ขีดเส้นทรูฯ7วัน ส่งแผนเยียวยา ปมยกเลิก6ช่อง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

17 มกราคม 2560 เวลา 10:46 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/476060

ขีดเส้นทรูฯ7วัน ส่งแผนเยียวยา ปมยกเลิก6ช่อง

บอร์ด กสท.สั่งทรูวิชั่นส์สรุปแผนเยียวยาลูกค้าหลังยกเลิก 6 ช่อง HBO ภายใน 7 วัน

นายภักดี มานะเวศ รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สายงานกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยภายหลังการประชุม กสท.ว่า ได้มอบหมายให้คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เชิญทรูวิชั่นส์มาชี้แจงและสรุปแผนเยียวยาภายใน 7 วัน กรณียกเลิกใบอนุญาตการประกอบกิจการโทรทัศน์ 6 ช่องรายการ โดยไม่มีการแจ้งให้ลูกค้าได้รับทราบตามระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งหากทรูวิชั่นส์ยังไม่มาอีก จะเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งของ กสท.และมีผลทางปกครอง โดยสิ่งที่ทรูวิชั่นส์เยียวยาชดเชยต้องมีความเหมาะสม

ด้าน น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช. กล่าวว่า การกระทำของทรูวิชั่นส์ถือว่าเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรฐานของสัญญาการให้บริการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก พ.ศ. 2556 และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการให้บริการที่ทรูวิชั่นส์ตกลงไว้กับผู้ใช้บริการโดยปราศจากเหตุผลอันสมควร ซึ่งถือเป็นการกระทำที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคโดยอาศัยการใช้เครือข่ายหรือการโฆษณาที่มีลักษณะเป็นการค้ากำไรเกินควร หรือก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ ตามข้อ 5 (7) ของประกาศ กสทช. เรื่อง การกระทำที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ พ.ศ. 2555 ประกอบกับมาตรา 31 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 หากบริษัทฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว กสท.จะใช้มาตรการปรับทางปกครองในอัตรา 5 ล้านบาท และปรับรายวันอีกวันละ 1 แสนบาท ตลอดระยะเวลาที่ยังไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้พิจารณากรณีมีผู้บริโภคร้องเรียนประสบปัญหาในการรับชม ไอพีเอ็ม แพลตฟอร์ม ได้มีการเปลี่ยนดาวเทียมจาก เอสเอส6 (SS6) เป็นดาวเทียมไทยคม 8 ส่งผลต่อการปรับอุปกรณ์รับสัญญาณของผู้บริโภค ซึ่งจะมีการเชิญไอพีเอ็ม มาชี้แจง การช่วยเหลือผู้บริโภค และรายงานแก่ กสท.ต่อไป

 

มาฝึกความแข็งแรงของช่องคลอด ด้วยเกมที่ต้องขมิบกันเถอะ!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

16 มกราคม 2560 เวลา 15:33 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/475979

มาฝึกความแข็งแรงของช่องคลอด ด้วยเกมที่ต้องขมิบกันเถอะ!

อุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มความแข็งให้แก่กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานของคุณผู้หญิง เพื่อการคลอดบุตรที่ง่าย และควบคุมการปัสสาวะอย่างมีประสิทธิภาพ

ทุกวันนี้มีแอพพลิเคชั่น และเกมเกี่ยวกับการออกกำลังกายมากมาย ทั้งการระบุแคลอรี่ที่ถูกเบิร์นออกไปแล้ว ไปจนถึงเปลี่ยนจำนวนก้าวจากการเดิน ไว้ใช้สำหรับแลกไอเทมในเกม ฉะนั้นแล้วจึงไม่น่าแปลกใจหากจะมีแอพพลิเคชั่นสำหรับการฝึกความแข็งแรงของช่องคลอดโดยเฉพาะเช่นกัน!

ขอเชิญพบกับ Perifit แอพพลิเคชั่น และนวัตกรรมใหม่ที่ถูกผลิตโดยบริษัทฝรั่งเศส ที่จะช่วยให้บรรดาคุณผู้หญิงทั้งหลายสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน ผ่านความสนุกสนานด้วยเกมบนสมาร์ทโฟนไปด้วย

จุดเริ่มต้นของ Perifit นี้ เริ่มบนเว็บไซต์ระดมทุน Indiego ปัจจุบันตัวผลิตภัณฑ์เองก็ยังคงอยู่ในช่วงระดมทุนเช่นกัน แต่ดูเหมือนว่าจะผ่านฉลุย เพราะขณะนี้ยอดที่ได้รับนั้นมีมากถึง 142,044 ดอลล่าร์สหรัฐแล้ว จากเดิมที่ทางผู้จัดทำนั้นต้องการเพียง 10,000 ดอลล่าร์สหรัฐเท่านั้น

ตัวเลขความสนใจอันล้นหลามนี้ แสดงให้เห็นว่าบรรดาผู้หญิงเองใส่ใจกับช่องคลอดของตัวเองมากแค่ไหน โดยเจ้า Perifit นี้เป็นอุปกรณ์พิเศษที่จะช่วยให้คุณผู้หญิงไม่ว่าพวกเธอจะมีลูกแล้ว หรือมีอายุมากขึ้นก็ตาม ยังคงสามารถฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานให้มีประสิทธิภาพอยู่ได้

การฝึกกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน มีผลต่อการควบคุมกระเพาะปัสสาวะ

ทำไมกล้ามเนื้อนี้ต้องถูกฝึกด้วย? ความเห็นจากแพทย์เองก็แนะนำให้บรรดาผู้หญิงให้ความสำคัญกับการออกกำลังกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน ไม่ต่างจากกล้ามเนื้อส่วนอื่นๆของร่างกาย เพื่อที่ในอนาคตพวกเธอจะได้ไม่ต้องเผชิญกับปัญหาจากการควบคุมปัสสาวะไม่ได้ ซึ่งเป็นปัญหาที่พบถึง 1 ใน 3 ของผู้หญิงเลยทีเดียว และยังช่วยให้สามารถคลอดบุตรได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

ทั้งนี้ Perifit นอกจากจะดีต่อสุขภาพของคุณผู้หญิงในระยะยาวแล้ว การฝึกฝนกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานบ่อยๆ ทางแพทย์และผู้ผลิตยังแอบกระซิบมาว่าจะช่วยเพิ่มความรื่นรมย์ให้แก่กิจกรรมบนเตียงเช่นกัน

วิธีใช้งานเพียงแค่สอดอุปกรณ์เข้าไปในช่องคลอด

เซ็นเซอร์จะทำงานร่วมกับเกมบนสมาร์ทโฟน เมื่อผู้ใช้เกร็งกล้ามเนื้อ

ด้วยเซ็นเซอร์พิเศษ 2 จุดในตัวอุปกรณ์ สิ่งที่ผู้ใช้งานต้องทำก็เพียงแค่สอดใส่เจ้า Perifit นี้เข้าไปในช่องคลอด หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาและเปิดเกมเล่น เจ้าผีเสื้อตัวน้อยที่อยู่ในเกมจะถูกบังคับให้บินขึ้นลงเก็บแต้ม ตามการบีบเกร็งของกล้ามเนื้อ ซึ่งตรวจจับได้โดยเซ็นเซอร์ เมื่อจบเกมคะแนนของผู้เล่นก็จะถูกบันทึกไว้เป็นสถิติ เพื่อเปรียบเทียบในครั้งหน้าให้เห็นว่า กล้ามเนื้อของผู้เล่นนั้นแข็ งแรงขึ้นอย่างไร

หากคุณผู้อ่านสนใจอยากออกกำลังด้วยล่ะก็ ขณะนี้ผลิตภัณฑ์อยู่ระหว่างการทดสอบ แต่สามารถสั่งซื้อล่วงหน้าได้บนเว็บไซต์ โดยคาดว่าการจำหน่ายจะเริ่มต้นในเดือนเมษายนนี้

 

ลองชมวิดีโอสาธิตการใช้งานได้ที่นี่

 

สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ https://www.indiegogo.com/projects/perifit-improve-bladder-control-and-core-strength#/

 

“แกดเจ็ต” พัฒนาไว ทำขยะท่วมเอเชีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

16 มกราคม 2560 เวลา 10:20 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/475865

"แกดเจ็ต" พัฒนาไว ทำขยะท่วมเอเชีย

ยูเอ็นยูเผยขยะอิเล็กทรอนิกส์เอเชียพุ่ง 63% ในเวลาแค่ 5 ปี หลังผู้ผลิตแห่เปิดตัวสินค้าใหม่ต่อเนื่อง

มหาวิทยาลัยสหประชาชาติ (ยูเอ็นยู) เผยรายงานปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ของ 12 ชาติในเอเชียตะวันออกและอาเซียน ซึ่งหมายรวมถึงไทย จีน ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ เพิ่มขึ้น 63% ระหว่างช่วงปี 2010-2015 เป็น 12.3 ล้านตัน โดยเฉพาะในจีนที่เพิ่มขึ้น 107% เป็น 6.7 ล้านตัน ส่วนไทยเพิ่มขึ้น 57% เป็น 1.1 แสนตัน และยังไม่มีกรอบกฎหมายรองรับการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์

อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นดังกล่าวเป็นผลมาจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในอุปกรณ์ชนิดพกพาได้ เช่น แท็บเล็ตและสมาร์ทวอตช์ ประกอบกับการเติบโตของผู้บริโภคชั้นกลางที่มีความสามารถในการซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น ระยะเวลาของการใช้อุปกรณ์ต่างๆ สั้นลงหลังเทคโนโลยีใหม่เข้ามาทดแทน รวมถึงการนำเข้าอิเล็กทรอนิกส์ทั้งเก่าและใหม่ ทำให้ปริมาณขยะเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ ปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์โดยเฉลี่ยต่อคนของภูมิภาคในปี 2015 อยู่ที่ประมาณ 10 กิโลกรัม โดยฮ่องกงมีปริมาณเฉลี่ยสูงที่ 21.1 กิโลกรัม ถัดมาคือ สิงคโปร์ ที่ 19.95 กิโลกรัม และไต้หวัน ที่ 19.13 กิโลกรัม ส่วนไทยมาเป็นอันดับ 7 ที่ 5 กิโลกรัม

ภาพ…เอเอฟพี

 

ไม่หลงทางอีกต่อไปเมื่อสวมใส่ยีนส์อัจฉริยะ บอกทางได้ด้วยการสั่น!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

15 มกราคม 2560 เวลา 16:19 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/475835

ไม่หลงทางอีกต่อไปเมื่อสวมใส่ยีนส์อัจฉริยะ บอกทางได้ด้วยการสั่น!

นวัตกรรมใหม่จากฝรั่งเศส กางเกงยีนส์ที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนของผู้ใช้ และบอกทางด้วยการสั่นสะเทือน ว่าเลี้ยวซ้าย หรือเลี้ยวขวา

คุณผู้อ่านเคยประสบปัญหาหลงทาง แม้จะพยายามเดินตามแผนที่แล้วก็ตามหรือไม่? ปัญหาที่น่าเบื่อนี้จะไม่มีอีกต่อไป หากคุณผู้อ่านสวมใส่กางเกงยีนส์อัจฉริยะ ที่ถูกผลิตโดยฝรั่งเศสนี้ เพราะกางเกงตัวนี้สามารถบอกทางได้ด้วยการสั่นสะเทือน!

ดูเป็นไอเดียที่ไม่น่าเชื่อ ว่าจะเข้ากันได้ระหว่างการสื่อสารด้วยการสั่น กับเสื้อผ้าอย่างยีนส์ ไอเดียผนวกแฟชั่น และเทคโนโลยีเข้าด้วยกันนี้เป็นของ Spinalli Design บริษัทฝรั่งเศส ที่ก่อนหน้านี้เคยผลิตชุดว่ายน้ำอัจฉริยะมาแล้ว โดยจะแจ้งเตือนไปยังผู้สวมใส่หากเขาอยู่กลางแดดมากเกินไป

สำหรับสินค้าตัวใหม่นี้ เจ้ากางเกงตัวพิเศษจะเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนของผู้ใช้ เมื่อต้องการใช้งาน ผู้สวมใส่เพียงแค่เลือกจุดหมายปลายทางของสถานที่ที่ต้องการไป คล้าย Google Map และออกเดินทางได้! ซึ่งกางเกงจะส่งแรงสั่นสะเทือนบอกเองว่า ให้ผู้ใช้นั้นเลี้ยวซ้าย หรือเลี้ยวขวา

ก่อนออกเดินทางเพียงตั้งจุดหมาย ให้กางเกงยีนส์ทราบ

เมื่อถึงทางแยก กางเกงยีนส์จะบอกทางให้ผู้ใช้งาน โดยไม่ต้องก้มดูสมาร์ทโฟน

ไอเดียนี้มีขึ้นเพื่อลดปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับบรรดาผู้ใช้สมาร์ทโฟนทั้งหลาย ที่ต้องก้มมองโทรศัพท์ตลอดเวลาขณะเดินตามแผนที่ หากมีกางเกงตัวนี้ล่ะก็ เก็บโทรศัพท์ของคุณลงกระเป๋าไปได้เลย และเดินตามทางที่กางเกงบอก รับรองว่าถึงยังที่หมายอย่างแน่นอน! ซึ่งหากผู้ใช้เลี้ยวผิดทางล่ะก็ กางเกงยีนส์ก็จะเตือนด้วยการสั่นสะเทือนพร้อมๆกันทั้งสองข้าง

“เทคโนโลยี้นี้จะช่วยให้ชีวิตของคุณนั้นง่ายขึ้น ยกตัวอย่างเช่นการเดินทางไปยังสถานที่ประชุม ที่คุณไม่เคยไปเป็นต้น” เว็บไซต์ Spinalli Design อธิบายเทคโนโลยีใหม่อันแสนสะดวกสบายนี้เอาไว้

นวัตกรรมที่ผสานเทคโนโลยี และแฟชั่นเข้าด้วยกัน

และที่พิเศษไปกว่านั้น แบตเตอรี่ที่ใช้งานในกางเกงยีนส์นี้ไม่จำเป็นต้องชาร์จไฟเลย ทางบริษัทระบุว่ากางเกงยีนส์ของพวกเขามีอายุการใช้งานนานถึง 4 ปี เลยทีเดียว หากผู้สวมใส่ใช้มันเพื่อนำทางอย่างน้อย สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ทั้งนี้หากใช้งานน้อยกว่า ก็เท่ากับยึดอายุการทำงานของระบบเซ็นเซอร์ และแบตเตอรี่ให้นานขึ้นอีก

นอกจากนั้นแล้วผู้ใช้ยังสามารถตั้งค่าให้การสั่นนั้น เป็นการสั่นแจ้งเตือนนอกเหนือจากการนำทาง เช่น ให้สั่นเมื่อมีอีเมล์ หรือข้อความเข้าได้อีกด้วย

หากอ่านมาถึงบรรทัดนี้ แล้วคุณผู้อ่านเกิดรู้สึกสนใจอยากที่จะเป็นเจ้าของกางเกงยีนส์อัจฉริยะตัวนี้ ข่าวดีขณะนี้มีขายแล้วที่บนเว็บไซต์ของบริษัท และมีหลากหลายรูปทรงของกางเกงให้เลือกไม่ว่าจะเป็นขาสั้น และขายาว สนนราคาอยู่ที่ราว 90 – 200 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 3,000 – 7,000 บาท

 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://www.spinali-design.com/collections/

 

หุ่นยนต์กรุยทางอาชีพใหม่ พลิกโฉมตลาดแรงงานจีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

14 มกราคม 2560 เวลา 09:16 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/475609

หุ่นยนต์กรุยทางอาชีพใหม่ พลิกโฉมตลาดแรงงานจีน

โดย…ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

ในปัจจุบันความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและการนำปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) เข้ามาใช้งานในหลายภาคอุตสาหกรรม ก่อให้เกิดความวิตกว่าประชากรโลกจำนวนมากจะโดนแย่งงาน อย่างไรก็ดี สถานการณ์ดังกล่าวกลับเป็นโอกาสสำคัญในการพลิกโฉมตลาดแรงงาน และนำไปสู่การจ้างงานมากยิ่งขึ้นในภาคส่วนใหม่ๆ

บริษัทที่ปรึกษาบอสตัน คอนซัลติ้ง (บีซีจี) จากสหรัฐ และบริษัทวิจัยอาลีรีเสิร์ช อินสติติว เครือบริษัทอาลีบาบา ยักกษ์อี-คอมเมิร์ซในจีน คาดการณ์ว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจดิจิทัล มีแนวโน้มสร้างงานในจีนเพิ่มขึ้นถึง 415 ล้านอัตรา ภายในปี 2035 และภาคธุรกิจเทคโนโลยีคาดว่าจะคิดเป็นสัดส่วน 48% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)

แม้ในช่วงแรก เอไอและนวัตกรรมต่างๆ ทำให้งานที่ใช้ทักษะน้อยและการทำงานซ้ำซากหายไป แต่ก็จะสร้างงานในภาคส่วนใหม่ในอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับที่ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) คาดการณ์ว่า เทคโนโลยีจะเข้ามาแทนที่ตำแหน่งงานใช้ทักษะน้อยในจีนราว 55-77% ขณะที่แรงงานทักษะสูงมีแนวโน้มไม่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

ทั้งนี้ จีนไม่ใช่ประเทศเดียวที่เอไอจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงตลาดแรงงานในอนาคต โดยบีซีจีเปิดเผยผลการศึกษาในเยอรมนี ระบุว่า แม้อากาศยานไร้คนขับหรือโดรนและเอไอจะส่งผลให้งานไม่มีทักษะในโรงงานราว 6.10 แสนอัตรา หายไปภายในปี 2025 แต่จะช่วยเพิ่มการจ้างงาน 9.60 แสนอัตรา ในภาคธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศ

“ผมขอยกตัวอย่างบริษัท ซีเมนส์ ในเยอรมนี ที่ปัจจุบันมีพนักงานประมาณ 3 แสนราย โดยตำแหน่งงานในบริษัทจะหายไปในสัดส่วนราว 2 ใน 3 แต่ภายในระยะเวลาราว 10 ปี การจ้างงานในภาคส่วนใหม่ๆ ของบริษัทจะเพิ่มขึ้นมาถึง 3 ส่วน” หรวน ฟาง ผู้อำนวยการบริหารของบีซีจี กล่าว

ทั้งนี้ ผลการศึกษาดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ หลังบริษัทลงทุนพัฒนาเอไอรายใหญ่ 2 แห่ง เปิดเผยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีเอไอ โดยบริษัทดีปมายด์ในเครือกูเกิล ซึ่งพัฒนาเอไอชื่อ อัลฟาโก ระบุว่า อัลฟาโกสามารถเอาชนะผู้เล่นหมากล้อมในจีนได้ถึง 60 แมตช์ ด้านไป่ตู้ บริษัทไอทีรายใหญ่ในจีน ทดลองส่งเอไอไปร่วมในรายการเกมโชว์ ซึ่งสามารถแก้ปริศนาซับซ้อนต่างๆ ในรายการได้

อย่างไรก็ดี ผลการศึกษาระบุว่า แม้หุ่นยนต์จะสามารถวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมากได้ แต่ยังไม่อาจเข้ามาทำงานที่ต้องใช้อารมณ์และความคิดสร้างสรรค์สูงได้ในขณะนี้

มุ่งสู่ยุคแห่งงานพาร์ตไทม์

อาลีรีเสิร์ช เปิดเผยว่า เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้น ทำให้คนสามารถทำงานที่ไหนก็ได้ผ่านอินเทอร์เน็ต และคาดการณ์ว่าชาวจีนราว 400 ล้านคน จะเลิกทำงานประจำและหันไปทำงานเป็นนายตัวเองภายในปี 2036

ผลการศึกษายกตัวอย่าง ตีตี้ ชูซิ่ง ธุรกิจแท็กซี่ออนไลน์ในจีน ที่ช่วยให้ชาวจีนที่มีใบขับขี่ราว 15 ล้านคน สามารถทำงานพาร์ตไทม์เพื่อหารายได้เพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับ เถาเป่า แพลตฟอร์มขายสินค้าออนไลน์ของอาลีบาบา ซึ่งทำให้ผู้ค้าขายหลายแสนรายมีช่องทางจำหน่ายสินค้าเพิ่ม และสร้างงานด้านโลจิสติกส์อีกราว 3 ล้านอัตรา

ด้าน เฮาเจี้ยน หัวหน้าที่ปรึกษาจาก เจาปินดอทคอม บริษัทจัดหางานออนไลน์รายใหญ่ในจีน เปิดเผยว่า แนวโน้มการหางานเริ่มเปลี่ยนแปลงไป จากการหางานประจำแบบเดิม ไปสู่การทำงานพาร์ตไทม์ผ่านอินเทอร์เน็ต

“ความต้องการทำงานพาร์ตไทม์ขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว เพิ่มขึ้นถึง 113% เมื่อปีที่แล้ว เมื่อเทียบกับตำแหน่งงานประจำ 60 ประเภท บนเว็บไซต์ของเจาปิน” เฮาเจี้ยน กล่าว

อียูเล็งให้สถานะบุคคลเอไอ

เดอะ การ์เดี้ยน รายงานว่า คณะกรรมาธิการยุโรป เตรียมอภิปรายและลงมติร่างกฎหมายว่าด้วยกฎระเบียบเกี่ยวกับเอไอในเดือน ก.พ. ซึ่งเสนอให้หุ่นยนต์และเอไอในยุโรป ได้รับสถานะบุคคลอิเล็กทรอนิกส์

ร่างกฎหมายดังกล่าวยังจะมุ่งเพิ่มความชัดเจนใน 5 เรื่องด้วยกัน ได้แก่ ข้อกำหนดในการสร้างเอไอในยุโรป คำจำกัดความทางกฎหมายของเอไอ ระเบียบปฏิบัติทางจริยธรรม การผลิต และการใช้งานเอไอสำหรับวิศวกรหุ่นยนต์ การกำหนดให้บริษัทพัฒนาเอไอรายงานผลกระทบจากเอไอต่อเศรษฐกิจและสังคม และแผนประกันภัยแบบใหม่สำหรับบริษัทต่างๆ ในการเรียกร้องค่าเสียหายที่เกิดขึ้นเอไอ

ทั้งนี้ หลักจริยธรรมในการออกแบบเอไอ ยังครอบคลุมถึงการเสนอให้วิศวกรเพิ่มปุ่ม “ทำลายตัวเอง” เข้าไปในหุ่นยนต์สำหรับกรณีฉุกเฉิน รวมถึงการกำหนดให้สามารถตั้งโปรแกรมเอไอใหม่ กรณีที่ไม่สามารถใช้งานได้ตามต้องการ

“ชีวิตประจำวันของมนุษย์เริ่มได้รับผลกระทบจากเอไอมากขึ้นทุกที เราจึงจำเป็นต้องวางระเบียบปฏิบัติที่ชัดเจนในยุโรปเพื่อจัดการกับสถานการณ์ดังกล่าว ขณะที่ต้องสร้างความมั่นใจว่า เอไอได้รับการออกแบบมาเพื่อทำงานให้มนุษย์” มาดี้ เดลโว สมาชิกคณะกรรมาธิการยุโรปจากลักเซมเบิร์ก ซึ่งเป็นผู้เสนอร่างกฎหมายดังกล่าว ระบุ

 

ทรูฯต่อยอดโปเกม่อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

14 มกราคม 2560 เวลา 08:09 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/475571

ทรูฯต่อยอดโปเกม่อน

ทรูวิชั่นส์ เผยอานิสงส์เกมโปเกม่อนโก หนุนแฟนการ์ตูนโปเกม่อนเพิ่ม เร่งทำตลาดต่อยอดรายได้

นายธานินทร์ ติรณสวัสดิ์ ผู้ช่วย ผู้อำนวยการ ฝ่ายธุรกิจคอนเทนต์กีฬาและเด็ก บริษัท ทรูวิชั่นส์ กรุ๊ป เปิดเผยว่า หลังจากที่มีการเปิดตัวเกมโปเกม่อนโกในประเทศไทยเมื่อช่วงไตรมาส 3 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้การ์ตูนโปเกม่อน ซึ่งบริษัทเป็นผู้บริหารลิขสิทธิ์มีแฟนที่ติดตามการ์ตูนดังกล่าวมากขึ้น เนื่องจากเกมโปเกม่อนโกมีการนำคาแรกเตอร์ตัวการ์ตูนเข้ามาใส่ไว้ในเกมจำนวน 150 คาแรกเตอร์ จากทั้งหมดกว่า 800 คาแรกเตอร์

ทั้งนี้ จากจำนวนแฟนการ์ตูนโปเกม่อนที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ปี 2559 ที่ผ่านมามียอดผู้ชมการ์ตูนโปเกม่อนมากถึง 100 ล้านวิว เพราะนอกจากจะนำการ์ตูนโปเกม่อนออกอากาศผ่านทีวี 5 ช่องแล้ว ยังได้นำการ์ตูนโปเกม่อนเข้าไปฉายในโรงภาพยนตร์ทุกเดือน ต.ค.ด้วย

“ในส่วนของการ์ตูนโปเกม่อนตอนนี้เรามีการนำมาออกอากาศในทีวีตลอดทั้ง 7 วัน ใน 5 ช่อง ประกอบด้วย ช่อง 9 ช่องทรูโฟร์ยู ช่องของทรูวิชั่นส์ และช่องการ์ตูนคลับ ส่วนพันธมิตรอีก 1 ช่องยังเปิดเผยไม่ได้ตอนนี้” นายธานินทร์ กล่าว

สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจลิขสิทธิ์การ์ตูนโปเกม่อนในปีนี้นั้น บริษัทยังคงเดินหน้าใช้งบ 30-40 ล้านบาท ทำกิจกรรมการตลาดร่วมกับพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายรู้จักคาแรกเตอร์ของการ์ตูนโปเกม่อนมากขึ้น เนื่องจากรายได้หลักของการบริการลิขสิทธิ์การ์ตูนโปเกม่อนยังคงเป็นในส่วนของการขายสินค้าลิขสิทธิ์คิดเป็นอัตราส่วน 80% ส่วนที่เหลืออีก 20% เป็นรายได้ที่มาจากการทำกิจกรรม

นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนจะจับมือกับร้านอาหารต่างๆ เพื่อทำการตลาดร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเมนูอาหารที่เกี่ยวกับคาแรกเตอร์การ์ตูนโปเกม่อนให้เป็นเมนูพิเศษ หรือการทำกิจกรรม ส่งเสริมการขายแจกสินค้าคาแรกเตอร์การ์ตูนโปเกม่อน

อย่างไรก็ดี หลังจากบริษัทออกมาทำกิจกรรมส่งเสริมการขายมากขึ้น คาดว่าสิ้นปี 2560 นี้ จะมีรายได้จากการบริหารลิขสิทธิ์คาแรกเตอร์การ์ตูนโปเกม่อนเติบโตจากปี 2559 ไม่ต่ำกว่า 10% ส่วนภาพรวมรายได้ในปี 2559 ที่ผ่านมา ยอมรับว่าต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้เล็กน้อย เนื่องจากมีปัจจัยลบช่วงต้นไตรมาส 4 ส่งผลให้กำลังซื้อผู้บริโภคชะลอตัว

นายธานินทร์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์คาแรกเตอร์ตัวการ์ตูนโปเกม่อนที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการแก้ไขปัญหาดังกล่าวเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ

 

ออนไลน์บูมสนั่นสินค้าเร่งปรับรับมือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

13 มกราคม 2560 เวลา 06:28 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/475364

ออนไลน์บูมสนั่นสินค้าเร่งปรับรับมือ

โดย…จะเรียม สำรวจ

จากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสื่อออนไลน์มากขึ้น ส่งผลให้ปัจจุบันสื่อออนไลน์กลายเป็นสื่อที่ผู้บริโภคใช้งานนานที่สุดมีอัตราเฉลี่ย อยู่ที่ 4.2 ชั่วโมง/วัน ขณะที่สื่อทีวีมีอัตราเฉลี่ยอยู่ที่ 2.6 ชั่วโมง/วัน สื่อวิทยุมีอัตราเฉลี่ยอยู่ที่ 13 นาที/วัน สื่อหนังสือพิมพ์และนิตยสารมีอัตราเฉลี่ยอยู่ที่ 5 นาที/วัน

พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปส่งผลให้ ผู้บริโภคหันมาศึกษาและค้นหาข้อมูลต่างๆ ผ่านสื่อออนไลน์มากขึ้น โดยเฉพาะการตัดสินใจซื้อสินค้าในแต่ละชิ้น ทำให้ผู้ประกอบการในธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าต้องหันมาปรับตัวตามพฤติกรรมความต้องการของผู้บริโภคให้ทันไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเว็บไซต์ การพัฒนาแอพพลิเคชั่นเพื่อสื่อสารกับผู้บริโภค หรือการรับมือกับพันธมิตรเพื่อจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์

นอกจากนี้ สื่อโซเชียลมีเดียก็ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญของสื่อออน ไลน์ที่ผู้ประกอบการเครื่องใช้ไฟฟ้าต้องนำมาเป็นเครื่องมือในการทำกิจกรรมการตลาด และสื่อสารกับผู้บริโภคไม่ว่าจะเป็นไลน์หรือเฟซบุ๊ก

ประพนธ์ โพธิวรคุณ กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค กันยงวัฒนา กล่าวว่า แนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทนับจากนี้บริษัทจะให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีใหม่ๆ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการนำเทคโนโลยีมาพัฒนาสินค้าใหม่ๆ หรือการนำมา ให้บริการลูกค้า และเนื่องในโอกาสครบรอบ 45 ปี บริษัทได้มีการพัฒนา ระบบการสั่งซื้ออะไหล่ของเครื่องใช้ไฟฟ้ามิตซูบิชิ ผ่านช่องทางออนไลน์สำหรับร้านค้าตัวแทนจำหน่ายด้วยเว็บไซต์ www.MKYSPAREPART.COM เพื่อเพิ่มความแม่นยำและความถูกต้องในการสั่งซื้ออะไหล่ เพราะบริการหลังการขายที่ดีคือ หัวใจหลักของการทำธุรกิจ

พร้อมกันนี้ในด้านของการทำการตลาดมิตซูบิชิก็จะให้ความสำคัญกับ การทำการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสนใจสื่อออนไลน์มากขึ้น

สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ ที่จะนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการควบคุมประสิทธิภาพในการทำงานและการทำการตลาดในอนาคต เพื่อเดินตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของภาครัฐ

บัณฑิต ศรีวัลลภานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ กล่าวว่า นับตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไปบริษัทจะ ให้ความสำคัญกับสื่อออนไลน์มากขึ้น เริ่มจากการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายชิ้นส่วนอะไหล่ทางร้านค้าออนไลน์ เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้าในการส่งมอบสินค้าและการบริการหลังการขาย

ขณะเดียวกัน ยังมีแผนที่จะพัฒนาแอพพลิเคชั่นสำรวจการใช้บริการของลูกค้าบนสมาร์ทโฟน เพื่อให้ทราบถึงความต้องการของลูกค้า ซึ่งในส่วนของข้อมูลที่ได้ก็จะมีการนำมาปรับปรุงแก้ไข โดยเฉพาะในด้านของการบริการหลังการขาย ซึ่งหากสินค้ามีปัญหาต้องทำการแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 1-2 วัน

อีกหนึ่งผู้ประกอบการที่ออกมาประกาศว่าจะใช้สื่อออนไลน์มาเป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักของการทำการตลาด กลุ่มสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าคือ ซัมซุง

วรรณา สวัสดิกูล รองประธาน เจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการตลาด บริษัท ไทยซัมซุงอิเลคโทรนิคส์ กล่าวว่า แนวทางการดำเนินธุรกิจในปีนี้บริษัทจะหัน มาโฟกัสช่องทางดิจิทัลมากขึ้น ด้วยการเพิ่มการสื่อสารและแนะนำสินค้าใหม่ผ่านสื่อดิจิทัลทั้งกูเกิล เฟซบุ๊ก และ ไลน์ รวมไปถึงการพัฒนาไอบีคอน และแอพพลิเคชั่น เพื่อเป็นเครื่องมือส่งสัญญาณแจ้งข้อมูลข่าวสารและคูปองส่วนลด

อย่างไรก็ดี แม้ว่าผู้บริโภคจะ เสพติดสื่อออนไลน์ แต่ในด้านของสื่อออฟไลน์ก็ยังคงเป็นช่องทางหลักของการขาย เพราะคนไทยก็ยังมีพฤติกรรมชอบชมและจับต้องสินค้าก่อนตัดสินใจซื้ออยู่เช่นเดิม

 

ทรูวิชั่นส์ปรับแผนลุยเจาะคนรุ่นใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

13 มกราคม 2560 เวลา 06:10 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/475362

ทรูวิชั่นส์ปรับแผนลุยเจาะคนรุ่นใหม่

ทรูวิชั่นส์เผยทิ้งเอชบีโอลูกค้าหายแค่ 500 ราย จาก 3 แสน เร่งลุยคอนเทนต์ใหม่เพิ่มฐานวัยรุ่น

นายพีรธน เกษมศรี ณ อยุธยา ผู้ช่วยบริหารกรรมการผู้จัดการใหญ่และหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านคอนเทนต์และมีเดีย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า หลังจากบริษัทออกมาประกาศยุติการออกอากาศช่องรายการในเครือเอชบีโอเมื่อปลายเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา จนถึง ขณะนี้มีลูกค้ามาขอยกเลิกแพ็กเกจเพียง 500 ราย จากฐานสมาชิกกว่า 3 แสนรายเท่านั้น หรือคิดเป็นอัตราส่วน 0.166% เนื่องจากบริษัทมีการแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที ด้วยการนำช่องรายการใหม่ๆ มาออกอากาศทดแทน พร้อมกับออกมาตรการเยียวยาลูกค้าที่ต้องการเปลี่ยนแพ็กเกจหรือยกเลิกการรับชม

สำหรับช่องรายการใหม่ที่บริษัทนำมาออกอากาศจำนวน 7 ช่องรายการ คือ ox Action Movies HD, Warner TV, Paramount Channel HD, Sony Channel, Food Network, Celestial Classic Movies และ True Film HD 2 พบว่าลูกค้าให้ผลการตอบรับที่ดี ส่งผลให้การยกเลิกแพ็กเกจมีการปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง

“การปรับปรุงคอนเทนต์ในครั้งนี้ ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ของการทำตลาด เพื่อให้ลูกค้าชมรายการที่มีคุณภาพ ขณะเดียวกันยังถือเป็นกลยุทธ์ในการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีอายุ 25-35 ปี จากเดิมฐานสมาชิกหลัก ของทรูวิชั่นส์จะมีอยู่เฉลี่ยที่ 35 ปีขึ้นไป” นายพีรธน กล่าว

อย่างไรก็ดี หลังจากบริษัทได้ลิขสิทธิ์การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษกลับมาออกอากาศตามเดิม ส่งผลให้มีสมาชิกเข้ามาสมัครแพ็กเกจเสริม เพื่อดูกีฬาดังกล่าวเพิ่มถึง 2 แสนราย ใน 3 เดือน ทำให้ฐานสมาชิกในไตรมาส 3 ปี 2559 เพิ่มขึ้นถึง 12%

 

Facebook Live จะทำอะไรให้รีบทำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12 มกราคม 2560 เวลา 20:40 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/475357

Facebook Live จะทำอะไรให้รีบทำ

โดย…กัมพล ธนาปัญญาวรคุณ ประธานเจ้าหน้าที่ ไอท้อปพลัส

วันนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักเฟซบุ๊กไลฟ์ เพราะเราเริ่มเห็นการถ่ายทอดสดในหน้าเฟซบุ๊กทุกวัน ทั้งจากดารา พิธีกร เพื่อน หรือจากแบรนด์สินค้าต่างๆ

เมื่อ 2-3 ปีที่แล้วเฟซบุ๊กเริ่มมีฟีเจอร์ใหม่ที่ให้คนดาวน์โหลดวิดีโอบนหน้าเฟซบุ๊กแล้วแชร์ให้เพื่อนๆ ดูได้ และพบว่าคอนเทนต์ประเภทวิดีโอจะมีคนกดคลิกเข้าไปดูมากกว่าปกติ ยอดคลิกไลค์ คอมเมนต์หรือแชร์ มากกว่าคอนเทนต์แบบเดิม

ในช่วง 2 ปีที่แล้ว เฟซบุ๊กมาสนับสนุนให้คนนำคอนเทนต์วิดีโอมาโพสต์ในหน้าวอลล์และหน้า แฟนเพจตัวเอง จนต่อยอดเป็นเฟซบุ๊กไลฟ์ให้ลองเล่นกัน และได้รับความนิยมมาก เพราะทำง่าย แค่ใช้โทรศัพท์มือถือเครื่องเดียว เน้นความสด เรียกได้ว่าวันนี้เราเห็นเพื่อนเราทำไลฟ์เรื่องราวต่างๆ ในชีวิตประจำวันเยอะมาก ที่สำคัญคือ พอเราเห็น เรามักจะกดคลิกเข้าไปดูโดยไม่สนใจเนื้อหาหรือคุณภาพ แต่เกิดจากความแปลกใหม่!

หากเราเอากรณีศึกษาของยูทูบมาใช้กับเฟซบุ๊กช่วงแรกๆ คอนเทนต์ในยูทูบก็จะเป็นลักษณะเดียวกับเฟซบุ๊กไลฟ์ตอนนี้ คือเป็นคลิปวิดีโอง่ายๆ ทำกันเองเล่นๆ แล้วให้คนมาดู เป็นเรื่องสนุกสนาน แปลกใหม่ จนได้รับความนิยม เมื่อแบรนด์ต่างๆ และสื่อโทรทัศน์มาเห็นความเติบโตของยูทูบ ก็เริ่มวางแผนที่จะไปโปรโมทคอนเทนต์หรือแบรนด์ตัวเองในยูทูบมากขึ้น

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เนื้อหาในยูทูบดีขึ้น โปรดักชั่นในยูทูบสวยขึ้น ความครีเอทีฟมีมากขึ้นเรื่อยๆ จนวันนี้เราจะเห็นว่าคลิปวิดีโอในยูทูบที่ทำแบบง่ายๆ ไม่มีการเขียนสคริปต์ได้หายไปเกือบหมดในยูทูบ

นั่นหมายถึงไม่มีที่ว่างใหักับมือสมัครเล่นแล้วเช่นกัน แปลว่าอีกไม่นานเฟซบุ๊กไลฟ์ก็น่าจะเกิดอาการเดียวกัน

ผมเชื่อว่าวันนี้มีแบรนด์จำนวนมากที่วางแผนทำการตลาดบนเฟซบุ๊กไลฟ์ แต่ด้วยความเป็นเจ้าใหญ่ ย่อมขยับตัวช้าเป็นธรรมดา

นี่คือช่องว่างสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กครับ วันนี้ใครอยากทำเฟซบุ๊กไลฟ์เพื่อสร้างแบรนด์ตัวเองให้คนรู้จักเราด้วยการทำโปรดักชั่นง่ายๆ ทำเองได้ ไม่เสียเงิน ไม่ต้องกังวลกับการเขียนสคริปต์ แค่พูดออกมาจากความรู้ที่ตัวเองมีอยู่แล้ว

ที่สำคัญ ทำอย่างไรคนก็กดดูครับ เพราะช่วงนี้คนยัง “เห่อ” อยู่ รีบทำนะครับ ก่อนที่แบรนด์ใหญ่จะลงมาเล่น ซึ่ง “มาแน่” ผมคิดว่าน่าจะมีเวลาไม่ถึงครึ่งปี และเชื่อว่าครึ่งปีหลังของปีนี้คอนเทนต์ในเฟซบุ๊กไลฟ์จะเปลี่ยนไป

ภาพ…เอเอฟพี

 

ประชากรคนไทยบนเฟซบุ๊ก อายุ 18-24 ปีใช้เพิ่มสูงสุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12 มกราคม 2560 เวลา 20:31 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/475356

ประชากรคนไทยบนเฟซบุ๊ก อายุ 18-24 ปีใช้เพิ่มสูงสุด

โดย…โธธ โซเชียล

หลังจากที่ทางบริษัท โธธ โซเชียล ซึ่งเป็นผู้ให้บริการข้อมูลด้านโซเชียลมีเดียในประเทศไทย ได้เปิดเผยข้อมูลจำนวนประชากรไทยที่ใช้ “เฟซบุ๊ก” แล้วว่า ในปี 2017 มีคนไทยใช้เฟซบุ๊กประมาณ 44 ล้านยูสเซอร์ ทีนี้มาดูเพิ่มเติมกันหน่อยว่าในแต่ละช่วงอายุมีคนใช้เฟซบุ๊กมากน้อยขนาดไหน

จำนวนประชากรไทยที่ใช้ “เฟซบุ๊ก” แบ่งตามช่วงอายุ

สถิติอันนี้บ่งบอกอะไรได้หลายอย่าง โดยภาพรวมจะเห็นได้ว่าช่วงอายุ 18-24 ปี เป็นช่วงที่มีจำนวนประชากรที่ใช้เฟซบุ๊กเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 1.7 ล้านยูสเซอร์ และกลุ่มอายุ 13-17 ปี ถือเป็นประชากรเฟซบุ๊กหน้าใหม่ เป็นช่วงเดียวที่มีอัตราการเติบโตติดลบ บ่งบอกถึงการที่เฟซบุ๊กไม่สามารถดึงดูดเด็กรุ่นใหม่ๆ ไว้ได้

ในทิศทางที่สวนทางกันอย่างสุดขั้ว อัตราการเพิ่มขึ้นของบัญชีเฟซบุ๊กของคนช่วงอายุ 55 ปีขึ้นไปนั้นกลับสูงสุด แสดงให้เห็นถึงการขยายตัวที่น่าสนใจอย่างมากในกลุ่มผู้สูงอายุ เพราะกลุ่มผู้สูงอายุยุคใหม่นั้นมีแนวโน้มที่จะเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆ เพิ่มขึ้น และเฟซบุ๊กเองก็เป็นแอพพลิเคชั่นหนึ่งที่ใช้ในการเชื่อมต่อสื่อสารถึงกันญาติ เพื่อนฝูง แม้กระทั่งลูกหลานในครอบครัว เป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ภายในครอบครัวในยุคนี้ได้เป็นอย่างดี