7 อาหารที่ช่วยเปลี่ยนผิวเสียเป็นผิวสวย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

14 กันยายน 2560 เวลา 11:15 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/514740

7 อาหารที่ช่วยเปลี่ยนผิวเสียเป็นผิวสวย

วิธีเลือกทานอาหารให้ดีต่อสุขภาพผิว

อย่างที่เรารู้กันดีว่าประเทศไทยมี 3 ฤดู คือ ฤดูร้อน ร้อนมาก และร้อนที่สุด! แดดแรงๆ ที่แผดเผาเราอยู่ทุกวันก็มีส่วนทำให้ผิวสวยของทุกคนกลายเป็นผิวเสียได้ง่ายๆ ก่อให้เกิดสารพัดปัญหาผิว ทั้งความหมองคล้ำ ริ้วรอย ฝ้า กระ และจุดด่างดำ ซึ่งการเลือกทานอาหารที่ดี จะช่วยแก้ปัญหาตรงนี้ และทำให้ผิวพรรณดีขึ้นได้ เราเลยรวบรวมอาหาร 7 ชนิดที่ดีต่อผิวมาฝากกัน

มะเขือเทศ สารไลโคปีนในมะเขือเทศ มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอย และวิตามินหลายชนิด อาทิ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินเค วิตามินเอ และวิตามินซี ซึ่งมีคุณสมบัติในการช่วยลดฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับปัญหาสิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ และยังช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV ถ้าใครไม่ชอบทานมะเขือเทศเป็นลูก ๆ น้ำมะเขือเทศสักกล่องก็ยังดี

เบต้าแคโรทีน อาหารผิวชนิดนี้สามารถพบได้ในผักและผลไม้ที่มีสีส้ม สีเหลือง และสีแดง เช่น แครอท ฟักทอง หน่อไม้ฝรั่ง ข้าวโพดอ่อน แตงโม แคนตาลูป มะละกอสุก รวมถึงผักที่มีสีเขียว เช่น บรอกโคลี มะระ ผักบุ้ง ต้นหอม ผักคะน้า และผักตำลึง ที่มีคุณสมบัติช่วยเรื่องการมองเห็นในที่มืดได้ดี และยังช่วยป้องกันผิวจากรังสี UV ได้เช่นกัน

ผลไม้ตระกูลเบอร์รี เช่น แบล็กเบอร์รี บลูเบอร์รี ราสพ์เบอร์รี และสตรอว์เบอร์รี ซึ่งอุดมไปด้วยวิตามินซี และสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยลดความเสื่อมของเซลล์ผิว และปกป้องผิวจากรังสี UV รวมถึงช่วยกระตุ้นเซลล์ผิวใหม่ ทั้งยังช่วยลดปัญหาสิวและริ้วรอยอีกด้วย

น้ำมะนาว น้ำผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี และสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน และลบเลือนริ้วรอย ฝ้า กระ และจุดด่างดำ แถมอากาศร้อนๆ แบบนี้ น้ำมะนาวเย็นๆ สักแก้วยังทำให้เราสดชื่นขึ้นด้วย

แอปเปิลเขียว มีคุณสมบัติช่วยให้ขับถ่ายดีและมีสารต้านอนุมูลอิสระ รวมถึงมีวิตามินซีสูง สามารถป้องกันผิวจากการเกิดฝ้าได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยเพิ่มอีลาสตินในชั้นผิวให้ผิวมีความยืดหยุ่น ลดเลือนริ้วรอยก่อนวัย ใครไม่อยากแก่ อย่าลืมทานแอปเปิลเขียวบ่อยๆ ล่ะ

พืชตระกูลถั่ว เช่น ถั่วลิสง ถั่วเขียว ถั่วแดง เมล็ดทานตะวัน และอัลมอนด์ ที่มีเบต้าแคโรทีน วิตามินอี และวิตามินบี 12 ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระและปกป้องผิวจากรังสี UV จึงสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งผิวหนัง รวมถึงทำให้ผิวชุ่มชื้น และชะลอการเกิดริ้วรอยด้วย

น้ำเปล่า การดื่มน้ำเปล่าอย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว จะช่วยให้ผิวชุ่มชื้น เนียนนุ่ม น่าสัมผัส และยังช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิว ฝ้า กระ และผิวหมองคล้ำ ยิ่งอากาศบ้านเราร้อนแบบนี้ เหงื่อออกทั้งวัน อย่าลืมทานน้ำให้เพียงพอต่าความต้องการของร่างกายด้วย

 

4 วิธีออมเงินที่ทำได้จริง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

14 กันยายน 2560 เวลา 09:46 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/514720

4 วิธีออมเงินที่ทำได้จริง

รวมวิธีออมเงินที่ทำได้ง่ายๆ แต่ได้เงินเก็บจริงๆ แน่นอน

บางคนอาจจะมองว่าการจะเก็บเงินสักก้อนเป็นเรื่องยาก เพราะเรามองว่ามันเป็นเงินก้อน แต่หากเราลองเก็บเล็กผสมน้อย วันละนิดวันละหน่อย จะช่วยให้เรามองว่าการเก็บเงินไม่ใช่ภาระอันใหญ่หลวง วันนี้เราเลยจะมาแนะนำ 4 วิธีออมเงินที่ทำได้ง่ายๆ แต่ว่าได้เงินเก็บชัวร์แน่นอน

1. เก็บแบงค์ 50

วิธีสุดเก๋นี้เป็นวิธีเก็บเงินที่ได้ผลมากๆ เพราะเรามักจะมองว่าแค่ 50 บาท ไม่ใช่เงินจำนวนเยอะเท่าไหร่ แต่หากลองเก็บแบงค์ 50 ที่ได้รับมาในแต่ละวันสัก 2 – 3 เดือน จะเห็นเลยว่าได้เงินเก็บหลายพันเลยทีเดียว

2. แบ่งเงินเป็นส่วนๆ

วิธีนี้จะช่วยให้บริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้ดียิ่งขึ้น อาจจะเก็บเงินใส่ถุง ใส่กระปุก หรือเปิดบัญชีแยกไว้เลย ว่าอันนี้สำหรับไปเที่ยว อันนี้สำหรับช็อปปิ้ง อันนี้ค่าใช้จ่ายทั่วไป เมื่อวางแผนการเงินแบบนี้แล้ว น่าจะมีเงินใช้จ่ายแบบไม่สะดุดแน่นอน

3. หักเศษเงินเดือนในทุกเดือน

สมมุติว่าได้รับเงินเดือนมาจำนวน 20,690 บาท ก็ได้หักเศษ 690 บาท เข้าบัญชีเงินเก็บ หรือหยอดกระปุกไว้ ถือเป็นการเริ่มต้นออมเงินในแต่ละเดือนที่ดีมาก ถึงแม้ว่าจะเป็นเงินจำนวนเล็กน้อย แต่หากรวมกันหลายๆ เดือนแล้ว รับรองว่าจะได้เงินเก็บในจำนวนที่คาดไม่ถึง

4. เปิดบัญชีเงินฝากประจำ

วิธีนี้เหมาะสำหรับคนที่มักจะบังคับตัวเองไม่อยู่ เงินรั่วไหลออกตลอด ดังนั้นต้องมีมาตราการบังคับตัวเอง อย่างการเปิดบัญชีเงินฝากประจำเสียเลย โดยเลือกธนาคารที่ให้ดอกเบี้ยมากหน่อย วิธีนี้นอกจากเงินต้นยังอยู่ครบแล้ว ยังได้ดอกเบี้ยมาทานขนมเล่นๆ อีกนิดหน่อยด้วย

 

คิ้วปลิง คิ้วคลื่น หลบไป เพราะนาทีนี้ต้อง “คิ้วซ้อน”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

13 กันยายน 2560 เวลา 17:30 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/514580

คิ้วปลิง คิ้วคลื่น หลบไป เพราะนาทีนี้ต้อง “คิ้วซ้อน”

คิ้วซ้อน เทรนด์คิ้วแปลกแหวกแนวใหม่ล่าสุดที่กำลังอินในหมู่บิวตี้บล็อกเกอร์ต่างประเทศ

การเขียนคิ้วรูปร่างแปลกๆ มันเอาท์เกินไปอีกแล้ว เพราะล่าสุดบรรดาบิวตี้บล็อกเกอร์ต่างประเทศเขากำลังมีเทรนด์เขียนคิ้วซ้อนกัน จะซ้อนสอง ซ้อนสาม เลือกเอาตามสะดวก งานนี้ตำรวจไม่จับ แต่ผู้ที่พบเห็นอาจมีตะลึงกันได้

photo: instagram @daniellafmakeup

photo: instagram @hannahdoesmakeupp

เทรนด์นี้น่าจะต่อยอดมาจากการเขียนคิ้วรูปร่างแปลกประหลาดอย่าง คิ้วคลื่น เนื่องจากอยู่ๆ บรรดาสาวๆ ก็พากันตั้งคำถามกันว่าทำไมเราต้องมีคิ้วเพียงแค่ 2 อันเพียงเท่านั้น ในเมื่อเรามีได้มากถึง 6 คิ้ว!

photo: instagram @cakefaceben

photo: instagram @cakefaceben

แค่เขียนคิ้วสองข้างให้เท่ากันว่ายากแล้ว การมีคิ้วเพิ่มเข้ามาแบบนี้นั้นยิ่งยากขึ้นไปอีก ใครจะเกาะกระแสเทรนด์นี้ไปกับเขาก็ต้องเผื่อเวลาแต่งหน้าให้เยอะขึ้นหน่อยแล้วล่ะ

ที่มา: metro

 

สวยไม่ง้อมีดหมอ สาวเกาหลียกกระชับหน้าด้วยเทปกาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

13 กันยายน 2560 เวลา 16:56 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/514573

สวยไม่ง้อมีดหมอ สาวเกาหลียกกระชับหน้าด้วยเทปกาว

สาวเกาหลีใช้เทปกาวติดบริเวณสันกราม เพื่อยกกระชับหน้า

ถ้าอยากหน้าเรียว หลายคนคงจะคิดถึงการทำศัลยกรรม หรือโบท็อกซ์กันเป็นลำดับแรกๆ แต่งานนี้ดูเหมือนว่าจะมีวิธีที่ทำให้เราสวยใสหน้าเรียวได้โดยไม่ต้องง้อมีดหมอแล้ว เพราะสาวเกาหลีเขาใช้เทปกาวติดสันกรามเพื่อยกกระชับหน้ากัน

เจ้าเทปกาวที่ว่านี้ไม่ใช้เทปทั่วไปที่เราใช้ติดกระดาษ แต่เป็น Face Maker Lifting Tape ผลิตภัณฑ์สุดเก๋จากแบรนด์ Dodo Label ที่เป็นเทปใสสำหรับติดยกกระชับหน้าโดยเฉพาะ มาในกล่องบรรจุ 20 ชิ้น ราคา 5,700 วอน หรือประมาณ 170 บาทเท่านั้น

ที่มา: rocketnews24

 

หินทับกระดาษ รองเท้าแตะ คลิปหนีบ รวมของใช้ธรรมดาที่ราคาไม่ธรรมดา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

13 กันยายน 2560 เวลา 15:05 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/514552

หินทับกระดาษ รองเท้าแตะ คลิปหนีบ รวมของใช้ธรรมดาที่ราคาไม่ธรรมดา

หินทับกระดาษแอร์เมส รองเท้าแตะหูคีบหลุยส์ คลิปหนีบพีชไมนัสวัน ของใช้ธรรมดาที่ราคาน่าขนลุก

ขึ้นชื่อว่าของแบรนด์เนม ราคาก็ต้องพุ่งสูงอยู่แล้ว เช่นเดียวกับแอร์เมส (Hermes) แบรนด์หรูจากฝรั่งเศส ที่ล่าสุดออกหินทับกระดาษชื่อ Galet paperweight เป็นหินสีขาว คาดสายหนังวัวที่มีมาให้เลือกถึง 5 สี ราคาอันละ 840 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 27,000 บาท

จากคำบรรยายบนหน้าเว็บไซต์ของแอร์เมสระบุไว้ว่า หินแต่ละก้อนจะไม่เหมือนกัน ทำให้ได้ที่ทับกระดาษที่มีเอกลักษณ์ และเป็นชิ้นเดียวบนโลก!

แท้จริงแล้วไม่ใช่แค่แอร์เมสที่เคยทำของใช้ธรรมดาๆ ในราคาที่พุ่งสูงขนาดนี้ เพราะครั้งหนึ่งแบรนด์ดังสัญชาติเดียวกันอย่าง หลุยส์ วิตตอง (Louis Vuitton) ก็เคยออกรองเท้าแตะหูคีบ อย่างรองเท้ารุ่น Molitor Thong ที่ทำจากยาง คาดสายที่พิมพ์ชื่อแบรนด์ ในราคา 16,700 บาทมาแล้ว

หรือแบรนด์เกาหลี พีชไมนัสวัน (PEACEMINUSONE) ของนักร้องสุดฮอต จีดรากอน (G-Dragon) ก็เคยทำคลิปหนีบสีเงินธรรมดาๆ ชื่อ PMO Bulldog Clip ในราคาประมาณ 1,000 บาทมาแล้วเช่นกัน

 

เคล็ดไม่ลับ ผ่อนบ้านให้หมด(หนี้) ภายในสิบปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

13 กันยายน 2560 เวลา 14:41 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/498092

เคล็ดไม่ลับ ผ่อนบ้านให้หมด(หนี้) ภายในสิบปี

โดย…ราตรีแต่ง

ไม่ต้องรอให้มีเงินก้อนใหญ่ก่อน ถึงจะลงทุนกับการมีสินทรัพย์ซื้อบ้าน หรือคอนโดมิเนียมราคาพอสมฐานะได้ เพราะเพียงแค่มีรายได้ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำ มีอาชีพการงานที่มั่นคง หรือมีประวัติการชำระหนี้ที่ผ่านมาดี ก็มีโอกาสได้รับพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ ก็สามารถขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินมาเพื่อซื้อบ้านหรือคอนโดได้แล้ว

แต่ผลที่ตามมาจากการขอสินเชื่อก็คือ กู้บ้านการจ่ายดอกเบี้ยนั้นมากกว่าราคาบ้าน หรือห้องชุดที่ซื้อมาด้วยซ้ำ ยกตัวอย่าง ซื้อบ้านราคา 2 ล้านบาท กู้เงินธนาคารระยะเวลา 30 ปี ดอกเบี้ยเฉลี่ย 7.50% ต่อปี ผ่อนเดือนละ 1.4 หมื่นบาท ถ้าผ่อนแบบนี้ไปตลอดจนครบ 30 ปี ด้วยราคาดอกเบี้ยรวมเงินที่ผ่อนไปทั้งหมดจะกลายเป็น 5 ล้านบาทโดยฉับพลันทันที แต่ถ้าเพิ่มเงินงวดไปอีกเดือนละแค่ 2,000 บาท จะผ่อนหมดเร็วขึ้นถึง 10 ปี และจะทำให้เงินค่างวดลดลงกว่า 1 ล้านบาท เห็นได้ชัดๆ ว่าดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในการกู้ซื้อบ้าน 1 หลัง เทียบได้กับราคารถยนต์ 1 คัน หรือสามารถซื้อบ้านหลังที่สองได้อีกหลังหนึ่งเลยทีเดียว

คนทั่วไปจึงต้องใช้เวลา 25-30 ปี ในการสร้างสินทรัพย์เพียงแค่บ้านหลังเดียว ซึ่งจะดีกว่าไหมถ้าเราใช้ความมีวินัยทางการเงิน และเคล็ดลับ ซึ่งก็ไม่ได้ยากเกินความอดทนในการผ่อน เพื่อบ้านหลังที่เรารักหมดหนี้หมดสินได้ในเร็ววัน เริ่มกันเลยข้อแรก

ชำระเกินทุกงวด โปะเพิ่มปีละครั้ง

การโปะหนี้บ้านนั้นช่วยให้ผ่อนบ้านหมดเร็วขึ้น และเสียดอกเบี้ยทั้งหมดลดลงได้จริง โดยวิธีเพิ่มเงินงวดหรือข่ายผ่อนต่อเดือนให้มากขึ้น เพียงแค่เพิ่มอีก 10% จากที่จ่ายเงินงวดเดิม ก็ช่วยให้ผ่อนคอนโดได้เร็วขึ้นแล้ว เช่น ปกติจ่ายเงินงวดเดือนละ 1 หมื่นบาท ให้เพิ่มอีกเดือนละ 1,000 บาท เป็นการเพิ่มด้วยจำนวนเงินน้อยๆ อาจจะเป็นการชำระเกินทุกงวด

ข้อแรกก็หมูๆ แล้วนะ ไม่ใช่เรื่องยากเกินความสามารถกันเลย การชำระเกินทุกงวดนั้นเหมาะสมกับคนที่มีรายได้และรายจ่ายค่อนข้างคงที่ ทำให้สามารถวางแผนการเงินล่วงหน้าได้ค่อนข้างแม่นยำ

หรืออีกวิธีจะเป็นการชำระเกินด้วยจำนวนเงินมากๆ เพียงก้อนเดียว ด้วยการโปะเพิ่มปีละครั้ง ก็สามารถทำได้เช่นกันผ่อนค่างวดเพิ่มอีก 1 เดือน ปกติเราจ่ายค่างวด 10 เดือน ให้เพิ่มอีก 1 เดือน เป็น 13 เดือน โดยอีก 1 เดือนที่จ่ายเพิ่มนั้น เราจะไปทบในเดือนไหนก็ได้ เมื่อโอกาสรับเงินก้อนใหญ่ประจำปีมาถึง เช่น เงินโบนัส ได้รับค่าจ้างพิเศษหรือค่าคอมมิชชั่น ถ้ารีบนำมาโปะยอดหนี้ก็จะก้าวไปสู่ความมีอิสรภาพการเป็นลูกหนี้ธนาคารได้ในเร็ววัน

ขอปรับลดอัตราดอกเบี้ยกับเจ้าหนี้

ก่อนกู้เงินซื้อบ้านควรศึกษาให้เข้าใจว่า หลังจากหมดโปรโมชั่นดอกเบี้ยราคาถูกในปีแรกๆ แล้ว ดอกเบี้ยเงินกู้จะถูกปรับเพิ่มขึ้น ลูกหนี้ส่วนใหญ่จะเลือกรีไฟแนนซ์ไปธนาคารอื่น ที่ให้ดอกเบี้ยเงินกู้ถูกกว่า แต่ต้องรอให้ครบ 3 ปี ถึงจะรีไฟแนนซ์ได้ แต่การรีไฟแนนซ์จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมา ซึ่งอาจจะไม่คุ้มกับดอกเบี้ยที่ลดลงไป ดังนั้นผู้กู้สามารถติดต่อขอลดดอกเบี้ยกับธนาคารเดิมได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับนโยบายของธนาคารด้วย เพราะบางธนาคารไม่ให้ลูกค้าจากธนาคารเดิมมาขอลดดอกเบี้ยเงินกู้

การรีไฟแนนซ์วิธีนี้จะช่วยให้ผ่อนบ้านหมดเร็วขึ้น แต่จะรีไฟแนนซ์ได้ก็ต่อเมื่อครบ 3 หรือ 5 ปี แล้วแต่เงื่อนไข แต่สิ่งที่จะตามมาจากการรีไฟแนนซ์ก็คือ ค่าใช้จ่ายที่เป็นค่าธรรมเนียมต่างๆ ศึกษากันไว้ก่อนตัดสินใจ เช่น 1.ค่าธรรมเนียมในการจำนอง (จ่ายกรมที่ดิน) 1% ของวงเงินกู้ใหม่ 2.ค่าอากรแสตมป์ 0.05% ของวงเงินกู้ใหม่ 3.ค่าประเมินหลักประกัน 2,700 บาท (ขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคาร)

โปะเงินก้อนใหญ่ไปเลย

เมื่อได้โบนัส เงินพิเศษ หรือเบี้ยขยัน ให้รีบนำมาโปะเพิ่มจากเงินค่างวด ทั้งนี้การจะเพิ่มเงินในการผ่อนค่างวด หรือจะทำด้วยวิธีไหนก็ตาม จะต้องมีการวางแผนที่ดี และไม่ทำให้แผนการเงินในชีวิตประจำวันเราเสียหายด้วย สำหรับเรื่องนี้ K-Expert ธนาคารกสิกรไทย ยกตัวอย่างไว้น่าสนใจทีเดียว คือกู้ซื้อบ้าน 3 ล้านบาท ถ้าผ่อน 20 ปี จะจ่ายดอกเบี้ยทั้งหมด 2.5 ล้านบาท สมมติเงินเดือนของเราอยู่ที่ 5 หมื่นบาท ได้รับโบนัส 3 เดือน เท่ากับ 1.5 แสนบาท ถ้าแบ่งมาโปะบ้าน 1 แสนบาท โดยโปะเมื่อผ่อนบ้านไปแล้ว 1 ปี และโปะเพียงครั้งเดียว คิดเป็นดอกเบี้ยที่ประหยัดได้ตลอดระยะเวลาที่เหลือเกือบ 3 แสนบาท และระยะเวลาผ่อนบ้านลดลงเกือบ 1.5 ปี จะเห็นได้ว่า โปะบ้านเพียงครั้งเดียวด้วยเงิน 1 แสนบาท ยังประหยัดดอกเบี้ยได้หลายแสน แล้วถ้าโปะบ้านทุกครั้งที่มีเงินก้อนหรือได้เงินโบนัส จะประหยัดดอกเบี้ยได้มากขนาดไหน

เมื่อพูดถึงการโปะบ้าน หลายคนอาจสงสัยว่า ถ้ามีเงินก้อนควรเอาไปโปะบ้านหรือเอาไปลงทุนดีกว่ากัน K-Expert ขอแนะนำอีกด้วยว่า ถ้าสามารถลงทุนได้ผลตอบแทนสูงกว่าดอกเบี้ยบ้านที่จ่ายอยู่ ก็คุ้มที่จะนำเงินก้อนไปลงทุน แต่โดยทั่วไปดอกเบี้ยบ้านเฉลี่ยอยู่ที่ 6-7% ต่อปี ซึ่งการลงทุนที่สามารถให้ผลตอบแทนสูงกว่านี้ มักเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยง เช่น หุ้น โดยมีโอกาสขาดทุนที่สูงได้ ดังนั้นถ้าไม่มั่นใจเรื่องผลตอบแทนที่จะได้รับ การนำเงินก้อนไปโปะบ้านก็จะคุ้มค่ากว่า

ความสุขอย่างหนึ่งของคนที่เป็นหนี้จากการซื้อบ้าน ก็คือการได้เห็นยอดหนี้คงเหลือลดลง ความสามารถปลดหนี้ได้ก่อนกำหนดก็ถือว่าเป็นเรื่องน่าภาคภูมิใจในชีวิต เพราะแสดงถึงความอดทนและความมีวินัยในตัวเองอย่างสูงเลยทีเดียว

 

3 สูตรหมักผมตามสภาพเส้นผมของแต่ละคน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

13 กันยายน 2560 เวลา 14:03 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/514543

3 สูตรหมักผมตามสภาพเส้นผมของแต่ละคน

สูตรหมักผมให้สวยสุขภาพดีด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติ

นอกจากสารเคมีจากการทำผม ไม่ว่าการดัดผม ยืดผม หรือทำสี ล้วนแล้วแต่จะทำให้ผมเสีย ยิ่งไปกว่านั้น มลพิษทางอากาศ ฝุ่นละอองที่กระจายอยู่ทั่วไป ก็ทำให้สุขภาพของเราแย่ลงได้ ดังนั้นเพื่อคงผมสวยสุขภาพดีให้อยู่กับเราไปนานๆ เราจึงควรหาเวลาดูแลเส้นผมเป็นพิเศษอย่างการหมักผมสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง โดยสามารถทำได้ง่ายๆ เพียงใช้พืชพรรณธรรมชาติที่หาได้ทั่วไปในทุกครัวเรือน

1. ผมแห้ง – หมักผมด้วยน้ำมันมะกอก

เลือกใช้น้ำมันมะกอกแบบอุ่นหรือแบบธรรมดาก็ได้ ชโลมให้ทั่วเส้นผมทิ้งไว้อย่างน้อย 30 นาที หรือถ้าอยากให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด แนะนำให้ชโลมทิ้งไว้ก่อนนอนแล้วหมักข้ามคืน ตื่นมาตอนเช้าก็ล้างออกแล้วสระผมปกติ จะช่วยให้ผมนุ่มชุ่มชื้น ลดการแตกปลาย เหมาะอย่างยิ่งกับคนผมแห้ง

2. ผมมัน – หมักผมด้วยมะนาวและว่านหางจระเข้

นำน้ำมะนาว 1 ลูก ผสมเข้ากับวุ้นใสที่ขูดมาจากว่านหางจระเข้ 1 ก้าน แล้วนำไปชโลมให้ทั่วเส้นผม ทิ้งไว้ประมาณ 10 – 15 นาทีแล้วล้างออก จากนั้นสระผมตามปกติ ทำสัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้ง จะช่วยให้ผมสุขภาพดีขึ้น หนังศีรษะมันน้อยลง เหมาะกับคนผมมัน

3. ผมชี้ฟู – หมักผมด้วยน้ำผึ้ง

ใช้น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ และน้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะ ผสมให้เข้ากัน แล้วนำไปหมักผมทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นล้างออกและสระผมตามปกติ สามารถหมักได้บ่อยตามต้องการ เมื่อทำเป็นประจำจะช่วยให้เส้นผมนุ่มขึ้น ดูมีน้ำหนัก และจัดทรงง่าย

 

10 สิ่งที่ทำทุกเช้าแล้วชีวิตจะดีขึ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

13 กันยายน 2560 เวลา 13:22 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/514536

10 สิ่งที่ทำทุกเช้าแล้วชีวิตจะดีขึ้น

เคล็ดลับการเริ่มต้นวันใหม่อย่างมีคุณภาพ

บางคนอาจจะไม่อยากตื่น หรือรู้สึกไม่สดใสในตอนเช้า เช้าวันรุ่งขึ้นลองใช้เคล็ดลับทั้ง 10 ข้อนี้ เพียงใช้เวลาไม่กี่นาที ก็อาจทำให้ทุกคนรู้สึกผ่อนคลาย พร้อมรับมือกับสิ่งต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นทั้งวัน

1. ตื่นไปวิ่งยามเช้า

แสงแดดอ่อนๆ จากธรรมชาติจะช่วยให้ทุกคนสดใส รวมไปถึงการออกกำลังกายเบาๆ ยังช่วยให้เลือดไหวเวียนได้ดีขึ้น นอกจากนั้นในการศึกษาเกี่ยวกับผู้หญิงประมาณ 72,000 คน พบว่า การเดินสามชั่วโมงต่อสัปดาห์ ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจวายและโรคหลอดเลือดสมองได้ถึง 35%

2. เก็บเตียงในทุกเช้า

หากไม่อยากออกไปวิ่ง การทำให้อะไรง่ายๆ อย่างจัดที่นอนให้เรียบร้อย ก็เป็นอีกสิ่งที่จะทำให้ทุกคนกระปรี้กระเปร่าได้ ซึ่งนอกจากจะทำให้ตื่นแล้ว การที่เตียงเราเป็นระเบียบก็จะช่วยให้ทัศนียภาพดีขึ้นอีกด้วย

3. ดื่มน้ำ

ตลอดทั้งคืนที่เราหลับ ร่างกายจะสูญเสียของเหลวผ่านทางเหงื่อและการหายใจ การสูญเสียของเหลวนี้อาจนำไปสู่การขาดน้ำ ดังนั้นการดื่มน้ำสักแก้วในตอนเช้าหลังตื่นนอน จะช่วยให้ร่างกายไม่ขาดน้ำ และทำให้สดชื่นขึ้น

4. อ่านหนังสือ

หากพอมีเวลาเหลืออยู่บ้าง เราอยากแนะนำให้ทุกคนหยิบหนังสือเล่มโปรดขึ้นมาอ่าน อาจอ่านระหว่างจิบกาแฟยามเช้า หรือช่วงที่เดินทางไปทำงานก็ได้ เพราะมีผลการวิจัยออกมาว่า การอ่านหนังสือมีส่วนช่วยลดความเครียด นอกจากนั้นความเชื่อทางวิทยาศาสตร์ยังบอกอีกว่า การเริ่มต้นวันใหม่ด้วยกิจกรรมที่เงียบสงบ มีส่วนช่วยให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

5. เขียนสิ่งดีๆ ในชีวิต 3 ข้อ

สละเวลาเพียง 10 นาทีในตอนเช้า เขียนเรื่องราวดีๆ ในชีวิตของคุณ นักจิตวิทยาเผยว่า การทำแบบนี้ในทุกเช้าติดต่อกันเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ช่วยลดอาการซึมเศร้าได้ และยังเพิ่มความสุขในอีก 6 เดือนข้างหน้าอีกด้วย

6. จิบกาแฟเบาๆ

การทานคาเฟอีนในทุกเช้า จะช่วยให้คุณตื่นตัวมากยิ่งขึ้น แต่ให้ระวังไม่ให้ทานคาเฟอีนเกิน 400 มิลลิกรัมต่อวัน เพราะอาจะเกิดผลเสียมากกว่าได้รับประโยชน์

7. ทำงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ

ลองจิตนาการถึงบ้านที่สะอาดสะอ้าน ห้องนอนถูกจัดให้เรียบร้อย จานชามถูกล้างและวางคว่ำไว้อย่างเป็นระเบียบ สิ่งเหล่านี้อาจจะไม่ได้ส่งผลต่ออารมณ์เราในทันที แต่เมื่อกลับมาถึงบ้านในตอนเย็น แล้วเห็นความเป็นระเบียบเหล่านี้ รับรองว่าจะต้องรู้สึกดีกว่าแน่นอน

8. นั่งสมาธิ

การทำจิตใจให้สงบทุกเช้าจะช่วยให้เรามีสมาธิมากขึ้น คลายความวิตกกังวล ลดความดันโลหิต แถมผู้ที่นั่งสมาธิเป็นประจำยังช่วยให้ร่างกายอ่อนเพลียน้อยลงอีกด้วย

9. ตั้งเป้าหมายในแต่ละวัน

ในทุกๆ เช้า นอกจากทบทวนตารางงานของตัวเองแล้ว ให้ตั้งเป้าหมายในแต่ละวันและเขียนเอาไว้ ว่าวันนี้ต้องทำงานนี้ให้สำเร็จ โดยเลือกสิ่งที่สามารถทำได้จริง เมื่อทำสิ่งนั้นเสร็จแล้วคุณจะได้รับพลังงานบวก และรู้สึกถึงความสำเร็จที่จับต้องได้ แม้จะเป็นเพียงสิ่งเล็กน้อยในชีวิตก็ตาม

10. พูดคุยกับคนที่คุณรัก

ความรู้สึกดีหลังจากได้พูดคุยกับคนรอบตัวที่คุณรัก ไม่ใช่แค่เป็นสิ่งที่ดีในการเริ่มต้นวันใหม่เท่านั้น แต่ยังดีกับร่างกายของคุณด้วย โดยมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ชี้ว่า คนที่มีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมกับคนอื่นรอบตัว จะมีชีวิตที่ยืนยาวผู้ที่แยกตัวออกไปอยู่คนเดียว แถมการพูดคุยหรือระบายบางสิ่งออกมายังช่วยลดความเครียดได้อีกด้วย

ที่มา: insider

 

ทำขนมเล่นๆ ได้เห็นเป็นรายได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

13 กันยายน 2560 เวลา 13:00 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/514493

ทำขนมเล่นๆ ได้เห็นเป็นรายได้

แมกคาเดเมียบอล รสชาติอร่อยภายใต้แบรนด์ พี.เอส.ไอเลิฟยู (P.S. I love you) เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ของ ปุ้ย-พิมรา สุขเวช ในการนำคุกกี้สไตล์ยุโรปมาดัดแปลง ใส่ความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองเข้าไป จนกลายเป็นแมกคาเดเมียรสคลาสสิก ช็อกโกแลต ที่ถูกปากคนกิน สามารถทำรายได้นอกเหนือจากงานด้านการตลาดให้ดีแทคราว 1 แสนบาท/เดือน ซึ่งรายได้ก้อนนี้พิมราบอกว่าขึ้นอยู่กับความขยัน

พิมรา เล่าถึงแรงบันดาลใจของการทำแมกคาเดเมียบอล เกิดมาจากงานอดิเรกที่ชื่นชอบตั้งแต่อยู่มัธยมปลาย สนุกกับการทำขนมมาเรื่อยๆ พอหลังศึกษาจบปริญญาตรีได้มีโอกาสไปเยี่ยมพี่สาวที่เรียนอยู่ที่นิวยอร์ก และได้ไปลิ้มรสบานาน่า พุดดิ้ง ที่ร้านแมคโนเลียเจ้าดังของนิวยอร์ก เธอจึงกลับบ้านมาทำขนมจำพวกพุดดิ้งและลองให้คุณพ่อได้รับประทาน ปรากฏเป็นที่ถูกปากเพราะอร่อยมาก เธอจึงคิดเปิดร้านร่วมกับพี่สาวชื่อ มินิบาร์ รอแยล ตรงสุขุมวิท 23 โดยปุ้ยเป็นผู้ออกแบบขนมหวานทั้งหมด เมื่อทุกอย่างลงตัว ปุ้ยจึงอยากหาอะไรใหม่ๆ ทำเพื่อท้าทายตัวเองเมื่อราว 2 ปีที่แล้ว และเธอก็ปิ๊งไอเดียทำแมกคาเดเมียบอลให้คุณพ่อได้กินในงานวันเกิดของตัวเองและลองทำแจก ปรากฏแขกที่ไปร่วมงานชื่นชอบมาก ชมว่ามีรสชาติที่อร่อยไม่ขาดปาก ถึงขนาดอยากสั่งไปให้เพื่อนๆ หรือคนที่เขารักต่ออีกทีหนึ่ง นี่คือที่ไปที่มาของแมกคาเดเมียบอลแสนอร่อย

“แมกคาเดเมียบอล ทำให้ญาติๆ กิน ก็ชอบ ซึ่งตอนแรกยังไม่มีแบรนด์ แต่เพื่อนๆ อยากสั่งไปให้คนที่เขารักได้กินซึ่งยุคนี้คนนิยมซื้อของดีๆ และเลือกสรรแต่สิ่งที่ดีๆ ส่งต่อให้คนที่เรารัก จึงเป็นที่มาของแบรนด์” นอกจากรสชาติซึ่งปุ้ยเน้นส่วนผสมอย่างดี ได้แก่ แมกคาเดเมียนำเข้าจากออสเตรเลีย ใส่เมล็ดเชียซึ่งดีต่อสุขภาพและเพิ่มรสชาติลงไป

“จริงๆ ปุ้ยอยากสนับสนุนของไทยนะคะ แต่ปุ้ยอยากให้ถั่วเวลากัดลงไปแล้วได้เทกซ์เจอร์ความกรอบของถั่วและมีกลิ่นหอมของเนย และได้ความเค็มของเกลือตัดกันจะให้รสชาติที่ไม่เลี่ยน นอกจากนี้ปุ้ยยังใส่เมล็ดเชียลงไปซึ่งดีต่อสุขภาพ คือแม้จะอ้วนแต่ก็อ้วนอย่างมีประโยชน์” นอกจากส่วนผสมที่คิดมาเป็นอย่างดีจนลงตัวการเลือกหีบห่อที่สวยงามก็เป็นสิ่งสำคัญมาก

 

 

 

“แบรนด์ปุ้ยเน้นการทำหีบห่อให้สวยงาม จึงเลือกสีทองเพราะความชอบส่วนตัว หากหีบห่อสวยขนมอร่อยก็มีความสุขทั้งคนให้และคนรับ เท่าที่ผ่านมาผลตอบรับดีเกินคาด เช่นเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมาพีอาร์สั่งทำ 60 กล่อง เดือนที่แล้วทำแจกในงานหมั้น 200 กระปุก เพราะปุ้ยออกแบบหีบห่อเอาไว้ 3 แบบ ได้แก่ รสคลาสสิกบัตเตอร์ รสช็อกโกแลต และเลมอนลาเวนเดอร์ มีให้เลือกกระปุก 2 แบบคือ กระปุกเล็ก 12 ลูก ราคา 280 บาท ขวดใหญ่ 20 ลูกราคา 380 บาท และบ็อกซ์เซต 2 กระปุกเล็กอยู่ด้วยกัน ราคา 600 บาท” 

ทุกการคิดสร้างสรรค์ต้องไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ ปัจจุบันปุ้ยจึงคิดเพิ่มอีก 2 รสชาติ ได้แก่ รสทุเรียน กับสตรอเบอร์รี่ โดยเลือกวัตถุดิบของที่มีอยู่ในประเทศไทย โดยใช้หุ้มไว้รอบนอกเพื่อเพิ่มความอร่อย

“ถ้านำทุเรียนกับสตรอเบอร์รี่ใส่เข้าไปข้างในไม่อร่อย เราเลยเลือกนำทุเรียนในรูปแบบฟรีซดรายมาคลุกด้านนอก ซึ่งฟรีซดรายเป็นกรรมวิธีถนอมอาหารที่ให้รสชาติและคุณภาพอาหารใกล้เคียงกับของสดมากๆ ซึ่งทุเรียนเราจะได้ทั้งความหวานและหอมไปด้วย แต่รสทุเรียนกับสตรอเบอร์รี่ใช้กับแค่รสคลาสสิกบัตเตอร์เพราะดูเข้ากันที่สุด ปุ้ยยังคิดค้นสูตรรสชาติแมกคาเดเมียบอลรสไมโลคลุกด้านนอกอีกด้วย โดยช่วงเวลาที่ปุ้ยเลือกทำขนมคือช่วงเสาร์และอาทิตย์โดยให้ลูกน้องเป็นคนปั้นแล้วปุ้ยเป็นคนอบเองทั้งหมด”

“อุปสรรคของการพัฒนางานอดิเรกเป็นธุรกิจ คือ ปุ้ยยังมีงานประจำ ตอนแรกไม่ได้แล้วเราเหนื่อยมาก แต่พอบริหารจัดการได้ ก็ยังอยากเที่ยวด้วย อยากทำทุกอย่าง ก็ต้องแบ่งเวลาให้เป็น ไม่ควรเสียงานที่ออฟฟิศ ตอนนี้ก็คิดค้นไปเรื่อยๆ อย่างวันเกิดพี่สาว ปุ้ยเอาแมกคาเดเมียนัตมาชุบช็อกโกแลต แล้วพี่สาวก็เพนต์ชื่อเจ้าของวันเกิดลงไปบนบอล ว่าจะทำจำหน่ายถือเป็นการต่อยอดทางธุรกิจ”

หากให้พิมราแนะนำน้องๆ หากอยากพัฒนางานอดิเรกให้เป็นธุรกิจต้องเริ่มจากจุดเล็กคือ อินเนอร์ของเราว่าเราชอบอะไร ถ้าทำด้วยใจ แล้วเราชอบ จะเกิดการคิดค้นที่บ่งบอกความเป็นเรา และทำออกมาได้ดี คาแรกเตอร์นี้เองจะทำให้เราไม่ซ้ำใคร ดูงานคนอื่นได้แต่อย่าก๊อบปี้ ดูเพื่อเป็นไอเดียเฉยๆ แล้วอุปสรรคก็จะผ่านไปได้

“ถ้ามีโอกาสวิ่งเข้ามาต้องรีบคว้าไว้ แม้เราจะมีงานประจำต้องทำก็ตาม เพราะบางทีเวลาเรานึกได้คนอื่นก็นึกได้เหมือนกัน ดังนั้นคิดได้แล้วต้องรีบทำค่ะ” 

พี.เอส.ไอเลิฟยู จำหน่ายผ่านออนไลน์ ps.pimara หรือที่เบอร์ 08-0445-8042 หรือทางไลน์ไอดี pimaras เมื่อสั่งแล้วจะมีเดลิเวอรี่ส่งให้ถึงมือเลย

 

เล็บผมยาว เทรนด์ใหม่แห่งการทำเล็บ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

13 กันยายน 2560 เวลา 11:02 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/514513

เล็บผมยาว เทรนด์ใหม่แห่งการทำเล็บ

ศิลปินชาวเกาหลีสร้างสรรค์งานศิลปะบนเล็บด้วยเส้นผม

อาจจะเพราะการทำเล็บแบบเดิมๆ มันน่าเบื่อจนเกินไป ศิลปินสาวชาวเกาหลีอย่าง “ยูน ดาอิน” จึงลุกขึ้นมาเพ้นท์เล็บตัวเองเป็นรูปใบหน้าคน ยิ่งไปกว่านั้น เธอบรรจงเติมเส้นผมลงไปบนแต่ละเล็บ เพื่อเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับใบหน้าเหล่านั้นด้วย

หลังจากที่เธอโพสต์ผลงานศิลปะบนเล็บของเธอลงในอินสตาแกรมส่วนตัว ก็มีเสียงวิพากย์วิจารณ์มากมายทั้งด้านบวกและด้านลบ บ้างก็บอกว่าดูแปลกใหม่ดี และถ้าหากเป็นผมหยิกดัดลอนน่าจะสวยมากแน่ๆ แต่บางเสียงก็บอกว่าดูน่าเกลียด และน่าขยะแขยง

แถมยังมีบางกลุ่มตั้งคำถามว่า หากทานอาหารที่ต้องใช้มือหยิบขึ้นมา เธอจะล้างมือยังไง ต้องล้างเส้นผมเหล่านั้นด้วยไหม และต้องเป่าแห้งเหมือนเวลาเราสระผมหรือเปล่า เทรนด์นี้จะเพิ่มความเก๋ หรือจะสร้างความลำบากให้กับเรากันแน่ล่ะเนี่ย

ที่มา: boredpanda Dain Yoon