ส่งผลให้การสื่อสารทางไกลผ่านเทคโนโลยีสื่อออนไลน์ยิ่งทวีความสำคัญและทรงอานุภาพที่สุดในรอบหลายปี

เนื่องจากหลายหน่วยงานปรับวิธีการทำงานสู่รูปแบบ Work from anywhere ทำให้เราสามารถพบว่าการสื่อสารระหว่างบุคลากรเพื่อการติดต่อประสานงานมักเกิดขึ้นผ่าน Online conference ซึ่งช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง แต่นั่นก็หมายถึงกิจวัตรที่จะต้องประจำการอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดทั้งวันเพื่อรับผิดชอบต่อหน้าที่การงาน จนเกิดการละเลยที่จะดูแลสุขภาพกายอย่างเช่นการออกกำลังกาย ยืดเส้นยืดสาย ผ่อนคลายจากอิริยาบถเดิม ๆ เป็นเวลานาน ยิ่งไปกว่านั้นคนวัยทำงานในบางกลุ่มอาจต้องเผชิญกับความเครียดจากรายได้ที่ขาดหายไปในช่วงการแพร่ระบาดของ Covid-19 ขณะที่ยังต้องรับผิดชอบต่อภาระหน้าที่มากขึ้น ย่อมส่งผลกระทบต่อสุขภาพ อวัยวะภายในโดยที่เราไม่รู้ตัว

พญ.พรนภา ปวีณดำรง ที่ปรึกษา นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ สาขาวิชาวิทยาการชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ และ RDI มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาแพทย์ผู้วิจัยพบผลการศึกษาบางอย่างซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการวิจัยของแพทย์เอง ซึ่งอาจไม่สามารถอ้างอิงในทางวิชาการได้มากนัก

แต่ประเด็นที่น่าสนใจคือเรื่องของ “ความเครียด” ที่ส่งผลต่อตับ โดยสามารถอธิบายกลไกได้ 3 ข้อ ได้แก่

1. กลไกการขาดออกซิเจน

เนื่องจากความเครียดส่งผลให้เลือดไปหล่อเลี้ยงตับได้น้อยลง ทำให้เกิดการขาดออกซิเจนในระดับเซลล์ตับลดลงด้วย ก่อให้เกิดอนุมูลอิสระ เป็นพิษทำลายเซลล์ตับ นอกจากนี้ ความไม่สมดุลระหว่างอนุมูลอิสระ และสารต้านอนุมูลอิสระ ยังส่งผลให้เกิดความเครียด เกิดการหลั่งสาร TNF-alpha ที่ก่อให้เกิดการอักเสบเพิ่มขึ้น 4-7 เท่า

2. กลไกการรั่วเข้าของ Lipopolysacharide

ความเครียดทำให้เกิดการยินยอมในผนังลำไส้ถึง 2 เท่า จึงมีการรั่วเข้าของ Lipopolysacharide และสิ่งแปลกปลอม ยิ่งเพิ่มโอกาสเกิดความเสียหายในตับ

3. ฮอร์โมนความเครียดถูกกระตุ้นให้หลั่งมากเกินไป

ความเครียดจะกระตุ้นการทำงานของไฮโพทาลามัสและต่อมใต้สมองให้หลั่งฮอร์โมความเครียดออกมาในกระแสเลือดมากกว่าคนปกติ 1.6 เท่า ซึ่งกดภูมิคุ้มกันและทำให้เซลล์ตับอักเสบได้ นอกจากนั้น ความเครียดจะกระตุ้นต่อมหมวกไตให้ Epinephirne และ Norepinephirne ซึ่งเป็นพิษต่อเซลล์ทั้งหลายรวมถึงเซลล์ตับ

นอกจากนี้ แพทย์ผู้วิจัยยังพบข้อสังเกตอย่างหนึ่งคือ มีการเปลี่ยนค่าตับของอาสาสมัครทั้ง 25 คน นั่นคือค่า AST (SGOT) และ ALT (SGPT) ซึ่งส่วนใหญ่มีค่าปริมาณที่สูงขึ้นอย่างน่าแปลกใจเมื่อเทียบค่าตับดังกล่าวระหว่างช่วงก่อนมีมาตรการ Work from home และหลังจากมีมาตรการไปแล้ว 4 สัปดาห์

       ค่าเอนไซม์ตับ เปรียบเทียบระหว่างก่อนและหลังจากทำงานที่บ้าน 4 สัปดาห์

จากข้อมูลที่แพทย์ได้ค้นพบอาจเป็นสัญญาณเตือนว่าแม้ไลฟ์สไตล์การทำงานแบบ New Normal จะดูสะดวกสบาย แต่ความเครียดจากการอยู่ในอิริยาบถเดิมนาน ๆ หรือความเครียดจากสภาวะเศรษฐกิจก็ดีอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพภายในโดยที่เราไม่ทันสังเกตเห็น เพราะฉะนั้นการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันง่าย ๆ จากการออกกำลังกายสม่ำเสมอ ละวางจากการคร่ำเคร่งต่อหน้าที่การงานบ้าง ก็สามารถสร้างสมดุลให้สุขภาพและลดโอกาสการเจ็บป่วยได้อย่างแน่นอน